( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 3 : chapter one

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    22 มี.ค. 58


7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 01

 

 

            “นี่มึง..เอาจริงดิ?”

            ชานอูเบิกตากว้างขึ้นกับสิ่งที่ได้ยิน พอเห็นว่าเพื่อนสนิทอย่างยูคยอมไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นเขาก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นยังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ

วันนี้ชานอูเข้ามาโรงเรียนด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ ปากเอาแต่พึมพำชื่อของ ซง ยุนฮยอง ไม่ยอมหยุด เพราะกลัวจะลืม

            หลังจากที่รับถุงขนมมาไว้ในมือเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ยืนจ้องหน้าของรุ่นพี่ที่ชื่อยุนฮยองอยู่นาน ทำเอาอีกคนประหม่าไปหมด แต่ชานอูกลับคิดว่าท่าทีประหม่าๆนั่นแหละที่เพิ่มเสน่ห์ให้น่ามองมากยิ่งขึ้น

            ยุนฮยองคงไม่รู้ว่าเวลาตัวเองเม้มปากนั้นมันน่ารักขนาดไหนกัน

            ริมฝีปากชมพูเหมือนลูกกวาดนั้นน่ารักจนอยากจะลองชิมให้รู้แล้วรู้รอด

และในที่สุดก็ตัดสินใจถามชื่อ ตอนแรกยุนฮยองอ้ำอึ้งไม่ยอมบอก ทำหน้าเหมือนว่ากลัวเขาตามมาฉุดอะไรแบบนั้น ชานอูก็บอกไปตรงๆว่าไม่ได้คิดร้ายด้วย แค่อยากรู้จัก เห็นว่าน่ารักดี ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย

            เพียงเอ่ยชมสองข้างแก้มก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู ยุนฮยองเม้มริมฝีปากอีกแล้ว คราวนี้เขาจับจุดได้ว่ายุนฮยองจะทำเวลาที่รู้สึกกดดันหรือทำอะไรไม่ถูก มันน่าดูจนอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ตามมารยาทที่เคยเจอกันครั้งแรกนั้นไม่ควรเขาจึงไม่ได้ทำ

            คิดแล้วก็ยังเสียดาย

ชานอูรู้มาว่ายุนฮยองเป็นหลานของเจ้าของร้าน เมื่อก่อนเรียนอยู่ที่จังหวัดอื่นแต่ย้ายมาเพราะว่าพ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ไม่มีญาติคนอื่นหลงเหลืออยู่เลยต้องขายบ้านมาอยู่กับป้าสองคน ป้าเองก็ไม่มีสามีหรือลูก แถมยังแก่ตัวลงทุกวัน มีหลานอย่างเขามาช่วยดูแลก็ดีไปอย่าง

            ยุนฮยองบอกว่าตัวเองยังไม่ได้ทำเรื่องเรียนต่อเพราะยังจัดการอะไรไม่เรียบร้อย อีกทั้งใจก็ยังเศร้าๆเรื่องของพ่อกับแม่จึงไม่ค่อยมีสมาธิ เห็นว่าจะหยุดไปเลยปีนึงแล้วค่อยลองสอบเรียนต่อปีหน้า เอาโรงเรียนรัฐบาลที่อยู่ไม่ไกล ระหว่างนั้นก็ช่วยป้าขายของไปก่อนจะได้ถือโอกาสเก็บเงินไปในตัว

            ตอนแรกชานอูชวนมาเรียนด้วยกันที่โรงเรียนซงนะ แต่ยุนฮยองรีบส่ายหน้าปฏิเสธเพราะค่าเทอมแพงมาก ลำพังเงินที่ขายบ้านได้ก็จ่ายไม่พอ แล้วบรรยากาศที่มีแต่ลูกคนรวยก็ไม่เหมาะกับเขาเท่าไร

ทั้งสองคนคุยกันประมาณยี่สิบนาทีเห็นจะได้ ชานอูดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วก็ต้องจำใจแยกออกมาก่อนเพราะเดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย อีกอย่างยูคยอมก็ส่งข้อความมาเรียกแล้วด้วย เขาเองก็ไม่อยากให้เพื่อนรอนาน

            นั่นคือเหตุการณ์ที่ทำให้ชานอูยิ้มไม่หุบจนถึงโรงเรียน

            เขานั่งรอยูคยอมอยู่ในห้อง จดเลคเชอร์ให้ด้วยตามประสาเพื่อนที่ดี เพราะวันนี้เปิดเทอมวันแรก อาจารย์จึงเรียกประชุมประธาน รองประธาน แล้วก็เลขาของห้องตั้งแต่เช้า คาบแรกนั้นยูคยอมจึงต้องเข้าเรียนสายไปโดยปริยาย

แต่หลังจากกลับมาที่ห้องชานอูก็สังเกตเห็นว่าเพื่อนทำสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ปกติแล้วยูคยอมจะเป็นคนยิ้มง่าย มองโลกในแง่ดีเสมอ พูดง่ายๆก็คือไม่ค่อยเครียด แต่ระหว่างเรียนคาบที่สองและสามยูคยอมทำเหมือนกำลังกังวลอะไรสักอย่าง

            ชานอูไม่กล้าถามถ้าเพื่อนไม่เป็นฝ่ายเปิดปากบอก

            ทั้งคู่นั่งเรียนไปเงียบๆ ยูคยอมเหม่อออกไปนอกหน้าต่างและบางครั้งก็ก้มลงไปมองโทรศัพท์ เหมือนว่ากำลังรอให้พักเที่ยงอย่างใจจดจ่อ

            แล้วมันก็จริง

ทันทีทีออดบอกเวลาพักเที่ยงดังขึ้นยูคยอมก็กดโทรไปหาใครคนหนึ่ง แถมยังเอ่ยปากบอกเขาว่าให้ล่วงหน้าไปพาร์เธนอนก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวจะตามไป ชานอูยืนยันว่าจะรอแต่ยูคยอมบอกว่าไม่ต้อง เขาเองก็ไม่อยากเซ้าซี้ คิดว่าคงคุยกับคนที่บ้านหรืออาจจะต้องการความเป็นส่วนตัว

            แต่สรุปแล้วยูคยอมก็ไม่ได้ไปทานข้าวกลางวันด้วยกัน

ชานอูกลับมาถึงห้องเรียนแบบงงๆ เขาพยายามโทรเรียกยูคยอมแล้วแต่สายก็ไม่ว่างตลอด พอพบว่าเพื่อนของตัวเองหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะเรียนเหมือนเก่าก็รู้สึกเป็นห่วง เขาเค้นยูคยอมอยู่นานเพราะทีแรกอีกฝ่ายทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คบกันมาตั้งนานทำไมเรื่องแค่นี้เขาถึงจะดูไม่ออก?

          มึงเป็นไร ทำไมไม่บอกกูวะ เฮ้ยกูเพื่อนมึงปะ?

          ‘กูโอเคเว้ย.. คือ – กูแค่หงุดหงิดนิดหน่อย

          ‘แบบนี้ไม่นิดแล้วมั้ง หงุดหงิดอะไรทำไมไม่บอกกูวะ มีอะไรระบายได้นะ เป็นแบบนี้กูก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย

            เถียงกันวนไปวนมาอยู่แบบนี้ตั้งนาน ยูคยอมเอาแต่ส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่เป็นไร แต่สายตากลับจดจ้องอยู่ที่โทรศัพท์เหมือนกำลังรอให้ใครโทรมาหา

ชานอูก็รู้ว่านี่มันเป็นเรื่องเสียมารยาท แต่เขาคิดอยู่ตลอดว่าเพื่อนกันไม่น่าจะมีความลับต่อกัน ที่ผ่านมามีอะไรเขาก็เล่าให้ยูคยอมฟังตลอด

ขนาดตอนเช้ายังเล่าเลยว่าไปเจอคนที่ชื่อยุนฮยองมา แต่ยูคยอมทำทีไม่ค่อยสนใจเท่าไรเลยทำได้แค่เกริ่นเล็กๆ ไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรมาก คิดว่ารอให้เพื่อนหายเครียดก่อนแล้วค่อยบอกก็ยังไม่สาย

            เขาแย่งโทรศัพท์ของยูคยอมมากดดูประวัติการโทรออก

            ยูคยอมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบลุกขึ้นมาคว้าไปแต่เขาก็รีบเดินหนีไปอยู่ตรงมุมห้อง

ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณในระหว่างนั้น ยูคยอมเม้มริมฝีปากแน่น ทำท่าทีหนักใจเมื่อเขาเหลือบสายตากลับไปมองแล้วชูหน้าจอโทรศัพท์ให้ดู

          หมายความว่าไงวะ? มึงกับพี่ฮันบิน?

          ‘…’

            ยูคยอมไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แถมยังเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอีกด้วย

            แทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็น ทั้งประวัติการโทรออกและข้อความมีแต่ พี่ฮันบิน เต็มไปหมด

ชานอูแน่ใจว่ามีแค่ฮันบินเดียวเท่านั้นที่ยูคยอมจะรู้จัก แล้วก็มีแค่ฮันบินคนเดียวด้วยที่อยู่ในโรงเรียนนี้ ทั้งคู่รู้จักกันเพราะยูคยอมเคยไปทำงานที่บ้านของเขาบ่อยๆ ส่วนพี่ฮันบินก็ไปนอนค้างกับพี่จีวอนอยู่เสมอเลยได้คุยกันบ้าง

            ก็สองคนนั้นเป็นแฟนกัน

            ใช่แล้ว พี่ฮันบินกับพี่จีวอนเป็นแฟนกัน

          แล้วทำไมจู่ๆพี่ฮันบินถึงมาคบกับเพื่อนสนิทของเขาได้?!

 

GLUTTONY

 

พอเลิกเรียนฮันบินก็มาหายูคยอมถึงหน้าห้อง ชานอูมองทั้งคู่อย่างลำบากใจ

ตอนนี้เขาเหมือนคนกลางที่แบกรับทุกอย่างเอาไว้หมด ตลอดปิดเทอมยูคยอมไม่ได้บอกเขาว่าคุยกับฮันบินอยู่ ไม่ปริปากพูดใดๆเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไอ้ที่เขาบ่นๆว่ายูคยอมหายไปเลยไม่ค่อยได้คุยกันก็เพราะแบบนี้เองสินะ

            ถามว่าเสียใจไหม?

            ก็นิดนึง

แต่มันช็อกมากกว่าที่จู่ๆเพื่อนสนิทก็ไปคบกับแฟนเก่าของพี่ชายแบบนี้ นี่ก็ไม่รู้ว่าพี่จีวอนรู้เรื่องรึเปล่า แต่น่าจะยังถ้าไม่อย่างนั้นล่ะบ้านแตกแน่ๆ

            เขารู้นิสัยของพี่ชายตัวเองดี

ปกติแล้วจีวอนไม่ใช่คนขี้โมโหหรือชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาทเหมือนพี่จุนฮเว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอารมณ์จะไม่รุนแรงเหมือนกัน

            จีวอนเป็นคนที่อารมณ์ดีอยู่เสมอ ตามประสาคนเจ้าชู้ที่ปากหวานแล้วก็เห็นว่าเรื่องทุกอย่างหาทางออกได้หมด แต่เวลาโมโหก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคน ยังจำได้ดีตอนนั้นมีคนมาหม้อพี่ฮันบิน พี่จีวอนเกือบจะกระทืบไอ่คนนั้นตายคาที่อยู่แล้ว นี่ไม่อยากจะคิดสภาพถ้ารู้เรื่องทั้งหมดจะเป็นยังไง

เขาไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายกับพี่ฮันบินมากเท่าไร รู้แค่ว่าหลังๆนี้ห่างกันแล้ว และพี่จีวอนก็ไม่กลับบ้านบ่อยๆเพราะพ่อห้ามเอาคนอื่นเข้าบ้าน แปลว่าไปขลุกอยู่ที่คอนโด หิ้วใครสักคนไปนอนด้วยแหงๆ

            “พี่เลิกกับพี่จีวอนตอนไหนเหรอครับ?”

            ชานอูตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ทำเอาคนที่กำลังยิ้มแหยๆถึงกับเม้มปาก

ฮันบินทำเหมือนไม่อยากตอบเท่าไรนัก แต่เรื่องนี้เขาต้องรู้ให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นปัญหาใหญ่หลวงอาจจะตามมา เป็นคนกลางนี่มันลำบากใจที่สุดแล้ว

            “ก็..เลิกได้ซักพักแล้ว คือ – ”

            “แล้วพี่ได้บอกพี่จีวอนหรือเปล่าว่ามาคบกับเพื่อนของผม?”

            “ไม่เอาน่า”

            ยูคยอมที่ฟังอยู่เงียบๆแทรกขึ้นมา พอเห็นว่าฮันบินมีท่าทีหนักใจน่ะรีบปกป้องใหญ่ ทำเขาเคืองไม่น้อยเพราะปัญหามันจะเกิดก็เพราะแบบนี้นี่แหละ แถมคนซวยยังไม่ใช่ใครที่ไหนด้วย

เพราะถ้าพี่จีวอนมันมีปัญหาจริงๆ ก็ย่อมเข้ามาหาตัวกลางแบบเขาอยู่แล้ว ถ้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยแล้วจะตอบคำถามทั้งหมดยังไง เขายังไม่พร้อมถ้าพี่แท้ๆกับเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวจะมาทะเลาะกัน

            “กูไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่นะ แต่มึงก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ฮันบินเคยคบกับ –”

ชานอูชะงักไว้เท่านั้น ฮันบินมีสีหน้าไม่ดีจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

เขาถอนหายใจออกมาแรงๆเพราะเริ่มรู้สึกปวดหัว เปิดเทอมวันแรกก็มีปัญหาซะแล้ว

พอจะเข้าใจว่าทำไมยูคยอมไม่ยอมบอกกันเรื่องของพี่ฮันบิน ก็เพราะว่ามันจะเป็นแบบนี้ไง.. ถ้าบอกเขาตั้งแต่แรกเขาต้องห้ามแน่ๆ

            “ถ้าบ๊อบ..ไม่สิ ถ้าจีวอนไปพูดอะไร บอกไปตรงๆก็ได้ว่านายไม่เกี่ยว เดี๋ยวถ้ามีปัญหาอะไรพี่จะเคลียร์ให้เอง”

            ฮันบินเสนอความคิดเห็นซึ่งนั่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ยูคยอมแย้งขึ้นมาอีกเพราะไม่อยากให้ฮันบินไปยุ่งกับจีวอนแล้ว แค่เมื่อเช้าก็โดนบีบแขนจนเป็นรอยแดงซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่หาย แต่ฮันบินก็ส่ายหน้าพร้อมปลอบใจว่าไม่เป็นอะไรมากหรอก 

และชานอูก็ได้รู้อีกอย่างว่าตอนเช้าทั้งคู่ไปเจอกับจีวอนมา แถมยังทะเลาะกันอีกต่างหาก แปลว่าพี่จีวอนไม่พอใจที่พี่ฮันบินมีแฟนใหม่ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เรื่องปวดหัวมันลามมาได้ยังไงเล่า..

 

หลังจากเคลียร์กันซักพักทั้งสามคนก็เดินลงมาจากตึกพร้อมกัน ชานอูถอนหายใจหนักๆ หันซ้ายหันขวาคอยมองหาว่าพี่ชายของตัวเองน่ะอยู่ที่ไหน เขารู้สึกได้ว่าตัวเองระแวงไปหมด ยิ่งถ้าพี่จีวอนมาเจอเดินอยู่ด้วยกันแบบนี้ต้องไม่ดีแน่ๆ

            ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับ กู จุนฮเว พี่ชายคนที่หก อีกฝ่ายมองมาที่พวกเขาสามคนด้วยความแปลกใจเช่นเดียวกัน

ชานอูสัมผัสได้ว่าจุนฮเวต้องสงสัยแน่ที่ฮันบินมาอยู่กับยูคยอม ก็ทั้งบ้านน่ะรู้กันหมดว่าคนๆนี้เคยคบกับพี่จีวอนมาก่อน

            จุนฮเวมองมาที่พวกเขาทั้งสามคนด้วยสายตานิ่งๆ แต่มองอยู่ตลอดจนเดินลับมาที่มุมตึก ทำให้เสียวสันหลังอยู่ไม่น้อย

ชานอูถอนหายใจออกมายาวๆและได้แต่หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเขาไม่เข้าไปทักทายจุนฮเว

ก็บอกแล้วไงว่าบ้านนี้แปลกกันทั้งครอบครัว ต่อให้เจอคนอื่นๆก็ไม่คิดจะทักหรอก – ไม่รู้จะคุยอะไร

“มึงจะไปส่งพี่ฮันบินกลับบ้านใช่มั้ย?”

            “อืม มึงกลับยังไง?”

            ยูคยอมตอบพร้อมกับเปิดประตูรถให้ฮันบิน เพื่อนของเขาเป็นลูกชายเจ้าของสนามแข่งรถ ถือว่ารวยอยู่พอสมควร ชานอูเองก็ชอบไปดูงานแข่งอะไรพวกนี้เหมือนกัน เคยเห็นยูคยอมมันแข่งด้วย เก่งเอาเรื่องเลยล่ะ

            “คนขับรถมารับว่ะ แต่เดี๋ยวกูแวะไปหาพี่ยุนฮยองก่อน”

            “คนนั่นน่ะเหรอ? ที่เล่าตอนเช้า”

            “อืม นึกขึ้นได้ว่าลืมอะไร มึงขับรถดีๆล่ะ”

            “โอเคกูไปละ”

ยูคยอมส่งมือมาตบไหล่ของเพื่อนสนิทแล้วกำชับว่าอย่าคิดมาก ยังไงก็จะไม่ยอมให้มีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้นเด็ดขาด ทั้งกับชานอูแล้วก็กับฮันบินนั่นแหละ

แต่นะ..

ในใจมันก็ยังคงค้าน เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนอย่างยูคยอมน่ะทำอะไรจีวอนไม่ได้หรอก ถ้าจะให้พูดกันตรงๆก็คือ..

ยูคยอมน่ะ รวยก็จริง แต่ก็ไม่มีอำนาจใดๆเหนือกว่าหรือเทียบเท่าครอบครัวของเขาเลยยังไงล่ะ

 

GLUTTONY

 

“ยุนฮยอง เดี๋ยวป้าจะออกไปซื้อของที่ตลาด อยากได้อะไรรึเปล่า?”

            “ป้าจะเอาอะไรล่ะครับ เดี๋ยวผมไปให้ดีกว่า ตอนนี้กำลังว่างๆพอดีเลย”

คนที่นั่งดูทีวีอยู่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปแย่งตะกร้ามาจากคุณป้า ยุนฮยองเหลือบเห็นที่เข่าทั้งสองข้างเอาผ้ารัดไว้แล้วถึงกับถอนหายใจ อดไม่ได้ที่จะมองด้วยสายตาดุๆ

            ก็ป้าน่ะเจ็บเข่าอยู่ตลอด เป็นเพราะป้าของเขามีรูปร่างท้วม น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจึงทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกหัวเข่าเวลาแก่ตัวลง หมอสั่งไว้ว่าห้ามเดินเยอะถ้าไม่อย่างนั้นอาการปวดจะไม่หาย ดีไม่ดีอาจจะต้องผ่าตัดก็ได้ แล้วมีกันอยู่แค่นี้ การงานก็เปิดแค่ร้านขายขนมเล็กๆจะเอาเงินที่ไหนมารักษา

            ไม่อยากจะตอกย้ำตัวเองหรอกว่าจน.. แต่มันก็คือเรื่องจริง เงินจากการที่เขาขายบ้านได้ส่วนหนึ่งก็เอาไปใช้หนี้เก่าๆให้จนเกือบหมดแล้วด้วย

เดิมทีพ่อกับแม่ก็ไม่ได้มีสมบัติอะไรเหลือไว้ให้เขาอยู่แล้ว ยุนฮยองน่ะเป็นเด็กบ้านนอก เมื่อก่อนพ่อกับแม่ก็ปลูกผักขาย ต้องตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อเอาผักไปส่งให้ที่ตลาด พ่อกับแม่น่ะเป็นคนขยันเสมอ ทำแบบนี้ตั้งแต่เขาจำความได้

            จนกระทั่งอุบัติเหตุคืนนั้นพรากชีวิตของทั้งคู่ไป

            “ป้าแค่อยากจะออกไปยืดเส้นยืดสายบ้างก็เท่านั้น เราไม่เหนื่อยเหรอ? ขายของแทนแล้วยังต้องไปซื้อของให้อีก”

            “ไม่ครับ อยู่ที่ร้านเฉยๆมันก็น่าเบื่อ ป้ามานี่เลย มานั่งตรงนี้เลย”

            ยุนฮยองจับแขนของป้าแล้วบังคับให้เดินไปนั่งตรงที่ที่เขานั่งอยู่เมื่อกี้นี้แทน

            “ป้ารอผมอยู่นี่ที่ ดูทีวีไป เดี๋ยวผมจะออกไปซื้อของตามลิสต์พวกนี้ให้นะ”

            “ด..เดี๋ยวสิยุน –”

คนเป็นป้าได้แต่ชะเง้อคอมองเพราะยุนฮยองพูดจบก็รีบวิ่งออกจากร้านไปด้วยความรวดเร็ว เธอถอนหายใจเบาๆให้กับความดื้อรั้นของหลาน การมียุนฮยองมาอยู่ด้วยมันก็ดีอยู่หรอก แต่ก็อดที่จะสงสารไม่ได้

            พ่อแม่ก็ตาย.. แปลว่าต้องตกอยู่ในสถานะเด็กกำพร้า แถมยังต้องดรอปเรียนแล้วมาทำงานอยู่ที่ร้านเล็กๆแบบนี้อีก

            แล้วอนาคตล่ะ?

ถึงยุนฮยองจะไม่เคยแสดงความเศร้าออกมาให้เห็นเลยก็ตาม แต่เธอก็รู้ว่ามีหลายคืนที่หลานชายแอบนอนร้องไห้อยู่เงียบๆคนเดียว พอเดินเข้าไปใกล้ก็รีบปาดน้ำตาแล้วแกล้งทำเป็นหลับสนิทซะอย่างนั้น

            ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร..

            คงต้องปล่อยให้อยู่กับตัวเองสักพักล่ะมั้ง เดี๋ยวอะไรๆก็คงจะดีขึ้นเอง

 

GLUTTONY

 

พอห่างออกมาจากร้านสองขาก็ชะลอความเร็วลง

ยุนฮยองสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อไล่ความเหนื่อยแล้วหยิบกระดาษใบเล็กที่อยู่ในตะกร้าขึ้นมาอ่าน มีของไม่กี่อย่างที่ป้าอยากได้ ตลาดอยู่ใกล้ๆนี่เองเขาจึงเลือกที่จะเดินเท้าไป อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์

            ยุนฮยองเอาแต่ก้มมองกระดาษที่อยู่ในมือจนไม่ได้สนใจรถยนต์คันใหญ่ที่เคลื่อนมาขนาบข้างของตัวเองอยู่ได้สักพักแล้ว

            “เฮ้..”

            จนกระทั่งกระจกรถเลื่อนลง เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเบาๆทำให้สองขานั้นหยุดชะงัก

            “เฮ้ย!!

ยุนฮยองหันไปมองด้วยความแปลกใจในทีแรก ก่อนที่ตาทั้งสองข้างจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ สองขาถอยไปด้านหลังและเผลอปล่อยลิสต์รายการสิ่งของที่ป้าจดมาร่วงหล่นลงพื้น

            “น..นาย”

            “พี่กำลังจะไปไหนอะ?”

            เด็กหนุ่มถามทั้งๆที่ปากยังคาบอมยิ้ม

ชานอูเท้าคางเอาไว้กับขอบกระจก เขามองยุนฮยองแบบขำๆเพราะคนตรงหน้ารีบวิ่งไปเก็บกระดาษใบเดิมขึ้นมาทั้งๆที่ตายังไม่ละไปไหน

            “ไป.. ไปตลาด ทำไมนายถึง–”

            “ขึ้นรถสิ ผมไปส่ง”

            “ห..หืม?”

            ยุนฮยองชี้หน้าตัวเอง ส่วนชานอูก็เอาอมยิ้มออกจากปาก เขาคิดว่าเมื่อกี้คงจะพูดไม่ชัดนักอีกฝ่ายเลยทำหน้างงแบบนั้น

            “ขึ้นรถสิ ผมจะไปส่งไง”

            ชานอูพูดซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ยุนฮยองรีบส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความรวดเร็ว

            “ไม่.. ไม่เป็นไร นายจะไปส่งพี่ทำไมเนี่ย?”

            “เอาน่า.. ขึ้นรถมาเหอะ จริงๆวันนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ แต่พอเห็นหน้าพี่ก็หายหงุดหงิดไปเยอะเลย”

            ยุนฮยองขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ เขาอึ้งและงง เมื่อตอนเช้าที่ชานอูเข้ามาคุยด้วยนั่นก็ว่าแปลกแล้วนะ นี่ยังจะตามมาหาเขาในตอนเย็นอีกเหรอ?

          พี่ชื่ออะไรอะ ผมสนใจพี่นะ

ประโยคที่อีกฝ่ายบอกกับตัวเองลอยเข้ามาในหัว เพียงแค่นั้นสิ่งที่ฝังอยู่ในอกด้านซ้ายเต้นตึกตักเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง

            ทำไมลูกชายของมหาเศรษฐีถึงได้มาอยู่ตรงหน้าของเขาล่ะ แถมยังบอกว่าสนใจอีก ล้อเล่นกันรึเปล่า..

วันนี้ทั้งวันยุนฮยองเอาแต่จมอยู่กับความคิดแบบนี้ เขาคิดมากจนระแวงว่าอาจจะมีใครอยากแกล้งก็ได้ หรือบางทีลูกเศรษฐีอาจจะแพ้ที่พนันกับเพื่อนเลยต้องมาทำตามที่โดนท้า สงสัยอาจจะดูละครในทีวีมากเกินไปหน่อย

แต่ไม่ว่าจะยังไงก็หาเหตุผลที่จะทำให้ชานอูมาสนใจคนแบบเขาไม่ได้อยู่ดี ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนด้วย ในใจก็ไม่อยากเชื่อไอ่เรื่องรักแรกพบอะไรเท่าไร เรื่องพรรค์นั้นน่ะมีแค่ในนิยายเท่านั้นแหละ

 

ปี๊น

 

เสียงแตรจากรถคันด้านหลังทำให้ยุนฮยองรู้สึกตัว พนันได้เลยว่าคนด้านหลังคงจะไม่รู้แน่ๆว่ารถคันที่นำตัวเองอยู่คือรถจากบ้านของเศรษฐีซง

            ชานอูขมวดคิ้วด้วยความขัดใจเล็กน้อยที่โดนบีบแตรไล่ เขาชะเง้อหน้าไปมองพร้อมกับบ่นอุบอิบเบาๆ ยุนฮยองจึงไม่ได้ยิน แต่ท่าทางนั้นก็ทำให้เขารู้สึกกลัวจนรีบเดินเข้าไปหา

ว่ากันว่าคนของบ้านนี้น่ากลัวกันทั้งนั้น ลูกชายของเศรษฐีซงคนหนึ่งเป็นนักเลงหัวไม้ด้วย ยุนฮยองไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไรเพราะเพิ่งจะย้ายมา ถึงจะเป็นคนเกาหลีก็เถอะ แค่รู้จักแต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้เขาระแวงไว้ก่อน เคยเห็นในละครมากมาย พวกคนรวยที่ชอบกดขี่คนจนๆน่ะมีเยอะจะตายไป

            “นี่ นายอย่าทำอะไรเขานะ”

            “หืม?”

            ชานอูหันกลับมามองแบบงงๆ แต่พอเขาเห็นว่ายุนฮยองเดินเข้ามาใกล้ที่ริมฝีปากก็กระตุกยิ้มแล้วรีบเปิดประตูรถให้ด้วยความรวดเร็ว

            “เข้ามาคุยกันในรถเถอะครับ เห็นไหมว่ามันทำให้รถติดแล้ว”

ยุนฮยองเม้มปากอย่างชั่งใจ เขาชะเง้อมองไปทางด้านหลัง คนขับคนอื่นๆเริ่มจะอารมณ์เสียแล้วที่มีรถมาจอดขวางเอาไว้อย่างนี้ แอบเห็นด้วยว่าสายตาที่มองมาเหมือนอยากจะไล่กันไปไกลๆ อารมณ์ประมาณ รีบๆขึ้นรถไปได้แล้วไอ้หนู อะไรทำนองนั้นเลย

            “นายจะพาพี่ไปไหน?”

            “พี่จะไปตลาดไม่ใช่เหรอ ผมจะไปส่งไง”

            ชานอูยักไหล่ ถือว่าเป็นโอกาสดีเพราะเขาเองก็ยังไม่อยากกลับบ้าน แล้วก็อยากลองไปเดินตลาดดูซักครั้ง เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคย

            “..แล้วนายต้องพากลับมาที่นี่นะ”

            “โธ่พี่ นี่คิดว่าผมจะลักพาตัวพี่รึไง?”

            ชานอูพูดแบบติดตลก

ยุนฮยองยืนคิดอยู่ซักพัก ไม่นานเสียงแตรทางด้านหลังก็ดังขึนอีก เป็นการบีบบังคับกลายๆว่าให้ขึ้นรถไปเสียที เพราะแบบนั้นยุนฮยองจึงต้องก้าวเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

            ประตูรถปิดลงพร้อมกับรอยยิ้มของเด็กหนุ่มที่ส่งมาให้

            รถค่อยๆเคลื่อนออกไป ชานอูมองด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะขยับเข้ามาใกล้

            “ผมไปส่งพี่ที่ตลาด พี่ต้องให้ค่าตอบแทนเป็นเบอร์พี่นะ”

            “หืม? ของแบบนั้นพี่ไม่มีหรอกนะ พี่ไม่–”

            “ถ้าไม่ให้ ผมจะไม่พาพี่กลับมาที่นี่อีกเลย”

!!!!

นั่นไงยุนฮยอง ไม่น่าหลงเชื่อลมปากของลูกเศรษฐีจอมเอาแต่ใจเลย!

           

GLUTTONY

 

ตลาด.. เป็นที่ที่คนอย่าง จอง ชานอู ไม่เคยเยื้องกรายเข้ามา

            ร่างสูงกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างพิจารณา พื้นที่เปียกแฉะนั้นทำให้เขาเผลอขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อพบว่ารองเท้าคู่ใจมีหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่เต็มไปหมด แล้วที่สำคัญน้ำมันก็เป็นสีดำด้วย

แน่นอนว่าสถานที่แปลกๆ และคับแคบแบบนี้สร้างความอึดอัดให้กับบุตรชายจากตระกูลใหญ่ได้ไม่น้อย

แล้วก็ทำให้ยุนฮยองรู้สึกแย่ด้วยเช่นกัน เขาเห็นชานอูขมวดคิ้วและทำหน้าอึนๆ อยู่หลายครั้ง ทุกย่างก้าวเกร็งไปหมด ดูก็รู้ว่าโคตรจะไม่ชอบสถานที่ชื้นๆ อย่างนี้เลย แต่พอหันไปมองอีกฝ่ายก็ยังส่งยิ้มมาให้แล้วทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น

เข้าใจดีเพราะถ้าเลือกได้ก็คงไม่มีใครชอบมาในที่แบบนี้หรอก แต่ทำไงได้.. ป้าเขาอยากได้เนื้อปลานี่นา บอกให้รออยู่ในรถก็ไม่เชื่อ ชานอูดึงดันที่จะเดินตามมาให้ได้ เขาเองก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง เอาจริงๆ ก็ไม่กล้านั่นแหละ

“โอเครึเปล่าอะ?”

“หือ ผมเหรอ?”

“อื้อ นายทำหน้าไม่โอเคเลย กลับไปรอที่รถก็ได้นะ”

ยุนฮยองบอกตามตรงในขณะที่กำลังเลือกเนื้อปลา เขาหันไปมองด้านหลังเมื่อเห็นว่าชานอูไม่ได้พูดอะไรออกมาต่อ เอาแต่จ้องพวกสัตว์ที่อยู่ในกะละมังด้วยแววตาตื่นๆ

“เฮ้..”

มือบางส่งไปโบกตรงหน้าเพื่อให้ชานอูรู้สึกตัว

“ห..หืม หืม? ว่าไงครับ?”

“นายโอเครึเปล่า?”

“ก็.. โอเคนะ ผมแค่แปลกใจที่เห็นว่ามีของแบบนี้ขายด้วย”

ชานอูตอบทั้งๆ ที่สายตายังจ้องอยู่ในกะละมังใบใหญ่ ยุนฮยองหันไปมองตามก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะมันคือ กบ

ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคอแบบหวาดหวั่นเมื่อสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ กระโดดไปมา แถมในตอนที่แม่ค้าล้วงมือเข้าไปจับมันออกมา – ด้วยมือเปล่า สองขาก็ถอยกรูดไปด้านหลังแบบหวาดๆ

            “กลัวเหรอ?”

            อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว ยุนฮยองลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้คนที่อยู่ข้างกายคือลูกชายของเศรษฐีซง เพราะท่าทีที่เห็นนั้นทำให้เขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเด็กธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่เคยออกมาเผชิญโลกกว้างเท่านั้น

            “หือ ผมเหรอกลัว?”

            “อื้อ นายทำหน้าเหมือนกลัวเลย ไม่เคยเห็น?”

            “เอาตรงๆ ก็ไม่นะ ถามจริง.. ไอ้กบนี่มันกินได้เหรอ?”

            ชานอูทำหน้าแหยงๆ สายตามองตามไปยังมือของแม่ค้า แล้วในตอนที่หล่อนชำแหละกบเด็กหนุ่มก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก

มันช่างเป็นท่าทีที่ตลก ยุนฮยองเผลอยกมือขึ้นมาปิดปากแล้วหัวเราะอย่างลืมตัว ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าชานอูเองก็หันมามองเขาเหมือนกัน

            “ขอโทษที แต่นายตลกจริงๆ นี่”

            “ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมชอบให้พี่หัวเราะแบบเมื่อกี้ น่ารักดี”

            ชานอูตอบยิ้มๆ แต่เพียงแค่นั้นสองข้างแก้มของยุนฮยองก็ร้อนวูบ

เขารีบก้มหน้าก้มตาหลบด้วยความรวดเร็ว ยุนฮยองทำตัวไม่ถูกเพราะโดนชมตรงๆ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเพราะยังรับรู้ได้ว่าชานอูมองอยู่ตลอดๆ

            ยุนฮยองเลือกปลาแบบผิดๆ ถูกๆ ความรนทำให้เขาเลือกเอาตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดส่งไปให้แม่ค้า ถ้าวันนี้ได้ปลาไม่สดก็คงต้องโทษชานอูแต่เพียงผู้เดียวเลยจริงๆ

พอเสร็จจากการซื้อปลาก็ต้องเดินไปยังที่ที่เขาขายผักต่อ โชคดีที่ตรงนี้พื้นมันไม่เปียกเหมือนเมื่อกี้แล้วจึงไม่เป็นปัญหาแก่ลูกคุณหนูอย่างชานอูสักเท่าไหร่

            ชานอูล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงในขณะที่เดินตาม ระหว่างนั้นก็ได้รับสายตาจากคนรอบข้างอยู่ตลอดๆ บางคนที่เดินผ่านไปถึงกับเหลียวหลังมามองอีกที ยกมือปิดปากบ้าง ขยี้ตาราวกับไม่อยากเชื่อบ้าง เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องปกติ

การที่เด็กนักเรียนของโรงเรียนซงจะมาเดินในที่แบบนี้มันถือเป็นเรื่องแปลก แล้วนี่ยิ่งลูกเจ้าของโรงเรียนด้วย..

            “ปกติพี่มาซื้อของในที่แบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”

            ชานอูถามด้วยความแปลกใจ

กายสูงเดินเข้ามาใกล้แล้วจ้องมองผักบนแผงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ส่วนแม่ค้านั่นเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว

            ชานอูน่ะค่อนข้างฮอตเลยล่ะ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบางคนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป แม่ค้าตอนแรกที่อึ้งๆก็พากันยกยิ้มแล้ว พวกเขาคงคิดว่าลูกชายของเศรษฐีมาเยือนตลาดคงจะเป็นสิ่งที่ดี คนเกาหลีน่ะรัก ซง อิลกุก – พ่อของชานอู กันทั้งนั้นแหละ

            “ก็ใช่นะ..ทำไมเหรอ?”

            “แปลกดี ร้อนด้วยที่นี่ พี่ไม่ร้อนเหรอ?”

            ชานอูถามต่อ เขาใช้มือคลายเน็กไทที่ผูกอยู่ตรงคอก่อนจะถอดสูทของโรงเรียนซงออกแล้วเอาพาดไว้บนไหล่

การกระทำนั้นทำให้ยุนฮยองขำออกมาอีกครั้ง ชานอูไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่หันมามอง พวกเขาทำเพียงแค่มองเฉยๆ ไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยด้วย ดูเหมือนว่าผักและกับข้าวที่วางเรียงรายกันอยู่จะเรียกความสนใจจากชานอูได้มากกว่าซะอีก

            “ชินแล้วล่ะ ปกตินายอยู่แต่ห้องแอร์น่ะสิ”

            ยุนฮยองพูดขำๆ ในขณะที่เลือกผักตามลิสต์ที่ป้าจดให้

ชานอูเองก็พยักหน้าลงแล้วเล่าว่าเคยไปซื้อของทำครัวกับแม่บ้านหลายครั้ง ซื้อที่ห้างตลอดแถมทุกอย่างยังถูกแพคเอาไว้ในห่อพลาสติกอย่างดี ไม่ได้วางไปเรื่อยเหมือนอย่างที่เห็น ส่วนเนื้อปลาก็วางเอาไว้บนน้ำแข็งแล้วถูกจัดแต่งอย่างสวยงามด้วย

เอาจริงๆ แบบนี้ดูไม่สะอาดเท่าไร ชานอูบอกว่าเป็นห่วงยุนฮยองด้วยเพราะกินของแบบนี้เดี๋ยวอาจจะท้องเสียก็ได้

ยุนฮยองหัวเราะให้กับความซื่อที่พูดออกมาตรงๆ เขาพอจะนึกออกเพราะเขาก็เคยไปห้างเหมือนกัน แต่ไม่เคยได้มีโอกาสทานวัตถุดิบจากที่นั่นเพราะราคามันสูงกว่าที่ตลาดหลายเท่า

ทั้งสองคนเดินซื้อของไปเรื่อยๆ จนครบตามลิสต์ ระหว่างนั้นชานอูก็พูดจ้อไม่หยุด เหมือนว่าในหัวมีแต่คำถามเพราะเพิ่งเคยได้มาในสถานที่แปลกใหม่อย่างนี้

พอชานอูเห็นว่าเขาเลือกซื้อของเพียงเล็กน้อยก็ทำหน้าตกใจ ถามว่าแค่นี้กินอิ่มได้ยังไง พร้อมกับเล่าด้วยว่าเวลาแม่บ้านของเขาซื้อของไปทำครัวทีนึงแทบจะกวาดไปทั้งแผง อย่างตอนนั้นก็ซื้อปลา 20 กว่าตัว เป็นเพราะอยู่ในครอบครัวใหญ่

            “นายน่าอิจฉานะ พี่เคยต้องอดข้าวเย็นเพราะว่าไม่มีเงินซื้อข้าวด้วยแหละ”

ยุนฮยองตัดสินใจเล่าให้ฟังในระหว่างที่เดินกลับไปยังรถ เพียงแค่นั้นตาทั้งสองข้างของชานอูก็เบิกกว้างขึ้น

            “โห..อดข้าวเย็นเหรอ ผมก็เคยอดนะ แต่มีขนมให้กินอะเลยไม่หิว”

            “กินขนมมากๆ ไม่ดีนะ ยังไงข้าวก็มีประโยชน์กว่า”

ชานอูเคยบอกเขาแล้วว่าไม่ค่อยชอบทานข้าวเพราะขนมอร่อยกว่า ว่าแล้วก็หยิบอมยิ้มออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งมันเข้าปาก ยุนฮยองถึงกับส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู จะว่าไปแล้วชีวิตแบบนี้น่าอิจฉาจริงๆ

            ตั้งแต่จำความได้เขาเคยกินขนมเพียงไม่กี่ครั้งเอง เพราะพ่อมักจะย้ำอยู่เสมอว่ามันไม่มีประโยชน์ เก็บเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า ถึงโตขึ้นมาแล้วจะมีเงินพอซื้อมากินแต่ยุนฮยองก็เลือกที่จะเก็บเงินไว้อยู่ดี การที่ไม่ได้กินตั้งแต่เด็กทำให้เขาไม่ชอบไปเลย แค่นี้ก็รู้แล้วว่าวิถีชีวิตของเราต่างกันมากแค่ไหน

            “ขอบคุณนะที่มาส่ง”

            ยุนฮยองยิ้มให้ในขณะที่ลงจากรถไปแล้ว ส่วนชานอูก็เลื่อนกระจกลงแล้วเขยิบมาใกล้ เอาคางเท้าไว้ตรงขอบประตูรถในขณะที่มอง

            “พี่จะไม่ให้เบอร์ผมจริงดิ?”

            กะแล้วว่าต้องถามเรื่องนี้..

ยุนฮยองถอนหายใจยาว เมื่อกี้ในรถชานอูก็ถามไปทีนึง เขาก็บอกไปแล้วว่าไม่มีโทรศัพท์ แต่ชานอูก็ทำหน้าไม่เชื่อ บอกอีกว่าสมัยนี้ใครจะไม่มีโทรศัพท์บ้างล่ะ

            เอาเข้าไปสิ สำหรับเขาแล้วโทรศัพท์มันไม่ใช่ถูกๆนะ ถึงจะเครื่องละสองสามพันที่เอาไว้โทรเข้าโทรออกเฉยๆ ก็ไม่อยากซื้อมาเพราะปกติไม่ได้คุยกับใคร เงินสำคัญกว่า ไหนจะค่ารักษาตัวป้าอีก

            “พี่ไม่ได้โกหกนะ พี่ไม่มีจริงๆ”

            คราวนี้ชานอูถอนหายใจบ้าง ยังไงเขาก็ไม่เชื่ออยู่ดีนั่นแหละ แต่เพราะเจอกันครั้งแรกเลยไม่อยากตื๊อ เดี๋ยวยุนฮยองจะรำคาญกันเปล่าๆ

            “ถ้าอย่างนั้นไว้ผมมาหาใหม่นะ”

ยุนฮยองกำลังจะค้านแต่ชานอูก็ปิดกระจกรถเสียก่อน เขาได้แต่ยืนเก้ออยู่หน้าร้านในขณะที่รถคันใหญ่แล่นออกไปแล้ว ยุนฮยองยกมือขึ้นมาเกาแก้ม นี่ยังจะมาหากันอีกเหรอ? ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมชานอูถึงได้เข้าหากันขนาดนี้ คนแบบนั้นน่าจะอยู่ในสังคมดีๆ เจอแต่คนดีๆ คนอย่างเขาไม่เห็นมีอะไรน่าให้ความสนใจเลย

คงล้อเล่นล่ะมั้ง

“ใครมาส่งน่ะ รถยนต์ซะด้วย”

ยุนฮยองเดินกลับเข้ามาในร้านเห็นป้ามองมาด้วยสายตาจับผิด เขาวางของทั้งหมดเอาไว้บนโต๊ะแล้วยิ้มแหยๆ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนจะรีบเดินหนีขึ้นชั้นบนแล้วอ้างว่าร้อน จะไปอาบน้ำ

            เรื่องของชานอูน่ะ.. ให้ป้ารู้คงไม่ดีหรอก

.

.

.

 

ชานอูเอนหลังพิงกับเบาะรถแล้วหลับตาลง

พอแยกกับยุนฮยองแล้วเขาก็รู้สึกหมองๆ ในใจอีกครั้ง เป็นเพราะลึกๆ ยังเครียดเกี่ยวกับเรื่องของยูคยอมแล้วก็ฮันบินไม่หาย นี่ยังนึกไม่ออกว่าถ้ากลับไปบ้านต้องเจอพี่จีวอนเขาควรจะทำหน้ายังไง

            ไม่รู้ว่าพี่ชายรู้รึยัง ถ้ายังไม่รู้ก็ดีเพราะเขาไม่อยากทะเลาะกับพี่ชายคนใดในบ้าน แต่ละคนไม่น่ามีปัญหาด้วยทั้งนั้น มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่คนเป็นน้องจะรู้สึกกดดันเวลาโดนพี่ชายดุหรือด่า ยิ่งเขาเป็นน้องคนสุดท้องแล้วก็ไม่ได้มีนิสัยไม่สนโลกแบบจุนฮเวด้วย

            มันน่าหนักใจจริงๆ

เมื่อกี้ตอนอยู่กับยุนฮยองเขารู้สึกสนุกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รอยยิ้มที่ยุนฮยองส่งมาให้เหมือนกับของแม่ไม่มีผิด จะไม่เถียงถ้าหลายคนบอกว่าเขาเป็นเด็กขาดความอบอุ่นเพราะมันก็เป็นความจริง ตอนนี้เขาไม่อยากกลับบ้านด้วยซ้ำไป

            ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มครึ้มๆ แล้ว โชคดีที่พ่อไม่ได้มีกฎว่าให้กลับบ้านเร็ว เพราะพ่อมีงานอยู่ในมือล้นหลามบางครั้งก็ไม่ได้กลับบ้าน ส่วนบางคืนก็ต้องไปนอนกับเมียคนที่สองที่สาม เพราะฉะนั้นอาหารเย็นก็ต่างคนต่างทาน มีแค่ตอนเช้านั่นแหละที่ต้องอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า – แต่ถ้าวันไหนพ่อไม่กลับมาก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปโรงเรียน

            มันพูดยาก ครอบครัวของเขาไม่ได้อบอุ่นแล้วก็ไม่ได้น่าอิจฉาเลยสักนิด

            ชานอูถอนหายใจยาวๆ เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วพบคฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้า คนขับรถลงมาเปิดประตูให้ เขาเห็นสปอร์ตไบค์ของจุนฮเวจอดอยู่ก่อนนั้นแล้ว รถของพี่มาร์คก็ด้วย แปลว่าทุกคนคงจะกลับมากันหมดแล้วสินะ

            “หายหัวไปไหนมา”

            ก่อนที่สองขาจะต้องหยุดชะงักเมื่อกำลังจะเดินขึ้นไปบนบ้านแล้วได้ยินเสียงของใครบางคน

ชานอูหันไปมอง เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอไปเมื่อเห็นว่าคนที่เรียกนั้นคือพี่ชายคนที่ห้า สายตาที่มองมาบ่งบอกถึงความไม่พอใจ ชานอูเสียวสันหลังวาบ รู้สึกได้ว่ากำลังจะโดนหาเรื่อง

            เหมือนว่าจีวอนจะรู้เรื่องของยูคยอมกับพี่ฮันบินซะแล้ว..

            



talk

เอาไป100เปอร์เต็มๆเลยเพราะไม่รู้จะตัดตรงไหน ฮาา
ระยะเวลาในเรื่องคาบเกี่ยวกับอีก 6 บาปที่เหลือนะคะ อย่าลืมตามอ่านให้ครบน้าจะได้เข้าใจ
มีคำผิดทักได้ค่ะ งงตรงไหนก็ถามได้
ติดแท็ก #พี่ยุนน่ากิน นะคะ
ฝากเมนท์ด้วยยย
^^

 


M
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1223 jun de (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 06:03
    สงสารนุ้งมามะแม่ให้แม่กอด
    #1,223
    0
  2. #1155 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:52
    แอบสงสารชานอูนะ คือแลดูปกติที่สุดในบ้านแล้ว 555555 ไม่มีพี่ที่สนิท เพื่อนก็มีไม่มาก ดูน่าสงสาร ทั้งที่ก็เป็นเด็กชายคนนึงเท่านั้น //ชีวิตพี่ยุนก็ดราม่ามากกก อยากให้ทั้งคู่เติมเต็มกันและกัน อิ 
    #1,155
    0
  3. #978 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 23:25
    แต่งดีจังค่ะ ชอบการบรรยาย สงสารคู่นี้แฮะ สองคนนี้คือแบบมีเรื่องที่ทุกข์ใจทั้งคู่แต่เลือกเก็บมันไส้แล้วยิ้มให้คนอื่นสบายใจ คนดีทั้งคู่อ่ะ คือทั้งบรรดาพี่น้องแล้วคิดว่าชานอูกับมินโฮเป็นคนดีที่สุดแล้ว (ชานอูปกติที่สุดแล้ว)
    #978
    0
  4. #897 9nawKIHAE (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 19:29
    โฮ ยุนฮยองจนซะ ชานอูเหมือนเทวดามาโปรดเลยง่ะ ฮือออ
    #897
    0
  5. #849 gxisimp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:07
    ชอบอ่ะฮรือพี่ยุนน่าสงสารมากเลย TTvTT
    #849
    0
  6. #767 HoneyBabby (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:56
    ชนูนิสัยน่ารักอ้ะ 5555 น่าดูเอ็น ชอบกินขนม ติดแม่ เหมือนจะหัวอ่อน ยุนชานรึป่าว 5555
    #767
    0
  7. #752 hhamneww (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:42
    ชานอูดูเป็นเด็กน่ารักมากเลยอะ แงงงง เด็กขี้สงสัย ถามพี่ทุกอย่างเหมือนเจ้าหนูจำไม ฮือออ
    #752
    0
  8. #748 ( ̄ˇ ̄)♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:44
    อยู่กับพี่แล้วน้องดูเป็นเด็กขี้สงสัยน่ารักมากเลยนะ ฮื่อออ

    #748
    0
  9. #607 ba-na-na (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 20:48
    พี่ยุนชีวิตนี้โครตจะสู้ชีวิตเลย แต่น่ารักอ่ะ อยากได้ๆๆ
    #607
    0
  10. #522 ๋Sai J. Park (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 23:58
    พี่ยุนต๋าาาา ชีวิตหนูรันทดไปมั้ย รีบๆรักกับชนูนะ ชนูมีเสน่ห์เหลือเกิน อร้อยยยยยยยย เขินแทน >/////<
    #522
    0
  11. #507 Mo_mo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 19:25
    โอ้โห น้องหมีออกตัวแรงมาก พี่ยุนน่ารักอ่ะ ฮื่อออ ถ้าคบกันต้องน่ารักมากแน่ๆเลย>< จีวอนอย่าว่าน้องสิ
    #507
    0
  12. #405 Teinxoa Sp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 12:51
    ชานอูววววววว
    #405
    0
  13. #375 mapranglism- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 19:45
    กลัวจีวอน T____T
    #375
    0
  14. #300 withbj (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 10:18
    ชานยุนออกตัวแรงมาก อยากโดนชานยุนจีบแบบนี้บ้าง5555
    #300
    0
  15. #271 Plastic-bag (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 01:24
    น่ารักกกกกกกก~ ชานยุน >0< ชานติดแม่ด้วยง่ะ น่ารักกก~ ชานดูเด็กน้อยมากอะ5555
    #271
    0
  16. #269 KuKooKuk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 00:29
    ตอนแรกคิดว่าชนูจะมาแนว... จ้ำม่ำ มึนๆ ใสๆ ขี้แย ติดขนมแบบกินคำละฝ่ามือไรเงี้ย 555~ แต่ชอบชนูแบบนี้นะ พูดตรง ดูเป็นผู้ใหญ่และอบอุ่นดี ชนูนี่รุกหนักดีนะ ให้ความรู้สึกว่าชนูใสๆไม่มีจริงอ่ะ พี่ยุนนี่คู่ควรแกการจับฟัดดีแท้ ฮรึ๋ย~ มัจ่าร้า~~ก >0<)
    #269
    0
  17. #243 2023listen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 08:33
    ชานอูน่าร้ากกกก ยิ่งอยู่กับคนพี่นะ ง่อวววฟินนน ลูกคุณหนูก็งี้ แต่มีพี่ยุนไม่ต้องกลัวน้าา ><
    #243
    0
  18. #239 -NaT- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 22:35
    ชานอูน่าร้ากกกกกก
    #239
    0
  19. #160 vaxxhan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 16:48
    โง้ยยยยยยยยย -/////- ชานอูจ๋าาาาาา มาเป็นของเราเถอะ เรามีโทรศัพท์นะ ง่อวววววว
    #160
    0
  20. #156 ChindyL97 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2558 / 09:48
    อยากบอกคิมบับให้หยุด แล้วคุณหนูคนเล็กรีบวิ่งขึ้นห้องไปเลย แต่คงทำไม่ได้ โอ้ยยยย สงสารชนู -0- ไอ้เด็กอ้วนจะผอมก็เพราะมีพี่อย่างคิมบับนี่แหล่ะ
    #156
    0
  21. #121 zmgebob (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 02:01
    สงสารชานอูที่สุเพราะดูเป็นคนนิสัยดีสุดในครอบครัวนี้ล่ะ
    #121
    0
  22. #119 MiMi. . ♔ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2558 / 20:48
    งือออ น่ารักมาอ่ะคู่นี้ ตอนตอนต่อไปชานอูจะโดนต่อยแล้ว พี่บ๊อบใจร้าย T-T พี่ยุนช่วยดูแลน้องชานด้วยนะคะ อัพต่อเร็วๆนะคะไรท์ ^-^
    #119
    0
  23. #117 Yayu'BG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 04:14
    โอ๊ยยยยยยย จะเกิดอะไรขึ้นนนนนน
    #117
    0
  24. #116 'พีเค. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2558 / 22:32
    ฮืออออ ชนูตั่ลล๊าคคคคค ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้โคตรละมุนเลยแง้ 

    แต่จะว่าไป..

    พี่ยุนน่ากินจริงๆด้วย แต่ชนูน่ากินกว่า 555555555555555555555

    #116
    0
  25. #115 mclub (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 12:24
    จีวอนอ่า ไปเอาฮบ.กลับมาให้ได้นะ 

    555555

    #เดี๋ยวๆนี่มันตอนของน้องปลาตาโตชานอูนะ



    55555 สงสัยอัไรต์ น้องชานเมะ????? คือพี่ยุนเคะ?????

    สลับกันดีกว่าม้ายยย 5555
    #115
    0