(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 8 : ::7sins:: 6 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    9 ส.ค. 58


                




                7 SINS

                                                         ENVY & PRIDE

                                                                    

 



ช่วงเช้าก่อนเข้าเรียนของชั้นเกรด12 ณ ห้องผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะทางการเรียน อิม แจบอม กำลังนั่งอ่านหัวสองข้อข่าวใหม่ล่าสุด ที่ถูกกลุ่มชาวเน็ตกำลังวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในขณะนี้

 

ลูกชายเศรษฐีก่อคดีซ้ำซ้อน ตัวย่อ จฮ เหตุทะเลาะวิวาทที่ปั๊มแห่งหนึ่งในตัวเมืองหลวง โดยที่ผู้ก่อเหตุยังอยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งมีตัวย่อเป็นอักษร ซ มาจากสถาบันโรงเรียนชื่อดัง  

 

ไม่ใช่มีแค่เนื้อหาอย่างเดียว ทางสำนักพิมพ์ยังมีภาพประกอบที่แนบมาให้ดูเป็นต่างหน้าอีกด้วย ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน แต่เป็นลูกชายลำดับที่หกของบ้าน  กู จุนฮเว นั่นเอง

 

จะว่ายังไงล่ะ

ก็แค่งานอดิเรกของน้องมันละนะ

 

แต่การที่เสนอหน้าอยู่บนข่าวสำนักพิมพ์ใหญ่ได้ตลอด นี้มันควรจะได้รับรางวัลภัยของสังคมดีเด่นไปซะบ้างนะ       จุนฮเวน่าจะภูมิใจกับการได้เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนไร้ความฉลาด


นิ้วเรียวยาวสไลด์หน้าเว็บเพื่ออ่านหัวข้อข่าวถัดไป ก็ยังไม่พ้นเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดอยู่ดี

 

ลูกชายเศรษฐี ตัวย่อ ซย ที่ยังศึกษาอยู่ในช่วงชั้น ม.ปลาย ได้ก่อคดีลั่นปืนใส่ น.ศ ชาย คู่กรณีในเขตรั้วมหาลัย ผู้ถูกทำร้ายคือลูกชายของนักดนตรีชื่อดัง คาดว่าที่ถูกนาย ซย ยิงอาจจะเป็นเพราะเรื่องชู้สาว  ซึ่งฝ่าย น.ศ ชาย เองก็ได้รับบาดเจ็บตรงบริเวณหัวไหล่และเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีที่เขาได้ถูกนำตัวส่งเข้าโรงพยาบาลได้ทัน ล่าสุดตอนนี้อาการของเขาได้พ้นขีดอันตรายแล้ว    

 

อ้อ.. ข่าวนี้เองที่ทำให้พ่อหัวเสียสุดๆ

 

ซย ก็ย่อมาจาก คังซึงยูนสินะ ?

 

ถ้าให้สมมุติว่ามนุษย์เราใช้สมองได้ถึง 100% เดาว่าคังซึงยูนใช้ไปได้เพียงแค่ 1% เท่านั้น   ส่วนอีก 99% ที่เหลือน่าจะมีไว้ใช้สำหรับอวัยวะอื่นๆมากกว่าจะเป็นสมอง

 

หัวสมองกลวงๆของซึงยูนที่พอจะแก้โจทย์ปัญหาของคณิตศาสตร์ได้ น่าขำที่มันดันแก้โจทย์ปัญหาชีวิตของตัวเองไม่ได้ เอาง่ายๆก็โง่ในเรื่องไม่เป็นเรื่องนั่นละ ถ้าขืนยังจัดการกับอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะมีเรื่องธุรกิจที่ยั่งยืนเลย 

มีแต่คำว่าล้มละลายเท่านั้นที่รออยู่ปลายทางข้างหน้า เพราะว่าทุกย่างก้าวต้องมีความรอบคอบ รู้จักวางแผนในอนาคตว่าถ้าทำเช่นนี้ผลตอบรับจะเป็นอย่างไร สิ่งใดที่ทำแล้วจะมีผลเสียน้อยกับตัวเองมากที่สุด นั่นล้วนแต่เป็นพื้นฐานสำคัญความเป็นผู้นำของนักบริหารธุรกิจมันเป็นกลยุทธ์การวางแผนที่เล่ห์เหลี่ยม เหมือนกับการเดินของเกมหมากรุกนั้นละ


มันสามารถใช้ได้กับทุกเรื่อง..

 

ซึ่ง คังซึงยูน  ยังขาดคุณสมบัติเหล่านี้อยู่มาก

 

อ้อ.. ต้องบอกว่ายังโง่อยู่มาก ถึงจะถูกสินะ

 

 

“นี่.. แจบอมนายน่ะ”

 

 เจ้าของชื่อนิ่งไป ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองคนที่กล้าเรียกชื่อเขาห้วนๆ ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร   เขารู้สึกไม่ชอบใจถ้ามาถูกคนอื่นที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อมาเรียกเหมือนสนิทกันมาก เพราะนอกจากพี่น้องในบ้านก็ไม่มีใครกล้าเรียกแบบนี้อีก

 

 แล้วนี้.. คิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหน?  

 

“พอจะรู้ไหมว่าเพื่อนผมที่ชื่อจินยองหายไปไหน คือผมติดต่อเขาไม่ได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว..”

 

“นายต้องรู้ด้วยหรอ” แจบอมชะงักเมื่อได้ยินชื่อของคนที่ตนรู้จักเป็นอย่างดี แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะถามจบเขาก็ตอบปัดๆออกไปอย่างไม่สนใจเสียก่อน คิดเอาไว้ว่าคนตรงหน้าน่าจะสะเทือนใจกับท่าทีนิ่งเฉยขนาดนี้ได้บ้างแล้วก็จะได้เลิกถามเซ้าซี้ไปเอง แต่เป็นเรื่องที่ผิดคาดมาก เมื่อคนฟังไม่ได้หน้าเสียเหมือนอย่างที่คิด แต่ทำตัวฮึดอัดเหมือนจะไม่สบอารมณ์ในคำตอบเขามากกว่า

 

เหอะ..

 

คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ไม่พอใจเขาด้วยหรอ

 

“ก็ผมเป็นห่วงเพื่อน แสดงว่าคุณรู้ใช่ไหมว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”  

 

“ฉันจำเป็นต้องบอกไหมละ”

 

“มันก็ต้องจำเป็นอยู่แล้วสิ เขาเป็นเพื่อนสนิทผมนะ แล้วคุณจะปิดบังไปเพื่ออะไรละ”  เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ละความพยายามแม้ว่าเขาจะพูดกวนประสาทไปแล้วก็ตาม จากที่คิดว่าจะปั่นหัวให้อีกคนโมโหเล่นกลายเป็นว่าตัวเองหงุดหงิดไปก่อนซะแล้ว 

 

“ถ้ารู้ว่าไม่บอก จะมาเซ้าซี้ไปเพื่ออะไร ฉันว่านายอย่ามาคุยกับฉันดีกว่านะ พอดีว่าฉันไม่อยากจะเสียเวลากับพวกน่ารำคาญอย่างนาย”

 

“นี่นาย... คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”  แจบอมยิ้มรับในคำถามนั้นก่อนจะยกแขนขึ้นมากอดอกไว้

 

“ที่ถามแบบนั้น.. ไม่รู้จริงหรือว่าทำเป็นโง่กันแน่” น้ำเสียงที่เอ่ยถามเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน แจบอมก้มลงมองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะแค่นหัวเราะเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ ถึงกับเงียบไปเลยทีเดียว

 

“...”

 

“การที่นายไม่รู้ว่าฉันเป็นใคร มันก็เหมือนกับสุนัขที่ไม่รู้จักคุณค่าของอัญมณีนั่นละ”

 

“มันจะมากไปแล้วนะ !!

 

การขึ้นเสียงใส่คนที่ไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ดีเขาทำกันหรอก  ข้อนี้เป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่ามนุษย์คนนี้ ไม่ต่างอะไรจากวัชพืชชั้นต่ำ

 

หึ..

 

ก็เป็นได้แค่นั้นแหละ  นี่คือสถาบันที่มีการแข่งขันสูง มันไม่ใช่ที่สถานที่สำหรับพวกอ่อนแอควรจะมาอยู่ร่วมกับคนที่มีระดับสูงยิ่งกว่า  และสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณอยู่ที่นี่ได้โดยที่ไม่ถูกคนอื่นๆจ้องเล่นงานหรือถูกมองว่าน่าสมเพช  สิ่งเดียวเลยคือฐานะทางบ้านของคุณต้องร่ำรวยเป็นอย่างมาก  หากคุณมีสิ่งนี้อยู่ในกำมือ คุณก็จะได้หายใจอย่างสะดวกเหมือนอย่างผม

 

แต่ถ้าขาดสิ่งสำคัญนี้ไป  มักจะถูกเรียกว่าเป็นเด็กทุน แน่นอนว่าเด็กทุนไม่เคยถูกยอมรับในสังคมรั้วโรงเรียนแห่งนี้  มันก็เคยมี ที่เด็กทุนหลายคนขอยื่นใบลาออกเพื่อไปสมัครเรียนต่อที่อื่น   ส่วนมากจะทนเป็นตัวตลกถูกกลั่นแกล้งไม่ได้ ทนต่อแรงกดดันไม่ไหวจนต้องขอลาออก

 

คนรวยไม่คบหากับคนจนอยู่แล้ว มันคือทำเนียมของโรงเรียนคนรวย ถึงแม้ว่าจะเป็นคนดีมากสักแค่ไหน ก็ไม่สามารถอดทนต่อการถูกล้อและนินทาลับหลังได้หรอก การที่มีพวกจนๆมาเป็นเพื่อนมันถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอาย ใครๆ เขาก็คิดกันอย่างนั้นแหละ

 

 แน่นอนว่าคนๆนี้ ต้องไม่ใช่คนรวย

 

เป็นเพื่อนกัน ย่อมต้องเป็นวัชพืชชนิดเดียวกันอยู่แล้วสิ จริงมั้ย?

 

“ฉันตอบคำถามนายไปแล้ว ขอฉันถามคืนบ้างสิ”  แจบอมเป็นฝ่ายถามขึ้นบ้างพร้อมยันกายขึ้นจากเก้าอี้มาเผชิญหน้ากับผู้ที่อ้างตนว่าเป็นเพื่อนสนิทของจินยอง  กริยาที่เคร่งขรึมวางท่าราวกับว่าตัวเองเป็นพวกเหนือชั้นกว่าทำให้คนมองนึกหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย

 

“จะถามอะไร” ท่าทางที่เหิมเกริมของอีกฝ่ายทำให้แจบอมแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างนึกพอใจ

 

ใจกล้าดีนี่..

ผิดกับเพื่อนรักลิบลับเลยนะว่าไหม

 

“นายบอกว่าตัวเองเป็นเพื่อนกับเด็กทุนคนนั้นหรอ?  นั่นหมายความว่านายก็เป็นพวกจนๆน่ารังเกียจเหมือนกันใช่รึเปล่านะ”

 

“นาย...” คนฟังถึงกับโกรธจนตัวสั่นเมื่อเจอคำพูดเหยียดยามถึงตัวเขาและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มีอยู่  เขารู้ว่าเพื่อนเขานั่นแสนดีแค่ไหน เราก็ต่างเป็นเด็กทุนกันทั้งคู่ จึงเข้าใจหัวอกกันดี  ถ้าผมไม่มีเพื่อนคนนี้ก็คงไม่คิดจะอดทนเรียนต่อหรอก เจอแต่พวกมีตรรกะผิดมนุษย์มนา

 

ถึงเราเป็นคนจนแต่ก็จนอย่างมีค่า ดีกว่ารวยแล้วไร้ค่าความเป็นคน

 

อยากจะชกหน้าอีกฝ่ายให้มันหงายคว่ำ พร้อมสั่งสอนไอ้พวกลูกคนรวยให้มันรู้ถึงจิตสำนึกในความเป็นคนว่ามันเป็นยังไง  แต่การที่จะไปเล่นกับคนมีอิทธิพลมากที่สุดในโรงเรียน  มันเหมือนเป็นการพลีชีพตัวเองซะมากกว่า เขาคงไม่ทำอย่างนั้น

 

เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวตนที่แท้จริงของลูกชายคนที่สามของตระกูลซงนั่นจะมีนิสัยเช่นนี้   มองจากภายนอกก็ถือว่าเป็นคนที่ดูดีมากในวงตระกูล เขาเป็นคนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ก็ไม่น่าเข้าหาอยู่ดีเพราะมีบุคลิกเย็นชา เป็นพวกอยู่ตัวคนเดียว และไม่ชอบสุงสิงกับใคร  ยิ่งมาได้รู้จริงๆ ก็ต้องขอบอกเลยว่าอย่าไปรู้จักเลยจะดีกว่า

 

เพราะ อิมแจบอม นิสัยโคตรแย่..

 

เรียนก็เก่ง แต่ทำไมถึงมารยาททรามได้ขนาดนี้นะ

 

ที่เพื่อนสนิทเขาย้ายเก้าอี้ไปนั่งข้างกันแจบอมต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่   ผมมั่นใจว่าต้นเหตุที่ทำให้จินยองเครียดอยู่บ่อยๆต้องเป็นเพราะ อิมแจบอม  พวกเราก็เคยอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี ผมยังไม่เคยเห็นมันหงอยได้ขนาดนี้เลย  ถึงจะเคยถามบ้าง แต่จินยองก็ไม่พูดหรือเคยเล่าอะไรให้ฟัง

 

“สนใจแค่เรื่องของตัวเองเถอะนะ  ขอตัวละ”

แจบอมที่เห็นคนตรงข้ามยืนกัดฟันกรอด สายตาเหมือนจะฆ่ากันให้ได้ แต่ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี    ซึ่งมันทำให้ผู้ชนะอย่างเขารู้สึกสะใจ และทำเพียงแค่ยกยิ้มให้อย่างสมเพชพร้อมกับเดินจากไปเป็นการยุติสงครามประสาท  แต่พอก้าวผ่านไปได้แค่สามโต๊ะเรียน


“อย่าคิดละ.. ว่าจะทำตัวเป็นผู้ชนะไปได้ตลอดน่ะ”  คำพูดเชิงขู่ของอีกฝ่ายทำให้แจบอมชะงักฝีเท้านิ่งอยู่กับที่ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่โดนขู่เลยมั่งจะว่ารู้สึกยังไงหรอ ก็ท้าท้ายดี อยากจะทำให้อีกฝ่ายได้ลิ้มรสความผ่ายแพ้มากกว่านี้ ถ้าทำให้แพ้หมดสารรูปได้ ก็คงสนุกไม่หยอกเลยละ   

 

แจบอมเลี้ยวมองไปโต๊ะที่เคยเป็นที่นั่งเดิมของทาสผู้น่ารัก  ก็พอจะจำได้อยู่หรอกว่าคนๆ นี้ นั่งข้างจินยอง  ซึ่งปัจจุบันมีเพียงแค่โต๊ะเดียวที่ถูกตั้งอยู่คนเดียวโดดๆ  เดาว่าคงจะไม่มีใครอยากนั่งด้วย  เขาจึงหยิบสมุดบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่านดูก่อนจะโยนทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ

 

“ขอบคุณสำหรับคำเตือน แต่ฉันจะไม่จำเอาไว้หรอกนะ”

 

“...”

 

“เพราะนั่นมันเหมือนกับมุกตลกฝืดๆ ของพวกสามัญชนน่ะ  ชเวยองแจ นายไม่มีทางทำอะไรฉันได้ ” แจบอมเอ่ยชื่อคู่กรณีอย่างท้าท้าย   ราวกับจะประกาศสงครามให้อีกฝ่ายได้รู้ว่าควรทำใจรอล่วงหน้ารอเอาไว้ได้เลยว่าใครที่จะได้ถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้พวกขี้แพ้  ไม่ต้องเดาให้ยากก็น่าจะรู้คำตอบในใจกันอยู่แล้วไม่ใช่หรอ

 

คนอย่าง อิมแจบอม สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นหรอกนะ

งว่าคุณรู้สินะ"่าตอนนี้"

พอสาแก่ใจ คนร่างสูงก็เดินออกมาจากห้องทิ้งให้ยองแจโมโหเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว ส่วนตัวเขาก็เลือกที่จะมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องพักส่วนตัว

 

พอมาถึงห้องสิ่งแรกที่เขาทำก็คือการคว้ารีโมตขึ้นมาเปิดทีวีพร้อมกับภาพข่าวล่าสุดที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยม ซึ่งมันเป็นข่าวเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ โดยที่ใบหน้าของคนร้ายนั้นก็คือผู้ชายในกล้องวงจรปิดนั่นเอง แจบอมแค่นหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นข่าวนั้น

 

หึ..

 

ส่งขยะเข้าคุกได้เร็วกว่าที่คิดอีกซะอีก

 

 

 

 

                                                     ENVY & PRIDE

                                                               

 


 

มาร์ค ต้วน

 

ตั้งแต่กลับมาจากบ้านรุ่นพี่ ผมก็นอนคิดถึงแต่เรื่องเขาทั้งคืน  ในใจก็รู้สึกสงสารที่เขาไม่มีแม่เหมือนคนอื่นๆ บางคนอาจคิดว่า ไม่มีแม่แล้วไง อย่างน้อยมาร์คก็ยังมีพ่อ มีพี่น้องร่วมสายเลือดอีกตั้งหลายคน บ้านหลังใหญ่ที่อยู่อาศัยกันเยอะขนาดนั้นคงไม่ทำให้พี่เขาเหงาได้หรอกใช่ไหมละ?

 

แต่ลองมาคิดดูอีกที ซงอิลกุก นักธุรกิจระดับโลกก็ต้องเข้าประชุมเป็นงานหลัก คงไม่มีเวลาว่างพอมานั่งฟังหรือคอยให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตจากลูกๆทั้งเจ็ดหรอก อีกอย่างพี่น้องตระกูลนี้ ก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันได้เท่าไหร่  เรียกว่าเป็นพี่น้องที่แตกต่างจากครอบครัวอื่นมากๆ ถามว่าผมรู้ได้ยังไงต้องบอกว่าเขารู้กันทั้งโรงเรียนแล้วว่าพวกเขาไม่ได้สนิทกันเลยแม้แต่น้อย  แค่เดินเฉียดหน้ากันยังเป็นภาพหาดูได้ยากในโรงเรียนเลยเถอะ

 

ถ้ามาร์คจะรู้สึกโดดเดี่ยวบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องผิด..

 

ยิ่งเขามีเพื่อนคนเดียวเป็นพี่แจ็คสัน  ผมถึงได้เข้าใจว่าทำไมพี่มาร์คถึงได้ไม่ชอบผมขนาดนั้น   ช่วงนี้ผมตัวติดพี่แจ็คสันมาก บ่อยครั้งที่เราลืมการมีตัวตนของมาร์ค เราสองคนมักจะทอดทิ้งให้เขาอยู่ตัวคนเดียวบ่อยๆ ซึ่งพวกเราเองก็ไม่เคยสนใจว่าพี่เขาจะรู้สึกยังไงเพราะเจ้าตัวก็ไม่เคยปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ จนกระทั่งผมได้มารู้เหตุผลพวกนี้ด้วยตัวเอง

 

กว่าจะมารู้สึกผิดเอาตอนนี้  มันก็ไม่ทันซะแล้ว

 

ถึงเขาจะชอบทำตัวร้ายกาจ เรียกร้องความสนใจ ชอบใช้กำลัง หรือจะชอบขู่บังคับผมไปบ้าง แต่ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้เหล่า มาร์คก็ยังดูเป็นคนที่น่าเวทนาและน่าสงสารมากอยู่ดี

      

“เป็นอะไร ทำไมนิ่งจัง” แบมแบมหลุดออกจากห้วงความคิดเพราะเสียงทักท้วงของแฟนหนุ่มที่กำลังยืนติดกระดุมเสื้อนักเรียนอยู่ใกล้ๆ คนตัวเล็กนั่งเงียบอยู่บนเตียงไม่ได้ตอบอะไร เพราะยังข้องใจอยู่จึงตัดสินใจถามคนที่น่าจะรู้อะไรเกี่ยวกับมาร์คมากที่สุด

 

“นี่.. ผมขอถามอะไรพี่หน่อยสิ”

 

“หือ อยากรู้อะไรละครับ”

 

“พี่มาร์คเขาเป็นคนยังไงหรอ”

 

แจ็คสันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพอได้ยินคำถามนั่น เขานึกแปลกใจอยู่ในทีแรกว่าทำไมแบมแบมถึงถามเกี่ยวกับเพื่อนสนิท แต่ลองมาคิดดูอีกที..

 

ก็เพราะว่ามาร์คเป็นเพื่อนสนิทของเขา และแบมแบมเองก็เป็นแฟนของเขา การที่แบมแบมอยากจะรู้เรื่องของมาร์คนั่นก็ไม่ใช่สิ่งแปลกอะไรนี่หว่า

 

“ไอ้มาร์คหรอ มันก็เป็นคนนิ่งๆเดาใจไม่ค่อยออกหรอก แต่ก็คุยได้ทุกเรื่องนะ”

 

“แล้วพวกพี่เคยทะเลาะกันบ้างไหม” แจ็คสันส่ายหน้ากับคำถามนั้นแล้วเดินเข้ามาทิ้งตัวข้างกายคนตัวเล็กพลางใช้ศีรษะหนุนที่ตักอุ่นๆก่อนจะยิ้มเมื่อนึกถึงมาร์คแล้วพูดขึ้นต่อ

 

 “มันไม่ค่อยโกรธพี่หรอก แทบจะไม่ทะเลาะกันเลย เพราะมันไม่ค่อยเรื่องมากไง เป็นพวกสบายๆยังไงก็ได้  พี่ว่าอยู่กับมันแล้วก็สบายใจดีนะ”

 

“แล้วพี่รู้จักกับเขาตอนไหนหรอ”

 

“ก็ช่วงมัธยมต้น เจอกันครั้งแรกก็ที่ชมรมบาสละมั้ง”  แจ็คสันทำหน้าครุ่นคิด พอนึกไปถึงเหตุการณ์แรกที่ทำให้ได้รู้จักกันเขาก็ขำขึ้นมาเฉยๆ ก็ใครจะไปคิดว่าจะมีโอกาสได้มาสนิทกับลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศแบบทุกวันนี้กันล่ะ

 

“แล้ว.. พี่เขาชอบทำอะไรบ้างหรอครับ”  

 

“มันชอบไปดูหนังกับเล่นกีฬา เรียกได้ว่าเป็นกิจวัตรประจำวันเลยมั่ง”

 

“อ้อ..”

“ถามมากจังเด็กน้อย สนใจเพื่อนสนิทของฉันมากกว่าฉันแล้วล่ะมั้งเนี่ย”

 

แบมแบมถึงกับนั่งเงียบเมื่อโดนแซวแบบนั้น ถึงแม้ว่าบนใบหน้าของแจ็คสันจะแสดงออกให้เห็นว่าล้อเล่นก็เถอะ  แต่เขากลับขำจริงๆไม่ออก จึงได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อแก้สถานการณ์ชวนให้เข้าใจผิด

 

“ไม่มีไรหรอกครับ ผมว่าเรารีบไปโรงเรียนกันดีกว่านะ พี่มีนัดที่นั่นไม่ใช่หรอ” แบมแบมเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันทีเมื่อคิดว่ามันตัวเองเริ่มถามมากไป เจ้าตัวใช้มือเรียวดันหัวแฟนหนุ่มออกไปก่อนจะดีดตัวขึ้นมาเร่งเก็บหนังสือเรียนเข้ากระเป๋าทำตัวเหมือนกำลังยุ่งมาก  ฝ่ายแจ็คสันทำหน้างงแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จึงลุกขึ้นไปคว้ากุญแจรถเพื่อเตรียมตัวจะเดินทางไปโรงเรียนบ้าง

 

“พี่จะไปรอเราอยู่ที่รถนะ”

 

“อื้อ เดี๋ยวผมจะรีบตามไปครับ” แบมแบมหันหน้าไปบอกคนรักที่ยืนรออยู่หน้าห้อง พออีกคนพยักหน้ารับก็เดินออกไป เด็กน้อยจึงลอบถอนหายใจอยู่คนเดียวเงียบๆ รู้สึกขอบคุณที่อีกฝ่ายไม่ใช่คนที่จะมาถามเซ้าซี้อะไร  ไม่เช่นนั้นเขาคงเป็นคนใบ้อำอึ้งพูดอะไรไม่ออก                

              

 

ณ ชมรมบาส

 

เมื่อทั้งคู่ได้เข้ามาในชมรมบาสก็พบเจอกับชายหนุ่มรูปร่างดีกำลังวิ่งเดาะบอลไปทั่วสนามถึงแม้จะมีเหงื่อออกเยอะมากแต่ มาร์ค ก็สนุกอยู่คนเดียว ราวกับไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อยเอาซะเลย

 

ร่างสูงวิ่งไปยืนอยู่ครึ่งสนามก่อนจะตั้งท่าในการเล็งอยู่ไม่นาน เขาก็กลั้นลมหายใจเพื่อเรียกสมาธิทำให้การเคลื่อนไหวในร่างกายนิ่ง มือไม่สั่นเหมือนก่อนหน้านี้ เมื่อมาร์คสามารถล็อคแป้นด้วยสายตาได้แล้ว เขาจึงลดย่อลำตัวลงก่อนจะยืดตัวขึ้นแล้วกระโดดซู้ตบอลออกไป 

 

ระหว่างที่ลูกสีส้มลอยขึ้นสูงอยู่บนอากาศ  มาร์คก็หันหลังมาโบกมือให้กับผู้มาเยือนคนใหม่ทั้งสองเป็นจังหวะที่บอลนั้นลอยเข้าแป้นได้อย่างพอดี

 

“ไง มาแล้วหรอวะ”

 

“แม่นเหมือนเดิมเลยนี่มาร์ค สมกับเป็นซู้ตติ้งการ์ดของทีมที่ฉันไว้ใจเลยจริงๆ”  แจ็คสันกล่าวชมเพื่อนสนิทก่อนทั้งสองจะเดินเข้ามาทักทายกันอีกครั้งด้วยการใช้กำปั้นชนกัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะของสองหนุ่มนักบาส

 

ฝ่ายแบมแบมเลือกที่จะก้มหน้ายืนอยู่เงียบๆคนเดียวเพราะเขายังรู้สึกกลัวมาร์คอยู่ไม่น้อย แม้ลึกๆก็ยังสงสาร ใจจริงก็ อยากจะเข้าไปคุย ให้อีกฝ่ายได้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้มีแค่แจ็คสันเป็นเพื่อนคนเดียวบนโลกใบนี้ก็เถอะ

 

อยากให้มาร์คละทิ้งความคิดเดิมๆ แล้วลองเปิดใจดูบ้าง แต่ถ้าจะให้เข้าไปคุยด้วยก็กลัวว่าตัวเองจะมีอาการกระอักกระอ่วนขึ้นมา เขาจึงทำได้เพียงแค่คิดอย่างเดียวเท่านั้น ยิ่งเห็นมาร์คแอบมองมาทางนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกแย่อยู่ข้างใน   

 

“มาเริ่มกันเลยไหม” มาร์คที่เครื่องร้อนอยู่ตลอดเอ่ยปากชวนก่อนแม้จะไม่ได้หยุดพักเลยก็ตาม แจ็คสันคิดว่ามันคือการได้เปรียบเขานิดหน่อย เพราะมันได้วอร์มร่างกายมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ก็อย่างที่เห็นละนะ คนที่มาช้ากว่าจะไปต่อแย้งอะไรได้ละ

 

“กำลังรอคำนี้อยู่พอดีเลยวะ” แจ็คสันถอดแจ็คเก็ตแล้วฝากไว้กับแบมแบมพร้อมสั่งให้ไปนั่งดูอยู่ข้างขอบสนาม ส่วนมาร์คก็เดินไปเก็บลูกบาสที่แน่นิ่งอยู่บนพื้นก่อนจะวิ่งมาหาคนตัวเล็ก

 

“ไง.. ไม่มองหน้ากันเลยนะ ไม่คิดถึงพี่หรอครับ” เอ่ยถามเสียงแผ่วเบา เพียงพอที่จะให้แบมแบมได้ยินเพียงแค่คนเดียวพร้อมกับกระตุกยิ้ม

 

“...”

 

แต่เมื่อเห็นว่าเด็กน้อยกระวนกระวายเกินจะพูดคุยด้วยได้ มาร์คจึงลอบถอนหายใจอย่างเซ็งๆ  ทุกครั้งที่มีแจ็คสันอยู่ด้วย แบมแบมก็จะทำตัวน่ารำคาญอย่างนี้เสมอ คงจะกลัวว่าความลับระหว่างเราจะแตกขึ้นมาละมั้ง ถ้าเราสองคนสนิทกันมากเกินไป มันคงดูไม่ดีใช่ไหมละ

 

ก็ไม่ผิดหรอกที่จะแคร์ความรู้สึกของแฟนตัวเอง

 

มันเป็นเรื่องปกติ...

 

 

เรื่องปกติ ที่มาร์คไม่เคยเข้าใจ.

 

 

“หึ..ช่างเถอะ ว่าจะมาขอให้โยนลูกเปิดเกมให้หน่อยน่ะ” พูดจบก็ส่งบอลให้ทันทีทำให้แบมแบมคว้าเอาไว้ไม่ทันส่งผลให้มันกระแทกโดนหัวคนตัวเล็กเต็มๆ ตามด้วยเสียงหัวเราะของมาร์ค

 

“เจ็บนะครับ” แบมแบมบ่นพร้อมกับลูบหัวตัวเองไปด้วย

 

“อยากให้ฉันปลอบไหมละ”

 

“...”

 

มาร์คหัวเราะหึในลำคอเมื่อโดนเงียบใส่เป็นครั้งที่สอง ก่อนจะก้าวออกไปยืนรออยู่กลางสนามกับเพื่อนสนิท เมื่อแบมแบมเห็นว่าสองหนุ่มรอตนอยู่ จึงรีบคว้าบอลแล้ววิ่งตามออกไปด้วย


“ผมจะโยนแล้วนะ” เมื่อสองหนุ่มพยักหน้ารับ แบมแบมจึงโยนลูกบอลสีส้มขึ้นเหนือหัวทุกคน แล้วรีบก้าวถอยหลังออกไปนั่งอยู่ที่เดิม

 

เมื่อเกมเริ่มขึ้น มาร์คก็อาศัยความสูงที่มีมากกว่ากระโดดขึ้นไปคว้าบอลได้ทันควัน ก่อนจะหมุนตัวเร่งฝีเท้ามุ่งไปที่แป้นของคู่แข่งเพื่อชิงทำแต้ม  เพราะว่าถ้าสามารถทำแต้มนำห่างไปได้ก่อนในควอเตอร์แรกมันจะยิ่งได้เปรียบในควอเตอร์หลังๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยคอยไล่แต้มตามคะแนนอีกฝ่าย เพราะฉะนั้นเขาต้องทุ่มแรงสุดตัวในเกมแรก เพื่อเป็นผู้นำในเกมนี้ให้ได้

 

ทว่าความเร็วที่น่าเหลือเชื่อสมกับเป็นพอยต์การ์ดของทีม แจ็คสันสามารถวิ่งตามประกบถึงตัวเขาได้ ถึงแม้ว่าอีกคนจะมีส่วนสูงน้อยกว่า แต่ทว่าความคล่องแคล่วที่เป็นเลิศ ทั้งยังมองเกมในสนามได้อย่างทุลุปุโปร่งนั้น ผู้ชายคนนี้ถึงได้ถูกเรียกว่าเป็นเอซตัวจริงของทีมเลยทีเดียว

 

ร่างที่สูงกว่าเดาะบอลเข้ามาถึงเขตวงในโดยที่มีคู่แข่งวิ่งตามหลังมาติดๆ มาร์คเตรียมตัวที่จะย่อตัวลงเพื่อซู้ตสองแต้ม ฝ่ายแจ็คสันจึงออกแรงกระโดดขึ้นไปก่อน เพื่อเตรียมจะปัดบอล

 

หากแต่มาร์คไม่ชู้ต แต่เลือกที่จะวิ่งออกไปนอกเขตสองแต้ม ในขณะที่ร่างของแจ็คสันยังลอยตัวอยู่บนอากาศ เทคนิคเหล่านี้ถูกเรียกว่า เฟค นั่นก็คือการหลอกล่อให้อีกฝ่ายเสียสมดุล ทั้งร่างกายและแนวคิดการตั้งรับ ก่อนเขาจะทำการซู้ตวงนอก หรือที่เรียกว่าซู้ตสามแต้มนั่นเอง

 

สายตาที่เฉียบคมดั่งนกอินทรีวัดระยะและเล็งไปที่แป้น เตรียมจะซู้ตทำสามแต้มล่วงหน้าไปก่อน แต่แล้วเรื่องเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น ในระหว่างที่บอลเกือบจะถูกส่งออกจากฝ่ามือมาร์คได้แล้ว ฝ่ายแจ็คสันที่ไวยิ่งกว่าสายฟ้าก็กระโดดพุ่งขึ้นมาจับบอลที่อยู่มือเขาได้อย่างบ้าบิ่น

 

เร็วชะมัด !!

 

 มาร์คคิดในใจเมื่อแจ็คสันพยายามจะปัดบอลในมือเขาออก แต่ถ้าหากเขาเสียลูกนี้ไปโอกาสในการทำแต้มครั้งต่อไปก็จะมีน้อยลง 

 

แจ็คสันเองก็เหมือนจะไม่ยอมให้มาร์คทำได้ดั่งใจหวัง เขาจึงใช้พละกำลังแขนที่มีมากกว่าดันให้ฝ่ายตรงข้ามปล่อยลูก และเหมือนว่าจะแรงเกินไปหน่อยประกอบกับมาร์คไม่ยอม ทำให้สองหนุ่มเกิดการล้มปะทะใส่กันอย่างแรง และเสียหลักกลิ้งลงไปกับพื้นสนามทั้งคู่

 

ปึง!!

 

เสียงของแรงปะทะของชายหนุ่มทั้งสองประสานกับเสียงลูกบอลสีส้มที่ร่วงหล่นตกสู่พื้นที่ได้กระเด้งไปสองสามทีก่อนจะกลิ้งหลุนๆอยู่บนพื้นและหยุดแน่นิ่งตรงหน้าของคนตัวเล็กที่ต้องลุกพรวดขึ้นยืนอย่างตกใจ

 

“พี่แจ็คสัน!

เด็กหนุ่มยืนอึ้งกับภาพอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตรงหน้า ก่อนจะรีบตรงเข้าไปหาแฟนหนุ่มก่อนเป็นคนแรกแล้วค้นหาร่องรอยบาดแผลตามตัวอย่างเป็นห่วง

 

“เป็นยังไงบ้าง พี่เจ็บตรงไหนอีกไหม” แบมแบมจับแขนแกร่งยกขึ้นดูและมองหาบาดแผลส่วนอื่นๆ โดยที่ไม่ยอมปล่อยมือออกจากแฟนหนุ่มเลย เขาไม่อยากให้แจ็คสันต้องเป็นอะไรทั้งนั้น    ในเมื่อกีฬาประเภทนี้ มันต้องใช้ร่างกายทุ่มเทเป็นอย่างมาก ถ้าหากเจ็บตัวขึ้นมาก็คงลงแข่งไม่ได้ 

 

เพราะมันคือความภาคภูมิใจของแจ็คสัน เขาถึงไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

 

“ฮะๆ สบายใจได้ ก็แค่แผลถลอกเอง”  

 

“ยังจะมาหัวเราะอีก ไม่ตลกเลยนะ” แบมแบมหน้างอ มือบางนั้นลูบไปตามไหล่และแขนของแจ็คสันด้วยความเป็นห่วงอย่างใจจริง

 

มาร์คแอบมองแบมแบมที่ดูเป็นห่วงเป็นใยแฟนตัวเองดี อย่างนึกเคืองๆในใจ

 

เหอะ..  ก็แค่แผลถลอกที่ขา

 

ทำเหมือนมันจะใช้ขาไม่ได้ตลอดชีวิตอย่างนั้นละ คนที่เจ็บตัวมากกว่ามันก็คือเขา ในเมื่อเลือดไหลออกมาเต็มเข่าขนาดนี้ ทำไมถึงไม่สนใจเขาบ้าง?

 

บ้างทีก็อยากถามว่าเขาเคยมีตัวตนบ้างไหม

 

เขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่า คำตอบก็คือ ไม่ 

 

ไม่เคยอยู่ในสายตาของใครเลย..   

 

 

                                                   ENVY & PRIDE

                                                             

 

 

เปลือกตาที่หนักอึ้งเบิกขึ้นอย่างช้าๆ ภาพแรกที่เห็นในม่านตาคือเพดานสีขาวสะอาด พอจะขยับตัวก็รู้สึกถึงความเจ็บจี๊ดๆที่หลังมือข้างซ้าย  นัยน์ตาเรียวหันไปมองตามก็เห็นว่ามันคือสายของการให้น้ำเกลือ พร้อมกับกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ที่ลอยแตะเข้ามาในจมูก  ทำให้คนพึงได้สติรับรู้ว่าตัวเองน่าจะนอนซมอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่งในตัวเมือง

 

 “คุณจินยองรู้สึกตัวแล้วหรอคะ คุณสลบไปนานถึง 8 ชั่วโมงเต็มๆเลยนะค่ะ”  เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อเห็นพยาบาทสาวเดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้ม ที่คาใจไม่ใช่ว่าตกใจเรื่องที่ตัวเองหมดสติไปนาน แต่เป็นเพราะอาการของผมไม่ได้แย่ขนาดต้องมีพยาบาลส่วนตัวคอยมาดูแล

 

แถมยังได้อยู่ห้องพิเศษอันหรูหรานี้อีก..

 

ใครคือผู้มีพระคุณกันนะ?

 

“เอ่อ.. ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงหรอครับ” 

 

“คุณอิมแจบอมเป็นคนพาคุณมาคะ” คำตอบของนางพยาบาลทำเอาคนฟังแทบไม่เชื่อหูตัวเองก็ในเมื่อแจบอมเป็นคนมอมเหล้าให้เขาเมา ทิ้งเขาไว้ที่หน้าผับให้กลับเอง พอตอนเช้าก็ยังโทรเรียกให้ไปพบตัวด่วน หนำซ้ำยังใช้งานเขาจนสลบไป นี้หรอคือคนที่จะพาเข้ามาที่นี่ได้จริงๆ

 

ก็ตอนที่ผมล้มลงกับพื้น เขาแทบไม่สนใจใยดีเลยด้วยซ้ำ

 

หรืออาจจะรู้สึกผิด?

 

“ดิฉันขอตัวสักครู่ เชิญคุณจินยองพักผ่อนได้ตามสบายเลยนะค่ะ”

 

“อ้อ ขอบคุณมากเลยนะครับ”เด็กหนุ่มลุกขึ้นมาโค้งหัวให้อย่างยิ้มๆ เธอก็โค้งให้กลับตามมารยาทก่อนจะเปิดประตูออกออกมาโทรศัพท์ข้างนอก เพื่อรายงานถึงอาการของจินยอง

 

“คุณอิมแจบอม ตอนนี้คุณจินยองฟื้นแล้วนะค่ะ”

 

 

 

ทางด้านผู้ป่วย

 

คนไข้ตัวเล็กนอนดูทีวีที่ฉายรายการอะไรให้ดูไปเรื่อย ก่อนจะเริ่มเข้าสู่ข่าวช่วงบ่ายที่ทำให้เด็กหนุ่มต้องชะงักนิ่งเพราะหัวข้อข่าวที่มีคนถูกจับนั้น ได้มีชื่อของ อิมแจบอม โผล่ขึ้นมาด้วย   

 

อิม แจบอม บุตรชายอัจฉริยะประจำตระกูลซงเป็นห่วงเพื่อนร่วมห้อง สั่งจำคุกตลอดชีวิตชายผู้ล่วงละเมิดทางเพศเพื่อนร่วมห้องที่หน้าผับ xx-xx  ด้วยหลักฐานมัดตัวคนร้ายในภาพของกล้องวงจรปิด สามารถเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน ทำให้เขาถูกจับกุมตัวได้แล้วเมื่อคืนนี้ ล่าสุดถูกควบคุมตัวเข้าไปอยู่ในคุกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

นั่นมัน.. ผู้ชายคนที่มาลุ่มลามกับตัวเขาไว้นั้น

 

แจบอมเขารู้เรื่องนี้ได้ยังไงนะ?

 

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ประตูห้องก็เปิดขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ใช่นางพยาบาลเหมือนอย่างที่คิดหากแต่เป็น อิมแจบอม ที่เดินเข้ามายืนอยู่ตรงปลายเตียง เขาไม่พูดทักทายอะไร แค่ทำท่าที่เหมือนจะมองสำรวจห้องรอบๆ ก่อนจะตวัดสายตามามองผมที่เอาแต่นั่งจ้องเขาอยู่บนเตียง

 

 “ขอบคุณนะครับ ทั้งเรื่องที่พาผมมาส่งแล้วก็เรื่องที่จับคนร้าย”  ผมยิ้มอย่างขอบคุณให้เขา และมันคือยิ้มแรกที่ออกมาจากใจจริงๆ ดวงตาที่เคยดุดันกลายเป็นสงบนิ่งและตกใจอึ้งเมื่อผมส่งยิ้มให้ ก่อนเขาจะหลบสายตาผม ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยเป็นอย่างนั้นมาก่อน

 

“แล้วก็..” ความเฉยชาของแจบอมทำให้ร่างเล็กเงียบไปชั่วขณะ จินยองแอบคิดว่าควรจะพูดประโยคข้างต้นออกไปหรือไม่ ถ้าพูดไปแล้วจะทำให้แจบอมโกรธไหม? แต่พอลองคิดดูให้ดี มันก็ไม่ใช่ประโยคที่น่าเกลียดหรือดูหมิ่นอะไร ออกจะเป็นคำพูดที่ดีด้วยซ้ำ เขาจึงค่อยๆเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทั้งๆที่แจบอมยังไม่หันมามองหน้ากันเลย

 

“ขอบคุณที่เป็นห่วงผมนะครับ”

 

หากแต่คำว่าห่วงคำเดียวกลับทำให้แจบอมต้องหันกลับมาจ้องเขม็งคนบนเตียง สายตาเรียบนิ่งที่มีเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นดูถูกเหยียดหยามเหมือนเก่า ก่อนที่เขาจะพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆแสดงออกถึงความไม่พอใจ

 

“ฉันไม่ห่วงคนอย่างนายหรอก”

 

“...”

 

“คิดว่าฉันพานายมารักษาเพราะเป็นห่วงเหรอไง? หลงตัวเองมากไปแล้ว ถ้าคิดแบบนั้นนายก็สมควรจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง”

 

“ด..เดี๋ยวก่อน..”

 

ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลหรูแบบนี้ เขาจะไปจ่ายหมดได้ยังไงกัน?

 

“แล้วนายก็ต้องชดใช้หนี้ค่าหลงตัวเองที่บังอาจคิดว่าคนอย่างฉันจะไปเป็นห่วงพวกที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าอย่างนายด้วย ปาร์ค จินยอง” แจบอมสั่งเพิ่มข้อสัญญาใหม่ขึ้นมาดื้อๆอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปจากห้องเพราะเด็กอดีตทุนคนนั่นพูดจาไร้สาระไร้ซึ่งมันทำให้เขาหงุดหงิด

 

ห่วงหรอ?

 

ทำไมฉันต้องเป็นห่วงคนอย่างนาย

 

ต้องใช้ความมั่นใจแค่ไหนถึงพูดออกมาได้ว่าเขาเป็นห่วง คิดว่าตัวเองจะมีความสำคัญต่อเขามากขนาดนั้นหรอ  ที่ช่วยก็เพราะไม่อยากให้ใครมาตายอยู่ในบ้านก็เท่านั้นละ ส่วนเรื่องผับก็แค่จะปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง  ถ้าไม่จับคนร้ายก็เสียชื่อเขาหมด ผู้คนในคืนนั้นก็ต่างเห็นว่าผมมากับเด็กทุนคนนี้ ถ้าหากมีข่าวเสียหายๆขึ้นมาจะทำยังไง ต้องบอกว่าเขาเป็นห่วงตัวเองยังจะถูกมากกว่านี้ซะอีก

 

เหอะ..

 

ก็แค่คนจนทุเรศๆ ที่ไม่เคยสำเหนียกในฐานะตัวเอง

 

แต่ทำไมเขาต้องอารมณ์เสียกับคำพูดของคนจนๆ พรรค์นั้นด้วยนะ!

 




-100%-

     #เจบีบ้าอำนาจ #พี่มาร์คขี้อิจฉา  มาพร้อมกันเลย^0^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1427 Wattson (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 10:56
    เจบีเอ๋ย
    #1,427
    0
  2. #1413 mAjjcs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 13:18
    โอ้ยยย เกือบดีแล้วไหมล่ะเจบี สับสนอะไรอยู่หรอ โด่วววว
    #1,413
    0
  3. #1397 E0909145803 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 19:27
    เจบีจะบ้าอำนาจมากไปนะเริบแล้วนะเนี่ยเริบไม่ทนไม่ไวกับอำนาจเจ้าพี่บี๋แล้วสิทนไม่ได้แบมทำไมเมินมาร์คล่ะ
    #1,397
    0
  4. #1381 pnattz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 07:51
    นี่ชั้นต้องเบะปากมองบนกะคุณอิมแขบอมไปอีกกี่ตอนคะเนี่ย555555
    #1,381
    0
  5. #1368 Aely (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 11:11
    แบมห่วงมาร์คบ้างซิ ยิ่งรู้ว่าเค้าอยู่คนเดียวมาตลอด ก็ควรสนใจเค้าให้อยู่ในสายตาบ้าง



    บีนี่น่าตบจริงๆเลย ปากนะปากทำคนอื่นเสียความรู้สึกตลอด
    #1,368
    0
  6. #1349 M.m1nt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 00:32
    เฮ้ออออ สงสารพี่มาร์ค
    #1,349
    0
  7. #1316 ttbluewp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 15:02
    สงสารมาร์คอ่าาาาาาาาา ส่วนคุณอิมแจบอมนี่เริ่มเข้าเค้าชอบเขาแบบไม่รู้ตัวล่ะ
    #1,316
    0
  8. #1110 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 05:40
    มาร์คแม่งดราม่าตลอดอ่ะ เจเจนี่แบบ หราาาาาาา เด็กสามขวบก็ไม่เชื่อ
    #1,110
    0
  9. #1044 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 04:24
    อ๋าจ้าาา จ้าาาแจบอม จ้าาาาาา นายก็แค่ห่วงตัวเอง ห่วงตัวเอ๊งงง เน้ออออออ
    #1,044
    0
  10. #1012 opel_zuza (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:00
    สงสารพี่ต้วนโว้ยยยยยย ม๊าพี่ต้วนไปเป็นไฮโซอยู่ไหนกลับมาดูแลลูกหน่อยไม่ได้หรอ TT
    พี่บีน่ารักเนาะ บ้าอำนาจในทางที่ควรแล้ว นยองโชคดีนะ แต่ว่าแตงจะทำอะไรถึงจะชนะคนบ้าอำนาจได้ อยากรู้
    #1,012
    0
  11. #710 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 22:48
    เจบีเริ่มน่ารักแล้วนะ -.,-
    ผู้ชายบ้านนี้ขี้ซึนจัง55555555555555
    ทุกคนสนใจมาร์คหนูหน่อยค่ะ T_T
    #710
    0
  12. #697 Kat_ty_k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 23:16
    ห่วงก็บอกว่าห่วงงงงง โอ๊ยยยย พี่บี
    #697
    0
  13. #682 ผักชีดอง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 17:31
    สงสารพี่มาร์คอีกละ โอ้ย ไม่อยากสงสารแล้วอะ 555555 ไอ่คำว่าไม่เคยมีใครสนใจนี่แบบเป็นช่องโหว่ในใจมาร์คมาก ไม่เคยมีแฟน ไม่มีแม่ พ่อไม่รัก มีใครเคยรู้สึกแย่ได้เท่านี้อีกไหม
    #682
    0
  14. #587 mablr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 23:01
    ชเวยองแจนักเรียนทุนนี่ทำเอาอึ้งเลยอ่ะ สุดยอด

    สงสารจินยองจนไม่รู้จะสงสารยังไงละ TT



    พี่มาร์คคะ ถ้าอยากได้ความรักขนาดนั้นมาหาหนูค่ะ ไม่ต้องไปทรมานน้องแบมแบบนั้น



    แต่ข่าว2ทายาทตะกลูซงหลุดออกไปได้ไง ไม่น่าจะหลุดออกไปได้ง่ายๆนะ



    ชอบไรต์เตอร์มาก ชอบที่สุด
    #587
    0
  15. #538 ปาร์คปาล์มพันเจ็ด (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 13:06
    สงสารพี่มาร์ค อยากจะไปทำแผลให้ แจบอมมากไปละนะ แอบรู้สึกอะไรก็บอกมาสักที
    #538
    0
  16. #506 ~GOT_PM~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 01:55
    เจบีสมควรได้รางวัลหลงตัวเองอวอร์ตค่ะ
    #506
    0
  17. #498 katt. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 00:07
    ค่ะ เอาแจบอมไปฆ่าที หมันไส้มาก
    #498
    0
  18. #497 katt. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 00:07
    หมันไส้แจบอมมมถึงขีดสุด
    #497
    0
  19. #482 รองเท้าติดปีก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 14:20
    ห่วงก็บอกว่าห่วงสิคะ โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยย พ่อคนหวงศักดิ์ศรี
    #482
    0
  20. #466 MBKY; (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 16:41
    55555555 ห่วงก็ไม่ยอมรับตัวเองว่าห่วงอะ โด่เอ้ย แหม ถึงแบบนั้นก็ไปเอาเรื่องคนที่มาลวนลามเขานะ ไหนบอกไม่สนใจ แถมยังพามาโรงพยาบางอีก วู้ ~
    แง แต่คือดีอะที่แบมวิ่งไปห่วงแจ็คก่อนก็แฟนกันเนอะ มาร์คต้วนก็หาแฟนดิ แต่แบมๆกำลังจะเห็นใจมาร์คแบบนี้อย่าหวั่นไหวง่ายๆนะ งื้อ
    #466
    0
  21. #464 kung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 16:33
    แจ เตะแจบอมที ฝากด้วยนะ
    #464
    0
  22. #442 4869 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 14:52
    ยองแจออกมาแล้ววววววววววววววววววว

    #442
    0
  23. #438 Halaluya!!! (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 00:09
    ชอบตอนชู้ตบาสที่บอกว่า
    "แต่ด้วยความสูงที่มากกว่า"
    ลั่นเลย55555555555
    #438
    0
  24. #437 BF'EYE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 20:37
    เออ ถ้ามาร์คคิดอย่างงี้ มาร์คก็น่าสงสารมากอ่ะ เริ่มชอบแบมแล้วแหล่ะ หรืออิจฉาเฉยๆว่ะ 5555555 ความรุสึกที่ไม่มีใครสนใจเลย ทั้งที่เราเปนมากกว่าอีกคนอีกอ่ะ มันเจ็บมากนะ สนใจที 5555555555 อิ่บีก็บ้าอำนาจเสมอต้นเสมอปลายมาก ความหลงตัวเองสุดยอด หยิ่งเรียกพ่อ เหอๆๆๆ เหน SlOT ป้ะ ของไอคอน พรีแล้วอ่ะ ซื้อกันไปอ่านแล้วมั้งนั่น ฮรืออออ รอเรื่องนี้เลยนะเนี่ย แต่อ่านแต่มาร์คแบมจริงๆ ในนี้ก็อ่านบีเนียร์ด้วยแหล่ะ ถ้าซื้ออยากได้แต่มาร์คแบม คงแยกไม่ได้เนอะ โอยยยๆๆๆ คิดไปเรื่องซื้อล้ะ
    #437
    0
  25. #436 mclub (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 13:15
    นี่ลุ้นเจบีมากกว่ามาร์คต้วนอีกเหอะ 55555555555555555555
    (ขำแรงมาก)
    #436
    0