(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 12 : ::7Sins:: 10 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,568
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    28 พ.ย. 58

               7 SINS   

                                                     ENVY & PRIDE

                                                     ✡

 

คุณชายลำดับสามของบ้านวกกลับมาที่คฤหาสน์ในช่วงบ่าย  รองเท้าหรูที่เปื้อนไปด้วยเศษดินโคลนแห้งกรังทำให้เขาหงุดหงิดใจไม่น้อย แจบอมขมวดคิ้วมองมันอยู่ซักพักก่อนจะส่ายหน้าอย่างรับไม่ได้ ทั้งหงุดหงิดที่รองเท้าเปื้อนและไม่พอใจที่ตัวเขาเองนี่แหละที่ปล่อยปะละเลย พามันไปย่ำลงในเศษดินอันแสนสกปรกได้ยังไง สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจถอดมันแล้วทิ้งลงถังขยะที่อยู่หน้าบ้านอย่างไม่ใยดี

 

แต่จะเป็นไรไป ในเมื่อรองเท้าของเขามีมากกว่าห้าร้อยคู่เลยล่ะมั้ง

 

คนตัวสูงเดินไปใส่สลิปเปอร์ที่แม่บ้านนำมาเตรียมไว้ให้ ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน หากแต่สองขาที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดเพื่อไปเก็บของในห้องก็ต้องชะงักนิ่งเมื่อเห็นว่าบุตรชายลำดับที่สี่ของบ้านหรือ คัง ซึงยูน กำลังเดินลงมาพร้อมกับคนแปลกหน้า

 

แจบอมขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเขาเห็นช็อตที่ไม่สมควรจะเห็นเข้าพอดี

 

ในทีแรกเด็กคนนี้ยังทำตัวคลอเคลียกับซึงยูนอยู่เลย แต่พอเห็นว่าเขายืนอยู่ก็หน้าเจื่อนลงแล้วรีบก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตา ทำตัวลุกลี้ลุกลนไม่น่าไว้ใจ ทั้งๆที่แจบอมเองก็มั่นใจอยู่ว่าเขากละคนแปลกหน้าคนนี้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

แล้วจะมาระแวงอะไรล่ะ?

 

หรือว่าจะ..

 

เป็นชู้

 

เหอะ.. รสนิยมใฝ่ต่ำกว่าที่คิดอีกนะน้องชาย

 

แจบอมแค่นหัวเราะในใจ ถึงจะยังรู้ไม่แน่ชัดว่าทั้งสองคนอยู่ในสถานะอะไร แต่จากการคลอเคลียเมื่อครู่ก็พอจะทำให้คนฉลาดๆอย่างเขามองออกว่าน่าจะมีอะไรลึกซึ้งต่อกันแล้ว ว่าแต่.. อดที่จะส่ายหน้าให้กับรสนิยมของน้องมันไม่ได้จริงๆ จะเอาคนมาแก้ขัดทั้งทีทำไมถึงได้ดูไม่มีสง่าราศีเหมือนแฟนคนปัจจุบันนักล่ะ หรือว่ามันจะเปลี่ยนแฟนใหม่แล้ว?

 

ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งใฝ่ต่ำมากกว่าเดิมซะอีก

 

 พอเห็นว่าสองคนนี้อยู่ด้วยกัน ภาพของระบบนิเวศในชีวิตจริงก็ลอยเข้ามาในหัว  มันถูกเรียกว่าภาวะปรสิต เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต 2ชนิด โดยฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ เรียกว่าปรสิต ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์เรียกว่าพวกไร้สมองที่ถูกอาศัย

 

จะให้ยกตัวอย่างความสัมพันธ์ง่ายๆก็เหมือนกับ เห็บ กับ สุนัข ซึ่งมันก็น่ารังเกียจพอกัน

 

รังเกียจจนไม่อยากจะเสวนาด้วย..

 

“ไงครับพี่ชาย”  ผู้เป็นน้องชายเป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อน แต่ไอ้ท่าทางที่ดูภูมิใจในตัวเองนักหนาทั้งๆไม่มีอะไรดีสักอย่าง ทำให้ผู้เป็นพี่แค่นหัวเราะออกมาเบาๆอย่างสมเพชและเดินผ่านไปราวกับว่าสองคนนั้นคือไรฝุ่นสกปรกตามพื้นบ้าน

 

ขืนอยู่ด้วยนานเกินไป เดี๋ยวก็ได้มีผื่นขึ้นตามตัวกันพอดี..

 

เมื่อมาถึงห้องสิ่งแรกที่เจ้าของห้องทำไม่ใช่ธุระของตัวเอง หากเพราะความค้างคาใจเรื่องเมื่อสักครู่ทำให้ต้องเปลี่ยนเป้าหมายเป็นเปิดคอมพิวเตอร์ เพื่อค้นหาข้อมูลผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนควงใหม่ของน้องชายด้วยความใคร่รู้ ถึงที่ผ่านมาจะไม่ได้สนใจคนอื่นๆรอบกายนักเพราะมันไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรกับเขาเลย

 

แต่ครั้งนี้.. ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเด็กคนนั้นก็ต้องเรียนอยู่ในโรงเรียนซงเหมือนกันไม่ผิดแน่  

 

แจบอมใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็ค้นรายชื่อของบุคคลที่ต้องการตัวมาได้ในที่สุด เพราะหัวสมองอันชาญฉลาดทำให้เขาจดจำใบหน้าของอีกฝ่ายได้แม้จะทำทีเป็นหลบเลี่ยงสายตาก็ตาม ริมฝีปากหยักเรียวยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยใจขณะที่สายตากรอกอ่านประวัติทั่วไปที่แสดงอยู่บนจอ

 

คิมดงฮยอก  เกรด 10 ห้อง C

 

ชื่อเป็นตัวเปิดช่องทางอย่างดี ในการหาข้อมูลอื่นๆได้ลึกมากยิ่งขึ้น แจบอมใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวก็ได้รู้ถึงประวัติของเชื้อสายวงตระกูลของเด็กคนนี้เกือบทั้งหมด มันไม่ได้ยากแม้ว่าข้อมูลของนักเรียนทุกคืนจะเป็นความลับ แต่อย่าลืมสิ.. เขาเป็นบุตรชายของคนในตระกูลซง แถมไม่พอพ่อยังรักเขามากกว่าใครอีกต่างหาก

 

ตาเรียวไล่อ่านไปยังประวัติของดงฮยอกเรื่อยๆ ก่อนจะกระตุกริมฝีปากยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก เมื่อได้เจอกับข้อมูลชิ้นสำคัญมากเลยทีเดียว

 

หึ ...  สมองน้องชายผมมันตายด้านไปแล้วสินะ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนมันก็ออกจะฉลาด แต่สงสัยว่าพักหลังๆ อาจจะใช้สมองไปกับเรื่องไร้สาระมากไปหน่อย ถึงได้โง่แสนโง่แบบนี้?

 

ถือว่านี่เป็นข้อมูลที่เด็ดมากพอจะทำให้น้องชายอวดดีมันเสียประสาทไปได้อีกหลายวันเลยทีเดียว สิ่งที่ผมคาดคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกไม่มีผิดเพี้ยนไปเลยซักนิด ก็เพราะสมองผมมันประมวลเร็วกว่าคนทั่วไปมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าคนๆนี้เป็นพาหะนำโรค โดยเฉพาะโรคโง่ละมั้ง  น้องชายผมน่าจะติดเชื้อนี้เข้าขั้นรุนแรงเลย มิน่าถึงได้หน้ามืดตามัวมองอะไรไม่ออกสักอย่างขนาดนี้  

 

ก็บอกแล้วไง ว่าปรสิตยังไงก็คือปรสิตนั่นแหละ..

 

แจบอมทำการรวบรวมข้อมูลดังกล่าวมาไว้กับตัวเอง ก่อนจะดำเนินการส่งอีเมล์ไปถึง คัง ซึงยูน พร้อมกับหัวเราะหึในลำคออย่างผู้กำชัยชนะ

 

หวังว่าสิ่งนี้จะช่วยเยียวยาให้นายมีรอยหยักในสมองมากขึ้นนะน้องชาย... ความจริงก็ไม่อยากจะช่วยหรอก แต่ก็เพราะสงสารเท่านั้นเอง  J

 

อ้อ.. เกือบลืมไปอีกเรื่องนึ่ง

 

แจบอมที่พึงนึกอะไรขึ้นได้ก็ล้วงเอามือถือขึ้นมาไล่ดูรายชื่อที่ถูกบันทึกเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้แล้วกดโทรออกทันที รอเพียงไม่นานปลายสายก็ตอบรับกลับมา

 

“ผม อิม แจบอม คนจากตระกูลซง ขอสั่งดอกลิลลี่สีเหลืองจัดช่ออย่างดีไปส่งให้ห้องพิเศษที่โรงพยาบาลเซนต์ปีเตอร์ด้วยครับ”

 

ไหนๆ ก็สงเคราะห์น้องไปคนนึงแล้ว.. ส่งของไปเยี่ยมคนที่อาการสาหัสอยู่อีกก็ถือว่าได้ทำบุญในวันนี้สองต่อเลยก็แล้วกัน J    

 

 

 

                                                    ENVY & PRIDE

                                                     ✡

 

 

หลังจากจัดเตรียมเก็บเสื้อผ้ารองเท้าและสิ่งของจำเป็นต่างๆรวมไว้ภายในกระเป๋าใบใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงก็ตรงไปยังรถแล้วขับไปตามเส้นทางเดิมก่อนหน้านี้อย่างไม่รอช้า

 

เขาเตรียมรองเท้าติดตัวไปด้วยประมาณ 10 คู่ เพราะคิดเผื่อไว้ว่ายังไงรองเท้าก็ต้องเปื้อนโคลนของพวกรากหญ้าเป็นแน่ เขาเกลียดเวลาที่ต้องใช้รองเท้าเหยียบกับพื้นดินสกปรกพวกนั้นแล้วก็นึกขยะแขยงมันทุกครั้ง ต่อจากนั้นถ้ามันเลอะเขาก็จะโยนมันทิ้งซะ แล้วค่อยเปลี่ยนมาใช้คู่ใหม่

 

ถ้าจะมาบอกว่าเขาเป็นพวกหัวสูง แต่ขอโทษด้วยที่คำพูดนี้มันใช้กับคนอย่างเขาไม่ได้ ต้องบอกว่าเขามันสูงส่งเกินกว่าจะเอารองเท้าเหยียบกับพื้นดินชั้นต่ำมากกว่า    

 

รถคันหรูวกกลับมาอยู่ที่หน้าบ้านหลังเดิมอีกครั้ง แจบอมเงยหน้าขึ้นมองด้านบนก่อนจะส่ายหัวไปมาอย่างไม่ชอบใจนัก เพราะบ้านหลังนี้น่ะ.. ดูตอนกลางคืนก็ว่าแย่แล้ว แต่พอมาเห็นตอนเช้า สภาพมันช่าง.. ขอโทษเถอะ เขาไม่อยากจะใช้คำว่า บ้าน เรียกมันด้วยซ้ำไป

 

ผนังที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝน รอยแตกร้าวของซีเมนต์ที่ไม่ได้รับการฟื้นฟู หรือแม้กระทั่งสนามหญ้าที่เล็กกว่าห้องนอนของเขา แล้วยังจะอุตส่าห์เอาชิงช้าสนิมเขรอะไปตั้งเอาไว้ให้มันรกสายตาเข้าไปอีก ยังไงก็รับไม่ได้จริงๆ

 

เขาเกือบจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วสั่งให้คนมาจัดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ นำสิ่งที่น่าเกลียดๆออกไปแล้วนะ แต่ก็ต้องหยุดความคิดของตัวเองเอาไว้ก่อนเพราะเห็นว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเอาขยะออกมาเททิ้งที่หน้าบ้านพอดี

 

“อ้าว..”

 

แจบอมรีบยกมือขึ้นปิดจมูกก่อนจะถอยหลังไป สายตาจ้องมองที่มือของจินยองไม่ยอมละ พร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากันด้วยความขยะแขยง นี่เขากล้าจับถุงขยะด้วยมือเปล่าแบบนั้นได้ยังไงกัน ผมไม่อยากจะเชื่อ รู้ไหมว่ามันมีแบคทีเรียและเชื้อโรคมากแค่ไหน เพียงแค่นิดเดียวที่ซึมผ่านผิวเข้าไปในร่างกายอาจจะทำให้เราติดเชื้อบางอย่างได้เชียวนะ

 

นี่เขาไม่รู้เหรอ?

 

อ้อ.. เพราะแบบนี้สินะถึงได้หลุดทุนน่ะ

 

“คุณ.. ทำไม” จินยองพูดกับตัวเองแบบงงๆ เขาพอจะรู้ว่าร่างสูงรังเกียจ จึงรีบเอาขยะไปทิ้งให้เร็วที่สุดแล้ววิ่งไปล้างมือ ทำทุกอย่างให้ไวเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรอนาน แม้ว่าการมาเยือนเป็นครั้งที่สองของ อิมแจบอม จะสร้างความแปลกใจให้แก่เจ้าของบ้านเป็นอย่างมาก แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือเขาไม่ได้มาเพียงตัวเปล่าเท่านั้น แต่ขนเอากระเป๋าขนาดใหญ่ถือลงมาด้วย

 

“คุณลืมของหรอครับ?” เจ้าของบ้านหลังเล็กผู้น่ารักเอ่ยถามหลังจากที่ล้างมือเสร็จแล้วด้วยความแปลกใจ แต่ฝ่ายคนถูกถามก็วางกระเป๋าของตัวเองลง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง พลางมองคนร่างเล็กตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง

 

“ทำไมฉันจะต้องลืมของไว้ในบ้านของนายด้วย ไม่ทราบว่ามันมีที่มากพอที่จะวางของของฉันรึไง?”

 

“เอ่อ..” จินยองถึงกับเหวอไป เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำตัวไม่ถูกอีกครั้ง เพราะกลัวว่าพูดอะไรออกไปก็จะโดนอีกฝ่ายเพิ่มหนี้ให้อีก

 

“แล้วคุณ.. เก็บเสื้อผ้ามา.. ” จินยองอ้ำอึ้ง ยิ่งเห็นสายตาที่มองมานั้นก็ยิ่งกลัว เพราะเขาไม่สามารถอ่านมันได้เลย ไม่รู้เลยซักครั้งว่าแจบอมกำลังคิดอะไรอยู่ ตากลมจ้องมองกระเป๋าสลับกับเจ้าของมันอย่างไม่เข้าใจ ถ้าบอกไม่ได้ลืมอะไร แล้วจะแพคกระเป๋ามาถึงที่นี่ทำไม ความจริงก็มีเหตุผลเดียวที่คนเราจะเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วนำมันมาด้วยได้

 

นั่นก็คือมาพักอาศัย..

 

แต่.. แจบอมจะมาพักที่บ้านของเขาหรอก มันเป็นไปไม่ได้หรอก

 

“นายนี่ช่างโง่จริงๆ โง่จนฉันไม่อยากจะช่วยจ่ายค่าเทอมให้นาย” แจบอมพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากัน ทำเอาจินยองถึงกับอ้าปากเหวอเพราะทำอะไรไม่ถูก

 

“คือ.. คุณจะมาอยู่ที่นี่เหรอครับ คือ ผมขอโทษนะ ผมไม่รู้จริงๆว่าคุณหอบเสื้อผ้ามาทำไม อย่าโกรธผมเลยครับ ผมแค่..”

 

“เหอะ” พูดยังไม่ทันจบคนตัวสูงก็เบือนสายตาไปมองทางอื่นพร้อมกับแค่นหัวเราะ เขาอยากจะปรบมือให้กับความคิดที่แสนสิ้นคิดของจินยองจริงๆ เอาสมองส่วนไหนมาคิดได้ว่าคนอย่างเขาจะมาอยู่ที่นี่?

 

ไม่ได้เรียกมาอยู่ แต่แค่มาทำงานชั่วคราวต่างหาก

 


“ฉันก็แค่จะมาศึกษาชีวิตของพวกรากหญ้าเพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ตัวเอง เผื่อจะได้ทำวิจัยเกี่ยวกับชีวิตคนจนๆด้วย ไม่ได้อยากจะมาอยู่กับนายซักหน่อย”



            

                                            ENVY & PRIDE

                                               ✡

 

 

ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังทานข้าวเช้ากันอยู่ แบมแบมก็นึกถึงเรื่องไปค่ายที่เกาะเชจูขึ้นมาได้พอดีว่าตัวเองยังไม่ทันได้ซื้ออะไรเตรียมไว้เลยสักอย่าง เพราะสองสามวันนี้เอาแต่คลุกอยู่กับมาร์คมากเกินไปก็เลยลืมคำนึ่งถึงเรื่องนี้ไปซะสนิท และด้วยความที่ยังไม่เคยไปมาก่อน ร่างเล็กจึงเอ่ยปากถามประสบการณ์จากมาร์คดู คุยกันไปได้สักพักมาร์คก็ชวนไปซื้อของต่อ  

 

ทำให้ตอนนี้ทั้งคู่ได้มาเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่อีกครั้ง มาร์คช่วยเลือกซื้อของที่จำเป็นสำหรับค่ายให้แบมแบมจนเกือบจะครบทุกอย่างที่ต้องการ มีการแนะนำด้วยว่าสิ่งไหนที่เหมาะและไม่เหมาะ จนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือบุคคลที่คอยกลั่นแกล้งกันมาก่อน ทั้งๆที่การไปค่ายก็ไม่ต้องเตรียมอะไรเยอะนัก ส่วนมากทางโรงเรียนจะเป็นคนจัดการให้อยู่แล้ว แต่มาร์คก็ยังแนะนำให้พกของไปเผื่อไว้ อย่างเช่นครีมกันแดดและเจลเย็นเพื่อปรับสภาพผิว เพราะที่นั่นเป็นเกาะมีแดดแรงกว่าในตัวเมืองหลายเท่านัก

 

แต่ในระหว่างที่กำลังจะเลือกซื้อชิ้นต่อไปเด็กน้อยก็ต้องชะงักฝีเท้าอยู่นิ่งกับที่ เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของมือถือในกระเป๋ามาได้ซักระยะหนึ่งแล้ว  มือเล็กจึงล้วงขึ้นมาเปิดดูทันทีด้วยความสงสัย

 

(JS) 12 missed call

 

เมื่อเห็นว่าสายที่ไม่ได้รับเป็นจำนวนมาก เด็กน้อยก็ได้แต่เม้มปากตัวเองแน่นเพราะรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ นี่เขาเอาแต่ใช้เวลาอยู่กับมาร์คจนเพิกเฉยต่อคนรักได้มากถึงขนาดนี้เชียวหรือ

 

ให้ตายเถอะ.. พี่เขาจะโกรธผมไหมนะ

 

แบมแบมมองจอมือถืออยู่นานด้วยความลังเลใจ ก่อนจะตัดสินใจจิ้มนิ้วลงไปยังปุ่มรับเมื่อรออยู่ไม่นานมันก็สั่นขึ้นมาอีกรอบ

 

“ครับพี่แจ็ค”


 (กว่าจะรับสายพี่ได้นะ ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนครับ)

 

คนฟังรู้สึกผิดจนเผลอกลั้นลมหายใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องโมโหและโวยวายใส่เขาแน่ๆ แต่พอประโยคหลังน้ำเสียงของคนปลายสายเบาลง เขาสัมผัสได้ว่ามันเต็มไปด้วยความห่วงใยก็ทำให้อกมันเบาหวิวขึ้นมาเลย

 

“ขอโทษครับพอดีว่าตอนนั้นผมยุ่งอยู่เลยไม่ได้รับสาย ไม่ได้ยินว่าพี่โทรมา แต่ตอนนี้อยู่ที่ห้างแล้วครับ กำลังเดินซื้อของไปเชจูกับเพื่อน”

 

(ห้างไหนหรอครับ? ให้พี่ออกไปหาหน่อยได้ไหม เราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ)

 

เด็กน้อยถึงขั้นครุ่นคิดอย่างหนัก เพราะไม่รู้ว่าต้องใช้คำพูดแบบไหน จะโน้มน้าวอีกฝ่ายยังไง ถึงจะฟังดูน่าเชื่อถือมากที่สุด แต่ยังไงซะ พี่เขาก็เป็นคนที่คุยด้วยเหตุผลได้อยู่แล้ว เขาเป็นแบบนั้นเสมอ คงรับมือได้ไม่ยากหรอกมั้ง แค่ทำตัวเหมือนอย่างที่เคยเป็นนั้นละ

 

(ผมต้องซื้อของใช้จำเป็นไปค่ายแล้วรีบกลับบ้านนะครับ ยังมีงานค้างที่ต้องสะสางอีกเยอะเลย ถ้าจะเจอกันค่อยนัดเจอกันวันหลังได้ไหมครับ หลังค่ายก็ได้นะ ถึงตอนนั้นผมคงว่างแล้ว แต่ว่าช่วงนี้ยุ่งมากเลย)

 

(เจอกันแค่แปบเดียวก็ได้นะ พี่เข้าใจว่าเราไม่ว่าง พี่ก็ต้องซ้อมกีฬาเหมือนกัน แต่วันนี้ขอแค่สละเวลานิดเดียวมาเจอหน้ากันเฉยๆไม่ได้เลยหรอครับ ขอเวลาแค่สิบนาทีพี่ก็พอใจแล้ว)

 

เด็กน้อยเผลอกัดฟันตัวเองอย่างไม่รู้ตัวเพราะความเครียด ผมแทบสติแตกเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมฟังแถมยังดึงดันจะมาถึงที่นี่ให้ได้  ทั้งๆที่ปกติ พี่เขาไม่ใช่คนที่จะพูดด้วยยากขนาดนี้ ทำไมต้องมาเป็นเอาตอนนี้ด้วยนะ ผมจะกล่อมเขายังไงดี นี้เป็นครั้งแรกเลยที่พี่เขาตื้อผมขนาดนี้

 

สิ่งที่ควรจะทำตอนนี้คือตั้งสติเท่านั้น ผมต้องใจเย็นๆและห้ามทำตัวให้มีพิรุธเด็ดขาด 

 

ไม่ว่าจะยังไงหรือด้วยวิธีไหน ผมก็ต้องห้ามพี่เขาเอาไว้ให้ได้  มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ ถ้าสองคนนี้ได้มาเจอกัน ยิ่งผมโกหกว่าอยู่กับเพื่อนแต่จริงๆแอบมาอยู่กับเพื่อนสนิทของเขา ผมไม่อยากจะคิดภาพเลยว่ามันจะพังพินาศแค่ไหน ถ้าเขารู้ความจริงทั้งหมด

 

“ไม่ต้องมาหรอกครับ ผมอยู่กับเพื่อน ผมไม่อยากทำให้เพื่อนต้องอึดอัดด้วย เดี๋ยวจะรีบซื้อของแล้วกลับบ้านเลย อีกอย่างผมจะต้องไปทำงานต่อเพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเข้าค่ายที่เชจูแล้ว ถ้างานผมเสร็จไม่ทันขึ้นมาจะทำยังไงละครับ”

 

(เราไม่คิดถึงพี่บ้างหรือไง ก่อนไปค่ายก็ขอให้ได้เจอหน้ากันก่อนไม่ได้หรอครับ พี่คิดถึงมากนะ บอกมาหน่อยเถอะว่านายอยู่ห้างไหน พี่จะได้ออกไปหาเราตอนนี้เลย)

 

 

“ก็ผมบอกไม่ต้องมาไงครับ” แบมแบมเริ่มเสียงแข็ง เขาเหนื่อยกับการที่ต้องพูดอะไรซ้ำไปซ้ำมา อีกทั้งยังกังวลจนเผลอเหลียวซ้ายแลขวามองไปรอบตัว เพราะในใจก็แอบคิดฟุ้งซ่านไปโน่นว่าตอนนี้แจ็คสันอาจจะกำลังมองอยู่ที่ไหนซักแห่ง

 

บ้าจริง..

 

พี่แจ็คสันไม่ทำแบบนั้นหรอกน่ะ

 

(แบมแบมไม่อยากเจอพี่จริงๆหรอครับ?)

 

“ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ว่าง ผมต้องรีบไปซื้อของด้วย มัวแต่คุยอยู่แบบนี้ก็ไม่เสร็จสักที ถ้าอย่างนั้นผมขอไปหาเพื่อนก่อนนะครับ เพื่อนรอไปเลือกของนานแล้ว” เด็กน้อยตัดสินใจพูดออกไปยาวๆ ไม่รอให้แจ็คสันได้ค้านอะไรเขาก็กดตัดสายพร้อมผ่อนลมหายใจอย่างคิดหนัก

 

ก่อนจะเหลือบหันไปมองคนข้างๆ ที่ทำทีเป็นไม่รู้เรื่องอะไร ทั้งๆที่ผมรู้ว่าพี่เขาได้ยินที่ผมพูดทุกถ้อยคำ ก็ได้แต่ทึกทักไปเองว่าเจ้าตัวคงไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ผมก็เช่นกัน ตัวผมเองก็เหนื่อยมากกับเรื่องนี้

 

ขืนยังคุยกันต่อไป ก็มีแต่จะทะเลาะกันให้เสียอารมณ์เปล่าๆ รอให้ต่างฝ่ายต่างอารมณ์เย็นกันทั้งคู่ก่อนค่อยกลับมาคุยกันอีกทีก็แล้วกัน

 

“เหลือแค่ชุดว่ายน้ำอย่างเดียวแล้วครับ เราลองไปดูกันเถอะ” ผมเอ่ยชวนพี่เขาเดินไปที่อื่นต่อเพื่อกำจัดอารมณ์ที่ขุ่นมัวนี้ออกไปจากหัว ผมไม่ชอบความรู้สึกที่เหมือนหายใจไม่ออกแบบนี้เลยจริงๆ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองผิด แต่ผมก็กลับหาทางแก้ไม่ได้ มันเหมือนกับว่า.. ในเมื่อเราเลือกที่จะเดินมาทางนี้แล้ว เราก็ต้องจำใจเดินต่อไป เพราะเมื่อหันไปมองด้านหลังก็ไม่รู้แล้วว่าทางออกที่แท้จริงมันอยู่ตรงไหน  

 

 

เมื่อเดินเข้ามาถึงภายในตัวร้าน ก็ได้พบกับชุดว่ายน้ำหลากสีทำให้ยากที่จะตัดสินใจเลือก บวกกับความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แบมแบมจึงถือโอกาสคว้าเอามือถือขึ้นมาเพื่อส่งข้อความให้กับเบอร์ที่พึงตัดสายทิ้งไปก่อนหน้านี้

 

“ผมควรใส่ชุดว่ายน้ำสีอะไรดี พี่ชอบสีไหนหรอครับ?”

 

ยังไงพี่แจ็คเขาก็เป็นแฟนของผม เราต้องชวนคุยบ้าง ถึงจะรู้ว่าโกรธอยู่ก็เถอะ แต่ก็ดีกว่าต้องปล่อยทิ้งไว้นานๆไม่สนใจเขาเลย อย่างน้อยก็ให้พี่เขาได้รับรู้ว่าผมก็อยากคุยด้วยเหมือนกัน 

 

ตือดึ๊ง!  

 

และรอเพียงไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบรับกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

 (สีม่วง)

 

คนอ่านถึงกับยกยิ้มเบาๆที่มุมปาก แม้จะสั้นแต่ก็ยังดีกว่าไม่ตอบเลยละนะ แสดงว่าอารมณ์คงเย็นลงมาหน่อยแล้ว แค่นี้มันก็ทำให้ผมสบายใจขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง

 

“พี่ว่าสีไหนดูดี ผมเลือกไม่ถูกเลย” เด็กน้อยหันไปถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างไม่มั่นใจแม้จะได้รับคำตอบจากแจ็คสันแล้วก็ตาม เป็นเพราะเห็นว่ามาร์คเงียบมาตลอด อีกทั้งยังไม่แน่ใจด้วยว่าร่างสูงเคืองที่เขาคุยกับแจ็คสันรึเปล่าจึงได้หาเรื่องชวนคุย

 

ทั้งๆที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าทำไมเขาต้องแคร์มาร์คมากพอๆ กับแจ็คสันด้วยนะ..

 

“ฉันชอบสีดำ” เพียงเท่านั้นทำให้แบมแบมมองเพียงแค่ชุดสีม่วงกับสีดำสลับกันอย่างลังเลใจ     เด็กน้อยยืนมองอยู่นานว่าจะเอาสีไหนดี แต่คิดอยู่นานก็เลือกไม่ได้เสียที เขาเองก็ไม่อยากให้มาร์คต้องยืนรอนานด้วย

 

..สรุปว่าเลือกไม่ได้ก็เลยเหมามาทั้งสองสีซะเลย

 

เมื่อซื้อของเตรียมเข้าค่ายครบทุกอย่าง มาร์คก็ขับรถไปส่งแบมแบมถึงหน้าบ้าน เมื่อขาเล็กก้าวลงจากรถก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเกาะประตูรถไว้แล้วหันไปหาคนที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับ

 

“แล้วนี่.. พี่จะไม่ไปเยี่ยมพี่จีวอนหรอครับ ตอนผมเช็คในโซเชียลเห็นข่าวบอกว่าพี่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้อาการจะเป็นยังไงบ้างแล้ว”

 

“ฉันไม่เห็นจำเป็นต้องสนใจคนในครอบครัวเลยนี่”  คำถามนั้นทำให้มาร์คนิ่งไปชั่วครู ก่อนจะยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระกับคนที่อยู่ในประโยคคำถามนั้น ซึ่งก็คือน้องชายของเขาเอง

 

“แต่ถ้าเรายังไม่แคร์คนในครอบครัว แล้วเราจะทำดีกับคนอื่นได้ยังไงละครับ ผมเชื่อนะว่าพี่เป็นคนดีคนหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาผมก็เห็นว่าพี่ก็ดีมาโดยตลอด” 

 

“...”

 

คำพูดของเด็กน้อยนั้นทำให้มาร์คเงียบไป เพราะมันไปสะกิดใจคนฟังขึ้นมาเต็มๆ ความจริงแล้วพี่น้องคนอื่นอาจจะไม่ได้เกลียดเขาก็ได้ เพียงแต่ว่าเขาคือผู้ที่สร้างกำแพงทิฐิในใจนั้นขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งหมด สำหรับเขาแล้วมันยากที่จะยอมรับ แต่ที่ผ่านมามันก็เป็นแบบนั้นมาตลอดจริงๆ

 

 

“ยังไงก็ขอบคุณที่มาส่งนะครับ แล้ว.. ค่อยเจอกันใหม่”  แบมแบมโค้งตัวและยิ้มให้เป็นเชิงขอบคุณแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ในขณะที่มาร์คยังจอดรถอยู่ที่เดิมเพราะกำลังใช้เวลาครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียวซักพัก

 

และเมื่อตัดสินใจได้ ร่างสูงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเหยียบคันเร่งไปด้านหน้า โดยที่เส้นทางนั้นไม่ใช่ทางกลับไปคฤหาสน์ตระกูลซง   

 

 

                                    

 

                                         ENVY & PRIDE

                                            ✡

 

 

 

ณ โรงพยาบาลเซนปีเตอร์

 

แล้วในที่สุดคุณชายลำดับสองของบ้านก็ได้ตัดสินใจพาตัวเองมายังโรงพยาบาลที่จีวอนพักฟื้นอยู่ มาร์คยิ้มและโค้งทักทายให้ทุกคนอย่างมีมารยาท ด้วยภาพลักษณ์ที่แสนดีผิดกับบรรดาพี่น้องคนอื่นๆ ทำให้ทุกคนในโรงพยาบาลให้ความเอ็นดูและให้การต้อนรับเด็กหนุ่มคนนี้มากเป็นพิเศษ  

 

ร่างสูงเลือกที่เดินเข้าไปสอบถามกับผู้เป็นหมอในห้องทันที โดยไม่ต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าเหมือนคนทั่วไป ไม่ต้องมีพิธีอะไรให้มากความ ในเมื่อคำว่าตระกูลซงนั้นไร้ขีดจำกัดในประเทศนี้อยู่แล้ว เพียงแค่เอ่ยปากว่าอยากจะทราบเกี่ยวกับรายละเอียดการผ่าตัดของน้องชาย ทางโรงพยาบาลก็อนุญาตให้เข้ามาถามถึงห้องหมอได้เลย    

 

“อาการของจีวอนเป็นยังไงบ้างครับ เขาออกจากห้องผ่าตัดได้แล้วใช่ไหมครับ”  มาร์คกล่าวเข้าประเด็นทันทีหลังจากกล่าวคำทักทายตามมารยาทเสร็จ

 

“การผ่าตัดตอนเช้าเสร็จไปด้วยดีครับ ไม่มีอะไรต้องห่วง เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่คุณมาร์คจะมา คุณจีวอนก็เพิ่งรู้สึกตัวเองครับ"


คนฟังได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาไม่น้อยที่ได้ยินตามตัวเองคาดหวังเอาไว้ เขารู้อยู่แล้วว่าไอ้เด็กนี้คนนี้มันหนังเหนียว อุบัติเหตุแค่นี้ไม่ทำให้คนอย่างจีวอนตายได้หรอก 

 

ก็ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร...

 

“คุณจะเข้าไปเยี่ยมเขาในห้องเลยก็ได้นะครับ ในตอนเช้าก็มีคนอื่นๆจากตระกูลซงมาเช่นกัน” 

 

แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นมาร์คก็ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโค้งตัวให้คุณหมอด้วยรอยยิ้ม

 

“ไม่เป็นไรครับ พอดีผมต้องไปทำธุระต่อด้วย เขาปลอดภัยก็ดีแล้ว ยังไงก็ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะครับ” 

 

         

             ENVY & PRIDE

                                         ✡

 

 

ณ. ลานจอดรถ

 

ในขณะที่คนตัวสูงกำลังจะเดินเลี้ยวไปยังที่จอดรถของตัวเอง สองขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ร่างสูงขมวดคิ้วเข้าหากันอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจชะเง้อไปมอง ก่อนที่คิ้วทั้งสองข้างจะต้องเลิกขึ้นเมื่อสังเกตเห็นใครบางคน ที่มักจะเจอกันบ่อยๆในบ้าน ไม่ก็ในชั้นเรียนเดียวกัน ซึ่งนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น คัง ซึงยูน น้องชายลำดับที่สี่ของบ้านนั่นเอง

 

มันมาเยี่ยมจีวอนด้วยหรอ?

 

มาร์คยิ่งขมวดคิ้วเป็นปมแล้วเกิดคำถามมากมายทันทีที่เห็นว่ามีเด็กที่ไหนไม่รู้มาร้องไห้กอดขาพร้อมกับคำพูดคร่ำครวญที่แทบจะฟังไม่ได้ศัพท์มัน ภาพตรงหน้าช่างดูเวทนายิ่งนัก ไม่รู้ว่าทะเลาะอะไรกันมาแต่น่าจะเป็นเชิงชู้สาว ซึ่งดูเหมือนว่าน้องมันจะโมโหเป็นบ้าเป็นหลังมากถึงขั้นควักปืนขึ้นมาจ่อหัวขู่เลยทีเดียว

 

ให้ตายเถอะ.. 

 

เป็นภาพที่ไม่น่าดูเลยจริงๆ แม้ในใจจะลุ้นระทึกว่าคนเป็นน้องจะทำยังไงต่อไป แต่แน่นอนว่าจะไม่มีการเข้าไปห้ามปรามบทละครตรงหน้าเฉกเช่นพระเอกหนังแน่ๆ เขาไม่เข้าไปยุ่งหรอกนะ

 

มาร์คยืนจนกระทั่งซึงยูนเก็บกระบอกปืนเข้าไปยังกระเป๋าเสื้อแล้วขับรถออกไป เขาลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ที่ไม่ต้องเห็นฉากคนในครอบครัวเดียวกันปลิดชีวิตของเด็กม.ปลายให้ดับลงต่อหน้าต่อตา

 

ใบหน้าคมส่ายไปมาเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่าจะให้ความสนใจกับเรื่องของชาวบ้านทำไมนัก ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบกุญแจรถออกมาถือไว้แล้วค่อยเดินไปยังที่ที่รถคันหรูจอดไว้ในตอนแรก


 

ถึงเวลากลับบ้านสักที..

 








#เจบีบ้าอำนาจ  #พี่มาร์คขี้อิจฉา

พากนี้พี่บีมาเหนือมากๆ เขาคือตัวแทนของรีดทุกคน แล้วก็ยังเป็นคนตลกหน้าตายเหมือนเดิม 55555555555555 

ส่วนพี่มาร์คนี้ จริงๆเขาก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรนะ ;_; 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1451 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:43
    แจบอม ข้ออ้างนายมัน 55555
    #1,451
    0
  2. #1428 Wattson (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 11:20
    โอ๊ยยย5555นี่ขำแจบอมนานมาก อะไรจะข้ออ้างเยอะขนาดนั้นคะพ่อคู้ณ
    #1,428
    0
  3. #1417 mAjjcs (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 14:10
    ขำเจบี 555555 ศึกษาชีวิตรากหญ้าบ้าบออะไรของนาง 555555 ต้องจริงจังขนาดไหน ถึงขนาดขนรองเท้ามาเยอะขนาดนั้น
    #1,417
    0
  4. #1372 Aely (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 15:25
    ชอบมาร์คในมุมนี้นะ จริงๆเค้าก็เป็นคนดีคนนึง เมื่อไหร่จะมีคนเข้าใจเค้าบ้างนะ
    #1,372
    0
  5. #1353 M.m1nt (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 09:52
    พี่บีน่าร้ากกกกก สงสารพี่แจ็ค
    #1,353
    0
  6. #1144 inin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 21:50
    พี่บีเป็นไรอะ ปากอย่าง ใจอย่างงี้ออ ตลกอะ 555
    #1,144
    0
  7. #1130 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 18:06
    อิพี่บีมันร้ายยยยยยย
    #1,130
    0
  8. #1116 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 09:21
    เจเจไปอยู่บ้านของจูจูทำไม เพื่ออ!!!!!! คือ แบบเอาตามตรงเค้าก็ชอบนะแต่ว่ามันเร็วไปอ่ะจิง
    #1,116
    0
  9. #1049 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 04:56
    โอ้โหเสี่ยยูนคะ เอะอะควักปืนเลยเหรอ ป๊าดดดดดดดด มาร์คแบมให้อินเนอร์ดีนะ สงสารพี่สั้นตามเคย ก้นะอย่างที่แบมว่า เลือกไม่ได้ก็เหมาสองแม่งเลย 3p ฟังดูดีนะ ส่วนพี่เจบี เหตุการณ์พี่ไปไวมาก นี่อะไร? พี่หอบผ้าไปบ้านเค้าทำไม
    #1,049
    0
  10. #1017 opel_zuza (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:26
    ชอบอิม แจบอมมมมมมมม
    ทำไมพี่ตลกหน้านิ่งแบบนี้ มุกฮาๆของคนรวยหรอ 55555555
    #1,017
    0
  11. #804 portiiz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 14:06
    ฮาตรงพี่บีนี่หล่ะ ความคิดนางนี่ว่าจะดูสูงส่งก็สูงส่งอยุหรอกนะ แต่มันเอื้อประโยชน์ต่อผู้อื่นดีจริง
    #804
    0
  12. #790 katt. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 22:22
    หมั่นไส้พี่บีค่ะ
    หมั่นไส้
    หมั่นไส้
    อยากให้จินยองปาขยะใส่หน้า5555555
    #790
    0
  13. #747 HotSnow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 13:41
    น่าส่งเจบีไปปรับความคิดนิดนึง เฮียไหวมะ ==" ส่วนพี่มาร์ค พี่ทำไรอะแย่งแฟนเพื่อน แบมนี้ก็สู้บ้างงง นายมีแฟนแล้วนะ สงสารแจ็กบ้าง ถ้าแบมไม่เอาให้เราก็ได้เราไม่ว่าาาา
    #747
    0
  14. #746 mclub (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 17:23
    ศึกษาชีวิตคนรากหญ้า -*- อีนี่น่าตบสักสิบที

    สงสารแจคสันแรง
    #746
    0
  15. #741 ไม่บอกกก1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 22:26
    รอจ้าาา #เม้นรอบ2อิอิ
    #741
    0
  16. #740 MBKY; (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 19:13
    โอ้ยยยย ทำไมแบมๆทำแบบนี้ สงสารแจ็คสันอะ เลือกไม่ได้ก็เลยอยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคนงั้นหรอ ยุติธรรมสำหรับแจ็คสันมากดิ แง้ง
    ทำไมรู้สึกว่าแบมกำลังเห็นแก่ตัว 555555 แต่มาร์คก็น่าสงสารอยู่ทำดีจริงๆก็ทำเพราะอยากทำ แต่อีกแง่ก็เหมือนสร้างกำแพง แต่พอแบมๆมาเลยแบบเออ เป็นแบมคนเดียวที่มองเห็นและให้กำลังใจมาร์ค แต่คือ แบมแฟนแจ็คไง...
    #740
    0
  17. #738 MelodySweety (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:04
    พี่บีตลกจริงๆ55555555555555
    #738
    0
  18. #737 BF'EYE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 22:43
    เหยยยห หิมะจะตกป่ะว่ะ มาร์คไม่ข่มเหงแบม โอ้ววววว 555555555555
    #737
    0
  19. #736 youngkyun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 00:06
    ห่วงเขาเหมือนกันแต่ไม่ยอมไปเยี่ยมในห้อง พี่มาร์คน่ารัก
    #736
    0
  20. #735 Avinn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 19:15
    ทำไมเจบีน่าหมั่นไส้ขนาดนี้อะ... 
    แต่น่ารักอะ คือมั่นหน้าได้แบบน่ารักๆ ทุกๆการกระทำมีเหตุผลประหลาดๆ
    โอ้ย 555555 
    พี่มา์รคก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายนี่ตามไม่ทันละนะทั้งคู่เลย
    ช่วยทำให้อารมณ์คงที่ได้มั้ย นายเอกเรารองรับไม่ทัน 
    #735
    0
  21. #734 iaaooa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 19:14
    เลือกไม่ได้ก็เหมาทั้งคู่ เดี๋ยวนะแบมๆนะ มารคคือจริงๆก้ดีอ่ะ เริ่มรักนาง
    #734
    0
  22. #733 ปาร์คปาล์มพันเจ็ด (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 13:36
    พี่น้องบ้านนี้น่ารักนะ แค่แสดงออกไม่เป็นกันอ่ะ
    #733
    0
  23. #732 toki226 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 12:52
    ตระกูลนี้ซึนมากกกกกกกกกกกกก
    น่ารักพี่บีน่ารักมาก แหม่ ทำมาเป็นปากแข็ง แต่นะช่วยพูดให้มันฟังเข้าใจง่ายๆหน่อยได้ไหม 5555
    #732
    0
  24. #730 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 11:37
    อั้ยยยยะ จริงๆพี่มาร์คเป็นคนดีนะ
    คือพี่น้องบ้านนี้จริงๆเขาก็รักกันทุกคนแหละ
    ส่วนน้องแบมเลือกไม่ได้ใช่ม้าาา
    แบบนี้ต้องขอสอง555555555
    แอบสงสารแจ็คสันเนอะ ;^;
    #730
    0
  25. #728 mee1414 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 11:11
    พี่บี-..555เอาความรู้มาแถได้คุ้มมากอ้ะ มาร์คตามจริงนางน่ารักนะน่าสงสารที่มาร์คไม่มีใคร;__;
    #728
    0