(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 6 : ::7Sins:: 4 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,042
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    4 มิ.ย. 58

7 SINS

ENVY & PRIDE

 

 

 

ไฟแสงสีประกอบกับเสียงดนตรีและกลิ่นอายของความมึนเมาล่องลอยไปทั่วผับไฮโซชื่อดัง   มันถูกเรียกว่าแหล่งมั่วสุมก็จริง แต่ที่แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนตัวมากกว่าที่อื่น  เพราะผับแห่งนี้จะเปิดรับเฉพาะลูกค้าที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงจริงๆเท่านั้น   คนชนชั้นกลางจึงไม่มีสิทธิ์จะได้เข้า  อีกอย่างลูกค้าคนรวยๆก็ไม่ได้มีเยอะมากมาย คนถึงได้มีไม่เยอะและค่อนข้างสงบมากกว่าทุกที่

 

ตั้งแต่ประตูทางเข้าได้ถูกปูพรมแดงไว้เพื่อคอยต้อนรับลูกค้าอย่างหรูหรา ยิ่งมีพวกเจ้าหน้าที่การ์ดหลายคน ที่คอยกระจายกำลังรักษาความปลอดภัยกันอยู่หลายตำแหน่งทั่วสารทิศผับ ราวกับจะมีงานประมูลสินค้าระดับประเทศครั้งใหญ่จัดขึ้น ณ ที่แห่งนี้อะไรทำนองนั้นเลย 

 

ที่นี่คือผับชั้นเยี่ยม  มีสิ่งผิดกฎหมายเกี่ยวกับบ่อนคาสิโนทั้งหมด ให้ได้เล่นสนุกอย่างครบครัน  เช่น โป๊กเกอร์ , ฟุตบอลโต๊ะ ,สล๊อทแมชชีน, ร่วมไปถึงเครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกล พลังไฟฟ้า พลังแสงสว่าง หรือพลังอื่นใดที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใดซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ไม่ว่าจะโดยมีการนับแต้มหรือเครื่องหมายใดๆหรือไม่ก็ตาม

 

อิม แจบอม หนึ่งในลูกชายของเศรษฐีระดับโลก ก็ได้แวะมาปิดเอาชั้นสองโซนวีไอพีทั้งชั้นเพื่อมานั่งจิบไวน์แก้เบื่อเพียงไม่กี่แก้ว  ถ้าจะถามว่าทำไมเขาถึงได้ใช้ชีวิตสิ้นเปลืองขนาดนี้

 

  1. เขารวยและฉลาดจนไม่ต้องไปทำสิ่งมีสาระอย่างอื่น

  2. ถ้าสงสัย ลองย้อนกลับไปอ่านข้อแรก

 

ก็ไม่ถึงขั้นเสพติด เพราะไม่ได้หมกมุ่นเที่ยวกลางคืน  ก็แค่นานๆทีถึงจะมาก็เท่านั้นล่ะ  ปกติก็มาตัวคนเดียวตลอด ไม่มีหรอกที่จะพาเพื่อนมาด้วย เพราะไม่ได้คิดจะคบเพื่อนอยู่แล้ว   

 

เครื่องดื่มบนโต๊ะล้วนมีแต่ขวดไวน์  เพราะแจบอมเป็นพวกนิยมดื่มไวน์ ไม่ว่าจะเป็นไวน์ชนิดไหนก็ล้วนโปรดปราน แต่ที่ถูกปากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นไวน์แดงที่ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคร้าย ทั้งยังสามารถทำให้สมองแล่น ด้วยสารประกอบช่วยส่งให้เลือดไปเลี้ยงดีขึ้น ผู้ที่ได้รับสารเรสเวอราทรอล อันเป็นสารประกอบในไวน์แดง ที่จะทำให้คำนวณสถานการณ์ในใจได้เก่งขึ้น เหตุเพราะมีเลือดไปเลี้ยงสมองได้ดี 

 

ต้องเป็นเครื่องดื่มแบบนี้สิ ถึงจะเหมาะสมกับคนฉลาดๆอย่างเขา

 

อ่อ..จริงสิ ต้องเป็นเฉพาะไวน์ที่หมักอย่างดีแล้วก็บ่มเพาะจนได้ที่เท่านั้นด้วยนะ  เพราะเวลาเขาดื่มจะได้ไม่รู้สึกคันคอ และผับแห่งนี้ก็ไม่เคยทำให้แขกวีไอพีอย่างเขาต้องผิดหวังซะด้วย  แม้จะเคยดื่มไปสักกี่แก้ว ก็ไม่เคยมีอาการคันคอเลยสักครั้งเดียว

 

เขาไม่ดื่มเหล้าหรอกนะ เพราะผู้ดีเขาไม่นิยมดื่มกัน..

 

 เหล้าก็คือสิ่งที่มันทำลายสมอง ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อม หลงลืม   แถมยังสามารถทำให้คนที่มีเกียรติศักดิ์กลายเป็นสุนัขได้  ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าคนมีสมองฉลาดอย่างเขาไม่สมควรที่จะไปแตะต้องมัน  ถึงจะมีราคาแพงมากสักแค่ไหน ก็ย่อมไร้ค่าในสายตาเขาอยู่ดี

 

 ถ้าดื่มแล้วไม่ฉลาดขึ้นจะดื่มไปเพื่ออะไร  เห็นหลายคนที่โง่อยู่แล้ว ก็ยังไปดื่มให้ตัวเองโง่ขึ้นอีก

 

ในบ้านเขาก็มีคนๆหนึ่งที่รักมันยิ่งกว่าอะไร  เป็นคนที่ชอบเรื่องเหล้า  เรื่องเพศ,เรื่องเที่ยว  ก็จริงอยู่ที่มันอาจจะเหมือนทำให้คึกคักมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นในช่วงแรก ผ่านไปสักพักก็เริ่มเสื่อม  คาดว่าคนที่หมกมุ่นเรื่องเพศอย่าง คิม จีวอน  เป็นไปได้ว่าอีกไม่นานเซ็กส์ก็จะเสื่อมเช่นกัน

 

เขาไม่ได้แช่งหรอกนะ  ก็แค่หวังว่ามันจะเป็นไปอย่างที่คิด

 

แจบอมแกว่งแก้วไวน์ในมือสองสามรอบ ดมอีกหนึ่งฝืดเพื่อซึมซับกลิ่นและรสชาติของไวน์เต็มที่ ก่อนจะยกเอาแก้วขึ้นมาจรดริมฝีปากเพื่อดื่ม พอผ่านไปได้ซักพักก็เริ่มเบื่อหน่าย  เขาควรหาอะไรสนุกๆทำ ให้มันคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหน่อยดีกว่า  ไหนๆก็อุตสาห์เหมาโซนวีไอพีมาแล้วนะ

 

ชายหนุ่มควักมือถือขึ้นมากดหมายเลขที่ไม่เคยได้บันทึกไว้ในเครื่องขึ้นมากดโทรออก ความจริงไม่ต้องเม้มรายชื่อให้เสียเวลา เขาก็จำเบอร์ติดต่อได้เกือบทั้งหมดอยู่แล้ว

 

“ออกมาหาฉันเดี๋ยวนี้”  พอคนปลายสายกดรับ แจบอมไม่รอช้าที่จะออกคำสั่ง คนจึงฟังเงียบไปซักพักเพื่อใช้เวลาคิดว่าเบอร์แปลกที่โทรมาคือใคร  พอเริ่มแน่ใจว่าคือเขาผู้นั่นจริงๆ เจ้าตัวก็ผ่อนลมหายใจเล็กๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นเสียงขุ่น

 

(คุณรู้เบอร์ผมได้ยังไง)

 

“ฉันเป็นใครล่ะ?”   แจบอมทำเสียงเย้ยหยัน  คนถือสายฟังก็ไม่กล้าหือหรือพูดเถียงอะไร น่าจะรู้ถึงความฉลาดของเขาเป็นอย่างดี  การที่จะค้นหาเบอร์โทรทาสผู้น่ารักสำหรับเขามันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ติดต่อหรือแผนที่บ้านชุมชมแออัดที่อีกคนอาศัยอยู่ คนฉลาดอย่างเขาก็สามารถค้นหาข้อมูลทั้งหมดมาได้อยู่แล้ว

 

(ผมต้องทำการบ้านนะครับ ออกไปข้างนอกตอนนี้ไม่ได้หรอก นี้ก็ยิ่งดึกมากแล้วด้วย)

 

“จ่ายเงินค่าปฎิเสธมาให้ฉันสิ”  แจบอมข่มขู่เรื่องข้อตกลงตามที่ระบุเอาไว้ในเอกสารสัญญาทาสข้อที่ 2  การที่ไล่ต้อนเหยื่อหรือทำให้ตกอยู่สภาวะจนมุม จนไม่อาจจะเลี่ยงหนีไปไหนได้ด้วยถ้อยคำและกฎเกณฑ์ที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นด้วยตัวเอง มันอาจจะเป็นวิธีบีบบังคับที่ไม่มีเหตุผลมากที่สุดในโลก แต่นั่นแหละ.. คือสิ่งที่อิมแจบอมถนัดมากที่สุด 

 

กรงก็อยู่ของมันดีๆ อยากหน้าโง่บินเข้ามาโดนขังเองทำไมละจริงไหม?

 

 

 

(ก็ได้... แล้วผมต้องไปเจอคุณที่ไหน 

 

“ผับที่ชื่อว่า xx- xx

 

แจบอมเหยียดยิ้มร้ายที่มุมปากด้วยความรู้สึกเป็นผู้อยู่เหนือกว่า  ยังไงซะ.. ลูกไก่ในกำมือก็คือลูกไก่ในกำมือนั่นแหละ ให้ลองบีบหน่อย ก็ร้องขอชีวิตแล้ว แต่ถ้าหากเกิดมี วันใดวันหนึ่ง   ลูกนกมันเกิดดื้อด้านขึ้นมา เขาก็พร้อมที่จะบีบให้ตายคามือได้อย่างไม่ต้องลังเล

 

 

 

 

 

ENVY & PRIDE

 

จินยองได้มาถึงสถานที่ที่ตนได้นัดหมายกับแจบอมไว้  แค่ปรายมองหน้าผับก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่สมควรมายืนอยู่ตรงนี้  มันเป็นถิ่นเฉพาะคนร่ำรวยอย่างแท้จริง  แล้วไอ้เด็กแต่งตัวบ้านๆอย่างผมมาทำอะไรอยู่แถวนี้  ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องมาจริงๆ ผมไม่มีทางมาเหยียบที่นี่อีกแน่นอน

 

“เข้าไม่ได้หรอกนายยังเด็กเกินไป”  หนึ่งในนายการ์ดชุดสูทดำเอ่ยย้ำเป็นรอบที่สองหลังจากที่ผมบอกว่ามาหาคนที่ชื่ออิมแจบอม  แต่กลับถูกปฎิเสธแถมยังโดนสายตามองเหยียดยามนั่นอีก ก็อยากขอบคุณที่ยังไม่ไล่ตะคอกกัน  อย่างน้อยที่นี่ก็เหมาะสมกับคำว่าผับผู้ดีอยู่หรอก

 

“อิมแจบอม เขาเป็นเพื่อนผมจริงๆนะ ขอร้องละ ให้ผมเข้าไปเถอะครับ”

 

“ถ้าพูดง่ายๆแบบนี้ แล้วฉันยอมปล่อยให้นายเข้าไป ก็ไม่สมกับเป็นการ์ดสิ ที่นี่เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยสูงมาก ยิ่งเป็นลูกชายของท่านผู้นั้น พวกเราก็ยิ่งให้นายเข้าใกล้ไม่ได้”

 

“แต่ว่าเขาเรียกผมมาที่นี่”

 

“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ แล้วคนอย่างคุณแจบอมก็ไม่น่าจะรู้จักกับคนอย่างนายด้วยซ้ำ”

 

อุตส่าห์ถ่อกายมาถึงที่นี่ตั้งไกลก็ว่าเหนื่อยแล้ว ยิ่งต้องมายืนไกล่เกลี่ยกับเหล่าการ์ดให้เชื่อนี่เทียบกันไม่ติดเลย เขาท้อแท้เกินที่จะพยายามเข้าไปข้างใน  แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็มีบัตรนักเรียนซงพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา บ้างทีมันอาจจะช่วยยืนยันอะไรหลายๆอย่าง ให้ง่ายขึ้นก็ได้

 

 

“ถ้าพวกคุณไม่เชื่อว่าผมเป็นเพื่อนเขา  ก็เอาบัตรนักเรียนผมไปตรวจสอบได้เลยครับ”  จินยองส่งบัตรนักเรียนให้คนตรงหน้า  ฝ่ายนายการ์ดจึงรับบัตรมาอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แต่ก็ยังยื่นให้การ์ดคนอื่นส่งต่อไปยังหน่วยตรวจสอบข้อมูลเพื่อพิสูจน์ว่านี้คือบัตรจริงหรือบัตรปลอม

 

ใช้เวลาไม่นาน คนส่งข้อมูลก็ได้ยืนยันมาว่า มีชื่อนี้มีอยู่ในโรงเรียนซงจริงๆ ทำเอาเหล่าการ์ดหน้าเจื่อนกันหมดและรีบเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

“ขอโทษที่เสียมารยาทกับคุณหนูนะครับ พวกเราไม่รู้จริงๆ คราวหลังจะระวังให้มากกว่านี้”

 

“เอ่อ.. ไม่เป็นไรหรอกครับ” พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปแบบกะทันหันทำให้จินยองงงไม่น้อย ร่างเล็กได้แต่ยิ้มแหยๆแล้วยกมือขึ้นมาเกาหัวเพราะทำตัวไม่ค่อยถูกเท่าไหร่นัก

 

“ยังไงผมก็ต้องขออภัยอีกครั้ง เชิญเข้ามาก่อนได้เลยครับ  ผมจะเป็นคนช่วยนำทางให้คุณเอง”  หนึ่งในนายการ์ดร่างใหญ่กล่าวอย่างรู้สึกผิดพร้อมโค้งขอโทษอีกหนึ่งรอบ  ก่อนจะยิ้มแล้วผายมือเข้าไปในผับ ส่วนนายการ์ดที่เหลืออยู่ก็ต้องรีบเปิดทางให้กายบางได้ผ่านเข้าไปด้านใน

 

จินยองผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นแขกคนสำคัญถูกเชิญตัวขึ้นไปบนโซนวีไอพีชั้นสอง พอมาถึงที่หมายนายการ์ดก็โค้งตัวให้ตามมารยาทก่อนจะหมุนตัวลงบันไดเพื่อไปเฝ้าประจำอยู่หน้าผับตำแหน่งเดิม  

 

จินยองหันมองซ้ายขวา ก็เจอหนึ่งในลูกชายของตระกูลเศรษฐีซงที่กำลังใช้ฝ่ามือเรียวสวยจับก้านแก้วไวน์ไว้ในมือในมาดผู้ดีแต่ก็แฝงไปด้วยความยโสและโอหังในแบบ อิมแจบอม ซึ่งเขาได้นั่งอยู่ในท่ายกขาขึ้นไขว่ห้างบนโซฟาหรูหราพิเศษสำหรับแขกวีไอพีโดยเฉพาะ 

 

“นายมาช้า” ผู้เป็นเจ้านายบ่นผู้มาเยือนคนใหม่พร้อมใช้สายตาเป็นเชิงตำหนิเพื่อให้จินยองได้รับรู้ว่าตัวเองนั่นเป็นฝ่ายผิดเต็มๆ ที่คิดมาเล่นตัวกับคนอย่างเขา

 

“ขอโทษครับ คือว่าการ์ดเขาไม่ยอมให้ผมเข้ามาตอนแรก”

 

“อ๋อ.. ฉันลืมไป คนจนๆอย่างนายมันไม่เหมาะกับที่นี่”   ไม่วายที่จะพูดแขวะอีกคนให้เจ็บใจเล่น   อีกฝ่ายก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่หรอว่า คนรวยแบบเขาไม่เลือกจะไปสถานที่กระจอกๆอยู่แล้วนี่

 

อย่างน้อยถ้าหากว่ายังมีเศษเสี้ยวความฉลาดในหัวสมองเหลืออยู่สักนิด  ก็หัดรู้จักแต่งตัวให้ดูดีมากกว่านี้สิ คนสมัยนี้ชอบวัดค่าความรวยกันที่เสื้อผ้าทั้งนั้นล่ะ  แค่พื้นฐานทางสังคมง่ายๆ     แค่นี้ยังคิดเองไม่ได้เลย เพราะแบบนี้ไงถึงได้เป็นเด็กหลุดทุนโง่เง่าที่ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่างน่ะ

 

นั่งลงสิมือหนาวางแก้วไวน์เอาไว้บนโต๊ะก่อนจะผายไปด้านข้าง เรียกให้จินยองอึกอักอยู่ซักพักกับท่าทีสงบเสงี่ยมนั้น กายบางเคลื่อนเข้าไปใกล้ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางเกร็งๆ

 

ไม่ใช่โซฟา

 

แต่ยังไม่ทันที่สะโพกผายจะได้สัมผัสกับโซฟาตัวใหญ่ จู่ๆ เสียงทุ้มนั่นก็เอ่ยท้วงขึ้นมาเสียก่อน

 

ครับ..?”  คิ้วเรียวผูกเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ  ถ้าไม่ให้เขานั่งตรงโซฟาแล้วจะให้ไปนั่งตรงไหนเพราะนอกจากโซฟาแล้วก็ไม่เห็นจะมีเก้าอี้ตัวอื่นให้นั่งเลยไม่ใช่หรือไง?      

  

จินยองนึกสงสัยอยู่ในใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างขึ้นมาทันตาเมื่อแจบอมทำเพียงแค่ชี้นิ้วลงไปตรงพื้น

 

“ให้ผมนั่งพื้นหรอครับ?”

 

“ใช่..ฉันไม่อยากให้นายมานั่งในระดับเดียวกับฉัน  ชนชั้นของเรามันต่างกันเกินไป เข้าใจไหม?”

 

คำพูดที่ชอบแบ่งชนชั้นถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของผู้ที่อ้างตนว่าเป็นผู้ดีอีกครั้ง ไม่ว่ากี่ครั้งก็ทำให้คนฟังหน้าชาวาบได้เสมอ 

 

“แล้วที่ห้องเรียน..” 

 

“นายลืมสถานะตัวเองที่ฉันเคยบอกไปหมดแล้วรึไง”

 

“..” 

 

“ฉันไม่คิดว่าต้องมาบอกเรื่องนี้ซ้ำอีกนะ”

 

“...”

 

“ทาสมีหน้าที่อะไร”  แจบอมถามขึ้นเสียงขุ่น คำตอบนั้นนายก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ แค่ขอรื้อฟื้นความทรงจำนิดหน่อยคงไม่ถึงตายหรอกมั่ง แต่ถ้าตอบไม่ดีก็เตรียมตัวตายได้เลย บทลงโทษสำหรับคนที่ไม่เชื่อฟังและทำให้เจ้านายไม่พอใจก็ มันมีให้เลือกตั้งหลายวิธีเลยนะ

 

“เชื่อฟังและทำตามคำสั่งเจ้านายอย่างเดียวก็พอครับ”   หากแต่คำตอบที่เจียมตัวและท่าทางที่หวาดหวั่นทำให้อิมแจบอมพึงพอใจ

 

“ก็รู้ตัวดีนี่”

 

จงท่องให้ขึ้นใจว่าอิมแจบอมคือผู้ถูกเสมอ  การที่นายคิดจะแย้งเจ้านาย มันถือเป็นการกระทำที่อวดดีไม่ใช่เรื่องที่ทาสต้อยต่ำสมควรทำ ดีแค่ไหนที่เขาตอนนี้ยังอารมณ์ดีอยู่ ครั้งนี้จะยอมปล่อยให้รอดไปก่อนแล้วกัน แต่ถ้าครั้งหน้ามีอีก ก็รอรับชะตากรรมอันโหดร้ายไปได้เลย

 

“คุณเรียกผมมา มีเรื่องอะไรรึเปล่า?”  จินยองรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเมื่อเห็นว่าบรรยากาศมันชักจะน่าอึดอัดขึ้นทุกที เขาแทบจะทนรอยืนอยู่เฉยๆไม่ไหว  อยากจะรีบจัดการตรงนี้ให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้านไปทำการบ้านต่อจะแย่อยู่แล้ว อยู่ที่นี่ไม่เห็นจะสนุกตรงไหนเลย

 

“ฉันก็แค่อยากมีเพื่อนดื่มบ้าง เห็นเหล้าบนโต๊ะนี้ไหม เรามาลองพนันกันหน่อยดีกว่า”  จินยองเม้มริมฝีปากอย่างกังวลใจเมื่อได้ยินคำว่า พนัน  แน่นอนว่าการพนันไม่เคยหมายถึงเรื่องดี พอลองมองตามที่อีกฝ่ายชี้ก็พอจะเข้าใจอะไรได้ลางๆ

 

 “เหล้าเพรียวๆ หนึ่งช็อต แทนเงิน 20,000 วอน”

 

ธนบัตรจำนวนสองหมื่นวอนได้ถูกแก้วใสที่บรรจุเหล้าไว้เต็มแก้ววางทับไว้หลายใบ  และยังมีจัดเรียงลำดับไว้ด้วยว่ายิ่งดื่มได้มากขึ้นเท่าไหร่ จำนวนเงินก็ยิ่งเยอะมากขึ้นเช่นกัน  หลายคนอาจคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แต่ไม่เลยสำหรับคนที่ไม่เคยดื่มอย่างปาร์คจินยอง..

 

 “แต่ผมไม่เคยดื่มเลยนะครับ”

“แล้วไงหรอ?” แจบอมจงใจทำเป็นเมินเฉย  ทิ้งให้ผู้เป็นทาสเผชิญหน้าอยู่กับปัญหาไร้สาระคนเดียวเพียงลำพัง  การแก้ปัญหาก็ไม่เห็นจะเป็นเรื่องยุ่งยากตรงไหน  ถ้าไม่เคยดื่ม ก็แค่ยกมันขึ้นมาดื่มสิ เขาอุตส่าห์คัดเลือกเหล้าคุณภาพต่ำ ที่มีราคาถูกมากที่สุดในผับแห่งนี้ให้เองเลยนะ

 

บุคคลที่มีคุณภาพต่ำย่อมคู่ควรกับสินค้าราคาถูก

 

ก็เรื่องจริงไม่ใช่หรือไง?

 

“พรุ่งนี้ผมมีงานด้วยนะครับ แต่ว่า..”

 

“แล้วเหล้าที่เทไปแล้วจะทำยังไงล่ะ? นายมีปัญญารับผิดชอบมันทั้งหมดไหม?”

 

ข้ออ้างที่จินยองเถียงไม่ได้ถูกยกขึ้นมาอีกหน ตามจริงแจบอมแค่อยากมีเพื่อนร่วมดื่มด้วยเท่านั้นไม่ใช่เหรอ นี่มันแกล้งเขาชัดๆเลย

 

สายตาคมเข้มมองมาด้วยความกดดัน แจบอมเอนหลังพิงโซฟาด้วยท่าทางสบายๆจากนั้นก็ยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง มือหนาหยิบแก้วไวน์ทรงสวยขึ้นมาเอียงวนไปวนมาอยู่ชั่วครู่ในขณะที่มองก่อนจะจิบซักเล็กน้อย ที่ริมฝีปากกระตุกยิ้มในขณะที่จินยองยังคงเม้มปากแน่น

 

ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธสินะ..

 

 

“ครับ ผมจะดื่ม”  จินยองยอมนั่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วคว้าเหล้าแก้วแรกขึ้นมามองทำใจอยู่นาน  เพียงแค่ได้กลิ่นลอยฟุ้งขึ้นมาก็เวียนหัวแล้ว  ถ้าต้องดื่มมันเข้าไปจนหมดแก้วจะยิ่งขนาดไหน

 

ทำไงดี..

 

คำนี้วนเวียนอยู่โสตประสาท จินยองตกอยู่ในสภาวะความเครียดรุมเร้าอีกครั้ง  อยากจะเอ่ยปากปฎิเสธออกไป แต่การขัดขืนต่อคำสั่งคือย่อมมีผลร้ายแรงตามมาเสมอ และเขาก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น  ในเมื่อตัดสินเลือกที่จะเป็นแบบนี้  ก็แค่ยอมๆเหมือนอย่างที่เคยผ่านมา 

 

ฝ่ามือเรียวยกแก้วขึ้นมาจ่อริมฝีปากก่อนจะยกขึ้นรินของเหลวที่เรียกว่าสารเอทิลแอลกอฮอล์ผ่านสู่ลำคอไปได้หมดแก้ว พอได้ลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่ก็อยากจะหยุดดื่มพอแค่นี้  เพราะมันไม่ได้อร่อยเหมือนอย่างที่คิด ซ้ำร้ายยังทำให้เขาเวียนหน้าจนอยากจะอ้วกอีก

 

แต่ผมหยุดไม่ได้..

 

ถ้าอิมแจบอมโกรธขึ้นมาจะทำยังไง

 

จินยองเก็บเงินจากแก้วแรกไว้ก่อนจะหยิบแก้วที่สองขึ้นมาดื่มต่อ  แต่ที่น่าตกใจคือครั้งนี้มันเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกว่าครั้งแรก ทว่ากลับมีอาการเวียนศีรษะอย่างร้ายแรง ถึงขั้นควบคุมแผ่นหลังให้นั่งนิ่งๆไม่ได้เลย มันมีหลายครั้งที่ต้องเผลอเอียงตัวไปมาอยู่ตลอดเวลาเพราะมึนหัว 

 

คนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับไวน์ชั้นเลิศอย่างอย่างแจบอม ก็คอยนั่งเฝ้าสังเกตอาการของจินยองอยู่ซักพัก ตอนนี้สามารถมองเห็นได้ชัดว่ากายบางเริ่มนั่งหลังตรงไม่ได้แล้ว  ไม่ต้องคิดถึงสภาพตอนลุกขึ้นเดินเลย   มิหวังคงได้เห็นคนล้มหัวฟาดฟื้นตายในผับอย่างไม่ต้องสงสัย

 

เริ่มเมาแล้วสิ?

 

ใบหน้าเริ่มแดงซ่าน  ดวงตาเริ่มก็เลือนลอย  ทำหน้าซึมๆเหมือนอยากหลับ  แต่มือบางก็กระดกเหล้าเข้าปากไม่ยอมหยุด ทั้งๆที่ตัวเองพึงเคยดื่มครั้งแรกแต่ดื่มไม่รู้จักบันยะบันยังแบบนั้น  มันเป็นภาพที่น่าสมเพชจนต้องเบือนหน้าหนี  ความจริงเขาเองก็ไม่ได้คะยั้นคะยอให้ดื่มมากขนาดนั้น ก็แค่ให้ลองมาพนันกันดูก็เท่านั้นเอง..     

 

สงสัยจะอยากได้เงินจนตั่วสั่น พอเห็นธนบัตรหลายใบวางเอาไว้บนโต๊ะก็กระตุ้นให้ร่างบางดื่มเหล้าเข้าไปเรื่อยๆ

 

คนจนที่แสนโลภ

 

น่ารังเกียจจริงๆ

 

20 นาทีผ่านไป..

 

ทาสผู้เชื่องในคำสั่งตอนนี้กำลังนอนหมดสติอยู่บนพื้นเพราะพิษของแอลกอฮอล์ แจบอมถึงกลับต้องยกมือขึ้นมากุมขมับ  ก่อนจะยกแขนข้างที่มียกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ก็พบว่านี้มันก็เลยเวลานอนปกติมาแล้ว คนที่ชอบดูแลรักษาสุขภาพอย่างเขา สมควรจะได้รับการพักผ่อน

 

วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อนสินะ..

 

พอนึกได้เช่นนั้น ก็กระดิกนิ้วเรียกนายการ์ดสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ตรงบันไดเข้ามาเคลียร์เรื่องเงิน ก่อนจะออกคำสั่งให้ช่วยหิ้วปีกคนที่นอนไร้สติอยู่บนพื้นออกมาปล่อยทิ้งไว้ตรงเก้าอี้หน้าผับส่วนตัวเองก็นั่งอยู่บนรถคันหรูที่มีคนขับรถส่วนตัวคอยขับให้ด้วย

 

แน่นอนว่าเขาไม่อยากไปส่งอีกฝ่ายถึงหน้าบ้าน.. 

 

เหตุผลมันก็ง่ายๆ เพราะเขาไม่อยากเอาตัวเข้าไปสูดอากาศในที่ๆ มีแต่มลพิษ  ไม่รู้ว่าเข้าไปจะติดโรคคนชั้นต่ำมาด้วยรึเปล่า บังเอิญว่าผู้ดีแบบเขาไม่ควรจะไปแปดเปื้อนในสถานที่แบบนั้น  แค่ลองจินตนาการภาพหมู่บ้านที่มีแต่คนจนอาศัยอยู่รวมกัน มันน่าขยะแขยงจะอยากจะอ้วก  แถมถ้าไปส่งยังต้องเอาขึ้นรถไปด้วยอีก

 

สองขาเรียวหยุดชะงักก่อนจะหันไปหาบอดี้การ์ดสองคน มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับมองร่างบางที่โดนหิ้วปีกไม่ได้สติอยู่นั้นอย่างพิจารณา

 

“ทิ้งไว้หน้าคลับนี่ล่ะ”

 

แจบอมพูดเพียงแค่นั้นก็หันหลังเดินขึ้นรถไป บอดี้การ์ดสองคนหันไปมองหน้ากันอย่างช่างใจ เขาสงสารคนตัวเล็กนี่ไม่น้อยแต่ด้วยหน้าที่การงานและสถานภาพที่อยู่ในตอนนี้แล้ว ไม่มีใครสามารถขัดใจแจบอมได้หรอก

 

เพราะแบบนั้น..

 

ร่างของจินยองจึงถูกทิ้งเอาไว้ที่หน้าผับตลอดทั้งคืน


 





 

ENVY & PRIDE

 

 

 

ในทุกๆวัน ลูกชายเศรษฐีทั้งเจ็ดคนจะร่วมรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับผู้เป็นพ่อ แต่วันนี้ลูกชายคนที่สองของบ้านเลือกจะไปทานอาหารเช้าที่พาร์เธนอนกับเพื่อนสนิท เหตุผลหลักๆ คือไม่อยากฟังเสียงผู้เป็นบิดาบ่นและลามปามด่ากราดลูกคนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไปด้วย

 

พ่อน่ะ โมโหแล้วก็เป็นงี้ทุกที

 

ก็เมื่อคืนไอ้ซึงยูน มันไปสร้างวีรกรรมไว้พอพ่อรู้เรื่องเข้าเท่านั้นละ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เรียกว่าบ้านจึงไม่ใช่ที่แรกที่น่าอยู่อีกต่อไป เพราะฉะนั้นเขาไม่ควรปรากฏตัวอยู่ใกล้ๆพ่อ  ในยามที่อยู่ในอารมณ์โมโหจัดหรืออะไรก็ตามที่ทำให้พ่อไม่สบอารมณ์

 

เพราะการเป็นฝ่ายถูกพาลในเรื่องที่เราไม่ได้รู้ด้วย มันไม่เคยสนุก..

 

“ไงมาร์ค กูนั่งอยู่ตรงนี้นะ!”  เสียงเรียกจากด้านขวาในพาร์เธนอนทำให้มาร์คหันขวับไปมองเพื่อนสนิทที่ยังคอยอยู่กับแฟนสุดที่รักตลอดเวลาไม่ยอมห่างจากกัน  เมื่อกี้แอบเห็นคนตัวเล็กทำหน้าตกใจเมื่อรู้ถึงการมาเยือนของเขา  ยิ่งมานั่งทานข้าวด้วยก็ยิ่งก้มหน้างุดไม่พูดไม่จา

 

สงสัยยังติดใจเรื่องเมื่อคืนอยู่มั้ง..

 

ผมนั่งจ้องคนขี้กลัวที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวเงียบๆ  เจ้าตัวเหมือนจะรู้ตัวว่าโดนมองก็มือไม้ก็สั่นราวกับควบคุมไม่ได้ แค่จะพยายามตักข้าวให้เต็มช้อนเฉยๆ ยังทำไม่ได้เลย เหมือนแบมแบมจะลนมากจนทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง

 

ก็นะ.. กลัวเขาขนาดนั้นเลย?

 

กำลังทรมานอยู่ใช่ไหมละ  เขาก็พอจะเข้าใจอารมณ์อยากพูดแต่ต้องเก็บซ่อนไว้ในใจอยู่นะ     ไม่สิ.. ต้องบอกรู้จักเป็นอย่างดีเลยละ ไอ้ความรู้สึกแย่ๆแบบนั้น  เกิดขึ้นกับเขาไม่รู้กี่ร้อยล้านครั้งจนชินชากลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยไปซะแล้ว

 


ยังไงก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย ที่นายยังต้องรู้สึกแบบนี้ไปอีกนานโขนะ

 

แบมแบม..  J

 


“เป็นอะไร ไม่สบายรึเปล่า?” แจ็คสันถามคนข้างกายอย่างเป็นห่วง เมื่อสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของแบมแบมมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ทำไมทำหน้าพะอืดพะอม ราวกับไม่มีกะจิตกะใจจะทานอะไรเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็บอกเองว่าหิวข้าวมากไม่ใช่หรอ

 

“เปล่าครับๆ ผมแค่เหม่อลอยไปหน่อย”   แบมแบมยิ้มกลบเกลื่อน  แจ็คสันจึงใช้หลังมือแตะลงที่หน้าผากเนียนเพื่อเพื่ออยากจะเช็คอุณหภูมิให้ความร้อนแน่ใจ พอรู้สึกว่าคนตัวเล็กไม่ได้ป่วยเหมือนอย่างที่คิดก็ระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ

 

“ถ้านายไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว”

 

 “อื้อ ผมก็แค่คิดอะไรในหัวไปเรื่อยเปื่อยน่ะ”

 

“หรอ ถ้ามีอะไรก็บอกพี่ได้เสมอเลยนะ”

 

แจ็คสันทำเป็นยิ้มเหมือนไม่ได้คิดอะไร  แต่แท้จริงแล้วก็ยังไม่วางใจในท่าทีที่ผิดไปของคนรัก  ปากชอบบอกเองว่าไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องทำเหมือนว่ามีเรื่องอะไรกวนใจอยู่ตลอดเวลาด้วยละ

 

แต่ก็ช่างเถอะ..

 

เขาไม่ใช่ประเภทชอบจุกจิกใครด้วยสิ  ถึงจะอยากรู้มากแค่ไหน แต่ถ้ามันทำให้เราสองคนต้องทะเลาะจนมีปากเสียง เพราะแค่ความอยากรู้ของผมคนเดียว  มันก็อาจจะฟังดูก้าวก่ายมากเกินไปหน่อย  เอาเป็นว่าถ้าแบมแบมพร้อมเมื่อไหร่  เดี๋ยวก็มาบอกกับเขาเองนั่นแหละ

 

ดูเหมือนคนที่มีความสุขในการรับประทานอาหารเช้าที่สุดในโต๊ะนี้จะเป็นมาร์คต้วน ทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นคนเริ่มเองทุกอย่างกลับทำเป็นเมินเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น  แตกต่างกับแบมแบมที่ยังมีความรู้สึกผิดอยู่  ยิ่งต้องมาโกหก ก็ยิ่งรู้สึกละอายใจต่อแจ็คสัน

 


เหมือนหัวจะระเบิดได้เลยใช่ไหมละ แบมแบม?

 


ถ้าทนรับไม่ไหวก็บอกตรงๆไปเลยสิว่า เมื่อคืนเกือบโดนปล้ำ ถ้าเสียสติจนหลุดพูดออกไปเหมือนอย่างที่เขาต้องการก็คงสนุกไม่หยอก แต่การที่เลือกที่จะเงียบก็ดีเหมือน ถ้าอีกคนเก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อไปอะไรๆ มันจะได้สานต่อง่ายขึ้นกว่านี้หน่อย อุตสาห์ข่มขู่ไปขนาดนั้นคงไม่กล้าปริปากพูดอะไรหรอกมั่ง

 

 

 

 

-ตกเย็น-

 

 

คุณครูเรียกประชุมนักกีฬาอีกครั้ง แต่รอบนี้เรียกแค่หัวหน้านักกีฬา ลูกทีมแบบมาร์คแทนที่เตรียมตัวกลับบ้าน แต่มาเดินกรีดกรายอยู่หน้าตึกเรียนเกรด 10 ไม่รู้อะไรดลใจทำให้อยากแวะมาที่นี่ แต่เพราะเชื่อในลางสังหรณ์ตัวเอง ก็เลยขอลองเปิดโทรศัพท์ยืนรอดูข้อความอีกสักแปบ

 

รอไม่ถึง 5 นาที..

 

(ไปส่งแฟนกูที น้องจะรอมึงอยู่ที่เดิมนะเว้ย)

 

 

มาร์คจ้องข้อความบนมือถืออยู่ซักพักก็สะแหยะยิ้มร้ายออกมาอย่างพอใจ   

 

 

 

ก็บอกแล้วไง  เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกตั้งเยอะ

 

 

มาร์คยืนรออยู่หน้าตึกไม่นาน ก็เห็นคนร่างเล็กเดินออกมาพอดีก็ว่าเดินเข้าไปทัก แต่พออีกฝ่ายเจอเขาที่ยืนรออยู่ใกล้ๆ ก็ทำท่าทีลังเลเหมือนจะก้าวขาออกไปทางอื่น แต่ร่างสูงก็ไม่รอช้าที่จะเดินไปสกัดหน้าเอาไว้  ร่างเล็กจึงต้องรีบเอ่ยดักคอ

 

“ผมกลับเองได้ พี่ไม่ต้องมาส่งผมหรอก รบกวนเปล่าๆ” แบมแบมชิงพูดก่อนทั้งๆที่มาร์คยังไม่ได้ถาม สายตาเรียวคมจ้องมองอย่างไม่ไว้ใจและถอยหลังออกห่าง

 

ท่าทีหวาดกลัวนั้นทำให้มาร์ครู้สึกสมเพชและสะใจ แต่ถึงแบบนั้นร่างสูงก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้ข้างใน และแสดงออกด้วยกายเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกไปให้แทน

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่จะไปส่งนะ”  

 

“แต่ว่าผม..”

 

ชายหนุ่มไม่รอฟังอะไรนอกจากฉุดข้อมือเรียวให้เดินตามตัวเองอย่างเอาแต่ใจ นักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์แถวนั้น ก็ไม่ได้พูดซุบซิบนินทาอะไรมาก เพราะคนทั้งโรงเรียนก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าแบมแบมนั่นมีตัวจริงเป็นแจ็คสัน  ถ้าจะรู้จักเพื่อนแฟนตัวเองบ้าง ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน

 

หนำซ้ำหลายคนกลับอิจฉาเสียอีก..

 

ก็แบมแบมน่ะได้เป็นแฟนของนักกีฬาโรงเรียนไม่พอ คนภายนอกยังคิดว่าเขาโชคดีที่ได้รู้จักกับมาร์คต้วน ลูกชายคนที่สองแห่งตระกูลซงผู้มีนิสัยสุภาพเรียบร้อย แถมยังหน้าตาดี

 

ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้จริงแล้วมาร์คเป็นอย่างไรกันแน่

 




 

ENVY & PRIDE

 

 

 

 

ร่างสูงโปร่งเดินตามหลังคนตัวเล็กเพราะอยากจะไปส่งถึงหน้าห้อง แม้จะไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าตัวเลยก็ตาม แต่แบมแบมคิดว่าถ้าพูดห้ามมาร์คไปก็เปลืองเวลาเปล่าๆ จึงต้องปล่อยเลยตามเลยจนกระทั่งทั้งคู่เดินเข้าไปในลิฟท์ด้วยกัน ไม่ว่ากี่ครั้งแบมแบมก็ไม่เคยชอบความรู้สึกแบบนี้  ยิ่งเป็นในที่ๆ คับแคบและไร้เสียงอื่นใดนอกจากเสียงลมหายใจระหว่างเราสองคนมันห้วนให้คิดถึงเรื่องในคืนนั่น... 

 

เขาไม่อยากจะเอ่ยถึงมันอีก..

 

“นายเงียบแบบนี้ พี่ก็อึดอัดนะ” 

 

“...”

 

มาร์คเป็นคนเปิดเริ่มบทสนทนาก่อน เมื่อเห็นว่าภายในที่แคบแห่งนี้มันเงียบเกินไป แต่พูดไปก็เหมือนคนบ้าที่ยืนคุยกับตัวเองในกระจก นี่แบมแบมจงใจทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศหรอ? 

 

อวดดีเกินไปแล้ว..

  

“เวลามีคนคุยด้วย ตามมารยาทนายก็ต้องสบตาผู้พูดสิ”   มือเรียวยาวเชยคางเล็กขึ้นมาสบตาพร้อมจ้องเขม็ง แค่วูบเดียวคนตัวเล็กก็ไม่กล้าสู้สายตาอีก จึงเบี่ยงหน้าหนีแล้วก้มลงเสมองไปทางอื่น

 

“...”

 

“ไม่คิดจะมองพี่เลยหรอครับ ไร้มารยาทจังนะ” มาร์คกัดฟันกรอด เข่าข่มความรู้สึกรำคาญเอาไว้ในใจก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ สายตายังจ้องอยู่ที่แบมแบมไม่ละ

 

“...”

 

 “หรือจะให้พี่เป็นคนสอนให้ใหม่ดีล่ะ”   มือหนาส่งไปจับปลายคางของร่างเล็กเอาไว้เหมือนเก่า มาร์คใช้โทนเสียงทุ้มนุ่มถาม ทว่าในทางตรงกันข้ามเขาก็เพิ่มแรงบีบบนฝ่ามือมากขึ้นกว่าเดิม เป็นเชิงบังคับว่าถ้าหาก นายยังยืนเงียบเป็นคนใบ้อยู่แบบนี้ต่อไป ฉันก็จะทำให้นายทรมานจนต้องพูดออกมาเอง

 

“ขอร้องละ อย่ายุ่งกับผมได้ไหม” เมื่อแบมแบมทนความเจ็บต่อไปไม่ไหวก็รีบปัดมือใหญ่ทิ้ง มาร์คหัวเราะหึในลำคอเมื่อเหยื่อในกำมือเริ่มมีท่าทางขัดขืน  ถึงขั้นปัดแขนเขาทิ้งนี้ชักจะเหิม เกริมเกินไปหน่อยแล้วมั้ง คิดว่าตัวเองดีเกินกว่าจะแตะต้องได้หรอ

 

ช่างน่าขำ..

 

อย่างมาก แบมแบม ก็เป็นได้แค่เหยื่อตัวสำคัญสำหรับผู้ไล่ล่าอย่างผมเท่านั้นละ  ถ้าให้เริ่มขึ้นมา สำหรับผมแล้วมันก็จะไม่มีคำว่าพอหรอกนะ ผมเล็งเอาไว้แล้ว อย่าหวังว่าจะรอดไปได้เพราะอย่างนั้นจะดิ้นรนต่อไปก็ตามใจเลยสิ

 

“ลืมเรื่องของเราไปแล้วหรอครับ?”  พอมาร์คแกล้งโน้มหน้าเข้าไปกระซิบถามข้างหูหน่อย  คนร่างเล็กก็สะดุ้งตกใจรีบถอยกรูดไปติดอยู่มุมลิฟท์ด้วยใบหน้าที่ถอดสีได้แต่ภาวนาในใจขอให้ลิฟท์เปิดเร็วๆ ก่อนจะถูกอีกฝ่ายรังแกไปมากกว่านี้  

 

“ทำไม กลัวฉันหรอ?”  น้ำเสียงที่นิ่งกว่าเดิมทำให้คนฟังรับรู้ถึงลางร้าย เพราะบุคลิกที่สองของมาร์คกำลังจะกลับมาทำให้เด็กน้อยต้องหวาดกลัวอีกครั้ง นอกจากความเงียบและทำตัวนิ่งๆแบมแบมก็ไม่รู้จะทำอะไรอีกแล้ว เขาไม่เคยจะรับมือกับคนร่างสูงได้เลยสักครั้งเดียว

 

“นายอาจจะคิดว่าตัวเองซ่อนตัวจากฉันได้ แต่ฉันจำกลิ่นของนายได้หรอกน่า”

 

“...”

 

“เมื่อไหร่ที่นายคิดจะหนี ฉันก็จะคอยดมกลิ่นตามพื้นเพื่อไล่ล่า.. จะจับนายไว้แล้วเลียชิมทั้งตัว”

 

“...”

 

เหมือนอย่างที่พวกสัตว์ร้ายชอบทำไงละ”  ชายหนุ่มใช้มือลูบปลายคางเรียวคนตรงหน้าเบาๆ อย่างทะนุทะถนอมราวกับว่ามันเปราะบางมากและสามารถแตกหักได้ง่ายๆ มันเกือบจะเป็นการกระทำที่เหมือนจะอ่อนโยนอยู่แล้ว  ถ้าไม่ติดว่าคนตัวเล็กมีการตอบสนองด้วยการสะดุ้งตัวโหยงขึ้นด้วยความกลัวสุดขีด

 

 มาร์คยิ้มเหี้ยมก่อนจะประคองใบหน้าสวยเอาไว้ แล้วออกแรงผลักดันให้หลังของคนตัวเล็กกระแทกกับผนังลิฟท์อย่างแรงจนเกิดการสั่นไหวของลิฟท์ตัวใหญ่

 

ปึง !!

 

“อ..โอ๊ย!” แบมแบมเบ้หน้าด้วยความเจ็บ แต่ยังไม่ทันจะได้ร้องค้านอะไร ร่างสูงก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้เสียก่อน มันมากจนเขารีบเอียงหน้าหนี หันแก้มจนติดกำแพงลิฟต์ที่อยู่ด้านหลัง

 

แต่มีหรือจะพ้น..

 

“คิดว่าจะรอดจากฉันไปได้เหรอ?  กลิ่นของนายมันคละคลุ้งซะขนาดนี้”

 

มาร์คจู่โจมกดฝังจมูกสันโด่ง ลงบนซอกคอหอมกรุ่นพร้อมฟัดและสูดดมให้หนำใจ เอาให้อีกฝ่ายคอช้ำกันไปข้างหนึ่ง  แบมแบมหดคอเกร็งเมื่อริมฝีปากและลิ้นร้อนชุ่มน้ำลายแตะลงบนลำคอซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีการแอบใช้เขี้ยวคมกัดคอนุ่มให้แบมแบมรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ

 

ผู้ชักนำลากไล้ปลายลิ้นร้อนขึ้นจากลำคอสู่กลีบปากอิ่ม เขาใช้ฟันซี่คมขบลงบนกลีบปากอิ่มแล้วดึงทึ้งเบาๆไปด้วยก่อนจะเลียริมฝีปากอวบเมื่อเริ่มมีความเปียกชื้น แบมแบมจำยอมเผยปากให้คนตรงหน้ารุกรานลิ้นร้อนเข้ามาชอนไชด้านในปากได้อีกหลายครั้งเพราะโดนกัด

 

ไม่มีคำว่าอ่อนโยน..

 

เพราะมาร์คเป็นคนเข้าถึงความรุนแรงและดิบเถื่อนได้มากกว่า

 

“อื้อ..” แบมแบมร้องประท้วงในลำคอเพราะใกล้หมดลม  มือเล็กยกขึ้นมาขย้ำคอเสื้อเชิ้ตจนแทบขาดคามือ หากแต่ผู้เริ่มทำเป็นเมินเฉยและยังเดินหน้าจูบต่อไป  พี่มาร์คไม่เคยลืมรสชาติที่รุนแรง เวลาได้จูบกับเขาทีไรก็ต้องได้กลิ่นเลือดทุกที  ต้องขอยอมรับเลยว่าผู้ชายคนนี้มีรสนิยมที่ไม่ตายตัว แม้แต่ตัวผมเองยังเผลอตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้จูบกับรุ่นพี่

 

 

เป็นรสจูบที่อันตรายถึงขั้นทำให้ลืมหายใจไปชั่วขณะ

 

“อื้อ!!

 

พี่มาร์คบดจูบเรียวปากของผมอย่างรุนแรงและดุดดัน จนกระทั่งเสียงเตือนของลิฟต์ดังขึ้น พร้อมกันนั้นบานเหล็กทั้งสองข้างก็เปิดออก เป็นสถานการณ์บังคับที่ทำให้ร่างสูงต้องผละออกไปอย่างจำใจ

 

ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ กลิ่นคาวเลือดที่ติดอยู่ในปากทำให้ผมมองคนตรงหน้าอย่างระแวง ยิ่งตอนที่เห็นว่าเขายกยิ้มและส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปากเบาๆ ก็ยิ่งทำให้ผมไม่ไว้ใจ

 

คนๆ นี้.. เขาสนุกที่ได้แกล้งผมสินะ

 



“จำไว้ว่านายหนีฉันไม่พ้นหรอก แบมแบม”

 








 



------100%------

#เจบีบ้าอำนาจ

#พี่มาร์คขี้อิจฉา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1426 Wattson (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 10:39
    อะไรของแกเจบี
    #1,426
    0
  2. #1411 mAjjcs (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 08:27
    เกลียดคำพูดทุกคำพูดของพี่เจบี โว๊ะะะะ นี่ยังทิ้งไว้อีก รู้ตัวไหมว่าน่ารังเกียจกว่าสถานที่ที่จินยองอยู่อีกทำแบบนี้น่ะ งอนนนน
    #1,411
    0
  3. #1366 Aely (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 02:05
    ชอบมาร์คโหมดนี้ !!!!
    #1,366
    0
  4. #1347 M.m1nt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 21:10
    พี่มาร์คร้ายอ่ะ
    #1,347
    0
  5. #1336 JB got7 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 12:27
    น่ากลัวทั้งพี่ทั้งน้อง ????????????
    #1,336
    0
  6. #1142 inin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 19:55
    นี่หมันไส้เจบีมากกก เป็นไรคะ นี่ถ้าไม่เห็นว่าหัวเรื่องจั่วว่าbnior นี่คิดว่าองค์แม่แอนนาบีประทับนะคะ ปากคอเราะร้ายไปไหน จิกกัดไปอีก



    ในส่วนของคุณพี่ 2 นั้นนน จิตมากค่ะ สงสารแบมแบม
    #1,142
    0
  7. #1102 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 20:57
    ตอนแรกสงสารมาร์คนะแต่ตอนนี้หรอ....... ส่วนเจเจทำร้ายจูจูดูถูกจูจู ระวัง ?ตัวเองจะรักและขาดเขาไม่ได้แล้วกัน!!!!
    #1,102
    0
  8. #1032 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 15:34
    พี่มาร์คแม่งน่ากลัว ส่วนเจเบ ใจร้ายไปมั้ย หน้าผับเลยนะ
    #1,032
    0
  9. #1010 opel_zuza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:17
    ชีวิตน่าเศร้า อิพวกพระเอกมันร้ายกาจจจจจจจ
    #1,010
    0
  10. #729 toki226 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 11:26
    นี่เป็นพระเอกทั้งคู่จริงๆหรอ =_=
    ที่จริงก็ไม่เกินความคาดเดาเท่าไหร่นะ 555
    #729
    0
  11. #708 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 22:21
    เจบีใจร้ายว่ะ! ทิ้งไว้หน้าคลับเลยหรอออออออออ
    พี่มาร์คร้ายเกินไปแล้ว อ้ายยยยยยยยยยยยยยยย
    #708
    0
  12. #695 Kat_ty_k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 22:50
    โอ๊ยยยยย พี่มาร์คร้ายยยยยย ส่วนพี่เจบีก็ทิ้งนยองไว้ทำไม????
    #695
    0
  13. #680 ผักชีดอง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 16:55
    เราชอบพี่มาร์คตอนแกล้งแบมอะ ดิบดี 5555 ตอนบอกว่าได้กลิ่นแบมนี่นึกถึงเพลง animal ของมารูนเลย 5555 แล้วแบมจะติดใจรสชาติของมาร์คนะ ผู้ชายแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ
    #680
    0
  14. #504 ~GOT_PM~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 01:32
    นังต้วนนนนนนนนนน บ้าจริงพี่ชายยย
    พี่บีไม่ควรค่าแก่การเป็นพระเอกค่ะ โหวตออกเดียวนี้!!!!! นยองน่าสงสารร
    #504
    0
  15. #494 katt. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 23:45
    โรคจิตแน่ๆมัคคึ /ตอนนี้อยากตบเจบีมาก ใครก็ได้จัดการนางทีืหมันไส้ สงสารจินยองง
    #494
    0
  16. #476 PInkyland (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 08:03
    ชอบคาแรกเตอร์แจบอมมากอ่ะ เรื่องนี้โดนสุดๆ พี่มาร์คโคตรเลว555
    #476
    0
  17. #463 kung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 16:13
    ย้ำคำเดิม ฆ่ามาร์คกะบี ทิ้งได้มั้ย
    #463
    0
  18. #408 Plastic-bag (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 23:16
    เคะเรื่องนี้ต้องทรหด ทนได้ทุกสิ่ง เพลีย~ พระเอกอย่างเลวอะ เจบีนี้ก็เหยียดจัง หมั่นไส้! ห้ามแช่งจีวอนด้วย!
    #408
    0
  19. #383 MBKY; (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 21:34
    โอ้ยมาร์คต้วนนี้มันสัตว์ร้ายจริงๆ แบมๆคราวหลังทายาหมองที่คอเลยเอากลิ่นฉุนๆใส่ ก็เอาสิมาร์คต้วนแหม เหอะ แบมๆบอกแจ็คเลย ถ้าต้องยอมมาร์คแบบนี้ต่อไปตัวเองจะไม่แย่เอาหรอ แต่มาร์คต้วนอ่ะ เห็นแบมยอมเข้าหน่อยยิ่งได้ใจโอ้ยยยย เจบีก็ โธ่ คุณพ่อสูงส่ง หมั่นไส้จริงๆ เอะอะก็ชั้นต่ำเอะอะก็พูดเรื่องดูแลร่างกาย อะไรมาบำรุงสมอง แล้วเคยถามตัวเองไหมว่ารู้จักคำว่าความสุขหรือปล่าว ยิ้มครั้งสุดท้ายคือตอนไหน มีความภูมิใจในการมีชีวิตอยู่หรือปล่าว เหอะ จูเนียร์ยังสามารถยิ้มได้แต่แกไม่เลยเถอะ เชอะ
    #383
    0
  20. #373 Kim TangTUAN (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 10:36
    สนุกมากๆเลยอ่า สงสารแบมแบมกับเนียร์มาก
    #373
    0
  21. #357 อย่างนี้ต้องกำจัด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 14:28
    อัพต่อเถอะครับ รอนานแล้ว ลุ้นมาก T_T
    #357
    0
  22. #356 PatChaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 21:06
    สงสารเนียร์ สงสารแบม ㅠ ㅠ 
    พี่บีใจร้ายไปแล้วนะ! เรียกเนียร์มาหาที่ผับ ให้กินเหล้าจนเมาไม่พอ ยังทิ้งเนียร์ไว้หร้าร้านอีก! 
    พี่มาร์คดูขี้อิจฉามากๆ ไม่ดีเลย 
    #356
    0
  23. #355 BF'EYE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2558 / 21:12
    น่ากลัวววววววว ฮรืออออออ สงสารรีบบอกหวังไปเหอะ รักหวังยังยังก็เลิกซะ 55555555
    ไม่งั้นมันจะรู้สึกผิดอย่าแรงเลยนะเว่ยยย แอบร้องไห้ หนึ่งเดือนครั้ง กระซิกๆๆ
    #355
    0
  24. #354 บินแบม (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 18:42
    คือในตัวละครมันน่าสงสารทุกคนนะ ไม่รู้จะเลิกสงสารใครดี 555
    #354
    0
  25. #353 vaxxhan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 16:13
    มาร์คนายควรไปพบจิตแพทย์ 555555555555
    #353
    0