( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 16 : chapter thirteen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    20 ก.พ. 59


7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 13

 

 

ท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนจากสีครามกลายมาเป็นสีส้ม ก่อนที่แสงจะสว่างมากขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ค่อยๆเลื่อนไปข้างหน้า

            ยุนฮยองตื่นนานแล้ว หากแต่คนข้างกายของเขายังไม่ได้สติ ตาเรียวจ้องมองอยู่ที่เสี้ยวหน้าอันแสนจะสมบูรณ์แบบนั้นเงียบๆ อยู่ตั้งแต่เขาตื่นมา ทั้งคู่นอนตะแคงเข้าหากัน แขนแกร่งของชานอูยังคงวางพาดอยู่ที่กลางลำตัวของเขาไม่ปล่อย ร่างสูงกอดเขาเอาไว้ตั้งแต่เสร็จกิจกรรมคู่รักเมื่อคืน

            หลังจากที่ตกเป็นของชานอูรอบแรกแล้ว มันก็เกิดขึ้นอีกหลายครั้งจนเขาแทบขาดใจ

            แต่ถึงอย่างนั้น.. ทุกครั้งที่เกิดขึ้นมันก็เต็มไปด้วยความสุขจนลืมเสียสนิทว่ามีภาระอะไรต้องรับผิดชอบอยู่ภายหลัง

ยุนฮยองตื่นขึ้นมานอนคิดเรื่องป้า เขาทบทวนคำพูดของชานอูอยู่หลายครั้ง พร้อมทั้งถามตัวเองว่าควรจะทิ้งคนที่เลี้ยงดูเราจนเติบใหญ่ขนาดนี้ไปจริงๆน่ะเหรอ?

            คำพูดของชานอูน่ะเป็นความจริง เขาก็เห็นด้วยว่าถ้าอยู่ด้วยกันแล้วจะทำให้รู้สึกเกลียด ขออยู่ห่างๆ แต่เป็นห่วงกันตลอดเวลาน่าจะดีกว่า แต่ก็นะ..

            อดห่วงไม่ได้อยู่ดี ป้าเขามีโรคประจำตัวด้วย แน่นอนว่าเขาไม่สามารถปล่อยให้ป้าอยู่คนเดียวได้หรอก แม้ว่าป้าจะร้ายกาจมากแค่ไหนก็ตามแต่ข้อเท็จจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือนอกจากป้า.. เขาก็ไม่เหลือใครที่จะใช้คำว่า ครอบครัว ด้วยได้อีกแล้ว

เอาจริงๆมันก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเลยนะ ต้องคิดให้รอบคอบ การที่เขาจะไปเริ่มชีวิตใหม่กับชานอูมันเป็นอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าในอนาคตจะเป็นยังไงต่อไป

            มันจะดีหรือจะร้ายนะ..

            ชีวิตของเขาเจอเรื่องร้ายมามากพอแล้ว จากนี้ไปขอให้มีแต่อะไรดีๆจะได้รึเปล่า?

            “ทำไมตื่นแล้วไม่เรียกผมล่ะครับหืม?”

กายบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงของคนคุ้นเคยดังเข้ามาในหู ยุนฮยองรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะยิ้มแห้งๆให้กับชานอูเพราะไม่รู้ว่าตัวเองใจลอยขนาดนี้ ถึงขนาดที่ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายลืมตาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร

            “พี่ไม่อยากรบกวนน่ะ”

ความจริงถูกเอ่ยออกไป ก่อนที่แขนแกร่งของอีกฝ่ายจะรั้งเอวของเขาให้เข้าไปใกล้มากขึ้นแล้วทำการกอดเอาไว้

            อ่า.. แบบนี้ยิ่งทำให้เขารักชานอูมากขึ้นจนแทบจะถอนตัวไม่ได้ เพียงอ้อมกอดที่อบอุ่นโอบกอดรอบกายเอาไว้ก็ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากจะห่างกันอีกต่อไปแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมามันทรมานมากจริงๆ

            “กำลังคิดอะไรอยู่ครับ? ทำหน้าเครียดเชียว”

            ชานอูถามพลางใช้มือลูบไปตามกลุ่มผมนิ่มก่อนจะจูบลงไปยังหน้าผากเบาๆ อย่างหมายจะให้คนข้างๆ ได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียด

            “ก็นิดหน่อย”

            “เรื่องป้าสินะ?”

ร่างเล็กเงยขึ้นไปมองแล้วพยักหน้าลง ก่อนจะกดใบหน้าซุกเข้ากับแผงอกแกร่งของอีกฝ่ายเหมือนเก่าแล้วถอนหายใจ

            “ไม่ได้เปลี่ยนใจจะไม่ไปอยู่กับผมใช่มั้ยครับ?”

            “ไม่นะ ไม่ใช่”

            ยุนฮยองส่ายหน้าอีกครั้งด้วยความร้อนรน เขาไม่อยากให้ชานอูต้องมากังวลเพิ่มมากขึ้น ยังไงซะ.. เรื่องที่จะไปอยู่ด้วยกันก็ไม่เคยออกไปจากใจของเขาเลย มันเป็นความหวังสูงสุดด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กำลังคิดว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี

            “ถ้าพี่แยกร่างได้ก็คงดี”

ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความงงงวยในตอนแรก ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆแล้วโยกหัวของยุนฮยองด้วยความเอ็นดู

            “อะไรครับ พูดเป็นเด็กไปได้”

            “นายนั่นแหละที่โตเกินไป บางทีพี่รู้สึกว่าพี่เด็กกว่านายอีกนะ”

            “เพราะผมโดนเลี้ยงดูมาแบบให้เป็นผู้ใหญ่มั้งครับ ว่าแต่พี่จะแยกร่างทำไมหืม?”

ยุนฮยองถอนหายใจออกมาอีกครั้งพอคิดได้ดังนั้น ก่อนที่ใบหน้าเนียนจะเจื่อนไปเพราะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองหวังมันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้หรอก

            “พี่กลัวไม่มีคนดูแลป้าน่ะ ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากไปอยู่กับนายนะ.. แต่ป้า.. คือถึงเขาจะร้าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเลย พี่คงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตถ้าทิ้งแกไว้คนเดียว”

ก่อนที่กายบางจะต้องชะงักไปเมื่อจู่ๆมือหนาก็ส่งมาไล้ตรงบริเวณข้างแก้ม ปลายนิ้วของชานอูแตะลงบนรอยแผลขนาดใหญ่ที่อยู่บนหน้านั้นอย่างพอดิบพอดี ก่อนจะไล้ไปตามความยาวของมันแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ          

            “ผมดีใจนะครับที่พี่เป็นคนกตัญญูขนาดนี้ แต่พอเห็นรอยแผลนี่ผมก็คิดว่าผมปล่อยให้พี่อยู่คนเดียวไม่ได้”

            “มันพูดยากจัง ถ้าถามว่าพี่อยากอยู่กับป้ามั้ยก็คือไม่อยากหรอก แต่มันเป็นเพราะหน้าที่รึเปล่า ความเป็นหลานน่ะ.. บางทีเราก็ต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบถ้ามันคือหน้าที่”

            “ถ้าอย่างนั้นผมจ้างพยาบาลคนนึงให้มาดูแลป้าพี่ดีมั้ยครับ? แต่เดี๋ยวก่อนนะ ตอนนี้พี่พักอยู่ที่ไหนน่ะ ต้องปรับปรุงบ้านด้วยรึเปล่า?”

ชานอูถามด้วยสีหน้าครุ่นคิด ผิดกับยุนฮยองที่รีบส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะแค่นี้สิ่งที่ร่างสูงให้กับเขามันก็มากจนเกินไปแล้ว

            “ไม่ดีหรอก คือพี่ไม่อยากรบกวนขนาดนั้น บ้านที่ป้าอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ลำบากอะไรแล้วล่ะ ส่วนเรื่องจ้างพยาบาล..”

            ยุนฮยองเว้นจังหวะก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกหน ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเกาะชานอูกินเลย ไม่ว่าอะไรดีๆอีกฝ่ายก็สรรหามาให้เขาได้หมด ในทางกลับกันเขาไม่อาจจะให้อะไรตอบแทนได้เลยสักนิด มันแย่จริงๆ

            “พี่รบกวนนายอีกแล้ว..”

            “อย่าคิดอย่างนั้นสิครับ แม่ผมสอนว่าเงินทองเป็นของนอกกาย ถ้าเป็นใครลำบากกว่าเราก็ควรจะช่วยไว้ แล้วนี่พี่เป็นคนที่ผมรักนะ ทำไมผมจะช่วยพี่ไม่ได้ล่ะจริงมั้ย?”

มือหนาบีบปลายจมูกของร่างเล็กเบาๆ ก่อนจะหัวเราะเพื่อให้ความเครียดนั้นคลายลง ยุนฮยองเป็นคนคิดมากแล้วก็ขี้เกรงใจเรื่องนี้เขารู้ดี เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องปลอบกันจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้นนั่นแหละ

            “แย่เนอะ พี่ต้องพึ่งนายหมดทุกอย่างเลยอะ คนอื่นจะมองไม่ดีรึเปล่า?”

            “ช่างเขาสิครับ สิ่งเดียวที่พี่ควรจะแคร์ก็คือผมคนนี้นะเข้าใจมั้ย?”

            “อ๊ะ.. เดี๋ยวก่อนสิ”

แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อร่างเล็กก็ต้องร้องเสียงหลง เมื่อจู่ๆคนที่นอนกอดเขาไว้เมื่อครู่กลับจับแขนเอาไว้แล้วพลิกกายขึ้นมาคร่อมแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

            ยุนฮยองหน้าตาตื่นยามที่เห็นคุณหนูคนเล็กของตระกูลใหญ่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ชานอูหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะก้มลงมาฟัดที่แก้มเขาแรงๆจนต้องหลับตาปี๋แล้วเอียงหน้าหนี

            “เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว..”

            “ผมหิวข้าว”

            “ก..ก็ไปกินข้าวสิ อื้อ..อย่านะ”

            เชื่อไหมว่าตั้งแต่เมื่อคืนเขาพูดคำว่า อย่า ไปมากกว่าสิบครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลอะไรกับคนที่ดื้ออย่างชานอูเลยซักนิด ไม่ว่าครั้งไหนก็จบลงที่ต้องยอมทุกที

            อะไรจะกินเยอะขนาดนี้ก็ไม่รู้เด็กคนนี้! L

 

GLUTTONY

 

            “ทำไมถึงกลับก่อนล่ะ นายไม่ต้องอยู่ทำกิจกรรมที่นี่หรอกเหรอ?”

            “ไม่ครับ ทีแรกผมกะจะไม่มาที่นี่อยู่แล้ว แต่ที่ต้องมาก็เพราะ...”

            ชานอูเว้นจังหวะไปในตอนที่กำลังเล่า สายตาของเขามีความเครียดแฝงอยู่แวบหนึ่งก่อนจะรีบไล่มันออกไปให้พ้นๆแล้วส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับยุนฮยองเหมือนเก่า

            “ช่างมันเถอะครับ ผมต้องมาทำธุระให้พ่อน่ะ แต่ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญแล้วเพราะพี่สำคัญที่สุด”

            มือหนาหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบก่อนจะยกยิ้มให้กับอีกฝ่าย โชคดีที่ยุนฮยองไม่ถามอะไรต่อ เพราะเอาจริงๆ เขาก็คิดว่ายังไม่ควรที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

แม้ว่าความจริงแล้วจะยังวางใจไม่ได้สนิทเกี่ยวกับเรื่องของยูคยอม ถามว่าเขาเป็นห่วงมั้ย แน่นอนว่าก็ต้องห่วงอยู่แล้ว ถามว่าเขาอยากจะช่วยเพื่อนมั้ย ก็แน่นอนว่าต้องอยากช่วยอย่างเต็มที่ แต่ดูเหมือนว่าทางยูคยอมจะไม่เอาอะไรทั้งนั้น มันทำให้เสียความรู้สึกอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน อีกฝ่ายไม่แคร์ความเป็นเพื่อนที่มีด้วยกันเลยสักนิด เพราะฉะนั้นก็คงจะทำอะไรไม่ได้

            ถ้าอะไรจำใจต้องตัด.. มันก็ต้องตัด แม้จะน่าเสียดายแค่ไหนแต่ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งมันต่อไป

ขอบคุณคนบนฟ้าจริงๆที่ช่วยให้เขาได้เจอกับยุนฮยองในตอนนี้ ถ้าไม่อย่างนั้นอาจจะเครียดมากๆจนหาทางออกไม่ได้ก็ได้ การที่เพื่อนสนิทดันมามีปัญหากับพี่ชายก็ว่าน่าปวดหัวอยู่แล้ว แต่นี่พ่อเขาเข้ามาเอี่ยวด้วย..

            เอาเป็นว่าปล่อยให้เรื่องทั้งหมดเป็นไปตามชะตากรรมของยูคยอมมันก็แล้วกัน

            “ผมไม่อยากให้พี่มีปัญหากับป้า เพราะฉะนั้นพี่ไม่ต้องกลับไปเอาของนะครับ”

            “ทำเหมือนเราเป็นนักโทษเลย จะหนีไปในที่ๆไม่มีคนรู้จัก”

            ชานอูหัวเราะพอได้ยินดังนั้น ก่อนจะจับมือเล็กเอาไว้แล้วมองด้วยสายตาที่จริงจังมากกว่าเดิม

            “เราจะหนีจริงๆครับ แต่ต่างกันนิดหน่อยตรงที่หลังจากนี้คนจะรู้จักพี่มากขึ้น.. ในฐานะแฟนของผม”

            ประโยคสุดท้ายร่างสูงโน้มหน้าเข้าไปกระซิบอย่างแผ่วเบาที่ตรงข้างหู ทำเอาคนฟังถึงกับหน้าร้อนผ่าวได้อย่างง่ายดาย ยุนฮยองเม้มปากกลั้นยิ้มเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยพึมพำเบาๆว่า บ้า เรียกให้คนที่ยืนข้างๆหัวเราะออกมาเช่นกัน

            “ส่วนเรื่องป้าของพี่ เดี๋ยวเย็นวันนี้พยาบาลพิเศษจะเข้าไปแนะนำตัวให้รู้จักเองนะครับ สงสัยเราต้องรอให้เขาคิดได้สักพักแล้วค่อยเปิดใจคุยกัน เพราะถ้าคุยกันในตอนที่ยังอคติอยู่คงจะไม่มีอะไรดีขึ้น”

            “พี่ก็คิดแบบนั้นแหละ..”

ยุนฮยองถอนหายใจออกมา แต่นั่นกลับทำให้มือหนาที่กุมมือของเขาอยู่ในตอนแรกกลับกระชับแน่นมากยิ่งขึ้น ก่อนที่เด็กหนุ่มจะดึงขึ้นมาประทับจูบอย่างแผ่วเบาเพื่อเสริมความมั่นใจว่านี่คือทางเดินที่ไม่ผิดแน่ๆ

            “พร้อมจะไปกับผมรึยังครับ?”

ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอีกเฮือกเพื่อตั้งสติ ถ้าตอนนี้เป็นการ์ตูนคงจะเปรียบเหมือนมีประตูบานใหญ่ที่จะพลิกชีวิตทั้งใบรออยู่ตรงหน้า เขาคงต้องเชื่อใจคนที่กุมมือไว้แล้วค่อยๆก้าวไปด้วยกัน แม้จะยังไม่รู้อนาคตแต่ก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้วล่ะ

            “พร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมอีกล่ะ”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นเด็กหนุ่มก็เอ่ยยิ้ม ชานอูกุมมือเขาแน่นขึ้นอีกก่อนจะเปิดประตูโรงแรมแล้วพาลงไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ตั้งแต่ตอนแรก

            ยุนฮยองมองไปรอบตัวด้วยความเกร็ง เพราะทุกคนที่เจอต่างก็ปฏิบัติดีกับเขาแม้ว่าอาจจะยังไม่รู้จักชื่อแซ่เลยด้วยซ้ำ เวลาเดินผ่านทุกคนพร้อมใจกันโค้งลา ก่อนจะขึ้นรถก็มีคนเปิดประตูให้ อีกทั้งยังยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง ไม่มีแม้แต่ท่าทีรังเกียจถึงแม้เขาจะเคยเป็นเด็กคนที่ตะโกนร้องเรียกชานอูเมื่อเย็นวานนี้

            โลกของชานอูแตกต่างกับเขาจริงๆ เพราะถ้าสลับกัน เขาควรจะเป็นคนที่บริการผู้อื่นมากกว่าจะโดนบริการเสียเองน่ะนะ

            แต่ไม่เอาสิยุนฮยอง อย่าคิดมากแบบนั้น ชานอูดีกับเขาขนาดนี้แล้วแท้ๆ

            “ผมสั่งอาหารไว้บนเครื่องบินนะครับ พี่จะได้ทานข้าวเช้าที่นั่น”

            “มัน..”

            “ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายหรอกครับ ตอนนี้อยู่แบบนี้ไปก่อน อย่าลืมข้อตกลงของเราสิ พี่เรียนจบแล้วค่อยใช้คืนผมไงหืม”

            มือหนาส่งมาบีบจมูกของเขาอีกครั้งเหมือนที่ชอบทำบ่อยๆ ทำให้สีหน้ากังวลในตอนแรกจางลงไปถนัดตา ก่อนที่เด็กหนุ่มจะหันไปมองที่ตรงนอกกระจก

            “ทุกคนเขารู้ว่านายจะกลับวันนี้?”

            “ผมคิดว่าเขาคงมารอพบกันตามปกติน่ะครับ”

ทั้งสองข้างทางเรียงรายไปด้วยชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะ ยุนฮยองมองแล้วอดที่จะขนลุกไม่ได้ เพราะจากที่เคยเป็นหนึ่งในนั้นกลับได้มานั่งอยู่ในขบวนรถเช่นนี้ด้วย

แน่นอนว่าการจะเดินทางของคนในตระกูลซงจะต้องมีรถตำรวจนำหน้าอยู่หนึ่งคัน รถของบอดี้การ์ดอีกหนึ่งคัน และรถคันที่ชานอูนั่งจะอยู่ตรงกลาง ส่วนท้ายก็จะมีรถของบอดี้การ์ดและตำรวจอีกอย่างละคัน ปิดด้วยมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ที่คอยดูแลความเรียบร้อย

ทั้งๆที่ตอนแรกก็ไม่ได้คุมเข้มเช่นนี้ แต่จากเหตุการณ์ที่จุนฮเวโดนดักทำร้ายก็ทำให้ ซง อิลกุก กำชับคนให้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด

ทุกอย่างดูจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปหมด ถัดจากขบวนรถที่แสนจะยาวเหยียดเขาก็ได้ก้าวเท้าลงมาสู่พรมแดงที่ปูทางไปยังนกเหล็กขนาดใหญ่ที่จอดรถอยู่ตรงหน้า

ร่างเล็กอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเมื่อเห็นถึงความใหญ่โตของมัน เขากำมือแน่น เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาทุกส่วนของร่างกายแม้จะมีลมพัดเย็น อาจเป็นเพราะทุกสายตากำลังจดจ้องมาทางนี้ก็เป็นได้

“พี่ว่า..”

“มั่นใจหน่อยครับ พี่เป็นแฟนผมนะ ชาวเมืองต้องพูดถึงอยู่แล้ว ไม่มีใครในโลกที่ไม่โดนนินทาหรอกครับ หน้าที่ของเราคืออย่าไปแคร์”

คำพูดของชานอูทำให้สติที่เริ่มจะกระเจิดกระเจิงหายไปได้บ้าง ยุนฮยองสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะหันไปยิ้มให้อีกฝ่าย ภายในใจเข้าท่องคำว่า มั่นใจ เอาไว้ทุกย่างก้าวที่เดินไปบนพรมแดง

            ประชาชนทุกคนที่อยู่ตรงกันพร้อมใจกันตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าคนที่เดินอยู่ข้างๆเด็กหนุ่มตระกูลใหญ่คือคนที่มีแผลอยู่กลางหน้า เสียงอื้ออึงทีดังอยู่เรื่อยๆทำให้ร่างเล็กจับใจความอะไรไม่ค่อยจะได้

ก่อนที่เขาจะต้องสะอึกไปยามที่หันไปสบตาเข้ากับเฒ่าแก่ที่ตัวเองเคยทำงานอยู่ แน่นอนว่าอีกฝ่ายเองก็เบิกตากว้างขึ้นเช่นกัน ใบหน้าของเฒ่าแก่ซีดเผือดเมื่อเห็นว่าเขายืนอยู่เคียงข้างใคร

            ยุนฮยองรีบก้มหน้าหลบตา ตอนนี้ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาอย่าบ้าคลั่งเพราะทุกคนคงจะตราหน้าเขาว่ากลายเป็นคนขี้โกหกไปแล้ว

          ขอโทษนะ..

          ขอโทษ..

อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงเครื่องบิน ทั้งๆที่พรมแดงเองก็ไม่ได้ยาวขนาดนั้น แต่ทุกอย่างก้าวที่เขาเดินกลับร้อนรุ่มไปหมด ยุนฮยองรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังเดินอยู่บนกองเพลิง อยากจะวิ่งหนีไปข้างหน้าใจจะขาดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าก้มตาเดินต่อไปเรื่อยๆ

            “พี่โอเคมั้ยครับ?”

            ยิ่งในตอนที่ชานอูส่งมือมาโอบไหล่ของเขาก็ยิ่งทำให้เสียงเซ็งแซ่นั้นดังมากขึ้น ยุนฮยองหน้าซีด ก่อนจะรีบส่ายหน้าเบาๆเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านนำดอกไม้มาส่งให้กับเด็กหนุ่มเสียก่อน แขนข้างนั้นจึงจำเป็นต้องผละออกไปรับมันมาถือเอาไว้

            “ขอบคุณมากครับ”

            ชานอูตอบ ในขณะที่ร่างเล็กกัดริมฝีปากเมื่อผู้ใหญ่บ้านกล่าวอะไรอีกก็ไม่รู้เยอะแยะ เป็นการขอบคุณคนจากตระกูลซง อีกทั้งยังขอให้ชานอูถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

เวลาทุกวินาทีผ่านไปนานราวกับหนึ่งชั่วโมง ยุนฮยองไม่กล้ามองใคร เขาจ้องอยู่แค่เท้าของตัวเองเท่านั้น จนกระทั่งทุกคนพร้อมใจกันนั่งลงเพื่อที่คนด้านหลังจะได้เห็นใบหน้าของชานอูชัดๆ

            ในตอนนั้น.. สายตาของเขาสบเข้ากับแทฮยองพอดี อีกฝ่ายมองมาด้วยแววตาที่คาดเดาอะไรไม่ได้ ริมฝีปากบางนั้นเขาอ่านออกว่าอีกฝ่ายเรียกกันอย่างแผ่วเบาว่า ปรินซ์

            เขารีบหลบสายตาในทันที ยุนฮยองหายใจแรงราวกับคนกำลังจะร้องไห้ ขอบตามันร้อนผ่าวไปหมดเมื่อเขาสัมผัสได้ทั้งความงงงวย ความผิดหวัง แล้วก็อะไรหลายๆ อย่างที่สื่อออกมาจากตาคู่นั้น

            ขอโทษนะแทฮยอง

            ทั้งๆที่อีกฝ่ายต่างก็ดีกับเขามาตลอด แต่สิ่งที่ตอบแทนกลับเป็นคำโกหกและหลอกลวง ภาพวันวานก่อนๆเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัว ทุกครั้งที่เขาปฏิเสธว่าไม่รู้จักคนในตระกูลซงมันยิ่งตอกย้ำให้ในใจรู้สึกผิดจนเจ็บไปหมด

            ขอโทษจริงๆ

            คงจะมีแต่คำนี้ที่พูดได้เพียงในใจ ยุนฮยองเหลือบตาไปมองทางแทฮยองอีกหนก่อนจะอ้าปากเอ่ยคำว่าขอโทษเบาๆ ผ่านไปทางสายลม ก่อนที่แขนแกร่งของคนข้างๆจะส่งมาโอบไหล่ของเขาเอาไว้แล้วพาขึ้นไปบนเครื่องบิน

            ฉันหวังว่าจะได้เจอนายอีกครั้งนะ

            ..แทฮยอง

 

GLUTTONY

 

            “นี่ หลานของป้าน่ะ เป็นคนรักของคุณหนูชานอูทำไมไม่บอกล่ะ”

            คำกระแหนะกระแหนของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาทำเอาหญิงชราที่กำลังจัดของขายอยู่ถึงกับหยุดชะงัก ใบหน้าของหล่อนเต็มไปด้วยความสงสัยในตอนแรก ก่อนที่ความกลัวจะค่อยๆ แทรกเข้ามาในใจเมื่อได้ยินชื่อของ ชานอู ดังเข้ามายังโสต

            “อะไร? ฉันไม่รู้เรื่อง”

            เธอกล่าวปฏิเสธก่อนจะทำทีก้มลงไปจัดของต่อ หารู้ไม่ว่าเหงื่อกาฬทั้งหลายต่างก็ทยอยกันผุดออกมาตามริมหน้าผากและฝ่ามือกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยความกังวล

            ไม่จริง

          ยุนฮยองไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน เขาซอกจินบอกกับเธอว่าไปนอนบ้านของแทฮยองไม่ใช่หรือไง

          และอีกอย่าง.. รอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนหน้านั้นก็ไม่น่าจะทำให้คุณหนูชานอูจำได้ด้วย แปลว่าเรื่องที่คนตรงหน้าพูดนั้นต้องเป็นเรื่องที่โกหกทั้งเพ

          ไม่จริง ไม่จริงแน่

            “เขารู้กันหมดทั้งหมู่บ้านแล้วป้า นี่ถามจริงเถอะ ถ้ามีหลานเขยเป็นคุณหนูชานอูแบบนั้น ป้าจะมาหาบเร่แบบนี้อยู่ทำไมกัน”

            “แกพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้เรื่องทั้งนั้น”

            “โห่ป้า เลิกอึกอักซักที ปรินซ์หลานป้าน่ะ ขึ้นเครื่องบินไปกับคุณหนูเรียบร้อยแล้ว กะจะปล่อยหลานหายไปเงียบๆแล้วทำตัวปกติเหรอ ท่าจะยาก ไหนเล่ามาหน่อยสิว่าทั้งคู่ไปเจอกันยังไง คุณหนูชานอูน่าจะ..”

            “ว่ายังไงนะ!!!!

            ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะเบิกกว้างมากขึ้น เธอตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะเข้าไปจับไหล่ของอีกฝ่ายแล้วทำการเขย่าอย่างแรงเพื่อที่จะเค้นความจริง

            “แกหมายความว่ายังไง ยุนฮยองไปไหน ยุนฮยองไปไหนนะ!!

            “อะไรของป้า โอ๊ยฉันเจ็บนะ สรุปหลานป้าชื่ออะไรกันแน่เนี่ย!

            “ยุนฮยองอยู่ไหน!!!!

            “โอ๊ย ขึ้นเครื่องบินไปกับคุณหนูแล้ว ป้านี่ โอ๊ย!!

            กายบางถูกผลักลงไปกองอยู่กับพื้นทั้งๆ ที่ยังไม่ทันจะพูดจบ ก่อนที่เธอจะรีบก้าวข้ามหาบที่วางอยู่ตรงหน้าแล้ววิ่งไปตามถนนอย่างคนไร้สติ ไม่ได้สนเลยว่าข้าวของจะกระเด็นกระดอนมากขนาดไหนและจะชนใครบ้างในเวลาแบบนี้

“ยุนฮยอง ไม่นะ ไม่นะหลานป้า ไม่”

            ริมฝีปากเอ่ยตะโกนออกมาทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบวิ่งไปยังสนามบินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะสายเกินไป เพราะในเวลาเดียวกัน.. ประตูเหล็กบานใหญ่ของเครื่องบินก็ได้ทำการปิดลง ก่อนที่เครื่องจะแล่นไปตามรันเวย์และทยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในที่สุด

            ลาก่อนเชจู...

 

GLUTTONY

 

 60% 

กว่ายัยป้าจะมีบท มีใครสงสารป้ามั้ยยยยยยยยย

*อ่านในเว็บเพลินๆระหว่างรอหนังสือนะคะ มีหลายเล่มเลย กำลังเร่งทำกันอยู่นะ^^***

#พี่ยุนน่ากิน

 

 

GLUTTONY

 

            “พี่โอเครึเปล่าครับ?”

เสียงที่ถามขึ้นทำให้คนที่นั่งอยู่บนรถหลุดออกจากภวังค์ ยุนฮยองพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะส่งยิ้มบางๆให้แล้วส่ายหน้า แต่ถึงอย่างนั้นชานอูก็รับรู้ได้ว่ามันคือการฝืนไม่ได้แสดงออกมาจากใจ

            จริงๆมันก็ต้องแต่บนเครื่องบินแล้วที่ร่างเล็กนั่งซึมมาตลอด ไร้บทการสนทนาไปชั่วระยะหนึ่งเพราะยุนฮยองเอาแต่เหม่อ ส่วนตัวเขาเองก็ได้แต่นั่งมองเพราะความเป็นห่วง เข้าใจดีว่าการที่ต้องจากอะไรเดิมๆแล้วมาเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้นเป็นเรื่องยาก ยิ่งสำหรับคนจิตใจอ่อนโยนแบบยุนฮยองแล้วด้วย คงจะต้องรู้สึกผิดอยู่ในใจเป็นธรรมดา แต่นี่ชักจะเหม่อนานเกินไปแล้วนะ..

            “ผมรู้ว่ามันยาก แต่ผมอยู่ข้างพี่เสมอนะ”

            “พี่คิดว่าเดี๋ยวมันก็คงจะดีขึ้นเอง..”

            “ครับ เดี๋ยวพยาบาลที่ผมส่งตัวไปดูแลป้าของพี่ให้คงจะติดต่อกลับมา พี่ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยนะ ผมทำให้พี่สบายใจได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”

            ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นได้บ้างพอได้ยินแบบนั้น ชานอูดีกับเขาจริงๆ หลังจากที่เจอกันก็เอาใจสารพัดและพยายามทำทุกอย่างให้เขาพอใจ ถึงแม้ว่าระดับฐานะของทั้งคู่จะต่างกันราวฟ้ากับดินแต่ร่างสูงก็ไม่เคยทำให้ยุนฮยองรู้สึกแบบนั้น

ทันทีที่เครื่องบินลงจอด สัมภาระทุกอย่างก็ถูกนำไปจัดเก็บไว้ที่คฤหาสน์ซง แต่แทนที่ชานอูจะกลับไปเคลียร์เรื่องที่ยังคั่งค้างอยู่กับพ่อ (.. ยุนฮยองเองก็ยังไม่รู้หรอกว่าเรื่องอะไร แต่ถึงกระนั้นก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถาม) แต่ร่างสูงกลับพาเขาไปเดินที่ตลาดนัดแล้วซื้อโอเด้งกินกันเสียก่อน

            ตั้งแต่ที่พี่หายไป ผมเห็นไอ้นี่ทีไรก็คิดถึงทุกที ผมสั่งให้แม่บ้านทำให้กินก็ไม่อร่อยเท่ามากินกับพี่นะครับ

            ประโยคนั้นเขายังจำได้ดี สรุปว่ามื้อเย็นของทั้งคู่ก็เลยกลายเป็นโอเด้งหลายไม้ บวกกับอาหารง่ายๆที่หาได้ตามนั้น แม้ว่ามันจะเหมือนเดิมเพราะทุกคนต่างก็มองมาที่เด็กหนุ่มด้วยสายตาประหลาดใจ แต่เจ้าตัวกลับจับมือเขาแล้วเดินดูของอย่างไม่แคร์สายตาใคร เพราะแบบนี้ไงถึงได้บอกกับตัวเองว่าจะไม่หนีหายไปไหนอีกแล้ว

            ชาตินี้เขาคงจะหาคนที่ทำดีกับตัวเองขนาดนี้ไม่ได้แล้วล่ะ

            “ขอบคุณมากนะ”

            “เรื่องอะไรครับ?”

            เด็กหนุ่มหันมาถามยิ้มๆ ก่อนจะส่งมือมาดึงแก้มของเขาหนึ่งที ในขณะที่ตัวรถเองก็เคลื่อนเข้าไปยังพื้นที่ทางเข้าของคฤหาสน์

            “สำหรับทุกอย่างเลย..”

            ยุนฮยองตอบเสียงลอย เป็นเพราะเขากำลังมัวแต่ตะลึงกับการตกแต่งที่แสนจะโอ่อ่าตั้งแต่ทางเข้า แม้ว่าตอนที่อยู่กับแทฮยองจะโดนสปอยมาหลายต่อหลายอย่างว่าสถานที่ต่างๆที่ตระกูลซงเป็นคนลงทุนสร้างนั้นต่างก็แสนอลังการทุกที่

            แต่คฤหาสน์ของจริงน่ะ.. มันมากกว่านั้นหลายเท่านัก

            ภาพถ่ายใดจะสวยเท่าได้มองด้วยตาของตัวเอง

            ยุนฮยองถึงกับอ้าปากค้าง สถานที่ที่ชานอูอยู่มันสวยราวกับสวรรค์ แล้วก็ใหญ่โตมากจนไม่สามารถเห็นอีกฝั่งได้ เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าที่แห่งนี้มีเนื้อที่กี่พันไร่กัน ขนาดน้ำพุที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้ายังใหญ่กว่าบ้านของเขาทั้งหลังเสียอีก

            “นาย พี่ควรจะอยู่ที่นี่จริงๆน่ะเหรอ?”

            เขาเอ่ยถามแบบไม่มั่นใจในตอนที่ก้าวลงไปแล้วพบกับผู้คนมากมายที่มาต้อนรับ บอกเพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าเป็นแม่บ้านและคนดูแลที่นี่ แน่นอนว่าทุกคนต่างก็ยิ้มให้เขาและพูดดีด้วยราวกับเป็นคนสำคัญของตระกูลคนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นยุนฮยองก็อดที่จะเกร็งไม่ได้ เนื่องจากเขาเองก็ไม่ได้พบกับเหตุการณ์อะไรแบบนี้บ่อยๆ

            “แน่นอนครับ พี่ควรจะอยู่กับผมทุกที่นั่นแหละ ทำตัวตามสบายเลย”

            “แต่..”

            “รักผมมั้ย?”

คำถามนั้นทำให้ยุนฮยองเงียบไป ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วค่อยๆพยักหน้าลงช้าๆเพื่อเป็นคำตอบ เรียกรอยยิ้มจากเด็กหนุ่มได้เป็นอย่างดี

            “ถ้าอย่างนั้นก็เข้าบ้านกันเถอะครับ”

            ถึงจะแอบแย้งก็เถอะว่านี่มันไม่ใช่บ้านแล้ว.. แต่เขาก็ต้องก้าวตามเข้าไปเพราะอีกฝ่ายใช้มือหนามาโอบรอบเอวเอาไว้แล้วรั้งให้เดินไปข้างหน้า

            “คุณหนูคะ คุณท่านให้มาเรียนว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย ถ้าคุณหนูกลับมาถึงแล้วให้ไปพบทันทีค่ะ”

            ก่อนที่จะมีแม่บ้านอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาแจ้งข่าวสารให้กับชานอู เมื่อเป็นแบบนั้นเด็กหนุ่มก็หยุดเดิน เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับคลายมือออกจากเอวของยุนฮยอง           

            “คงจะเป็นเรื่องนั้น ฝากไปบอกว่าผมแล้วแต่พ่อเลยครับ พ่อจะทำอะไรก็เรื่องของพ่อเลย”

            “จะไม่พบคุณท่านเหรอคะ?”

            หญิงสาวทำหน้าลำบากใจ ซึ่งเมื่อเป็นแบบนั้นชานอูเองก็หันมามองทางยุนฮยองด้วยเช่นกัน ร่างเล็กได้แต่ยิ้มแหยๆแล้วพยักหน้าให้เป็นเชิงว่า ไปเถอะแต่สุดท้ายชานอูก็เลือกที่จะส่ายหน้าแล้วบอกปฏิเสธอีกหน

            “ผมเหนื่อยน่ะครับ พรุ่งนี้ต้องไปทำธุระแต่เช้าด้วย ฝากบอกคุณพ่อตามนั้นก็แล้วกัน”

            คำตอบนั้นทำให้เธอชั่งใจไปสักพัก ก่อนจะน้อมรับคำสั่งของคุณหนูคนเล็กของบ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้วเดินกลับไปทางห้องทำงานของซง อิลกุกเหมือนเก่า

            “จะดีเหรอไม่ไปพบพ่อน่ะ?”

            “ผมเดาได้ว่าเรื่องที่พ่อจะคุยมันคือเรื่องอะไรน่ะครับ ไม่อยากจะยุ่งด้วยแล้วล่ะ แล้วผมก็ไม่อยากปล่อยให้พี่อยู่คนเดียวด้วย”

            “พี่โอเคนะ พี่ไม่อยากให้นายมีปัญหากับพ่อน่ะ”

            ยุนฮยองยังคงถามต่อ แม้ว่าร่างสูงจะพาเขาเดินขึ้นบันไดวนมาจนถึงห้องที่คิดว่าน่าจะเป็นห้องนอนแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคาใจไม่หาย

            “จะมีปัญหาอะไรล่ะครับ ไม่มีหรอก พี่คิดมากเกินไปแล้ว”

            หลังจากที่บานประตูปิดลงคนตัวสูงก็เดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะใช้แขนสองข้างโอบกอดกายบางเอาไว้แล้วรั้งเข้ามาหา ร่างสูงก้มลงไปประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบาแล้วพูดเสียงอ่อนลง

            “ผ่อนคลายเถอะครับ ต่อจากนี้จะไม่มีเรื่องแย่ๆอีกแล้ว”

            “จริงๆเหรอ?”

นัยน์ตาคมสั่นไหวเล็กน้อยเพราะคำพูดนั้น จู่ๆเสียงก็สั่นได้ง่ายๆ เป็นเพราะที่ผ่านมาเขาหวังอยู่ตลอดว่าจะไม่มีเรื่องร้ายๆเข้ามาหาแล้ว แต่ทุกครั้งมันก็จบลงที่เจอแต่เรื่องแย่ๆเสียที

            ถึงแม้จะไม่มีอะไรยืนยันว่าคำพูดของชานอูการันตีทุกอย่างได้ว่ามันจะเป็นแบบนั้น แต่ ณ ตอนนี้มันก็ช่วยให้เขามีหลักยึดในใจได้บ้างแล้ว ราวกับร่างสูงเป็นแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในความมืดมิด

            “ไม่ร้องสิครับ โอ๋ๆ พี่น่ะไม่เหมาะกับการร้องไห้หรอกนะ”

            ริมฝีปากหยักพรมจูบลงไปตรงเปลือกตาของร่างเล็กอย่างแผ่วเบาพร้อมกระชับกอดเอาไว้แน่นๆ ชานอูใช้หัวแม่มืดเช็ดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาให้อีกด้วย ทำเอายุนฮยองต้องรีบสูดหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วรีบส่งยิ้มให้

            “พี่ร้องไห้บ่อยจะตาย จนกลายเป็นของคู่กันไปแล้วล่ะ”

            “ต่อไปนี้จะไม่ยอมให้ร้องไห้แล้วครับ”

            “อ๊ะ! เดี๋ยวสิ”

            ความตกใจแทรกเข้ามาเมื่อจู่ๆอ้อมแขนแกร่งนั้นก็อุ้มเขาขึ้น ยุนฮยองเผลอกอดคอแกร่งเอาไว้แน่น อีกทั้งขาสองข้างยังคล้องรอบเอวของกายหนาเอาไว้ด้วยความที่จะกลัวตก

รู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ในท่าที่ไม่สมควรเอาซะแล้ว.. แต่จะปล่อยแขนลงในตอนนี้ก็ทำไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายรัดเขนเอาไว้เสียแน่นจนดิ้นไปไหนไม่ได้เลย

“ร้องอย่างอื่นยังจะดีกว่าร้องไห้นะ”

“เดี๋ยว ไม่นะ! ร้องอะไรกัน”

ร่างเล็กดิ้นขลุกขลัก ความเศร้าในเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อจู่ๆเขาก็โดนวางลงบนโซฟาที่อยู่ไม่ไกล ก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะทาบกายลงมาคร่อมเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนพ้น

“ผมว่าพี่เข้าใจว่าผมหมายถึงร้องแบบไหน”

“เดี๋ยวสิ พรุ่งนี้นายมีธุระเช้านี่..”

“ก็รีบกินแต่หัวค่ำครับจะได้ไม่ตื่นสายไง” J

“ชานอู! ฮื่อ!

 

GLUTTONY

 

            คืนแรกของการนอนค้างในคฤหาสน์ซงผ่านพ้นไปได้ไม่ราบรื่นนัก..

            อาจเป็นเพราะยุนฮยองมัวแต่เกร็งจนนอนไม่ค่อยหลับ แม้ว่าชานอูจะอยู่ข้างๆกายไม่ห่างไปไหน แต่ทุกครั้งที่เขามองไปรอบๆห้อง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่แสนจะแพงและการตกแต่งอันมีระดับทำให้รู้สึกเหมือนฝันไปทุกครั้ง

            จะพูดอีกเป็นรอบที่ร้อยว่าเขาไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่าตัวเองจะมีโอกาสได้มาอยู่ในที่แบบนี้ มันไม่น่าเชื่อเลย

            หยิกตัวเองเป็นรอบที่ร้อยแต่ก็ยังรู้สึกเจ็บ ยิ่งในตอนเช้าที่มีอาหารมาเสิร์ฟถึงเตียงราวกับฉากที่เคยเห็นในละครบ่อยๆก็ทำให้ถึงกับทำตัวไม่ถูก แถมแต่ละอย่างยังเป็นของชั้นเลิศทั้งนั้นด้วย กว่าเขาจะกล้ากินชานอูก็ต้องเป็นฝ่ายอาสาป้อน แล้วถ้าไม่ยอมกินให้หมดก็ยังโดนขู่ว่าจะเป็นฝ่ายโดนกินแทนอีก เพราะแบบนั้นเขาจึงงต้องรีบกินให้หมดๆไป

            ร้ายกาจจริง

            “ว่าแต่ธุระที่นายจะไปทำนี่คืออะไรเหรอ ตื่นซะเช้าเชียว”

            ยุนฮยองหันไปถามในตอนที่เขามานั่งอยู่ในรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวรถกำลังเคลื่อนออกจากซง ในขณะที่เด็กหนุ่มข้างกายก็ละสายตาออกมาจากโทรศัพท์แล้วส่งยิ้มให้กับเขา

            “ความจริงมันก็ไม่ใช่ธุระของผมหรอกครับ ของพี่ต่างหาก”

            “หืม?”  

            ยุนฮยองเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะรีบส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธแล้วทำสายตาระแวง

            “อย่าพาพี่ไปซื้อของอะไรอีกนะ แค่เสื้อผ้าทุกอย่างที่แม่บ้านนำมาให้เช้านี้พี่ก็แทบจะรับเอาไว้ไม่ได้แล้ว”

            “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ เรื่องซื้อของน่ะมันตอนไหนก็ได้ สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือไอ้เจ้านี่ต่างหาก”

            ไม่ว่าเปล่าร่างสูงยังขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะเชยคางขึ้นแล้วไล้มือไปยังรอยแผลเป็นบนหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา ทำเอายุนฮยองรู้สึกใจโหวงไปเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน

            “หมายถึง..”

            “ครับ ผมจะพาพี่ไปเอามันออก อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่มันจะหายสนิทแน่ๆ”

            “คือ.. พี่ก็รู้นะว่ามันน่าเกลียด แต่เรื่องนี้มัน..”

            “กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอีกแล้ว ข้อตกลงของเรายังตามเดิมนะครับ”

            “กลายเป็นว่าพี่ใช้เงินอนาคตเยอะเกินไปแล้วน่ะสิ”

            ยุนฮยองบ่นอุบ แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าที่เง้างอก็ยังดูน่ารักจนเด็กหนุ่มเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะใช้มือยีหัวของเขาเล่นราวกับว่าอายุเท่ากันอย่างนั้นแหละ

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ เงินผมเหลือน่ะ ตายไปก็เอาไปไม่ได้”

            ชานอูหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มให้อีกฝ่ายแล้วเรียกให้ยุนฮยองมองออกไปนอกหน้าต่าง

ในเขตนี้จะเป็นพื้นที่พิเศษที่ตระกูลซงคอยให้งบจัดสรรดูแลอยู่ตลอดจึงได้รับการตกแต่งให้สวยงามไม่ต่างจากพื้นที่ในคฤหาสน์ ยุนฮยองมองภาพนั้นด้วยความสนใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเอาไว้เก็บเป็นที่ระลึก

            เผื่อว่าสักวันหนึ่งได้เจอกับแทฮยองอีกครั้ง.. เขาก็อยากจะเอาให้อีกฝ่ายได้ดู

            “พ่อนายเนี่ยรสนิยมดีนะ ตกแต่งอะไรก็สวยไปหมด”

            “พ่อเขาชอบน่ะครับ ไว้ผมจะพาไปเที่ยวให้ครบทุกพื้นที่ที่ซงดูแล พี่ต้องชอบแน่”

            “มากไปแล้ว..”

            “ถือว่าเป็นเดทของเราสองคนไงครับ พี่เป็นแฟนผมไง”

            ชานอูพูดติดตลก ก่อนที่ปลายจมูกโด่งจะโน้มเข้ามาแตะลงที่ข้างแก้มของยุนฮยองแบบไวๆ ทำเอาร่างเล็กถึงกับรีบกันไปมองที่คนขับรถ โชคดีว่าคนด้านหน้าไม่ได้สนใจกับกิจกรรมของคนเป็นนายเลย เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            “หน้าพี่ตอนตกใจนี่นะ.. น่ารักจริงๆ”

            “นายก็พูดไป..”

            ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะส่งแขนโอบไหล่บางเอาไว้ ในขณะเดียวกันตัวรถก็เคลื่อนที่เข้าไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ป้ายสลักที่แสนจะอลังการเขียนเอาไว้ว่าโรงพยาบาลเซนต์ปีเตอร์

            เพียงแค่นี้เขาก็แทบขนลุกกับค่าใช้จ่ายที่คิดว่ามันต้องมหาศาลเป็นอย่างมากแน่ๆ..

            โรงพยาบาลหรือโรงแรมเนี่ย

            “จริงๆพี่ชายของผมพักอยู่ที่นี่นะ พี่เขาประสบอุบัติเหตุ แต่ก็.. ไว้รอจัดการเรื่องของเราเสร็จก่อนผมจะพาไปเยี่ยมนะครับ ถือว่าเปิดตัวด้วยเลย”

            “จะดีเหรอ?”

            “ครับ เอาจริงๆผมก็สนิทกับพี่คนนี้ที่สุดแล้ว ผมเป็นเบ๊น่ะ แต่ก็นะ ถึงพี่จะดุไปบ้างแต่ก็นิสัยดี เอาจริงๆพวกพี่ทุกคนก็ไม่ได้เลวร้ายหรอกครับ พี่ยังไม่ได้เจอเลยหนิ? ผมจะค่อยแนะนำไปเป็นคนๆละกันนะ แต่อาจจะไม่ได้พูดคุยอะไรเยอะ เพราะ.. พวกเราไม่ค่อยสนิทกันเท่าไร”

            ยุนฮยองพยักหน้ารับ แม้จะสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลนี้อยู่อีกเยอะแต่เขาคิดว่าชานอูจะค่อยๆเล่าออกมาให้ฟังเองโดยที่ไม่ต้องถาม

ร่างเล็กเดินไปตามทางที่โรงพยาบาลจัดเอาไว้ให้ ไม่รู้ว่าชานอูแอบนัดหมอเอาไว้ตอนไหน เพราะพอมาถึงเขาก็ถูกเรียกไปตรวจร่างกายโดยทันทีไม่ต้องรอนาน หรือนี่อาจจะเป็นความสะดวกสบายที่คนชั้นสูงเขามีก็ไม่รู้เหมือนกัน ปกติเวลาพาป้าไปโรงพยาบาลน่ะ.. รอเป็นครึ่งวัน

            “พี่คงต้องอยู่กับหมอสักพัก ผมจะรออยู่ด้านนอกนะ ว่าจะไปดูพี่สักหน่อย”

            “อื้อได้.. ถ้ายังไงเดี๋ยวโทรหาก็ได้”

            “ครับ แต่ผมไปไม่นานหรอก เดี๋ยวจะมารอพี่นี่แหละ”

            “โอเค”

            เด็กหนุ่มยิ่มให้ก่อนจะยีหัวเขาอย่างที่ชอบทำบ่อยๆ ยุนฮยองไม่เคยถือเรื่องอายุอยู่แล้วเพราะเขารู้สึกดีทุกครั้งที่อีกฝ่ายทำมัน ก่อนที่บานประตูห้องจะถูกปิดพร้อมกับแผ่นหลังแกร่งที่หายลับไป

            รอยยิ้มที่แฝงอยู่บนใบหน้าในตอนแรกค่อยๆคลายลงในตอนที่อยู่คนเดียว คงต้องยอมรับว่าแม้เขาจะมีความสุขจากเรื่องที่ได้เจอกับยุนฮยองมากแค่ไหน แต่เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้จีวอนต้องนอนอยู่ในห้องนั้นมันก็อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้

            ก็คนทำน่ะ.. เป็นเพื่อนสนิทของเขา

            เพื่อนที่เคยสนิท

ขาเรียวยาวเดินไปตามทางด้วยใบหน้าที่นิ่งขรึม แม้จะมีพยาบาลและใครหลายคนคอยโค้งให้ แต่ความเครียดที่สั่งสมอยู่ภายในก็ทำให้วันนี้ชานอูยิ้มไม่ค่อยออก เขาก้าวเข้าไปในลิฟต์ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนากดไปยังชั้นที่จีวอนอาศัยอยู่แล้วยืนล้วงกระเป๋ากางเกงในขณะที่รอ

            ไม่รู้ว่าพ่อจะบอกพี่เรื่องที่ไอ้ยูคเป็นคนทำรึยัง..

          ถ้าเขาไปเจอหน้าตอนนี้จะเหมาะไหม? แต่ยังไงก็อยากจะไปเจออยู่ดี

           

ติ๊ง

 

            จนกระทั่งเสียงของบานประตูดังขึ้นเขาจึงหลุดออกจากภวังค์ ชานอูละสายตาออกจากพื้นแล้วมองไปทางด้านหน้า เขาเตรียมจะก้าวเท้าออกไปข้างนอก แต่แล้วมันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบกับชายสองคนที่อยู่ในเครื่องแบบตำรวจ

            “สวัสดีครับคุณชานอู ทางเรากำลังจะเดินทางไปขอพบพอดี”

            “ขอพบผม?”

            เขาก้าวออกจากลิฟต์พร้อมถามด้วยความไม่เข้าใจ ในขณะเดียวกันคนตรงหน้าก็ชูตราของหน่วยสืบสวนขึ้นมาให้ดู

          “ผมมีเรื่องจะต้องขอรบกวนครับ คุณตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับการตายของคิม ยูคยอม”

            !!!

           


100%

หลานคนรู้เรื่องยูคจากใน #7sinsดบบ ก่อนแล้วเนาะ สงสารชนู T_T

#พี่ยุนน่ากิน  

 

            



(c)                      Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1247 icevalentine (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 19:00
    เห้ย อะไรกันง่า โอ้ย ชานอู
    #1,247
    0
  2. #1244 Wattson (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 09:42
    อ้าวเห้ยเดี๋ยวๆๆๆ
    #1,244
    0
  3. #1232 jun de (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 10:33
    โว้ยยยยยยยยยใครมันใส่ร้ายชนูลูกชั้น ห๋าาาาาาาา?!!!!!!!!!!!!
    #1,232
    0
  4. #1218 9nawKIHAE (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 14:37
    แงงงงงงง ให้น้องมีความสุขนานๆหน่อยก็ไม่ได้ T^T 
    #1,218
    0
  5. #1198 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 01:28
    คืออาไร๊ ทำไมชนูต้องมีแต่เรื่องให้เครียด ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนทำเลยซักเรื่อง งื่ออออ  นายจะต้องโชคดีนะ
    #1,198
    0
  6. #996 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 03:42
    ทำไมต้องชนู ชนูเป็นคนดีที่สุดในบรรดาเจ็ดฟิคละนะ โถ พ่อพระของบ่าว
    #996
    0
  7. #873 qcnn_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:29
    ชนูไม่รู้เรื่องนะ ! ชนูมัวแต่กินพี่ยุนอยู่ต่างหาก หลักฐานอยู่บนตัวพี่ยุน เฮ้คูณณตำหรวดดดด;_________;
    #873
    0
  8. #872 hymnz. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:06
    โอ้ยยยย ชนูของเราาาาา ;_;
    #872
    0
  9. #871 mclub (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:21
    เอาละไงครับ หึหึ ยูคนี่ทิ้งไพ่ตายไว้ได้เจ็บแสบจริงๆ หึหึ
    #871
    0
  10. #870 HoneyBabby (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:29
    หืม? อัลไลเนี่ยยย
    #870
    0
  11. #869 Krisyeol only (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:45
    ห๊ะ? เห้ย...
    ชานอูเกี่ยวไรว่ะ หรือจะเป็นตอนที่ไปหายูคคนสุดท้ายอ๋อ?
    บ้า ตำรวจนี่เดี๋ยวเจออิลกุกเลยนิ -*-
    #869
    0
  12. #868 kjunh (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:45
    ห้ะ ห๊ะ ห้ะ!
    #868
    0
  13. #867 AM Tamp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:34
    เรื่องซับซ้อนมากเลยอ่ะไรต์ รู้สึกชานอูจะตะกละมากค่ะ กินเยอะ เด้กกำลังโต
    #867
    0
  14. #866 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:14
    โอ้ยยยพาร์ทหลังสงสารชนู T____T
    คงรู้สึกผิดมากๆเพราะยูคฆ่าตัวตายอ้ะฮื่อออออออ
    สุขได้แปปเดียวจริงๆ
    #866
    0
  15. #865 gxisimp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:33
    เฮ้ยไม่เอาแบบนี้ดิสาดดราม่าใส่เราอีกแล้วอ่ะไรท์~~~
    #865
    0
  16. #857 Nicenight (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:43
    ม่ายยยยยยยยชนูไม่ได้ทำฮือออออ
    #857
    0
  17. #856 Plankton exoTic (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:25
    เดี๋ยว ยูคเนี่ยนะตาย ยูคเนี่ยนะ ยูคคคคค
    #856
    0
  18. #855 Ikongkwan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:00
    ห้ะะะ ยูคตาย !!!
    #855
    0
  19. #852 Mo_mo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:48
    โอ้โหหหห คุณตำรวจพูดแบบนี้อยากโดนเด้งออกจากงานเหรอฮะ ชนูเราใสสุดในบรรดาพี่น้อง7คนละเถอะแก
    #852
    0
  20. #850 songprince (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:45
    อ้าววว คุนตำรวจคุนเอาอาไรมาพูดคะ! ชนูเราไม่เกี่ยวนะะ ชนูก้อยู่กับแต่พี่หนูยุนอะ ลำบากอีกแล้ววTT
    #850
    0
  21. #848 kawawaiiei (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:06
    ชนูไม่เกี่ยวนะ อย่ามายุ่งกับชนูสิ อย่าเอาชนูไปไหนนะอย่าทิ้งที่ยุนไว้คนเดียวเลยฮืออออ ทำไมคู่นี้มีเรื่องตลอดเลยล่ะ โอ้ย เศร้าใจเลย สู้ๆนะลูกก
    #848
    0
  22. #847 vaxxhan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:48
    โห้ยยยยย. ถึงกับต้องฆ่าเลยอ่อ
    #847
    0
  23. #846 Je beemm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:32
    ยูคตาย!!! โอ้มายก้อด!!! ชนูไม้ได้ทำนะะะทำไมคู่นี้ต้องลองรับตลอดดTT
    #846
    0
  24. #845 YaYoI One Forever (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 06:38
    ชานอูไม่ได้ทำแน่ๆ
    #845
    0
  25. #844 kamonros_som (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:55
    ชนูไม่ได้ทำน้าาาาาาา งือออออ ชนูสู้!!
    #844
    0