(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 2 : ::7Sins intro:: 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    3 มี.ค. 58

7 SINS

ENVY & PRIDE

INTRO

 

 

ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลเศรษฐีซงกรุ๊ป ยังคงมีบุตรชายคนที่สองของนาย ซง อิลกุก เด็กหนุ่มคนนี้มีชื่อว่า มาร์ค ต้วน ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับบาปที่ 2 ริษยา เขานั้นเป็นที่รักของผู้อาวุโสในบ้านใหญ่หลังนี้  นั่นเป็นเพราะความอ่อนโยนและสุภาพ มาร์คอ่อนน้อมกับทุกๆคน แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นทาสบริวารแต่มาร์คก็ไม่ลืมที่จะให้ความเคารพแก่พวกเขาเสมอ จึงไม่แปลกที่จะเป็นที่รักของพวกผู้ใหญ่  

แต่ถึงอย่างนั้น มาร์ค ต้วน ก็ไม่ได้เป็นคุณชายผู้แสนดีขนาดนั้น.. 

ทุกๆ อย่างมันคือเรื่องโกหก

หลังจากทานข้าวเสร็จมาร์คก็เดินทักทายและก้มโค้งให้กับเหล่าผู้ใหญ่ที่อยู่ในบ้านด้วยรอยยิ้มที่ใครเห็นก็อยากจะเอ็นดูเด็กผู้ชายคนนี้ แต่พอก้าวผ่านจากห้องโถงใหญ่มาอยู่ด้านนอกได้มาร์คก็แสดงความไม่พอใจออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน  เขาเบื่อหน่ายกับการที่ต้องมาปั้นสีหน้ายิ้มแย้มทุกๆวัน

เมื่อไหร่จะตายๆ กันไปให้หมดสักที

ร่างสูงคิดในใจ

 

มาร์คเดินตรงไปทางโรงเก็บรถ เพื่อจะใช้รถสักคันขับไปโรงเรียนด้วยตัวเอง แต่ยังไม่ทันเดินถึงที่หมายหูก็ดันไปได้ยินเสียงของพี่น้องร่วมสายเลือดอย่าง จอง ชานอู ลูกชายคนสุดท้องของบ้านที่กำลังพูดคุยกับแม่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือเสียก่อน ดูมีความสุขจนออกนอกหน้าเหลือเกิน 

เฮอะ..

ไอ้เด็กน่ารำคาญ

ผู้เป็นพี่แอบก่นด่าน้องคนสุดท้องในใจอย่างนึกหมั่นไส้ เขาเกลียดชานอูที่มันเป็นคนติดแม่มากเกินไป มันมักจะโทรคุยกับแม่อยู่อย่างนี้ทุกวัน มาร์คหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ฟังบทสนทนาที่มีแต่คำว่าแม่ครับ ผมเหงามาก คิดถึงแม่.. ผมอย่างนู้นอย่างนี้ แม่ง..พอกันที!!

 “อิจฉาน้องมันหรือไงครับ คุณพี่ชาย?”

เสียงทุ้มยียวนกวนโมโหที่ดังมาจากข้างหลัง ทำเอามาร์คหน้าตึงไม่น้อยเลยเมื่อรู้ว่ามันคือเสียงของคนที่ตนเกลียดขี้หน้ามากที่สุดในบ้าน แน่นอนว่าอีกฝ่ายมันก็คงคิดไม่ต่างไปจากเขาสักเท่าไหร่นัก เราสองคนไม่ถูกกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว จนตอนนี้ก็ยังไม่ชอบหน้ากันอยู่ดี

“...”

“อ่อ.. จริงสิ พี่มันเป็นไอ้เด็กไม่มีแม่นี่นา” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายที่ได้ล้อถึงปมด้อยในเรื่องที่ว่ามาร์คต้วนเป็นลูกไม่มีแม่ มันทำให้เขายิ่งสนุกและสะใจกับการที่ได้เห็นใบหน้าของลูกชายคนที่สองของบ้าน มีท่าว่าจะยั้วะมากเลยทีเดียว

มาร์คได้แต่ข่มอารมณ์โกรธและความปวดร้าวนั่นลึกๆนั่นไว้ในใจ ถึงอยากจะหันไปกระชากคอเสื้อมันมาสั่งสอนสักหมัดมากขนาดไหน แต่เขาไม่สามารถทำมันได้ ในเมื่อบิดาได้ตั้งกฎเหล็กของบ้านเอาไว้ว่า ห้ามให้พี่น้องมีเรื่องชกต่อยกันเด็ดขาด..

มาร์คฝ่าฝืนกฎเหล่านั้นไม่ได้ ไม่ว่ายังไงเขาต้องทำหน้าที่เป็นลูกชายที่ดีของพ่อ คอยเชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นพ่อทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเขาเองก็ไม่อยากจะมีปัญหากับใคร     

เจบี..ทำไมนายถึงได้พูดแบบนี้กับพี่ล่ะ?” มาร์คทำเป็นเสแสร้ง เรื่องนี้แค่เจบีมองเฉยๆก็อ่านออกได้แล้วว่าอีกคนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ว่าเขาเองก็ไม่เคยเข้าใจ ว่าทำไมคนอย่างพ่อถึงได้มองไม่ออกสักทีว่าไอ้มาร์คต้วนมันชอบขี้อิจฉาคนอื่นไปทั่ว แถมยังตอแหลหน้านิ่งเก่งจะตายไป

พ่อนี่โง่เกินคำบรรยาย... โง่เกินจะมาเป็นพ่อคนได้จริงๆ     

โง่มากจนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าโดนลูกแท้ๆของตัวเองเกลียดขี้หน้า

 

มาร์คทำหน้ายิ้ม แต่มือกำแน่นซะเห็นเส้นเลือดปูด เจบีได้แต่มองภาพนั้นอย่างนึกสมเพช บ่อยครั้งที่เห็นว่าพี่ชายคนรองไม่ชอบให้ใครได้ดีกว่าตัวเอง สายตาริษยานั้นปรากฎอยู่บนใบหน้าหมอนั่นเกือบจะตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะ..มันไม่มีแม่ ทั้งชีวิตมีแค่พ่อเพียงคนเดียว  แต่เพราะมันไม่ใช่ลูกชายคนเดียวก็เลยถูกแย่งเอาความรักและความใส่ใจจากพ่อไปหมด ทั้งๆ ที่ตัวมันเองก็ยอมพัฒนาตัวเองในทุกๆเรื่อง แต่พ่อก็ไม่เคยจะเหลียวแลมองเลยซักนิด..

เหตุผลมันก็ง่ายๆ นิดเดียว

“ก็นายมันเป็นซะอย่างนี้ไง ถึงได้ก้าวตามฉันไม่เคยทัน แต่ยังไงซะ..ไอ้คนไร้น้ำยาอย่างนายน่ะมันไม่มีทางจะมาเหนือฉันคนนี้ได้หรอก

“...”

 “จำใส่หัวสมองที่มีแต่ความอิจฉาของนายไว้ล่ะ” เจบีทิ้งท้ายไว้ด้วยแต่ละถ้อยคำที่เรียกได้ว่าเชือดเฉือนทำร้ายจิตใจคนฟังน่าดู

มาร์คขบสันกรามแน่นจนขึ้นรอย ความชิงชังต่อเจบีมันชักจะเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน   เขาลอบมองแผ่นหลังของผู้เป็นน้องชายที่เดินนำห่างออกไปด้วยแววตามุ่งร้าย

 

ไอ้เด็กเวรเอ้ย...

 

                                                   

ENVY & PRIDE

 

 

ณ โรงยิม

 

เสียงรองเท้าผ้าใบชั้นดีผสมผสานกับลูกสีส้มที่ดังเอี๊ยดๆ ไปทั่วทั้งโรงยิมขนาดใหญ่ เสียงหอบหายใจดังขึ้นเล็กๆ และเหงื่อที่เริ่มไหลชุ่มเสื้อนักเรียน บ่งบอกถึงความเหนื่อย  ก็แหงละ..ก็เล่นออกแรงวิ่งไปทั่วทั้งสนามคนเดียวภายในระยะไม่กี่นาทีแบบนั้น..

นักเรียนเกรดสิบสองรูปร่างสูงยาวเข่าดี เขาเป็นหนุ่มไต้หวันลูกครึ่งเกาหลี มีใบหน้าที่เพอร์เฟคตั้งแต่ปลายจมูกสันโด่งยันริมฝีปาก ทั้งเรียนเก่ง กีฬาก็เก่ง และที่สำคัญคือเขา โคตรรวย

มาร์ค ต้วน มีภาพลักษณ์เป็นเหมือนดั่งเจ้าชายในฝันของเหล่าสาวๆ เขานั้นเป็นผู้ชายที่เกิดมากับความเพียบพร้อม อีกทั้งยังมีความเป็นสุภาพบุรุษ เป็นมิตรกับทุกคน  เขาชอบช่วยเหลือเหล่าครูบาอาจารย์หลายๆท่าน  ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งโรงเรียนเลยทีเดียว   

เรียกได้ว่าภายในบรรดาพี่น้องทั้งเจ็ดคน มาร์คต้วนทำตัวแตกต่างที่สุด แต่จะต่างกันก็แค่การกระทำภายนอก ส่วนภายในก็เหมือนๆกันหมด นั่นแหละ   

 เขาเป็นอีกคนที่เข้าหาได้ง่าย เพื่อนๆจึงเยอะมากเป็นธรรมดา ถึงจะมีบ้างที่ไม่ชอบหน้า แต่มาร์คต้วนก็ทำแค่เพียงยิ้มรับ ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจให้รู้แต่อย่างไร ยังไงก็เผื่อคบเอาไว้เพื่อว่าอย่างน้อยเราจะได้ใช้ผลประโยชน์จากมันได้บ้าง.. ถ้าหากมันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วเราจะมีเพื่อนไปทำไมล่ะจริงไหม?

ถ้าจะให้เลือกคบเป็นเพื่อนกันจริงๆจังๆ ดูเหมือนจะมีแค่คนเดียว ก็อย่างไอ้ แจ็คสัน หวังละมั้ง..

มาร์คต้วนได้เดินทางออกจากบ้านมาถึงโรงเรียนตั้งแต่เช้า ตามเวลาที่เคยนัดกับแจ็คสันเอาไว้    เราสองคนมีความชื่นชอบด้านกีฬาอย่างบาสเกตบอลเหมือนกัน มันก็มีอยู่บ่อยครั้งที่เราชวนกันมาเล่นบาสด้วยกันในโรงยิมแห่งนี้ แต่ว่าพักหลังๆ อีกฝ่ายก็ชอบเลทนี่สิ..

นี่ผ่านมาเกือบยี่สิบนาทีแล้วนะเว้ย

 มาร์คชู้ตด้วยลูกสามแต้มลงห่วงติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายนาทีแล้ว แต่ถึงจะชู้ตไปสักกี่รอบ ก็ไม่มีวี่แววว่ามันจะโผล่หัวออกมาให้เห็นเลย..

ช้าจัง..

หายหัวไปไหนของมันวะ?

 

 

“ไงเพื่อน รอกูนานไหม”

“ทำไมมึงช้างี้วะ” รออยู่อีกซักพักก็ได้ยินเสียง มาร์คหันไปทำหน้าเหวี่ยงใส่ผู้เป็นเพื่อนสนิทเหมือนอย่างทุกที ก่อนจะยิ่งขมวดคิ้วเป็นปมเล็กๆ เมื่อได้เห็นร่างเล็กที่ไม่คุ้นหน้าเดินตามหลังแจ็คสันมาติดๆ ดาวบนอกบอกว่าเด็กนักเรียนคนนั้นยังอยู่เพียงแค่เกรด 10 เท่านั้นเอง

“โทษทีๆ พอดีว่ากูไปรับแฟนมาว่ะ”

“แฟน..? มึงมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วน้องคนนี้คือ..?” 

แจ็คสันยิ้มร่าก่อนจะดึงแขนคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆเข้ามาโอบเอวแน่น ก็นะ..ขออวดเด็กกับเพื่อนหน่อยเถอะ

“นี่แฟนกูเอง ชื่อน้องแบมแบม”  มาร์คแอบตกใจอยู่ไม่น้อยเลยที่รู้ว่าไอ้แจ็คสันมันมีแฟนแล้ว    มันไปแอบจีบเด็กตอนไหน ทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องเลยวะ ไม่น่าละ..พักหลังมานี้มันถึงไม่ค่อยว่างเลย ที่แท้แม่งแอบซุ่มไปมีแฟนแล้วไม่ยอมบอกเพื่อนนี่หว่า..  

“พี่คือพี่มาร์คเองสินะ ผมเห็นพี่แจ็คสันพูดถึงพี่บ่อยๆ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”  แบมแบมเป็นฝ่ายเอ่ยทักทายเขาก่อนด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มอันใสซื่อ..

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ น้องแบมแบม” J มาร์คยิ้มให้อย่างเป็นมิตรเช่นกัน

จะว่าไปนะ

 

แฟนเพื่อนมันก็.... น่ารักดีว่ะ..



 






ENVY & PRIDE

 

 

บรรยากาศในช่วงเช้ามีแสงแดดอ่อนๆควบคู่กับลมเย็นๆกำลังดี  ณ ในโรงเรียน Song international  high School  ที่พึ่งจะเปิดเทอมได้วันแรก นี่ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งคาบ โรงเรียนถึงได้เต็มไปด้วยเหล่านักเรียนมากหน้าหลายตาที่เดินคุยกันอยู่เพื่อรอเรียนคาบต่อไป แต่ยังมีนักเรียนชายเกรดสิบสองคนดังคนหนึ่งที่พึ่งจะเข้ามาถึงหน้าโรงเรียน

เขาคนนั้นได้ก้าวเข้ามาภายในสถาบันด้วยสายตาเมินเฉยกับทุกสิ่ง สองเท้าเดินเข้าชั้นเรียน พร้อมกับสายตาที่ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร ตวัดมองรอบๆ อย่างไม่สบอารมณ์ ทำเอาทั้งห้องที่เคยครึกครื้นตกอยู่ในสภาวะความเงียบ ท่าทางที่เย็นชาไม่น่าเข้าใกล้เป็นอันที่รู้จักดี เจบีหรือ อิม แจบอม ผู้เกิดมาพร้อมกับบาปที่ 3 อัตตา ลูกชายคนที่สามของเศรษฐีซง อิลกุก

“คุณเข้าเรียนสายนะ นักเรียนแจบอม”

เจ้าของชื่อเมินเฉยกับเสียงเหล่านั้น ทำราวกับว่าครูผู้สอนคือธาตุอากาศไม่มีตัวตนก่อนจะเดินตรงที่ประจำหลังห้องข้างริมหน้าต่างที่เป็นโต๊ะเรียนเดี่ยวๆ เล่นเอาอาจารย์ผู้สอนต้องหน้าเสียไปเหมือนกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี จึงต้องทำการเรียนการสอนต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น..

เจบีอยู่เกรด 12 ห้อง A ชอบความสันโดษไม่ชอบสุงสิงกับใคร ค่อนข้างหน้าตาดี แต่เพราะเคร่งขรึมเสมอเลยไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้  ทำให้เป็นที่น่าเกรงขามของใครหลายๆคนรวมถึงเหล่าอาจารย์ด้วยเช่นกัน ส่วนหนึ่งก็มาจากอิทธิพลของผู้เป็นบิดา ทำให้ไม่มีใครกล้าว่าอะไรเขาคนนี้

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างหลักๆ แต่มันก็ไม่ใช่เสียทั้งหมด ถึงจะเป็นพวกไม่สนใจใครนอกจากตัวเอง แต่ก็มีมันสมองเป็นอัจฉริยะ เป็นที่หนึ่งในทุกๆด้าน เช่นเรื่องการเรียน ก็เป็นที่หนึ่งในโรงเรียนและสายชั้น แม้ว่าแทบจะไม่สนใจเลยก็ตาม ในจำนวนพี่น้องทั้งเจ็ดคนแจบอมก็เป็นที่หนึ่งมาตลอด ตั้งแต่จำความได้เขาก็มีเกรดเฉลี่ยสูงที่สุด แจบอมเกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง ไม่เคยตกอยู่เป็นที่สองรองจากใคร

แต่ทำไม ..

คนๆนั้น กลับทำให้ชีวิตเขากับแม่เหมือนเป็นรองทุกอย่าง แม่ของเขาเป็นเมียคนที่สอง แถมไม่ได้เป็นภรรยาตามกฎหมาย

ซึ่งมันน่าโมโหเป็นบ้า..

ทุกครั้งที่มีแบบสอบถามข้อมูลส่วนตัวหรือความเป็นอยู่ของนักเรียน หรือไอ้ที่เรียกว่าใบเสือก มันมีข้อหนึ่งที่ถามว่าปัจจุบันนักเรียนอาศัยอยู่กับใคร (บิดา-มารดา อยู่ร่วมกัน หย่าร้าง หรืออื่นๆ)  แต่เจบีก็มักจะเขียนอยู่เสมอว่า

อยู่กับแม่ ส่วนพ่อตายห่าไปแล้ว หลังจากเขียนข้อความนั้นเสร็จด้วยด้ามปากกา เจบีก็มองอย่างพอใจ

ใครๆก็รู้ ว่าเขาน่ะ.. เกลียดพ่อตัวเองมากแค่ไหน

ถึงจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็อยากแช่งให้ตายอยู่ดี แม้ว่าพ่อจะคอยปรนเปรอให้ทุกอย่างเพราะเขาเป็นลูกรักก็เถอะ

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่อาจทำให้เจบีทนฟังได้อีกต่อไป การที่ต้องมาเรียนในเรื่องที่ตัวเองรู้ดีอยู่แล้วซ้ำๆซากๆ มันชวนให้รู้สึกเบื่อหน่ายสิ้นดี อีกอย่างเขาต้องมานั่งเสียเวลา หายใจร่วมโลกกับพวกโง่ๆ คนสอนโง่ๆ มันรู้สึกเหมือนอาการผื่นจะกำเริบยังไงก็ไม่รู้ คิดได้แค่นั้นก็ลุกพรวดออกจากเก้าอี้พลางเดินผ่านเพื่อนร่วมห้องและอาจารย์ออกนอกห้องกลางคันโดยไม่ฟังเสียงร้องที่ลอยมาตามหลัง

“นักเรียนแจบอม นั่นคุณจะไปไหน?”

เจบีย่างก้าวออกมาอย่างไม่สนใจ และไม่คิดจะเหลียวหลังมอง เขาเดินอ้อมไปที่ห้องพักหลังโรงเรียน ที่ซึ่งเป็นอาณาเขตหวงห้าม มีป้ายใหญ่ๆติดหน้าห้องว่าบุคคลภายนอกทั้งหมดห้ามเข้า นั่นเป็นเพราะห้องนี้คือที่พักส่วนตัวที่เศรษฐี ซง อิลกุก หรือผู้อำนวยการโรงเรียนได้สร้างขึ้นให้ผู้เป็นลูกชายสุดที่รักอย่าง อิม แจบอม เท่านั้น

เจบีเป็นคนเก็บตัว ชอบอยู่คนเดียว จึงชอบเข้ามาอยู่ที่นี่ทุกวัน แน่นอนไม่มีใครมาเพ่นพ่านบริเวณนี้ เพราะที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัว ถึงจะมีสายเลือดเดียวกัน ก็ไม่มีสิทธิ์จะได้มาเหยียบที่นี่ได้..

 

เจบีขมวดคิ้วมุ่น เมื่อพบว่าลูกบิดประตูนั้นถูกพังไม่เป็นชิ้นดี ส่วนประตูก็เปิดอ้าค้างไว้ พอลองๆมองเข้าไปในตัวบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างถูกกวาดรื้อลงบนพื้นไปเกือบทั้งหมด  เรียกได้เลยว่าสภาพบ้านโดนค้นซะเละเทะไปหมด..

อีกแล้วหรอวะ?

นี้คือคำถามที่ลอยเข้ามาในหัวเกือบทุกๆครั้งเมื่อร่างสูงก้าวเท้ามาเหยียบที่นี่ เขาเดินมองไปรอบๆตัวบ้าน พอพิจารณาด้วยสายตาอย่างละเอียดก็มุ่งตรงไปที่ตู้เก็บยา แน่นอนว่าตามพื้นกระจัดกระจายไปด้วยอุปกรณ์ทำแผล มียาบางส่วนถูกขโมย เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้

ผู้บุกรุกลงทุนทำลายประตูทั้งบานทิ้ง ทั้งๆที่มาเพื่อแค่ขโมยยาเพียงขวดเดียวเท่านั้น ทำให้รู้เลยว่าแม่งกวนประสาทใช่ย่อย และไอ้พวกนิสัยถ่อยๆใช้แต่กำลัง ไม่รู้จักใช้หัวสมองคิดแบบนี้...

มันจะเป็นใครได้อีกละ

นอกจาก....

กู จุนฮเว น้องชายคนรองของบ้าน

“ไอ้เด็กเหี้ย”

ปกติเขาไม่ชอบการพูด กูมึง หรือสบถเป็นคำหยาบคายเสียเท่าไหร่ เพราะมันทำให้ผู้ดีชั้นสูงแบบเขาต้องมาแปดเปื้อน เจบีถือว่าการพูดคำหยาบมันส่อว่าผู้พูดเองเป็นคนมีสกุลต่ำ เป็นพวกชั้นต่ำ และเขาก็ไม่ใช่พวกนั้น  

แต่กรณีนี้ กู จุนฮเว มันคือข้อยกเว้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกมันบุกรุกเข้าห้องพักส่วนตัวของเขา แต่มันหลายครั้งหลายหนจนน่าโมโห เงินก็มีแต่ไม่ยอมซื้อ เอาแต่ทำตัวเป็นหัวขโมยไร้สกุลรุนชาติ  มีเรื่องชกต่อยได้ไม่เว้นวัน ชนิดที่เรียกได้ว่าใบหน้าของไอ้เด็กขี้โมโหต้องมีบาดแผลตลอดเวลา... อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายไปแล้วละมั้ง?

ต่างกับเขาที่ไม่ชอบการมีเรื่องสักเท่าไหร่ การมีบาดแผลบนผิวหน้าเป็นอะไรที่เกลียดแสนเกลียด ทำไมต้องลดระดับตัวเองไปมีเรื่องกับพวกสามัญชนไม่มีการศึกษา สองมือของเขามีค่ามากกว่าต้องเอาไปต่อยหน้าใคร อย่างมากถ้ามีเรื่องก็แค่โยนเศษเงินให้พวกอันธพาลมันจัดการให้ซะก็สิ้นเรื่อง

 

เจบีจัดเก็บตัวยาทั้งหมดเข้าที่ให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินไปเลือกหนังสือที่อยู่บนชั้นมาไว้ในมือหนึ่งเล่มแล้วเดินมาทิ้งตัวอยู่บนเตียงฟูก เรียกได้ว่าเป็นห้องอำนวยความสะดวกอย่างที่สุด ตั้งแต่ก้าวเข้าห้องมาทุกอย่างดูแพงไปเสียหมด มีแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ติดผนัง มีห้องน้ำ ห้องครัว มองรวมๆ มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากบ้านหลังหนึ่ง จึงมีบ่อยครั้งที่เจบีมานอนค้างคืนที่นี่คนเดียว แม้ว่าจะมีทั้งบ้านและคอนโดที่พ่อซื้อให้ไว้แล้วก็ตาม 

 ก็แน่ละ คนอย่างเขาน่ะ.. มีทุกอย่างอยู่แล้วแหละ J

แต่ถ้าให้พูดถึงเรื่องมิตรภาพ..

บางครั้งพวกคุณก็อาจจะสงสัยใช่ไหม...?

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเป็นหมู่เป็นกลุ่ม ซึ่งมันทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย มันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์เรา ดังนั้นพวกนักเรียนส่วนมากจึงชอบการจับกลุ่มเพื่อน ไม่หนึ่งคนก็สองคน หรือจะมีมากกว่านั้น แต่ทว่าผู้ชายที่ชื่อว่า อิม แจบอม กลับไม่มีเพื่อนเลยสักคน

เพื่อนน่ะ มันไม่จำเป็นต้องมีหรอก

คนฉลาดและมีทุกอย่างแบบเขา ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครอยู่แล้ว

อีกอย่างเขาไม่ชอบการสุมหัว การอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม พวกนี้เรียกว่าพวกคนอ่อนแอ พวกโง่ๆไม่มีสมอง ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง เอาตัวรอดด้วยตัวเองไม่ได้ ถึงต้องพึงพาอาศัยซึ่งกันและกัน เห็นแล้วมันน่าสะอิดสะเอียนยังไงชอบกล..

 

เขาใช้สมาธิจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือที่ชื่นชอบมาได้เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว แต่ในขณะนั้นเอง บานประตูหน้าห้องที่ถูกเขียนว่าห้ามใครเข้ามาก็ค่อยๆถูกเปิดขึ้น  ผู้เป็นเจ้าของห้องพักเหลือบไปมองผู้บุกรุกที่มันบังอาจละเมิดกฎที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยแววตาเรียบนิ่ง...

เจบีน่ะ..เกลียดคนที่ไม่เชื่อฟังเขามากที่สุด

ยิ่งเป็นพวกชั้นต่ำ ยิ่งเกลียดมันเข้าไปใหญ่

แล้วคนๆนี้ มันกล้าดียังไง?

“เอ่อ..ข..ขออนุญาตครับ” เสียงตะกุกตะกักของผู้มาเยือนที่ฟัง ก็พอรู้ได้เลยว่าผู้พูดนั่นมีอาการเกร็งมาก เจบีมองใบหน้าเนียนไม่คุ้นตาที่มีท่าทางกล้าๆกลัวๆอย่างนึกรำคาญ  ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะจมอยู่กับความวิตกกังวลมากเกินไปเมื่อโดนเขาจ้องไม่วางตา

สายตาที่นิ่งเรียบของเจบีที่ดูไม่มีอะไร แต่คนมองกลับรู้สึกว่ากำลังได้รับความกดดันอย่างมหาศาล จนเขาเองต้องแอบกลืนน้ำลายฝืดๆของตัวเองลงคอดังอึก..

ขนทั้งกายลุกซู่ขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน..






 




   

 มาร์คแบมใช้แท็ก  #พี่มาร์คขี้อิจฉา
บีเนียร์ใช้ #เจบีบ้าอำนาจ   ^^  
 
  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1407 mAjjcs (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 07:30
    จินยองใช่ม้ะ? นี่พี่เจบีอย่างโหด 555555
    #1,407
    0
  2. #1395 ์Namwan1704 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 11:54
    มาร์คนั้นแฟนเพื่อนนะเว้ย แฟนเพื่อน?
    #1,395
    0
  3. #1393 E0909145803 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 04:32
    #มาร์คขี้อิจฉา มาร์คอย่าไปกินแบมนะ
    #1,393
    0
  4. #1362 Aely (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 00:14
    #พี่มาร์คขี้อิจฉา ชอบมาร์คแบม
    #1,362
    0
  5. #1345 M.m1nt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 18:57
    พี่มาร์คคคคคค อย่าแย่งนะ
    #1,345
    0
  6. #1320 Tam Jenjira (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 05:24
    พี่มาร์คขี้อิจฉามาก นั่นแบมแฟนแจ็ค แฟนเพื่อนนะเว้ย ส่วนเจบีก็หยิ่ง บ้าอำนาจ เป็นผู้ชายที่ดูร้ายลึกมาก
    #1,320
    0
  7. #1152 miku_blue (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 22:06
    พี่มาร์คจะแย่งแบมแบมมาจากเฮียแจ็ค??? โอ้วววว
    #1,152
    0
  8. #1136 inin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 22:44
    คือ พี่น้องบ้านนี้นี่นะ
    #1,136
    0
  9. #1094 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 13:41
    พี่เจนี่หยิ่งมากกอ่ะ ส่วน คุณต้วนนี่ยังไงง จะแย่งแฟนเพื่อนหรอมม
    #1,094
    0
  10. #1028 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 15:01
    เจบีอย่างกะราชนุกุลเลย ส่วนพี่มาร์ค แย่งแฟนเพื่อนเเน่ๆ
    #1,028
    0
  11. #1006 opel_zuza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:42
    อมก. พี่มาร์คคนทอแลกับพี่บีคนหลงตัวเอง
    #1,006
    0
  12. #981 skyofbee6y (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:56
    โอย สนุกๆๆๆๆๆๆ อ่านไปนี่คิ้วขมวดไป มันแบบ สนุกมาก เครียดๆด้วย5555 บอกไม่ถูก
    #981
    0
  13. #958 Elf_kyumin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:39
    มาร์คนี่จะแย่งแบมเหรอ
    #958
    0
  14. #816 shippai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2559 / 14:05
    ถ้ามีเจบีในโลกความจริง แล้วมีคนไปอ่านความคิดนางได้
    บางทีนางอาจอายุสั้น
    จากมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคม
    #816
    0
  15. #725 toki226 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 10:29
    รู้สึกหมั่นไส้เจบีมากกว่ามาร์ค เอาจริงๆ ตอนเจอเจบีว่าใส่ที่โรงรถนี่อยากจะตัดให้จริงๆ --
    สงสารเนียร์ล่วงหน้าเลยได้ไหม 555
    #725
    0
  16. #704 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 19:32
    เกลียดเจบีจัง รู้สึกหมั่นไส้5555

    มาร์ค นั่นแฟนเพื่อนนะเตง มาจีบเค้าแทนก็ได้
    #704
    0
  17. #689 Kat_ty_k (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 21:25
    อือหืออออ เรื่องนี้!!!!!!
    #689
    0
  18. #544 aonhararuya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 12:10
    เหมือนด่ากูเลยว่ะ กูเป็นทุกอย่างเหมือนที่เจบีว่าเลย ฮือออ
    #544
    0
  19. #499 ~GOT_PM~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 00:10
    โอ้ยย อิพี่มาร์คมันขี้อิจฉาจริงๆเว่ย 5555555555 แบมของแจ็คคงไม่ปลอดภัยแน่ๆ
    อิพี่บีนี่มันชนชั้นสูงจริงๆค่ะ ทุกอย่างต้องสูงหมด ชอบคำว่า"ไอเด็ก"ของพี่บีมาก 5555

    ปล.มีใครอ่านแล้วขำเป็นบ้าเป็นหลังแบบเราไหม คือมันฮาได้ยังไงก็ไม่รู้ โอ้ยย งงตัวเอง  #รักก
    #499
    0
  20. #488 katt. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 22:47
    พี่มาร์คอิจฉาแจ็คสินะ ส่วนเจบี......น่าหมันไส้มาก555
    #488
    0
  21. #487 katt. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 22:46
    โอยยยยพี่มาร์คจะอิจฉาแจ็คมั้ยวะเนี่ย5555 เจบีอีกน่าหมันไส้สุดๆ
    #487
    0
  22. #459 kung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 13:40
    สนุกจนลืมหายใจ เพิ่งเข้ามาอ่าน ไม่อยากให้มาร์คแย่งแจ็คเลย อ่าแล้วมาร์คนิสัยไม่ดีด้วย สงสารแบม แม้เราจะเป็นมยมบ
    #459
    0
  23. #401 Plastic-bag (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2558 / 09:21
    รู้สึกว่าสองคนนี้จะค่อนข้างหนักหน่วง มันดูเหมือนจะรุนแรงยังไงไม่รู้สิ
    #401
    0
  24. #378 MBKY; (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 17:33
    เจบีนี้แบบจ้าพ่อคนสูงส่ง พ่อคนชั้นสูงหยิ่งในศักดิ์ศรีเหลือเกินนะ แหม จำคำตัวเองไว้เลยนะ ยังไงก็ต้องมีจุดเปลี่ยน ส่วนมากลูกๆตระกูลนี้น่าหมั่นไส้จริงๆ แต่มาร์คต้วนก็ฉลาดนะ รู้จักใช้ประโยชน์จากเพื่อนฝูง จริงๆก็ไม่ค่อยต่างจากคนธรรมดาเท่าไหร่ แต่จะมีแค่ความริษยามากกว่ามากๆแค่นั้นเอง 555555 แต่ตอนเจบีมาหาเรื่องนี้ทำไมรู้สึกสองคนนี้สนิทกันนะเออ แล้วแบบแจ็คมีแฟนแบบนี้มาร์คก็คงอยากแย่งปะ แต่น้องคนสุดท้องปะที่โทสะอะ จุนฮเวใช่ไหม โอ้ย ตลกชอบมาระบายความโกรธกับข้าวของพี่หรอ หรือใครนะ ตัวละคนเยอะจัง 555555
    #378
    0
  25. #360 -NT- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 17:27
    เจบีโหดจริงง55555555พี่มาร์คคึคะนั่นเเฟนเพื่อนนะเว้ยยยย
    #360
    0