(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 3 : ::7Sins:: 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    25 มี.ค. 58

 

7 SINS

ENVY & PRIDE

 

 

ปาร์ค จินยองเป็นเด็กนักเรียนทุน

 

เด็กทุนในที่นี่หมายถึงนักเรียนหรือนักศึกษาที่ใช้เกรดแลกเงิน  ใช่.. คุณฟังไม่ผิดหรอกครับ อาจจะฟังดูน่าเกลียดแต่สำหรับผมแล้วมันก็คือความเป็นจริง  ผมเป็นคนเรียนเก่งมากก็อาจใช่  แต่ด้วยฐานะทางครอบครัวค่อนข้างยากจน พ่อและแม่จึงไม่สามารถจะส่งเสียให้ผมเรียนต่อจนจบชั้น ม.ปลายได้  

 

ทีแรกเกือบจะไม่ได้เรียนม.ปลายต่อแล้ว แต่ในตอนที่ผมกำลังจะสิ้นหวัง..

 

ผมก็ได้ยินข่าวมาว่าโรงเรียนมหาเศรษฐีอย่าง Song international  high School  กำลังเปิดรับสมัครให้นักเรียนสอบชิงทุนเรียนฟรี พอเห็นว่าเป็นคือโอกาสดี ก็ควรจะคว้ามันเอาไว้  ถึงได้ลองไปสอบเข้าโรงเรียนแห่งนี้ดู  และสุดท้ายผมก็สามารถสอบชิงทุนเข้าโรงเรียนซงได้สำเร็จ...

 

 

ผมอยู่มัธยมเกรด 12 และด้วยคะแนนสอบที่สูงลิ่ว ฝ่ายประเมินเลยจัดให้มาอยู่ ห้อง A หลายคนอาจจะคิดว่าผมนั่นโชคดีมากที่ได้ศึกษาเข้าเรียนต่อที่นี่ ถ้าให้พูดถึงในรั้วโรงเรียนซง  คนภายนอกอาจคิดว่ามันเป็นโรงเรียนในฝัน  ผมเองก็เคยคิดเหมือนพวกเขา..

 

แต่เหรียญนั่นมีสองด้าน..

 

คำว่าเด็กทุนนั่นทำให้ถูกเพื่อนๆในห้องต่างพากันดูถูกและรังเกียจ ที่นี่เป็นสังคมชั้นสูง มีแต่ลูกคุณหนูตระกูลดังมาเรียนกันอยู่นี่ทั้งนั้น ไม่มีใครอยากคบคนจนๆอย่างผมเป็นเพื่อนหรอก  มันเป็นปัญหาในตอนแรก อีกอย่างไอ้คำว่าเด็กทุนก็โดนล้อจนชิน แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าทนไปอีกสักปี เดี๋ยวก็เรียนจบได้เองนั่นละ

 

และมันก็ได้ไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คิด..

 

ผิดที่ผมหลงระเริงมากไปเอง คิดว่ายังไงตัวเองก็ต้องผ่านแน่ๆ  ตามหลักของการเป็นเด็กทุนคือต้องได้เกลียดเฉลี่ย 3.97 ในทุกๆเทอม ถ้าทำได้ก็จะได้รับค่าทุนการศึกษาให้เล่าเรียนต่อไป ทุกทีผมก็ทำได้เสมอ แต่ผลรวมของปีนี้มันดันออกมาเป็น 3.96  เลยทำให้ผมหลุดทุนไปโดยปริยาย

 

มันแย่ยิ่งกว่าแย่ซะอีก

 

ผมเครียดมาก..

 

มืดมน ไร้หนทาง อ้างว้าง ขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่ได้

 

ถ้าให้ผมไปขอร้องเรื่องค่าเทอมกับเพื่อนในห้องน่ะ มิหวังโดนเฉดหัวทิ้งแหง ขนาดมองหน้าเฉยๆยังโดนต่อว่าเลยเถอะ   ผมถึงมีความจำเป็นต้องทำตามทางเลือกสุดท้ายจากคำแนะนำของ ชเว ยองแจ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ เราเป็นเด็กทุนเหมือนกันก็ย่อมเข้าใจความรู้สึกกันดี..  เขาเองก็อยากช่วยผม แต่บ้านของตัวเองก็จนเหมือนกันเลยให้คำแนะนำอย่างหนึ่งมา

 

คำแนะนำที่ผมรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

 

แต่สุดท้ายก็มายืนอยู่หน้าประตูนี่แล้ว...

 

ณ สวนหลังโรงเรียนซึ่งมีรูปปั้นของเทพดีมิเตอร์เป็นสัญลักษณ์ถึงความอุดมสมบูรณ์ตั้งอยู่ แถวๆนั้นมีบ้านหลังหนึ่งเป็นที่ตั้งหลัก  นักเรียนหลายคนรู้กันดีว่า เป็นที่ๆใครห้ามเข้า มันคือที่พักของลูกชายผู้มีอิทธิพล เขาคนนั้นก็คือ อิม แจบอม หนึ่งในลูกชายทั้ง 7 ของตระกูลซง  ไม่มีใครในที่นี้จะไม่คุ้นเคยกับนามสกุลซงผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้หรอก

 

แน่นอนว่า..

 

คนที่อยู่ในห้องพักนี้ต้องรวยมากแน่ๆ

 

เด็กหลุดทุนอย่างผมกำลังเดือดร้อน..  ถ้าไม่รีบหาเงินมาจ่ายค่าเทอมของปีนี้รับรองว่าเรียนไม่จบเป็นแน่  ค่าเทอมโรงเรียนซงแพงขูดเลือดขูดเนื้อจะตายไป แล้วคุณคิดว่าเงินจำนวนมากมายมหาศาลอย่างนั้น ผมจะหามายังไงภายในระยะเวลาสั้นๆล่ะ ...?

 

 ใช่ ก็อย่างที่คุณคิด..

 

ผมอยากให้ อิม แจบอม ช่วยผม..

 

คิดแล้วก็น่าขำ ที่ไปขอร้องให้เขาช่วยผมทั้งๆ เราก็ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว คนอย่างแจบอมเขาไม่เคยคิดจะเหลียวมองผมหรอก ไม่ใช่ว่าเป็นแค่กับผมคนเดียว  กับเพื่อนคนอื่นๆ หรือพวกอาจารย์ก็เป็นได้แค่คนนอกสายตาสำหรับเขาเท่านั้นแหละ

 

แจบอมเป็นบุคคลที่น่ากลัว..

 

ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่ผมเห็นว่าหลายครั้ง บนใบหน้าอันเคร่งขรึมมักจะแสดงแววตาสมเพชเฉกทุกครั้งเมื่อได้เห็นคนอื่นมีข้อด้อยกว่า ผมไม่ค่อยรู้เท่าไหร่หรอกว่าจริงๆเขาเป็นคนอย่างไร แต่สิ่งเดียวที่ผมมั่นใจว่า การดูถูกคนอื่นไม่ใช่นิสัยของ คนดี’  หรอกนะ

 

ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น..

ไม่มีเลย..             

 

ผมเตรียมใจอยู่ซักพักก่อนจะก็ค่อยๆ ใช้มือที่สั่นไปทั้งแขนผลักบานประตูนั่นเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ไม่สิ.. มันควรจะเปิดยากกว่านี้ เขาอาจจะคิดไปเองว่าประตูมันหลวมมากกว่าประตูทั่วไป อย่างกับว่าก่อนหน้านี้มีคนมาพังมันอย่างนั้นล่ะ?

 

ผมเลิกสนใจกับสิ่งที่น่าสงสัยนั้นแล้วหันมาเผชิญหน้ากับแจบอมตรงๆ  ก็เห็นว่าร่างสูงกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง พอได้ยินเสียงเปิดประตู สายตาคมกริบก็ตวัดสายตามามองทางนี้อย่างรวดเร็ว ทำเอาผมยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินไปเลย 

 

ก้อนเนื้อข้างซ้ายมันเต้นตุบๆ จนช่วงเจ็บหน้าอกไปหมด สมองเหมือนสั่งให้หยุดทำงานไปชั่วขณะ เขาเองก็ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากเพื่อรวบรวมสติและเรียบเรียงคำให้ออกมาเป็นคำพูดปกติที่สุดทั้งๆ ที่ใจมันก็เต้นรัว..

 

“เอ่อ..ข..ขออนุญาตครับ”

 

แต่เสียงมันก็สั่นอยู่ดี..

 

สายตาที่นิ่งเรียบของเจบีที่ดูไม่มีอะไร แต่คนมองกลับรู้สึกว่ากำลังได้รับความกดดันอย่างมหาศาล จนเขาเองต้องแอบกลืนน้ำลายฝืดๆของตัวเองลงคอดังอึก..

ขนทั้งกายลุกซู่ขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน..

“นายเป็นใคร?”  เสียงทุ้มเย็นเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ก็แน่ล่ะ..  มันไม่ใช่สถานที่ๆ นักเรียนธรรมดาอย่างผมควรจะมา ก็รู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่า คงทำให้คนๆนี้ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

แต่ไม่คิดว่าพอเจอจริงๆ จะน่ากลัวมากเท่านี้เลย

 

แววตาอันว่างเปล่า ทำให้เดาความคิดเขาไม่ออก รู้อย่างเดียวก็คือความโกรธที่แผ่ซ่านมาจากคนตัวสูง ผมยืนตัวเกร็งตั้งแต่หัวจรดปลายนิ้วเท้า  แค่ยกเท้าขึ้นเฉยๆ ยังทำไม่ได้  ทุกๆ ส่วนในร่างกายมันหนักอึ้งไปทั้งตัว ดั่งเช่นถูกแจบอมควบคุมเอาไว้ทั้งหมดด้วยสายตาคู่นั้น 

 

เอาไงดี..

 

ถอยไม่ได้แล้วนะ..

 

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เผื่อมันจะช่วยลดอาการตื่นเต้นนี้ให้สงบลงไปได้บ้าง ขนาดว่าเตรียมใจยังมาแล้วรู้สึกหวาดกลัวผู้ชายคนนี้มากถึงขนาดนี้เลย นี่เขาคิดถูกหรือคิดผิดที่จะต้องมาอ้อนวอนขอให้คนๆนี้ช่วย

 

คิดถูกแล้วน่า..

 

เจบีก็ยังไม่ได้ว่าอะไรนายเลยนี่ แถมยังนั่งรอฟังคำตอบเขาอีก

 

ถึงจะไม่ใช่ท่าทางที่ยินดีฟังก็เถอะ

 

“ผม.. ผมชื่อปาร์ค จินยอง.. ผมอยู่ห้องเดียวกับคุณ คุณพอจะจำผมได้ไหมครับ”  กล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างนึกมั่นใจ เขาคิดว่าตัวเองเลือกใช้ถ้อยคำได้ดีที่สุดแล้ว การจะผูกมิตรกับผู้ชายคนนี้คงไม่ใช่เรื่องยาก เรื่องที่เคยมองเจบีในแง่ร้าย เขาคงแค่คิดมากไปเอง..   

 

“คิดว่าตัวเองมีค่าพอจะให้คนอย่างฉันจดจำหรอ?”

 

แต่ทุกอย่างก็พังทลายลงด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว ถ้อยคำและสีหน้าที่เย้ยหยันนั่นทำเอาคนฟังสะอึกไปได้ไม่น้อยเลย  ไม่มีค่าพอให้จำทำเอาหน้าชาไปมากกว่าครึ่ง มันคือคำพูดของคนที่พึ่งจะเคยคุยกันเป็นครั้งแรกงั้นหรอ?   

 

ถึงแจบอมจะปากคอเราะรายไปบ้าง...

 

เขาก็ยังคิดว่าตัวเองยังมีความหวังอยู่ลึกๆ จินยองสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เขาเองไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

 

 “คือผมกำลังมีปัญหา..  ที่ผมเข้าเรียนโรงเรียนซงได้ ก็เพราะว่าสมัครสอบชิงทุน แต่ตอนนี้ผมหลุดทุนเพราะเกรดเฉลี่ยไม่ถึงเกณฑ์ ผมทำเกรดได้เพียงแค่ 3.96  แต่ตามที่โรงเรียนซงกำหนดให้ก็คือ 3.97 ขึ้นไป ผมไม่มีเงินมากพอจะจ่ายค่าเทอมได้.. ทั้งๆอีกแค่ปีเดียวผมก็จะเรียนจบแล้ว ผมก็แค่อยากให้คุณ.. ”

 

“แล้วฉันต้องรู้ไหม”  

 

อีกครั้งกับถ้อยคำเสียดแทงที่คอยทิ่มแทงใจผู้ฟังอยู่หลายครั้งหลายหน  จินยองได้แต่จิกฝ่ามือตัวเองแน่นจนขึ้นเป็นรอยช้ำ นึกเจ็บใจ แต่ก็ทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับอย่างน่าสมเพช คนอย่าง แจบอมไม่คิดจะถนอมน้ำใจผู้อื่นเลยซักนิด  คิดว่าเรื่องที่ผมเล่าไปทั้งหมดมันน่ารำคาญมากเกินกว่าจะทนฟังได้สินะ...

 

ผิดที่ตัวเขาเองตั้งแต่แรก..

 

มันคือความผิดพลาดอย่างมหันต์ที่คิดจะมาขอความช่วยเหลือจากผู้ชายใจร้ายคนนี้

 

 

เจบีทำแค่ปรายตามองอีกคนด้วยสายตานิ่งๆ ก็จริงไม่ใช่หรอ มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรู้สักหน่อย จะมาเล่าให้ฟังทำไม ก็ตัวเองโง่เองไม่ใช่หรือไง ที่ทำเกรดได้น้อยอย่างนั้น 

ก็สมควรแล้วนี่..

 

จะบอกว่าทำเกรดได้ถึง 3.96 ? แน่ใจนะว่านี่คือทำแล้ว เห็นแล้วก็นึกสมเพชอีกคนในใจ         มาตรฐานระบบการศึกษาของโรงเรียนพ่อมันห่วยแตกจริงๆ อย่างน้อยพวกไม่มีความรู้ก็ควรจะทำเกรดให้ได้ถึง 3.99 สิ  เขาไม่ได้พูดอะไรผิดไปหรอกนะ  3.99 นั่นแหละ ดีแล้ว พวกเด็กทุนจนๆ ไม่มีปัญญาทำเกรดเฉลี่ยถึง 4.00 ได้เหมือนอย่างเขาหรอก

 

คนร่างเพรียวที่ยืนอยู่หน้าประตูทำหน้าสิ้นหวังเหมือนพวกขี้ขลาด น่าขันที่ตอนแรกก็ออกจะดูมีความตั้งใจดีแท้ๆ ตอนนี้ยอมรับแล้วสินะ ยังจะมีหน้ามาแนะนำตัวให้เขารู้จักอีก เป็นชื่อที่ไม่ค่อยอยากจะจำใส่สมองเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวมันก็จะไปเปลืองเนื้อที่ความฉลาดของเขาเปล่าๆ

 

“ผมก็แค่อยากให้คุณช่วยผม”  คำขอร้องอันแผ่วเบา ทำให้เจบีชะงัก..

 

เสียงอาจแผ่วเบา แต่ก็เป็นเครื่องยืนยันเป็นอย่างดีว่า จินยองนั่นยังไม่ยอมหมดหวังง่ายๆ           ยังคงดิ้นรนจะโน้มน้าวใจเขาให้ได้ แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าอาจจะไม่ได้อะไรเลยก็ตาม ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่ดีอยู่หรอก และมันก็ช่างเป็นความพยายามที่ไม่ค่อยจะเจียมเนื้อเจียมตัวเช่นกัน

 

ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย..

 

“ทำไมฉันต้องช่วยคนแบบนายด้วย”

 

“คือว่าผม..”  จินยองเริ่มกระสับกระส่าย

 

ให้ตายสิ..

 

ทำตัวอ้ำอึ้งอยู่ได้

 

แจบอมวางหนังสือที่ถือค้างไว้ในมือลงบนปลายเตียง ก่อนจะยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวขายาวๆ เดินตรงไปหาอดีตเด็กทุนที่กำลังเดือดร้อนเงินในระยะประชิด รู้ดีว่ายิ่งทำแบบนี้มันจะยิ่งชวนให้อีกฝ่ายกระอักรู้สึกกระอ่วนใจมากขึ้น

 

แต่มันก็เป็นวิธีที่เด็ดขาด...

 

“นายมีอะไรมาแลกไหมละ?”  

 

“ผม..”  

 

เขาลองยื่นข้อตกลงเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนไปให้แล้ว  คนตรงหน้าก็มัวแต่อึกอักเหมือนจะพูด    แต่ทว่าก็ไม่ยอมพูดออกมาสักที เอาแต่เม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงอยู่ได้ แล้วไอ้ท่าทางซึมๆพร้อมศีรษะหลุบต่ำนั่น คงจะรู้อยู่แก่ใจดีซินะว่า ตัวเองมันไม่มีอะไรเลย...

 

 คนอย่างนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไรกัน พูดไปก็เสียเวลาเปล่าใช่ไหมละ

 

หึ..

 

“คราวหลังก็อย่ามาเหยียบบ้านฉันอีก มันไม่รองรับคนจนๆแบบนาย พรมเช็ดเท้านั่น..”

 

ร่างสูงก้มต่ำลงไปมองตรงพื้น บริเวณที่จินยองยืนอยู่พอดี

 

“..เดี๋ยวฉันคงต้องเอาไปทิ้ง แล้วสั่งให้แม่บ้านซื้อมาใหม่”

 

แจบอมตอกย้ำอีกฝ่ายด้วยวาจาเชิงดูถูกตรงๆ มันคงช่วยให้จินยองไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้ได้เร็วขึ้น   

 

แค่นี้บ้านเขาก็สกปรกจะแย่

 

นัยน์ตาคมเหลือบมองอีกคนด้วยความรู้สึกเหนือกว่า ร่างสูงเกือบจะก้าวเท้าหนีไปทางอื่นแล้ว ถ้าไม่ติดว่ามีเสียงบางอย่างฉุดดึงตัวไว้ก่อน มันเลี่ยงไม่ได้ด้วยที่จะไม่เหลียวหลังกลับไปมอง..  

 

!!?

 

“ขอร้องละคุณแจบอม... กรุณาเมตตาผมด้วยเถอะครับ”  ภาพของจินยองที่คุกเข่าอ้อนวอนอยู่ตรงหน้าทำเอาร่างสูงอึ้งอยู่มาก ถ้าให้ฟังจากเสียงกระแทกเมื่อกี้มันไม่ได้เบาเลยซักนิด พนันได้เลยว่าอีกฝ่ายต้องได้บาดแผลบนหัวเข่าอย่างไม่ต้องสงสัย    

 

 

เขายอมใจเลยจริงๆ

 

 

ถึงขั้นยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อจะคุกเข่าขอร้อง นี่ทำเขาพูดไม่ออกเลย...

 

ไม่รู้จะรับมือยังไงกับความดื้อด้านของคนๆนี้ดี

 

การที่เขาไม่ไล่ตะเพิดอีกคนออกไปจากบ้านหลังนี้ตั้งแต่แรก โดยไม่คิดจะใช้สมองไตร่ตรองอะไรเลย นั่นเป็นเพราะว่าความโกรธทำให้คนขาดสติ พอไร้สติก็ทำให้คนขาดเหตุผล เมื่อขาดการพิจารณาเหตุผล ก็นำพามาซึ่งความโง่นั่นเอง...

 

ถ้าให้พูดถึงความโกรธ

 

ไอ้เด็กขี้โมโห  กูจุนฮเว น้องชายคนรองของบ้าน

 

ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความโง่ที่ใช้ได้เลยละ..

 

 

เขาน่ะ... เป็นคนฉลาดที่สุดในบ้านหลังนี้แล้ว

 

 

“ไว้ฉันจะลองพิจารณาดู นายกลับไปก่อนเถอะ ” เจบีตัดสินใจเลือกจะยอมรับและใช้ถ้อยคำที่ดี หว่านล้อมให้อีกฝ่ายไปด้วยใจมากกว่าจะไปเฉดหัวไล่ส่งหรือใช้คำพูดหยาบคายโง่ๆ

 

ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนใจดีมีเมตตาเหมือนอย่างที่อีกฝ่ายคิดไปเอง

 

แค่การตวาดมันไม่ใช่สมบัติของพวกผู้ดี.. เขาจึงไม่ทำ

 

 

“ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณจริงๆ”   เด็กหลุดทนยอมลุกขึ้นยืนในที่สุด  แถมเผลอโค้งตัวเป็นการขอบคุณให้อีกหลายครั้งด้วยความตื่นเต้นดีใจ จนแจบอมเองต้องยกมือสั่งบอกให้หยุดได้แล้ว        

 

จะดีอกดีใจอะไรขนาดนั้น..  เขารับปากไว้ว่าจะพิจารณาก็จริง แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะยอมช่วยใช่ไหมละ?

 

 

“ไปได้แล้ว..”  แจบอมพูดย้ำอีกครั้ง ในที่สุดจินยองก็ยอมก้าวขาออกไปจากบ้านหลังนี้ได้สักที

 

 

 

ปาร์คจินยอง เด็กทุนเกรด 12 ห้อง A .. สินะ ?

 

 

 

ไว้ค่อยไปหาข้อมูลทีหลังก็แล้วกัน .. 





 

 

 

ENVY & PRIDE

 

 

 

ผมชื่อแบมแบม เป็นเด็กนักเรียนชั้นเกรด10 ห้อง กำลังคับหากับรุ่นพี่แจ็คสัน หวัง นักเรียนชั้นเกรด12 ห้องB  พี่เขาเป็นถึงนักกีฬาบาสเกตบอลตัวจริงของโรงเรียนซง

 

เราสองคนแอบคบกันมาตั้งแต่ช่วงปิดเทอม 

 

จนกระทั่งวันนี้คนอื่นก็ยังไม่รู้หรอกครับ พี่มาร์คเป็นคนแรกเลยที่รู้ก่อนใคร

 

พี่แจ็คสันเป็นคนมารับผมที่บ้านตั้งแต่เช้า จะได้ย้ายข้าวของเครื่องใช้จำเป็นไปอยู่คอนโดด้วยกัน อันที่จริง.. ผมก็อาศัยอยู่กับพี่เขาสองคนมาได้ซักพักหนึ่งแล้วล่ะ

 

วันนี้พี่แจ็คสันลืมไปว่าตัวเองมีนัดกับพี่มาร์คตั้งแต่เช้า มานึกได้อีกทีก็ตอนที่เรากำลังช่วยกันเก็บของอยู่นั่นแหละ เลยจำเป็นต้องกองสิ่งของไว้อย่างนั้นก่อน  เพราะฝ่ายพี่แจ็คสันเองย้ำนักย้ำหนาว่ายังไงก็ต้องไปโรงเรียนให้ได้เดี๋ยวนี้ เพราะไม่อยากให้เพื่อนต้องคอยนาน

 

พี่เขาคงจะแคร์ความรู้สึกเพื่อนคนนี้มาก..

 

ก็สองคนนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้วนี่

 

“พี่คือพี่มาร์คเองสินะ ผมเห็นพี่แจ็คสันพูดถึงพี่บ่อยๆ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” 

 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ น้องแบมแบม”

 

ผู้ชายตัวสูง หน้าตาดีตรงหน้า ที่มีชื่อว่ามาร์คต้วนส่งยิ้มมาให้ผมอย่างเป็นมิตร จะว่าไปก็ดูเป็นคนดีนะ เคยได้ยินมาบ่อยๆว่าเป็นคนใจดีและมีน้ำใจกับทุกคน ถึงจะมีศักดิ์เป็นถึงลูกชายของเจ้าของโรงเรียน ก็มีความถ่อมตัวสูงมาก ซึ่งเป็นประเด็นแตกต่างกับพี่น้องคนอื่นๆ ในตระกูลซงจากที่ผมรวบรวมข้อมูลมาทั้งหมด

 

ลูกชายคนแรกชื่อ ซงมินโฮ เกรด 12 ห้อง F    หลับอย่างเดียว ไม่มีอะไรเลย

 

ลูกชายคนที่สามชื่อ อิมแจบอม เกรด 12 ห้อง A ฉลาดเป็นกรด แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง  ยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัด เป็นบุคคลที่อันตรายที่สุดเลยก็ว่าได้..  ก็เพราะตรงไม่ค่อยมีข้อมูลนี่ละ

 

ลูกชายคนที่สี่ คังซึงยูน  เกรด 12 ห้อง B  ค่อนข้างจะสันโดษ เป็นคนเงียบๆ แต่สายตาไม่ได้เงียบตามปาก  คนพรรค์นี้... อย่าเอาตัวเข้าไปพัวพันเลยจะดีกว่า

 

ลูกชายคนที่ห้า คิมจีวอน เกรด 11 ห้อง B  มีแววตากรุ่มกริ่มไม่น่าไว้ใจ คงจะเป็นพวกเจ้าชู้ไม่รู้จักคำว่าพอ

 

ลูกชายที่ชื่อ กูจุนฮเว  เกรด 10 ห้องF  นักเลงหน้าเหวี่ยง เป็นพวกชื่นชอบการใช้หมัดต่อยหน้าคนอื่นมากกว่าจะเอ่ยปากคุย

 

 

ส่วนลูกชายคนสุดท้องที่ชื่อ จองชานอู เกรด 10 ห้องB  อะไรนั่นก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ ถึงจะอยู่ชั้นเดียวกันกับผมก็เถอะ

 

ก็อย่างเขาว่าละนะ..

 

ตระกูลซงมีแต่คนน่ากลัว..  ถ้าให้พูดว่าพี่มาร์คเป็นคนดีเลย ผมไม่มีทางเชื่อเต็มร้อยหรอก         ถึงจะยังไม่มีข้อมูลสำหรับมาร์คต้วนแน่นพอก็จริง อาจจะเป็นพวกประเภทร้ายลึกมากกว่าก็ได้

 

จะว่ายังไงดี..?

 

เพราะเรามีบางอย่างคล้ายกันละมั่ง..

 

“ใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว เราคงไม่มีเวลาพอจะเล่นบาส”  มาร์คต้วนมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ แจ็คสันรู้เลยว่าเป็นเพราะตัวเขาเองที่มาช้า

 

“โธ่มาร์ค กูขอโทษที่ช้านะ คือตอนนั่นกูลืมไปจริงๆวะ”

 

“ไม่เป็นไรกูเข้าใจ ก็มึงไม่ว่างนี่”  พูดเหมือนจะเข้าใจ แต่ความจริงก็แอบไม่พอใจผู้เป็นเพื่อน  อยู่ลึกๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็ตาม หากนัดกันไปเที่ยวหรือ ไปทำอะไรด้วยกัน  คนอย่างมันจะมาตรงเวลาเสมอ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มันช้า อ้างเหตุผลว่าไปรับแฟนเนี่ยนะ?

 

อ่อหรอ..

 

ฟังไม่เห็นจะขึ้นเลยซักนิด

 

พวกเห็นแฟนดีกว่าเพื่อนมันก็เป็นงี้ละ

 

“อ้อจริงด้วย.. คาบแรกผมสายไม่ได้ งั้นขอตัวไปเรียนก่อนนะครับ”  แบมแบมร้องอ้ออย่างนึกขึ้นได้ว่าคาบแรกเป็นอาจารย์ที่เข้มงวดมาก ถ้าไปช้ามีหวังคงได้ถูกเช็คขาดกันพอดี จึงรีบโค้งตัวให้แก่มาร์คต้วนในฐานะรุ่นพี่อย่างมีมารยาท ร่างสูงเองก็พยักหน้ารับเช่นกัน

 

“ถึงห้องแล้วอย่าลืมไลน์มาหาพี่ด้วยนะ”  แจ็คสันย้ำเหมือนทุกครั้ง จนกลายเป็นความเคยชินของของแบมแบมไปแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาต้องห่างจากกันเป็นเวลานานถึงจะเป็นแค่ชั่วโมงเดียว  ก็จะคอยส่งข้อความคุยกันทางไลน์ทุกๆ ชั่วโมง ว่าทำอะไรอยู่ อยู่ที่ไหน อยู่กับใคร  มันอาจจะฟังดูเกินไปแต่สำหรับคนอื่น แต่แจ็คสันและแบมแบมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องน่าลำบากใจตรงไหน  มันคือความเต็มใจของคนสองคนมากกว่า

 

“อื้อ! ไว้เจอกันตอนเที่ยงนะครับ” แบมแบมพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับว่ารู้แล้วน่า ก่อนจะเร่งฝีเท้าวิ่งไปทางตึกหน้าโรงเรียนที่มีรูปปั้นเฮร่าเป็นสัญลักษณ์ของเหล่านักเรียนเกรด 10 อย่างเร่งรีบ

 

มาร์คต้วนมองตามคนตัวเล็กที่วิ่งห่างออกไปอย่างนึกสนใจ

 

คล้ายว่าจะเด็กเรียนละนะ..

 

แต่เหมือนจะเป็นเด็กเรียนเก่งมากกว่าจะเป็นเด็กตั้งใจเรียน

 

ยังมีอีกประเด็นที่ผมสงสัยและคิดว่ามันต้องใช่..  ในเมื่อแจ็คสันถึงขั้นพาไปรับมาเรียนพร้อมกันได้ขนาดนี้ เขาชักจะคิดว่าเด็กคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ อีกอย่างพฤติกรรมตัวติดแฟนแบบนี้       เด็กเรียนจริงๆเขาไม่นิยมทำกันหรอกครับ อยู่ห้อง A มีเวลามีแฟนงั้นหรอ? คุณก็คิดอย่างงั้นใช่ไหมละ?

 

อีกหน่อยก็ใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนเต็มทีแล้ว..

 

ผมกับแจ็คสันต้องเดินแยกไปอีกทางที่มีรูปปั้นอาร์เทมิสเป็นสัญลักษณ์ของตึกนักเรียนเกรด 12  ในระหว่างทางไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้น เพราะแจ็คสันมัวแต่ส่งไลน์คุยกับเด็กที่ชื่อว่าแบมแบมไม่ยอมหยุดสักที แน่นอนว่าผู้เป็นเพื่อนอย่างมาร์คต้วนก็ต้องรู้สึก..

 

 

 

โคตรรำคาญ...

 

 

 




ENVY & PRIDE

 

 

 

 ณ.ชั้นเรียนเกรด12 ห้องB

 

และห้องนี้เองก็มีลูกชายของนาย ซง อิลกุก อยู่ด้วยกันถึงสองคน  นั่นก็คือ มาร์ค ต้วน และ คัง ซึงยูน 

 

ถ้าให้เอ่ยถึงข้อแตกต่างถึงการเรียนระหว่างลูกชายทั้งสอง ประเดิมด้วยคนแรกเลย มาร์ค เขาเป็นเด็กค่อนข้างมีความรับผิดชอบสูง เหมาะสำหรับแก่การเป็นผู้นำ ทั้งมาเรียนตรงต่อเวลา   ไม่เคยโดดเรียนเลยสักครั้งเดียว   กีฬาก็เด่น เรื่องเรียนก็เก่ง  ต่างกับที่ซึงยูนที่เรียนได้เก่งพอๆกัน แต่มีพฤติกรรมชอบมาเรียนสายเป็นประจำควบคู่กับโดดเรียนบ่อยๆ  คะแนนลักษณะอันพึงประสงค์จึงมีน้อยกว่ามาร์คที่ชอบเข้าเรียนทุกวัน  

 

วันนี้ก็เหมือนเดิม...

 

ซึงยูนยังคงมาเรียนสายอีกเช่นเคย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีนักเรียนและครูคนไหนกล้าปริปากต่อว่าลูกชายเจ้าของโรงเรียนหรอกนะ  เว้นเสียมาร์คเองที่ไม่ได้พูดอะไร ผู้เป็นพี่ทำแค่เพียงตวัดสายตาไปมองซึงยูนด้วยแววตาเหยียดยามเหมือนทุกครั้งแล้วก่นด่าเพียงในใจ 

 

มาร์คไม่ค่อยชอบซึงยูน

 

ไม่รู้ซิ ไม่ค่อยมีเหตุผลอะไรนักหรอก ก็แค่ก็รู้สึกหมั่นไส้กับท่าทีที่ชอบโอ้อวดและแขวะคนอื่น ซึงยูนก็คล้ายๆกับแจบอม หลงตัวเองเหมือนกัน แต่พูดมากกว่าแล้วก็ชอบแขวะออกมาลอยๆ คิดว่าตัวเองดีมากรึไง?

 

แค่เห็นว่าช่วงนี้ชอบไปพูดคุยเรื่องธุรกิจกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง ส่วนพ่อเองก็เหมือนจะเห็นดีเห็นงามกับมันมากซะด้วย ถึงขั้นจะลงทุนเงินจำนวนหนึ่งให้คนเห็นแก่ตัวอย่างมันอีก คงกะจะทำงานร่วมกันล่ะมั้ง

 

สิ่งแรกเลยที่เขาพอจะเดาออกได้..

 

 พ่อคงไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง ก็เพราะว่าเงินทั้งหมดจะถูกมันกอบโกยไปเพียงผู้เดียวน่ะสิ    ถามว่าไอ้คนอย่าง คัง ซึงยูน มันเคยแบ่งปันอะไรให้ใครบ้างเถอะ

 


ไม่มีทาง...

 

ไอ้น้องคังซึงยูนมันก็แค่พวกชอบประจบประแจงพ่อจนน่าหมั้นไส้ อยากได้หน้ามากกว่าลูกคนอื่นละสิ  ถึงได้พยายามดิ้นรนขนาดนั้น การเรียนก็ไม่เห็นจะได้เรื่องตรงไหน  ทั้งมาเรียนสาย โดดเรียนก็โคตรบ่อยมาก คนอย่างมันไม่มีอะไรดีเลย นอกจากการสไลด์หน้าจอไอแพดไปวันๆ

 

อ่า.. จริงด้วยสิดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้จะพึ่งผ่านการสอบมาด้วยนี่

 

เป็นอันรู้กันดีว่า ซึงยูนนั้นเก่งคณิตศาสตร์มาตั้งแต่เด็กจนโต  มันสอบไม่เคยตกเลยสักครั้ง เขาขอยอมรับเลยก็ได้ว่า มันเป็นพวกอัจฉริยะในการคำนวณตัวเลขอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าเห็นแค่โจทย์ก็คิดคำตอบได้แล้ว

 

แต่คิดแล้วก็ยังขำไม่หาย..

 

เมื่อเร็วๆนี้ คังซึงยูนห้อง B สอบวัดผลคณิตศาสตร์ได้ถึง 98 จาก100 คะแนนเต็ม เป็นอันดับหนึ่งของห้อง ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง อยากจะลุกขึ้นยืนปรบมือให้  แต่ช่างตลกร้ายที่ อิมแจบอมห้อง A นั้นสอบได้ถึง 100 คะแนนเต็ม เป็นที่หนึ่งของเกรด12 

 

เรื่องนี้ทำเอาไอ้น้องคังซึงยูนมันเจ็บใจไปหลายวันเลยละ  J

 

มาร์คเหลียวหลังไปมองซึงยูนที่นั่งอยู่หลังห้องคนเดียวอย่างนึกแอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจ

 

 


สมน้ำหน้า..    

 

 

จบเรื่องของมันกันดีกว่า ซึงยูนมันเป็นเด็กหลังห้อง ชอบอยู่คนเดียว  พวกไม่มีใครอยากคบด้วยก็อย่างนี้แหละ  ส่วนผมนั่งเรียนอยู่ตรงโต๊ะแถวกลางห้อง ถามว่าใครนั่งข้างๆผมหรอ.. ก็ไอ้เพื่อนสนิทคนเดิมละ

 

เราเรียนกันมาถึงวิชาสุดท้าย ผมก็นั่งเปิดหนังสือไปเรื่อย ทำเป็นหยิบปากกาขึ้นมาเลคเชอร์เนื้อหาบ้าง ทำเป็นฟังที่ครูพูดบ้าง ความจริงเขาก็แค่วาดรูปเล่นเพื่อฆ่าเวลารอเวลาพักเที่ยง

 

เมื่อถึงเวลาที่ครูควรจะปล่อยให้นักเรียนไปรับประทานอาหาร แต่ผู้เป็นอาจารย์ก็ยังไม่ปล่อยแถมยังจะอธิบายยาวเหยียดจนเสียเวลา นั่นทำให้มาร์คต้วนไม่เป็นที่สบอารมณ์เท่าไหร่เลย

 


เข้าสอนก็ช้า

 


ยังจะปล่อยช้าอีก

 

ในเมื่อครูเป็นคนสอนให้นักเรียนรู้จักตรงต่อเวลา แล้วทำไมถึงไม่เป็นแบบอย่างให้ดูเลยละ?    พวกครูไม่มีจรรยาบรรณแบบนี้น่าจะรีบๆลาออกจากโรงเรียน ไปเริ่มต้นฝึกเรื่องเวลาให้ตัวเองใหม่คงจะดีกว่าการที่จะมาเป็นครูโรงเรียนซงอีกนะว่าไหม

 

 “มึงไปกินข้าวกันเหอะ”  มาร์คเอ่ยปากชวนเพื่อนสนิทหลังจากถูกปล่อยได้ ก็กินเวลาพักเบรกไปเกือบจะห้านาทีครึ่งแล้ว ร่างสูงคิดว่าตัวเองคงไม่เจอเรื่องน่าเบื่ออีกแล้วในวันนี้ เพราะว่าสำหรับวันนี้เขาก็เจอมามากพอแล้ว

 

“เออเดี๋ยวก่อนนะ กูขอไลน์ถามแฟนก่อน”

 

อีกแล้วหรอวะ?

 

เรื่องน่าเบื่ออีกแล้ว..

 

โทรศัพท์เขามีไว้โทร ไม่ได้มีไว้พิมพ์อย่างเดียวซะหน่อย ถ้าจะส่งข้อความหากันได้ทุกๆชั่วโมง     นี่ไม่เบื่อคุยกันแย่รึไง ถ้ามันจะมีเรื่องคุยมากมายขนาดนั้น ก็ดรอปเรียนกันไปทั้งคู่แล้วกลับไปคุยกันที่บ้านเถอะ คุยกันเสร็จเมื่อไหร่ค่อยกลับมาเรียนต่ออีกปีก็ได้นะ 

 


 แม่ง..

 

 ครูคนเมื้อกี้เขาว่าน่ารำคาญแล้วนะ ยังจะมาเจอเพื่อนทำตัวน่ารำคาญด้วยอีก..


 

 

ENVY & PRIDE

 

 

 

ณ.โรงอาหารพาเธนอน

 

แจ็คสันและแบมแบมเป็นประเด็นที่ซุบซิบกันอยู่ไม่น้อยสำหรับคู่รักใหม่ของโรงเรียน ก็จะไม่ให้นักเรียนคนอื่นหันมาจ้องมองได้ยังไง ก็ดูสิ่งที่สองคนนี้กำลังทำอยู่สิ....

 

“พี่แจ็คสันกินเลอะ อีกแล้วนะครับ”  

 

“อ่าวหรอๆ แบมเช็ดให้พี่หน่อยสิ” 

 

“เปื้อนอีกแล้วนะ”  แบมแบมดุอีกฝ่ายแต่ก็ยังหยิบผ้ามาซับๆที่มุมปากให้แฟนหนุ่มอีกครั้ง   แจ็คสันได้แต่ยิ้มอย่างพอใจที่มีคนรักคอยดูแลเอาใจทุกอย่าง มาร์คที่นั่งมองคู่รักหวานซึ้งกันอยู่สองคนจนคนนอกอย่างเขารู้สึกอึดอัดอยู่แปลกๆ

 

และมันทำให้เขานึกย้อนไปถึงอดีตในวัยเด็ก

 

เมื่อถึงเวลาเช้า จะมีทำเนียมในบ้านอย่างหนึ่ง นั่นก็คือการร่วมรับประทานอาหารเช้ากับพี่น้องทั้งพร้อมผู้เป็นพ่อ ตอนนั้นพ่อมีลูกแค่สี่คนก็คือมินโฮ เขา แจบอม แล้วก็ซึงยูน และพ่อเองก็มักจะคอยป้อนข้าวให้พี่ชายคนโตอย่างแจบอมเป็นอย่างดี ถึงแม้มันจะไม่ยอมรับก็เถอะ บางครั้งก็ชอบเช็ดปากให้ซึงยูนด้วย ส่วนไอ้พี่มินโฮที่ไม่มีใครสนใจก็ยังมีแม่ของมันคอยดูแลป้อนข้าว เช็ดปาก ให้อยู่ดี

 


ส่วนเขาน่ะหรอ... ไม่ค่อยถูกพ่อตามใจหรอก ตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะว่าเป็นเด็กที่เงียบด้วยล่ะมั้ง ถ้าข้าวเลอะปากก็ต้องเช็ดเอาเอง ถ้าหิวก็ตักกินเอง ไม่เคยมีใครมาคอยป้อนให้หรอกมันเป็นอย่างนั้นมานานจนชินแล้ว

 

 

ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย..

 


“พอเลยๆ เดี๋ยวผมป้อนให้พี่เอง”

 


“จริงหรอ งั้นพี่ขอคำใหญ่ๆเลยนะ”

 


เฮ้อ..

 

มือก็ไม่ได้ไปเจ็บอะไรมาไม่ใช่หรือไง มันจำเป็นด้วยหรอที่ต้องประคับประคองป้อนข้าวให้กันเป็นอย่างดี ก็ถ้าจะมาทำแบบนี้ตั้งแต่แรก ทำไมไม่ไปทำที่อื่นละวะ

 

มาทำต่อหน้าเขาไปเพื่ออะไร อยากอวดแฟนว่างั้น?

 

เฮอะ..

 

 พอเห็นอะไรที่น่ารำคาญแบบนี้ มันทำให้รู้สึกกินข้าวไม่ลง..

 

ในเมื่อความหงุดหงิดมันมีมากกว่าความหิว  มาร์คต้วนไม่ยอมตักอาหารเข้าปากเลยสักช้อนเดียว แม้ว่าอาหารจานหรูนี้จะมีราคาแพงมากๆ ถึงจะเป็นอาหารจานโปรดที่มาร์คชอบ แต่เขาทำเพียงแค่เขี่ยมันไปมา อย่างไม่นึกเสียดายอะไร ก็จะให้ทำไงได้ ก็ตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะกินนี่

 

 “ไม่เอาคำใหญ่ๆแล้วนะ”

 

“อ่า..ได้ครับ”

 

“แต่ขอคำว่ารักแทนได้ป่ะ”

 

น่าหงุดหงิดวะ

 

มาร์คได้แต่ข่มความรู้สึกที่อยู่ภายในใจไม่ให้แสดงออกถึงความไม่พอใจ ทุกครั้งที่ได้เห็นทั้งคู่ คุยหยอกล้อกัน  มันทำให้คนนอกอย่างเขารู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน ราวกับว่าตัวเขาไม่เคยมีตัวตนในสายตาใคร เขาไม่ชอบให้ใครมาทำให้เขารู้สึกแบบนี้..

 

ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทก็นะ.. แล้วไงวะ?

 

เพื่อนกันเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก

 

“ไม่ต้องเลย กินๆไปเลยพี่น่ะ”  แบมแบมรีบตักอาหารยัดๆเข้าปากอีกคนเพื่อแก้เขิน ริมฝีปากเรียวสีหวานพยายามจะหุบ แต่ก็เผลอกดยิ้มออกมาทุกครั้ง ที่โดนสายตาล้อเลียนไม่เลิกของแฟนหนุ่ม มันอาจจะเป็นภาพที่น่ารักและน่าอิจฉาสำหรับใครหลายคนแต่ไม่ใช่กับ มาร์คต้วน     

 

ที่ไม่พอใจไม่ใช่ว่าเขาอิจฉาเพื่อนหรอกนะ ก็แค่อยากได้แบบนั้นบ้าง อยากได้แบมแบมมาดูแลเอาใจใส่เขาบ้าง  แต่เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ไง ถึงได้รู้สึกหมั้นไส้เพื่อนตัวเอง.. แบบนี้ไม่เห็นจะเรียกว่าอิจฉาตรงไหนเลย เขาก็แค่อยากได้ในสิ่งที่ตัวเองไม่มี มันก็เท่านั้นแหละ

 

 “แก้มนายนี่ยุ้ยจริงๆ ขอพี่หอมได้ป่ะ”

 

“ไม่เอาน่า มีคนมองเราเยอะนะครับ”

 

 แจ็คสันพูดเล่นทีจริง ใบหน้าคมโน้มเข้าไปใกล้แฟนตัวเล็กที่มีใบหน้าแดงก่ำ มือเล็กรีบใช้มือดักหน้าแต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ทัน ถึงได้เบี่ยงหลบก่อนจะพิชิตแก้มนิ่มๆนั่นได้ สมใจอยาก

 


“คราวนี้ พี่ขอหอมอีกข้างนะ”

 


รำคาญ...

 

“พอเลย ผมอายคนอื่นเขา”

 


น่ารำคาญ..

 

“อายทำไม เขารู้กันหมดแล้วน่า”

 


 พอกันที!

 

 

เคร้งงงงง !!

 

 

ทั้งสองสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงอะไรหล่นลง พอหันขวับไปมองก็พบว่ามีช้อนที่หักครึ่งตกอยู่บนพื้นส่วนอีกครึ่งนั่นอยู่ในมือของตัวต้นเหตุที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 


“เฮ้ย! อะไรวะมึง”

 

“เอ่อ...โทษที สงสัยกูจะเบื่อมากเกินไปหน่อยวะ”  พอมาร์คนึกอะไรได้ก็แก้ตัวไปตามที่คิดประกอบกับใช้ฝ่ามือเกาท้ายทอยตัวเองแล้วแสร้งหัวเราะออกมาเบาๆ ให้น่าเชื่อมากที่สุด

 


โกหกทั้งเพ..

 


ก็แค่อารมณ์เสียมาทั้งเช้าเถอะ

 

 

“นี่มึงเบื่อมากถึงขั้นต้องบีบช้อนหักเลยหรอวะ?”

 

“เออ..”

 

“มึงนี่...ตลกดีว่ะ” ผู้เป็นเพื่อนสนิทหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจต่างกับเด็กเกรดสิบอย่างแบมแบมที่ทำหน้าสงสัยอยู่นิดๆ ก่อนจะหันไปคุยหยอกล้อกันต่อเหมือนเดิม

 


แจ็คสันมันไม่มีความสงสัยแถมเชื่อเขาสนิทใจอีกต่างหาก..

 

ปกติมันก็เป็นของมันอย่างนี้ แต่การที่ยิ้มได้ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร มักจะหัวเราะให้กับเรื่องที่ควรจะจริงจัง หรือว่าจริงจังในเรื่องที่ควรจะหัวเราะ

 


ก็ดี... ที่มองไม่ออกว่าเขากำลังหงุดหงิดอยู่เต็มประดา

 


 แต่ก็เป็นข้อดีของมันเองที่เป็นคนไม่คิดมาก เป็นพวกมองโลกในแง่ดี  หลอกก็ง่าย ค่อนข้างซื่อบื้อในระดับหนึ่งเลย ที่เขาเป็นเพื่อนกับมันได้ ก็เพราะมันเป็นคนไม่มีอะไรเลยนี่แหละ

 


แต่ถึงมันจะเป็นแบบนั้น

 

เขาก็อยากจะเกิดมาเป็นแจ็คสันอยู่ดี...

 

พอลองมาเทียบกับตัวเขาแล้ว แจ็คสันทั้งเรียนเก่งกว่า เพื่อนก็มีเยอะกว่า ใครๆก็ชอบเยอะกว่า  หรือแม้กระทั่งเรื่องกีฬาเขาเองก็ด้อยกว่ามาก มันทำให้เกิดคำถามว่าทำไม...? ก็ในเมื่อเขาพยายามฝึกฝนแทบเป็นแทบตาย แต่มันซ้อมแค่ไม่กี่ครั้ง ทำไมมันถึงได้เหนือกว่าเขานัก..

 

ง่ายๆเลย แจ็คสันมันมีพรสวรรค์

 

แต่เขาไม่มีอะไรดีเลย..

 

 ถึงจะไปไหนด้วยกันทุกวัน แต่เขากลับรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินตามหลังมันอยู่ตลอดเวลา เขา..เป็นได้แค่เงาที่เดินตามเพื่อนตัวเองต้อยๆ ไม่มีใครมองเห็นค่า เพราะเขามักจะถูกบัดบังโดยคนที่มีแสงสว่างมากกว่าอยู่ร่ำไป ต่างกับเงาที่ไม่มีใครมองและไม่คิดจะสนใจ

 

แม้แต่พ่อเองแท้ๆ ยังมองข้ามเลย...


ไม่สิ.. ไม่คิดที่จะมองเลยด้วยซ้ำ

 


บ้างทีก็เขาแค่อยากได้รับการดูแลเอาใจใส่บ้าง... สักครั้งหนึ่งก็ยังดี

 


 

 


                 



                                              --------------------------100%---------------------------------

 


#พี่มาร์คขี้อิจฉา  #เจบีบ้าอำนาจ


ส่วนเรื่องที่แนนเขียน  #ความง่วงของมิโน และ #อาคังคนโลภ  
ตอนนี้แอคหลักของแนน @JBN7x ถูกสแปม ไม่ได้หายไปไหน และยังกู้ไม่ได้
นี้คือแอคใหม่ที่แนนหลบมาเล่นชั่วคราวนะ
 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1447 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 19:30
    กลับมาอ่านอีกรอบค่ะ ชอบมาร์ค ถ้าอยากคุยกันมากก็ดรอปไปคุยกันที่บ้านแล้วมาเรียนต่ออีกปี แบบหูยยยยยย
    #1,447
    0
  2. #1439 ineedmoney (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 00:11
    เอาจริง พี่มาร์คน่าสงสารมากอ่ะ ตอนที่นึกไปตอนเด็กไม่มีคนป้อนให้ ต้องเช็ดปากเอง จะร้องแล้วนะ คือแบบแง พี่มาร์คได้บทนี้ได้ยังไงฮือ สงสารจริงๆนะ ยิ่งบอกว่าต้องพยายามทุกอย่างแต่ไม่มีใครเห็นค่านี่แบบ อยากไปโอ๋เดี๋ยวนี้เลย
    #1,439
    0
  3. #1408 mAjjcs (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 07:37
    โห้ยยยย คำพูดคำจาแจบอมแบบ เง้ออออออ อะไรจะขนาดนั้นนน โด่วววววว
    #1,408
    0
  4. #1396 ์Namwan1704 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 12:26
    พี่มาร์คน่าสงสารอ่ะ นั่งด้วยกันแท้ๆแต่แจ็คกับทำเหมือนไม่มีตัวตน
    #1,396
    0
  5. #1363 Aely (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 00:47
    เข้าใจความรู้สึกมาร์คนะ คนเราก็อยากได้คนดูแล เทคแคร์.เอาใจใส่บ้าง สักนิดก็ยังดี
    #1,363
    0
  6. #1346 M.m1nt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 19:39
    แบมนี่เป็นคนแบบไหน แอบสงสารพี่มาร์คนิดนึงงง
    #1,346
    0
  7. #1344 BB1a_38 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 17:27
    พี่มาร์คน่าสงสารมากอ่ะ พี่แจ๊คนี้ก็เกินไป --" นั่งกันสามคนทำเหมือนพี่มาร์คไม่มีตัวตน อยากได้น้องแบมหรอมาร์คต้วนนนนนนน
    #1,344
    0
  8. #1321 Tam Jenjira (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 05:36
    ที่พี่มาร์คขี้อิจฉาเพราะมีพี่น้องที่เด่นกว้า ไม่เคยถูกดูแล เป็นคนน่าสงสารนะ
    #1,321
    0
  9. #1290 หยกๆ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 11:58
    โอ้ว พี่มาร์คคึน่าสงสาร
    #1,290
    0
  10. #1181 xxxibgdrgn_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 22:54
    เข้าใจชีวิตพี่มาร์คเลย ;-;
    #1,181
    0
  11. #1137 inin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 23:58
    มาร์คนี่ขาดความอบอุ่น ขาดความรักชัดเจนมากกกก แต่ก็นะสภาพแวดล้อมหล่อหลอมมาให้เป็นแบบนี้ ไหนจะพ่อเอย พี่น้องก็ชิงดีชิงเด่นกัน ไม่แปลกใจที่จะรู้สึกด้อยกว่าคนอื่นตลอดเวลา ดูๆแล้วไม่ได้รักตัวเองเลย กดตัวเองให้ต่ำอยู่ตลอด แล้วมันจะไปมีความสุขได้ไง
    #1,137
    0
  12. #1095 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 14:01
    มาร์คน่าสงสารรรอ่ะทำไรก็ไม่ดีสักอย่างแพ้อยู่เรื่อย
    #1,095
    0
  13. #1029 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 15:12
    เจบีคนหลงตัวเอง หลงตัวเองโครตๆ ฮามาร์ค ถ้าอยากตุยกันมากก้ดรอปเรัยนไปนั่งคุยกันเลย อห ป๊าดมาก
    #1,029
    0
  14. #1007 opel_zuza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:43
    มืดเทามากๆเลย พล็อตเรื่องนี่แบบเศร้าว่ะ สงสารพี่ต้วน T___________T
    #1,007
    0
  15. #726 toki226 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 10:47
    นะ แค่อยากได้ความใส่ใจ
    ถ้ามีคนมาให้สิ่งนั้นกับมาร์คบ้างมาร์คคงจะไม่ถูกไฟอิจฉาเผาจนร้อนรุ่มแบบนี้
    สำหรับนิยามมาร์คแบม ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่สินะ...
    #726
    0
  16. #705 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 19:34
    หมั่นไส้เจบี ในพี่น้องตระกูลซงนี่เกลียดเจบีอ่ะบอกตรงๆ ฮือ ;_;
    จริงๆพี่มาร์คเป็นคนน่าสงสารนะ เขาไม่ได้ร้ายหรอก ;_;
    #705
    0
  17. #690 Kat_ty_k (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 21:46
    เพราะแบบบนี้รึป่าวววว มาร์คเลยต้องเป็นแบบนี้
    #690
    0
  18. #514 DarkSkull (RST.) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2558 / 02:20
    สงสารพี่มาร์ค ไม่มีคนสนใจพี่มาร์คเลย
    ทั้งแม่ทั้งพ่อยังมาเพื่อนอีก ;_;
    #514
    0
  19. #501 ~GOT_PM~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 00:35
    ไม่อิจหรอกครับ ไม่อิจเลยสักนี๊ดดดดด 
    #501
    0
  20. #490 katt. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 23:04
    สงสารมาร์ค
    #490
    0
  21. #489 katt. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 23:03
    แอบสงสารพี่มาร์ค เข้าใจเลยแม่ก็ไม่ได้อยู่ด้วย พ่อก็ไม่สนใจถถถถ
    #489
    0
  22. #460 kung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 14:17
    สงสารมาร์ค แต่เหมือนต้องเตรียมใจสงสารแจ็คป่ะ โอ๊ยๆๆๆๆ
    #460
    0
  23. #402 Plastic-bag (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 09:40
    แหมะ~ 3.97 เพลียค่ะเพลีย แล้วดูอิพี่เจบี คือหมดคำจะพูด เงิบอย่างเดียว~ นี่แอบสงสารมาร์คเล็กๆ แต่นั่นแฟนเพื่อนนะ!
    #402
    0
  24. #380 MBKY; (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 19:45
    โหยยย ในมุมของมาร์ค มาร์คก็รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกันนะอย่างตอนเด็กๆงี้ แต่ว่าคนอื่นๆคงมองว่ามาร์คสามารถดูแลตัวเองได้ไหม แต่จริงๆมาร์คพยายามทำสิ่งต่างๆมากแค่ไหนก็มีแค่ตัวเองที่รู้ มาร์คอย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นขนาดนั่นดิ ลองเทียบกับคนที่เขาไม่มีดูไหม แต่แบบมาร์คต้วนนี้มองเเบมๆออกตั้งแต่แรกเลยหรอ ช่างสังเกตจัง
    #380
    0
  25. #361 -NT- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 17:40
    เข้าใจความรู้สึกมาร์คนะ ._______.
    #361
    0