( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 13 : chapter ten

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    16 ม.ค. 59





7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 10

 

 

คนเราน่ะ.. มักจะคาดหวังกับอะไรที่เกินตัว

เพราะฉะนั้นเวลาที่ผิดหวัง.. ก็จะผิดหวังมากอย่างช่วยไม่ได้

ยุนฮยองหมกตัวอยู่ในห้องตั้งแต่หนีกลับมาจากการต้อนรับคนจากโรงเรียนซง เขารู้ดีว่าตอนไปทำงานวันพรุ่งนี้จะต้องโดนเฒ่าแก่ด่าเช็ดแน่ๆ เพราะการหนีกลับมาทั้งๆที่เขาอุตส่าห์เลือกเป็นส่วนหนึ่งให้ไปต้อนรับแล้วมันไร้มารยาทแค่ไหน

            แต่ใครจะไปทนอยู่ได้กันล่ะ..

            ถ้าเขาปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาแบบนั้น ต่อหน้าของแทฮยองและทุกคน จะต้องมีคนสงสัยอย่างมากแน่ๆว่าเป็นอะไร รู้ดีเลยว่าคนใจอ่อนแบบเขา ในยามไร้สติอาจจะเผลอเล่าเรื่องทั้งหมดที่เคยเจอออกไปก็ได้

            ผลร้ายมันอาจจะมากกว่าที่คิด เพราะฉะนั้นเขายอมโดนเฒ่าแก่ด่าเพียงคนเดียวมันคงจะดีกว่า

แอบคิดไปว่าการที่ชานอูไม่มาเชจูในครั้งนี้ถือเป็นคำตอบแล้วว่าเราไม่ใช่คู่กันจริงๆ เพราะทั้งๆที่คนเกรด 10 จากโรงเรียนซงทุกคนจะต้องมาแท้ๆ แต่ชานอูกลับเลือกที่จะปฏิเสธ นั่นแปลว่าคนบนฟ้าไม่ต้องการให้เขาทั้งสองเจอกันแล้วล่ะ

            เจ็บ..

            แต่ก็คงต้องยอมรับ และพยายามเดินหน้าต่อไป

 

ก๊อก.. ก๊อก

 

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดออกโดยที่ไม่ฟังการขานรับ ทำเอาคนที่กำลังนั่งสูดจมูกอยู่ต้องรีบยกมือขึ้นมาเช็ดอย่างรวดเร็วแล้วแสร้งทำเป็นขยี้ตา

“เป็นอะไรน่ะ นั่งอยู่มืดๆคนเดียว”

ก่อนที่ยุนฮยองจะต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเพราะเสียงที่ได้ยินนั้นไม่ใช่เสียงของป้าอย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก ส่วนร่างสูงที่เดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะนั้นก็ทำการปิดประตูห้องแล้ววางบางสิ่งลงบนโต๊ะ

“พี่เอาข้าวมาให้น่ะ ป้าเราบอกว่าตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินข้าวเลย แล้วจู่ๆก็กลับมาหมกตัวอยู่ในห้องคนเดียว”

ซอกจิน คือคนที่เข้ามาในห้องเขา ณ บัดนี้ แถมไม่พูดเปล่า ร่างสูงยังจัดการเปิดฝาปิ่นโตที่ใส่อาหารมาออก และจัดแจงวางไว้บนโต๊ะโดยที่เขาไม่ได้ร้องขออีกต่างหาก

            “คือ.. ผมยังไม่ค่อยหิวเลยครับ”

            ยุนฮยองบอกอย่างจำใจ

เอาตามความจริงคือ ณ ตอนนี้เขาต้องการอยู่คนเดียว ความผิดหวังที่เกิดขึ้นทำให้ในใจมันเจ็บเกินกว่าจะทำอะไร ไม่แม้แต่หิวข้าวหรืออยากจะขยับตัวด้วยซ้ำ อีกทั้งยังไม่ค่อยพอใจเท่าไรนักที่ซอกจินเปิดประตูเข้ามาในห้องของเขาแบบนี้

            แต่เรื่องนี้ก็คงจะห้ามใครไม่ได้สินะ..

เป็นเพราะเมื่อวันก่อนเขาไปนอนที่บ้านของแทฮยองมา พอกลับมาที่บ้านก็พบว่าป้าไม่พอใจอย่างหนัก แถมยังพบว่ากลอนประตูที่เคยมีมันได้หายไปซะแล้ว

            แปลว่าป้าไม่พอใจเขา แล้วก็ยังลิดรอนความเป็นส่วนตัวด้วยการบังคับไม่ให้ล็อกประตูห้องเวลานอนอีกด้วย

ใช่.. ทุกอย่างมันเกินไปในความรู้สึก แต่คนที่อยู่ในสถานะนี้แบบเขาจะเรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมกันได้จากไหนล่ะ สุดท้ายยุนฮยองก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยอมรับมัน จริงๆมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้วล่ะ

            เคยได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้างเหรอ?

            ไม่เลย

            “ปรินซ์”

เสียงเรียกของซอกจิกทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์ ยุนฮยองหันไปมองตามพร้อมกับเลิกคิ้ว ก่อนจะยกยิ้มเบาๆ ให้เป็นมารยาทในตอนที่อีกฝ่ายพยักหน้าลงไปมองอาหาร

            “ผมยังไม่ค่อยหิวครับ กินไม่ลงน่ะ”

            “ไม่สบายเหรอ?”

ยุนฮยองส่ายหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสายตาที่เป็นห่วงจากอีกฝ่ายมากขนาดนั้น แน่นอนว่ามันทำให้เขาอึดอัด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนอกจากฝืนยิ้มให้ ทั้งๆที่ในใจอยากจะบอกเต็มทนว่าขอเวลาอยู่เงียบๆ คนเดียวเถอะ

            “ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่หิวล่ะ คนสบายดีเขาต้องอยากกินข้าวสิ ใช่มั้ยหืม?”

ก็จริงอยู่ เอาจริงๆเขาก็ไม่สบายนั่นแหละ แต่ไม่ใช่ทางร่างกาย แบบนี้มันเรียกว่าไม่สบายใจต่างหาก ติดที่บอกให้คนอื่นรู้ไม่ได้เท่านั้น เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็คงจะโดนถามเยอะแยะอีกว่าไปทำอะไรมาถึงได้มีเรื่องหนักใจ

            “คือ.. ผมแค่ไม่หิวน่ะครับ”

            “กินสักหน่อยน่า พี่ตั้งใจทำมาให้เลยนะ..”

            “พี่ไม่เคยไม่หิวข้าวเหรอครับ? ถ้าผมอยากกินเดี๋ยวผมกินเองได้น่ะ”

และพอโดนคะยั้นคะยอหนักๆ ยุนฮยองก็มีเสียงที่แข็งขึ้นมากกว่าเดิม ถึงแม้มันจะไร้มารยาทและทำให้อีกฝ่ายอึ้งไปบ้าง แต่ข้อดีก็คือการตื๊อได้จบสิ้นไปเสียที

            “โอเค.. นายอาจจะไม่หิวจริงๆ หรือกำลังหงุดหงิด อันนี้พี่ก็ไม่รู้นะ”

            ซอกจินยกมือขึ้นมายอมความเมื่อเห็นท่าทีไม่พอใจของอีกฝ่าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วแสร้งทำเป็นหัวเราะเบาๆ เหมือนไม่อยากซักไซ้อะไรมากแล้ว

            “แต่ถ้านายหิว ก็รีบกินเลยนะ ยังไงวันนี้ก็ต้องกินข้าวนะรู้มั้ยเดี๋ยวจะปวดท้องได้”

            “ครับ ผมไม่ปล่อยให้ตัวเองอดตายหรอก”

จบประโยคนั้นร่างสูงก็พยักหน้าลงช้าๆ ก่อนจะบอกลาแล้วขอตัวกลับบ้าน แม้ว่าบนใบหน้านั้นจะแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าอยากอยู่ดูแลเขาต่อ แต่ความเย็นชาที่ยุนฮยองส่งไปให้ก็ทำเอาเจ้าตัวถึงกลับถอดใจ แล้วยอมไปแต่โดยดี

ยุนฮยองถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะทิ้งตัวลงไปนอนแผ่อยู่บนเตียง เขานอนจ้องบนเพดานอยู่แบบนั้น พยายามลบใบหน้าของชานอูที่แทรกเข้ามาในหัวอยู่บ่อยครั้ง แต่สุดท้ายหัวสมองก็ยังจดจำได้อย่างแม่นยำ

            เขาจำทุกอย่างที่เป็นชานอูได้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแววตา สันจมูก ริมฝีปาก เสียงหัวเราะ.. หรือแม้กระทั่งความอบอุ่นจากจูบที่เกิดขึ้น ทุกสิ่งยังติดอยู่ยังริมฝีปาก มันยากที่จะถอดใจ..

            หรืออาจเป็นเพราะว่าเขาให้หัวใจจดจำ ไม่ใช่สมอง.. เพราะฉะนั้นถึงลืมไม่ได้สักที

            “ทำไมไม่กินข้าวที่พี่เขาเอามาให้ซะล่ะ”

ก่อนที่ความคิดจะขาดห้วงไปอีกครั้งเมื่อเสียงของคนเป็นป้าดังขึ้นจากที่ข้างเตียง ยุนฮยองไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคนเป็นป้าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอเห็นว่านัยน์ตาของเขาแดงก่ำ อีกฝ่ายก็แค่นหัวเราะออกมาราวกับต้องการจะเย้ยกัน

            “นี่ยังหวังว่าคุณหนูชานอูจะมาหาอย่างนั้นเหรอ?”

ยุนฮยองเลือกที่จะเงียบไม่ตอบโต้อะไร เขาเบือนหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่างทันทีที่ป้าพูดแบบนั้น เพราะน้ำเสียงติดที่ออกจะประชดประชันนั่นทำให้ไม่อยากมองหน้าเลยด้วยซ้ำ

ใครจะชอบบ้างล่ะ?

วันนี้เขาพบกับความผิดหวังมามากพอแล้ว เพราะฉะนั้นเขายังไม่พร้อมที่จะต้องมารับอารมณ์ที่แสนจะแปรปรวนของป้าหรอกนะ

"กินข้าวซะ พี่ซอกจินเขาอุตส่าห์ทำมาให้ด้วยความเต็มใจยังจะปฏิเสธอีก"

"ผมไม่หิว"

ร่างเล็กตอบพร้อมกับถอนหายใจ ก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมกายเอาไว้แล้วเอนตัวลงไปนอนหันหลังให้ เป็นการบอกกลายๆว่าอยากอยู่คนเดียว ไม่ต้องการให้ใครมารบกวนทั้งนั้น

หากแต่การกระทำดังกล่าวกลับทำให้คนเป็นป้าถึงกับถลึงตาด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระแทกเท้าตึงตังเข้ามาใกล้แล้วกระชากผ้าห่มออกอย่างแรง จนยุนฮยองต้องหันไปขมวดคิ้วมองและพูดใส่เสียงแข็ง

"ป้าจะทำอะไร!"

"ขึ้นเสียงเหรอ แกขึ้นเสียงใส่ป้าเหรอ!"

ยุนฮยองจ้องเขม็ง เขาข่มใจให้ตัวเองปิดปากเงียบเพราะรู้ดีว่ายิ่งเถียงมีแต่จะทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง แม้ว่าในใจจะโกรธแทบตายที่เป็นแบบนี้ แต่เขารู้ตัวเองดี.. เป็นแค่หลานจะทำอะไรได้ คงต้องยอมอย่างเดียว มันผิดตั้งแต่เขาเด็กกว่าแล้ว เพราะทำอะไรตอบโต้กลับไปก็จะมีแต่กลายเป็นคนอกตัญญูเท่านั้น

            อดทนไว้..

"แค่คุณหนูชานอูไม่มา แกถึงขั้นต้องเก็บตัวอยู่ในห้อง กินข้าวกินปลาไม่ได้เลยรึไง!"

"ผมแค่อยากพัก ผมจะพักอยู่ในห้องไม่ได้เลยเหรอ? แล้วการที่ผมไม่หิวนี่มันผิดมากมั้ย!" 

เขาถามออกไปด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ ขอบตาเรียวเริ่มร้อนผ่าวจากเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่ามันค่อนข้างจะกระทบกระเทือนจิตใจมากพอสมควร แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะทนได้ถึงเมื่อไหร่กัน

"เหอะ! แกแน่ใจเหรอว่าที่แกซึมอยู่นี่จะเป็นเพราะอยากนอนเฉยๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่คุณหนูชานอูไม่มา"

"แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะ ยังไงผมก็ทำได้แค่นอนอยู่ดี ปล่อยผมอยู่คนเดียวเถอะ"

"ต่างสิ ต่าง!" 

ป้าเดินเข้ามาใกล้อีก ก่อนจะยกสองมือเท้าเอวเอาไว้แล้วแค่นหัวเราะ

"เพราะแกควรจะตัดใจจากคุณหนูชานอูได้แล้วไง แกไม่ควรเสียใจเพียงเพราะเขาไม่มา เห็นการเดินทางมาเกาะของคนในซงรึยังว่าแตกต่างจากวิถีชีวิตของเราขนาดไหน ยังจะกล้าคิดอีกเหรอ!?"

ประโยคที่แสนจะทำร้ายจิตใจทำให้ยุนฮยองเลือกที่จะหลับตาลง เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเมื่อภาพบรรยากาศวันเก่าๆมันลอยกลับเข้ามาในหัว

            วันที่เขาเดินทางมาที่นี่มันแสนลำบาก ต้องต่อรถหลายสาย อีกทั้งยังต้องเดินเท้าหลายชั่วโมงกว่าจะถึงท่าเรือ แถมป้ายังต้องการที่จะประหยัดค่าเดินทางจึงขอติดมากับชาวประมงที่กำลังจะกลับเกาะซะงั้น

นั่นสินะ..

เครื่องบินลำใหญ่ กับเรือหาปลาเล็กๆ มันจะไปเทียบอะไรกันได้ 

ยังไงซะวาสนาของเขาก็ไม่ควรคู่ที่จะอยู่ซงอยู่ดีนั่นแหละ แม้ว่าเรื่องที่ป้าพูดมันจะทำให้จุกไม่น้อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นคือความจริง

"พี่ซอกจินเขาก็ดีกับแก ทำไมแกไม่คิดจะเปิดใจให้เขาบ้างล่ะ"

ยุนฮยองหันไปมองทางป้าพอได้ยินแบบนั้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาระลอกใหญ่พร้อมกับกลอกตาขึ้นไปมองด้านบน

"เขาไม่ได้ชอบผมหรอกป้า"

"ทำไมจะไม่ชอบ! แกนี่ไม่รู้จักฉลาดเสียบ้างเลยนะ"

ป้าเริ่มขึ้นเสียงใส่ ทำเอายุนฮยองเซ็งมากกว่าเดิมเพราะคร้านจะเถียงกับเหตุผลของป้าจริงๆ แต่ละอย่างที่พูดออกมามันเป็นการบังคับเขาทั้งนั้น ไม่ถามถึงใจของเขาบ้างเลยว่าต้องการให้มันเป็นแบบนั้นหรือไม่

"พี่เขาทำดีกับแกตั้งมากมาย ดูซิอาหารทั้งหมดนี่เขาก็เป็นคนทำ หัดสนใจคนรอบข้างซะบ้าง" ป้าพูดต่อ

"พอเหอะป้า ผมเหนื่อยแล้ว"

ยุนฮยองเลือกที่จะตัดบทเมื่อพบว่าคนเป็นป้ายังพูดเรื่องเดิมไม่รู้จักจบ แต่นั่นกลับทำให้เสียงแว้ดๆนั่นดังมากขึ้นกว่าเดิม เพราะดูเหมือนป้าจะเริ่มมีน้ำโหขึ้นแล้ว

"ทีคุณหนูชานอูทำดีนิดๆหน่อยๆแกยังหลงระเริงเลย แล้วทำไมแค่นี้ถึงมองไม่ออก!"

"ผมบอกให้พอไงป้า"

"ไม่พอ! ก็มันจริงหนิ หรือว่าแกน่ะเห็นแก่เงิน เห็นคุณหนูชานอูเป็นคนรวยเลยคิดจะทิ้งป้าไว้แล้วไปสบายคนเดียวใช่มั้ย!"

"นอกเรื่องไปกันใหญ่แล้วป้า ผมน่ะเหรอจะทิ้งป้า? คิดว่าผมจะทำจริงๆ เหรอ?"

"ก็มันจริง! แกน่ะ ตั้งแต่รู้จักกับคุณหนูชานอูก็ชอบเถลไถล ใช้แต่ของแพงๆ อีกหน่อยคงจะหลงระเริงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง..." 

"ป้าจะพูดอีกนานมั้ยอะ ผมกับชานอูก็ไม่ได้เจอกันแล้วไง ป้าจะเอาอะไรอีก!"

การเถียงกันที่ดังขึ้นเรื่อยๆและเนื้อหาที่เริ่มจะออกทะเลทำให้ยุนฮยองควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกัน เขาหยัดกายลุกขึ้นจากเตียง ตาจ้องหน้าคนเป็นป้าเขม็งอย่างที่ว่าจะไม่ยอมอีกต่อไป

"แกขึ้นเสียงใส่ฉันเหรอ!"

"ผมแค่อยากให้ป้าเลิกพูดมากสักที!"

ยุนฮยองพูดแค่นั้น ก่อนจะใช้มือดันคนเป็นป้าออกให้พ้นทางแล้วเดินกระแทกเท้าตึงตังออกไปข้างนอก แม้ว่าจะโดนรั้งหรือฉุดแขนไว้ยังไงเขาก็เลือกที่จะสะบัดออก

"แกจะไปไหน! กลับมานี่นะ!!!"

แม้จะมีเสียงตะโกนเรียกสักกี่หนก็ไม่คิดจะหันไปให้ความสนใจ ราวกับว่าสายสัมพันธ์บางๆที่มีอยู่จะขาดสะบั้นออกแล้วในตอนนี้

เขาทนเห็นหน้าป้าไม่ไหวแล้วจริงๆ ถึงใครจะว่าเป็นเด็กอกตัญญูก็ช่าง.. แต่พอเถอะ

เขายอมตกนรกก็ได้ คงไม่ต่างจากปัจจุบันสักเท่าไหร่หรอก

หรือบางที.. ในนรกอาจจะมีความสุขมากกว่านี้

 

 50%


อย่าคิดจะช่วยเพื่อนหนีจากความผิด – พ่อ

ข้อความดังกล่าวปรากฏขึ้นบนหน้าจอทันทีที่ชานอูเปลี่ยนจากโหมดเครื่องบินให้เป็นโหมดปกติ ก่อนที่ร่างสูงจะต้องถอนหายใจออกมาเบาๆในตอนที่อ่านจบแล้ว

            พ่อรู้ทันเขาจริงๆ

ซึ่ง.. ก็ตามที่พูดนั่นแหละ จริงๆมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะทำหรอก แต่เพราะความเป็นเพื่อนมันค้ำคอ เขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในระหว่างที่อยู่บนเครื่องไม่ได้แอบเผลอคิดหาหนทางให้ยูคยอมรอดตัว เขารู้ดีว่าพ่อนั้นโหดขนาดไหน เคยเล่าให้ฟังแล้วใช่ไหมว่าจุดจบของแฟนใหม่คุณแม่ของพี่จีวอนนั้นเป็นยังไง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มันถือว่ารุนแรงกว่าเรื่องชู้สาวอีกตั้งหลายเท่าตัว

            เจตนาฆ่าลูกชายของตระกูลซง.. คิดว่ามันไม่หยามหน้าพ่อเขาไปหน่อยเหรอไง แถมยังกล้าทำภายในรั้วของโรงเรียนอีกด้วย พ่อต้องไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาล้ำเส้นขนาดนี้แน่ๆ แล้วแบบนี้เขาจะไม่เป็นห่วงเพื่อนสนิทได้ยังไงกัน

            “คุณชานอู.. เอ่อ.. ต้องกราบขออภัยจริงๆค่ะ ทางเราไม่ได้รับข้อมูลว่าคุณชานอูจะมายังเกาะเชจูด้วย จึงไม่ได้มีการจัดคนต้อนรับอย่างสมเกียรติ อีกทั้งยังไม่ได้จัดรถไปรับที่..”

            “ผมไม่ได้ต้องการการต้อนรับใดๆ ครับ ผมแค่ต้องการพบเพื่อนโดยด่วนที่สุด”

            ทันทีที่ลงจากเครื่องเขาก็รีบมุ่งหน้ามายังโรงแรมโดยรถที่พ่อจัดเตรียมไว้ให้อย่างไม่รอช้า แน่นอนว่าการปรากฏตัวที่แสนกะทันหันทำให้คนรอบๆพากันตกใจไม่น้อย ยังโชคดีที่ตอนนี้เขาอยู่ในเขตของโรงแรม ซึ่งมีคนของทางโรงเรียนซงคุมไว้โดยรอบเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนชาวบ้านจึงไม่สามารถเข้ามาได้ แม้ว่าข่าวจะแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วว่าบุตรชายคนเล็กของซงเดินทางมาอย่างกะทันหันแล้วก็ตาม ซึ่งชานอูก็พอจะรู้ดีว่าหลายๆ คนบนเกาะนี้อยากจะเห็นคนในตระกูลแบบตัวเป็นๆแทบจะแย่

            “คิม ยูคยอม ไม่ทราบว่าเขาอยู่ห้องไหนเหรอครับ?”

            ชานอูบอกต่ออย่างไม่รอช้าก่อนจะมองไปยังบริเวณโดยรอบ จู่ๆหัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาเพียงรู้ว่าจะต้องเคลียร์ปัญหาใหญ่กับเพื่อน แถมพอภาพจากกล้องวงจรปิดที่ยังติดอยู่ในหัวเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้งฝ่ามือก็เย็นเฉียบไปหมด

            เขากำมือแน่นเพื่อให้อาการชาค่อยๆหายไป เผลอส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปากด้วยความประหม่า ตอนนี้ในหัวยังคิดไม่ออกเลยว่าควรจะเริ่มพูดประโยคไหนกับยูคยอมดี แล้วก็ยอมรับด้วยว่าลึกๆในใจเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีว่าเพื่อนสนิทของตัวเองจะทำเรื่องแบบนี้ด้วยมือได้ลงคอ

            ดูสภาพของพี่จีวอนสิ..

            นั่นคือ.. สิ่งที่เพื่อนของเขาทำเหรอ?

มันค่อนข้างโหดร้ายจนไม่อยากเชื่อว่ายูคยอมที่เคยแสนดี เคยเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็กจะมีจิตใจที่เหี้ยมโหดมากขนาดนี้

แล้วต่อไปนี้เขาจะมองหน้าพี่ชายติดได้ยังไง แถมไม่รู้ด้วยว่าพ่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่จีวอนรู้รึยัง ถ้าเป็นอย่างนั้นพนันได้เลยว่าถ้าพี่จีวอนขาหายเมื่อไร.. เขานี่แหละจะเป็นคนที่ตายคนแรก

“เชิญตามสบายเลยนะครับคุณหนู”

พนักงานที่นำทางมาจนถึงห้องโค้งให้เขาหลังพูดจบก่อนจะขอตัวไปทำหน้าที่ต่อ

ความเงียบโรยตัวเข้าปกคลุมในพื้นที่โดยทันทีเมื่อเหลือเพียงชานอูคนเดียวหน้าบานประตูใหญ่ โชคดีที่ความเป็นห่วงของเขาทำให้เรื่องมันง่ายขึ้น เป็นเพราะตอนแรกรู้สึกผิดที่ปล่อยให้ยูคยอมมาทริปเกาะเชจูคนเดียว แล้วเขาก็รู้ดีว่าไอ้เจ้าเพื่อนบ้านี่ก็ค่อนข้างที่จะโลกส่วนตัวสูง การที่ต้องไปจับคู่รูมเมทกับคนอื่นอาจจะทำให้อึดอัดหรือไม่สะดวกใจก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงใช้สิทธิ์ในการเป็นคนของตระกูลซงโทรมาแจ้งกับทางโรงแรมว่าให้ยูคยอมได้พักห้องวีไอพีเพียงลำพัง

            เพราะฉะนั้นการคุยกันก็จะง่ายขึ้นสินะ..

ชานอูสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ในตอนที่มองอินเตอร์คอมหน้าห้อง เขาต้องยืนเรียกสติและเรียบเรียงคำพูดอยู่สัก 2-3 นาทีก่อนจะตัดสินใจกดเรียกคนที่อยู่ภายใน หัวใจพลันเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆในระหว่างที่รอ ความรู้สึกหลายอย่างประดังประเดเข้ามาจนเหงื่อเริ่มจะซึมออกมาตามฝ่ามือ

            เด็กหนุ่มเช็ดมันกับชายเสื้อของตัวเองก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มลงไปอีกหนในตอนที่ไม่มีเสียงตอบรับจากภายใน

            (ไอ้ชานอู?)

            และรออยู่เพียงไม่กี่นาที เสียงของคนที่คุ้นเคยก็ดังออกมาจากลำโพง น้ำเสียงนั้นฟังดูแปลกใจ แม้ชานอูจะมองไม่เห็นแต่ก็สามารถเดาสีหน้าของคนเป็นเพื่อนออกได้

ตาเรียวจ้องเข้าไปในเลนส์กล้องเขม็ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้งแล้วเลือกที่จะเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง เขาคิดว่ามันน่าจะดีกว่าเริ่มพูดเรื่องเครียดตั้งแต่อยู่หน้าห้องน่ะ

            “ทำเหี้ยไรวะ ชักช้า”

            (อาบน้ำ แล้วมึงมาทำไม?)

            “มาหามึงไม่ได้อ่อวะ เปิดประตูให้กูเข้าไปดิ จะถามทางนี้ทำเหี้ยอะไร”

อาจเป็นเพราะทั้งคู่เพิ่งจะทะเลาะกันที่สนามบินมายูคยอมจึงไม่ค่อยอยากจะต้อนรับเขาเท่าไรนัก เพราะแน่นอนเรื่องที่เกิดขึ้นมันก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ แถมเจ้าตัวก็เพิ่งจะโดนพี่ฮันบินบอกเลิกมาหมาดๆเสียด้วยสิ

            “เฮ้ย ฟังอยู่ปะวะ จะให้กูยืนรออีกนานปะ?”

            ชานอูพูดต่อด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ก่อนจะเป่าลมออกมาจากปากเบาๆเพื่อให้ตัวเองได้ผ่อนคลายจากความเครียดลงบ้าง

            อะไรนักหนานะ เขารู้สึกว่าปัญหามันเยอะเกินไปแล้ว ทั้งๆที่จริงๆอยากจะถามไปตรงๆเลยว่ามึงอยากฆ่าพี่กูเหรอวะ? แต่เขาทำไม่ได้ไง เขาไม่ถนัดการเปิดบทสนทนาแบบจริงจัง เด็กแบบเขาจะเคยทำได้ยังไง อีกทั้งเรื่องนี้ยังซีเรียสมากอีกด้วย การที่จะทำให้ยูคยอมยอมเปิดใจเล่าความรู้สึกทั้งหมดให้ฟังก็คือเขาจะต้องนำความเป็นเพื่อนกลับมาก่อน ทำให้อีกฝ่ายหายโกรธจากเรื่องที่ปะทะฝีปากกันที่สนามบินเสียก่อน

            พูดง่ายๆก็คือต้องเป็นฝ่ายง้อ จากนั้นค่อยถามเรื่องต่อไป

แต่ถ้าจะให้พูดกันจริงๆ มัน.. ค่อนข้างจะทำยากนะในความรู้สึก เขาสับสนไปหมดแล้ว ทั้งๆที่สมองคิดแบบนั้น แต่ในใจกลับค้านว่าทำไมแม่งต้องทำดีกับคนที่คิดจะฆ่าพี่ของตัวเองด้วยวะ ครอบครัวเขาโดนปองร้าย เขายังจะอยากรักษาความเป็นเพื่อนกับไอ้คนพรรค์นี้อยู่เหรอ แต่พอคิดแบบนั้นเรื่องดีๆที่ยูคยอมเคยทำให้ตั้งแต่รู้จักกันก็ดันแวบเข้ามาในหัว เขาเองก็ไม่ได้อยากจะตัดความเป็นเพื่อนเลยซะทีเดียว

สับสนจริงๆ

“เฮ้ย ฟังอยู่ปะวะเนี่ย”

ชานอูถามซ้ำอีกครั้งเมื่อพบว่าคนในห้องเงียบไปแล้ว

รอบๆตัวเขาเองก็เงียบเช่นกัน มันมากเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นโคลมคราม เพาะเขาเองก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตอนนี้คนที่อยู่ในห้องกำลังทำหน้ายังไง

            (มึงมาทำไม เข้าเรื่องเลยดีกว่า)

ก่อนที่เสียงของยูคยอมจะดังออกมาจากลำโพงอีกหน เพียงฟังจากตรงนี้เขาก็พอจะรับรู้ได้ ชานอูไม่ได้โง่ขนาดที่จะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังระแวงกันอยู่

            ซึ่งนั่นก็แปลว่า.. เรื่องที่พ่อเขาพูดนั้นเป็นความจริง

            ต้องยอมรับแล้วสินะว่ามันจริง

            “มึงแน่ใจเหรอว่าอยากให้กูเข้าเรื่องที่นี่ ตรงนี้”

            (มีอะไรก็พูดมา)

            “หน้าห้องนี่น่ะเหรอ? มึงไม่กลัวใครจะมาได้ยินความลับของมึงรึไง”

เขายังคงจ้องอยู่ที่เลนส์กล้อง แน่นอนว่าถ้ายูคยอมมองอยู่จะต้องเห็นได้ว่าสายตาที่สื่อไปถึงนั้นไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด และการที่เน้นหนักคำว่าความลับนั้นก็เป็นการใบ้ที่ดีแล้วด้วยว่าตอนนี้เขารู้ทุกอย่าง..

            ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับเงียบไปเลยทีเดียว

 

แกรก

 

            ก่อนที่บานประตูจะถูกปลดล็อกจากทางด้านในเมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน เรียกให้คนตัวสูงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ชานอูรีบก้าวเข้าไปอย่างไม่รอช้าก่อนจะดันบานประตูไปทางด้านหลังแล้วปิดมันอย่างเงียบเชียบ

บัดนี้ยูคยอมนั่งสูบบุหรี่อยู่บนโซฟา ตามเส้นผมมีรอยของหยดน้ำที่หมาดๆเกาะอยู่ บ่งบอกว่าเจ้าตัวเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จตามที่พูดไว้ข้างต้น

บรรยาการที่ค่อนข้างจะอึดอัดทำให้ชานอูต้องเริ่มกระแอมไอเบาๆหนึ่งครั้งเพื่อไม่ทำให้ห้องนี่เงียบจนเกินไป หัวใจของเขาเต้นถี่ แถมในหัวยังมีแต่คำพูดเปิดบทสนทนาหลากหลายวิ่งแล่นไปมา แต่กลับไม่สามารถเลือกได้ว่าจะใช้คำพูดไหนดี

            ถามไปตรงๆ ..คงจะเป็นการกระทำที่สิ้นคิดมาก แต่ถ้าจะให้อ้อมค้อม.. เขาก็กลัวจะออกทะเลมากเกินไป ไม่อยากเสียเวลาขนาดนั้นหรอก

            ยากจริง

            “จะเข้าเรื่องมั้ย?”

            ยูคยอมที่เห็นว่าคนตรงหน้าเงียบอยู่นานและทำเหมือนจมอยู่กับความคิดของตัวเองเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นก่อน

            “แล้วมึงไม่มีอะไรอยากจะพูดกับกูเลย?”

            แน่นอนว่าแบบนั้นมันทำให้ชานอูโล่งใจไม่น้อย เขาเลือกที่จะถามกลับเพื่อดูท่าทีของอีกฝ่ายก่อน จะได้รู้ว่าควรทำยังไงต่อไป

ทั้งสองคนจ้องหน้ากันเขม็ง ยูคยอมเองก็ถึงกับกำมือแน่นเมื่อเห็นสายตาที่จริงจังของคนเป็นเพื่อน หากแต่ร่างสูงก็ยังคงตีหน้านิ่งข่มความกลัวในใจเอาไว้ได้อยู่ เขายังคงหลอกตัวเองชานอูยังไม่รู้ คิดแค่ว่าการที่อีกฝ่ายมาที่นี่ก็เพื่อจะเจรจาเรื่องที่เพิ่งจะทะเลาะกันไป

            ความลับของเขา..ที่ชานอูพูดถึงน่ะ คงไม่ใช่..

            “คนที่มาหากูคือมึง กูย่อมต้องให้มึงพูดก่อนอยู่แล้ว”

            ยูคยอมตอบอย่างระวังตัว ถ้าอีกฝ่ายไม่เปิดปากพูดเรื่องนั้นก่อน เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องร้อนตัวอะไร

            “กูขอถามมึงก่อน”

            “...”

            “ว่าถ้ากูถามอะไรมึง มึงจะตอบตามความจริงใช่มั้ย?”

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบเลยทีเดียวพอชานอูถามจบ ยูคยอมขบสันกรามแน่นจนแก้มขึ้นรอยให้เห็น ในสมองประมวลผลอย่างหนักว่าควรจะตอบกลับไปว่าอย่างไรดี เขาเกลียดการโดนกดดันแบบนี้ที่สุด มันทั้งคาใจและน่าโมโห ราวกับว่ากำลังทำสงครามประสาทกันอยู่

            “มึงอยากพูดอะไรก็พูดออกมาเลยดีกว่า อย่าอ้อมค้อมเลยว่ะ”

            เมื่อเป็นแบบนั้นก็เลือกที่จะตอบแบบเลี่ยงๆอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้เขาเลือกที่จะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เป็นเพราะกลัวอยู่ไม่น้อยว่าจะเผยพิรุธออกไปทางสายตาจนชานอูจับได้

            “กูไม่อ้อมค้อมได้สินะ ถ้าอย่างนั้นกูก็อยากขอให้มึงตอบตามความจริง”

            “...”

            “มึงจะฆ่าพี่กูเหรอวะ?”

 

GLUTTONY

 

          “ทำไมวันนี้เก็บร้านไวจังล่ะจ้ะ ยังไม่เย็นมากเลย”

          “ฉันอยากเห็นคุณหนูชานอูด้วยตาของตัวเองน่ะ เลยว่าจะไปด้อมๆมองๆแถวโรงแรมเสียหน่อย เผื่อจะได้เจอเป็นบุญตา”

          “หืม? คุณหนูมาที่เกาะนี้ด้วยเหรอป้า ฉันยังไม่เห็นได้ข่าวเลย”

          “แว่วว่าตามมาทีหลัง เพิ่งจะมาถึงเมื่อตะกี้นี้เองล่ะ”

เสียงเพลงที่ออกจากหูฟังทั้งสองข้างดังกระหึ่มอยู่ในหู และแน่นอนว่ามันตัดยุนฮยองออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ร่างเล็กล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าในขณะที่เท้ายังคงเดินไปเรื่อยๆตามท้องตลาด

            หลังจากที่ทะเลาะกับป้าเมื่อกี้เขาก็ตัดสินใจเดินออกมาจากบ้าน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน แต่สิ่งเดียวที่คิดอยู่ในหัวก็คืออยู่ตรงนั้นไม่ได้แล้ว เขาเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไร เพียงแค่อยากอยู่ในที่เงียบๆสักที่ จึงคิดจะไปเดินเล่นที่ริมชายทะเลเสียหน่อย

            สองขาก้าวไปตามทางพร้อมกับเอียงตัวหลบผู้คนที่เดินสวนไปมา เป็นตามธรรมดาที่ตลาดมักจะแออัด แม้ว่ายุนฮยองจะนึกตงิดใจอยู่ไม่น้อยว่าทำไมวันนี้หลายๆร้านต่างก็พากันปิดตัวลง แถมบางร้านก็เก็บของเสียดื้อๆแม้ว่าจะยังขายไม่หมด แต่ ณ อารมณ์ของเขาในตอนนี้ก็ทำได้แค่เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจแล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ

            เพราะมันเหนื่อยเกินกว่าจะอ้าปากถาม เหนื่อยเกินกว่าจะรับเรื่องหลายๆอย่างเข้ามาในสมอง

ยุนฮยองเดินไปตามทางเรื่อยๆ สายตาก็พบกับท้องทะเลที่อยู่ด้านหน้า การที่มีเด็กนักเรียนซงทำกิจกรรมต่างๆกันอยู่ประปรายทำให้เขาเลือกที่จะเดินต่อไป พาตัวเองเข้าสู่โซนที่ห่างไกลสายตาของผู้คน

มือบางดึงหูฟังทั้งสองข้างออกก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ท้องทะเลที่แสนกว้างใหญ่ทำให้รู้สึกอยากจะเดินก้าวไปข้างหน้ายังไงก็บอกไม่ถูก สายตาของเขาเหม่อลอยออกไปยังเส้นขอบฟ้า ในหัวเพียงแค่คิดว่าอยากจะลองด่ำดิ่งลงสู่โลกด้านใต้นั้นสักครั้ง เผื่อที่จะลืมตาขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่าตัวเองไปอยู่โลกหน้า

เป็นโลกที่ใครๆก็ไม่รู้จัก เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เผื่อจะได้เลือกความสุขให้ตัวเองได้บ้าง ถึงแม้ว่ามันอาจจะแย่มากกว่าดี แต่อย่างนั้นเขาก็มั่นใจว่าคงไม่มีชาติไหนที่ต้องทรมานมากไปกว่าชาตินี้แล้วล่ะ

เขาคิดแบบนี้จริงๆนะ..

ทะเลที่สวยงามตรงหน้า มวลคลื่นน้ำสีใสที่ดูดกลืนทุกอย่างลงไปด้านล่าง ยุนฮยองกำลังจินตนาการถึงในตอนที่เขาปล่อยให้ตัวเองลอยไปตามกระแสน้ำเรื่อยๆ ปลดปล่อยตัวเองให้ค่อยๆจมลงสู่พื้นผิวด้านล่าง ไม่ต้องแบกรับอะไรหนักๆ คงจะไม่ทรมานอย่างที่เป็นอยู่นี่ก็ได้

“หึ..”

ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าต่อ หยาดน้ำใสๆไหลออกมาเอ่อตรงขอบตาในตอนที่คำว่า ขี้แพ้ เด่นชัดอยู่ในหัวหลังจากคิดแบบนั้น

ใช่ไง.. ก็เขามันเป็นพวกขี้แพ้จริงๆ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ทำไม่สำเร็จ ทั้งเรื่องที่จะได้เป็นนักเรียนของซงก็ไม่พยายามให้เต็มที่ พอมาคิดได้ตอนนี้ก็นึกเสียดายว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่สู้เพื่อตัวเองมากกว่านี้ แถมยัง.. พอคิดจะตัดใจจากชานอู ก็ยังทำไม่ได้อีก ผ่านมาหลายวันแล้วเขาก็ยังไม่เคยลืม

ความจริงเขาก็เป็นแค่เด็กอกตัญญูที่ไม่คิดจะทดแทนบุญคุณคนที่เลี้ยงมา ไม่เคยทำอะไรให้ผู้ใหญ่ได้พอใจ แต่กลับอยากหนีหายไปจากโลกใบนี้เสียดื้อๆ

            ทั้งบาป ทั้งน่าละอาย ทั้งเห็นแก่ตัวเลย คนแบบเขาน่ะ

            น่าสมเพช

          “นายยยยยยยยยยย”

แต่แล้วเสียงเรียกจากทางด้านหลังก็ทำให้ยุนฮยองได้สติ หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพราะเริ่มกลัวกับสิ่งที่ตัวเองเผลอคิดไปเมื่อครู่ แต่ยังไม่ทันจะได้ทบทวนอะไรใหม่ตาทั้งสองข้างก็ต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเพราะหันไปเจอคนที่เรียกเขาเมื่อกี๊นี้

            คนตัวเล็กที่มากับบุตรชายของตระกูลซงตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน

            “คุณ.. จุนฮเว?”

            “นาย.. พอจะช่วยได้มั้ย คือ.. ฉันว่าเราคงกลับไปที่บ้านพักไม่ไหว”

            ร่างเล็กที่เป็นฝ่ายเรียกเขาเมื่อครู่เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข้างๆเองก็คอยพยุงจุนฮเวเอาไว้และหันไปมองดูอยู่ไม่ห่าง ติดแต่สภาพของลูกชายตระกูลซงนั้นกลับไม่น่าดูนัก

ยุนฮยองมือสั่นทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เลือดที่ไหลลงมาตามขมับย้อยลงโดนปกเสื้อสีขาวจนมันแดงฉาน อีกทั้งหยาดเลือดส่วนหนึ่งยังไหลซึมเข้าไปยังดวงตาจนไม่สามารถลืมขึ้นมามองได้ด้วย ถึงแม้ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายจะไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดใดๆออกมาก็ตาม แต่จากสภาพที่เห็นก็พอจะรู้ได้ว่าเลือดคงจะออกมากเกินจนเดินไม่ไหวแล้ว

            “คือ.. คือผม”

            “นายมีที่พักใกล้ๆแถวนี้ก่อนมั้ย ขอโทษนะ เห็นนายอยู่ที่นี่เลยคิดว่าน่าจะพาเราไปที่ใกล้ๆได้ ฉันไม่ใช่คนพื้นที่ ฉันไม่รู้ว่าจะไปทางไหน”

ยุนฮยองพยักหน้าเข้าใจ เขาพร้อมจะช่วยเต็มที่ แต่เพราะความตกใจทำให้นึกไม่ออกว่าเวลาแบบนี้ควรจะไปที่บ้านของใคร เพราะแน่นอนว่ามันจะต้องไม่ใช่บ้านของป้าเขาแน่ๆ

            “ผมว่าเดี๋ยวเรา.. คือผมจะช่วยครับ แต่บ้านที่ควรจะพาไปเหรอ..”

            เขาพยายามนึก ก่อนที่ตาสองข้างจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกได้ว่าใกล้ๆนี้มีทางลัดไปบ้านของแทฮยองได้ มันเป็นตรอกเล็กๆที่น้อยคนนักที่จะรู้ เพราะความแคบของมันทำให้คนเลี่ยงที่จะใช้เส้นทางนี้ แต่แทฮยองเคยพาเขาเดินลัดบ่อยๆเพราะสะดวกดี แม้จะต้องพบเจอกับกลิ่นท่อน้ำบ้างเป็นบางครั้ง แต่ถ้าเทียบกับการที่ไม่ต้องเดินอ้อมมันก็โอเคล่ะนะ

“ทางมันค่อนข้างจะแคบ ผมไม่แน่ใจว่าคุณจุนฮเวจะสะดวกหรือไม่.. แต่มันเป็นทางลัดที่ใกล้ที่สุดแล้วครับ ไปบ้านเพื่อนของผมเอง”

ยุนฮยองเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าไม่มั่นใจนัก เพราะคนรู้จักบนเกาะของเขาก็ไม่ได้เยอะอะไร ทีแรกอยากจะพาไปบ้านของพี่ซอกจิน แต่ก็คิดว่าไม่อยากให้ป้าเห็นว่าเขาพัวผันกับคนในตระกูลซงอีก เพราะฉะนั้นทางเลือกสุดท้ายก็คือบ้านของแทฮยองนี่แหละ

หมอนี่มีเรื่องให้บาดเจ็บอยู่หลายๆครั้ง จากนิสัยที่ค่อนข้างจะซุ่มซ่ามและชอบเล่นพิเรนทร์ พนันได้เลยว่าที่บ้านจะต้องมีอุปกรณ์การทำแผลที่ครบครันแน่ๆ

“ยังไงก็ได้ล่ะ พวกฉันไม่เกี่ยง ขอแค่ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆก็พอแล้ว ฉันอยากให้เขาพักก่อน”

ร่างเล็กตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เมื่อได้ยินแบบนั้นยุนฮยองจึงไปช่วยพยุงจุนฮเวอีกข้างเพื่อแบ่งเบาภาระ

            “ทางนี้เลยครับ! เดี๋ยวผมจะพาไปที่บ้านเพื่อนของผมก่อน”

 



100% 

เหมือนจะเป็นครั้งแรกที่ได้มาอัพไว? รึเปล่า 55555 ใช่แน่ๆ  แต่เพราะว่าเนื้อเรื่องมันจะได้เท่ากับ #จุนฮเวขี้โมโห พอดีเนาะ ตอนนี้จะเป็นช่วงเวลาเดียวกันนะคะ เฉลยแล้วววว ใครเดาถูกบ้างว่าเป็นพี่ยุน ^^

ตอนนี้พระนางยังไม่เจอกันเหมือนเคย แต่เดี๋ยวก็เจอนะ อุปสรรคค่อนข้างเยอะ อย่าเพิ่งเบื่อล่ะ ลุ้นไปด้วยกันก่อนน ♥ ฝากเม้นกับติดแท็ก #พี่ยุนน่ากิน ด้วยนะคะ ละก็บาปอื่นๆก็อย่าลืมตามอ่านนะ ตอนนี้ฟิคเปิดจองแล้วด้วย ไปอ่านรายละเอียดกันได้นะคะ ใกล้จะปิดจองแล้วล่ะ ขอบอกว่าสเปพี่ยุนน่ากิน 20+ น้า หุ น้องชานต้องกินแบบจุมากแน่ๆ 55555555555555555555555555 ปล. ไม่ได้สปอย


(c)                      Chess theme
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1255 jun de (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 02:00
    ที่แท้ป้าก็กลัวหลานทิ้ง อ่านละขึ้นว่ะ เห็นแก่ตัวนี่หว่า ไม่ได้รักหลานเลยนี่นา เฮงซวย
    #1,255
    0
  2. #1165 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 22:20
    ยูคคคคค ยอมรับเหอะ กดดันแทนอ่ะ ความสัมพันธ์เพื่อนขาดสะบั้นมากๆ ขอให้ชนูเจอพี่ยุนน ขอให้อะไรมันดีขึ้นนน 
    #1,165
    0
  3. #1114 9nawKIHAE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 16:44
    โอยยย เกลียดป้ายุนฮยองแล้วนะ!!
    จะอะไรหนักกหนา เป็นบ้าเหรออออ =__=!!
    #1,114
    0
  4. #993 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 03:02
    ว่าแล้วว่าพี่ยุนแน่ๆ ทำใจเตรียมรับชะตากรรมยูค
    #993
    0
  5. #761 hhamneww (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:54
    อยากให้ชานอูเจอพี่ยุนแล้ว แงงง เจอกันเร็วๆๆๆๆ
    #761
    0
  6. #612 STEM1995 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 16:26
    เมื่อไหร่จะเจอกัน
    #612
    0
  7. #611 sonthann (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 12:18
    ไรต์รีบๆมาอัพต่อนะเค้าให้เจอกันใจจะขาดแล้วว
    #611
    0
  8. #609 Trustme CJ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 06:04
    จะได้เจอกันเเล้ววววว ฮี่ๆ ปริ่ม
    #609
    0
  9. #608 Nicenight (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 23:28
    โอ้ยชานอูเอาแล้วๆรู้ทุกอย่างแล้วยูคยอมจะทำยังไงต่อเนี่ยฮือออออ
    #608
    0
  10. #605 Thecaker (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 22:49
    เดาถูกกกกกกก ชูมือสุดฤทธิ์ ฮื้อไรท์มาอัพกรี้ดลั่นเลยย ดีใจจจ
    #605
    0
  11. #604 Krisyeol only (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 22:34
    นี่เราลุ้นจนผมจะร่วงอยู่แล้วว
    พี่ยุนจะเจอชานอูไหม!!??
    แล้วเมื่อไหร่พี่ยุนจะสมหวัง
    ฮื้อออออยากจิครายย><
    #604
    0
  12. #603 Seven Keangkrai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 22:16
    คือพี่ยุนจะได้เจอชนูแล้วใช่ม้อยยย ฮรือออรอมานานสุดด TT จุนเน่ทำแผลเสร็จ พาไปเลี้ยงตอบแทน ขากลับไปส่งตระกูลซงเจอพี่ยุน บร๊ะกัน จบเฮ่ ! 55555555 สงสารพี่ยุนสุดด อีป้าทำอย่างงี้กับพี่ยุนได้ยังไงงงงงง !!!! งื้อออไรต์จ๋ามาต่อเร็วๆน้าาเค้าอยากให้ชนูได้เจอกับพี่ยุนแล้ว TT
    #603
    0
  13. #602 de joker (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 19:54
    ชนูจะเจอพี่ยุนเมื่อไหร่? แล้วยูคจะทำไรต่อไป? ติดตามชมตอนหน้านะแค้ปปปป???
    5555555
    #602
    0
  14. #599 Je beemm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 18:07
    แงงงไรท์ลุ้นไปหมดแลเวววมาอัพไวๆๆน้าาTT

    พี่ยุนเจอกับชานอูไวๆนะะะ
    #599
    0
  15. #598 Praekjh (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 16:29
    โอ่ยยย เครียดแทนชานอูอ่ะ จริงๆ แบบกดดันแทนเลย แล้วนี่ยูคจะไม่ทำอะไรชานอูใช่ป่ะะ เเล้วมันจะเป็นยังไงต่อออออ อีกนิดก็จะเจอกันแล้วนะชานยุน รอค่ะะ
    #598
    0
  16. #597 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 15:05
    โอ้ยยยยกดดันแทนยูคอยู่นะ แต่ยูคต้องรับผลกรรมค่ะ พี่จีวอนเกือบง่อยเลยนะแก
    เมื่อไหร่พระนางจะเจอกันคะ ลุ้นจนใจเ-่ยวหมดแล้ว5555555555555
    #597
    0
  17. #596 mclub (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 14:42
    อุบะ เจอกันสักทีสิวะ
    ไรต์นี่ก็.... เล่นตัวจังเลย
    จะได้จบๆซะที
    นี่ลุ้นจนแบบ จะเลิกลุ้นละนะ
    จะเชียร์ให้ชานไปคู่กับคนอื่นแล้วนะ
    (มีใครให้คู่ได้อีก???? แจ๊คสัน???? พึ่งอกหักจากแบมๆมาไง ฮ่าๆๆๆ เข้าท่าม๊ะ?)
    #596
    0
  18. #595 Popne (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 13:05
    สู้ๆนะฮ้าบบบบบ รออ่านอย่างดี เมื่อไหร่จะได้เจอกัน โอ้ยยยน
    #595
    0
  19. #594 Noey No Ey (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 11:38
    นี่ถ้าไม่ยุนไม่ฟังเพลงเเบ้วมาทะเล เน่มันคงตายเเน่เลย
    #594
    0
  20. #593 BamBam Amratisha (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 11:16
    ไรท์สู้ๆ อยากอ่านต่อจุงงงง /^\
    #593
    0
  21. #592 เดกซ์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 10:38
    โอ้ยยยย โอ้ยยย โอ่ยยยยย ฟหกด่าสว ไรท์ต่อเร็วมาก ดีกับใจมากฮือออ
    #592
    0
  22. #591 kawawaiiei (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 09:47
    ฮือ ชนูกรี้ดเลยค่ะ ในที่สุดก็มา ตอนนี้กลัวใจยูคมาก กลัวจะทำอะไรชนูอีกคน55555 อบู่ไกล้กันแค่นี้แล้วขอให้ชนูได้เจอพี่ยุนทีเถอะ ยังไงซะพี่ยุนช่วยจุนเน่ด้วยนะ ฝากด้วยนะพี่ยุน(?) 55555
    //รอค่ะ
    #591
    0
  23. #590 therip time (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 09:35
    อมกกกกกก. พี่ยุนกับน้องชานจะได้เจอหันแวงวววงว. ฮือออออ. คงอีกไม่นา่นใช่ไหม.
    #590
    0
  24. #589 BxHb (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 08:35
    ชานอูมาถึงแล้ววว กริ๊ดดดดดดด เมื่อไหร่จะได้เจอพี่ยุนอะอีกนานมากมั้ย ฮืออออออออ
    #589
    0
  25. #588 Mo_mo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 06:13
    ชนูจะใจเย็นไมเนี่ย ยูคมันตะฆ่าพีชนูนะเว่ยยยย ชั่งมันดิว่ะะะ บอกให้ำอส่งคนมารับตัวยูคได้ละ // พี่ยุนนน โฮฮฮ เมื่อไหร่จะเจอกันนนนนน สงสารอ่ะ
    #588
    0