(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 11 : ::7Sins:: 9 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    17 พ.ย. 58

              7 SINS   

                                                   ENVY & PRIDE

                                                     ✡

 

 

แจบอมยังคงนั่งอยู่ในบ้านพักส่วนตัว แต่ที่ไม่เหมือนเดิม ก็คือต้องนั่งอยู่เพียงคนเดียว เพราะลูกหนี้ได้ขออนุญาตออกไปซื้อของให้คนที่บ้าน เขาเองก็อยากจะให้เวลาส่วนตัวกับอีกฝ่ายบ้าง จึงยอมปล่อยให้ไปแต่โดยดี  แต่ในระหว่างที่เขากำลังตั้งใจอ่านหนังสือที่อยู่ในมือ  เสียงของอุปกรณ์สื่อสารที่วางอยู่บนโต๊ะดังแจ้งเตือนขึ้นเมื่อมีข่าวอัพเดทใหม่ล่าสุด

 

สองมือปิดหน้าหนังสือลงอย่างรวดเร็ว และนำมันวางไว้ข้างๆกาย เขาคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาพร้อมใช้นิ้วโป้งสัมผัสหน้าจอเพื่อปลดล็อกก่อนจะกดตรงหัวข้อข่าวใหม่ล่าสุดขึ้นมาอ่าน

 

เกิดอุบัติเหตุรถชนกันใจกลางเมืองใหญ่ ผู้บาดเจ็บสาหัสคือลูกชายคนที่ห้าของตระกูลซง

 

“หึ” เพียงเห็นแค่นั้นคนตัวสูงก็อดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ

 

มนุษย์ถูกเรียกว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุด แต่ทำไมถึงชอบทำเรื่องที่โง่ที่สุดกันนะ? แบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ชั้นต่ำที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ในกรณีของจีวอนก็ไม่ได้ต่างกับสัตว์พวกนั้น

 

ครืด!

 

สิ่งที่ถืออยู่ในมือเกิดสั่นขึ้นมาอีกครั้ง และนั้นก็คือข้อความของผู้บิดาที่ต้องการให้เขากลับไปที่คฤหาสน์ซงโดยด่วน  ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะเขาไม่ได้อยากเจอพ่อเท่าไหร่นัก แต่สุดท้ายก็ยอมลุกออกจากโซฟาที่ตัวเองนั่งมาเกือบทั้งวัน

 

อันที่จริงก็ไม่ได้เชื่อฟังพ่อขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ให้อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่รู้จะไปทำอะไรดี เขาถึงได้โทรเรียกให้คนขับรถส่วนตัวมารับถึงที่ และใช้เวลาไม่นานในการเดินทาง เมื่อรถลีมูซีนของอิมแจบอมเคลื่อนตัวมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์ ทันที่ขายาวก้าวเท้าลงพื้น หนึ่งในแม่บ้านก็เดินออกมาต้อนรับถึงหน้าประตู เธอยิ้มและโค้งให้คุณชายลำดับที่สามหนึ่งครั้ง

 

วันนี้บรรยากาศที่บ้านไม่ค่อยจะดีนัก ต่างจากทุกคืนที่ปกติตอนดึกๆ จะค่อนข้างเงียบแล้ว เพราะคนอื่นๆ ก็พากันไปทำกิจกรรมส่วนตัว อาจเป็นเพราะเพิ่งจะเกิดเรื่องขึ้นหมาดๆ ก็น่าจะเป็นได้

 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ  นายท่านกำลังรอพบคุณชายอยู่พอดีเลยค่ะ” เธอกล่าวพร้อมผายมือไปที่โต๊ะรับแขกภายใน ซึ่งมีผู้บิดากำลังนั่งรอเขาอยู่ที่นั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

 เมื่อแจบอมได้ยินดังนั้นก็ยอมเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ โดยเจ้าตัวเลือกที่จะนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบิดา เพราะมันคือเก้าอี้ที่ไกลพ่อมากที่สุดแล้ว

 

ขืนไปนั่งเฉียดใกล้ๆ คงได้สูดมลพิษแทนออกซิเจน..  

 

“ไปเรียนเป็นยังไงบ้างลูก  พ่อขอคุยหน่อยได้ไหม วันนี้พ่อเหนื่อยมากจริงๆ” อิลกุกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มและฝืนยิ้มบางๆให้กับผู้เป็นลูกชายสุดที่รัก แม้ว่าเขาในตอนนี้กำลังเผชิญอยู่กับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ก็อยากจะดีกับลูกชายคนนี้ให้มากที่สุด

 

“เหนื่อย..?”

 

 ท่าทีนิ่งเฉยและคำถามห้วนๆจากปากลูกชายทำเอาผู้เป็นพ่อไปต่อไม่ถูก  อิลกุกคิดในแง่ดีเพียงแค่ว่า แจบอม ก็แบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าเสียมารยาทอะไรและไม่จำเป็นต้องไปสั่งสอนด้วย เพราะเวลาที่ลูกคนนี้จะทำอะไร เขาฉลาดที่จะเลือกปฎิบัติ   

 

“วันๆมีแต่ปัญหาเข้ามา น้องเราก็ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน นี่ก็ยังจะเกิดอุบัติเหตุอาการสาหัสอีก”  อิลกุกถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมใช้มือนวดขมับตัวเองเบาๆเพื่อคลายอาการตึงเครียดที่มีอยู่ในหัว

 

“คงจะเห็นตัวอย่างที่ไม่ดีมาตั้งแต่เด็กละมั้งครับ  หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเชื้อมันแรง

 

หากแต่คำพูดร้ายกาจของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกชายสุดที่รักทำเอาผู้เป็นพ่อนิ่งอึ้งไปเลยทันที  เจ้าของคำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้สนใจเลยซักนิดว่าคนเป็นพ่อจะรู้สึกแย่แค่ไหน เพราะเขาไม่เคยแคร์อยู่แล้ว 

 

แจบอมมองหน้าของผู้เป็นพ่อด้วยสายตานิ่งๆ ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรที่ไม่ได้ให้กำลังใจแม้ว่าปากพ่อจะบ่นว่าเหนื่อยแค่ไหน ในหัวของเขามีเพียงคำเดียวนั่นก็คือ ทำตัวเอง พ่อไม่ควรจะมาบ่นว่าลูกชายทำตัวแย่อะไรทำนองนี้ด้วยซ้ำ ในเมื่อตั้งแต่เด็กพ่อไม่เคยดูแลและอบรมสั่งสอนลูกคนไหนด้วยตัวเองเลย แม้แต่เขาเองก็ไม่อยากจะยอมรับว่าไม่เคยได้รับการอบรมอะไรจากคนเป็นพ่อเลย

 

สิ่งที่แจบอมได้รับอยู่ตลอดก็คือคำชมและเงินปรนเปรอเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดีไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะเป็นตัวของตัวเองแบบนี้

 

พ่อไม่เคยทำตัวเหมือนคนเป็นพ่อ แล้วจะให้ลูกนำความสบายใจมาให้ได้ยังไง

 

..เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สี่แยกกลางตัวเมืองระหว่างรถบรรทุกและรถยนต์ เบื้องต้นได้ทราบมาว่าฝ่ายผู้ขับขี่รถยนต์คันหรูก็คือ ลูกชายคนที่ห้าของประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ซงกรุ๊ปคอร์ปอเรชั่น หรือ คิม จีวอนกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลายซง

 

เขาได้กระทำผิดกฎจราจรโดยการขับรถฝ่าไฟแดง จึงถูกรถบรรทุกพุ่งชนเข้าที่บริเวณกลางลำอย่างแรงและพาลากยาวจนทะลุเข้าไปด้านในห้างเอ็มไพรเสตจ ทำให้เจ้าตัวตกอยู่ในสภาวะอาการสาหัสถึงขั้นโคม่า ซึ่งนั้นเองก็เป็นเหตุให้เกิดการจราจรติดขัดบนท้องถนนหลายพื้นที่ จึงจำเป็นต้องใช้กองกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยคนเจ็บและเคลื่อนย้ายรถให้พ้นการขีดขวางแล้ว ล่าสุดไม่พบรายงานยอดตัวเลขของผู้เสียชีวิต  ส่วนตัวเลขของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้น ปัจจุบันมีมากถึง 30 รายด้วยกัน

 

จากการสอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น นาย คิม จีวอน กำลังทำการแข่งรถกับใครบางคนอยู่ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ เป็นอย่างหาก หากแต่เวลานี้ทางการยังไม่สามารถทราบได้ว่าคนที่ คิม จีวอน แข่งรถด้วยนั้นคือใคร และยังไม่รู้แน่ชัดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริงหรือไม่ ถ้าหากเจ้าหน้าที่มีการตรวจพบเบาะแสรายละเอียดอื่นเพิ่มเติม ทางเราจะรายงานให้ทราบกันอีกครั้งโดยทั่วถึงค่ะ..

 

แจบอมหันขวับไปมองต้นเสียงทันทีเมื่อได้ยินการรายงานของผู้ประกาศข่าวในทีวีช่องดัง เขาชะงักค้างไปสองวิ ก่อนจะนึกถึงคำพูดสุดท้ายของจินยอง

 

 

ทันทีที่ได้ยินข่าวในทีวี ประโยคข้างต้นพุ่งทะลุเข้ามาในโสตประสาทราวกับกระสุนปืน ชายหนุ่มชาวาบไปหมดทั้งตัว ชีพจรข้างซ้ายมันกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนหายใจแทบไม่ออก แจบอมได้เรียนรู้กับความรู้สึกที่เรียกว่า  กลัว เป็นครั้งแรก เพราะการสูญเสีย มันเป็นสิ่งที่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ฉลาดหรืออัจฉริยะมากที่สุดในโลก ก็ไม่สามารถจะเอาชนะมันได้

 

เขากำลังจะสูญเสียของเล่นชิ้นสำคัญ..

 

“เดี๋ยวผมจะไปซื้อของใช้จำเป็นเข้าบ้านที่ห้างเอมไพรสเตจนะครับ”

 

นั่นคือประโยคที่จินยองบอกกับเขาในตอนเย็น

 

ห้างเอมไพรสเตจมีอยู่แห่งเดียวในเกาหลี เพราะฉะนั้นไม่ผิดแน่!

 

แจบอมลุกพรวดขึ้นก่อนจะเร่งฝีเท้าออกไปข้างนอกอย่างไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาครอบครัวเพียงลำพัง ซึ่งเขาก็ไม่สนใจอยู่แล้วว่าพ่อจะเป็นตายร้ายดียังไง เพราะนั้นมันคือปัญหาของพ่อเอง เรื่องของพ่อไม่ได้อยู่ในส่วนหนึ่งของสมองเขาเลยซักนิด 

 

ต่อจากนี้..เขาไม่ฟังหรือไม่ได้ยินเสียงของใครทั้งนั้นเพราะในหัวมันสั่งว่าให้รีบวิ่งไปเท่านั้น

 

ร่างสูงวิ่งเข้าไปในโรงเก็บรถของตัวเอง เขาขึ้นรถแล้วสตาร์ทเครื่องทันทีก่อนจะถอยรถออกมาอย่างร้อนใจ เลยไม่ทันได้ระวัง ทำให้ท้ายรถขูดกับคันอื่นๆที่จอดอยู่ แต่เขาก็ไม่มีเวลาที่จะต้องมาหัวเสียกับเรื่องเล็กน้อย แจบอมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถที่เขาได้สร้างรอยไว้นั่นเป็นของใคร พี่น้องคนไหน

 

รถของแจบอมพุ่งทยานออกจากคฤหาสน์ซงได้อย่างง่ายดายภายในระยะเวลาสั้นๆ เพราะเจ้าตัวเล่นออกเหยียบคันเร่งจนแทบมิดไมล์ ริมฝีปากบางเฉียบพึมพำตลอดทาง มีแต่คำว่า

 

อย่าเป็นอะไรนะจินยอง

 

 

ถ้านายเป็นอะไรไป ฉันจะคิดดอกเบี้ยนายเป็นสองเท่าเลยคอยดู!’

 

 

 

                                             ENVY & PRIDE

                                              ✡

 


 

ณ ห้างเอมไพรสเตจ

 

แจบอมวิ่งไปตามที่จุดเกิดเหตุก็ไม่พบเห็นร่างที่คุ้นเคย  อยากจะออกตามหาไปทุกๆชั้นของห้างแต่ก็ทำไม่ได้เพราะร่างกายเหนื่อยจนรับไม่ไหว  หนำซ้ำยังมีพวกสามัญชนหลายคนให้ความสนใจกับเขาอีก มันคงเป็นภาพที่ดูไม่ดีนักถ้าลูกชายของตระกูลผู้ดีจะวิ่งเล่นไปทั่วห้างแบบนี้  ยิ่งโดนเฉพาะในเวลาคับขันอย่างนี้ด้วย

 

“แฮ่ก..”  ชายหนุ่มหอบหนักจนต้องใช้ปากช่วยหายใจ จะเรียกว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่ต้องมาทำอะไรเหนื่อยขนาดนี้  เขาไม่ชอบวิ่ง ไม่ชอบออกกำลัง เพราะเขาเกลียดเวลาที่ตัวเองต้องเหงื่อออก ยิ่งตอนนี้มันกำลังไหลซึมทั่วเสื้อของเขาก็ยิ่งไม่ชอบ 

 

ฉะนั้น เขาจึงเกลียดวิชาพละไปโดยปริยาย วิชาที่ไม่ได้ใช้หัวสมองคิดจะเรียนกันไปทำไม   ของพรรค์นั้นมีไว้แค่ให้พวกสวะไร้สมองแข่งขันกันเองเท่านั้นละ  มันไม่สมควรจะถูกจัดเข้ามาอยู่ในระบบการศึกษาเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆอาศัยการจำทฤษฎีก็น่าจะพอแล้ว

 

แต่ที่ลงทุนออกมาตามตัวขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าห่วงอะไรหรอก แค่กลัวว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับทาสคนนี้ ข้อสัญญาจะมีปัญหาในภายหลัง เขาแค่ไม่ชอบให้มีอะไรผิดพลาดมันก็เท่านั้นเองละ

 

  การที่เขาที่จะมาออกตามหาคนๆหนึ่งท่ามกลางผู้คนมากกว่าหนึ่งร้อยชีวิตอาจจะไม่เวิร์คเท่าไหร่ ยิ่งตอนนี้เกิดเรื่องวุ่นวายในห้างด้วย แค่เขาคนเดียวมันยังไม่พอหรอก ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเพิ่มจำนวนให้มีมากกว่านี้ เพราะว่ารีบร้อนเกินไปเลยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ในหัวเลย

 

“บ้าจริง!

 

เขาคว้ามือถือขึ้นมาต่อสายถึงกลุ่มบอดี้การ์ดส่วนตัวและสั่งให้ออกมารวมตัวกันที่ห้างเอมไพรเสตจกันทั้งหมดเพื่อกระจายกำลังในการออกค้นหาจินยอง ยิ่งมีหลายคนก็เหมือนมีหลายดวงตา ผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้ก็ได้ย้อนกลับไปนั่งรออยู่ในรถ เพราะไม่อยากเป็นจะตกเป็นเป้าสายตาของคนทั่วไป จึงคอยรอฟังรายงานและออกคำสั่งอย่างเดียว

 

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีความคืบหน้าขึ้นเลย แม้จะสั่งให้การ์ดทุกคนออกตามหาทุกชั้นมากกว่าสองครั้งแล้วก็ตาม  แต่ยิ่งใช้เวลานานมากขึ้นเท่าไหร่แจบอมก็ยิ่งร้อนร้นมากขึ้นเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจต่อสายตรงหาอีกฝ่ายด้วยตัวเองแต่ทว่า..

 

เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้..

 

“โธ่เว้ย!”  แจบอมสถบลั่นรถและตบพวงมาลัยอย่างหงุดหงิดเพราะหลายๆอย่างไม่ได้ดั้งใจไปซะทุกเรื่อง เขาพยายามจะไม่หัวเสียไปมากกว่านี้แต่มันก็ยังอดโมโหไม่ได้อยู่ดี

 

นายกล้าหายหัวไปแบบนี้ได้ยังไง..

 

เพราะแบบนั้นชายหนุ่มจึงข่มตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ ขืนยังปล่อยให้ถูกความโกรธครอบง่ำโดยที่ไม่รู้จักคิดหน้าไม่คิดหลังแบบนี้ ก็ไม่มีทางที่จะคิดหาทางอื่นๆได้หรอก    

 

 

 เมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มจัดการค้นข้อมูลในแท็บเล็ตเจาะเอาแผนที่ในประเทศเพื่อค้นหาตำแหน่งและจุดพิกัดซึ่งเป็นแถบที่ตั้งของหมู่บ้านคนจนอาศัยอยู่ในเขตตัวเมือง เมื่อเจอบ้านของจินยอง เขาก็ดำเนินการดึงข้อมูลแผนที่ส่วนนั้นเข้ามาเชื่อมขึ้นกับจอมอนิเตอร์GPS ในรถทันที

 

รองเท้าราคาแพงเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานเข้าสู่เส้นทางข้างหน้าอย่างรีบเร่งโดยที่ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น คิดแค่ว่าต้องรีบไปให้ถึงก็พอ ทำให้เขาไม่ทันสังเกตเลยว่ารถคันหรูของตัวเองกำลังมุ่งเข้าสู่ท้องถนนที่เริ่มแคบลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นพื้นที่หมู่บ้านของพวกที่มีฐานะยากลำบากนั่นเอง  

 

เมื่อสิ้นสุดจุดหมายปลายทางร่างสูงก็รีบลงมาจากรถอย่างรวดเร็ว เขาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังเล็ก ที่ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของทาสในสัญญา ความรีบทำให้ไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่ารองเท้าราคาแพงเปื้อนไปด้วยเศษดินเศษโคลนมากเท่าไหร่แล้ว

 

แจบอมมองหาออดหน้าบ้านเพื่อที่จะกดเรียก ก่อนจะสบถออกมาเบาๆเมื่อพบว่ามันไม่มีอยู่ เขาลืมนึกไปว่าบ้านของคนจนๆ จะไปมีออดไฟฟ้าได้ยังไงกัน แต่พอคิดว่าจะยกมือขึ้นเคาะประตูนั้นมันก็ถูกใครบางคนเปิดขึ้นมาซะก่อน และคนๆนั้นก็คือคนที่เขาตามหาแทบตายเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน

 

จินยองยกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจพร้อมเอียงหัวมองมาทางเขาอย่างสงสัยราวกับกำลังจะถามว่า มาทำอะไรถึงที่นี่เหรอ ซึ่งท่าทางนั้นมันช่างกวนใจคนมองเหลือเกิน

 

ดวงตาใสๆ ปรอยผมที่หมาดๆ จากการเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แถมที่แก้มยังมีสีชมพูระเรื่อ ริมฝีปากแดงจางๆ จากความหนาวของน้ำเย็นเพราะบ้านปราศจากเครื่องทำน้ำอุ่น

 

มันช่าง...

 

ทำให้เขาต้องวิ่งหาไปทั่วห้างขนาดนี้แล้วยังมาทำหน้าตาแบบนี้ใส่อีก..

 

 

นายต้องจ่ายค่าเสียหายให้ฉัน ค่าแรงที่ทำให้ฉันต้องไปเดินตามหานาย!



 

 

                                            ENVY & PRIDE

                                               ✡

 


ตือดึ๊ง!

 

แบมแบมตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย มือเล็กยกขึ้นขยี้ตาเบาๆ ระหว่างนั้นเองเสียงข้อความของไลน์ก็ดังขึ้นมาพอดี เด็กหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าใครส่งมาถึงรีบล้วงมือถือขึ้นมาเปิดอ่าน ภายในเนื้อหานั้นได้ทักมาสั้นๆว่า 

 

ตอนนี้อยู่ไหน ไปไหนมาบ้างครับ?

 

เด็กน้อยนิ่งไปซักพักเพราะต้องใช้ความคิด เขาต้องปลุกตัวเองให้ตื่น เรียกสติกลับมาให้มั่นก่อนจะรัวมือลงบนแป้นพิมพ์ด้วยคำที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด อ่านทวนประโยคที่ตัวเองพยายามเรียบเรียงอยู่ซ้ำๆแล้วจึงตัดสินใจกดส่ง

 

เมื่อวานผมใช้เวลาทำงานทั้งวันเลย อีกไม่กี่วันก็จะต้องเตรียมตัวไปค่ายที่เกาะเชจูแล้วด้วย  ก็เลยหมกตัวอยู่กับเพื่อนไม่ได้ออกไปที่ไหนเลยครับ

 


นั่นคือข้อความที่เต็มไปด้วยคำโกหกหลอกลวง.. 

 

ความจริงผมอยู่กับพี่มาร์คตลอดเวลาจนแทบจะเจือเวลาไปทำอย่างอื่นไม่ได้ แม้อยากจะเล่าปัญหาให้เขาได้ฟังทุกอย่างก็เถอะ  แต่เรื่องมันก็บานปลายเกินกว่าจะเล่าได้ สถานการณ์แบบนี้มันทำให้ผมกดดันและไม่มีทางเลือก ครั้งหนึ่งพี่แจ็คเคยเป็นคนที่มีอะไรก็สามารถบอกได้ทุก อย่างโดยไม่ต้องกังวล แต่พอมาถึงจุดๆหนึ่งที่พูดอะไรไม่ได้ ผมเลยต้องมานั่งทุกข์ใจอยู่คนเดียว


ในขณะนั้นเองเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เด็กน้อยต้องหมุนต้นคอไปมอง ซึ่งภาพของคนร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้เขาลืมเรื่องกังวลก่อนหน้านี้ไปซะสนิท

 

เจ้าของห้องอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน มาร์คมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่พันรอบเอวไว้อยู่  จู่ๆความร้อนก็ตีหวิวขึ้นมาในท้อง เด็กน้อยผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างยากลำบาก เมื่อร่างกายมันร้อนวูบวาบไปหมดทั้งตัว แถมยังรู้สึกเหมือนเหงื่อจะผุดขึ้นตามใบหน้าด้วยแม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่ก็ตามที

 

ก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าอาการแบบนี้เข้าค่ายว่าเป็นพวกลามกหรือเปล่า แต่ว่าเขาบังคับให้ตัวเองเลิกจ้องหน้าท้องแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นไม่ได้จริงๆ 

 

ลาดไหล่กว้าง กล้ามแขนก็ดูแน่น ลำตัวก็ยาว สัดส่วน เหมาะสมกับตำแหน่งซู้ตติ้งการ์ด   ได้ยินว่าเป็นพวกบ้าซ้อมหนักกว่าคนอื่นมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นตัวสำรองของทีม จนกระทั่งได้เป็นตัวจริงและมีโอกาสได้ลงแข่งขันอย่างจริงจัง เขาก็ยังบ้าซ้อมหนักแถมยังมากขึ้นทุกวัน 

 

อาจจะดูเหมือนหักโหมมากเกินไป แต่เขาเองก็น่าจะรู้ถึงขีดจำกัดของตัวเองดี นักกีฬาต้องรักษาสมดุลและไม่ปล่อยละเลยในเรื่องเล็กๆน้อยๆ การละเลยอาการบาดเจ็บคือสิ่งต้องห้าม มาร์คคำนึกถึงเรื่องนี้ดี จึงไม่เคยได้ยินว่าเคยซ้อมหนักถึงขั้นล้มป่วยเลยสักครั้ง

 

เขารักษาสุขภาพตัวเองดี เรื่องออกกำลังกายก็ควบคุมได้อย่างดีเยี่ยมมากเช่นกัน แม้ว่าหุ่นจะไม่ถึงกับล่ำมาก แต่ก็จัดว่าเป็นผู้ชายที่หุ่นดีและสมบูรณ์แบบมากเลยคนหนึ่งก็ว่าได้

 

“อาบน้ำด้วยกันไหม?”  คำชวนนั้นทำเอาคนฟังถึงกับใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ แค่การที่ต้องมาเห็นชายหนุ่มในสภาพเปลือยท่อนบนแบบนี้ มันก็น่าอายจะแย่อยู่แล้ว ยังจะมาชวนให้ไปอาบน้ำด้วยกันสองต่อสองอีกเหรอ

 

ไม่เอาด้วยหรอก...

 

 “ไม่ละครับ เดี๋ยวผมจะอาบต่อทีหลัง..”  

 

แน่นอนว่าคำตอบนี้ทำให้มาร์คขมวดคิ้วมุ่น  เพราะการทำตรงข้ามความต้องการของผู้ชายคนนี้ ไม่เคยทำให้เขาพึงพอใจ ถึงมันจะเป็นคือคำชักชวน แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับคำสั่งที่ต้องทำตาม   

 

“อายทำไม ทีกับไอ้แจ็คยังไม่อายเลย” ชื่อของแฟนหนุ่มถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างอีกครั้ง เด็กหนุ่มได้แต่นั่งปิดปากเงียบพร้อมเถียงคนตรงหน้าในใจว่า สถานะของทั้งคู่ไม่ได้เหมือนกันสักหน่อย..

 

“อย่าลืมซิว่าเรามีอะไรต่อรองกัน ฉันจะไม่พูดซ้ำหรอกนะ”  มาร์คพูดขู่และเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปในห้องน้ำก่อน ผมได้แต่ถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของเขา แต่เราทำได้เพียงแค่คิดเอาแค่ ว่ายังไงก็เคยเห็นๆกันอยู่แล้ว แค่อาบน้ำด้วยกันเฉยๆ คงไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้หรอกมั้ง

 

ตัวเลือกของผมมีแค่ไปอาบน้ำกับพี่เขา ..หรือไม่ไป แต่ก็ต้องถูกปล่อยคลิปที่แสนน่าเกลียดนั่นอยู่ดี

 

ไม่ว่าทางไหนก็แย่ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมจึงต้องเลือกสิ่งที่แย่น้อยที่สุดให้กับตัวเอง

 

“ถ้าไม่อยากให้ฉันอารมณ์เสีย ก็อย่าให้ต้องรอนานๆ” เสียงทุ้มกับประโยคเตือนสติที่ลอยออกมานอกห้องน้ำ ทำให้เด็กน้อยต้องจำใจถอดเสื้อผ้าของตัวเองและเดินตามเข้าไปในนั้นอย่างไม่เต็มใจนัก

 

ทั้งสองผลัดถูหลังให้กันในอ่างน้ำอันแสนคับแคบ ยิ่งทำให้ทั้งสองร่างได้บดเบียดแนบชิดกันมากขึ้นก่อให้เกิดความรู้สึกวาบหวามขึ้นมาในอก เมื่อสายตาของทั้งสองฝ่ายได้สอดประสานกัน  

 

แบมแบมจ้องมองมาร์คด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เขาไม่สามารถอ่านได้เลยว่านัยน์ตาคมเรียวของฉีกฝ่ายกำลังจะบอกอะไร ไม่เคยรู้ว่ามาร์คกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วก็ไม่เคยเข้าใจด้วยว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำนั้น.. มันเพื่ออะไรกันแน่

 

แรงดึงดูดบางอย่างที่แรงกล้ายิ่งกว่าแม่เหล็กก็สั่งให้ริมฝีปากของทั้งคู่เคลื่อนเข้ามาสัมผัสกัน พวกเขาบดเบียดริมฝีปากกันจนแทบแยกไม่ออกว่าเรียวปากของใคร อยู่ตรงไหน ลิ้นร้อนแตะลงเบาๆที่ปลายลิ้นนุ่มชื้นและแตะอยู่แบบเดิมซ้ำๆเพื่อเร้าอารมณ์ ทั้งดุดดันพร้อมเกี่ยวรัดกันไว้อย่างไม่มีใครยอมใคร

 




                                             


                                                            ------------- CUT ------------


 

 


กริ๊ง!

 

เสียงของนาฬิกาปลุกดังก้องเข้ามาภายในห้องน้ำทำให้สองร่างจำเป็นต้องผละออกจากกัน ต้นเหตุเสียงนั้นเกิดจากการที่เจ้าของห้องได้ตั้งเอาไว้เวลานี้ทุกวัน เพราะไม่อยากไปร่วมโต๊ะอาหารเช้าสาย

 

เขาอยากทำให้พ่อได้ภูมิใจ จึงตั้งเวลาบอกตัวเองไว้ตลอดว่าถ้ามันดังเมื่อไหร่ แปลว่าจะต้องรีบลงไปรับประทานอาหารกับพ่อได้แล้ว

 

ให้ตายเถอะ.. แต่วันนี้มันช่างปลุกได้ถูกเวลาซะจริง

 

ความจริงเขาก็อยากจะไปร่วมรับประทานอาหารกับพ่ออยู่หรอก แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าพ่อไม่ชอบให้พาใครเข้าบ้าน ฉะนั้นการที่จะให้แบมแบมไปร่วมโต๊ะอาหารเช้าด้วยคงเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เห็นทีวันนี้เขาคงต้องไปทานอาหารเช้าที่อื่น เพราะไม่อยากให้พ่อต้องกลุ้มใจ แค่ภาระหน้าที่การงานที่ต้องแบกรับไว้ในแต่ละวัน ก็เหนื่อยมากเกินพอแล้ว คงจะไม่ดีแน่ถ้าผมจะสร้างความลำบากใจให้พ่อเพิ่มอีก

 

ฉะนั้นต้องเลี่ยงการเผชิญหน้ากับพ่อ..

 

ผมจะลงจากห้องเมื่อแน่ใจว่าพ่อออกไปทำงานตามเวลาปกติ ส่วนผมตอนนี้ก็แค่รอให้ถึงเวลานั้นอีกซักหน่อย แล้วค่อยพาคนตัวเล็กออกไปทานอาหารเช้าใกล้ๆกับโรงเรียนเอาทีหลังก็ได้

 

ผมยิ่งถอนหายใจเซ็งเมื่อเห็นว่าแบมแบมลุกหนีออกไปแล้ว ทันทีที่ร่างเล็กได้สติก็รีบวิ่งออกไปข้างนอกด้วยความรวดเร็ว เหลือแต่ผมที่ยังนอนแช่อ่างอยู่ที่เดิม ก่อนหน้านี้ทุกอย่างถูกผมควบคุมเอาไว้อยู่หมัด อารมณ์ของเราทั้งสองคนกำลังเคลื่อนไหวไปได้สวย แต่ทุกครั้งที่จะเราจะเชื่อมสัมพันธ์กัน ก็มักจะมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางโอกาสนี้เสมอ

 

เช่นตอนนี้..

 

ขอบอกเลยว่ามันน่าเบื่อมากๆ

 

ผมยังไม่ลุกขึ้นไปแต่งตัว เพราะยังไงก็ไม่รีบร้อน กว่าพ่อจะออกไปทำงานก็ยังมีเวลาอีกเหลือเฟื่อจึงอยากจะใช้เวลานี้ ผ่อนคลายกับน้ำอุ่นในอ่างนี้นานๆซะหน่อย ถือว่าแก้เบื่อไปในตัว

    

เขาปล่อยให้เวลาผ่านไปซักพัก จนกระทั่งแน่ใจว่าผู้เป็นบิดาออกไปทำงานตามเวลาปกติแล้ว มาร์คก็ขุดร่างของตัวเองออกจากอ่าง มือหนาคว้าเอาชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนที่แขวนเอาไว้มาสวมทับให้เรียบร้อย พร้อมทั้งตรวจเช็คทรงผมตัวเองและเซทให้มันดูดีขึ้นเหมือนทุกวัน เมื่อพิจารณาตัวเองในกระจกว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องอีกแล้ว ถึงยอมก้าวออกจากห้องน้ำได้หลังใช้เวลากับมันไปเกือบครึ่งชั่วโมงเต็มๆ  

 

เมื่อถึงช่วงเวลาที่สมควร เจ้าของห้องก็พาคนตัวเล็กเดินขนาบข้างไปด้วยกัน แต่พอเดินมาถึงชั้นล่างสุด ก็พบว่าสิ่งที่เขาคิดกับผิดคาดไปเสียหมด เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพ่อยังคงนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ประจำ ซ้ำร้ายยังมองมาที่เขาและตวัดสายตาไปมองคนข้างกายเขาด้วยแววตาเรียบนิ่ง จนฝ่ายถูกมองยืนตัวเกร็งทำอะไรไม่ถูก และแน่นอนว่านี้ไม่ใช่การแสดงออกถึงความพอใจ                                   

 

ที่นี่ห้ามพาคนนอกเข้าบ้านตามใจชอบ แกก็รู้กฎข้อนี่ดีไม่ใช่หรือไง  รู้ไหมว่าทำแบบนี้เท่ากับว่าแกไม่เห็นหัวฉันคนนี้เลย ฉันขอละ.. อย่าทำให้ฉันต้องปวดหัวไปอีกคนจะได้ไหมมาร์ค แค่นี้เรื่องในบ้านก็วุ่นวายจะแย่อยู่แล้ว แกยังไม่รู้สินะว่าน้องของแกนอนอยู่ในห้องผ่าตัดโน่น!”

 

ถ้อยคำตำหนิและเสียงที่เปล่งออกมาบ่งบอกว่าผู้เป็นบิดากำลังโกรธจัดและผิดหวังกับการกระทำของเขา ถึงแม้จะสงสัยว่าอีกคนที่พ่อหมายถึงคือใคร พี่น้องคนไหนในบ้าน แต่ความน้อยอกน้อยใจที่มีอยู่ตอนนี้ มันมีมากเกินกว่าจะสนใจเรื่องนั้น ก็ในเมื่อพ่อพูดเหมือนว่าเขาเป็นตัวก่อปัญหาเหมือนพี่น้องคนอื่น ทั้งๆที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้เกเร ทำตัวเป็นเด็กดีให้พ่อได้เห็นเสมอ

 

แต่ต่อให้ทำตัวยังไง ก็ไร้ค่าในสายตาพ่อไปซะหมด..  

 

ผม...มาร์คที่อำอึ้งไม่กล้าพูดอะไรต่อ เมื่อเห็นว่าผู้เป็นพ่อเมินเขาและต่อสายโทรศัพท์คุยงานอะไรบางอย่างที่ดูจะเครียดมาก ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ลูกชายพยายามจะพูดคุยด้วยเลยซักนิด 

 

มาร์คได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปข้างนอกโดยที่มีคนตัวเล็กเดินตามไปด้วยจนขึ้นมาอยู่บนรถด้วยกัน เด็กน้อยลอบมองใบหน้าคมนั้นอย่างเป็นห่วง บรรยากาศในรถไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ หลังจากที่ถูกผู้เป็นพ่อต่อว่าให้เจ้าของรถคันหรูก็ทำตัวไร้อารมณ์

 

ดวงตาที่เคยดุดัน เคยใช้ข่มขู่บังคับเขาอย่างร้ายกาจ บัดนี้หม่นหมองจนน่าเศร้าใจ หรือว่านี้เป็นเพราะว่าชายหนุ่มกำลังเสียใจกับเรื่องที่ถูกพ่อตำหนิ?   

 

ผมควรจะปลอบใจเขาใช่ไหมนะ..

 

มันเป็นอีกแง่หนึ่งในมุมของมาร์คที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนไม่ดี แต่คนเราก็ย่อมมีช่วงเวลาที่อ่อนแอและท้อแท้กันทั้งนั้น  ต่อให้เป็นคนเลวหรือดีแค่ไหนมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่คนดีๆจะไม่เจอช่วงเวลานี้เลย เพราะมันคือสัจธรรมของโลกใบนี้ ไม่มีใครหลุดพ้นไปได้

 

สิ่งสำคัญคือกำลังใจที่จะทำให้เราเข้มแข็งและก้าวผ่านมันไป ลองมาคิดๆดูแล้วเวลาที่มาร์คต้องเผชิญกับความรู้สึกนี้เพียงลำพัง เขาจะหันหน้าไประบายหรือปรึกษาใครได้บ้าง แน่นอนว่าต้องตัดพ่อกับพี่น้องคนอื่นๆทิ้งไปได้เลย กับเพื่อนสนิทในตอนนี้ก็แทบจะไม่คุยกันเลยด้วยซ้ำ

 

ความโดดเดี่ยวของมาร์ค มันช่างน่าเจ็บปวด..   

 

เช้านี้ท่านอาจจะแค่อารมณ์ไม่ดีเท่านั้นเองละครับแบมแบมตัดสินใจเอ่ยปลอบออกไป เขากำมือของตัวเองไว้แน่นเพราะกลัวจะเผลอส่งมือไปแตะที่หัวไหล่ของอีกฝ่าย ยังไงก็คงต้องห้ามการกระทำของตัวเองเอาไว้แค่นี้ก่อน

 

มาร์คเม้มปากแน่นก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ “ไม่แปลกหรอก.. ปกติพ่อก็ไม่ได้มาสนใจใยดีฉันอยู่แล้ว ก็ฉันไม่ใช่ลูกรักของพ่อนี่ ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เอ่ยปากชมและเทิดทูนเหมือนเป็นที่หนึ่งในบ้านเสมอ น่าหงุดหงิดชะมัด”

 

คนที่ถูกพาดพิงในประโยคข้างต้น ก็คือน้องชายลำดับที่สามของบ้าน มันไม่เคยเคารพพ่อของตัวเองเลยสักหน ทำกับพ่อเหมือนไม่ใช่พ่อแบบนั้นทำไมพ่อถึงได้รักมันนักหนา เทียบกับเขาแล้วไม่เคยทำตัวแย่ๆกับพ่อเลยสักครั้ง แต่ว่ากับพ่อทำเหมือนกับว่าตัวเองมีลูกชายแค่คนเดียวในบ้าน

 

ไอ้เด็กบ้านั่น เขาโคตรไม่ชอบมันเลย..

 

“ผู้ใหญ่เขาก็เป็นแบบนี้ละครับ ตระกูลซงมีพี่น้องหลายคน มันเป็นเรื่องยากที่พ่อคนเดียวจะทำให้ลูกๆทั้งเจ็ดพอใจได้ทุกคน แต่ยังไงก็อย่าพึงท้อนะครับ ผมอยากให้พี่เป็นลูกที่ดีแบบนี้ต่อไปเถอะครับ  สักวันหนึ่งเขาต้องเห็นในความพยายามของพี่ ยังไงพี่ก็ลูกชายพ่อ เขาต้องรักพี่ครับ”

 

ยอมรับเลยว่ารู้สึกดีขึ้นกับคำพูดปลอบโยนของเด็กคนนี้ นี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าความห่วงใย  มันเป็นความรู้สึกที่อุ่นขึ้นมาในใจแบบนี้เองเหรอ?  ถึงมันจะฟังดูเหมือนเขาเป็นเด็กมีปมด้อยในเรื่องครอบครัว แต่พูดอีกมันก็ถูกอีก ก็เขามันเป็นคนอย่างนี้จริงๆ

 

แต่ก็น่าทึ่งนะ ที่เด็กคนนี้ก็ยังดีกับผม แม้จะเคยถูกผมทำร้ายอยู่หลายหนก็เถอะ 

 

ผมรู้สึกดี.. ไม่ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูดออกมาจากใจจริงหรือแค่แกล้งพูดก็ตาม

 

“หึ.. ช่างเถอะ ฉันว่าเราไปหาร้านมื้อเช้า ที่อยู่ใกล้ๆโรงเรียนทานกันดีกว่านะ เดี๋ยวนายจะหิวซะก่อน” มาร์คเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาทันที เมื่ออารมณ์ขุ่นมัวมันคลายตัวลง เขาหมุนพวงมาลัยไปตามเส้นทางที่ตั้งเป้าไว้อย่างอารมณ์ดี เห็นได้ชัดว่ามาร์คไม่เป็นอะไรแล้ว เด็กน้อยจึงรู้สึกหายกังวลไปด้วย

 

ในระหว่างทางทั้งคู่ก็ชวนพูดคุยกันมากขึ้น ไม่มีการพูดบั่นทอนหรือประโยคที่ทำให้บรรยากาศย่ำแย่ แต่เป็นหัวข้อการสนทนาปกติที่คนทั่วไปเขาคุยกัน เช่นเรื่องชีวิตประจำ หรือสิ่งที่ชอบทำ  น่าแปลกที่มาร์คเปลี่ยนไปถนัดตา ผู้ชายที่แสนร้ายกาจคนนั้นได้หายไปแล้ว

 

ผมรู้จักเขามากขึ้นอีกนิด..

 

และผมก็คิดว่าพี่เขาเองก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดเอาไว้ 


 

      

                                  

                                                   ENVY & PRIDE

                                                     ✡

 

วันนี้เป็นวันหยุด แต่ทีมนักกีฬาของโรงเรียนก็ต้องมาซ้อมกันในช่วงเช้าเพื่อฟิตร่างกายและเสริมสมรรถภาพทางด้านการกีฬากันอยู่ดี

 

หลังจากกัปตันทีมปล่อยให้เด็กปีหนึ่งกับปีสองฝึกต่อแถวกันโยนลูกบอลเข้าห่วงเพื่อเพิ่มทักษะความแม่นยำในการซู้ต เขาก็เดินกลับมานั่งหน้าเครียดอยู่เก้าอี้ข้างสนาม ในมือจ้องเครื่องมือสื่อสารพร้อมถอนหายใจ เขากดต่อสายถึงคนรักมากกว่าสิบสายแล้ว แต่ก็ไม่มีการตอบรับเลย สักที

 

หายไปไหนกันนะแบมแบม.. ป่านนี้ก็ยังไม่มาโรงเรียนด้วย มีอะไรทำไมไม่บอก?

 

ทำไมหน้าเครียดจังวะครับ คุณกัปตันทีมหนึ่งในลูกทีมเดินเข้ามาแล้วเอามือแตะไหล่เบาๆ คนที่ถูกตั้งคำถามได้แต่ถอนหายเฮือกใหญ่พร้อมกดต่อสายถึงเบอร์เดิมซ้ำๆ พอไม่มีการตอบรับเขาก็ตัดสายเองแล้วกดโทรไปใหม่

 

ก็ไม่รู้ว่าแฟนอยู่ไหนนะซิ ติดต่อไม่ได้เลย แจ็คสันบ่นก่อนจะยิ่งขมวดคิ้วหนัก ยิ่งโทรหาแบมแบมไม่ได้เขาก็ยิ่งเป็นห่วง กลัวจะเป็นอะไรไปที่ไม่คาดคิด

 

อ้าว ฉันก็เห็นว่าแฟนนายกินข้าวเช้ากับมาร์คอยู่ที่ร้านอาหารแถวๆโรงเรียนไง

 

แต่ประโยคของผู้เป็นเพื่อนที่ดังออกมาก็ทำให้มือที่กำลังกดโทรศัพท์อยู่นั้นชะงักไป ราวกับถูกน้ำเย็นๆสาดใส่หน้าจนชาวาบไปทั้งร่าง สมองมันประมวลอะไรไม่ได้ทำให้เขาพูดไม่ออกเพราะคิดไม่ทัน แจ็คสันสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะนึกถึงข้อความที่ได้รับเมื่อเช้า   

 

ไหนเมื่อกี้บอกอยู่หอเพื่อนทั้งวันไม่ได้ออกไปไหน.. แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มาอยู่กับมาร์คสองคน เมื่อวานก่อนไอ้เพื่อนตัวดีก็ขอตัวกลับบ้านก่อนเพราะติดธุระ แต่ก็มีคนเห็นว่าทั้งคู่เดินควงกันอยู่ในห้างดัง 

 

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน..

 

ทำไมพวกนายถึงต้องพยายามโกหกฉันด้วย?





#เจบีบ้าอำนาจ  #พี่มาร์คขี้อิจฉา  

บีเนียร์ดีงามมาก เขิน ส่วนมาร์คแบมนี้ดราม่ากำลังมาเยือนแน่ๆ รับรองว่ามันส์แน่ๆ จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1450 ทำไมต้องไอค่อน' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:34
    แจบอมเอ้ยยย นายน่ะ ไม่ได้ข้องแวะกับมนุษย์มานานจนหวั่นไหวง่ายไปแล้ว
    #1,450
    0
  2. #1441 ARS333CYJ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:09
    อิม แจบอมผู้โง่เขลา กลัวเสียของเล่นไปงั้นเหรอ? หึ...ช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลย ไหนบอกว่าตัวเองฉลาดนักไงห้ะ!! ปากนี่ดีแต่ดูถูกคนอื่นจริงๆเลยนะ
    #1,441
    0
  3. #1416 mAjjcs (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 14:02
    เห้ยยย นี่ปลื้มปริ่มพี่เจบีกับการเผลอทำอะไรที่ตัวเองเกลียดนักเกลียดหนาเพื่อตามหาคนคนหนึ่ง ฮือออออ
    #1,416
    0
  4. #1386 ➸ ๋ B ' ✪ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 13:18
    พี่บีน่ารักไปอีก เป็นห่วงเขาก็บอกยังปากแข็ง ><
    พี่มากเฮียหวังไม่เป็นไรนะคะ งื้อออ น่าสง
    #1,386
    0
  5. #1371 Aely (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 15:06
    มาร์คแบม กับฉากนี้ที่ละมุน 555
    #1,371
    0
  6. #1352 M.m1nt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 09:38
    จะจบลงด้วยดีมั้ยอ่ะ กลัวววว
    #1,352
    0
  7. #1304 หยกๆ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 01:47
    โธ่ แจ็คสันผู้น่าสงสาร

    #1,304
    0
  8. #1161 -SORA_7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 23:17
    เอาคู่ของแจ็คออกมาทีคะ555 สงสารอ่าาา
    #1,161
    0
  9. #1143 inin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 21:42
    ส่งคนมาดามใจแจ๊คหน่อยค่ะ สงสารรร
    #1,143
    0
  10. #1115 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 08:56
    เจเจอาจแอบชอบจูจูแต่ไม่เชื่อตับเองเลยหาเหตุผลมากรองรับ เรียกง่ายๆ ว่า เจเจคนซึน ส่วนมาร์คแบมนี่ สงสาร แจ็คสุดอะไรสุดนี้พูดเลย
    #1,115
    0
  11. #1048 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 04:48
    เอาแล้วไงมาร์คแบม แบมเอ้ย ถ้าหนูไม่อยากยุ่งกะเค้าหนูก็ปฏิเสธเต็มที่ไปเลย อยากเอาคลิปประจานก็ประจานไปข่างแม่ง//ท่ดๆ แต่หนูแบบโลเลอ่ะ ง่อว สงสารแจ็ค นายไม่ใช่พระเอก //ตบไหล่พี่สั้น ส่วนเจบีคะ พี่แจบอมคะ อะไรของพี่คะ อุ้ย อาการนี้คืออะไรคะ นี้ไปชนรถจุนเน่อีก
    #1,048
    0
  12. #1016 opel_zuza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:14
    รู้สึกว่าครอบครัวนี้เกลียดกันยิ่งกว่าศัตรูอีก โถ ความรวยนี่มันแค่หน้ากากจริงๆ TT
    #1,016
    0
  13. #745 mclub (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 17:05
    เจบีกับจูเนียร์คือ เรื่องไวไปแบบว่า อืดดดดดดดดด มานาน บทจะไวก็ไวซะจนงงไปหมด
    ไปแอบชอบไอเด็กทุนตอนไหน???? มีอะไรรู้สึกทำไมถึงชอบ
    แต่แอบชอบประโยคปิดท้ายนะ ห่วงเขาดันจะไปเก็บตังเขาเพิ่มอีก
    คือใครขอให้ห่วงวะคะ??? 55555555555555555

    คือขยายฟิลลิ่งคู่แรกหน่อยก็ดีค่ะ
    คือดูไม่ออกว่าเจบีไปรู้สึกผูกพันกับจูเนียร์ตอนไหนจริงๆ
    ผิดกับที่มาร์คแบม
    ไรต์พยายามสื่ออินเน่อร์มากแบมมากกว่า
    ว่ามาร์คอะอิจฉาที่แจคสันมีแฟน อิจฉาที่แบมมาแย่งแจคไป
    เลยพยายามแย่งเพื่อนกลับมาด้วยการทำลายแบม
    แต่พอยิ่งทำลาย สิ่งที่แบมมีก็คือความใจดี ความห่วงใยที่ให้กับทุกคน
    ก็แผ่ไปหามาร์คคึด้วย แต่กับเจบี..... ตอนไหนหรอคะ?ที่เริ่มรู้สึกดีต่อกัน???
    มันจะรู้สึกหลอกๆนะคะ หวังว่าในเล่มจะมีเพิ่มเติมส่วนนี้น้า....
    คือเราก็ไม่ได้แต่งเก่งหรือไร แต่เราว่าเราอ่านละแปล่งๆ
    เรื่องคู่อื่นๆนี่อ่านซะอินจนน้ำตาตก แต่พอคู่นี้ละ เห่ย แปลกๆว่ะ สะดุดใจ
    #745
    0
  14. #739 Pookie_Cookie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:07
    ชอบนะที่เหมือนทั้งแบมและมาร์คเปิดใจรับกันมากขึ้นน
    #739
    0
  15. #713 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 23:43
    สงสารแจ็คสันเนอะะ ดราม่ากำลังจะมาาาจ้าา
    เจบีทำตัวน่ารักขึ้นนะ ไม่เกลียดล่ะ555555555555
    #713
    0
  16. #685 ผักชีดอง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 19:50
    ตอนบีบอกว่าพ่อไม่เคยอบรมสั่งสอนลูกด้วยตัวเอง นี่เราคิดถึงมาร์คเลยอะ ไม่มีแม่ค่อยอบรม พ่อก็ไม่อบรม มาร์คโตมากับการดูตัวอย่างจากคนรอบข้างหรอ เจ็บปวดอะ เด็กคนนึงโตมาได้ยังไงกับการมองคนรอบข้างได้รับความรัก แต่ตัวเองกลับไม่มีใครให้ความรักเท่าที่เด็กคนนึงสมควรจะได้ พ่อแม่งตาบอดมาก เราถือว่ามาร์คเข้มแข็งมากนะ คิดได้ว่าไม่ควรทำให้พ่อรำบากใจ ไม่ควรเกเร ถึงแม้มันจะเป็นเพราะต้องการให้พ่อสนใจก็เถอะ แต่นั่นเป็นเรื่องดีนะ พอจบเรื่องแจ็คแบม ก็อยากให้มาร์คไม่อยู่ตัวคนเดียวสักที อยากเห็นมาร์คกำแพงแตกอะ แบบอ่อนแอ ร้องไห้ระบายให้แบมรับรู้ แบมจิตใจดีนะ เราว่าเป็นจะเป็นยาดีสำหรับมาร์ค แล้วมันจะดีกว่านี้ ถ้ายานี้ไม่ได้มีเจ้าของ
    #685
    0
  17. #638 BF'EYE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 22:36
    คงไม่เกลียดแบมใช่มั้ย แบบใช้ของร่วมกับเพื่อนไรงี้ จิงจังป้ะ
    #638
    0
  18. #637 iaaooa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 21:59
    ตรัยแล้ววววววว ดราม่ากำลังมาาา
    #637
    0
  19. #636 vter (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 00:38
    มาร์คแบมจะเป็นไงน้อถ้าแจ็คจับได้จริงๆ ติดตามมม
    #636
    0
  20. #635 zeyu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 23:04
    เรื่องนี้ออกแนวดราม่าทั้งสองคู่เลยยยย เมื่อไรบีจะเลิกจิกเนียร์สักทีพี่มาร์คน่าสงสารเกินนนนฮือๆๆๆ
    #635
    0
  21. #634 GreenBubbleTea (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 09:04
    รู้สึกได้กลิ่นเอ็นซีบีเนียร์แปลกๆ55555
    #634
    0
  22. #633 ปาร์คปาล์มพันเจ็ด (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 06:43
    พี่แจ็คสันต้องอกหักพี่มาร์คก็อะไรพี่เพื่อนแต่ไปเอาฟนเพื่อน บีเนียร์นี่ดีมากกกกกก55555
    #633
    0
  23. #632 Tooktaja (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 03:17
    เอ่อ  พี่แจ๊คกำลังจะรู้ความจริงแล้วใช่มั๊ย
    #632
    0
  24. #631 ไม่บอกกก (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 / 00:00
    เอาไงล่ะทีนี้.... #ทำใจรอมาม่า ><"
    #631
    0
  25. #630 MBKY; (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 / 23:55
    โอ้ยยน สงสารแจ็คสันอะ แจ็คสันไม่ได้ผิดไรเลย เฮ้อ แต่มาร์คก็สงสารนะ แต่แจ็คแบมรู้จักกันก่อนไหม
    มาร์คกับแบมก็จะรู้จักกันมากขึ้นแล้วมันก็ดี แต่แบบมาร์คน่าจะรู้จักแบมก่อนหน้านี้เนอะ ก่อนหน้าที่แบมจะไปเป็นเเฟนของเพื่อนตัวเองเนี่ย แต่ตอนนั้นมาร์คก็คงไม่สนใจหรอกมั้ง
    #630
    0