(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 7 : ::7Sins:: 5 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    8 ก.ค. 58

    7 SINS

       ENVY & PRIDE

     




อดีตเด็กทุนมาเรียนในตอนเช้าด้วยสภาพร่างกายโทรมไปหมด ปกติถ้าคนเราตื่นขึ้นมาใหม่ๆต้องรู้สึกสดชื่น แต่สำหรับคนที่ดื่มมาก่อนหน้านี้และดื่มไปเยอะมากพอสมควรอย่าง จินยอง สารแอลกอฮอล์จะคอยรบกวนวงจรการนอน และนอนไม่หลับต่อเนื่อง ทำให้ตื่นมามีอาการไม่สดชื่น รู้สึกปวดหัววิงเวียน หนังตาหนักและพะอืดพะอม

 

อาการที่ว่านี่คืออาการ แฮงค์ อย่างไม่ต้องสงสัย

 

ความจริงก็กะว่าจะโทรไปฝากยองแจลาป่วยให้หนึ่งวัน ถ้าไม่ติดว่าถูกแจบอมโทรเรียกให้ไปพบที่บ้านพักส่วนตัวอย่างเร่งด่วน เขาก็คงไม่ลงทุนประคองสังขารตัวเองมาถึงหน้าโรงเรียนซงแบบนี้หรอก

 

ทั้งๆ ที่เดินไม่กี่ก้าวโลกมันก็หมุนจนอยากจะลงไปนอนกองอยู่กับพื้น อาการหนักขนาดนี้เขาไม่ควรมาที่นี่ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในสถานะที่ปฏิเสธอะไรไม่ได้ล่ะก็นะ

 

ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยินยอมแม้ไม่เต็มใจ

 

เมื่อคืนเขาถูกหิ้วปีกมาทิ้งไว้ที่หน้าผับ วูบหนึ่งเขายังจำได้ว่ามีคนมารุ่มร่ามกับร่างกายตัวเองและเกือบจะโดนหิ้วขึ้นรถไปกับคนแปลกหน้านั้นแล้ว ก็ยังดีที่พอมีสติตื่นขึ้นมาร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากเหล่าการ์ดที่ทำงานอยู่ใกล้ๆได้ทัน พวกเขาจึงวิ่งเข้ามาจัดการผู้ชายปริศนาคนนั้นออกไปให้ ก่อนจะเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งผมถึงบ้านอย่างปลอดภัยครบถ้วนทุกอย่าง คิดแล้วก็รู้สึกดีที่ตัวเองยังพอมีโชคเข้าข้างอยู่บ้าง

 

หรือถ้าจะให้คิดอีกแง่หนึ่ง นั่นเป็นเพราะผมคือแขกของ อิมแจบอม ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงได้รับการช่วยเหลือเอาไว้ มิฉะนั้นป่านนี้ตัวผมเองอาจจะถูกผู้ชายคนนั้นลากไปทำเรื่องไม่ดีแล้วก็ได้

 

ถ้าจะถามว่าผมโกรธแจบอมไหม ก็จะขอตอบอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า ทั้งโกรธและเสียใจมาก    แต่ผมทำอะไรได้บ้างนอกจากปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ เปรียบเสมือนพายุที่พัดกระหน่ำเข้ามา ส่วนผมมีหน้าที่แค่ต้องจินตนาการว่ามันเป็นเพียงแค่ลมเบาๆเท่านั้น ผมถูกเขากำหนดให้เป็นแบบนี้มาได้ซักพักแล้วละมั้ง ก็หวังว่าอีกไม่นานจะทำใจชินกับเรื่องนี้ได้สักที

 

ผมเข้ามา ณ บ้านพักหลังโรงเรียนที่ถูกเรียกว่าเป็นสถานที่ต้องห้ามอีกครั้ง ก่อนจะลงมือรัวเคาะประตูสองรอบเป็นการขออนุญาต ขืนพรวดพราดเข้าไปเหมือนวันนั้นเดี๋ยวก็จะก็โดนตราหน้าว่าเป็นพวกไร้มารยาท ไม่มีสมบัติความเป็นผู้ดีและตบท้ายด้วยคำว่า คนจน ต่อด้วยการใช้ถ้อยคำที่ชอบเหยียบหัวคนอื่นแล้วก็ค่อยมาพูดสรรเสริญตัวเองให้ดูสูงขึ้นอีก

 

สำหรับผมแล้ว.. ผมคิดว่าตัวเขาอาจจะสูงขึ้น ส่วนจิตใจเขาก็อาจจะต่ำลง..

 

 เมื่อมี อิมแจบอม เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันก็เหมือนใช้ชีวิตอยู่บนความหวาดระแวง ขณะที่หลับตาอยู่บนเตียงก็ยังต้องคอยคิดอยู่เสมอเลยว่า พรุ่งนี้จะโดนสั่งให้ทำอะไรบ้าง ต้องเตรียมรับมือกับการโดนตำหนิหรือสารพัดคำดูถูกยังไงบ้าง

 

หลังจากเคาะประตูไปแล้วไม่มีการตอบรับ อดีตเด็กทุนจึงลองเอาหูแนบหน้าประตูเพื่อลองฟังเสียงว่าเจ้าของบ้านอยู่ไหม พอไม่ได้ยินเสียงอะไร ก็ค่อยๆแง้มประตูสอดส่องภายในห้องใหญ่ เผยให้เห็นลูกชายเศรษฐีระดับโลกมีการวางตัวที่สงบเสงี่ยมแม้จะดื่มไวน์อยู่บนโซฟาคนเดียว     มันกลายเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขาไปเลย เพราะคนปกติทั่วไปอยู่ในสถานที่ส่วนตัวแบบนี้ควรจะทำตัวผ่อนคลายกันไม่ใช่หรือไงกัน ทำไมต้องทำตัวเคร่งขรึมอยู่อยู่ตลอดเวลาด้วยนะ?

 

เดาว่าน่าจะเป็นบุคลิกที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด..

 

“ผมมาถึงแล้ว ขอเข้าไปนะครับ” ผมร้องบอกแล้วค่อยเปิดประตูเดินเข้าไปด้านใน ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่มาเยือนที่นี่แต่ก็อดที่จะชื่นชมในความหรูหราไม่ได้ดีอยู่ดีนั่นละ แค่บ้านพักส่วนตัวยังหรูอลังการขนาดนี้ บ้างทีก็อดสงสัยไม่ได้ว่าบ้านที่เขาอาศัยอยู่จริงๆ จะใหญ่โตมโหฬารสักแค่ไหน  

  

“ให้ฉันเทไวน์ให้เอาไหม?” คนฟังถึงกลับขมวดคิ้วมุ่น พลางนึกอยู่ในใจว่าคนอย่างแจบอมจะทำอะไรให้คนอื่นเป็นด้วยหรือไง ไม่ใช่ว่าเป็นคนคิดในแง่ร้ายอะไรหรอก แต่เพราะเคยคิดในแง่ดีแล้วมันไม่เคยเป็นจริง หลังจากนั้นจึงไม่ค่อยจะเชื่ออะไรใครได้ง่ายๆ

 

ผมเลือกที่จะนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นใกล้ๆเขา แทนที่จะยืนอยู่เฉยๆหรือนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มิฉะนั้นอาจโดนคำพูดถากถางให้รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวเอาได้ ผมได้แต่นิ่งและไม่พูดอะไรต่อ หลังจากนั้นผู้เป็นเจ้านายก็ได้รินไวน์มาให้ ผมเองก็ต้องรับมาดื่มอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

เพียงแค่ของเหลวผ่านเข้าสู่ปลายลิ้นก็ต้องสำลักออกมาจนเกือบหมด ก่อนจะมีเสียงไอดังค่อกแค่กอย่างทรมานตามมาด้วย ผมรู้ตัวเลยทันทีว่าถูกหลอก ไอ้รสชาติทะแม่งๆแบบนี้มันคือแอลกอฮอล์ที่เคยดื่มไปเมื่อคืน ส่งผลให้ปวดจี๊ดขึ้นสมองเลยทีเดียว   

 

“นี่มันไม่ใช่ไวน์นี่ครับ”  จินยองถามก่อนจะเงียบไปเมื่อเห็นแจบอมทำหน้าประมาณว่าพูดจาไม่เข้าท่าเอาซะเลย นี่เขาเผลอขุดหลุมฝังตัวเองอีกแล้วหรอ อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยสบายเลยถามออกไปอย่างไม่คิด แน่นอนว่าคำตอบมันทำให้จินยองถึงกับต้องกัดปากแน่น 

 

 “อย่าได้ใจไปหน่อยเลย”

 “ไวน์ของคนชนชั้นสูงมันไม่คู่ควรกับนาย” 

“เพลิดเพลินกับกลิ่นหอมก็พอ”

 

ผู้เป็นทาสได้แต่ก้มหน้ามองพื้นพร้อมกำมือแน่นอย่างนึกเจ็บใจ ก่อนจะยกหลังมือขึ้นมาเช็ดมุมปากที่เลอะไปด้วยน้ำสีอำพันออกอย่างลวกๆ พลางคิดว่าบ้างทีแจบอมก็พูดเกินไป สนุกมากใช่ไหมที่ทำกันอย่างนี้ สำหรับเขาคงเห็นตัวผมเป็นเพียงแค่ภาชนะที่คอยรองรับอารมณ์สินะ

 

เจ้าของห้องแอบลอบมองอดีตเด็กทุนที่กำลังโกรธจนมือสั่นอยู่เป็นระยะ ซึ่งมันทำให้เขายิ้มเยาะออกมาด้วยความสมเพช มันก็เป็นอย่างนี้มาตลอด เขาก็มักจะทรมานทาสผู้น่ารักด้วยคำสั่งที่ยากๆ หรือจะทรมานด้วยคำพูดที่ทำให้เหมือนตกนรกทั้งเป็น แน่นอนว่าทุกครั้งจินยองสามารถเก็บความรู้สึกได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เคยโวยวายหรือขึ้นเสียงเลยสักครั้งเดียว

 

เป็นคนที่น่าทึ่งดีจริงๆ

 

อดีตเด็กทุนนี่ทำให้เขาสนุกได้ตลอดเลยนะว่าไหม

 

แต่เมื่อกายบางเคลื่อนตัวลงต่ำนิดหน่อย คนมองก็ถึงขั้นชะงักนิ่งเมื่อสังเกตเห็นได้ถึงความผิดปกติตรงบริเวณซอกคอของปาร์คจินยอง มองแค่แวบแรกก็อ่านได้เฉียบขาดแล้วว่ามันคือรอยอะไร หนังสือบางเล่มก็เคยกล่าวเอาไว้ว่าความหมายแฝงของมันก็คือการตีตราแสดงความเป็นเจ้าของ

 

ก็นะ.. ฟังดูไร้สาระสิ้นดี

 

เพราะผิวที่ค่อนข้างขาวมากเลยทำให้มองเห็นสิ่งไม่เข้าพวกได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันก็คือรอยที่เกิดจากการดูดเนื้อบริเวณส่วนนั้นขึ้นมา ถ้าแรงก็จะเกิดเป็นรอยแดงเข้มที่ชัดเจนกว่าจะหายก็ประมาณสัปดาห์กว่าๆ แต่ถ้าดูดแบบธรรมดาก็จะเป็นรอยแดงแต่ถ้าไม่มากประมาณก็ 3-7 วัน

 

ถ้าเป็นรอยจางๆแบบนี้ ไม่กี่วันก็คงหายแล้ว

 

คนทำมันคิดอะไรอยู่กันแน่ จนๆแบบนั้น ไม่กลัวติดเชื้อโรคเอาหรือไงนะ?

 

แจบอมกำลังหงุดหงิดมากจนเผลอจับแก้วไวน์ในลักษณะท่าที่ผิดไปจากเดิม เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองถือแก้วผิดวิธี มันจึงกลายเป็นเรื่องที่กวนใจเขาขึ้นมาดื้อๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้เคยมั่นใจมาตลอดว่าเรื่องโง่ๆพรรค์นี้ จะไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นกับคนที่สมบูรณ์แบบอย่างที่สุดอย่างเขาแน่นอน   ถือว่ายังดีที่มันเป็นสิ่งที่เขารู้และเข้าใจคนอยู่เดียว ในเวลานี้จึงไม่ได้รู้สึกขายหน้าสักเท่าไหร่

 

 

เหอะ

 

แต่มันก็น่าโมโหอยู่ดีนั่นแหละ และไอ้ที่น่าโมโหกว่านั้นก็คือ..

 

 

คนฉลาดอย่างเขา กำลังไม่รู้ว่าตัวเองโมโหเรื่องอะไร

 

เจ้าของบ้านพักดันตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะใช้ขวดไวน์เทราดหัวคนตัวเล็กทีเดียวหมดขวดอย่างจงใจ เป็นเหตุให้ชุดเครื่องแบบนักเรียนซงราคาแพงเปียกชุ่มไปทั้งตัว เสื้อนักเรียนสีขาวด้านในเปรอะไปด้วยคราบสีแดงที่ดูยังไงก็ซักไม่ออก แถมสูทราคาแพงที่จินยองมีแค่ตัวเดียวก็ยังเปลี่ยนสี

 

“สกปรก มีแต่รอยอะไรไม่รู้เต็มคอ ต้องล้างออกด้วยแอลกอฮอล์ชั้นสูง”  แจบอมว่าอย่างสะใจ

 

แค่จินยองหายใจเบาๆก็ชวนให้รู้สึกฉุนเฉียวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ใจคอมันหงุดหงิดไม่เป็นตัวเอง เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะรับมือกับความรู้สึกนี้ได้ยังไง จึงคิดง่ายๆว่าในเมื่อตัวต้นเหตุเป็นคนทำให้เขาหงุดหงิด ก็สมควรแล้วที่จะได้รับการลงโทษ

 

 “คุณไม่พอใจที่ผมมีรอยแปลกๆบนคอหรอ แค่นี้เองหรอครับ?” ริมฝีปากสีขาวซีดถามเสียงสั่นเครือทำหน้าเหมือนใกล้จะร้องไห้อยู่รอมร่อ ตอนนี้ทั้งกลัวทั้งไม่เข้าใจ แถมยังเผลอถามออกไปอย่างที่คิด ไม่รู้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายมันจุดชนวนอะไรในตัวเขา ถึงได้เริ่มโกรธเป็นฝืนเป็นไฟขึ้นมาจริงๆ

 

นี่คิดว่าคนอย่างฉัน อยากจะเอาตัวไปพัวพันกับคนจนอย่างนายมากนักหรือไง?

 

ช่างเป็นความคิดที่โง่เง่ามาก..

 

นี้ใช้สมองคิดได้แค่นี้เองหรอ?

 

เพล้ง!

 

ฝ่ามือยาวกวาดรื้อสิ่งของและเครื่องดื่มที่อยู่บนโต๊ะลงไปอยู่บนพื้นทั้งหมดได้ในคราเดียว    ทั้งแก้วและขวดไวน์ราคาแพงแตกกระจายตามพื้นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกองรวมกัน

 

แจบอม คือผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้โปรดปรานรสชาติไวน์ชั้นดีมากที่สุดในบ้าน แต่ไอ้คำว่าเสียดายของคงได้ยินยากหน่อย เพราะเขารวยมากถึงขั้นซื้อไวน์มาถมที่บ้านพักได้อย่างสบายๆ ฉะนั้นเขาคงจะไม่คิดถึงเรื่องนั้นให้เปลืองเวลาหรอกนะ

 

ตอนนี้เขาควรจะสนุกกับการสั่งสอนทาสผู้น่ารักมากกว่า ไม่ใช่หรอ?

 

แจบอมใช้ส้นรองเท้าเนื้อดีเขี่ยเศษแก้วเบาๆ ก่อนจะบดขยี้มันลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังอยู่ใต้รองเท้าแล้วพูดขึ้นต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

 

“อย่าได้เข้าใจผิดเหมือนกับแก้วที่แตกใบนี้” 

“..”

“ของที่มีตำหนิไม่มีค่าพอให้ฉันสนใจหรอก จำเอาไว้ด้วยว่าฉันไม่สนใจนาย นายจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่ฉันไม่ชอบให้มีสิ่งสกปรกอยู่ในบ้าน”

“...”

แจบอมยอมจบคำพูด  แต่ไม่ยอมจบการกระทำ ร่างสูงก้าวขายาวๆ ตรงไปที่ห้องครัวเพื่อนำเอาไวน์ขวดใหม่มาเทราดไปตามพื้น และทุกๆของตารางนิ้วบ้านพัก พอของเหลวในขวดหมดก็จัดการโยนมันทิ้งไปแถวๆนั้นอย่างมักง่าย ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของทาสผู้น่าสงสารและน่ารังเกียจในเวลาเดียวกัน

 

“คงไม่ต้องให้ฉันบอกนะว่า ไอ้หน้าที่ของพวกขี้ข้าคืออะไร”

 

จินยองพยักหน้าหงึกๆเป็นเชิงเข้าใจ และเริ่มเก็บกวาดเศษแก้วแหลมด้วยมือเปล่าอย่างยากลำบาก ใจจริงก็อยากจะถามอีกคนว่า พอมีอะไรที่จะช่วยให้เก็บแก้วเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นไหม แต่ก็หวาดกลัวเกินกว่าจะถามออกไปอย่างนั้น ถึงได้ฝืนเก็บต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่ง..

 

“โอ้ย..”  จินยองร้องออกมาเบาๆ หลังจากโดนเศษแก้วบาดมือบาดเข้าจนได้ เลือดสีแดงหยดลงตรงพื้น ส่วนคนที่เฝ้ามองอยู่ใกล้ๆก็ถึงกับส่ายหน้าหนีในความสะเพร่านั่น เขาไม่สนใจแถมยังพูดแขวะทำร้ายจิตใจคนตัวเล็กซ้ำสองอีกด้วย

 

“โง่.. เรื่องง่ายๆแค่นี้ ทำไม่ได้หรอ?”

 

“ข..ขอโทษด้วยครับ”

 

จินยองกัดริมฝีปากจนห้อเลือดเพราะกังวลมากเกินไป เนื่องจากถูกกดดันอยู่ตลอดเวลา    ถึงขนาดมายืนคุมกันขนาดนี้ เขาก็ลนจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน และเรื่องที่แย่ยิ่งกว่านั้น   ร่างกายเขาเหนียวหนึบ รู้สึกระคายเคืองไปทั้งกาย แถมยังทำให้เคลื่อนไหวยากขึ้นอีก

 

ไม่อยากทำแล้ว..

 

คือคำที่ดังก้องที่สุดในใจเขาแล้วตอนนี้

 

เด็กหนุ่มเดินหาผ้ามาชุบน้ำแล้วถูทำความสะอาดไปตามพื้นส่วนต่างๆของบ้าน พอตรงไหนยังไม่สะอาดดี ก็จะถูกแจบอมสั่งให้ไปถูอีกรอบซ้ำๆ  เรียกได้ว่าถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงสมกับเป็นทาสอย่างที่ถูกกำหนดไว้ในสัญญา ไม่รู้ว่าเขาหักโหมเกินไปรึเปล่า เพราะทุกอย่างในดวงตามันพร่ามัวไปเกือบครึ่งแล้ว และมันทำให้เขาสูญเสียการมองเห็นไปชั่วระยะหนึ่ง

 

ปึก!

 

ร่างทั้งร่างดั้งถูกโลกทั้งใบเหวี่ยงให้ล้มพับล้มกับพื้นห้อง  นัยน์ตาสวยกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสภาพการมองเห็น แต่ก็เหมือนมันจะยังไม่ช่วยอะไรอยู่ดี เปลือกตามันหนักอึ้งเกินกว่าจะควบคุมได้ เขาฝืนทำต่อไปไม่ไหว ร่างกายมันทำงานหนักจนลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองไม่ได้

 

ขยับตัวไม่ได้เลย

 

ไม่ไหวแล้ว..

 

สิ่งสุดท้ายที่ได้เห็นนั่นคือภาพของร่างสูงที่เตรียมตัวจะออกจากบ้านหลังนี้ เขาได้ทอดมองมายังร่างของผมที่นอนขดอยู่บนพื้นด้วยสายตาเชือดเฉือน ไม่ได้มีความสงสารในแววตาคู่นั่นเลย   คนถูกมองถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อเห็นว่าแจบอมเลือกที่จะหันหลังให้และเดินจากผมไป

 

มือเล็กกำผ้าชุบน้ำที่อยู่ในมือแน่นก่อนสติจะดับวูบ..

 





ENVY & PRIDE

 

 

เมื่อสิ้นสุดคาบเรียนสุดท้ายเมื่อเสียงออดดังขึ้น เหล่านักเรียนคนๆอื่นก็พากันทยอยเก็บของเตรียมตัวกลับบ้านหรือบางคนอาจจะแวะออกไปที่อื่นกันต่อ  แบมแบมก็เช่นกัน แต่วันนี้กลับไวกว่าปกติเพราะต้องไปสะสางงานต่อที่คอนโดด้วย เขาโทรบอกแจ็คสันแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีก

 

เหตุผลมันไม่ใช่แค่เรื่องงานหรอก

 

นั่นมันก็แค่ข้ออ้าง..

 

ผมแค่ไม่อยากเจอหน้า คนๆนั้น  มันก็เท่านั่นเอง  

 

เด็กหนุ่มทอดสายมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย เอาแต่เหม่อลอยโดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองได้เดินผ่านใครสักคนที่ไม่อยากเจอหน้าที่สุดไปแล้วเมื่อกี้ บุคคลที่ถูกมองข้ามก็ได้แต่ครุ่นคิดในใจว่าร่างเล็กจงใจเมินเขารึเปล่า ก็เล่นมารอดักหน้าตึกขนาดนี้จะไม่เห็นมันก็ยังไงอยู่

 

แบมแบมไม่รู้เลยว่ามีใครเดินตามหลังตัวเองมาติดๆ ท่าทีที่เหมือนว่าใจลอยจนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างมันทำให้คนเดินตามหลังมีความขุ่นเคืองในใจ จนสุดท้ายก็ทนไม่ไหวก็เลยตรงไปฉุดข้อมือบางนั่นไว้ให้รู้ตัวซะเลย 

 

“มากับฉัน”

 

“อะไรของพี่? ปล่อยนะ..” เด็กหนุ่มถามอย่างตกใจเมื่อกำลังถูกรุ่นพี่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของแฟนตัวเองกำลังจะโฉบตัวเขาไปที่อื่น เขามั่นใจว่ามันต้องเป็นสถานที่ๆ ลับตาคนอย่างแน่นอน และเขาไม่สมควรไปอยู่กับผู้ชายอันตรายคนนี้สองต่อสอง แต่มันก็ไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ สำหรับแบมแบมแล้วในสถานการณ์แบบนี้มันเป็นเรื่องยากที่จะขัดขืน 

 

“พี่มาร์ค ปล่อยผมไปเถอะ” แบมแบมพูดเสียงแผ่วพร้อมสายตาเว้าวอน  แต่วิธีนี้มันไม่เคยได้ผลกับผู้ชายที่ชื่อว่า มาร์ค ต้วน เขามันเป็นผู้ชายตายด้าน ถ้ายิ่งเป็นเรื่องที่ทำเพื่อตัวเองก็อย่าหวังว่าจะหาความใจอ่อนจากคนอย่างเขาเจอเลย

 

เพราะอะไรน่ะหรอ?

 

เพราะมันไม่เคยมีอยู่ไงละ

 

 ชายหนุ่มกดยิ้มที่มุมปากแล้วพูดตอบกลับเบาๆ ให้คนฟังโมโหเล่น “แล้วทำไม ต้องปล่อย?”

 

“พอสักทีเถอะครับ..”  เด็กหนุ่มพยายามจะสะบัดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุม  แต่ร่างสูงก็ยื้อยุดให้ร่างเล็กก้าวขาไม่ออกอยู่ดี ทั้งคู่ทำเหมือนจะทะเลาะกันหน้าตึกเกรด 10 นักเรียนคนอื่นจึงเริ่มหันมามองและซุบซิบนินทากันใหญ่ ถึงจะไม่มีใครรู้ว่าทั้งคู่พูดเรื่องอะไรกัน แต่สีหน้าที่ไม่ดีของนักเรียนเรียนดีอย่างแบมแบมเป็นตัวบ่งชี้ว่าต้องมีปัญหาอะไรกันอยู่แน่ๆ 

 

มันยิ่งทำให้คนอื่นแคลงใจ เพราะปกติแล้วมาร์คไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน ร่างสูงมักจะนอบน้อมและเป็นกันเอง นี่แหละที่ทำให้คนรอบข้างสงสัยมากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น..

  

มาร์คก็เป็นนักกีฬาคนดังในโรงเรียนอีกด้วย อาจจะไม่เก่งเท่าแจ็คสัน แต่ก็เป็นคนเดียวในตระกูลซงที่ฝักไฝ่ทางด้านกีฬา

 

ส่วนเหตุผลที่เขามาเป็นนักกีฬาก็เพราะว่าอยากแตกต่างจากคนอื่น เป็นเพราะลูกของพ่อนั้นมีคนเรียนเก่งแล้ว ถ้าเขาเอาดีทางด้านการเรียนอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควร เมื่อเห็นว่าในจำนวนพี่น้องทั้งหมดไม่มีใครเอาดีทางนี้ มาร์คต้วนจึงเลือกมัน

 

แน่นอนว่าการเป็นนักกีฬาทำให้มีคนรอบข้างให้ความสนใจอีกด้วย มาร์คมีแฟนคลับเยอะไม่แพ้แจ็คสัน ถึงแม้จะเป็นคนในตระกูลซงที่แสนน่ากลัวก็เถอะ แต่เพราะบุคลิคที่นอบน้อมและเป็นกันเองจึงทำให้มีรุ่นน้องพร้อมใจกันเข้าหาเยอะมากกว่าคนอื่น

 

เรียกง่ายๆว่าแฟนคลับ..

 

เป็นกลุ่มคนที่หลงไหลกับภาพลักษณ์จอมปลอมที่ร่างสูงสร้างขึ้น

 

ซึ่งมัน ไม่จริงเลยสักนิด..

 

การที่ผมต้องมารู้จักกับคนที่ชอบสวมหน้ากากจอมปลอมเข้าหาคนอื่น นี้มันมีส่วนไหนให้น่าอิจฉาหรอ ต้องบอกว่าโชคร้าย ยังจะถูกมากกว่าซะอีก

 

“หันมาสนใจเพื่อนแฟนตัวเองแล้วหรอ?”

“เห็นอยู่ห้องเอ ก็นึกว่าจะอ่านหนังสือเป็นอย่างเดียวซะอีก”

“มันอาจจะควบสองคนเลยก็ได้นะว่าไหม” 

“จริงหรอ?  แบมแบมนี่.. ไม่ใช่เล่นๆเลยนะ”

 

คำพูดของคนรอบข้าง เจ้าตัวได้ยินชัดทุกถ้อยคำ เด็กน้อยกำมือแน่นเมื่อได้ยินคนอื่นพูดถึงตัวเองในเรื่องที่ไม่จริงเลยสักอย่าง ทั้งๆที่คนพวกนั่นไม่เคยรู้จักตัวตนเขาดีพอ แต่กับพูดตีความไปในทางเสียๆหายๆ  นี่ละ...สังคมมนุษย์ที่น่ารังเกียจ มีปากก็ใช้พล่ามไปเรื่อย นึกแต่นินทาคนอื่นเอาแต่สนุกตัวเอง ถึงจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ช่างหัวมันสิ ขอแค่ได้พูด ขอให้ได้แขวะก็พอใจแล้ว

 

ถ้าไม่รู้อะไรแต่ก็ยังพูด เขาเรียกว่าพวกโง่ 

 

คำว่าโง่เขาต้องให้ช่วยสะกดให้ด้วยไหม หรืออาจจะสะกดไม่ได้ เพราะชอบยุ่งแต่กับเรื่องชาวบ้านก็เลยไม่ฉลาดกันสักที  ถ้ายังไม่ถูกเลิกนักเรียนคนอื่นมองด้วยสายตาเข้าใจผิดแบบนั้น ผมคงได้สติแตกแน่ๆ ตอนนี้ผมเก็บความเครียดเอาไว้ภายในใจไว้ไม่ไหวแล้วละ ก็สีหน้ามันแสดงออกไปขนาดนั้นจะให้คนมองยังไงล่ะ  ผมอึดอัดจนหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

 

“เมื่อกี้พี่ก็แค่หยอกเล่นเองเหอะ  เรามีอะไรก็บอกพี่ได้นะ พวกเราก็สนิทกันแล้วไม่ใช่หรอไง”

“สนิทหรอ?”

“ก็ใช่ไง.. ดูนายทำหน้าทำตาเข้าสิ โกรธอะไรพี่อีกละ หืม?” มาร์คยักคิ้วถามพร้อมคลี่ยิ้มกว้าง   ท่าทางที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้ผมเริ่มจะทำตัวไม่ถูกอีกครั้ง

 

คิดจะทำอะไรอีกล่ะ?

  

ผมถึงกับหน้าเหวอ เมื่อถูกท่อนแขนยาวของพี่มาร์คคล้องคอเอาไว้ เขาทั้งยีหัวทั้งยิ้มให้ ต่อหน้าต่อตานักเรียนชั้นเกรดสิบที่เดินผ่านมาเห็นหรือแอบมองอยู่ มาร์คจงใจทำให้คนอื่นได้เห็นว่าพวกเราสองคนนั่นสนิทกันมากๆ  ซึ่งแบมแบมเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่ริษยาและเกลียดชังมากมายที่มองมาทางนี้

 

การกระทำแบบนี้นี่แหละที่จะทำให้คนอื่นๆ ไม่ชอบขี้หน้าของแบมแบมเอาได้

 

ถึงเมื่อก่อนผมกับพี่มาร์คจะเคยอยู่ด้วยกันบ่อย แต่ทุกครั้งก็ต้องมีแจ็คสันอยู่ด้วยเสมอ แต่ถ้าเดี๋ยวนี้จะมีคนอื่นจะเริ่มเข้าใจผิดไปบ้าง ผมก็จะไม่แปลกใจเลยจริงๆ 

 

 นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนแบบนี้ ตอนที่คนอื่นรู้ว่าผมคบกับพี่แจ็คสันใหม่ๆ ก็โดนมาเหมือนกัน  แต่ผมไม่แคร์คนพวกนั้นหรอก เพราะยังไงเราก็เป็นแฟนกัน เรื่องแค่นี้รับได้อยู่แล้ว แต่ในกรณีของพี่มาร์คมันไม่เหมือนกัน ในเมื่อผมไม่อยากจะเป็นทั้งน้อง ไม่อยากจะเป็นทั้งคนรู้จัก ไม่แม้แต่อยากจะเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับคนพรรค์นี้เลยด้วยซ้ำ           

 

ทำไมผมต้องมาโดนคนอื่นเกลียด เพราะคนที่ไม่อยากรู้จักแม้แต่ชื่อด้วยละ?

 

เหอะ..

 

โคตรไม่ยุติธรรม

 

มาร์คบังคับให้แบมแบมเดินไปที่ลานจอดรถโรงเรียนด้วยกัน พอมาถึงละแวกนั่นคนตรงหน้าถึงยอมปล่อยให้เด็กน้อยเป็นอิสระ แถวนี้ไม่มีนักเรียนคนไหนอยู่เลย เพราะชายหนุ่มจอดรถไว้ลึกกว่าปกติ ซึ่งมันทำให้คนที่ถูกลากมาด้วยเกิดความกระสับกระส่ายอยู่ตลอดทางเพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนทำอะไรอีกบ้าง 

 

“คิดว่าวันนี้จะหนีฉันพ้นหรอ? ไม่ง่ายหรอกนะ แบมแบม” ร่างสูงยิ้มเยาะ น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากเดิม รอยยิ้มหวานนั่นหายไปแล้ว เด็กน้อยจึงรีบถอยหลังหนีด้วยความกลัวและไม่ได้เหลียวหลังจึงเป็นเหตุให้ขาเรียวปะทะกับหน้ากระโปรงรถยนต์คันหนึ่งเข้า แบมแบมเกือบจะล้มเข้าให้แล้ว แต่เป็นเรื่องดีที่ฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างคว้าจับฝากระโปรงได้ทันควัน

 

“มีอะไรอีก? พี่จะทำอะไรผมอีก!!  เด็กน้อยโวยวายอย่างหัวเสีย  มือไม้สั่นเทิ้มเพราะความโกรธปนหวาดระแวง  ฝ่ายมาร์คทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้    ในระยะที่ได้ยินเสียงลมหายใจที่สอดประสานระหว่างกัน

 

คนตัวเล็กถึงกับชะงักนิ่ง..

 

 

“นั่นสิ วันนี้ฉันจะทำยังไงกับนายดีนะ”  มาร์คทำเป็นเม้มปากอย่างครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่เหมือนยากมาก แบมแบมได้แต่จิกมือตัวเองแน่นกับท่าทางยียวนกวนประสาทของมาร์ค

 

ร่างสูงรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่า ตัวเองต้องการอะไร

 

คนที่มีความคิดร้ายกาจอย่างร่างสูง ไม่มีทางทำอะไรผลีผลามโดยที่ไม่มีแผนอยู่ในหัวหรอก

 

“อ้อ.. นึกออกแล้ว”  แบมแบมจ้องมองอีกคนด้วยสายตาเหมือนไม่สนใจ แต่มาร์คก็รู้ว่าจริงๆคนตรงหน้ากำลังรอฟังเขาอยู่  ชายหนุ่มจึงเคลื่อนริมฝีปากไปอยู่ข้างใบหูของคนตัวเล็ก ก่อนจะกระซิบด้วยถ้อยคำที่ทำเอาคนฟังถึงกลับไปต่อไม่เป็น

 

“จูบนายตรงนี้เลยได้ไหม”

 

“ม..ไม่!!” แบมแบมร้องเสียงหลงเมื่อถูกลมร้อน เป่าใส่เต็มๆบริเวณหูข้างซ้าย ท่าทีที่ตกใจเกินจริงทำให้ชายหนุ่มเผลอหัวเราะออกมาเบาๆอย่างไม่รู้ตัว นี้เป็นครั้งแรกที่เด็กน้อยได้ยินเสียงหัวเราะของมาร์ค นี่เขาอึ้งมากจนลืมความรู้สึกนึกคิดก่อนหน้านี้ไปเลยทีเดียว

 

ที่มาร์คพูดไปเมื่อกี้คืออะไร พูดจริงหรือว่าแค่ล้อเล่น?

 

คิดให้ปวดหัวตายไปก็เท่านั้น ผมอ่านความคิดเขาไม่ออกหรอกนะ คนนี้ๆ ลึกลับเกินกว่าจะไปคาดเดาอะไรด้วยได้ เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่พยายามคิดให้เสียเวลาหรอก    

 

“นี่.. ช่วยไปเลือกของทำอาหารเย็นหน่อยสิ” คนฟังขมวดคิ้วมุ่นกับคำพูดที่เหมือนเอ่ยชวนทั่วๆไปที่เอ่ยขึ้นมาแบบกะทันหัน ในหัวก็คิดระแวงไปว่าจะมาไม้ไหนอีกล่ะ ถึงขั้นมายืนดักรอที่หน้าตึกเรียน แล้วเดินมาฉุดกระชากลากตัวผมมาถึงที่นี่ ก็แค่ต้องการจะมาชวนให้ผมไปเลือกอาหารเย็นด้วยกันแค่นี้เองหรอ?

 

“พี่ก็รู้อยู่แล้วว่า ผมจะปฎิเสธเลยพามาที่นี่ใช่ไหม”

 

“หว่า.. โดนจับได้แล้ว” มาร์คยกมือขึ้นสองข้างขอยอมแพ้ราวกับว่าตัวเองมีบทบาทเป็นโจรที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้

  

“ผมขอตอบว่า ไม่ไป เพราะผมต้องรีบกลับคอนโดแล้ว”

 

“หรอ ฉันก็หิวแล้วเหมือนกัน ไปกันเถอะ” ร่างสูงทำเป็นไม่ฟังแล้วคว้าข้อมือมากำไว้อีกครั้ง      พอแบมแบมจะสะบัดก็ไม่สะบัดไม่หลุดง่ายๆ จึงเกิดการยื้อยุดขึ้นอีกครั้งทำให้ข้อมือบางขึ้นรอยแดงจางๆ เด็กน้อยได้แต่นิ่วหน้าและเม้มปากตัวเองแน่นเพราะรู้สึกปวดร้าวไปทั้งแขน 

 

“ก็ผมบอกว่าไม่ไปไง!

 

“ยังจำจูบของเราสองคนในลิฟท์ได้รึเปล่า” เมื่อมาร์คพูดเรื่องในวันนั่นแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เด็กหนุ่มก็ยืนเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนใบหน้าจะเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อจู่ๆก็ถูกอีกร่างสูงขุดคุ้ยเรื่องน่าอับอายมาพูดหน้าตาเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไร

 

“แล้วพี่จะทำไม!” แบมแบมถามขึ้นเสียงดังเพื่อจะกลบเกลื่อนความอาย

 

“ก็ไม่ทำไม แค่ฉันมีภาพจากกล้องวงจรปิดในวันนั้นเก็บไว้ นายเองก็คงไม่อยากให้ฉันส่งต่อไปให้ใครดูใช่ไหมละ อย่างเช่นใครนะ...” ตาคมเหลือบขึ้นมองด้านบนทำท่านึกคิด ส่วนนิ้วเรียวนั่นก็ยกขึ้นมาแตะตรงปลายคาง ดูน่าหมั่นไส้ไม่หยอกสำหรับแบมแบม

 

ร่างเล็กกำมือแน่นก่อนจะพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ภายในอกสั่นไปหมดเพราะรู้ดีว่าตัวเองกำลังโดนข่มขู่ ยิ่งได้ยินประโยคถัดไปเขาก็ยิ่งโกรธที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากข่มใจ

 

“อ้อ.. มันคือเพื่อนสนิทฉันเองละ”

 

มาร์คทำให้แบมแบมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกไก่ที่อยู่ในกำมือ

 

“พี่จะขู่ผมหรอ”

 

“แล้วแต่นายจะคิดเลย”

 

“พี่ต้องการอะไรกันแน่ ก็บอกไปแล้วไงว่าผมคือแฟนเพื่อนพี่!!” ผมขึ้นเสียงใส่คนร่างสูงอย่างเหลืออด นี่มันชักจะมากเกินไปแล้ว ถึงกับเอาเรื่องคลิปจูบมาขู่เพื่อให้ผมยอมตามไปด้วย นี่มันไม่ไร้สาระเกินไปหน่อยหรือไง ทำตัวอย่างกับเป็นเด็กมีปัญหาที่ชอบเรียกร้องความสนใจอยู่ได้ 

 

“แล้วไง? เห็นฉันเป็นคนดีตั้งแต่เมื่อไหร่” มาร์คว่าอย่างเย็นชาไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับท่าทางที่กระฟัดกระเฟียดของแบมแบม เขายอมปล่อยมืออีกฝ่ายก่อนจะเดินตรงไปที่รถยนต์ของตัวเองแล้วขับมาจอดรถเทียบข้างคนตัวเล็ก ก่อนที่เจ้าของรถจะกดปุ่มลดกระจกลงแล้วพูดขู่อีกครั้ง

 

“จะยอมขึ้นมานั่งดีๆ หรือจะให้ฉันลากขึ้น?” แบมแบมพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด สองเท้าจำใจต้องก้าวเข้าขึ้นไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของมาร์คอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

“พี่จะพาผมไปไหน”

 

“พาไปเลือกซื้อของทำอาหารเย็นไง นายต้องเตรียมตัวเข้าครัวที่บ้านฉันด้วยนะ”

 

“ทำไมผมต้องเป็นคนทำละ ที่บ้านพี่ ก็น่าจะมีแม่ครัวอยู่แล้วไม่ใช่หรอไง” แบมแบมแย้งขึ้นจนมาร์คเริ่มรำคาญ เขาเบื่อที่จะตอบคำถามที่ทำให้ขัดใจก็เลยหันไปบอกคนข้างๆเป็นเชิงเตือน

 

“ถ้าไม่ชอบให้ฉันจูบบ่อยๆ ก็ปิดปากเงียบเถอะ”

 

“...”

 

และแล้วการสนทนาในรถก็ถูกจบลงด้วยคำพูดเดียวของคนร่างสูง รถยนต์คันหรูถูกหักเลี้ยวไปยังทางออกของลานจอดรถ ชายหนุ่มเหยียบคันเร่งเมื่อออกมาถึงเส้นถนนใหญ่ เขามุ่งหน้าไปสู่ปลายทางที่คุ้นเคยเพราะปกติก็ไป-กลับอยู่ทุกวัน ซึ่งที่นั่นก็คือ คฤหาสน์ของตระกูลซงนั่นเอง

 

 

ENVY & PRIDE

 

 

ณ คฤหาสน์

 

แบมแบมได้รับการต้อนรับอย่างเป็นอย่างดีในฐานะคนรู้จักของลูกชายคนที่สามของบ้าน      ในระหว่างที่ทำอาหารก็มีแม่บ้านบางคนเข้ามาหั่นผักช่วย คอยหยิบเอาสิ่งของที่ขาดเหลือมาให้แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพียงแค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น เพราะอาหารเย็นมื้อนี้ถูกกำชับมาจากมาร์คว่าต้องเป็นฝีมือของแบมแบมคนเดียว ห้ามใครยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด แน่นอนว่าพวกเธอตามใจคุณหนูอยู่แล้ว

 

แต่เรื่องเดียวที่คาใจสำหรับสมาคมแม่บ้าน

 

เด็กน้อยคนนี้เป็นใครกันแน่?

 

มาร์คไม่เคยพาใครเข้าบ้านเลยนอกจากคุณแจ็คสัน แต่ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกนักหรอกในเมื่อคุณหนูของพวกเธอก็โตเป็นหนุ่มหล่อมาถึงขนาดนี้ จะมีเด็กน้อยน่ารักแถมทำอาหารเก่งเป็นคนพิเศษบ้างก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร  เพราะเหตุผลข้างต้นนี้เอง เหล่าแม่บ้านทั้งหลายจึงพร้อมใจกันไม่อยู่ละแวกนั้นเพื่อปล่อยให้คุณชายได้อยู่ทานอาหารกับเด็กน้อยที่ชื่อว่าแบมแบมเพียงลำพัง

 

แบมแบมถูกสั่งให้เตรียมทุกอย่างทั้งเรื่องเลือกวัตถุดิบด้วยตัวเอง จัดโต๊ะเอง ทำอาหารเอง แม้กระทั่งเก้าอี้ก็ถูกสั่งให้มานั่งข้างกันอีก ห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ลงมือจัดการกับอาหารของตัวเอง ฝ่ายมาร์คที่เริ่มกินไปได้สักพักก็หยุดทานพร้อมหันไปเท้าคางมองคนข้างกายที่ก้มหน้าตักอาหารกินอย่างระมัดระวัง

 

“ปากฉันเปื้อน เช็ดให้หน่อยได้ไหม” แบมแบมเหลือบมองมาร์คราวกับไม่เข้าใจในคำขอนั้น  ในขณะที่มือเล็กทั้งสองข้างยังกำช้อนและส้อมในมือไว้อย่างลังเลว่าจะทำให้ดีไหม

 

ให้มันได้อย่างนี้..

 

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายมัวแต่อำอึ้งก้มหน้าก้มตาทำอะไรไม่ถูก   

 

“ทำไม..ทำแค่นี้ไม่ให้หรอ? ทีไอ้แจ็คสันยังเช็ดให้มันได้เลย”

 

พอเจอคำพูดประชดประชันที่ฟังไม่ขึ้นแบมแบมก็นึกขำในเหตุผลไร้สาระของอีกฝ่าย  ต่อให้เขาคิดแล้วก็คิดอีก ก็ฟังดูไม่เห็นจะเข้าท่าเลยแม้แต่นิดเดียว ในเมื่อสถานะของคนเราไม่เท่ากัน        จะเอามาเทียบกันได้ยังไง ยิ่งคนที่เป็นคนอื่นอย่างมาร์ค

 

เป็นแค่เพื่อนสนิทแฟน..

 

จะให้มาเทียบกับตัวจริงอย่างแจ็คสันได้ยังไงละ?

 

เขาอยากจะเถียงแต่ก็เหนื่อยใจเกินจะทำอย่างนั้น แค่อีกฝ่ายไม่มีเหตุ ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกเพราะต่อให้พูดไป เขาก็คงไม่ฟังอยู่ดี แบมแบมจึงเลือกที่จะทำตามอย่างว่าง่าย ขืนพูดอะไรไปเดี๋ยวมันจะไม่จบไม่สิ้นกันสักที เพราะฉะนั้นเขาจึงคิดว่า แค่ทำๆไปเถอะเรื่องจะได้จบๆ อยากกลับไปคอนโดจะตายอยู่แล้ว ก็เท่านั้นเอง 

 

แบมแบมวางช้อนส้อมไว้ข้างจานข้าว พลางค้นหาผ้าเช็ดหน้าที่เก็บไว้ติดตัวขึ้นมาซับตรงมุมปากของมาร์คที่เปื้อนไปด้วยเศษข้าวเล็กน้อย ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็เอาแต่จ้องคนตรงหน้าไม่ยอมกระพริบตา พอคนถูกมองรู้สึกตัวก็ช้อนมองตาขึ้นบ้าง ทำให้ทั้งคู่เล่นเกมจ้องตากันอยู่นาน

 

สุดท้ายเกมก็จบลง เพราะแบมแบมเป็นผู้หลบสายตาไปก่อน หลังจากนั่นเด็กน้อยก็เก็บผ้าเช็ดหน้าของตัวเองลง ก่อนจะก้มหน้าตักข้าวกินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้เป็นคนเริ่มเกมก็ได้แต่แอบยิ้มกับตัวเองเพราะรู้สึกพึงพอใจกับการตอบสนองของเด็กน้อย

 

 20 นาทีผ่านไป

 

เมื่อรู้สึกว่าอิ่มท้องแล้ว คนตัวเล็กก็หยุดทานพร้อมนั่งรอเวลาที่มาร์คจะกินเสร็จสักที พอได้นั่งอยู่กับแค่เก้าอี้เฉยๆก็เริ่มรู้สึกเบื่อ นัยน์ตากลมจึงกวาดมองไปรอบห้อง ก็เหลือบไปเจอกรอบรูปของครอบครัวตระกูลซง ที่ติดอยู่ตามผนังบ้าน ซึ่งในแต่ละรูปนั่นจะเป็นภาพถ่ายของแม่ลูกในวัยเด็ก คนอื่นนั้นดูเหมือนว่าเพิ่งถ่ายกันใหม่ เพราะดูแล้วน่าจะราวๆตอนอยู่มัธยมต้น มีแค่จุนฮเวคนเดียวที่เป็นรูปตอนเด็กที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คุณแม่ยังอุ้มอยู่เลย

 

 ใครๆก็รู้ว่า เศรษฐีซงอิลกุกนั้นมีภรรยาหลายคน  เริ่มจากลูกชายคนแรกไปจนถึงลูกคนลูกชายคนสุดท้อง ล้วนแต่มีภรรยาไม่ซ้ำหน้ากันทั้งนั้น  ที่สำคัญผู้เป็นมารดาของบุตรชายแต่ละคน  นั่นยังเป็นผู้หญิงที่สวยและงดงามเป็นอย่างมาก ยิ่งได้ถ่ายคู่กับผู้เป็นลูกชายแท้ๆที่อยู่ในชุดสูท    ก็ทำให้ภาพเหล่านี้อลังการราวกับตระกูลเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเลยทีเดียว

 

แบมแบมที่กำลังเพลิดเพลินไปกับรูปภาพของตระกูล ซง อยู่ๆ สายตาก็ไปหยุดอยู่ตรงกรอบรูปที่ผิดแปลกไปจากคนอื่นมากที่สุด ทำไมเหมือนมีบางอย่างขาดหายไปเลยแฮะ?  

 

นั่นใช่.. รูปของรุ่นพี่มาร์คใช่ไหมนะ?

 

ทำไมเขาถึงไม่ได้ถ่ายภาพคู่กับแม่ตัวเองเหมือนพี่น้องคน อื่นๆล่ะ?

 

“สงสัยหรอ?” มาร์คถามเมื่อจับได้ว่าอีกฝ่ายกำลังแอบมองรูปเขาอยู่ไม่วางตาแถมขมวดคิ้วอีก ก็ถ้าแบมแบมจะรู้สึกคาใจอยู่บ้าง ก็คงไม่แปลกมากหรอกมั้ง ก็ในเมื่อรูปถ่ายครอบครัว มันมีแค่เขาเท่านั้นที่ยืนอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ถ้าจะไม่สงสัยเลย ก็โง่เกินแล้วใช่ไหมละ 

 

“เปล่าครับ ไม่ได้สงสัย”

 

“แล้วทำไมทำตัวเหมือนอยากรู้จังเลยล่ะ?” มาร์คถามย้ำอีกครั้ง ฝ่ายคนตัวเล็กก็เอาแต่เม้มริมฝีปากและหลบสายตามาร์คอย่างเดียวเพราะว่าถูกจับได้แล้วว่าโกหกจริงๆ

 

“แต่จะบอกให้เป็นบุญก็ได้ ..ใช่ พี่น้องคนอื่นๆ ได้ถ่ายรูปคู่กับแม่ตัวเองกันหมด  ยกเว้นฉัน.. ที่มีแค่รูปของตัวเอง”

 

“...”

 

 “เพราะว่าฉันเป็นคนเดียวที่ไม่มี แม่ ไงล่ะ”

 

แบมแบมอึ้งและแอบรู้สึกผิดขึ้นมาจับใจที่ดันไปอยากรู้ในเรื่องที่ไม่สมควรเอาซะเลย เขาเองก็เพิ่งมารู้ว่าพี่มาร์คเป็นคนเดียวที่ไม่มีแม่ ถึงจะอยากจะรู้มากกว่านี้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็เขาก็ไม่อยากจะถามอะไรทั้งนั้น เพราะมันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวเกินไป...   

 

“ขอโทษนะครับ”

 

“เรื่องอะไรละ?”

 

“ก็เรื่องแม่พี่..”

 

“หึ นายห่วงฉันเป็นด้วยหรือไง” มาร์คถามเสียงนิ่ง ก่อนจะตักกินข้าวต่อไปโดยที่ไม่พูดอะไรอีก หลังจากนั้นต่างคนต่างเงียบ ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นอีกเลย นอกจากเสียงของช้อนส้อมที่ปะทะกับจานอาหาร

 

..และความรู้สึกสงสารที่ทำให้แบมแบมเริ่มจะ เห็นใจ

 

 

 

                                              ENVY & PRIDE

                                                ✡

 

 

 

“ยินดีต้อนรับครับคุณอิม ไม่คิดว่าจะมาติดต่อกันอย่างเช่นวันนี้” หัวหน้าการ์ดได้เดินออกมาโค้งตัวต้อนรับแขกวีไอพีผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในผับด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ตามด้วยเหล่าการ์ดคนอื่นๆที่เดินตามมาก้มหัวให้ความเคารพด้วยเช่นกัน

 

หากแต่คำพูดหยอกติดตลกนั่นกลับไม่ได้มีผลอะไรต่อร่างสูงเลยสักนิด ใบหน้าคมคายยังคงเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆออกมา ก่อนที่ริมฝีปากหยักได้รูปจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

 

“ผมต้องการดูภาพจากกล้องวงจรปิดของเมื่อคืนนี้” 

 

การ์ดหลายคนมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่แจบอมพูด มีคำถามหลายอย่างที่ฝุดขึ้นมา แต่พอเห็นสายตาของแจบอมก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน พวกเขาถึงยินยอมให้เด็กคนนี้ได้เข้าไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยของผับแห่งนี้แต่โดยดี

 

 แจบอมเปิดกล้องวงจรหน้าผับเพื่อดูบางอย่างที่มันคาใจ หรือต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องอารมณ์เสียมาทั้งวัน เขาเลือกเช็คกล้องเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เขาออกไปจากผับนี้พอดี เมื่อยังไม่เห็นอะไร เขาก็เริ่มปรับเวลาให้เร็วขึ้นจนกระทั่งพบสิ่งที่ตัวเองต้องการ..

 

มันคือภาพของปาร์คจินยองที่ถูกไอ้ขี้เมาคนไหนไม่รู้มาลวนลาม..

 

“ผมต้องการให้คุณหาตัวผู้ชายคนนี้มาลงโทษภายใน 2 ชั่วโมงต่อจากนี้” นิ้วเรียวชี้ไปยังภาพที่อยู่ตรงหน้า ทำเอาการ์ดด้านหลังหันมองหน้ากันด้วยความงงงวย

 

“เคสเร่งด่วนเหรอครับ?”

 

“ผมจะไม่พูดซ้ำ”

 

“เอ่อ..”

 

“เอาตัวมาให้ได้ ไม่ต้องมีค่าปรับ ไม่ต้องสอบสวนอะไรทั้งนั้น ผมแค่ต้องการให้คนร้ายถูกจำคุกเพียงสถานเดียว”

 

“เชื่อมือได้เลยครับคุณแจบอม พวกเราจะส่งมันเข้าคุกตำรวจให้เอง” หัวหน้าการ์ดรีบรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปมองลูกน้องแล้วพยักหน้าให้ทำตามที่แจบอมบอกโดยเร็ว

 

“ครับ ขอบคุณมาก” อิมแจบอมพยักหน้ารับเล็กน้อยเพราะเชื่อจริงๆ เขาค่อนข้างเชื่อมั่นในความสามารถของคนพวกนี้เพราะเคยอ่านในประวัติมาก่อน ส่วนใหญ่การ์ดชุดนี้ก็เคยเป็นอดีตนายตำรวจฝีมือดีกันมาแล้วทั้งนั้น 

 

 

“ถ้าเป็นคุณอิม พวกผมไม่มีข้อโต้แย้งหรอกครับ ว่าแต่.. ให้โทษแค่จำคุกเองเหรอครับ”

 

“ใช่ครับ”

 

“กรณีเร่งด่วนแบบนี้ ผมนึกว่าจะให้..”


 

“ผมหมายถึง จำคุกตลอดชีวิตน่ะJ

 

 

 


 




#เจบีบ้าอำนาจ

#พี่มาร์คขี้อิจฉา 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1449 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 20:16
    เจบีเอ๊ยยยยย
    #1,449
    0
  2. #1444 nslk3937 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 12:27
    เจบีอ่าส เท่จังเลยยย กรี๊ดดๆๆๆๆ
    #1,444
    0
  3. #1436 kandaa555 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:57
    ชอบคู่เจบีกับจินยองอ่ะ
    #1,436
    0
  4. #1412 mAjjcs (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 11:15
    Omggggggg พี่เจบี พี่เจบี 5555555
    เห้ยย นี่ไม่ธรรมดาแล้วนะ น่ากลัวมากๆ แอบหวงอ่ะดิ หึหึ กลับไปดูแลจินยองได้แล้วว
    #1,412
    0
  5. #1367 Aely (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 10:26
    สงสารมาร์คที่ต้องโดดเดี่ยวมาตลอด
    #1,367
    0
  6. #1348 M.m1nt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 21:53
    พี่มาร์คนี่แค่ต้องการให้คนมารักมาดูแลใช่มั้ย พี่บีเท่มากค่ะ
    #1,348
    0
  7. #1337 JB got7 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 12:39
    โหววว พี่แจบอมมมมมม หึงไรฟะ
    #1,337
    0
  8. #1329 Suputthara (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 20:39
    อื้อหือออออ แจบอมแม่งโหดจริงจังอ่ะ จำคุกตลอดชีวิต โอโห้ สงสารคนนั้นมากมาย5555555
    #1,329
    0
  9. #1324 Tam Jenjira (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 06:24
    พี่บีโหดมาก สงสารจินยอง หวังว่าสักวันความดีของจินยองจะทำให้พี่บีรักได้ ส่วนแบมรู้ว่ามาร์คไม่มีแม่ อยากให้เห็นใจและอยู่เคียงข้างมาร์คหน่อยนะ
    #1,324
    0
  10. #1296 หยกๆ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 17:12
    โอ้วเจบีคนโหด555
    #1,296
    0
  11. #1155 eyebaysong (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 19:12
    แหม่ะะะะะะ อิมแจบอมมมมมมมม หมั่นใส้มากกกกก หวงก็บอกว่าหวงดิวะ555555 เบ้ปากแรง แล้วก็ชอบคำว่าทาสผู้น่ารัก 5555555แบ้วไปอีก
    #1,155
    0
  12. #1103 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 21:23
    พี่ห่วงแล้วหรอม!!!!!!!!!!ชั้นตื่นเต้น ชั้นตกใจ ชั้นทำอะไรไม่ถูก
    #1,103
    0
  13. #1033 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 15:42
    อห พี่เจบีคะ อ่านไปเบ้ปากไป หมั่นไส้นางแรง555555555 อะไรของนาง แล้วที่ทำนี่คือไร เป็นห่วงเหรอ ส่วนพี่มาร์ค เลวดีค่ะ
    #1,033
    0
  14. #1011 opel_zuza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:42
    ชอบสำนวนไรต์จัง เหมือนทุกอย่างมันคือการเชือดนิ่มๆแต่ลึกบาดใจดี เลอค่าาาาาา
    #1,011
    0
  15. #982 skyofbee6y (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:56
    พี่บีนี่ยังไง? สรุปคือตอนนี้หวงจินยองแล้วชะ? ชะ? ?? ขอให้ใช่
    #982
    0
  16. #975 panika pornprot (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:06
    แล้วแบมไปรู้จักกับเจบีตอนไหนอะ งง
    #975
    0
  17. #837 ตากร้อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 18:24
    บอมบอมยังเป็นพระเอกจริงๆใช่ไหม ตอบบบบบ
    #837
    0
  18. #771 เมียคิมบับ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 21:35
    นี่ยังมั่นใจว่าตัวเองเป็นพระเอกใช่มั้ย???
    #771
    0
  19. #731 toki226 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 12:00
    น่ากลัวทั้งคู่แหล้ะโว๊ะ เจบีนี่ขี้หวงนะ ไม่อยากจะนึกภาพตอนรักกันเล้ยย
    #731
    0
  20. #709 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 22:37
    ปมแม่มาร์คนี่น่าสงสารนะ รู้สึกจุกๆแทน ;___;
    เจบีกำลังหวงจินยองใช่มั้ยล้าาา
    เพราะงั้นทำตัวน่ารักๆสักทีเหอะะะ
    #709
    0
  21. #696 Kat_ty_k (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 22:57
    เจบีหวงของนะบางที่ ส่วนมาร์คก็คงอยากได้แบมแบมมาเป็นของตัวเองงงงงง
    #696
    0
  22. #681 ผักชีดอง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 17:15
    นี่ว่าเจบียังไม่รักเนียร์ ไม่ได้หึง แต่เหมือนหวงหรือ ไม่รู้ดิ อาจจะคล้ายๆกัน ก็มีทาสคนเดียวอะเนอะ 55555
    นี่สงสารมาร์คอะ เป็นคำตอบที่แบมแบมเคยคิดได้เลยนะว่ามาร์คหวงเพื่อนหรืออิจฉา ก็น่าสงสารเขานะ คงหว้าเว้มาก ถึงขนาดใหบังคับให้แบมเช็ดปากให้ มาร์คคงแค่ต้องการใครสักคนที่ก็ต้องการมาร์คเหมือนกัน
    #681
    0
  23. #537 ปาร์คปาล์มพันเจ็ด (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 12:51
    เจบีจะเป็นห่วงเนียร์หรือว่าอะไร อย่าให้งงสิ อย่าฟอร์มเยอะด้วย
    #537
    0
  24. #510 พี่จินนน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 13:18
    อ่านมาถึงตอนนี้ทีแรกแค่หมั่นไส้แจบอมนะ ตอนนี้รู้สึกจะเกลียดละ55555 ทำร้ายจินยองน่าสงสารมากอะ แต่แบบไปทำร้ายเขาก็ไปช่วยเขาเนอะ คือแบบคนอื่นทำร้ายไม่ได้ ตัวเองทำร้ายได้คนเดียวงี้ปะ55555
    #510
    0
  25. #505 ~GOT_PM~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 01:46
    เจบีคะ หึงก็พูดมาาาาาาาาาา แหม่ๆทำร้ายเขาแล้วแอบมาดูกล้องวงจรปิดคืออะไร ไม่ยกโทษให้หรอกนะ ชิ!
    มาร์คคึน่าสงสารจังง พ่อคนเก็บกดของบ่าว 
    #505
    0