(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 5 : ::7Sins:: 3 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    2 พ.ค. 58



7 SINS

ENVY & PRIDE

 

ท้องฟ้าในยามเช้ารุ่งสางอากาศปลอดโปร่งเย็นสบาย โดยเฉพาะในสถาบันซงที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่และการตกแต่งที่แสนจะหรูหรา  แต่สำหรับปาร์คจินยองคิดว่ามันช่างมืดครึ้มแม้ว่าจะมีสายลมเย็นๆพัดผ่านมาเป็นระยะก็ไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีสดชื่นเลย

 

เขากลุ้มใจจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับมาทั้งคืน ขนาดเช้าวันนี้ยังไม่มีอะไรตกลงมาถึงท้อง ในหัวหนักอึ้งเหมือนโลกหมุนอยู่ตลอดเวลา ขืนยังฝืนกินอะไรเข้าไปคงได้อ้วกออกมาจนหมดอยู่ดี

 

เมื่อวานนี้ ผมได้รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของ อิม แจบอม ว่า เป็นผู้หยิ่งผยองเป็นที่สุดในสามโลก เขามักจะอยู่คู่กับสายตาที่คอยเหยียดยามใครต่อใคร แน่นอนว่ารวมถึงคนจนๆแบบผมด้วย เขาค่อนข้างถือตัวว่าตัวเองเป็นคนสูงส่งเหนือชั้นฟ้า มักพูดโอ้อวดในความฉลาดของตัวเองหรือทรัพย์สินที่มีอยู่จนน่าหมั้นไส้..

 

น่าขำดี ที่ไปขอร้องกับคนที่ไม่ควรขอร้องมากที่สุด

 

ผมมีฐานะความเป็นอยู่หรือตำแหน่งที่ด้อยกว่าเขามากเสียจนเทียบกันไม่ได้ แต่บ้างทีมันก็ไม่เกินไปหน่อยหรือไง แค่แจบอมมีเงินและมีความรู้ก็ทำตัวเหมือนดั่งเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้ซะแล้ว เขาคิดว่าตัวเองสามารถคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้  ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือคนๆนี้คิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือกว่าพระเจ้าซะอีก

 

ผมเห็นสายตาของแจบอมพูดคำว่า คนจน ไม่รู้กี่ร้อยรอบ.. ต้องบอกว่าหน้าเจื่อนทุกครั้งที่ได้สบตา แต่ถึงอย่างนั้นคนประเภทนั้นก็ยังเอ่ยปากว่าจะยอมรับผมไว้พิจารณา ผมเองก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในคำพูดของเขา แต่อย่างน้อยผมก็ยังมีความเชื่ออยู่

 

ชะตาชีวิตผมเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย จะร่วงเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้  ทุกๆอย่างมันขึ้นอยู่โชคชะตา เพราะฉะนั้นโชคชะตาของผมที่เหลืออยู่ จึงได้ตกไปอยู่ในกำมือของผู้ชายคนนั้นหมดแล้ว

 

ถ้าแจบอมไม่ยอมรับ ทุกอย่างก็แค่จบ..

 

ร่างผอมเพรียวเดินก้มหน้าเข้าไปนั่งโต๊ะประจำทันทีที่เดินมาถึงห้องเรียน แต่พอจะหยิบงานค้างที่เก็บอยู่ข้างใต้ลิ้นชักขึ้นมาทำต่อ ก็พบว่าสมุดเล่มนี้ไม่ใช่ชื่อตัวเอง ถ้าจะบอกว่ามีคนมาลืมทิ้งไว้ก็ไม่น่าจะใช่ พอลองรื้อค้นออกมาอ่านก็กลายเป็นว่าหนังสือทั้งหมดไม่ใช่ชื่อเขาอยู่ดี

 

แปลก..

 

ทุกทีเขาก็นั่งข้าง ชเว ยองแจ เพื่อสนิทไม่ใช่หรอ?

 

ดวงตาเรียวกวาดมองหาโต๊ะตัวเดิมไปรอบห้องที่ไร้นักเรียนอีกเช่นเคย เพื่อนร่วมห้องยังไม่มาถึงโรงเรียนกันเลย  อีกส่วนหนึ่งก็ชอบไปรวมตัวกันอยู่ที่ฝั่งพาร์เธนอนมากกว่า มีแต่ผมคนเดียวละมั่ง.. ที่ชื่นชอบอยู่ห้องเรียนตอนเช้า

 

ว่าแต่...

 

โต๊ะเดิมอยู่ไหนนะ?

 

เด็กทุนแสดงอาการชะงักตกใจเมื่อหันหลังไปประจันหน้ากับร่างสูงที่เท้าคางจ้องตาเขม็งอยู่บนโต๊ะประจำหลังห้อง  ในชั้นเรียนก็มีอยู่กันอยู่แค่สองคนเองนะ หากบอกว่าไม่ได้มองเขา ก็ถ้าอย่างนั้นนอกเหนือจากนี้แล้วจะเป็นใครได้อีกถ้าไม่ใช่เขา..

 

จินยองจะไม่อะไรเลย..

 

ถ้าคนๆ นี้ไม่ใช่ อิมแจบอม ผู้ที่อยู่ในห้วงความคิดมาทั้งคืน

 

นี่เหม่อลอยจนมองไม่เห็นร่างสูงที่อยู่มาก่อนหน้านี้เลยหรอ?

 

“มองหาโต๊ะตัวนี่อยู่รึเปล่า” กายเล็กสะดุ้งเมื่อเสียงเข้มทักท้วงขึ้น พร้อมตวัดหางตามองเก้าอี้และโต๊ะเรียนที่ถูกตั้งอยู่ข้างกาย ซึ่งสร้างความสับสนแก่เด็กอดีตเด็กทุนเป็นอย่างมาก

 

ถ้าจำไม่ผิดนั่นมันคือโต๊ะเดิมเขาเอง..

 

โต๊ะเรียนผมถูกย้ายไปอยู่ข้างๆ อิมแจบอม ตั้งแต่เมื่อไหร่? ใครกันที่มาเล่นแผลงๆกับผมแบบนี้                แจบอมเขาต้องโกรธมากแน่เลย ที่ถือวิสาสะไปนั่งในที่ไม่สมควรไปนั่งอย่างนั้น และแล้วความตึงเครียดก็รุมเร้าเข้ามาในโสตประสาทจนเกิดเสียงดังตุบๆในหัว

 

อดีตเด็กทุนอย่าง จินยอง กลายเป็นคนใบ้ไปชั่วขณะ..  

 

“ฉันย้ายมันเองล่ะ มานั่งสิ” ร่างสูงสารภาพเรื่องโต๊ะที่ถูกย้ายออกมาตรงๆ คนฟังว่าแค่นี้ก็น่าตกใจแล้ว แต่คำเอ่ยชวนให้มานั่งข้างๆนั่น น่าตกใจยิ่งกว่า  ผมว่าตัวเองแค่หูฟาดไปเองแน่ๆ        แต่ในใจก็แย้งขึ้นว่าร่างสูงมีบุคลิกเป็นคนจริงจังอยู่เสมอ เรื่องแบบนี้คงไม่ได้พูดโกหกหรอก

 

ให้นั่งข้างๆหรอ แจบอมเขาคิดอะไรอยู่นะ?

 

สองเท้าก้าวขยับอยู่กับที่อย่างลังเลว่าจะก้าวไปดีไหม  สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินไปนั่งข้างๆ            เนื่องจากโดนแววตาเรียบนิ่งสั่งเป็นเชิงข่มขู่ว่าให้รีบมา  จินยองรู้สึกประหม่าไปหมดถึงได้นั่งก้มหน้าชิดอกเมื่อต้องมาอยู่ข้างๆกับร่างสูง

 

ระหว่างนั่นชายผู้เย่อหยิ่งก็หมุนคอจนกระดูกลั่นอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมายื่นให้อีกคนอย่างจำใจ ความจริงเขาอยากจะโยนให้มากกว่าด้วยซ้ำ แต่เพราะมันเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ลูกผู้ดีเขาไม่ทำกัน ก็เลยต้องฝืนใจยื่นให้กับคนจนๆที่น่ารังเกียจแบบดีๆ

 

จินยองมองมันอย่างพิจารณาก่อนจะค่อยๆหยิบมาเปิดดูแบบเกร็งๆ

 

“มันคืออะไรหรอครับ?” ถามออกไปด้วยความไม่รู้ หากแต่เสียงซื่อๆนั้นกลับทำให้แจบอมถึงกับถอนหายใจ

 

“มีตาก็หัดใช้ให้เป็นหน่อย.. นอกจากจนแล้วยังโง่อีกนะ เพราะแบบนี้ไงนายถึงได้หลุดทุนน่ะ”

 

“ข..ขอโทษครับ” คนขี้กลัวเอ่ยปากขอโทษอย่างหวาดๆ ริมฝีปากสีสวยเม้มเข้าหากันไว้แน่น         ไม่กล้าที่จะไปต่อล้อต่อเถียงอะไร แจบอมเขาดูเย็นชามากก็จริง แต่ทำไมถึงหงุดหงิดง่ายจังนะ?

 

ถ้าให้อ่านคร่าวๆ มันก็คือก็ข้อผูกมัดสัญญาทาสที่มีอิมแจบอมเป็นผู้เซ็นอนุมัติรองรับเสร็จสรรพเกี่ยวกับการเงินทั้งหมด เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายที่มีจุดเว้นว่างให้ลงชื่อ ก็แปลว่าถ้าผมยอมเซ็นข้อตกลงทุกอย่างก็จะดำเนินการต่อไปได้ เอกสารเหล่านี้ก็จะสมบูรณ์แบบและสามารถใช้ได้จริง

 

ในตัวเอกสารมีข้อความเพียงสองข้อระบุเอาไว้สั้นๆ ว่า

 

1.      ปาร์ค จินยอง นักเรียนเกรด 12 ห้อง A โรงเรียนมัธยมซง จะยอมทำตามคำสั่งของ อิม แจบอม นักเรียนเกรด 12 ห้อง A ลูกชายของผู้อำนวยการซง อิลกุก ทุกอย่าง โดยไม่มีข้อแม้ เพื่อแลกกับเงินจำนวน 40,000 วอน  ต่อหนึ่งครั้งที่ยอมทำตามคำสั่งนั้นๆ

2.      ถ้าหากมีข้อแม้หรือต้องการขัดคำสั่งหรือไม่สามารถทำตามคำสั่งได้ ปาร์ค จินยอง นักเรียนเกรด 12 ห้อง A โรงเรียนมัธยมซง จะต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 120,000 วอน โดยที่เงินนั้นๆ จะต้องไม่ใช่เงินที่ได้จากการทำงานครั้งก่อนๆ หรือไม่ใช่เงินที่อิม แจบอม เคยเอาให้

 

สรุปให้ได้ใจความก็คือ ผมต้องยอมเป็นทาสที่ต้องรับฟังคำสั่งจากเจ้านายแต่เพียงผู้เดียว คำพูดของเจ้านายคือถูกต้องทุกอย่าง เราไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ถ้าไม่ไปขัดใจอะไรก็จะได้เงิน แต่ถ้าหากไม่ได้ดั่งใจก็จะโดนปรับ โดยเงินที่โดนปรับนั้นผมต้องเป็นคนหามาเอง ซึ่งสำหรับคนอื่นแล้ว.. 120,000 วอนมันอาจจะไม่ได้มาก แต่สำหรับผมมันก็สามารถใช้กินข้าวไปได้ทั้งอาทิตย์  

 

สัญญาแบบนี้มันไม่ได้มีความเป็นธรรมเลยซักนิด  มีแต่จะถูก แจบอม เอารัดเอาเปรียบอย่างเดียว..

 

 “ต้องอธิบายให้ฟังอีกไหม โง่ๆ แบบนายคงจะไม่เข้าใจใช่รึเปล่า?” แจบอมถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปและทำท่าจะคิด เขาแอบก่นด่าในใจอยู่ไม่น้อย เป็นคนจนๆ ที่ไม่มีทางเลือกแล้วยังจะเล่นตัวอะไรอยู่ได้ ทำอย่างกับว่ามีทางอื่นให้เดินอย่างงั้นแหละ

 

“..ข้อแรกคือนายแค่ทำตามคำสั่งของฉันในแต่ละครั้ง ถ้านายทำได้ ฉันก็จะให้ค่าตอบแทนเป็นเงินสี่หมื่นวอน”

 

“...”

 

“แต่ถ้ามีข้อแม้.. จะต้องโดนหักเงินหนึ่งแสนสองหมื่นวอน”  ชายหนุ่มเอ่ยทวนข้อตกลงอันโหดร้ายตามที่เขียนเอาไว้ในสัญญาทาสอย่างแม่นยำ ภายในเอกสารเหล่านี้ จะมีอยู่จำนวนกี่บรรทัดหรือกี่อักศรเขาก็สามารถจะบอกจำนวนทั้งหมดได้ ก็นะ.. มันก็แค่เศษเสี้ยวความจำ

 

“ผม.. ผมขอถามได้มั้ยครับ?” จินยองกลืนน้ำลายลงคอแล้วถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเมื่อเห็นว่าแจบอมเริ่มจะรำคาญเขาเต็มที

 

“ก็ว่ามา”

 

“คือ.. คำสั่งที่คุณจะใช้ให้ผมทำนั้น.. มีอะไรบ้างหรอครับ?” 

 

คนร่างสูงยิ้มรับในใจกับคำถามนั้น ท่าทีเก้ๆกังๆของจินยองมันช่างน่าสมเพช  ก่อนจะยกท่อนขายาวข้างนึ่งวางพาดบนโต๊ะเรียนตัวใหญ่ของจินยอง แม้เจ้าของโต๊ะจะมองอย่างอึ้งๆ  เขาทำเพียงแค่ยกไหล่ขึ้นเบาๆอย่างไม่ยี่หระ

 

“รองเท้าฉัน มันยังสะอาดไม่พอ”   อดีตเด็กทุนสามารถเข้าใจถึงเจตนาแจบอมได้ทันที จึงรีบคว้าเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกอยู่ในกางเกงขึ้นมาเช็ดรองเท้าของอีกคนด้วยความทะนุถนอมสุดชีวิต ถึงจะมือสั่นอยู่หลายครั้งจนต้องหยุด พอเริ่มหายเกร็งก็ตั้งใจเช็ดต่อไปจนงานเสร็จในที่สุด

 

เขาไม่ได้จะกลั่นแกล้งอะไรอดีตเด็กทุกคนนี้สักหน่อย อีกฝ่ายควรจะมาขอบคุณเขาด้วยซ้ำ        ที่ยอมให้เช็ดรองเท้าคู่หนึ่งที่แพงยิ่งกว่าบ้านทั้งหลังที่เจ้าตัวอาศัยอยู่ในตอนนี้ซะอีก

 

“ข้างนี้ด้วย” ชายหนุ่มสั่งซ้ำอย่างแต่ใจ แล้วยกเท้าอีกข้างขึ้นมาวางพาดไว้ให้อีกคนเช็ดอีกหน คนที่ได้รับมอบหมายก็พยักหน้ารับคำสั่งพร้อมเช็ดรองเท้าต่อไปอย่างกระตือรือร้น อิม แจบอม เฝ้ามองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกสะใจเป็นอย่างมาก

 

ใช้ได้เลยนี่.. ปาร์คจินยอง

 

ทำให้ฉันสนุกมากกว่านี้หน่อยสิ

 

มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบกระเป๋าตังค์ราคาแพงออกมาเปิด แจบอมจงใจร่อนธนบัตรเป็นจำนวนสี่หมื่นวอนให้ลอยผ่านหน้าอีกคน ฝ่ายจินยองได้แต่ก้มหน้าก้มตาเช็ดรองเท้าให้อีกฝ่ายต่อไปอย่างไร้คำจะเอ่ยใดๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้มลงไปเก็บขึ้นมาใส่ในกระเป๋า

 

ก็ขอยอมรับว่าแอบรู้สึกแย่อยู่ข้างใน ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะแค่โปรยเงินผ่านหน้า แต่กลับเจ็บปวดเหมือนถูกเอาเงินฟาดใส่หน้าแรงๆ

 

“ได้เงินแล้วเห็นไหม ง่ายๆแค่นี้เอง มันไม่ใช่คำสั่งที่ทำให้นายถึงตายหรอก การฆ่าคนไม่ใช่สิ่งที่ผู้ดีควรจะทำ นายก็แค่ทำตัวเป็นทาสที่น่ารักของฉันเท่านั้น”

 

“ครับ..”   

 

“แล้วฉันจะไม่ทวงเงินคืนด้วย เพราะนายแค่ทำงานแลกไป ถือว่านายไม่ได้เป็นหนี้”

 

“ครับ....”

 

“นายจะสนใจไหมก็แล้วแต่  เลือกเอาก็แล้วกันว่าจะทำงานกับคนรวยๆอย่างฉัน หรือจะเลือกทำงานข้างนอกกับพวกจนๆที่ต่อให้ทำทั้งวัน ก็ไม่ได้ค่าจ้างถึงสี่หมื่นวอนหรอกนะ”

 

ก็จริงของอิมแจบอม...

 

ถ้าเสี่ยงไปทำงานข้างนอก ต่อให้ได้รับเงินรายวันก็ไม่มีใครจ้างถึงสี่หมื่นวอนแน่ๆ แล้วถ้าไม่ทำอย่างนั้นเขาก็คงมีไม่เงินพอจะเก็บให้เป็นจ่ายค่าเทอมโรงเรียนซงที่แพงหูฉี่ได้หรอก ไม่งั้นผมจะมาคุกเข่าขอร้องให้ลูกชายของตระกูลเศรษฐีระดับโลกช่วยไปเพื่ออะไร  อย่างน้อยถ้าอยู่ใกล้ๆกับแจบอมก็เหมือนทำงานอยู่ในรั้วโรงเรียน  มันเป็นงานที่สะดวกสบายและได้เงินดีกว่าที่อื่นตั้งเยอะเลยไม่ใช่หรือไง?

 

เขาย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดียิ่งกว่าอยู่แล้ว..

 

ท้ายที่สุดจินยองก็ยอมเซ็นชื่อตัวเองลงเอกสารที่ไม่มีความยุติธรรมให้แก่ผู้เป็นทาส            ไม่ใช่ว่าโง่เกินจะทำอย่างนี้ แต่เพราะเกิดมาไม่เคยมีทางเลือก...ก็เลยต้องทำ

 

ปาร์คจินยองตอนนี้ตกอยู่ในอำนาจของอิมแจบอมอย่างสมบูรณ์แบบ..

 

จินยองคงไม่รู้ตัวเลยว่าการที่เซ็นสัญญาทาสกับเขา  มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยก็ได้  เพราะค่าของเงินย่อมไม่เคยถูกแลกมาด้วยเรื่องง่ายๆหรอกนะ

 

 รู้ไว้ซะด้วยว่าเขาก็ไม่ได้เป็นคนดีมาตั้งแต่แรก..

 

ทำไมต้องไปญาติดีกับพวกสามัญชนไม่มีอันจะกินด้วยละ ถึงจะเคยเป็นเด็กทุนของโรงเรียนซงก็อย่าหลงละเลิงคิดว่าตัวเองเป็นดอกไม้ที่เบ่งบานท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ถ้าหากกำพืดของตัวเองเกิดมาเป็นแค่รากหญ้า

 

รากหญ้ามันก็ต้องอยู่ใต้ดิน ไชชอนกันไป คนที่อยู่ข้างบนเวลาเดินจะได้นุ่มเท้า... แต่ในเมื่อนายเป็นแค่พืชชั้นต่ำแล้วยังดันทุรังอยากโผล่ขึ้นมาเหนือดิน..

 

 

ฉันก็จะเหยียบให้นายจมลงกับดินนั่นเอง...

 

 

ปาร์คจินยอง J

 

 

ENVY & PRIDE






 

 

ร่างสูงแบกสังขารเข้ามาในโรงเรียนอย่างหมดสภาพ ตรงใต้ขอบตามีรอยดำคล้ำนิดๆเพราะไม่ได้นอนมาเกือบทั้งคืน เครื่องแบบเนกไทถูกสวมแค่ลวกๆ  เนื่องจากมาร์คเพลียและง่วงมากทำให้เขาผูกเนกไทไม่สำเร็จ เขาจึงหยุดผูกแล้วปล่อยทิ้งไว้ทั้งแบบนี้แหละ

 

ที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพทุเรศแบบนี้ก็เพราะใครละ?

 

เหอะ ต้องไปโทษคู่รักไร้มารยาทที่ทำกิจกรรมรบกวนเวลานอนคนอื่นจนถึงรุ่งสางนู้น แน่นอนว่าพวกมันไม่มีแรงมากพอจะลุกขึ้นมาอาบน้ำแปรงฟันไปโรงเรียนต่อได้หรอก ไอ้ตอนแรกๆผมก็กะว่าจะไปโรงเรียนตอนเช้าทันทีเลยนั่นละ แต่ในใจก็บอกกับตัวเองว่าของีบหลับต่ออีกหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั่ง

 

 

แต่ตื่นขึ้นมาอีกที ก็บ่ายโมงแล้วไง

 

 

โคตรซวย..

 

 

แถมยังซวยซ้ำสอง  เมื่อคู่รักที่เพิ่งจะตื่นขึ้นได้ไม่นาน ดันมีอารมณ์ไปต่อกันในห้องน้ำอีก..  

 

 

กว่าพวกเราจะมาถึงโรงเรียนก็ปาเข้าไปบ่ายโมงครึ่ง โดยที่ผมเป็นคนขออาสาขับรถด้วยตัวเอง  แม้ว่าผมจะนอนได้ไม่เต็มอิ่ม แต่ผมก็มีความเป็นนักกีฬา ไม่ได้มีสภาพร่างกายอ่อนแอขนาดนั้น  จึงสามารถประคับประคองสติตัวเองให้อยู่รอดจนมาถึงหน้าโรงเรียนได้อย่างปลอดภัย

 

ปกติยามประจำโรงเรียนไม่มีทางเปิดประตูให้เหล่านักเรียนที่ทำตัวสะเพร่าไม่รู้จักเวลาหรอก แต่เพราะเขารู้ดีว่าผมเป็นลูกของใคร  ถึงได้ปล่อยให้ผมและเพื่อนๆเข้ามาในโรงเรียนได้อย่างไม่มีใครกล้าปริปากพูดตำหนิอะไร

 

พวกเราเลือกที่จะตรงไปทางตึกที่อยู่ใกล้ที่สุด มองเผินๆจะเห็นว่ามีรูปปั้นเทพเฮร่าถูกตั้งอยู่ด้านหน้า นั่นก็คือสักลักษณ์ของตึกนักเรียนชั้นเกรด 10 นั่นเอง

 

จู่ๆ คู่รักก็เดินล่วงหน้ากันไปก่อนอย่างไม่บอกไม่กล่าว ก่อนหน้านี้ก็ยังเห็นเดินพร้อมกันอยู่เลย   ก็ถ้าอยากจะคุยกันแค่สองคนขนาดนั้น ทำไมไม่บอกดีๆล่ะจะได้เดินช้าๆให้  ถึงจะรู้จุดหมายคือที่ไหนก็ไม่ควรจะมาทำกันแบบนี้หรอก อยากจะทิ้งก็ทิ้งเลยหรือไง เป็นใครมาลองโดนบ้างก็คงไม่มีใครชอบหรอกนะ อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่ลูกหมาด้วย ที่จะมาคอยเดินตามหลังใครต้อยๆน่ะ

 

เหอะ..

 

น่ารำคาญ

 

 นี่เขาต้องพูดคำนี่ไปอีกนานเท่าไหร่?

 

 

“ตั้งใจเรียน ถึงห้องแล้วก็อย่าลืมส่งข้อความมาบอกพี่ด้วยนะ”   

 

“ผมรู้น่า ไปก่อนนะครับ”

 

“เดี๋ยวสิ ก่อนไปต้องทำอะไรก่อนนะครับ หื้ม?”  แจ็คสันจิ้มแก้มตัวเองย้ำกันสามครั้ง แบมแบมก็หัวเราะออกมาอย่างเขินๆ ก่อนจะโน้มหน้าไปหอมแก้มคนรักเต็มฟอดอย่างรู้งาน

 

“ไปเรียนแล้วนะครับ” เด็กน้อยยกยิ้มและโบกมือลาให้เป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนั่นก็หมุนตัวเดินออกไปขึ้นห้องเรียน  ฝ่ายแจ็คสันเองก็ยังไม่ยอมเดินไปไหนจนกว่าจะแน่ใจว่าแบมแบมจะถึงห้องแล้วจริงๆ เจ้าตัวจึงค่อยเริ่มเดินไปทางตึกเกรด12 บ้าง 

 

สองหนุ่มเดินไปด้วยกัน แต่ระหว่างทางเดินนั่นไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ในเมื่อแจ็คสันเอาแต่ก้มหน้าพิมพ์คุยไลน์อยู่ตลอดเวลา  มันอาจผิดแปลกไปจากเมื่อก่อนแต่มาร์คก็เริ่มจะเคยชินกับการอยู่เงียบๆ คนเดียวซะแล้วสิ

 

 มาร์คแอบเหลือบมองอ่านข้อความในแชทของเพื่อนที่คุยกับแฟนอย่างนึกสนใจ แต่พอเจอคำว่าพี่คิดถึงเราอย่างนั้น พี่คิดถึงเราอย่างนี้ อยากให้เวลาผ่านไปไวๆ อยากเจอหน้าจะแย่ ก็ทำให้มาร์คอยากจะหยุดความสงสัยไว้เพียงเท่านี้

 

 

เอียนจนอยากจะอ้วก...

 

 

 

 

-ตกเย็น-

 

 

อาจารย์เรียกประชุมนักกีฬาทั้งโรงเรียน  ผมเองก็เป็นนักกีฬาแต่เพราะขี้เกียจบวกกับอารมณ์ไม่ค่อยจะดีมาทั้งวัน จะให้มานั่งทนฟังอะไรนานๆอีก ก็ไม่ใช่เรื่องหรอกมั่ง ผมก็เลยต้องใช้ข้ออ้างว่าอยู่ในที่แออัดไม่ได้ เพราะเสียงดัง อากาศถ่ายเทก็น้อย ทำให้มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงเพราะโรคประจำตัวปลอมๆ ที่คิดขึ้นเองมั่วๆ เลยกลายเป็นว่าผมเป็นนักกีฬาคนเดียวที่ได้รับข้อยกเว้น และอนุโลมให้กลับบ้านได้ทันที 

 

ในขณะที่มาร์คกำลังจะเดินออกจากตึกประชุมใหญ่ ก็ได้รับข้อความจากเพื่อนสนิทที่ยังติดการประชุมกีฬาอยู่ด้านใน คิ้วเข้มกระตุกเบาๆ ก่อนจะกดขึ้นมาอ่าน

 

(มาร์คกูมีเรื่องจะขอร้องให้มึงช่วยหน่อย คือกัปตันทีมมันต้องประชุมนานกว่าคนอื่นวะ มึงช่วยไปส่งแฟนกูที่คอนโดที เดี๋ยวแบมแบมจะรอมึงอยู่หน้าตึกเกรด 10นะ กูขอร้องละมาร์ค กูไม่อยากให้เขารอกูนานๆ นี้มันก็ใกล้จะค่ำมืดแล้วด้วย จะให้รออยู่ข้างนอกมันก็อันตรายอีก เพราะฉะนั้นฝากแฟนไว้กับเพื่อนสนิทอย่างมึงคงดีที่สุดแล้ว ขอบคุณมากนะเว้ย)

 

 

มาร์ครีบรัวแป้นพิมพ์ส่งข้อความตอบรับกลับไปทันที

 

 

(ได้ๆไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูจะคอยดูแลแฟนมึงอย่างดีเลยเพื่อน)

 

 

คิดจะฝากเนื้อไว้กับเสืออย่างฉันหรอ?

 

 

ไม่กินก็โง่แล้ว..

 

 

 

 

 

                                                  ENVY & PRIDE

                                                   ✡

 

 

 

“ขอบคุณพี่มาร์คที่ลำบากมาส่งผมถึงที่นะครับ”  แบมแบมวาดยิ้มให้และโค้งให้คนตรงหน้าที่อาสามาส่งถึงหน้าห้อง ทั้งๆที่ตอนแรก ผมก็บอกพี่เขาไปแล้วนะว่าไม่เป็นไร แค่พี่มาส่งผมถึงหน้าตึกคอนโดก็เกรงใจจะแย่แล้ว  แต่พี่มาร์คบอกว่าถ้าไม่ได้ส่งผมถึงห้องก็คงไม่สบายใจ 

 

ผมมองพี่เขาผิดไปเอง..

 

พี่มาร์คเขาก็ดูเป็นคนดีนะ?

 

คนตัวเล็กคิดยิ้มๆ ก่อนจะเตรียมหมุนตัวเดินไปทางห้องครัว มือเรียวก็ดันประตูให้ปิดลง ถึงจะรู้สึกแปลกๆ ที่พี่มาร์คยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับเท้าไปไหน เขาเองก็ไม่อยากจะไปนึกติดใจ   ถ้ายิ่งเป็นคนใกล้ตัว  ก็ยิ่งไม่ควรจะไปสงสัยอะไรเลย               

 

พี่แจ็คสันจะกลับดึกไหมนะ?

 

แบมแบมคำนึงถึงเรื่องนี้มากกว่า

 

อยากจะจัดเตรียมอาหารมื้อเย็นให้คนรัก แต่มันติดอยู่ที่ว่าอีกฝ่ายกลับดึกขึ้นมาจะทำยังไง  ได้แต่หวังในใจว่าการประชุมกีฬาคงจะเสร็จภายในอีกไม่กี่ชั่วโมง  เขาอยากให้แฟนหนุ่มกลับมาเร็วๆแล้ว ไม่อยากจะอยู่คอนโดคนเดียวนานๆ มันทั้งเหงาแล้วก็น่ากลัวมากด้วย 

 

“เดี๋ยว..” และความคิดนั้นก็ต้องเลือนหายเมื่อคนร่างสูงใช้แขนแกร่งผลักประตูพุ่งเข้ามาแรงมากพร้อมแทรกกายเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ถ้าแบมแบมไม่รีบเอามือค้ำผนังแถวหน้าห้องไว้อาจจะล้มหัวฟาดพื้นสลบไปแล้วก็ได้ 

 

“พ..พี่มาร์คลืมอะไรไว้ในห้องหรอครับ?”  แบมแบมเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจ

 

“...”  

 

“พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”

 

ร่างสูงยืนเงียบ ไม่มีคำตอบ มีเพียงแค่แววตาเรียบนิ่ง ต้องบอกว่าคือสายตาเชือดเฉือนดีๆนี่เอง มองแค่นี้ก็รู้แล้วว่าชายหนุ่มกำลังแสดงออกถึงความชิงชังต่อเขาอย่างเปิดเผย 

 

ทำไมมองแบบนั้น..?

 

การกระทำของรุ่นพี่ทำให้เด็กหนุ่มไม่เข้าใจสถานการณ์อะไรเลยในตอนนี้.. 

 

รู้แค่ว่าพี่มาร์คกำลังกลายเป็นอีกคนที่เขาไม่เคยรู้จัก..

 

แบมแบมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก  บรรยากาศเย็นๆในห้องชวนให้ขนลุกซู่แม้จะไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ ร่างเล็กยกแขนขึ้นมากอดตัวเองไว้แน่น  เป็นเพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านมาจากคนร่างสูงส่งผลต่อก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายที่เต้นแรงด้วยความกลัว

 

สัญชาตญาณสั่งให้สองเท้าเรียวรีบถอยหนีออกจากบุคคลอันตราย..

 

พอมาร์คเริ่มไล่ต้อนร่างเล็กก็หวาดผวารีบถดถอยหนี ใจจริงๆอยากจะวิ่งหนีแทบตายแต่ก็ดันก้าวขาวิ่งไม่ออกซะได้ ยิ่งได้เห็นแววตาว่างเปล่าของร่างสูงนั้นทำให้แบมแบมอยากจะตะโกนร้องให้คนมาช่วย แต่ทว่าริมฝีปากมันก็สั่นเกินจะทำอย่างนั้น   

 

ได้แต่ภาวนาในใจให้แฟนหนุ่มกลับมาเร็วๆ

 

“อ๊ะ..!”  เด็กน้อยร้องเสียงหลงเมื่อถูกมาร์คกระชากข้อมืออย่างแรงจนถลาเข้ามาชนกับอกแกร่ง แบมแบมรู้สึกทรมานราวกับกระดูกช่วงแขนจะแตกร้าวเพราะถูกกำแน่นอย่างไม่มีความปราณี

 

“นายทำให้ฉันเริ่มเกลียดนายเข้าแล้วนะ เคยรู้ตัวบ้างไหม”  ชายหนุ่มถามเสียงเย็น ประกอบใช้ฝ่ามือใหญ่เชยปลายคางเล็กให้ขึ้นมาสบตาอย่างยิ้มๆ เมื่อเด็กน้อยไม่มีคำตอบให้แก่เขา ดวงตาที่เคยใจดีก็แปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียว

 

เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนี้..

 

“ฉันถามจะเงียบทำไมห้ะ!!”   ชายหนุ่มตะคอกถามคนร่างเล็กเสียงเกรี้ยวกราด ไม่พอแค่นั้นยังเลื่อนฝ่ามือใหญ่มือขึ้นมาบีบแก้มนิ่มทั้งสองข้างจนขึ้นรอยมือจางๆ 

 

นี่คือ.. ตัวตนที่แท้จริงของบุตรชายที่ขึ้นชื่อว่าแสนดีที่สุดในตระกูลซงใช่ไหม?

 

จะน่ากลัวเกินไปแล้ว..

 

“พ..พี่มาร์ค ผมเจ็บ” แบมแบมร่ำขอเสียงแผ่ว หยาดน้ำเล็กๆปริ่มบริเวณหางตา แตกต่างกับฝ่ายผู้กระทำที่เย็นชาเกินคน  ชายหนุ่มไม่คิดแม้แต่จะหยุดเหลียวมองดูใบหน้าเนียนให้ดีๆเลยว่าร่างเล็กนั่นหวาดกลัวจนแทบจะร้องไห้ออกมาได้อยู่แล้ว

 

 

มาร์คไม่แคร์หรอก..

 

 

ในเมื่อความหงุดหงิดมันมีมากกว่าคำว่าเห็นใจ

                          

เมื่อแบมแบมถูกปล่อยจากพันธนาการ ก็เตรียมตั้งท่าจะหนีให้ได้  แต่มาร์คก็ไม่โง่เกินที่จะเปิดโอกาสให้ลูกไก่ในกำมือหลบหนีไปได้  ถึงจะไม่ได้ยึดร่างเล็กไว้กับที่ก็จริงอยู่  แต่การที่เขาก้าวเท้าไล่ตามประกบอยู่ตลอดเวลา นี้เรียกว่าเปิดช่องโหว่หรอ?

 

 

เขาจ้องจะตะครุบเหยื่อได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว

 

เห็นคอนโดเพื่อนสนิทเขากว้างก็จริง แต่มาร์คมั่นใจว่าตัวเองรู้จักห้องนี้ทุกซอกทุกมุมยิ่งกว่าแบมแบมซะอีก คราวนี้เด็กน้อยจะหนีไปทางไหน เขาก็รู้ทันหมดนั้นแหละ

 

 

คนอื่นเขาเรียกว่าอะไรนะ ?

 

 

ปิดประตูตีแมวละมั้ง..

 

 

มาร์คไล้ต้อนผู้ที่ขึ้นชื่อว่าแฟนเพื่อนสนิทจนมาถึงห้องรับแขก ไฟในห้องยังไม่ถูกกดเปิดสักดวง    มีเพียงแค่แสงไฟอ่อนๆที่อยู่ตรงหน้าห้องเท่านั้น แน่นอนว่าถ้ายิ่งย่างกรายเข้าไปจะยิ่งมองอะไรไม่เห็นเลย เพราะนอกจากทางหน้าประตูแล้ว ตรงอื่นก็มืดมัวไปหมด

 

ถ้าให้พูดถึงเรื่องห้วงโซ่อาหาร ทั้งสองก็ย่อมมีเป้าหมายที่แตกต่าง..

 

เหยื่อคิดว่าหนีง่ายขึ้น

 

ผู้ล่าคิดว่าล่าง่ายขึ้นเช่นกัน

 

แบมแบมเลือกที่จะเสี่ยงวิ่งเข้าไปหลบในความมืด คงคิดว่าจะค่อยๆเปิดประตูห้องนอนแถวนั่นแล้วหนีเข้าไปหลบข้างใน  ซึ่งชายหนุ่มก็ต้องการให้อีกคนคิดเช่นนั้น เพราะยิ่งอีกฝ่ายดิ้นรนที่จะเอาตัวรอดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้มาร์คสนุกเข้าไปอีก..

 

 

สำหรับมาร์คเด็กที่ชื่อแบมแบมก็เป็นเหมือนแมลงตัวน้อยที่บินอยู่รอบๆอาณาเขตใยแมงมุม เพียงแค่เผลอบินเข้าไปก็ไร้ซึ่งทางออก เพราะปีกที่เคยใช้โบยบินมันไปติดกับใยที่เหนี่ยวแน่น

 

ร่างสูงก้าวตามเข้าไปในความมืด แบมแบมมองไม่เห็นแค่ใช้มือแตะสัมผัสสิ่งของรอบข้างและอาศัยความจำช่วยว่ามันเคยวางอยู่ตำแหน่งไหนในห้องรับแขก ท่ามกลางความมืดก็ยังดันทุรังนำพาร่างตัวเองเดินตรงไปยังห้องนอนอย่างมีความหวังอยู่ลึกๆ 

 

“น้องแบมแบมออกมาเถอะครับ”  แบมแบมหวาดสะดุ้งจนเกือบร้องออกมาด้วยความกลัว  ก็ยังดีที่ยังพอมีสติรีบเอามือตะครุบปากตัวเองไว้ทัน ดวงตากลมกวาดไปมองรอบๆอย่างนึกระแวงหลังอยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน อีกคนอยู่ไหน ไม่รู้ว่าอยู่ใกล้ถึงตัวเขาหรือยัง

 

พี่มาร์คที่ผู้คนแต่งตั้งว่าให้เป็นเทพบุตรทั้งใจดีและอ่อนโยน..

 

เพิ่งจะรู้ว่าคือซาตานในร่างเทพบุตรดีๆนี่เอง

 

 

“...”

 

“พี่แค่หยอกเราเล่นเฉยๆเองนะ”   มาร์คเริ่มใช้คำพูดหว่านล้อมให้เหยื่อตายใจ และมีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้นที่เป็นเสียงตอบรับกลับมา  ชายหนุ่มจึงกดยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมนึกเชยชมอีกฝ่ายอย่างถูกอกถูกใจ

 

ก็สมกับเป็นเด็กห้อง  A  ไม่ยอมเปล่งเสียงหรือขยับตัวเป็นการบ่งบอกตำแหน่งให้เขาได้รับรู้  แถมทำตัวกลมกลืนไปกับความมืดได้เป็นอย่างดี ก็ไม่ได้โง่..หรือหลงเชื่อกลอุบายที่เขาเอ่ยขึ้นมาเลย

 

 

แต่ก็อย่าลืมว่าเรื่องเล่ห์เหลี่ยมเขาเหนือชั้นกว่า..

 

 

“หมดเวลาเล่นซ่อนหาแล้วครับ พี่เบื่อนะ..”

 

“...”

 

“ก็ได้... น้องแบมอยากให้พี่ตามจับใช่ไหมครับ”

 

แต่ละถ้อยคำช่างสั่นประสาทจนคนฟังสติเกือบหลุด  มือเล็กยกมือขึ้นมาปิดหูตัวเองไว้ เพราะไม่อยากได้ยินเสียงอีกฝ่าย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น ซ้ำร้ายยังส่งต่อความกลัวไปถึงขั้วหัวใจในอกข้างซ้าย เพียงแค่อยู่ในที่มืด ก็ทำให้ภายในหัวจินตนาการถึงเรื่องหลอนๆไม่หยุด

 

 

 นี่ถ้าหากแบมแบมเป็นโรคหัวใจคงได้ช็อกตายอย่างไม่ต้องสงสัย..

 

 

 ร่างสูงเริ่มใช้แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์เดินส่องไปตามพื้นเพื่อตามหาตน ฝ่ายผู้ถูกตามตัวอย่างแบมแบมแทบอยากจะร้องไห้โฮขึ้นมา เพราะรู้สึกกลัวมาร์คจับใจ เขาไม่อาจจะไปรู้ได้เลยว่าเมื่อไหร่ไฟดวงนั้นจะส่องมาตรงใบหน้าเขาตอนไหน

 

แต่ไม่ทันได้เตรียมใจ...

 

“ปล่อยผม.. ปล่อย!!”   แบมแบมร้องออกมาสุดเสียงเมื่อถูกเอื้อมมือมัจจุราชกำลังลากตัวไปที่ไหนสักแห่งในห้องนี้ แต่ที่แน่ๆ คงไม่ได้พาเขาไปฆ่าทิ้งหรอก ก็พอจะรู้อยู่ว่าเจตนาของมาร์คก็แค่ต้องการจะข่มขู่ให้เขารู้สึกกลัวก็เท่านั้นเอง

 

 

 แต่นี้มันไม่น่ากลัวเกินไปหน่อยหรอ? 

 

ให้อารมณ์เหมือนจะถูกฆ่าทิ้งจริงๆเลย...

 

ไฟในห้องกลับมาสว่างพรึบอีกครั้ง  เพราะมาร์คเป็นคนเปิดด้วยตัวเอง เพียงแค่นั้นแบมแบมก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายกระทำรุนแรงไปหน่อยไปบ้างก็ตาม  มันยังดีกว่าต้องมาเผชิญหน้ากันในที่มืดๆเสียอีก

 

ไอ้ความรู้สึกครั้งนี้แค่ขอครั้งเดียวในชีวิตก็เกินพอแล้ว..

 

 

ฟึ่บ!!

 

ร่างทั้งร่างถูกเหวี่ยงฟาดลงโซฟาทำเอาคนตัวเล็กนอนแน่นิ่ง ต้องบอกว่าเจ็บจนร้องไม่ออกเลยทีเดียว ร่างสูงทำรุนแรงกับเขาทุกอย่างจนอยากจะร้องถามว่าไปทำอะไรให้โกรธแค้นขนาดนั้น  นี่ถ้าหากไม่มีอะไรมารองรับตัวไว้ พนันได้เลยว่าซี่โครงต้องหักไปหลายท่อนแน่ๆ

 

ร่างสูงตามขึ้นโถมกายทับคนตัวเล็กในท่าคร่อม แขนเรียวทั้งสองข้างถูกรวบตึงเหนือหัว ก่อนจะโน้มจมูกโด่งไล้ความหอมทั่วลำคอขาวระหงส์เบาๆ และลมหายใจอุ่นๆของมาร์คที่ฝังอยู่บนลำคอมันมีผลต่อความรู้สึกของแบมแบมมากเสียจนต้องย่นคอหนีสัมผัสนั่น 

 

มันวูบโหวงแปลกๆในท้อง...

 

“นายมันมีดีอะไรนะ เพื่อนฉันถึงได้หลง”  มาร์คถามในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเข้าใจมาตลอด     แต่ก็ต้องแกล้งทำเหมือนเข้าใจ เพื่อให้เพื่อนสนิทได้สบายใจ แค่คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาแรงอารมณ์บางอย่างมันก็ปะทะเข้ามาในใจ จนเผลอแสดงสีหน้าเศร้าๆออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

ทำไมมันต้องสนใจนายขนาดนี้..

 

เขาเคยเป็นเพื่อนคนเดียวที่แจ็คสันให้เต็มร้อยเสมอ เรามักไปเลี้ยงฉลองด้วยกันบ่อยๆ อยู่ในรั้วโรงเรียนเราก็ตัวติดกัน เรียกได้ว่าที่ไหนมีมาร์คต้วนที่นั่นย่อมต้องมีแจ็คสันหวังอยู่ด้วย เวลามีเรื่องอะไรก็มักจะพูดคุยกันตรงๆ ตามประสาเพื่อนสนิทที่ไว้วางใจ  มาร์คก็พอเข้าใจอยู่ว่าผู้เป็นเพื่อนสนิทก็คือผู้ชายคนหนึ่งที่มีหัวใจรักใครเป็นเหมือนกัน  

 

แต่บ้างทีมันก็เกินไป..

 

แบมแบมก็ไม่ใช่แฟนคนแรกของมันซะหน่อย ที่ว่าเด็ดๆก็เห็นมันควงมาหลายคนแล้ว แจ็คสันมันไม่เคยมีพฤติกรรมติดแฟนง้อมแง้มเป็นเด็กๆมาก่อนเลย มันไม่เคยทอดทิ้งให้ผมอยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพังเพราะผมเองก็เคยเล่าถึงเรื่องครอบครัวของผมให้มันฟังอยู่บ่อยๆ

 

 

มันทำเหมือนเข้าใจผมทุกอย่าง แต่สุดท้ายก็ทิ้งผมเหมือนคนอื่น...

              

 

เฮอะ ก็ตั้งแต่มีเด็กที่ชื่อว่าแบมแบมก้าวเข้ามาในชีวิต...        

 

ทุกๆอย่างก็กลับตาลปัตรไปหมด  แจ็คสันให้ความสนใจแก่คนรักมากกว่าเพื่อนตัวเอง พอเขาจะชวนออกไปข้างนอกหน่อย ก็เอะอะทำเป็นไม่ว่างต้องไปอยู่กับแฟน ทั้งวันก็เพ้ออยู่เรื่องเดียว  ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่เขารู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคำว่าเพื่อนมันเริ่มถดถอยลงไปทุกวัน

 

ทั้งหมดก็เพราะเด็กคนนี้...

 

“เมื่อคืนนายก็ร้องดังดีนี่” ฝ่ามือร้อนลูบริมฝีปากคนใต้ร่างเบาๆเพื่อหยอกเย้า แบมแบมที่หน้าซีดขาวออกแรงดิ้นพล่านด้วยความกลัว ครั้นถูกคนเหนือร่างรัดตัวแน่นขึ้นจนหายใจไม่ทั่วท้อง แต่สิ่งที่ร้ายแรงกว่าก็คือประโยคถัดมาของร่างสูงที่ทำให้หัวใจคนฟังเกือบหยุดเต้น

 

 “ขอฉันลองหน่อยสิ ทำไมมันถึงหลงนายนัก”

 

“พี่มาร์ค พี่จะทำอะไรผม อ๊ะ!

 

มาร์ครุกรานคนใต้ร่างด้วยการสอดมือเรียวยาวเข้าใต้เสื้อพอคิดว่าเหลือเวลาอีกไม่มากก็เริ่มใจร้อนรีบถกกระชากเสื้อขึ้นจนหลุดลุ่ย.. เผยให้เห็นสภาพร่องรอยเก่าๆ ที่เพื่อนสนิทเคยทำไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งมันเป็นสิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบภายในกายได้เป็นอย่างดี

 

รักไอ้แจ็คสันมากใช่ไหม

 

 ถ้าโดนแบบนี้นายจะทำยังไง?

 

ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของคนร่างเล็กไม่ห่าง ในขณะที่คนถูกบังคับให้นอนอยู่นิ่งๆเริ่มขัดขืนและดีดดิ้นเพราะรู้สึกเจ็บที่ถูกร่างสูงกระทำอย่างพวกป่าเถื่อน

 

“ผมเป็นแฟนเพื่อนสนิทพี่นะ!!” คนตัวเล็กเอ่ยบอกทั้งน้ำตา ได้ภาวนาในใจขอให้อีกฝ่ายนึกถึงหน้าเพื่อนตัวเองบ้าง การที่ทำร่างสูงอย่างนี้มันจะเป็นการทรยศต่อมิตรภาพที่มีให้กัน อย่างน้อยคนอย่างมาร์คก็น่าจะมีจิตสำนึกดีๆเหลืออยู่บ้างสิ

 

“แฟนเพื่อนหรอ? เหอะ.. อย่าโง่ไปหน่อยเลย”  มาร์คพูดอย่างโหดร้าย ทำลายความเชื่อมั่นแบมแบมจนหมดเรี่ยวแรงทั้งกายและใจ  ต่อให้เขาอ้อนวอนผู้ชายคนนี้ให้ตายยังไง ก็มีแต่จะโดนพูดบั่นทอนจิตใจให้เสียกำลังใจเปล่าๆ

 

เขาต้องยอมจำนนกลับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรอ?

 

ฝ่ายร่างสูงก้มมองคนใต้ร่างที่แอบร้องไห้เงียบๆ ดวงตากลมโตแดงก่ำในขณะที่กัดฟันเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นมันทำให้มาร์ครู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

 

โดนแค่นี้ก็ร้องไห้แล้ว?

 

สำออยจริง..

 

ชายหนุ่มย้ำจูบอยู่หลายครั้ง ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็ลูบสัมผัสทาบไล้ไปทั่วแผ่นหน้าท้องบาง  แบมแบมกำลังจะถูกมาร์คกลืนกินลงไปทีละส่วน ไหนจะเสียงดูดกินอันน่าอายที่ดังก้องไปทั่วห้องรับแขก มันคอยย้ำเตือนในโสตประสาทเด็กน้อยว่าไม่ควรนอนนิ่งๆ ให้อีกคนย่ำยีเล่นแบบนี้

 

“อื้อ..”

 

ริมฝีปากโดนดูดกินจนบวมเจ่ออ้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกอบโกยหายอากาศเข้าปอด ผมถูกประกบปากนับครั้งไม่ถ้วน อีกนิดเดียวจะสำลักหายใจตายได้แล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหยุดให้ผมหายใจ

 

เขามันโรคจิตชัดเลยๆ..

 

พี่มาร์คจงใจกระแทกปากผมแรงหลายครั้ง จนเกิดรสชาติเลือดขมเปร่าในลิ้นสมใจอีกคน   ผมรู้สึกแสบตรงบริเวณริมฝีปากด้านล่าง เดาว่าน่าจะเป็นแผลที่ถูกบดขยี้รสจูบอย่างไร้ความอ่อนโยน ผมไม่ได้จะเต็มใจรับจูบนี้เลย ถ้าอีกฝ่ายไม่คอยยัดเยียดความเจ็บปวดนี้มาให้

 

ทนไม่ไหวแล้ว

 

เขาต้องหนี..

 

คนตัวเล็กเค้นแรงเฮือกสุดท้ายที่มีอยู่ลุกขึ้นมาต่อกรกับคนเหนือร่าง นิ้วเรียวจิกเล็บลงบนหลังฝ่ามือใหญ่จนเลือดซึม และได้ผลที่มาร์คยอมปล่อยแขนเรียวให้เป็นอิสระ ต่อด้วยการใช้สองเท้ายันร่างสูงที่ยังอึ้งอยู่จนหงายลงไปนอนเจ็บตัวอยู่พื้นพรมด้านล่าง..

 

แบมแบมรีบก้าวเท้าหนี แต่ทว่าข้อเท้าเรียวถูกมาร์คคว้าหมับจนเสียหลักล้มลงกับพื้น ยังดีที่ร่างเล็กใช้ช่วงเข่าและข้อศอกเป็นตัวช่วยรับไม่ให้ตัวเองเจ็บหนักไปมากกว่านี้ แต่มันก็มากพอจะสร้างรอยฟกช้ำให้ได้เหมือนกัน เด็กน้อยได้แต่ตะกุยตะก่ายอยู่บนพื้นพรมอย่างน่าสงสารสุดท้ายก็ไม่วายโดนมาร์คตามราวีมาคร่อมร่างถึงที่อยู่ดี

 

“อยู่นิ่งๆ.. อย่าให้พี่ต้องโมโหนะครับ” มาร์คเอ่ยเสียงลอดไรฟันอย่างไม่สบอารมณ์ สายตาคมกริบนั่นจ้องมองมาที่ผมราวกับอยากจะเชือดคอให้ขาดเป็นชิ้นๆ เป็นเชิงเตือนว่าถ้าขืนยังดิ้นรนทำอะไรโง่เขลาไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะได้ตายสมใจอยากแน่

 

เด็กน้อยปิดปากสนิทเมื่อถูกคนตัวโตข่มเหง ได้แต่กัดริมฝีปากจนห่อเลือดเพื่อกลั้นเสียงร้องเอาไว้  เพราะเกรงว่ามาร์คจะโมโหจนขาดสติแล้วเผลอทำเรื่องน่ากลัวๆ ขึ้นมาอีก

 

“อ๊ะ..”

แบมแบมครางอึกอักเมื่อถูกรุกเร้าอย่างอุกอาจ เรี่ยวแรงอ่อนยวบหายไปหมดภายในพริบตา        ไม่มีแรงตอบโต้ใดๆ ร่างเล็กขอยอมแพ้จึงนอนอยู่เฉยๆ ปล่อยให้มาร์คได้กระทำตามใจชอบ จนกระทั่งร่างสูงเริ่มแน่ใจจริงๆ ว่าเด็กคนนี้สมยอมเขาแล้ว ถึงได้ลดความรุนแรงลงมาหน่อย

 

(Rrrrr!!!)

 

ในระหว่างที่มาร์คเริ่มจะจัดการสอดแทรกร่างกายเข้าไปในกายเล็ก ก็ต้องหยุดลงกลางคันเมื่อโทรศัพท์เจ้ากรรมของแบมแบมดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน 

 

“ชิท..”

 

เกือบจะได้อยู่แล้วเชียว

 

 มาร์คสบถออกมาอย่างหัวเสียเพราะอารมณ์ที่ยังคั่งค้าง พลางลุกออกจากกายเล็กแล้วรวบกางเกงขึ้นให้เข้าที่เรียบร้อย ต่อให้ไม่ถามว่าใครโทรมา เขาก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าคนๆนั่นคือ แจ็คสัน หวัง ตอนนี้ก็ใกล้เวลาประจวบเหมาะที่มันจะมาถึงคอนโดแล้วด้วย

 

ร่างสูงก้มมองคนตัวเล็กที่นั่งกอดเข่าตัวสั่นเทิ้มอยู่บนพื้น ไม่แม้แต่จะล้วงมือลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายแฟนสุดที่รัก เอาแต่ปล่อยให้มันส่งเสียงดังอยู่เช่นนั้น

 

กลัวโดนด่าสินะ?

 

ร่างสูงหัวเราะหึในลำคอก่อนจะย่อตัวลงพื้นในระดับที่พอจะคุยกันได้ แต่พอแบมแบมเห็นว่าเขาเข้ามาอยู่ใกล้ๆเท่านั้นละ แผ่นหลังบอบบางก็รีบถอยหนีไปแนบชิดกับโซฟา เด็กหนุ่มเอาแต่ก้มหน้าลงงุดซุกซ่อนน้ำตาใสที่เลอะแก้ม   มาร์คเองก็ไม่ได้สงสารกลับรู้สึกชอบใจมากกว่าที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีอาการหวาดกลัวเขาขนาดนี้

 

มาร์คเอื้อมมือไปเขี่ยๆใต้ริมฝีปากสีแดงที่อิ่มบวมช้ำเปียกชื้น และไล้นิ้ววนจนกลีบปากอิ่มต้องยอมเผยขึ้นให้อีกคนได้สอดส่งนิ้วเรียวยาวเข้ามาในโพลงปากอันคับแคบ สัมผัสชื้นแฉะกับลิ้นนุ่มหยุ่นทำให้เจ้าของนิ้วสวยนึกพึงพอใจ

 

 “นายเป็นฉลาดเด็กห้องAไม่ใช่หรอ? ปัญหาแค่นี้คงแก้ได้ไม่ยากหรอกมั่ง”

 

“...”

 

 “จะไปร้องไห้คร่ำครวญฟ้องแฟนสุดที่รักว่าฉันปล้ำนายเลยก็ได้นะ ฉันไม่ได้ว่าอะไร”

 

 มาร์คกล่าวประชดคนตรงหน้าอย่างร้ายกาจพร้อมแกล้งหมุนควงก้านนิ้วในปากคนตัวเล็กอย่างสนุก ระหว่างนั้น คนฟังก็ต้องอมนิ้วยาวเอาไว้ในปากและระวังไม่ให้เผลอไปงับนิ้วคนพูด

 

 

“อึก..อื้อ!” เด็กน้อยส่งเสียงอูอี้ในลำคอเมื่อนิ้วถูกดันเข้ามาจนสุดข้อ ก่อนจะเริ่มชักนิ้วเข้าออกหลายๆครั้ง โดยที่มีแบมแบมคอยใช้ลิ้นตอบสนองคอยเอาใจและปรนเปรอให้มาร์คทุกอย่างจนกระทั่งก้านนิ้วยาวนั่นถูกดึงออกมาในที่สุด 

 

 มาร์คปาดชิมรสชาติของนิ้วที่เพิ่งจะถูกถอดถอนออกจากปากอุ่นนั่นเบาๆ พลางพึมพำอยู่ในใจว่าถ้าหากเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่นิ้วคงจะดียิ่งกว่านี้

 

 

แต่เขาก็ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง..

 

 

เวลาอยู่ด้วยกันยังมีอีกตั้งเยอะ..   

 

 

“สำเหนียกตัวเองหน่อยว่าคบกับมันแค่กี่เดือน ส่วนฉันเป็นเพื่อนสนิทมันมากี่ปี คิดว่าคนอย่างมันจะเชื่อคำพูดนายหรอ?”

 

“..”

 

“ไม่มีทางหรอก..” มาร์คพูดทิ้งท้ายก่อนจะยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมก้าวเท้าหนีออกจากห้องไปอย่างใจร้ายไม่แม้แต่จะเลี้ยวหลังกลับมามองเลยสักนิด

 

 

 

มาร์คตั้งคำถามทิ้งให้แบมแบมเกิดความไขว้เขอยู่คนเดียว.. 

 

 

มันก็ใช่อย่างที่อีกฝ่ายพูดจริงๆนั่นแหละ  น้ำหนักความเชื่อใจมันต้องเอนไปทางพี่มาร์คมากกว่าอยู่แล้ว  เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานานนับปีจะไม่ให้เชื่อใจกันได้ยังไง ถ้าผมพูดอะไรโง่ๆออกไปก็จะเป็นการใส่ร้ายป้ายสีพี่มาร์คมากกว่าจะพูดเรื่องจริง  คนที่ไม่น่าเชื่อที่สุดจะกลายเป็นผมเอง

 

 

คนเลวที่ทำให้แฟนตัวเองแตกคอกับเพื่อนสนิท...

 

 

ก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าพี่เขานั่นเป็นประเภทร้ายลึก แต่ไม่คิดว่าจะอารมณ์ร้ายและน่ากลัวได้ขนาดนี้  พี่เขาไม่ชอบที่ผมตัวติดพี่แจ็คสันตลอดเวลา รวมไปถึงหลายๆอย่างที่เราทำร่วมกันเหมือนคู่รักทั่วไป ถึงพี่แจ็คสันอาจจะไม่ทันได้สังเกต แต่ผมก็พอจะจับความรู้สึกพี่มาร์คได้..                      

 

เช่นเวลาทานข้าว พี่มาร์คจะเงียบ ไม่ค่อยพูดทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พี่เขาก็ทำตัวปกติพูดคุยเฮฮาดี พอพี่แจ็คสันมารับผมไปทานข้าวด้วย ก็จะกลายเป็นคนเงียบขรึม จนนับประโยคได้ทั้งหมด

 

 

ไม่รู้ว่าที่เขาทำอยู่นี้เรียกว่าหวงเพื่อนหรืออิจฉาเพื่อนกันแน่?

 

 

ผมไม่คิดว่าพี่เขาจะยอมหยุดง่ายๆแค่นี้หรอกนะ   เพราะฉะนั้น มีสิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้       นั่นก็คือต้องหลีกเลี่ยงออกห่างจากร่างสูงให้มากที่สุด ผมรู้ว่ายังไงเราก็ต้องเจอหน้ากันทุกวัน แต่อย่างน้อย ถ้าผมจะไปที่ไหน ที่นั่นก็ควรจะมีพี่แจ็คสันคอยอยู่เคียงข้างด้วยเสมอ 

 

 

ต่อจากนี้ผมควรจดจำเอาไว้ว่า มาร์ค ต้วน  คือบุคคลอันตรายที่ไม่ควรเข้าใกล้มากที่สุด..




















#เจบีบ้าอำนาจ 
#พี่มาร์คขี้อิจฉา


 สำหรับคนที่งงกับคาเรกเตอร์พี่มาร์คนะ  ต้องบอกก่อนว่าพี่มาร์คเป็นคนที่เก็บกดนะ
เขาเลยต้องทำตัวเป็นคนดีเพราะอยากถูกรักมากๆ แต่ความรักจากคนอื่นมันไม่เคยพอเท่ากับแม่
ก็เลยกลายเป็นคนขี้อิจฉา พออิจฉามากๆก็สับสนใจตัวเองจนกลายเป็นคนสองบุคลิกนั่นเอง


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1440 ineedmoney (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 00:55
    สงสารมาร์คตรงที่นางไม่ได้อิจแบบอยากได้แฟนเพื่อน แต่นางหวงเพื่อนอ่ะ คือแบบที่บอกว่ามีแจ็คสันแค่คนเดียว แต่ดันมาทิ้งเขาไป... ฮือ จาร์คมั้ย เหมือนคนหวงแฟนนน แอบชิบ ตีตัวเองๆๆๆๆ
    #1,440
    0
  2. #1438 nsrktk_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 17:38
    มาร์คแซ่บโห้ยยยย
    #1,438
    0
  3. #1410 mAjjcs (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 08:14
    พี่แจบอมนี่บ้าอำนาจชิบบบ ส่วนพี่มาร์คนี่ก็เกินจะบรรยายจริงๆ
    #1,410
    0
  4. #1383 Miewchu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 02:21
    ไม่มีคนดีเลย55555 แต่มาร์คน่าสงสารนะ
    #1,383
    0
  5. #1365 Aely (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 01:41
    สงสารพี่มาร์คที่ต้องจมกับความรู้สึกแบบนี้ เพียงลำพัง
    #1,365
    0
  6. #1335 JB got7 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 12:14
    มีมาร์คน่ากลัวววววว
    #1,335
    0
  7. #1323 Tam Jenjira (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 05:56
    พี่มาร์คมันคนร้ายเงียบ เป็นบุคคลที่นากลัวและอันตรายมาก
    #1,323
    0
  8. #1141 inin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 19:04
    ปวดประสาทกับคนบ้านนี้คุ้มดี คุ้มร้ายกันไปหมด
    #1,141
    0
  9. #1140 inin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 19:04
    ปวดประสาทกับคนบ้านนี้คุ้มดี คุ้มร้ายกันไปหมด
    #1,140
    0
  10. #1098 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 14:48
    พี่บีร้ายกาจจมากอ่ะะพี่มาร์คก็เช่นกันน
    #1,098
    0
  11. #1031 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 15:27
    กรี้ด พี่มาร์คคะ พี่ร้อนแรงมากค่ะ ไปสู้กับพี่จีวอนได้เลย ส่วนพี่บีคะ พี่นี่แบบ แม่งโครตหยิ่ง //แต่เราชอบ ดูซิว่าเนียร์จะทำให้พี่ตกหลุมรักยังไง
    #1,031
    0
  12. #1009 opel_zuza (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:38
    ทำไมรู้สึกว่าพี่บีจะขาดนยองไม่ได้ 555555

    โถยัยก้อนโดนพี่มาร์คคนโรคจิตเล่นแล้วไง แต่เหมือนว่ายังไม่รู้จักแบมดีเลย แง่มๆ
    #1,009
    0
  13. #974 panika pornprot (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:04
    ฟีลจาร์คมันได้ มาร์คสันต้องมา
    5555555
    #974
    0
  14. #707 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 22:00
    ฉากเช็ดรองเท้าแบบ.. สงสารจูเนียร์อ่ะ เจบีหมั่นไส้อ้ะ5555555

    ส่วนพี่มาร์คน่ถามจริงๆ อิจฉาแจ็คสันหรือหึงอ่ะ

    ฟิคเรื่องนี้ แจ็คสันกับมาร์คดีมั้ย ปล่อยแบมให้เราเถอะ55555
    #707
    0
  15. #693 Kat_ty_k (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 22:22
    เห้ยยยยย มาร์คร้ายอ่ะ ร้ายลึก ร้ายเงียบ น่ากลัวกว่าเจบีที่แสดงออกอีกกกก
    #693
    0
  16. #679 ผักชีดอง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 16:38
    รู้แล้วว่าใครน่ากลัวสุด มาร์ค นั้นเอง นางร้ายลึกอะ ข้างนอกเป็นแบบไหน ข้างในต่างกันโดยสิ้นเชิง แจบอมว่าร้ายนะ แต่แสดงออกมาทางสีหน้าหมดไง เรายังพอรู้ความรู้สึกของแจบอม แต่มาร์คไม่ ที่มันยิ้มให้แก ในใจมันอาจจะกำลังแช่งให้แกตายอยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้
    #679
    0
  17. #535 ปาร์คปาล์มพันเจ็ด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 12:20
    พอมีสองบุคลิกละคล้ายๆกับคนบ้า -_______-
    #535
    0
  18. #503 ~GOT_PM~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 01:19
    อิมแจบอมต้องโดนบึ้มสักที พ่อคนชนชั้นสูงงงงงงง  
    มาร์คโรคจิตมากเลย ฮือออ ทำไงดี สั่งตัวเองให้หยุดชอบคาแร็คเตอร์นี้ไม่ได้ #เดี๋ยวๆ
    #503
    0
  19. #492 katt. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 23:33
    พี่มาร์คน่าสงสารนะ แต่ทำแบบนี้ไม่ได้นาจาาา เกือบแล้วมั้ยละ555
    #492
    0
  20. #469 babyzbang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 14:52
    ถ้าเนียร์ไปขอให้จีวอนช่วยพี่ว่ามันจะง่ายกว่านี้555555555555555555
    #469
    0
  21. #462 kung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 15:32
    ฆ่ามาร์คกะบี ทิ้งได้มั้ย
    #462
    0
  22. #407 Plastic-bag (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 23:00
    สงสารเนียร์กับแบมอ่าาาาา~ เจบีกับมาร์คเลือดเย็นเกิ๊นนนนน
    #407
    0
  23. #382 MBKY; (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 20:33
    มาร์คแบมอย่างแซ่บแต่มาร์คต้วนนี้ร้ายมากอะ โอ้ย อยากปาหินใส่หัวเจบีแหม จ้ะ จ้า พ่อคนสูงส่ง หมดคำจะพูด แค่อยู่ในสถานการณ์ที่เลือกไม่ได้เฉยๆหรอก
    #382
    0
  24. #372 Kim TangTUAN (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 10:18
    พี่มาร์คแม่งโครตร้ายกาจอะ อิจฉาจนจะค่อนไปท่งจิตแล้วนะะะ
    #372
    0
  25. #347 Tooktaja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 01:45
    หวายอิสองพี่น้องร้ายมากกกก
    #347
    0