( END ) 7SINS/iKON ✡ GLUTTONY ▫ #chanyun

ตอนที่ 12 : chapter nine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,840
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    13 ก.พ. 59

(c)                      Chess theme
 

7SINS-iKON

GLUTTONY

Chapter 09

 

 

          “มึงจะเอาไงกับกูวะ!

            ยูคยอมเอ่ยถามเสียงดัง เจ้าตัวผลักคนเป็นเพื่อนจนเซไปด้านหลังด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะรีบชะเง้อคอมองไปทางฝั่งตรงข้าม เขาเห็นหลังของฮันบินเดินอยู่ไกลๆ แต่พอจะก้าวตามไปชานอูก็เข้ามาขวางเอาไว้อีก ยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากกว่าเดิมเสียอีก

            “มึงก็รู้ว่าพี่เขาไม่ได้รักมึง พี่เขาบอกเลิกมึงแล้ว ทำไมมึงไม่พอซักทีวะ!

            ชานอูที่เข้ามาขวางทางเอ่ยซ้ำ ก่อนจะเซไปอีกทางเพราะยูคยอมสะบัดเขาออกอีกหน

            ไม่ใช่ว่าไม่มีแรงจะสู้หรอกนะ แต่เพราะว่าเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่อยากจะทะเลาะกันด้วยเรื่องแบบนี้ ทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่ได้พอใจนักหรอกที่ยูคยอมเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ใครพูดอะไรก็ไม่ฟังสักอย่างแล้วก็ไม่ยอมรับความจริงเลยด้วย

            ขนาดวันนี้ที่ฮันบินบอกเลิกยังไม่ฟังเลย ก็ยังจะตามตื้อเขาอยู่นั่นแหละ

ใช่.. วันนี้เป็นวันที่นักเรียนเกรด 10 ทุกคนจะต้องเดินทางไปยังเกาะเชจู ความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เพื่อนต้องไปคนเดียวก็เลยมาส่งถึงสนามบิน ทั้งๆที่เขาพยายามขอพ่อแล้วว่าให้ละเว้นยูคยอมไว้หน่อย ความจริงยูคยอมก็ไม่ได้อยากไปหรอก แต่พ่อก็บอกว่าอย่าใช้เส้นสายในเรื่องที่ไร้สาระแบบนี้ นักเรียนทุกคนต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองให้ได้ มันถือว่าเป็นการฝึกความอดทนไปในตัว แถมเขายังโดนพ่อติมาอีกว่าความจริงก็ควรจะไปด้วยเหมือนกัน แต่เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาท่าทางไม่ค่อยจะดีเลยไม่อยากบังคับอะไรเยอะ

            แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็ได้เป็นฝ่ายเสนอกับพี่ฮันบินไปว่าจะมาจัดการเรื่องยูคยอมให้เรียบร้อยเลยไหม ไม่ใช่ว่าเขาสนับสนุนให้อีกฝ่ายบอกเลิกเพื่อนตัวเองหรอกนะ ไม่มีใครหน้าไหนอยากให้เพื่อนสนิทตกอยู่ในสภาวะอกหักกันทั้งนั้น แต่ในเมื่อดูท่าทีแล้วมันเป็นไปไม่ได้ ยิ่งคบกันก็เหมือนจะยิ่งทำให้ยูคยอมเจ็บมากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นเขาก็เลยอยากให้อะไรๆมันลงตัวมากกว่านี้

            ใครจะไปรู้ว่ามันจะจบด้วยการที่ทะเลาะกันใหญ่โต..

หลังจากที่ฮันบินบอกเลิกยูคยอมเสร็จแล้วเดินหนีไป ก็เหมือนว่าสติทุกอย่างจะขาดผึง ยูคยอมพยายามจะตามไปคุยให้รู้เรื่อง พอมีคนเข้ามาห้ามก็เหวี่ยงใส่ทุกอย่างที่อยู่รอบตัว จนการ์ดของตระกูลที่ยืนอยู่รอบๆต้องเข้ามาช่วยกันจับเอาไว้ กว่าจะทำให้อีกฝ่ายสงบได้ก็ต้องใช้กำลังคนมากกว่าสามคนเลยทีเดียว

            “มึงฟังกูนะเว้ยไอ้เชี่ยยูค ..พอเหอะ”

            ชานอูเดินเข้าไปใกล้เมื่อเห็นว่าท่าทีของยูคยอมไม่มีทางสงบ เขาพยายามดิ้นให้หลุดออกจากการจับกุมของการ์ด แต่แรงของคนๆเดียวคงไม่อาจจะต้านทานอะไรได้ไหว จึงทำได้เพียงแค่มองมายังบุตรชายของตระกูลเจ้าปัญหาด้วยแววตาไม่พอใจ

            “นี่คือวิธีการที่คนในตระกูลนี้ใช้กับคนอื่นเหรอวะ”

            ยูคยอมแค่นหัวเราะ ก่อนจะมองไปยังการ์ดที่ขนาบข้างซ้ายขวา หิ้วปีกเขาอยู่ราวกับเป็นนักโทษอะไรทำนองนั้น

            “กูก็อยากคุยกับมึงดีๆ แต่มึงก็รับปากก่อนดิวะว่าจะไม่วิ่งตามพี่เขาไป”

            “อย่าเสือกเรื่องของกูให้มากนัก”

ชานอูขบสันกรามแน่นพอคนเป็นเพื่อนตอบกลับมาแบบนั้น เขาเองก็รู้สึกโกรธอยู่ในใจ ยิ่งคุยด้วยก็เหมือนว่ามันจะมีมากขึ้น เหมือนไฟเริ่มจะปะทุรุนแรงจนแทบเผาไหม้สายสัมพันธ์แห่งความเป็นเพื่อนให้ขาดสะบั้นลงไปทีละนิด

            “จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?”

            “สั่งคนของมึงปล่อยกู แล้วก็เลิกมายุ่งกับกูได้แล้ว”

            “เฮ้ย นี่มึงเป็นเอามากขนาดจะตัดเพื่อนกับกูเลย?”

            “กูไม่อยากคบกับน้องชายของไอ้เหี้ยที่แย่งทุกอย่างไปจากกูหรอกว่ะ!

            “เฮ้ยมึงพูดดีๆดิวะ เรียกพี่กูดีๆ แล้วก็คิดให้ดีว่าใครกันแน่ที่แย่งแฟนของเขามาอะ”

            เมื่อได้ยินอีกฝ่ายก่นด่าพี่ชายไม่เลิก อารมณ์ของเด็กหนุ่มก็ขาดสะบั้น ความอดกลั้นที่มีในตอนแรกพังทลาย ชานอูเข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายเข้ามาถามอย่างเอาเรื่อง

ทั้งรู้สึกเหนื่อยและลำบากใจ เขาคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไอ้สิ่งที่ยูคยอมทำน่ะมันไม่ถูก ใครๆก็รู้ว่าพี่ฮันบินกับพี่จีวอนยังรักกันอยู่ แม้ว่าทั้งคู่จะต้องเลิกกันด้วยเหตุจำเป็น แต่ในระหว่างนั้นเขาก็เห็นพี่จีวอนโทรไปง้อพี่ฮันบินอยู่เรื่อยๆ อยู่บ้านเดียวกันทำไมจะไม่รู้ แม้ว่าจีวอนจะไม่ได้บ่นอะไรให้ฟัง แต่เขาก็เห็นพี่ชายหงุดหงิดอยู่หลายครั้งเมื่อพี่ฮันบินไม่รับโทรศัพท์

            ซึ่ง.. ช่วงแรกๆพี่ฮันบินก็เฮิร์ทหนักไม่น้อย เจ้าตัวโทรมาถามไถ่เกี่ยวกับเรื่องของจีวอนกับเขาหลายหน จนกระทั่งช่วงหลังเองก็เงียบๆไป จีวอนเองก็เหมือนจะจนปัญญาที่จะง้อ ระหว่างที่ปิดเทอมก็บินไปพักใจที่อเมริกาและบินกลับมาที่บ้าน สลับไปสลับมาแบบนี้อยู่หลายหน อาทิตย์เว้นอาทิตย์เลยก็ว่าได้

            ..ใครจะไปรู้ว่าช่วงนั้นคนที่ใกล้ตัวเขาที่สุดอย่างยูคยอมจะฉวยโอกาสคุยกับแฟนของพี่ชายหน้าตาเฉย

            “กูคบกับพี่ฮันบินตอนที่พี่เขากับพี่มึงเลิกกันแล้ว เพราะฉะนั้น กู ไม่ ได้ แย่ง!

            ยูคยอมพูดประโยคสุดท้ายเน้นหนัก สายตาที่จ้องหน้าของชานอูนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจและโกรธแค้นไม่น้อย ในขณะที่เด็กหนุ่มเองก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะพยายามเรียกสติให้กลับมา เพราะคนรอบข้างเริ่มจะเกาะกลุ่มกันเป็นบริเวณกว้างแล้ว

            “มึงฟังกูนะ”

            มือหนาส่งไปจับไหล่ของเพื่อนสนิทในตอนที่เดินเข้าไปใกล้

            “ที่มึงทำอยู่ เขาเรียกว่าฉวยโอกาส มึงก็รู้ว่าพี่ฮันบินลืมพี่จีวอนไม่ได้หรอก แล้วมึงจะขอเขาคบทำไมวะ?”

            “มึงไม่รู้อะไรมึงอย่าพูด พี่เขาลืมได้แล้ว กูถามแล้ว!

            “มึงกล้าสาบานไหมว่ามึงไม่ได้ตื๊อพี่เขา? ตอนที่มึงขอคบอะ มึงขอครั้งเดียวแล้วพี่เขาตอบตกลงเลยรึเปล่า?”

และคำถามนั้นก็ทำให้ยูคยอมขบสันกรามแน่น รู้สึกสะอึกไม่น้อยเพราะประโยคที่อีกฝ่ายส่งมามันก็ค่อนข้างที่จะกระแทกใจ ตามปกติคนเราย่อมมีจิตสำนึกที่จะทำให้รู้ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่มันถูกหรือผิด

            แล้วถ้ามันผิด.. ตะกอนที่ตกผลึกอยู่ตรงก้นบึ้งก็พร้อมจะแตกออกมาทุกเวลาเมื่อมีใครบางคนไปสะกิดมัน

            “ตอบกูดิ มึงตื๊อพี่เขารึเปล่า?”

            “มึงหุบปากไปเลยไอ้เหี้ย!

และเมื่อชานอูถามซ้ำ ยูคยอมก็ตะคอกกลับเสียงดัง นัยน์ตาคมแดงซ่าน อีกทั้งกายหนายังสั่นสะท้าน ภายในของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและเสียใจ ทั้งเรื่องที่โดนคนรักบอกเลิก เพื่อนสนิทเองก็ไม่เข้าข้างและไม่เข้าใจกับการกระทำใดๆ ของเขาเลย ไหนจะเรื่องที่ต้องเครียด.. เพราะความผิดที่ทำลงไปก็ไม่รู้จะโดนเปิดเผยเมื่อไหร่นั่นอีก

            ดูเหมือนชีวิตเขากำลังจะตกอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่าย่ำแย่

          “มีเรื่องอะไรกัน!

ก่อนที่เสียงแข็งกร้าวที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจก็ดังขึ้นมาจากทางฝั่งซ้าย พร้อมกันนั้นผู้คนที่ยืนจับกลุ่มกันอยู่ก็แหวกทางให้ด้วยความเต็มใจ ชานอูรีบหันไปมองก่อนจะโค้งให้เมื่อเห็นว่าคนเป็นพ่อเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง

            นิ่งจนดูน่ากลัว น่าเกรงขาม และเหมือนว่ารังสีที่แผ่ออกมานั้นทุกคนก็จะได้รับ ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับ ซง อิลกุก เลยแม้แต่คนเดียว

            แม้กระทั่งยูคยอมเองก็รีบก้มหน้าหลบเช่นกัน ภายในใจก็หวาดหวั่นจนเหงื่อเริ่มจะไหลซึมออกมาตามริมขมับ

            “พ่อ.. ส่งพี่จุนฮเวแล้วเหรอครับ?”

            “เข้าเกทไปแล้ว แกล่ะ กำลังจะสร้างเรื่องอะไร?”

ตาคมหรี่มองลูกชายอย่างจับผิด แต่ครั้งนี้ชานอูดูสงบเสงี่ยมมากกว่าหนไหนๆ อาจเป็นเพราะอารมณ์ที่ครุกรุ่นยังคงอยู่ในใจ เด็กหนุ่มต้องพยายามข่มมันเอาไว้ จึงไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมามากอย่างเช่นตอนอื่นๆที่โดนพ่ออบรม

            “เราแค่ไม่เข้าใจกันนิดหน่อยครับ นี่เพื่อนผมเอง”

            ชานอูยังคงแก้ต่างให้ แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันจะห่างไกลจากคำว่า ไม่เข้าใจกันนิดหน่อย อยู่มากนัก แต่นั่นก็ทำให้ใบหน้าที่ตึงเครียดของคนเป็นพ่อคลายลงได้

            เขารู้ดีว่าพ่อไม่อยากให้ทะเลาะกันในที่สาธารณะเพราะมันจะส่งผลถึงตระกูลซง แล้วนั่นก็เป็นเหตุที่ทำให้ชานอูมีสติอยู่ทุกเมื่อเวลาที่จะทำอะไรลงไป แม้ว่าเมื่อครู่จะโมโหจนหลุดเข้าไปกระชากคอคนเป็นเพื่อนก็เถอะ

            “เป็นเพื่อนกันก็คุยกันดีๆ ส่วนเราน่ะ อยู่โรงเรียนนี้ได้ก็แปลว่ามาจากตระกูลที่มีหน้ามีตาทางสังคม ก็ต้องรู้จักควบคุมกิริยามารยาทของตัวเองหน่อย”

            ประโยคหลังอิลกุกหันไปปรามยูคยอม ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้เถียงอะไรกลับมา ยังคงก้มหน้าก้มตาหลบอยู่พร้อมกับใจที่เริ่มจะเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆด้วยความกลัว

            กลัวว่าความลับที่เก็บเอาไว้จะเปิดเผย..

 

            เห็นในข่าวบอกว่าคุณซงมีคำสั่งให้ตามจับคนทำเรื่องนี้มาให้ได้ด้วยนะ ยังไงก็จะไม่ยอมเด็ดขาด ต้องได้รับบทลงโทษที่สาสมด้วย

 

เหงื่อเม็ดพรายเริ่มผุดออกมาตรงหน้าผากมากขึ้นเมื่อคำพูดของแม่ลอยเข้ามาในหัวอย่างหน้าตาเฉย ยูคยอมพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อข่มความกังวลเอาไว้ข้างใน พยายามบอกกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่เป็นไร แต่ดูเหมือนว่ามันก็ไม่อาจลบความกลัวที่ผุดเข้ามาในใจได้เลยสักนิด

            “ปล่อยเด็กได้แล้ว เดี๋ยวจะต้องไปขึ้นเครื่องนี้”

ก่อนที่คำสั่งของอิลกุกจะดังเข้ามาในโสดอีกครั้งพร้อมกับแขนทั้งสองข้างที่เป็นอิสระ ยูคยอมก้มลงเก็บกระเป๋าที่ล้มลงไปข้างตัวขึ้นมาถือเอาไว้ ก่อนจะโค้งให้หนหนึ่งเพื่อเป็นการขอบคุณ แต่ก็ยังไม่กล้าสบตากับอิลกุกอยู่ดี

            “แกด้วย ถ้าไม่ไปเชจูก็รีบกลับไปเรียน จะมาที่นี่ทำไม?”

            “ผมมาส่งเพื่อนครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับไปที่โรงเรียนก่อนนะครับพ่อ”

พูดจบชานอูก็โค้งให้คนเป็นพ่อ ก่อนจะจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินแยกไปอีกทาง ส่วนยูคยอมเองก็รีบโค้งให้อีกหนแล้วหันหลังกลับ ร่างสูงผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอกที่สามารถหลบหน้าผู้อำนายการโรงเรียนได้ ขาเรียวยาวก้าวไปข้างหน้าโดยที่ไม่คิดจะหันมามองทางด้านหลังอีก

            เพราะฉะนั้นยูคยอมจึงไม่รู้ว่า กำลังโดนอิลกุกจ้องมองแผ่นหลังของตัวเองด้วยสายตาที่ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ฝ่ามือหยาบยกขึ้นมาลูบคางอย่างใช้ความคิด ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองแผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่มไม่ละเมื่อเขารู้สึกว่ามันช่างคุ้นตา.. ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

            “ตามสืบประวัติของเด็กคนนั้นมาให้ฉันด้วย ห้ามให้ชานอูรู้”

 

GLUTTONY

 

วันนี้เป็นวันที่นักเรียนจากซงจะมาเยี่ยมเกาะเชจู ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอให้เครื่องบินสองลำใหญ่เข้าเทียบท่าอากาศยาน มันเป็นเรื่องที่คนทั้งเกาะให้ความใส่ใจ สถานที่ทุกอย่างต่างถูกตกแต่งเพื่อทำการต้อนรับจนรู้สึกแปลกตา ร้านอาหารและตึกราบ้านช่องพร้อมใจกันทำความสะอาดใหม่ทั้งหมด ตึกที่เก่าๆโทรมๆถึงขั้นลงทุนทาสีใหม่เลยก็ดี

            แต่ก็อย่างว่า.. ไม่แปลกหรอกที่ทุกคนตื่นเต้น

            ขนาดยุนฮยองยังอดที่จะใจเต้นแรงไม่ได้

สาบานว่าเขานอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ในใจมันปั่นป่วนไปหมดเพราะความลุ้นว่าวันนี้จะได้เจอกับชานอูหรือไม่ และถึงแม้ว่าป้าจะห้ามไม่ให้เขามาสนามบินยังไง ก็ต้องขอบคุณเฒ่าแก่ของโรงงานที่เกณฑ์เด็กจำนวนหนึ่งเพื่อมาต้อนรับ

            ข้อดีคือ.. เขาได้ยืนรอคนจากซงเดินพรมแดงเข้าสนามบินด้วย

ให้ตายสิ โรงเรียนอะไรหรูชะมัด อดคิดน้อยใจไม่ได้ เพราะถ้าป่านนี้เขาเรียนที่นั่นก็อาจจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าอย่างนี้บ้าง แต่โชคชะตาคนเราคงจะต่างกัน

            เกิดมาจน.. ก็ทำได้แค่รอต้อนรับอยู่ข้างๆพรมนี่เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินหรอก

            “โห.. ขนาดเนื้อผ้าที่ใช้รองเดินยังเป็นกำมะหยี่ อะไรจะขนาดนั้นโรงเรียนนี้”

            แทฮยองที่ยืนอยู่ข้างกันก้มมองดูพรมแดงตรงหน้าด้วยสายตาตะลึง เรียกให้ยุนฮยองหันไปมองก่อนจะหัวเราะเบาๆ เพราะจะว่าไปแล้ว เมื่อเขาหันมองรอบๆตัวก็พบว่าคนที่นี่ต่างก็ตื่นตาตื่นใจมากไม่ต่างกันเลย

            “ซงก็มาที่นี่ทุกปี นายยังไม่ชินกับความหรูแบบนี้อีกเหรอ”

            “ไม่อะ แต่ละปีมีพิธีต้อนรับต่างกันนะ อย่างปีที่แล้วก็นั่งเรือสำราญลำโคตรใหญ่มาเลย ทางผู้ว่าของเกาะถึงขั้นต้องสร้างท่าเรือใหม่ทั้งหมด อยู่อีกฝั่งของเกาะ เพราะท่าเรือปกติมีแต่เรือหาปลาน่ะ”

จากคำบอกเล่าทำเอายุนฮยองถึงกับร้องโห เป็นเพราะเขาเพิ่งได้มาที่นี่เลยยังไม่ได้รู้ที่ทางอะไรมาก อีกฝั่งของเกาะยังไม่เคยไปเลยด้วยซ้ำ

            “แล้วตอนนี้มันก็ไม่มีเรือลำไหนไปจอดเทียบน่ะสิ?”

            “ก็มีนะ จะเป็นเรือของพวกไฮโซที่ชอบเข้ามาจอดท่องเที่ยวกัน งบบำรุงทุกอย่างทางตระกูลซงก็เป็นคนออกให้หมดเลย หลายที่ของเกาะก็ได้เงินพัฒนาจากซงทั้งนั้น ไม่แปลกที่ชาวบ้านจะชอบ ขนาดฉันยังอดปลื้มไม่ได้ นายรู้ไหมว่าโรงเรียนแม่งโคตรสวยอะ ฉันเคยเห็นรูปจากอินเทอร์เน็ต”

ยุนฮยองหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อเห็นแทฮยองเบิกตากว้างในขณะที่เล่า แถมยังผายมือไปด้านข้างเพื่อแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนมีขนาดใหญ่แค่ไหน จะว่าไปก็เหมือนเขาตอนที่ได้ไปเยือนที่นั้นแรกๆเลย ท่าทีตื่นตลึงจนน่าตลกได้แสดงออกไปให้คนอย่างชานอูเห็น

            คงดูไม่ดีไม่งามมากๆ เลยสินะ ตัวเองในตอนนั้นคงเหมือนพวกบ้านนอกที่เพิ่งได้เข้ากรุงเป็นครั้งแรกยังไงอย่างงั้น

            “ตลกอะไรเล่า ที่ฉันเล่านี่จริงนะเว้ย”

            แทฮยองส่งมือมาดันไหล่ในตอนที่ยุนฮยองหัวเราะเมื่อเจ้าตัวยังคงเล่าเรื่องความสวยอลังการของโรงเรียนซงไม่เลิก

            “ก็สวยจริงๆล่ะ”

            “หือ?”

            “ถ้าบอกนายว่าฉันเคยไป นายจะเชื่อมั้ย?”

ก่อนที่คำพูดนั้นจะทำให้แทฮยองชะงักนิ่งไป เหมือนกำลังทบทวนสิ่งที่อีกฝ่ายพูด ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจราวกับคนที่ไม่เชื่อหูของตัวเอง

            “นาย? เคยไป เฮ้ยบ้า นายเคยไปที่โรงเรียนอ่อวะ!?”

            “อื้อ แต่ก็ไม่บ่อยหรอก สวยอย่างที่นายว่าจริงๆนั่นล่ะ”

            “โหย แค่ครั้งเดียวก็ถือว่าเป็นบุญตาแล้วว่ะ แล้วนายไปทำไมวะ? เป็นคนส่งของอ่อ? ฉันอยากอยู่ในเมืองบ้างจัง ถ้าแค่ไปถึงหน้าประตูรั้วแม่งก็ดีแล้วอะ”

ยุนฮยองเงียบไปพอได้ยินว่า คนส่งของ ไม่ได้โกรธอะไรคนเป็นเพื่อนหรอก แต่คำพูดนั้นก็ทำเอาไม่กล้าเล่าต่อว่าตัวเองเกือบจะมีโอกาสได้เรียนที่นั่นแล้ว แถมยังได้เข้าไปเดินดูสถานที่ต่างๆคร่าวๆที่อยู่ข้างในอีกด้วย

            บอกไปใครเขาจะเชื่อ..

            คนจะหาว่าโกหกเปล่าๆ เพราะสภาพแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่เป็นแค่เด็กส่งของจริงๆนั่นแหละ

โชคดีที่เครื่องบินลำใหญ่เคลื่อนผ่านไปให้เห็นพอดีจึงทำให้คนด้านล่างพร้อมใจส่งเสียงโห่ร้อง มันทำให้ยุนฮยองจบบทสนทนาได้ง่ายนัก ก่อนที่ริมฝีปากจะเผยรอยยิ้มน้อยๆออกมา และความตื่นเต้นเองก็แทรกเข้ามาในใจ

            ชานอูจะอยู่บนนั้นไหม?

            เราจะได้เจอกันไหมชานอู?

            “โหยปรินซ์ ฉันตื่นเต้นไม่ไหวแล้วว่ะ”

            แทฮยองที่อยู่ข้างกันเอื้อมมือมาจับแขนเขาเอาไว้ก่อนจะเขย่า เรียกให้ยุนฮยองส่งมือวางทาบลงไปบนหลังมือของอีกฝ่ายด้วยแล้วพยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้นที่ไม่ต่างกัน

ทุกอย่างถูกจัดสรรในเวลาที่รวดเร็ว เครื่องบินลำใหญ่ทอดลงสู่พื้นถนน มองจากไกลๆยังรู้ได้ว่ามันมีขนาดที่ใหญ่มหึมามากแค่ไหน ก่อนจะวนรันเวย์แล้วมาจอดเทียบท่า ทันใดนั้นบันไดเชื่อมที่ค่อนข้างสูงก็ถูกคนเข็นไปจอดไว้ตรงประตูทางออก

            “เดี๋ยวคนของซงจะลงมาก่อน ฉันล่ะตื่นเต้นชะมัดว่าจะเป็นใคร ที่ผ่านมาเคยเห็นตัวเป็นๆไม่กี่คนเอง”

ยุนฮยองละความสนใจจากการจัดเตรียมเพื่อหันไปมองคนข้างๆ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยให้กับประโยคนั้น

            “ทำไมล่ะ ไหนบอกว่านักเรียนเกรด 10 ต้องมากันทั้งหมดไม่ใช่เหรอ?”

            “ไม่อะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมา ปีที่แล้วคนคุณจีวอนมาก็ขลุกตัวอยู่ในห้องพักกับแฟน ไม่ออกมาพบหน้าคนบนเกาะเลย ฉันเจอแค่ตอนขามากับขากลับเท่านั้น ตอนที่ส่งขึ้นเรือเทียบท่าน่ะ ส่วนปีก่อนโน้นฉันก็เห็นแค่คุณมาร์คคนเดียว”

และแล้วประโยคนั้นก็ทำให้ในใจของยุนฮยองรู้สึกสั่นไหว มันรู้สึกโหวงไปเลย ก่อนที่ความกลัวจะแทรกเข้ามาแทนที่ เพราะนั่นหมายความว่าชานอูจะมาที่นี่หรือไม่มาก็ได้

            “ฉันนึกว่าเด็กเกรด 10 ทุกคนต้องมาซะอีก..”

            “นายจะเอาอะไรกับลูกเจ้าของโรงเรียนวะ ถ้าไม่อยากมาก็คงไม่มีใครบังคับได้ ปีก่อนๆ ที่ยังไม่มีเด็กในตระกูลอยู่เกรด 10 คุณอิลกุกก็จะมาเยี่ยมเยียนที่นี่ด้วยตัวเอง บางครั้งก็พาคุณแจบอมมาด้วย บางครั้งก็ไม่พามา 3 ปีหลังนี่ล่ะคึกคักเพราะเราต่างก็ตื่นเต้นว่าจะเป็นใครที่ได้เจอตัวเป็นๆ”

            ใช่.. ตื่นเต้นจริงๆนั่นแหละ

บทสนทนาถูกตัดไปเมื่อประตูของเครื่องบินทำการเปิดออก ทุกคนต่างมุ่งสายตาไปที่จุดศูนย์รวมเดียว เสียงเซ็งแซ่รอบข้างต่างก็พากันเงียบลง มันเงียบมากจนยุนฮยองได้ยินเสียงของหัวใจตัวเองที่เต้นระรัว เขาภาวนาในใจขอให้คนที่โผล่ออกมาเป็นชานอู

            โดยที่ลืมไปว่า คำภาวนาของคนไร้วาสนาอย่างเขาน่ะ.. ไม่เคยเป็นจริงเลยสักหน

            “โอ้โห ตัวจริงสูงเป็นบ้า แล้วนั่น.. คนของตระกูลซงอีกคนเหรอวะ?”

เสียงปรบมือรอบข้างดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าของจุนฮเวที่โผล่ออกมา ตามด้วยคนตัวเล็กที่ขนาบอยู่ด้านข้างแบบติดๆ มือบางจับที่แขนของเด็กหนุ่มเอาไว้ในขณะที่พากันเดินลงบันไดช้าๆ

            แม้ว่าจุนฮเวจะยังมีท่าทีสง่าสมกับเป็นคนตระกูลซงอยู่ แต่บนใบหน้าที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนักก็ทำให้คนรอบๆต่างก็พากันเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย ก่อนที่ทีมแพทย์จะพากันเข้าไปหา แต่แล้วคนตัวเล็กๆที่อยู่ด้านข้างก็เป็นฝ่ายออกตัวรับแทน อ่านจากปากไกลๆเห็นพูดว่า เขาไม่เป็นไร ส่วนจุนฮเวยังไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ

            “ไม่ใช่.. นั่นไม่ใช่คนตระกูลซง”

            ยุนฮยองพูดขึ้นทั้งๆ ที่ตายังจ้องอยู่ตรงหัวบันไดไม่ละ เขาเม้มริมฝีปาก ภาวนาให้ใบหน้าที่คุ้นเคยโผล่ออกมาบ้าง

            แต่ทุกอย่างก็สูญสลายเมื่อมีนักเรียนคนอื่นๆ จากโรงเรียนซงพากันเดินลงมาแทน        

            “ปีนี้มากันแค่คุณหนูจุนฮเวสินะ ดูเหมือนจะไม่ค่อยสบายด้วย เสียดายจริงๆที่คุณหนูชานอูไม่มา”

            เสียงของป้าที่อยู่ข้างๆดังขึ้น เป็นประโยคที่ทำให้นัยน์ตารู้สึกร้อนผ่าวนิดๆ ยุนฮยองพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าร่างกายจะทรยศไม่น้อย เพราะน้ำใสๆ มันก็พร้อมใจกันไหลลงมาอาบแก้มอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะทำยังไงก็กลั้นไม่อยู่ ยิ่งเอามือปัดก็ยิ่งไหล เขาจึงรีบก้มหน้าก้มตาแล้วเดินเลี่ยงออกมา

            “อ้าวปรินซ์ เฮ้ยปรินซ์ รีบไปไหนวะพิธีต้อนรับยังไม่เสร็จเลย”

ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเรียกของแทฮยองเลยด้วยซ้ำ เพราะในหัวเอาแต่คิดตัดพ้อน้อยใจ คิดไปต่างๆนาๆ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไม่ดีทั้งหมด

            แล้วแบบนี้เราจะเจอกันตอนไหนชานอู?

            เราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหม?

 

GLUTTONY

 

            “ก็ดีครับแม่ ..ผมก็เหงานิดหน่อยครับ ที่โรงเรียนก็ไม่มีเพื่อนเพราะไอ้ยูคมันไปเชจู”

ถึงอย่างนั้นวันนี้ก็ยังมีเรื่องดีๆเพราะแม่ที่อยู่ไกลถึงต่างประเทศโทรมาหา ชานอูจึงคลายอารมณ์หมองๆที่ตามติดเขามาหลายอาทิตย์ลงได้บ้าง อย่างน้อยก็ทำให้มีรอยยิ้ม แม้ว่าจะเพิ่งทะเลาะกับเพื่อนสนิทไปหมาดๆ และเรื่องของยุนฮยองก็ยังไร้วี่แวว

            (แล้วทำไมลูกไม่ไปเชจูกับเพื่อนล่ะ ปล่อยเพื่อนไปคนเดียวแบบนี้จะดีแน่เหรอหืม?)

            “ผมไม่ค่อยอยากไปน่ะครับ อารมณ์ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากทำอะไรเลย”

เขาตอบพร้อมกับเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว ชานอูถอนหายใจเบาๆ จนคนเป็นแม่จับผิดสังเกตได้ จึงถามออกมาอย่างเป็นห่วงว่าเขาโอเครึเปล่า

            “เอาจริงๆ ก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไรครับ แต่ก็เริ่มดีขึ้นแล้วล่ะ”

            (มีอะไรบอกแม่ได้นะ บอกแม่ได้ทุกเรื่องรู้มั้ย? ถ้ามีเรื่องด่วนก็ส่งข้อความมา ถึงเราจะไม่ได้คุยกันทุกวัน แต่ถ้าเป็นข้อความแม่ก็เปิดอ่านวันละครั้งถึงงานจะยุ่งแค่ไหน)

            “ครับ ความจริงมันเป็นเรื่องไร้สาระน่ะ ผมโอเคครับแม่ ผมไม่เป็นไรหรอก”

แต่ถึงแม่จะถามอีกกี่หนชานอูก็เลือกที่จะไม่เล่า มีเหตุผลสองข้อก็คือ ไม่รู้จะเริ่มเล่าออกไปยังไง และกลัวแม่จะร้อนใจเป็นห่วงไปด้วย อีกอย่างตอนนี้เขาก็เริ่มทำใจขึ้นมาได้บ้างแล้ว เพราะรู้ตัวดีว่าทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับมัน

            ถ้าจะไม่ได้เจอกับยุนฮยองแล้ว เขาก็คงฝืนชะตาฟ้ากำหนดไม่ได้ เพราะนี่ก็ทำทุกวิธีทางที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้แล้ว

            (ให้มันจริงนะ ถ้าลูกโอเคแม่ก็โอเค แต่คราวหน้าถ้าเริ่มเครียดหรือมีอะไรให้ช่วย ต้องรีบบอกแม่เลยเข้าใจมั้ย?)

            “ครับ ขอบคุณแม่มากนะครับที่เป็นห่วง—”

ก่อนที่บทสนทนาของเด็กหนุ่มจะถูกตัดไปเมื่อคนเป็นพ่อเดินเข้ามาหาถึงในห้องรับแขก ทำเอาชานอูต้องรีบบอกแม่ด้วยเสียงที่เบาหวิวว่าขอตัวก่อน เป็นเพราะเขาสังเกตใบหน้าที่เคร่งเครียดของอิลกุกได้ ร่างสูงจึงหยัดกายลุกขึ้นมานั่งหลังตรงแล้วเอ่ยปากถาม

            “พ่อ..”

            “คุยกับแม่แกเรอะ?”

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับในขณะที่อิลกุกเองก็ทั้งตัวนั่งลงที่ฝ่ายตรงข้าม พร้อมกับการ์ดอีกสองสามคนที่ถือโน้ตบุ๊กเดินเข้ามายืนขนาบ

            บรรยากาศที่เริ่มจะอึดอัดและตึงเครียดทำให้เด็กหนุ่มอดที่จะกระแอมออกมาเบาๆไม่ได้ ชานอูขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเจอสายตาของผู้เป็นพ่อที่จ้องหน้าเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง ทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษก็ไม่ปาน

            “พ่อ.. มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?”

            ในที่สุดก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไปตรงๆ เมื่อได้ยินแบบนั้นอิลกุกจึงพยักหน้ารับ ก่อนที่โน้ตบุ๊กเครื่องหรูจะถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วเปิดคลิปอะไรบางอย่างให้ชานอูได้ดู

ตาเรียวจ้องอยู่ที่หน้าจอ ไม่มีคำถามใดๆเพราะรู้ดีว่าพ่อต้องการให้เขาหาคำตอบเอาเอง ภาพตรงหน้า เมื่อมองในตอนแรกอาจจะยังไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน อาจเป็นเพราะค่อนข้างมืดด้วยจึงทำให้เด็กหนุ่มต้องพิจารณาอยู่สักพัก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามันคือลานกว้างบริเวณหน้าโรงเรียน

            มีรถยนต์สองคันจอดอยู่ตรงนั้น และคนที่ยืนอยู่ทั้งสองคนก็แสนจะคุ้นตา

ภาพทุกอย่างดำเนินไปโดยไร้เสียง ความลุ้นยิ่งทำให้ชานอูรู้สึกว่ารอบกายมันเงียบมากขึ้น เขาตั้งใจดูจนกระทั่งคนฝั่งซ้ายเดินออกไปรับโทรศัพท์ ก่อนที่ภาพในคลิปจะโดนหยุดในตอนที่คนฝั่งขวาหันมองไปรอบๆตัว และเงยหน้าขึ้นมามองกล้องในจังหวะที่พอเหมาะพอดี

            “ไอ้ยูค?”

            “เพื่อนแก”

ชานอูหันไปมองคนเป็นพ่อด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่เขาจะต้องละสายตากลับไปมองเมื่อคลิปในโน้ตบุ๊กเริ่มเล่นอีกครั้ง คราวนี้ยูคยอมเดินไปทำอะไรบางอย่างกับรถคันข้างๆสักพัก เป็นเพราะมันค่อนข้างจะมืดเลยทำให้เห็นได้ไม่ชัดนัก แต่พ่อก็เอ่ยประโยคที่ทำให้กระจ่างออกมาเสียก่อน

            “แล้วนั่นก็พี่ชายแก”

            “พี่จีวอน?”

            เด็กหนุ่มเอ่ยทวนคำถามด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ชานอูขบสันกรามแน่นเมื่อพ่อพยักหน้าลงช้าๆ ในขณะที่หัวใจเองก็รู้สึกโหวงวูบไปหมด มือไม้เย็นเฉียบทั้งๆ ที่อุณหภูมิในห้องก็ไม่ได้ต่ำอะไรขนาดนั้น

            หมายความว่า..

            เขาไม่ได้โง่เกินไปจนไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุของพี่จีวอนยังไง

            “แกจะคุยกับเพื่อนแกก่อน หรือจะให้ฉันส่งทีมสอบสวนไปรับตัวเพื่อนแกมาจากเชจูเลย”

ชานอูเผลอกลืนน้ำลายเมื่อเขาสัมผัสได้ว่าประโยคนั้นของพ่อแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าตัวเองจะเป็นลูกชายแท้ๆและไม่ได้ตกอยู่ในสถานภาพที่ทำอะไรผิด แต่ก็อดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้ เพราะเขาย่อมรู้ดีว่าคนเป็นพ่อน่ากลัวมากแค่ไหนกัน

            “คือ..”

            “ฉันไว้หน้าแก เพราะเป็นว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน แต่แกคงไม่รู้ว่าธาตุแท้ของเพื่อนตัวเองเป็นยังไง แกยังเด็กนักชานอู”

            “พ่อจะทำอะไรครับ?”

            “บทเรียนที่มาหยามกับตระกูลซง แกคงไม่จำเป็นต้องรู้”

หัวใจของเขาเต้นแรงเมื่อรู้ว่าพ่อเอาจริง แต่แม้ในใจจะรู้สึกโกรธยูคยอมมากขนาดไหน เขาก็ไม่อาจทนเห็นเพื่อนของตัวเองโดนพ่อทำอะไรต่อมิอะไรได้ แม้จะยังไม่รู้ว่ายูคยอมต้องเจอกับอะไรบ้าง แต่เขาสาบานเลยว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

            แก้แค้นกันไปมามันจะไม่มีทางจบ

            เขาไม่อยากให้พ่อแปดเปื้อนกับเรื่องพวกนี้ด้วย

            “ผมขอคุยกับเพื่อนก่อนได้มั้ยครับ?”

            “คุย?”

            “ผมอยากรู้ว่ามันทำอะไร บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นคน..”

            “มีรอยนิ้วมือของเพื่อนแก”

คำที่ดังออกมานั้นเหมือนกระสุนปืนที่ปริดชีวิตยูคยอมให้ดับลง บนสีหน้าของชานอูฉายแววเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขากำมือแน่นขนเส้นเลือดนูนขึ้นมาตรงแขน ไม่รู้จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจ ยังไงยูคยอมก็ต้องถูกลงโทษอยู่แล้วถ้ามันเป็นความจริง แต่ขอให้เขาได้คุยอะไรกับคนเป็นเพื่อนสักหน่อยก็ยังดี

            “แต่ฉันจะเห็นแก่หน้าของแก เพราะฉะนั้นฉันให้เวลาจนกว่าเพื่อนแกจะกลับจากเชจู จะมีเรือของหน่วยสืบสวนพิเศษไปรับเพื่อนของแกมาสอบสวน ถึงตอนนั้นถ้าแกขวาง ฉันจะลงโทษแกด้วย”

            “พ่อให้ผมไปเชจู?”

            “ตั๋วเครื่องบินอยู่บนเตียง”

เพียงได้ยินแค่นั้นเด็กหนุ่มก็ลุกพรวดขึ้น ภายในอกร้อนรุ่มจนเขาอยากจะหายตัวแล้วโผล่ไปที่สนามบินให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะโค้งให้คนตรงหน้าเพื่อขอบคุณแล้วรีบแยกตัวออกมา

            “ชานอู”

            กายสูงโปร่งหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกเอาไว้ เขาไม่ได้หันไปเผชิญหน้ากับพ่ออีก แต่หูกลับรอฟังทุกคำด้วยความตั้งใจ

            “อย่าใจอ่อน คบเพื่อนชั่ว”

            “...”

          “ถ้าไม่อย่างนั้นแกจะเดือดร้อนไปด้วย”








talk

ปะป๊าอิลกุกปิดท้ายได้ดีเยี่ยมมากค่ะ #ลุกขึ้นตบมือ 5555555555555555555
จากใจคนแต่งตอนนี้ โกรธยูคยอมมาก ต้องได้รับโทษให้สาสมเลยทีเดียวไม่งั้นไม่ยอม พฮืออออ
ส่วนตอนหน้ามาลุ้นกันจะได้เจอกับพี่ยุนมั้ย พระนางของเราจะเจอกันรึยัง ไม่เจอกันมานานมากแล้ว T^T
ใครใจดีติดแท็ก #พี่ยุนน่ากิน กับเม้นท์ให้ด้วยนะคะ ♥

ปล. ตอนนี้ฟิคเปิดจองแล้วนะคะ บ็อกเซ็ทขลังมาก ใครยังไม่ได้จอง กดเข้าไปอ่านรายละเอียดได้เลย ที่ตอนก่อนหน้าน้า 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,262 ความคิดเห็น

  1. #1213 หยกๆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 13:43
    ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่อ่านบาปอื่นๆ เราเข้าข้างยูคยอมตลอด สงสารยูคยอมเรื่อยมา ตอนนี้เรารู้สึกแบบ ทำไมยูคยอมทำแบบเน้!!!!! เสียใจ ฮึก
    #1,213
    0
  2. #1164 ก็กูจุนฮเวอ่ะ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2559 / 22:07
    จุนฮเวกลัวความสูงสินะ 55555 เลาจะไม่เครียด ไม่ 55555555 โอ๊ยยยย อ่านแล้วกดดันตามมากๆ คือรู้สึกรันทดกับชีวิตยุนมาก เข้าใจชานอูเลย และสงสารคยอม แต่ก็ต้องรับผลที่ทำไว้ งืออออ
    #1,164
    0
  3. #1065 9nawKIHAE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 15:39
    ขุ่นพ่อโหดจังงงงเลยค่ะ T w T 
    #1,065
    0
  4. #992 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 02:52
    โถ ยูค นายน่าจะยอมรับความจริงได้แล้วนะ แอบกรี้ดจุนฮวานพาร์ทนี้ จุนเน่~~~~ พี่จีนานนน~~~ <3
    #992
    0
  5. #958 Fangg_l (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 16:06
    จะเจอกันอ่ะ งื้ออออฟัดให้หายคิดถึงเลยนะ><
    #958
    0
  6. #876 TaYB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 22:26
    อิลกุก น่ากลัวอ่าาาาา



    แต่พี่ยุนจะได้เจอชนูแว้ววววววว
    #876
    0
  7. #862 gxisimp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:07
    ขอให้ได้เจอเถอะใจจะขาดแล้วแง้
    #862
    0
  8. #775 HoneyBabby (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:08
    ไปเชจูจนได้ กรี้ดดดดด ไสหัวไปเร็วๆเลย มีคนรออยู่ บุพเพสันนิวาส จริงๆเลย โฮ!!
    #775
    0
  9. #661 Hiii29220 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:53
    พึ่งรู้สึกว่าซงอิลกุกเป็นคนที่ไม่ดีนะแต่ได้ใจเราไปเลยก็ตอนนี้นี่แหละ ทำถูกๆ
    #661
    0
  10. #524 Hanul Lee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 22:11
    ชานอู~~~~~~~~
    #524
    0
  11. #520 punpay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 18:18
    คือปล่อบให้ยุนกับชานูเจอกันเถอะ5555
    #520
    0
  12. #518 คอเต่า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 18:17
    เรื่องกำลังเข้มข้น กลัวชานเจอยูนแล้วจะลืมเรื่องยูค
    #518
    0
  13. #517 Chutikarn'I (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 12:11
    ขอกรี๊ดตอนท้าย ตั๋วเครื่องบิน แล้วชานอูรีบลุกพรวดเลย T_T พี่ยุนมีหวังแล้วทุกคนครับ ฮื้ออออออออออ แต่ยูคยอมนะสิเฮ้อหนักใจแทนชานอูเลยอีกคนก็เพื่อนอีกคนก็พี่ชาย อิลกุกเด็ดขาดเลย สงสารยูคยอม ทำไมต้องทำอะไรแบบนั้น คือทุกอย่างที่เป็นอยู่มันก็เป็นคำตอบแล้วนะ ฮันบินรู้สึกยังไง สู้น้าๆไรท์เตอร์ จะว่่าค้างไหม 50-50 555555 อยากให้ชานอูกับพี่ยุนสักที 
    #517
    0
  14. #516 Mo_mo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 20:48
    ไปเหอะชนูไม่อยากเจอยุนเหรอ พึ่งเคยเห็นอิลกุกมีประโยชน์ก็วันนี้555555555
    #516
    0
  15. #504 นอร์กี้ พชรวัชร (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 21:31
    "สตรอง สตรอง และสตรอง เมื่ออยู่ทีมป้าแล้วนะ" ซงปริ๊นซ์
    #504
    0
  16. #503 นอร์กี้ พชรวัชร (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 21:29
    ซงปริ๊นซ์ต้อง "สตรอง สตรอง และสตรอง เมื่ออยู่ทีมป้านะ"
    #503
    0
  17. #502 Noey No Ey (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 12:46
    ไปหาพี่ยุนเรวๆๆๆๆเลย
    #502
    0
  18. #501 Trustme CJ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 09:15
    จะได้ไปอยู่แล้ว..อีกนิดเดียวว..ฮืออ สงสารยุนน
    #501
    0
  19. #500 รินรี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 21:14
    ชนู ฮรือออออออ เด็กดี อย่าใจอ่อนนะลูก เดี๋ยวป๊ากับพี่จีวอนฆ่า - -
    #500
    0
  20. #499 kawawaiiei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 16:17
    อ่านแล้วเครียดตามชนูเลยทีเดียว
    สู้ๆนะนายจะต้องผ่านมันไปได้ /แอบลุ้นว่าจะได้ไปเจอพี่ยุนมั้ย(ขอให้เจอเถอะ -/\-) เพราะตอนนี้สงสารพี่ยุนมากมาย ฮือออ
    #499
    0
  21. #498 kjunh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2558 / 01:16
    เครียดตามชานอูอ่ะ ฮืออออ คือแม่งอิน เสมือนตัวเองเป็นชานอู คิอกลัวเพื่อนโดนทำร้ายแบบร้ายแรง คือเข้าใจว่าเพื่อนแม่งนิสัยไม่ดี คิดจะฆ่าพี่ชายตัวเอง แต่มันก็อดสงสารไม่ได้ที่ต้องรู้ว่าเพื่อนทรมาน คืออยากให้อภัยกันไปได้ไหม ไม่ก็ลดโทษลงก็ได้ เราไม่อยากเห็นใครทรมานจริงๆเว้ย(นางเอกมากมั้ย- ฮืออออ)
    แต่นี่ก็เห็นใจพิยุนเหลือเกิน ฮืออออออ สงสารอยากเข้าไปปลอบ สู้ๆนะคะพิหนูยุนของน้อง
    ปล.อยากเห็นตอนพิหนูยุนถูกชุบตัวเป็นคุณหนูยุนจุง อยากเห็นนักข่าวเงิบแล้วกลับไปแก้หัวข้อข่าวเสียๆนั่น(นี่แค้นแทนพิยุนมากคืออะระเด็กข้างถนนหึโด่เอ๊ย)
    ปลล.สู้ๆนะคะไรท์
    #498
    0
  22. #497 mclub (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 23:15
    ถึงกับอุทานเลยอะ

    "โอ้ยดีใจ ดีใจ ดีใจ"

    ดีใจที่รู้แล้วว่าเพื่อนเลว

    และ ดีใจที่ฟิคจะจบแล้ว จะเจอปริ๊นซ์แล้ว
    #497
    0
  23. #496 FonSweety_rainy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 15:39
    เจอกันซะทีเถอะนะชานยุนนนนน ฮืออออ
    #496
    0
  24. #495 &#49324;&#46993; (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 20:20
    เห้ยคือลุ้นมากอ่ะ!ตอนที่พี่ยุนรอนี้แบบบีบหัวใจสุดๆ สงสารยูคอ่ะ ชนูจะไปเชจูล้าวววววววววว😁😁😁
    #495
    0
  25. #494 『CHXRBEEM』 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 07:29
    ขอให้เจอนะะ สงสารพี่ยุนมาก TT

    //ชานอูห้ามใจอ่อนกับยูคนะ!!!!!
    #494
    0