( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 14 : chapter eleven

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    1 ก.พ. 59

(c)                      Chess theme
 


7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 11

 

 

          “มึงทำแบบนี้ได้ไงวะ ..มึง.. นี่มึงไม่รู้อ่อว่ามึงเกือบทำให้คนๆนึงแม่งต้องตายไปแล้วอะ”

“แล้วไง?”

“ไอ้เหี้ยยูค!

“พี่มึงนั่นแหละผิด พี่มึงแม่งแย่งทุกอย่างไปจากกูไง!!! ถ้าพี่มึงตายไป กูก็ไม่ต้องเลิกกับพี่ฮันบิน กูคงไม่ต้องนั่งเสียใจอยู่แบบนี้!

บทสนทนาที่คุยกันเมื่อครู่ยังคงอยู่ในหัวของเขา

หลังจากที่เอ่ยเปิดประเด็นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสักพัก ยูคยอมไม่ยอมตอบจนกระทั่งเขาเค้นเรื่อยๆ ว่ามีเหตุผลอะไรที่ต้องทำแบบนี้ อีกฝ่ายเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะปฏิเสธ แต่แค่ไม่ตอบคำถามใดๆ

ยูคยอมเอาแต่เงียบจนเขาเริ่มจะโมโห เขาถึงขั้นเข้าไปกระชากคอเสื้อให้ยอมปริปากพูดอะไรบ้าง ทั้งเขย่าทั้งตะคอกเค้นหาความจริง และเมื่อโดนคะยั้นคะยอหนักๆเข้า ความกดดันที่มีอยู่แล้วในใจก็ทำให้ยูคยอมระเบิดออกมาในที่สุด

พวกเขาทะเลาะกัน สายสัมพันธ์ที่มีอยู่น้อยนิดขาดสะบั้นในตอนที่ได้รู้ว่าจิตใจของอีกฝ่ายนั้นเป็นยังไง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ต้องการให้เรื่องมันจบแบบนี้ เขาอยากจะช่วยให้เรื่องทุกอย่างมันจบลงด้วยดีแล้วแท้ๆ แต่ยูคยอมกลับเอ่ยออกมาแบบไม่กลัวเลยสักนิด

“ยังไงกูก็ไม่เหลือเหี้ยอะไรแล้วนี่ บอกพ่อมึงเลย! กลับฟ้องพ่อมึงดิว่ากูยอมรับแล้ว เออ!! กูนี่แหละคนทำเรื่องทั้งหมดอะ”

มัน.. ค่อนข้างที่จะน่าผิดหวังเมื่อเจอกับอะไรแบบนี้ ทั้งเสียใจที่ได้เห็นพี่ชายอย่างจีวอนตกอยู่ในสภาพแบบนั้น อีกทั้งยั้งเสียใจด้วยที่ได้รู้ว่าเพื่อนของตัวเองเป็นคนทำ แถมยังทำด้วยความตั้งใจอีกด้วย เป็นแบบนี้เขาคงต้องใจแข็งตัดความสัมพันธ์ที่มีแม้ว่ามันจะน่าเสียดาย แต่ยังไงก็คงต้องเลือกครอบครัวของตัวเองเอาไว้ก่อน

ยูคยอมน่ะ.. เสียสติไปแล้วจริงๆ

(มีอะไร?)

ความคิดของเด็กหนุ่มขาดห้วงไปอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของคนเป็นพ่อดังออกมาจากโทรศัพท์ ในตอนที่เขาตัดสินใจแยกออกมาจากยูคยอมเพราะไม่อยากสร้างปัญหามากไปกว่านี้ เขาก็รีบต่อโทรศัพท์หาพ่อในทันทีที่เข้ามาอยู่ในห้องของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            “พ่อ..”

            และพอคิดว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง มันก็ดันพูดอะไรไม่ออกเพราะความผิดหวังมันจุกอยู่เต็มคอ

ชานอูก้มหน้าลงไปซบกับฝ่ามือแล้วใช้หัวแม่โป้งนวดไปตามเปลือกตา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพราะเขารู้ดีว่าจะทำให้พ่อเสียเวลาไม่ได้ ป่านนี้อาจจะกำลังติดงานยุ่งอยู่

            “ผมจะไม่ห้ามพ่อนะ ถ้าพ่อจะทำอะไรมัน”

            (มันยอมรับแล้วเหรอไง?)

เขาเงียบแทนคำตอบ แต่มีหรือคนอย่างอิลกุกจะไม่รู้ว่านี่หมายความว่ายังไง เพราะทันทีที่เป็นแบบนั้นเสียงแค่นหัวเราะก็ดังมาตามสาย ทำเอาชานอูต้องถอนหายใจออกมาเบาๆอีกหนก่อนจะนอนแผ่ลงไปบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก

            “แต่ถ้าผมขอ.. ไม่ให้พ่อทำอะไรรุนแรง พ่อจะทำให้ผมได้มั้ย?”

            (ไม่มีการต่อรองอะไรทั้งนั้น)

            “ยังไงมันก็เพื่อนของผมอะ คือ..”

            (แต่พี่ชายแกคือลูกของฉัน)

เป็นอีกหนที่ร่างสูงต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะไม่มีเหตุผลไหนจะต่อรองกับพ่อได้ แม้หลายคนจะกำลังก่นด่าเขาในใจว่าไอ้ยูคมันทำถึงขนาดนี้แล้วจะไปห่วงมันทำไม

            แต่ก็นะ..

            เพื่อนสนิท.. ยังไงคำนี้ก็เป็นความจริง ถึงแม้ว่าสถานะนั้นจะกลายเป็นแค่อดีตไปแล้ว แต่ก็ขอยอมรับแบบตรงๆว่าเขาก็ยังตัดใจจากมันไม่ได้เต็มร้อย อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาก็สนิทกันอยู่แค่สองคนด้วยล่ะมั้ง

            ก็เท่ากับว่าตอนนี้ไม่เหลือใครเลยนี่หว่า..

            แม้กระทั่งยุนฮยองเองก็หายหน้า เขาเองก็จนปัญญาที่จะตามหาแล้ว คงได้แต่รอว่าสักวันอีกฝ่ายจะเป็นคนติดต่อมาหาเขาเอง หมายถึง.. ถ้าพระเจ้าเห็นใจน่ะนะ

            (แค่นี้นะ ฉันต้องจัดการเรื่องของพี่แกต่อ ก่อปัญหาได้ไม่เว้นแต่ละวันเลยจริงๆ)

            “พี่คนไหนครับ?”

            (จุนฮเว โดนพวกแก๊งอันธพาลบนเกาะรุม ไปครั้งแรกก็ได้เรื่องเลยนะ)

ชานอูเด้งขึ้นจากเตียงด้วยความรวดเร็วพอได้ยินแบบนั้น ทั้งๆที่พอจะรู้อยู่ว่าบนเกาะก็มีทั้งพวกที่ภักดีต่อซงและพวกที่ไม่ชอบขี้หน้า เอาจริงๆถึงแม้คนส่วนมากจะเคารพตระกูลของเขา แต่ตามสัจธรรมโลกคือมีคนชอบก็ต้องมีคนเกลียด

            มีมาเฟียหลายกลุ่มที่ไม่ชอบพ่อของเขา เป็นเพราะปัญหาธุรกิจหรืออะไรหลายๆอย่างที่พ่อไปเอาเปรียบไว้ แต่ที่ไม่มีการลุกฮือขึ้นมาทำร้ายหรือปะทะกันเป็นเพราะแต่ละคนรู้ดีว่าไม่มีทางเทียบอำนาจของซงได้ ทั้งเรื่องกำลังคนและอาวุธยังไงพ่อของเขาก็เหนือกว่า

            เลยเลือกที่จะมาลงกับพี่จุนฮเวเนี่ยนะ?

            “ตอนนี้พี่อยู่ไหนครับ?”

            (สักที่บนเกาะ)

“แล้วคนของพ่อที่สั่งให้ติดตามพี่ไว้ล่ะครับ ไม่อยู่แล้วเหรอ?”

(ก็พี่แกดื้อไง หนีไปแล้ว แกก็ไปตามหาแทนฉันด้วยละกัน)

            “แล้วพ่อจะเอายังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นครับ? หมายถึง.. ผมก็ถามทั้งสองเรื่องน่ะนะ ทั้งเรื่องของคนที่มาทำร้ายพี่จุนฮเวกับเรื่องของไอ้ยูค”

            (เรื่องพวกนี้แกไม่ต้องมาหนักใจแทน ให้รู้เอาไว้ว่าคนที่มันมาหยามหน้าฉัน มันจะไม่มีชีวิตที่ดีอีกต่อไป”

 

ตู๊ด... ตู๊ด.. ตู๊ด...

 

            คำพูดนั้นของพ่อ จบลงพร้อมกับเสียงสัญญาณที่ขาดหายไป

 

GLUTTONY

 

“นี่ นายกล้าชวนคนในโรงเรียนซงคุยขนาดนั้นได้ยังไงกัน”

ทันทีที่แทฮยองลากเขาออกมาจากห้องได้ อีกฝ่ายก็รีบเปิดปากเอ่ยถามในทันที ทำเอายุนฮยองไม่รู้จะตอบยังไง เรื่องนี้อาจจะต้องโทษตัวเองด้วยว่าความอยากรู้อยากเห็นของเขามันมีมากเกินไปจึงทำให้อดใจไม่ไหว

เรื่องมันมีอยู่ว่าเขาได้ทำการช่วยจุนฮเวและจินฮวานที่ถูกพวกอันธพาลรุมทำร้ายและพามาพักฟื้นอยู่ที่บ้านของแทฮยอง แต่พอได้คุยกันสักพัก เขาก็พบว่าคนที่ชื่อจินฮวานอะไรนั่นดูนิสัยดีกว่าที่คิด ด้วยความที่จิตใจในตอนแรกเองก็จดจ่ออยู่กับชานอูอยู่แล้ว พอเห็นคนเป็นพี่ชายอย่างจุนฮเวอยู่ตรงหน้ามันก็อดที่จะถามออกไปไม่ได้จริงๆ

เขาแค่ถามเองว่าคนในตระกูลซงจะไม่มาแล้วเหรอ.. มีความหวังอยู่เล็กๆว่าอาจจะตามมาทีหลังอะไรแบบนี้ มันเป็นแค่ความฝันของคนที่ไม่เจียมตัวน่ะ สุดท้ายก็ต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังเกือบเผยความลับที่กุมอยู่ออกไปให้แทฮยองรู้อีกต่างหาก

“ก็อย่างที่บอกไง ฉันแค่อยากเห็นหน้าของคุณชานอูเท่านั้น”

ยุนฮยองแก้ตัว ก่อนจะทำทีเดินไปหยิบน้ำแล้วยกขึ้นดื่ม จะได้ไม่มีพิรุธมากไปกว่านี้

“ไอ้เรื่องนั้นน่ะฉันก็อยากเจอ แต่ยังไงฉันก็ไม่กล้าถามคนของโรงเรียนซงแบบนั้นอยู่ดี นายคุยเหมือนสนิทกับเขาเลย ทำไมนายมีความกล้า”

“คิดมากเกินไปแล้วมั้งนายน่ะ ฉันจะเอาอะไรไปสนิทกับคนพวกนั้น สงสัยความอยากเจอมันทำให้เผลอหลุดปากออกไปน่ะ ฉันก็แค่คิดว่าคุณจินฮวานเป็นคนนิสัยดีเลยกล้าถามเท่านั้นเอง”

ยุนฮยองทำเป็นตีหน้าซื่อแล้วจิบน้ำต่อ ในใจเริ่มจะเต้นแรง เพราะเขารู้ดีว่าแทฮยองน่ะเป็นพวกช่างถาม อยากรู้อยากเห็นไปหมดแล้วก็ชอบซักไซ้ให้ได้คำตอบที่ตัวเองต้องการด้วย

            “ดูเหมือนนายจะมีความลับกับฉันนะ”

ประโยคนั้นดังขึ้นพร้อมกับดวงตาที่หรี่ลงอย่างจับผิด ทำเอายุนฮยองต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

            เคยรู้มาว่าถ้าจะโกหกใครน่ะให้มองตา อย่าหลบสายตาเด็ดขาดถ้าไม่อย่างนั้นอาจจะโดนจับได้ ตอนนี้เขากำลังพยายามทำแบบนั้นกับแทฮยองอยู่

            “นายจะเอาอะไรกับฉัน มันไม่มีอะไรทั้งนั้นล่ะ”

            “ไม่รู้สิ ฉันก็แค่อยากรู้เรื่องของนายตามประสาคนเป็นเพื่อน แต่ถ้านายบอกว่าไม่มีอะไรก็คงจะไม่มีอะไร”

            แทฮยองว่าพลางหัวเราะ แม้เขาจะสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่เชื่อใจกันร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยท่าทางแคลงใจนั้นก็ลดลงบ้างแล้ว เรียกให้ยุนฮยองลอบถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งอก

            สาบานได้เลยว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ยอมปริปากอะไร และจะไม่ทำตัวอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตระกูลซงอีกแล้ว อันตรายจริงๆ ถ้าคนแถวนี้รู้ว่าชานอูกับเขาเคยคุยกันมาก่อนล่ะก็..

            ไม่อยากจะคิด

แต่พอพูดถึงตรงนี้ความทรงจำเก่าๆก็วกเข้ามาในหัวอีกครั้ง ทุกภาพแห่งความทรงจำ ทุกคำพูด และทุกสัมผัสที่ชานอูเคยให้ไว้ไม่เคยจางหายไปไหน เพียงแค่มันแวบเข้ามาในสมอง ความรู้สึกร้อนผ่าวก็เคลื่อนที่มาแทรกอยู่ตรงดวงตาได้อย่างรวดเร็ว

            เขาคิดถึงชานอูอย่างสุดหัวใจ

มันจะไม่แย่ขนาดนี้ถ้าตอนที่เขาหายไปอีกฝ่ายไม่ได้พยายามตามหา เขารู้ดีว่าชานอูลงทุนกับการตามหาตัวเองมาก นั่นแปลว่าเขาได้สร้างความหนักใจให้กับคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ชานอูอาจจะไม่มีสมาธิเรียนหนังสือ หรือแม้กระทั่งทานข้าวมื้อไหนก็ไม่อร่อย.. ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดกับคนดีๆอย่างชานอูเลยสักนิด

            ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ?

            เจอคนที่ถูกใจคนใหม่หรือยัง?

แน่นอนว่าเขายังตัดใจจากอีกฝ่ายไม่ได้ พอคิดว่าวันข้างหน้าชานอูจะต้องมีคนข้างกาย อาจจะเป็นที่รู้จักของใครหลายคน ซึ่งเขาที่เป็นคนธรรมดาเองก็ต้องได้รู้เรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ถึงวันนั้นจะทำใจได้ไหมนะ..

            คงไม่สามารถทำใจเห็นภาพที่แสนจะโหดร้ายแบบนั้นได้หรอก เพราะที่ตรงนั้นเคยเกือบจะเป็นของเขาแล้วแท้ๆ

            บ้าจริงๆเลยยุนฮยอง คิดบ้าอะไรอยู่ได้.. หรืออาจจะเป็นเพราะความกดดันทำให้เขามักจะนอนคิดฟุ้งซ่านอยู่ทุกคืน ชอบคิดในเรื่องเลวร้ายและคาดเดากับอนาคตที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะมาถึง

            เป็นแบบนี้มันแย่จริงๆ

            “ปรินซ์!

กายบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงของคนเป็นเพื่อนดังเข้ามาในหู มันทำให้ความคิดฟุ้งซ่านเมื่อกี้พร้อมใจกันหายวับไปกับลม ถูกแทนเข้ามาด้วยเสียงวิ้งๆและความรู้สึกปวดแทนเพราะแทฮยองไม่ได้พูดเฉยๆ แต่กลับตะโกนใส่หูเขาอย่างจัง

            “อะไรของนาย”

            ยุนฮยองโอดครวญใหญ่ ก่อนจะใช้นิ้วก้อยแหย่เข้าไปในหูของตัวเองเพื่อให้อาการดังกล่าวทุเลาลง

            “ก็จะอะไรซะอีก นายเอาแต่เหม่อ ช่วงนี้นายแปลกๆนะปรินซ์ ไอ้ตอนไปรับคนจากโรงเรียนซงก็วิ่งหนีออกมาก่อน จากนั้นนายก็หายไปเลย ฉันไปหาที่บ้านก็ไม่เจอ แล้วนายยังโผล่มากับคุณจุนฮเวอีก”

            “ฉันไปนั่งเล่นริมหาดมา พอดีทะเลาะกับป้าน่ะ ส่วนเรื่องที่เจอคุณจุนฮเวนั่นบังเอิญจริงๆ นี่นายกำลังจับผิดฉันเหรอ?”

            ยุนฮยองถามประโยคหลังด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาแสดงความไม่พอใจนิดๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยากให้แทฮยองเลิกจับผิดกันเสียที ช่วงนี้เขายิ่งสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่ด้วย เดี๋ยวจะเป็นปัญหาถ้าหากความลับถูกเผยออกไป

            “เฮ้ยเปล่า ฉันขอโทษ”

            แล้วมันก็ได้ผล เมื่อแทฮยองรีบส่ายหน้ารัวก่อนปฏิเสธเสียงจริงจัง

            “ฉันไม่ได้จับผิดนาย ฉันแค่ห่วงน่ะ เอาจริงยอมรับก็ได้ว่าสงสัยอะไรหลายอย่าง แต่ความห่วงมันมีมากกว่าเพราะว่ายังไงนายก็เพื่อนของฉัน”

ยุนฮยองยิ้มรับพออีกฝ่ายพูดจบ แปลว่าคราวนี้จะต้องระวังตัวมากขึ้นแล้วเวลาจะทำอะไร มันแย่จริงๆที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับการเก็บความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้ อีกทั้งยังต้องโดนคนเป็นป้าคอยข่มขู่อีก แค่นี้ชีวิตของเขาก็ไม่มีความสุขมากเกินไปแล้ว

            ขอเก็บความทรงจำเกี่ยวกับชานอูเอาไว้เพื่อเป็นความสุขเล็กๆที่ไม่คิดว่าคนแบบเขาจะได้พบเจอก็แล้วกัน

 

แกรก

 

            ก่อนที่เสียงเปิดประตูจะเรียกให้ทั้งคู่หันไปมองด้วยความสนใจ แต่แล้วก็ต้องรีบลุกขึ้นยืนและโค้งให้เมื่อพบว่าคนเปิดออกมาคือจุนฮเวไม่ใช่ใครอื่น แม้ว่าสภาพโดยรวมจะดูดีกว่าตอนแรกแล้วเพราะใบหน้าถูกทำความสะอาดคราบเลือดออกไป

แต่ไม่ว่ายังไงตระกูลซงก็ยังเป็นตระกูลซง ความน่าเกรงขามยังมีเท่าเดิม ขนาดเขาที่ยืนอยู่ไกลๆยังรู้สึกขนลุกเวลาที่สายตาคมนั้นจ้องมาเลย

“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่มั้ยครับคุณจุนฮเว หรือต้องการอะไรเพิ่มเติม..”

แทฮยองเป็นฝ่ายเอ่ยก่อน สีหน้านั้นบ่งบอกถึงความกลัวอย่างชัดเจน และยิ่งตอนที่จุนฮเวเหลือบตามองนิ่งๆก็ทำให้ถึงกับหน้าซีด แต่ถึงอย่างนั้นริมฝีปากของหมอนั่นก็ยังคงยิ้มให้

จนกระทั่งจุนฮเวเดินผ่านไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา แทฮยองจึงได้แค่หันมามองหน้าเขาด้วยสายตาที่อยากจะถามว่าเมื่อกี้ทำอะไรผิดไปรึเปล่า ยุนฮยองเองก็ทำได้เพียงส่ายหน้า

“เขาคงอยากกลับบ้านแล้วล่ะ อย่าถือสาเขาเลยนะ ปกติเขาไม่ค่อยชอบพูดกับใคร แต่จริงๆแล้วเขาใจดีมาก ถ้ายังไงเดี๋ยวฉันจะตอบแทนพวกนายทีหลัง”

ตามด้วยคนที่อยู่ด้วยกันตั้งแต่ตอนแรกอย่างจินฮวานที่ออกมาแก้ต่างให้ ร่างเล็กพูดแบบไวๆก่อนจะเข้ามาจับมือแล้วโค้งให้ยกใหญ่ แน่นอนว่ามันทำให้ทั้งเขาและแทฮยองต่างก็ยิ่งเกรงใจ รีบส่ายหน้าปฏิเสธแล้วโค้งตอบแทบไม่ทัน

“เออคือ.. ไม่เป็นไรหรอกครับ..”

“เอาน่า ฉันขอตัวก่อนนะเดี๋ยวจะตามเขาไม่ทัน ขอบคุณมากจริงๆปรินซ์ แทฮยองนายก็ด้วยนะ”

แต่ไม่ทันที่ยุนฮยองจะเอ่ยค้านอะไรจินฮวานก็พูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง ร่างเล็กพูดแค่นั้นก่อนจะรีบวิ่งตามจุนฮเวไป คงเป็นเพราะเรียวขาที่แสนยาวนั่นทำให้ร่างสูงเดินออกไปไกลลิ่ว เพียงมองจากตรงนี้ก็รู้สึกสงสารคนตัวเล็กๆอย่างจินฮวานแล้วที่จะต้องวิ่งตาม

“พวกเขาเป็นแฟนกันเหรอ?”

แทฮยองหันมาถาม ส่วนยุนฮยองก็ได้แค่ส่ายหน้า

ถึงดูจากท่าทางแล้วบางทีจะเหมือนเป็นแฟนกันก็เถอะ แต่บางทีก็ดูไม่ใช่ เพราะคนเป็นแฟนกันคงไม่เดินนำไปก่อนแบบนั้นแล้วให้คนตัวเล็กที่แสนจะน่าสงสารวิ่งตามหรอกจริงไหมล่ะ? หรือว่าจะทะเลาะกัน?

            ช่างเถอะ เขาไม่ควรจะคิดเรื่องของคนอื่นเยอะด้วยซ้ำ

            “นายเอาไงต่ออะ? จะกลับบ้านเลยมั้ย?”

            แทฮยองถามต่อ ส่วนยุนฮยองก็พยักหน้าลงช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจ

ทั้งๆที่ความจริงก็ขี้เกียจกลับบ้านล่ะนะ แต่เขาก็คิดว่าอยู่ตรงนี้ต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จะเอาแต่เซ็งแต่นอยด์มันก็ทำให้เรื่องทุกอย่างแย่ลง เขาควรยอมรับชะตากรรมของตัวเองแล้วเดินไปตามทางที่ถูกกำหนดไว้แต่โดยดี เพราะไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้แล้ว

            “ฉันไปส่งมั้ย?”

            “ไม่ต้องหรอก ยังไงก็ขอบใจนายมากนะที่ช่วย ฉันดันพาคนบาดเจ็บมาทำให้นายเดือดร้อนไปด้วยเลย แต่ฉันก็คิดไม่ออกจริงๆว่าควรจะพาไปหาใคร”

            “เฮ้ยคิดมากน่ะ ถือว่าเป็นบุญของบ้านฉันที่ได้มีคนของตระกูลซงมาเยือนถึงที่เลยล่ะ แม่จะต้องภูมิใจมากแน่ๆ”

ยุนฮยองหัวเราะเมื่อเห็นว่าแทฮยองแสดงสีหน้าที่ดูจะภูมิใจมากจริงๆ เมื่อเป็นแบบนั้นเขาจึงขอตัวกลับ บอกไปว่าพรุ่งนี้เช้าเจอกันที่โรงงานเหมือนเดิมก่อนจะกอดกันทีนึงแล้วเดินจากไป

            แทฮยองมองแผ่นหลังของเพื่อนตัวเองอยู่ซักพักก่อนจะเป็นฝ่ายชูแขนขึ้นบิดขี้เกียจบ้าง จากนั้นก็คิดได้ว่าเขาคงต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของตัวเองก่อน เมื่อเป็นแบบนั้นจึงเดินไปที่ห้องอย่างไม่ลังเล

            “อื้อหือ..”

            จะว่าไปแล้วเขาควรจะเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไปประมูลต่อดีไหมน่ะ เพราะคนที่เป็นปลื้มตระกูลซงบนเกาะก็เยอะอยู่แล้ว แน่นอนว่าจะต้องมีคนมาซื้อต่อแน่ ถึงแม้มันจะเป็นการกระทำที่ดูโรคจิตไปหน่อย แต่เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นในหมู่แฟนคลับของดารานักร้องด้วยไม่ใช่เหรอไง?

            บุคคลในตระกูลซงก็เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคนแบบนั้นเช่นกัน

            แต่คิดอีกแง่.. เขาควรจะเก็บไว้อวดเองมากกว่า เพราะหลายคนคงจะอิจฉาไม่น้อยที่ได้ครอบครองสิ่งของอะไรแบบนี้

แทฮยองหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีในขณะที่ทำการจัดเก็บที่นอน ก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้าและน้ำในกะละมังที่เตรียมมาให้ในตอนแรกไปเททิ้ง ความจริงเขากะจะซักเลยนะ แต่รอให้แม่กลับบ้านมาก่อนดีกว่า แม่เขาจะต้องเป็นปลื้มมากแน่ๆที่ลูกชายได้ช่วยเหลือคนตระกูลใหญ่แบบนั้นในวันนี้

            “ขอโทษนะครับ”

            แต่ใครจะไปรู้ว่าพอแทฮยองเดินออกมาจากห้องน้ำ เสียงทุ้มของใครบางคนจะเอ่ยเรียกเขาเอาไว้ พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ..

            ถ้าเป็นคนอื่นแทฮยองอาจจะด่าไปแล้ว ที่กล้ามาเข้าบ้านของเขาโดยไม่ร้องเรียกก่อนแบบนี้ แต่สำหรับคนนี้..

            “ผมมาตามหาพี่ชายน่ะ เห็นว่าเขาบาดเจ็บแล้วอาจจะพักอยู่แถวนี้ ไม่ทราบว่าใช่บ้านหลังนี้รึเปล่าครับ?”

            “คุณ... ชานอู?”

            ให้ตาย วันนี้มีคนจากตระกูลซงมาเยือนที่บ้านถึงสองคนเลยเหรอเนี่ย!

 

GLUTTONY

 

ท้องฟ้าเริ่มจะครึ้มเมื่อถึงเวลายามเย็น

หลังจากที่ยุนฮยองขอตัวออกมาจากบ้านของแทฮยองแล้ว ทีแรกเขาก็คิดว่าจะกลับไปที่บ้านโดยใช้ทางลัดที่เคยเดินอยู่ประจำ แต่โชคไม่ดีที่ท้องเจ้ากรรมมันดันส่งเสียงร้องโครกครากและพาลจะทำให้ขาไม่มีแรงเดินไปเสียก่อน เขาจึงต้องจำใจเปลี่ยนเส้นทางเดินมายังตลาด

แม้จะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ร้านค้าต่างๆพากันปิดลงเสียหมด แต่ยุนฮยองก็ไม่คิดที่จะปริปากถามใครเพราะคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองจะต้องรู้ เป้าหมายของเขามีเพียงเดินมาซื้อของกินเล็กๆน้อยๆที่สามารถกินในระหว่างเดินกลับบ้านได้เท่านั้น

ตาเรียวคมหันมองไปรอบๆกายเพื่อหาร้านที่ยังเปิดอยู่ ก่อนจะสะดุดเข้ากับร้านรถเข็นโอเด้งที่กำลังจะเก็บ ยุนฮยองจึงไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปห้ามไว้ ก่อนจะออกตัวขอซื้อสักสองสามไม้เพื่อประทังความหิว

“ทำไมวันนี้ถึงได้เก็บร้านไวจังล่ะครับ?”

ริมฝีปากบางเอ่ยถามในตอนที่กำลังรอให้ลุงเจ้าของรถเข็นเอาไม้ใส่ถุง ในขณะเดียวกันมือก็ล้วงเข้าไปหยิบเงินออกมาจำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมที่จะส่งให้อีกด้วย

            “ไปเฝ้ารอคุณหนูชานอูน่ะสิ”

แต่แล้วมือที่กำลังจะยื่นเงินให้ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำตอบของคนตรงหน้า ยุนฮยองกะพริบตาปริบๆ ฉับพลันหัวใจก็เต้นแรงมากขึ้นราวกับว่าตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

            “หมาย.. หมายความว่ายังไงลุง?”

            “ก็จะให้หมายความว่ายังไง คุณหนูชานอูแกบินตามมาทำธุระที่นี่ มีหลายคนได้เจอแล้ว แต่คนที่ยังไม่ได้เจอเขาก็ไปรอกันที่หน้าโรงแรมโน่น เผื่อว่าจะได้เห็นแค่เสี้ยวเดียวก็ยัง...”

            “นี่เงินนะครับ ผมไม่เอาแล้วล่ะ”

            “เอ้าไอ้หนู เดี๋ยวก่อน ไอ้หนู! อะไรของเอ็งวะ!

ไม่รอให้ลุงขายโอเด้งพูดจบเขาก็เลือกที่จะวางเงินจำนวนหนึ่งไว้แล้ววิ่งไปที่โรงแรมอย่างไม่คิดชีวิต ขอบตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆในตอนที่รู้ว่าชานอูยืนอยู่บนแผ่นดินเดียวกับตัวเอง อีกทั้งยังนึกเจ็บใจด้วยว่าเวลาที่ผ่านมาเขาไปทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่รู้เรื่องแบบนี้เลยซักนิด ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องใกล้ตัวเพียงแต่ปลายจมูกเท่านั้น

            นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่จะได้เจอ เพราะถ้าเขาคลาดกับชานอูครั้งนี้ก็คงจะไม่มีวันได้เห็นหน้ากันอีก ปีหน้าชานอูก็จะขึ้นเกรด 11 ไม่มีนโยบายให้มาที่นี่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะต้องพบกับชานอูให้ได้ นี่คือการทุ่มหมดหน้าตักแล้ว

            ไม่ว่ายังไงก็จะต้องเจอ

ยุนฮยองหอบแฮกในตอนที่วิ่งมาถึงหน้าโรงแรม เขามั่นใจว่าชานอูพักอยู่ที่โรงแรมนี้แบบไม่ผิดแน่ สังเกตจากจำนวนคนที่แออัดกันอยู่ตรงด้านหน้า ทุกคนมาเพื่อรอยลโฉมบุตรชายคนเล็กแห่งตระกูลซงทั้งนั้น

            กายผอมบางพยายามเบียดแทรกตัวเองเข้าไปและดั้นด้นที่จะเกาะขอบรั้วให้ได้ เป็นเพราะโรงแรมกลัวเกิดความวุ่นวายและเป็นอันตรายต่อนักเรียนซงทุกคนจึงสั่งห้ามคนในพื้นที่เข้าไปด้านใน มีทางเดียวเท่านั้นนั่นก็คือต้องนั่งรถที่มีตราประทับของโรงเรียนเท่านั้นถึงจะผ่านเข้าไปได้ แต่ดูเหมือนหลายๆคนก็จะพอใจที่ได้ยืนอยู่แค่ตรงนี้

            อารมณ์เพียงแค่ได้เห็นหน้าก็ยังดี..

            แต่เขานี่สิ.. ชานอูจะมองเห็นเขาไหม?

ยุนฮยองเบียดเสียดกับผู้คนมาจนถึงตรงขอบด้านหน้าสุด ที่เป็นแนวรั้วกั้นไม่ให้ใครเข้าไปด้านใน ตรงนี้เป็นทางรถผ่าน ซึ่งถ้าใครจะเข้าออกโรงแรมก็ต้องเข้าทางนี้กันทั้งนั้น

ทุกคนรออย่างใจจดจ่อจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มครึ้ม พระอาทิตย์เตรียมจะลาลับลงขอบฟ้าไปแล้ว แต่ดูเหมือนทุกคนที่อยู่ตรงนี้จะยังไม่ถอดใจจนกว่าจะได้เห็นใบหน้าของบุตรชายคนเล็กแห่งตระกูลใหญ่

            “อยู่ในความสงบด้วยนะครับ คุณหนูชานอูจะมาแล้ว!

เสียงเฮดังลั่นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสั่งให้ทุกคนอยู่ในความสงบ ยุนฮยองทั้งโดนเบียดโดนดัน ตัวของเขาแนบไปกับแนวเหล็กที่กั้นเอาไว้ หากแต่ความเจ็บปวดก็ไม่สามารถทำให้สิ่งที่ตั้งใจนั้นพังทลายลงได้

            กายเล็กชะเง้อคอมองไปยังทางที่รถจะเข้ามา เท้าทั้งสองข้างเขย่งจนเกือบสุดเพื่อที่จะทำให้ตัวเองได้มองเห็นอย่างชัดๆ จนกระทั่งรถคันหรูที่ติดตราของตระกูลซงไว้เคลื่อนมาทางนี้ คนทั้งหลายก็เริ่มที่จะดันและดึงกันอย่างสุดความสามารถ ร่างของยุนฮยองเซไปตามแรง หากแต่สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่รถคันนั้น

            รถคันที่เขาเคยนั่ง รถของตระกูลซง

            “คุณหนูจะเปิดกระจกเพื่อทักทายทุกคน ขอให้ทุกคนอยู่ในความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ตะโกน แล้วก็ไม่ดันกันด้วยนะครับ! ถ้าไม่อย่างนั้นทางเราจะสั่งให้รถขับเข้าไปยังโรงแรมเลย!

โชคดีที่เจ้าหน้าที่ประกาศแบบนั้น แล้วมันก็เป็นอย่างที่ว่าจริงๆเมื่อตัวรถค่อยๆขับช้าลงเรื่อยๆ อีกทั้งกระจกลงถูกเลื่อนลงเพื่อให้ทุกคนที่นี่ได้ยลโฉมของชานอูชัดๆ

            แม้ว่าเด็กหนุ่มจะทำการนั่งนิ่งๆอยู่ในรถโดยที่ไม่หันมาทักทางฝูงชนใดๆ แต่คนรอบข้างก็ไม่คิดโกรธเคืองเพราะเข้าใจดีว่าชานอูกำลังเหนื่อย ทุกคนพร้อมใจกันหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปและเลือกที่จะเก็บภาพแห่งความทรงจำเอาไว้เงียบๆตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่

            ผิดกับยุนฮยองที่คิดถึงใบหน้าของอีกฝ่ายจนหยาดน้ำตาถึงกับไหลออกมา

            “ชานอู!!!!

            เขาตัดสินใจเอ่ยเรียกออกไปในตอนที่ตัวรถเคลื่อนมาด้านหน้า เพียงเสียงนั้นดัง คนรอบข้างก็พร้อมใจกันหันมามองด้วยความสงสัย เจ้าหน้าที่หลายคนเองก็รีบเดินเข้ามาใกล้ แต่ในเวลาแบบนี้ร่างเล็กไม่คิดที่จะสนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว

            “ชานอู!! ชานอู!!!

            เขาตะโกนออกไปให้ดังที่สุด ยุนฮยองเอ่ยเรียกอีกฝ่ายหลายครั้งจนเริ่มจะเจ็บคอ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะหยุด ยิ่งรถเคลื่อนผ่านไปไกลเท่าไรเขาก็ยิ่งตะเบ็งเสียงออกมาราวกับคนบ้า หยาดน้ำใสๆไหลพรากในตอนที่คิดว่าความหวังทั้งหมดเริ่มจะเลือนรางหายไป

            ไม่รู้ว่าชานอูจะได้ยินเขาไหม?

            “ชานอู!!!! หยุดก่อน ชานอู!

แต่ดูเหมือนสายลมจะช่วยพัดพาให้เสียงเล็กๆนั้นลอยเข้าไปกระทบโสตประสาทของเด็กหนุ่มในตอนท้าย มันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยจนอดไม่ได้ที่จะหันไปมองด้านหลังแม้ว่าตัวรถจะเคลื่อนผ่านไปแล้ว

            ชานอูเบิกตากว้างขึ้นเมื่อพบว่าใครบางคนกำลังโดนเจ้าหน้าที่ว่าปราม แต่ถึงอย่างนั้นร่างเล็กก็ยังคงตะโกนเรียกชื่อของเขาพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้า

            น้ำเสียงที่เขาจำได้ดี

            น้ำเสียงที่เขาคิดถึงอยู่ตลอดเวลา

            ไม่ผิดแน่!

            “จอด.. จอดรถครับ”

            “คุณหนู!

            ไม่รอช้าเด็กหนุ่มรีบเปิดประตูรถลงไปทั้งๆที่ยังไม่ทันได้จอดสนิท ขาเรียวยาววิ่งไปตามทางไม่ฟังคำห้ามปรามของใครทั้งนั้น อะไรบางอย่างทำให้เขาเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองว่าได้พบเจอกับคนที่เฝ้าตามหามานานแล้ว

            ยิ่งได้ยินอีกฝ่ายร้องเรียกเขายิ่งมั่นใจ มีเพียงเสียงแบบนี้ที่เขาจำได้แม่นและไม่คิดจะลืม

          “พี่ยุนฮยอง!

 



100%

เจอกันแล้วค่ะกว่าจะเจอกัน อุปสรรคเยอะมากฮาาา เอาไปครบ100%ทีเดียวเลยไม่รู้จะตัดตรงไหน
ฟิค7บาปขยายเวลาการโอนเงินให้กับคนที่โอนไม่ทันด้วยนะคะ รายละเอียดที่หน้าฟิคเลย อย่าพลาดนะ ^^

#พี่ยุนน่ากิน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1256 jun de (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 02:10
    อือหือ คิดภาพแล้วน้ำตาจะไหล โอ้ยแม่
    #1,256
    0
  2. #1250 GIN...⚡ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 10:42
    แค่อ่านตอนที่เค้าเรียกชื่อกันน้ำตาก็ไหลแล้วอ่ะ ;_____;
    #1,250
    0
  3. #1245 icevalentine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 17:14
    โอ้ย กว่าจะเจอกันได้ ดราม่าเหลือเกิน
    #1,245
    0
  4. #1242 Wattson (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 09:23
    เป็นปลื้ม????????????
    #1,242
    0
  5. #1230 jun de (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 09:57
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เค้าจะเจอกันใช่มั้ยคะ ฮื่อออออออออออออ
    #1,230
    0
  6. #1220 -SORA_7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 18:36
    ลุ้นมากกกกกกกกกกกก
    #1,220
    0
  7. #1216 9nawKIHAE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 12:17
    โอ้โฮฮฮฮ ลุ้นมากกกกกกกกกกกกกกกกก
    แทบกรีดดดด แม่มเอ้ยยยย ได้เจอกันซะที TT______TT
    #1,216
    0
  8. #1167 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 22:34
    คือเราลุ้นหนักมากกกก นั่งหวีดอยู่คนเดียว ดีใจจจจจจจ เจอกันซะที แงงงง ดีใจจริงๆนะ 😂😂
    #1,167
    0
  9. #1166 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 22:32
    คือเราลุ้นหนักมากกกก นั่งหวีดอยู่คนเดียว ดีใจจจจจจจ เจอกันซะที แงงงง ดีใจจริงๆนะ 😂😂
    #1,166
    0
  10. #1148 Pork fat^^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 15:00
    อ่านไปดิ้นไป ให้ความรู้สึกเหมือนละครหลังข่าว แต่มันสนุกยิ่งกว่าละครหลังข่าวอีก 5555555 
    #1,148
    0
  11. #994 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 03:11
    กรี้ดดดดดดดด เจอกะนสักที ลุ้นแล้วลุ้นอีกคลาดแล้วคลาดอีก โอ้ยยยยยย
    #994
    0
  12. #961 Fangg_l (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 17:19
    พฮื่อออออ น้ำตาจะไหลเขาเจอกันแล้วคะแม่เขาเจอกันจริงแล้ว ดีใจแทนพี่ยุนอ่ะ ;--;
    #961
    0
  13. #863 gxisimp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:41
    ฮรืออเจอกันซักที TTTTvTTTT
    #863
    0
  14. #776 HoneyBabby (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:46
    เจอแล้ว กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด!! โคตรลุ้นโคตรสงสารเลยฮืออออ
    #776
    0
  15. #693 Nicenight (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:51
    โห้ยเค้าเจอกันแล้วไม่นะไม่ฮืออออออ
    #693
    0
  16. #692 แฟนไคอ่ะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:36
    ฮือออ เจอกันสักทีลุ้นมากกกก โอ้ยยยจัลล้อง??
    #692
    0
  17. #691 Trustme CJ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:41
    เจอกันแล้ววว ลุ้นแรงมาก จะร้องไห้ สงสารยุน ฮืออ
    #691
    0
  18. #690 SANALIB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:28
    เจอกันแล้วววว ฮุ้ยยยยยน น้ำตาจะไหล
    #690
    0
  19. #689 mclub (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:53
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เจอกันซักที
    โอ้เย่ๆๆๆ 
    คือแบบ ลุ้นตั้งแต่เรื่องจุนเน่ ยันลุ้้นตอนนี้
    เออ ดีให้มันเจอกันได้ละ
    ควรจะเจอตั้งแต่ตอนจีวอนละปะวะ
    (เหมือนจำได้ว่ามันมีไรนี่เหละ ลืมละ)
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    สะใจ ตอนหน้า ไม่เอาอีป้าละนะ
    เอาอีป้าไปเก็บ นี่เกลียดอีป้าแรง
    เอาแบบ เดินๆอยู่ โดนเปลือกหอยตำขา ตายไปเลยละกัน
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #689
    0
  20. #688 Popne (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:03
    เขาเจอกันแล้วววว ฮือออ
    #688
    0
  21. #687 failie_yooyj (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:06
    โอ้ยยยยย คือกว่าจะเจอกันเนอะ ปลื้มปิติมากกกก ตอนหน้าขอสวีทสักที
    #687
    0
  22. #686 rknq_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 06:24
    ในที่สุด ปลื้มปริ่มมากน้ำตาจะไหล ได้เจอกันสักที
    #686
    0
  23. #685 Chinpupu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:29
    เขาเจอกันแล้ววว ดีใจอ่ะ
    #685
    0
  24. #684 l_lilac (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:37
    ฮือออออออออออ เขาเจอกันแล้วค่ะแม่~~ ดีใจ ปลื้มใจ น้ำตาร่วงรุนแรงมาก ฮือออออออออออออ จุนเน่นี่ก็ยังไม่ยอมเป็นมิตรกับใครเลยใช่มั้ยนอกจากพี่จีนาน แต่ตอนออกไปก็ยิ้มให้รึเปล่า ใช่มั้ยนะ เอ๊ะ.. หรืออ่านผิดกันนะ หรือแทแทยิ้ม? เอ๊ะ... 55555555555

    โฮ้ยยยยยยย น้ำตาคลอตอนที่พี่ยุนออกไปแล้วชนูก็เข้าไปหาแทแท โอโห้ ในใจนี่แบบอย่าคลาดกันอีกนะโว้ย อุตส่าห์อยู่ ณ แผ่นดินเดียวกันแล้ว สูดอากาศเชจูร่วมกันแล้วยังมาคลาดกันอีก แต่สุดท้ายก็เจอกันนน แม่เจ้าาาาาา น้ำตาร่วง โอ้ยยยยยยยยย ตอนชนูทักทายประชาชนนี่เคืองมาก บ่นอยู่คนเดียวทำไมหนูไม่หันหน้าออกมา มือนี่กำแน่นมาก โฮ้ยยยยยยย พี่ยุนก็ตะโกนได้แบบลุ้นมากกก ลุ้นจนอยากจะเรียกน้องชนูให้แทน ฮืออออออออ การ์ดก็กันแล้วกันอีก ขอบคุณในความกล้าของพี่ยุนที่ตะโกนออกไปแม้การ์ดแทบจะลากออกไป ถ้าพี่ยุนไม่ตะโกนออกไปก็คงไม่ได้เจอกันอีกเรียกว่าแห้วกินตลอดชีวิตก็ยังได้ ฮืออออออออ ขอบคุณชนูที่ยังจำเสียงของพี่ยุนได้ แล้วเขาก็ได้เจอกันซักที ปลื้มมมมมมม ดีใจ ปริ่มมากกก น้ำตาร่วง ฮือออออออออออ

    ฮื้อออออ พี่หมิวสู้ๆค่ะ พี่เขียนดีมากเลย ขาดไม่ได้เลยทั้ง 7 คู่ เหมือนเป็นเอเนอร์จี้ในการดำรงชีวิต 5555555555
    #684
    0
  25. #683 wafflekawaii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:36
    เขาเจอกันแล้ว TT
    #683
    0