(END) 7SINS/GOT7 ❉ ENVY&PRIDE ▫ #markbam #bnior

ตอนที่ 10 : ::7sins:: 8 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    4 พ.ย. 58


              7 SINS

                                                  ENVY & PRIDE

                                                  ✡

 

 

การร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเช้าในคฤหาสน์ตระกูลซงในวันนี้ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นมื้อเช้าที่ไม่น่าอร่อยสักเท่าไหร่ ก็เพราะว่าลูกชายตัวดีอย่าง คิมจีวอน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องสร้างปัญหา  ได้เล่นหายตัวไปทั้งวัน แถมยังปิดเครื่องหนีผู้เป็นพ่ออีกต่างหาก แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้พ่อไม่พอใจเป็นอย่างมาก ลูกๆคนที่เหลืออยู่เลยต้องมาทนรับฟังแม้จะไม่เต็มใจ

 

จีวอนอีกแล้ว?

 

แจบอมทวนชื่อผู้ก่อเรื่องในใจอย่างเอือมระอา

 

ก็หายตัวไปไหนก็ไม่รู้ เห็นว่าพ่อส่งคนไปตามถึงที่แต่ก็พบว่าจีวอนย้ายไปพักที่อื่นแล้ว คราวนี้ใช้เงินสดในการชำระเงินและคงข่มขู่พนักงานว่าไม่ให้บอกพ่อ ถึงได้ตามหาตัวไม่เจอสักที

 

เหอะ.. ไอ้พวกทำตัวต่ำ

 

โดดเรียนไปเที่ยวเล่นไม่ยอมเรียนหนังสือ แต่อย่างว่าละ.. เคยทำเรื่องเลวๆขนาดนั้น คนอย่างมันการเรียนคงไม่คิดจะสนใจหรอก

 

ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่นั่งทานอาหารเงียบๆ เมื่ออิ่มก็ค่อยลุกออกไปจากกลางโต๊ะอาหาร สองเท้ายาวก้าวขึ้นรถส่วนตัวเพื่อมุ่งหน้าสู่โรงเรียน คิดทำใจให้สงบเพื่อเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการรับบทเรียนทุกวิชาในวันนี้ แต่ระหว่างทางที่นั่งรถนั้นเองจู่ๆเขาก็ได้ออกคำสั่งแก่คนขับให้เปลี่ยนทิศทางรถไปเส้นทางโรงพยาบาลแทน

 

ในหัวเผลอคิดถึงบุคคลที่เซ็นสัญญาทาสแวบเข้ามาได้อย่างหน้าตาเฉย แต่แจบอมก็มั่นใจว่านั่นไม่ใช่ความห่วงใยอะไร เพราะความจริงแล้วเขาไม่อยากให้ทาสผู้ต่ำต้อยต้องเป็นอะไรไปต่างหากก็เลยว่าจะไปดูอาการเสียหน่อย

 

ว่าแต่อยู่โรงพยาบาลนานขนาดนั้นจะไปเรียนได้ยังไงกัน?

 

ความจริงคนรากหญ้าอย่างจินยองคงไม่ต้องรักษาตัวอะไรมากขนาดนั้นหรอกมั้ง เหมือนพวกสุนัขจรจัดที่มักจะฟื้นตัวเองได้เพราะผ่านสมรภูมิอะไรมาเยอะทำนองนั้นล่ะ ถ้าปล่อยให้อยู่แต่โรงพยาบาลแบบนี้เดี๋ยวจะเอาแต่งอมืองอเท้าไม่ยอมทำอะไรเสียก่อน เพราะฉะนั้น..

 

คิดได้เช่นนั้นก็ควักโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายถึงนางพยาบาลสาวให้จัดการทำเรื่องพาจินยองออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยก่อนเขาจะไปถึง พร้อมกำชับว่าให้เพื่อนร่วมห้องใส่ชุดเครื่องแบบออกมายืนรอด้านนอกด้วย เขาต้องทำเวลาก่อนประตูโรงเรียนจะปิดซะก่อน ถึงแม้ว่าแจบอมจะได้สิทธิ์ไปสายได้อย่างตามใจโดยที่ไม่มีใครว่าก็เถอะ แต่มันไม่ดีแน่ เพราะมันจะส่งผลกระทบแย่ๆต่อภาพลักษณ์ผู้ดีเช่นเขาอีก

 

หลังจากเดินทางไปรับเด็กทุนที่หน้าโรงพยาบาล คนขับรถก็เหยียบคันเร่งตรงสู่เส้นทางสถาบันซงทันทีตามคำสั่ง  ฝ่ายเด็กทุนที่นั่งตัวเกร็งทำอะไรไม่ถูก ถึงอีกใจจะรู้สึกกลัวๆแต่ก็แอบตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ก็ตั้งแต่เกิดมาก็พึงจะได้เคยนั่งรถที่กว้างยิ่งกว่าบ้านเขาเป็นครั้งแรกนี้ละ   มีทั้งทีวีทั้งเครื่องดื่มให้ ที่สำหรับนั่งก็เป็นโซฟายาว สามารถนั่งได้เป็นสิบๆคนเลยมั่ง

 

แต่เงียบแบบนี้จะเสียมารยาทเกินไปรึเปล่านะ?

 

อย่างน้อยน่าจะพูดขอบคุณอะไรบ้าง มันเป็นเรื่องยากที่คนเย่อหยิ่งกับทุกสิ่งจะอุตส่าห์ถ่อมารับเขาถึงที่นี่ ไหนจะเรื่องพามาโรงพยาบาลและอีกหลายๆอย่างอีก ถึงจะปากร้ายแต่บางครั้งก็ใจดี เรียกได้ว่าแจบอมเป็นบุคคลที่ทำให้รู้สึกแย่และน่าประทับใจได้ในคราเดียวกัน

 

 “เอ่อ..ขอบคุณที่แก้โจทย์ให้ผมนะครับ ทำให้ผมเข้าใจในบทเรียนขึ้นเยอะเลย” จินยองกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยใจจริง ทว่าแจบอมไม่ได้แสดงท่าทางยินดีอะไรด้วย หนำซ้ำยังพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดราวกับคำขอบคุณเหล่านั้นเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ

 

“ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากแก้ให้นาย แค่สมเพชในความโง่เท่านั้นละ พ่อฉันให้ทุนกับพวกอ่อนแอไร้สมองอย่างนายไปได้ยังไงนะ ถึงจะรับมาก็เป็นได้แค่ภาระของสถาบันศึกษา”

 

“...”

 

“การที่นายเข้ามาเรียนที่นี่ได้ ไม่ใช่เพราะความสามารถหรอก ฉันว่ามันคือความโง่เง่าของพ่อฉันมากกว่า  แต่นายคงจะภูมิใจมากสินะ ที่ได้อยู่ในฐานะเด็กนักเรียนทุนจอมปลอม”

 

อีกแล้วสินะ..

 

ผมได้แต่บอกกับตัวเองซ้ำๆ ว่าไม่สมควรจะพูดอะไรออกไปเลยจริงๆ เราทำให้เขาต้องโกรธ หลายครั้งหลายครา ไม่ว่าผมจะพูดอะไร แม้จะเป็นความหวังดีก็มักจะต้องลงเอ่ยด้วยการถูกเขาเหยียบให้จมดิ่งสู่รากฐานชนชั้น ผมเองก็ตระหนักถึงตัวเองดีอยู่แล้วว่า ตัวผมนั้นเล็กแค่ไหนในโลกใบนี้ ผมถูกทำให้ชินกับคำดูถูกของเขาและปล่อยให้มันผ่านไปราวกับธาตุอากาศ 

 

แจบอมไม่ได้พูดอะไรต่อเมื่อเห็นผมก้มหน้าก้มตาเงียบ ผมแอบเห็นว่าเขาหยิบหนังสือบางเล่มที่อยู่ในรถขึ้นมาอ่าน อันที่จริงมันสามารถเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้ ส่วนใหญ่หนังสือแต่ละเล่มมักจะเป็นเรื่องความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจทั่วโลก เช่นเรื่องการวางแผนธุรกิจ บางเล่มก็เป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ หรือแม้กระทั่งภาษาจีนผมก็เห็นว่าแจบอมอ่านออก เขาสามารถอ่านมันได้แบบสบายๆ และให้ดูยังไงก็ไม่ใช่บทเรียนสำหรับเด็กมัธยมทั่วไป

 

คนๆนี้ ข้ามขั้นไปได้ไกลยิ่งกว่านั้นซะอีก..  

 

เป็นเรื่องปกติของเด็กหัวกระทิระดับประเทศสินะ?

 

เมื่อรถซีลีมูนเคลื่อนตัวมาถึงหน้าโรงเรียน ผู้เป็นคนขับก็รีบทำหน้าที่วิ่งมาเปิดประตูรถให้ผู้เป็นเจ้านายทันที แน่นอนว่าการที่มีจินยองติดสอยลงมาด้วยเป็นที่ฮือฮาและแตกตื่นมากจากผู้พบเห็น ก็คนที่รักสันโดษอย่างแจบอมไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน ไม่เคยสนใจใครนอกจากตัวเอง แล้วถ้ายิ่งเป็นเด็กทุกธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลย ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ 

 

จินยองรับรู้ได้ว่าคนรอบข้างคิดยังไง และแน่นอนว่ามันสิ่งที่เผชิญอยู่ตอนนี้มันทำให้กังวล เขารู้ตัวดีว่าตนไม่สมควรจะไปยืนอยู่ข้างแจบอมเลยด้วยซ้ำ ผมไม่ควรได้รับอะไรจากตัวเขา แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นการบั่นท่อนจิตใจ ผมก็ไม่สมควรจะได้รับมันเช่นกัน ระหว่างผมกับเขามันมองเห็นได้ชัดเจนเกินไปว่า ชนชั้นของเรามันต่างกันหลายขุม ทางที่ดีถ้าไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาก็ควรปลีกตัวออกไปซะเดี๋ยวนี้  เพียงเท่านั้นสองเท้าก็หมุนไปทางอื่นตามความคิด

 

ถ้าไม่โดนฉุดรั้งข้อมือเอาไว้ซะก่อน..

 

“ด..เดี๋ยวสิครับ”  ผมหันหน้าไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ถ้าเป็นคนอื่นผมคงสะบัดมือทิ้งไปแล้ว แต่เพราะไม่ใช่คนที่ควรจะต่อกรด้วยถึงได้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

“มากับฉัน” แจบอมสั่งเสียงเรียบพลางกำข้อมือเรียวนั้นแน่นกว่าเดิม

 

“ผมต้องเข้าเรียนนะครับ”

 

“มีสิทธิ์ขัดคำสั่งเหรอไง?”

 

ทั้งคู่ลดระดับเสียงคุยกันเบาๆเพื่อให้ได้ยินแค่สองคน ซึ่งเหล่านักเรียนคนอื่นๆถึงจะอยากรู้แค่ไหนว่าพวกเขาคุยอะไรกัน ทำไมถึงมาด้วยกันได้ ก็ทำได้เพียงแค่เดินมองผ่านไป เพราะว่าทุกคนรู้ถึงความน่าเกรงขามของแจบอม คงไม่มีใครอยากยืนจ้องหรือหยุดเดินเพื่อกระซิบกระซาบให้เจ้าตัวรับรู้หรอก การที่เราจะไปกระตุกหนวดเสือก็เหมือนหาเรื่องปลิดชีพตัวเองทิ้งเท่านั้นละ

 

“แต่แบบนี้มันไม่ถูกต้องนะครับ”

 

 “หรือว่านายอยากจะจ่ายหนี้เพิ่ม?” แจบอมใช้ไพ่ตายสุดท้ายข่มขู่ ซึ่งเป็นข้อบังคับเด็ดขาดสำหรับผู้ที่ตกอยู่ในกำมืออย่างจินยอง ราวกับว่ามันจะสิ่งที่ฝังลึกเข้าไปในตัวทาสคนนี้ไปแล้ว

 

กี่ครั้งแล้วนะ..

 

จินยองต้องยอมให้ชายคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า..

 

ทนอีกแค่ปีเดียวเท่านั้นแล้วทุกอย่างก็จะจบ.. เขาเพียงต้องการเรียนให้จบจากซงเพื่ออนาคตที่สดใสก็เท่านั้น

 

 

“ไม่อยากครับ”  จินยองตอบแบบไม่ต้องคิด ซึ่งแจบอมเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่ามันต้องลงเอ่ยแบบนี้ เขาจึงยอมปล่อยข้อมืออีกฝ่ายให้เป็นอิสระ

 

 

“ก็ดี.. ถ้าแบบนั้นก็ต้องทำตัวให้เชี่องแบบนี้ล่ะ” แจบอมกล่าวอย่างพอใจก่อนจะเดินนำห่างออกไปก่อน โดยที่มีจินยองก้าวตามหลังไปติดๆ ระหว่างทางเด็กหนุ่มเอาแต่ทวนคำพูดก่อนหน้านี้ของแจบอมในหัวซ้ำๆ ไอ้คำว่าเชื่องที่ว่านี้มันใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ใช่หรอ หรือว่าในสายตาแจบอมจะเห็นเขาเป็นแบบนั้น?

 

จินยองได้แต่เก็บความสงสัยในใจและก้มหน้าเดินต่อไป เพราะไม่อยากจะเห็นว่าตัวเองโดนคนทั้งโรงเรียนจับตามองเยอะมากแค่ไหน เขารู้เลยว่าจำนวนนักเรียนในสถาบันแห่งนี้ที่ไม่ชอบหรือหมั่นไส้เขาต้องเป็นยอดตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นมากแน่ๆ เพราะเขาเป็นแค่นักเรียนทุนต่ำต้อยแต่ดันไปทำตัวสนิทสนมกับลูกรักผู้อำนวยการอย่างแจบอม ถึงความจริงจะไม่ใช่แต่ทุกคนก็ยังคิดเช่นนั้น

 

และมันก็ไม่ยุติธรรมต่อจินยองเลยซักนิด..        

 

พวกเขาเดินมาถึงสวนหลังโรงเรียน และได้เข้ามาในบ้านพักที่ถูกเรียกว่าเป็นอาณาเขตของปีศาจร้ายอย่าง อิม แจบอม มันเป็นสถานที่ส่วนตัวมาก คนที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามบุกรุกเข้ามาเด็ดขาด ถึงจะเป็นผู้อำนวยการก็ไม่อาจย่างก้าวเข้ามาได้ ถ้าไม่ได้รับการยินยอมจากลูกชายคนที่สาม

 

หากแต่เด็กทุนธรรมดาๆอย่าง จินยอง ได้มาเยือนที่นี่มากกว่าสองครั้งแล้ว

 

เมื่อเจ้าของบ้านพักไขกุญแจเพื่อเปิดประตู สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจของจินยอง นั้นคือกลิ่นหอมของข้าวต้มที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีบนโต๊ะอาหาร สังเกตจากควันสีขาวที่ล่องลอยมาตามอากาศแล้วน่าจะมีอุณหภูมิที่ยังคงความร้อนไว้อยู่ นั้นแปลว่ามันพึงจะถูกวางไว้ได้ไม่นานนี้เอง  

 

แจบอมเดินไปทิ้งตัวอยู่บนโซฟาหน้าทีวี แล้วหยิบเอาหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดที่ตนสั่งให้แม่บ้านนำมาวางไว้ตรงนี้ทุกวันขึ้นมาอ่าน ส่วนคนร่างเล็กก็ได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตูเพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างไรต่อไป จินยองรู้แค่ว่าตัวเองมีหน้าที่ให้เดินตามจนมาถึงที่แห่งนี้

 

“คำสั่งของฉันคือ.. กินอย่าให้เหลือล่ะ” จินยองแทบไม่เชื่อหูตัวเองกับคำพูดที่ได้ยิน เขารู้ได้ยังไงว่าผมยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามาก่อน แต่ที่อึ้งยิ่งกว่านั้นคือเขาสั่งให้แม่บ้านนำเอาอาหารเช้ามาให้ผม     

 

นี่คือ แจบอม คนที่ผมเคยรู้จักแน่หรอ ..บ้างทีก็คิดว่าเขาอารมณ์แปรปรวนเข้าใจยากชะมัด

 

ผมไม่คิดจะโต้แย้งหรือพูดอะไรต่อจากนั้น ก็แค่ไปนั่งทานอาหารเช้าเงียบๆคนเดียวตามคำสั่ง อันที่จริงก็อยากจะพูดขอบคุณเขาอยู่หรอก เพราะข้าวต้มที่ได้กินนี่มันอร่อยที่สุดในโลกเลยให้ตายสิ.. ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยกินอะไรที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย อาจเป็นเพราะว่าฐานะที่บ้านของเราต่างกันลิบลับเลยก็ได้

 

ผมซึ้งกับสิ่งที่แจบอมทำให้ผมหลายอย่างนะ แต่ก็กลัวว่าจะไม่พอใจขึ้นมาอีกถ้าเอ่ยขอบคุณอะไรออกไป

 

เมื่อผมทานจนอิ่มท้องก็โดนเจ้าของบ้านสั่งให้ไปล้างจานต่อ แน่นอนว่าผมเองก็ไม่ได้ขัดข้องใจอะไร ถึงจะเจ้าตัวไม่บอกผมก็ยินดีจะทำให้อยู่แล้ว  ผมจะพยายามคิดในแง่ดีว่าถึงเขาจะใจร้ายไม่ยอมให้ผมไปเรียน แต่อย่างน้อยก็เลี้ยงมื้อเช้าผม ถ้าเขาเป็นคนมันไม่ดีมาตั้งแต่กำเนิดจริงๆ เรื่องแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เลยซักนิด 

 

บ้างครั้ง อิมแจบอม ก็ไม่ได้มีแค่ด้านเลวร้ายเสมอไปหรอกจริงมั้ยล่ะ..

 

อยู่ด้วยกันไปนานๆ ผมก็เริ่มเห็นความดีของเขาที่มีมากขึ้น.. มากขึ้น ทีละนิด

 



                                      


                                                      ENVY & PRIDE

                                                       ✡

 

 

ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เต็มๆกับบาดแผลที่หัวเข่ามาร์คก็เริ่มจะหายดี ช่วงเวลาที่ผ่านมาเด็กน้อยคอยหลบหน้าเขาอยู่ตลอด เดาว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องในคืนนั้นแน่ๆ

 

..ตั้งแต่วันนั้น ผมก็ไม่ได้เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของแบมแบมอีกเลย ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเลยนะ แต่ก็พอจะเข้าใจว่าเพราะคลิปนั้นถึงไม่กล้าเจอหน้าผมไปอีกซักระยะหนึ่ง

 

ไอ้เพื่อนตัวดีก็มาบ่นว่าไม่ได้เจอแฟนเลย เจ้าตัวชอบอ้างว่าติดงานจนไม่ยอมมานอนค้างที่คอนโดด้วยกันเหมือนเก่า พอจะไปหาที่บ้านก็มักจะบอกว่ามีเรื่องสารพัดต้องทำมากมายก็เลยให้มาเจอไม่ได้ ทำได้อย่างมากสุดก็แค่ติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์ก็เท่านั้นเอง

 

ไม่ต้องบอกเหตุผลใช่ไหมล่ะว่าทำไมแบมแบมถึงทำแบบนั้น?

 

หึ...

 

แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะพอไม่มีแบมแบมมาจุ้นจ้านอยู่ใกล้ๆก็เหมือนว่าเพื่อนสนิทอย่างแจ็คสันจะมีเวลาสนใจเขามากขึ้นนะ ดูเหมือนว่าช่วงเวลาและความเป็นเพื่อนสนิทของเราสองคนเริ่มจะกลับคืนมา ถึงแม้จะมีบางครั้งที่มันบ่นถึงแบมแบมจนรู้สึกรำคาญใจบ้าง แต่พอชวนคุยเรื่องอื่นความคิดถึงมันก็พลอยลดหายไปด้วย

 

ห่างกันแค่นี้คงไม่ขาดใจตายกันหรอกใช่ไหม?

 

แต่พอถึงวันนี้เขาก็ควรจะแวะไปหยอกล้อกับลูกแกะหัวดื้อซะหน่อย ถึงพยายามจะหลบซ่อนอยู่มุมไหน ก็เป็นได้แค่ลูกแกะในคอกก็เท่านั้นละนะ  เพราะฉะนั้นการที่จะตามล่าแกะก็ไม่ใช่เรื่องระคายอารมณ์เขาเลย มันง่ายยิ่งกว่าอะไรซะอีก การที่เขามีคลิปครอบครองอยู่ในมือ แค่ดีดนิ้วสั่งเจ้าแกะน้อยก็แทบจะคลานมาหาเลียแข้งเลียขาเขาได้อยู่แล้วใช่ไหมละ  

 

J

 

 

 

-เลิกเรียน-

 

 

มาร์คซุ่มจอดรถอยู่ใกล้ๆหน้าโรงเรียน พอเห็นเป้าหมายเดินออกมา ก็ใช้รองเท้าราคาแพงเหยียบคันเร่งขับตามไปโดยที่ทิ้งระยะห่างไว้พอประมาณ ไม่ให้เหยื่อตัวน้อยได้รู้ตัว ก่อนจะหาจังหวะเข้าจู่โจมด้วยการขับไปประชิดในตอนที่ออกห่างจากโรงเรียนมาพอสมควรแล้ว แบมแบมขึ้นไปเดินอยู่บนทางเท้า ฝ่ายเจ้าของรถหรูก็ลดกระจกลงก่อนจะร้องถาม

 

“น้องแบม ให้พี่ไปส่งไหมครับ?” เด็กน้อยสะดุ้งโหยเมื่อถูกเรียกตัว เขาจำได้ดีว่านั่นคือเสียงของใคร แต่จะให้เดินก้มหน้าหนีออกไปจากตรงนี้ก็ทำไม่ได้ ก็ถูกขานชื่อดังขนาดนี้ จะให้เขาทำยังไง นักเรียนที่เดินอยู่แถวนี้ก็ให้ความสนใจมากซะด้วย แน่นอนก็มาร์คเป็นที่รู้จักขนาดนั้น

 

รถของตระกูลซงจะมีตราสัญลักษณ์ติดอยู่ทุกคัน ใครหน้าไหนบ้างจะจำไม่ได้

 

แบมแบมได้แต่พยักหน้าและฝืนยิ้มให้กับคนที่ตั้งใจหลบหน้ามาเป็นอาทิตย์ ร่างเล็กส่งยิ้มแหยๆ ไม่กล้าหันไปมองรอบตัวเพราะกลัวจะได้รับสายตาที่ค่อนแคะและไม่ดีๆส่งกลับมาทำให้ไม่สบายใจเปล่าๆ

 

 

ทำไมต้องมาเจอวันนี้นะ..

 

“ขึ้นรถมาสิครับน้องแบม พี่จะไปส่งที่บ้าน” และเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยไม่ตอบมาร์คจึงพูดซ้ำเป็นหนที่สอง เขาแกล้งบีบแตรเป็นจังหวะสั้นๆอีกหนึ่งครั้งเพื่อเร่งให้ร่างเล็กทำตามคำสั่ง แต่ถึงอย่างนั้นแบมแบมก็ยังไม่ยอม

 

“ผม.. ผมกลับเองได้นะ” ร่างเล็กตอบด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แน่นอนว่ามันทำให้รอยยิ้ม (อันแสนจอมปลอม) เมื่อครู่หายวับไป

 

มาร์คมองร่างเล็กด้วยใบหน้านิ่งๆ ในขณะเดียวกันแบมแบมก็หันไปมองรอบๆ เท้าทั้งสองข้างก้าวไวขึ้น แต่มีหรือจะสู้เครื่องยนต์ที่เร่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยได้

 

ยังไงมาร์คก็ตามเขาทันอยู่ดี

 

“จะขึ้นรถ..”

 

“...”

 

“หรืออยากเห็นคลิปนี้เปิดในทีวีทุกจอของซง” มาร์คกัดฟันถามในขณะที่มือถือโทรศัพท์ ภายในหน้าจอนั้นมีสิ่งที่แบมแบมไม่อยากเห็นที่สุดในโลกฉายอยู่ภายใน ทำเอาร่างเล็กถึงกับกำมือแน่น

 

เขาอยากจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ แต่เป็นเพราะที่นี่มีคนเยอะเกินไป อีกอย่างการที่ให้ลูกชายของตระกูลซงมาขับรถตามต้อยๆอยู่แบบนี้ก็ไม่ใช่ภาพที่สมควรนัก

 

สุดท้ายแล้วแบมแบมก็ยอมหยุดเดินแล้วเปิดประตูรถเข้าไปด้านในอย่างฝืนใจ

 

“ถ้าคุยกันง่ายแบบนี้เราก็ไม่มีปัญหาต่อกันแล้วล่ะครับ”

 

เมื่อคนตัวเล็กยอมขึ้นมานั่งบนรถ ฝ่ายมาร์คก็กดปุ่มล็อกรถทันที ร่างสูงพูดประโยคข้างต้นด้วยรอยยิ้ม แต่สำหรับแบมแบมแล้วมันก็คือตบหัวแล้วลูบหลังดีๆนี่เอง การกักขังนี้เขาทำได้เพียงก้มหน้านิ่งไม่ยอมพูดอะไร แต่ก็ยังดีที่มาร์คเปิดเพลงคลอไว้เบาๆ อย่างน้อยบรรยากาศในรถไม่ได้มีเพียงแค่เสียงลมหายใจอย่างเดียว  

 

รถคันนี้ถูกออกแบบให้มีความส่วนตัวสูงเพราะว่าทุกมุมของรถแม้กระทั่งด้านหน้าถูกติดฟิล์มดำทั้งหมด คนภายนอกที่เดินผ่านรถจึงมองไม่เห็นด้านใน ต่อให้เขาทำเรื่องอย่างว่าก็ไม่มีใครรู้หรอกนะ ถ้าไม่ส่งเสียงดังมากเกินไปหรือทำให้รถโยกได้น่ะ   

 

“ไม่ได้เจอหน้ากันนานเลยนะ กลัวฉันหรอ?” มาร์คถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพร้อมใช้นิ้วเรียวส่งไปจับใบหูของคนข้างๆอย่างหยอกล้อ ก่อนจะโน้มหน้าไปสูดดมกลิ่นหอมของผมที่พึงสระมาไม่นานอย่างพึงพอใจ แต่พอเห็นว่าเด็กน้อยนั่งกลัวจนตัวสั่นระริกก็อดใจที่จะสมเพชไม่ได้

 

มาร์คแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัย ก่อนจะหยุดการกระทำเพราะสงสารแล้วเปลี่ยนมือมาบังคับพวงมาลัยแทน ใช้เท้าเหยียบคันเร่งไปสู่ถนนด้านหน้าซึ่งเป็นเส้นตรงเมื่อขับมาถึงกลางถนน เจ้าของรถก็เปิดหัวข้อสนทนาอีกครั้ง

 

“ฉันจะแวะไปซุปเปอร์มาร์เก็ต นายช่วยทำมื้อเย็นให้หน่อยสิ”

 

อีกแล้วหรอ.. ทำไมต้องเป็นเขาตลอด?

 

แบมแบมคิดหนักใจ และตัวเขาเองก็ไม่อยากจะกลับไปอยู่บ้านหลังนั้นอีก คราวที่แล้วก็ยังเกือบเอาตัวไม่รอดเลยแล้วจะยังให้กลับเข้าไปเสี่ยงอีกหรอ  มาร์คก็ยิ่งไว้ใจไม่ได้อยู่แล้ว เขาเจ้าเล่ห์และชอบวางแผนยิ่งกว่าอะไร ตัวผมเองก็มักจะตกหลุมพรางนั้นอยู่บ่อยๆ

 

ผมคงต้องหาทางปฎิเสธให้สุภาพและอ้อมค้อมมากที่สุด

 

“ทำไมเราไม่ลองทานมื้อเย็นข้างนอกบ้างละครับ”

 

“ก็ฉันอยากให้นายทำไง”

 

“แต่ผมมีการบ้านที่ต้องทำ ถ้าไปทานนอกบ้านจะไม่เสียเวลาเยอะนะครับ พี่ก็น่าจะรู้ว่าที่ซงสั่งงานเยอะขนาดไหน เดี๋ยวผมจะต้องไปทัศนศึกษาที่เชจูด้วย ถ้าผมทำงานไม่เสร็จผมจะแย่เอานะครับ”

 

“แล้วไง? ทีแจ็คสันนายยังทำให้มันได้เลย ตอนนั้นนายมีเวลาว่างมากนักเหรอ? ได้ข่าวว่าซงเองก็สั่งงานเยอะตลอดเลยนะ”

 

เป็นคำพูดที่ทำให้แบมแบมถึงกับเถียงไม่ออก เขาไม่รู้จะสรรหาเหตุผลอะไรมาทำให้คนอย่างมาร์คยอมปล่อยเขาไปได้ ร่างเล็กกำมือแน่น หายใจไม่ทั่วท้องและเริ่มจะมีเหงื่อซึมออกมาตามขมับ ในหัวเอาแต่คิดถึงวิธีที่จะหนี

 

วิธีที่จะทำให้เขาไม่ต้องไปซง

 

“แต่.. ผมทำอาหารไม่ค่อยอร่อยหรอกครับ เชื่อผมเถอะ ถ้าพี่หิวเราไปกินกันข้างนอกได้นะ ผมยินดีจะไปส่ง”

 

“อร่อยหรือไม่อร่อยฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง”

 

“คือ..”

 

“ทำอาหาร...หรือปล่อยคลิปดีล่ะ ตัวเลือกของนายมีอยู่แค่สองข้อนี้นะ” คนเอาแต่ใจอย่างมาร์คยืนกรานจะให้เขาเป็นคนทำมื้อเย็นให้ได้ อีกทั้งยังยกโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาโชว์ให้เห็นอีกต่างหาก เพียงแค่นี้การปะทะฝีปากก็จบสิ้น แบมแบมทำได้เพียงแค่ปล่อยให้รถยนต์คันหรูแล่นไปตามที่ใจของคนขับต้องการ

 

..โดยที่ไม่สามารถปริปากแย้งอะไรได้ทั้งนั้น

 

สุดท้ายผมก็ต้องยอมเขาไปอีกหนึ่งวัน...

 

 

 

 

                                                ENVY & PRIDE

                                                 ✡

 

 

แค่ทำอาหารก็ใช้เวลาไปเยอะแล้ว ยิ่งตอนได้กินนี้ยิ่งใช้เวลาเปลืองกว่าปกติไปอีก ถ้าเป็นเวลาอื่นๆหรืออยู่กับคนอื่นใช้แค่สามสิบนาทีก็เรียบร้อยแล้ว แต่นี้เกือบชั่วโมงหนึ่งเต็มๆ เพราะแต่ครั้งที่ได้ตักข้าวเข้าปาก มือมันเกร็งไปหมด ผมอยากทานเงียบๆ เลยต้องคอยบังคับตัวเองว่าห้ามทำเสียงรบกวนรุ่นพี่เด็ดขาด

 

ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจเขาอาจจะหาเรื่องเล่นงานผมอีกก็ได้

 

ใจผมมันหวาดกลัวไปหมดทุกอย่าง..   

 

เมื่อเราทานมื้อเย็นกันเสร็จ ผมก็ฝ่ายเก็บกวาดและมายืนล้างจานอยู่ในครัว แต่ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าถึงเวลาที่จะได้กลับบ้านแล้ว  พอจัดการล้างมือตัวเองเสร็จ สองเท้าก็ก้าวไปหยิบกระเป๋านักเรียนที่วางไว้บนโต๊ะโซฟารับแขกก่อนหน้านี้ด้วยความรวดเร็ว

 

...แบมแบมเกือบจะก้าวพ้นประตูหน้าบ้านไปได้แล้ว ถ้าไม่มีร่างสูงมายืนขวางทางไว้ก่อน

 

“ค้างอยู่ที่นี่ต่อเถอะ พี่ว่ามันดึกมากแล้วนะ ถ้านายมีการบ้านก็สามารถไปทำบนห้องได้เลย ที่บ้านหลังนี้มีห้องนอนเยอะแยะ แล้วถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้เสมอ” มาร์คกล่าวพลางใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากของเด็กหนุ่มเบาๆ แบมแบมทำหน้างงเล็กน้อยที่จู่ๆอีกฝ่ายมายิ้มอ่อนให้แถมยังพูดจาดีกว่าปกติ

 

..ก่อนที่ความสงสัยจะปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อมีเสียงของบุคคลที่สามพูดแทรกขึ้น

 

“นั้นสิคะคุณหนู กลับบ้านค่ำมื้อแบบนี้ ป้าว่ามันอันตรายนะคะ เรามานอนค้างอยู่ที่นี่ซักคืนก็ไม่ได้แย่นักหรอกคะ ยังไงเดี๋ยวป้าจะสั่งให้คนนำชุดนักเรียนใหม่มาให้ หรือถ้าคุณหนูไม่สะดวกใจ เดี๋ยวป้าจะนำชุดเดิมไปซักให้ภายในคืนนี้ก็ได้ค่ะ” .

 

“เออคือ.. ไม่เป็นไรครับ พอดีว่าผมต้องกลับบ้านไปทำ..”

 

“เชื่อป้าเขาเถอะนะ ยังไงพี่ก็เป็นห่วงเรานะ” มาร์คไม่รอให้แบมแบมพูดจบ อีกทั้งคนตัวเล็กยังพูดอะไรต่อไม่ได้เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าคนเราสามารถเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้

 

เป็นห่วงเหรอ?

 

โกหก..

 

ผมไม่คิดจะเชื่อในความหวังดีของมาร์คเลยซักนิด เขามักทำตัวเป็นคนสุภาพ แต่ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าความสุภาพของเขาอีกแล้ว ขนาดว่าแม่บ้านผู้อาวุโสยังเห็นดีเห็นงามกับเขามาก ใครมันจะไปรู้ละว่าภายใต้หน้ากากที่ผมเจออยู่ทุกวันจะเป็นผู้ชายที่เลวร้ายยิ่งกว่าซาตานซะอีก

 

เมื่อไหร่ที่อยู่โรงเรียนก็เขาก็จะสวมบทบาทเป็นรุ่นพี่แสนดี ถ้าอยู่บ้านก็ต้องสวมหน้ากากเป็นคุณชายผู้เป็นที่รัก แต่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือเขาเลือกที่จะไม่ใช้หน้ากากพวกนั้นกับผมเลย

 

 

จะทำยังไงดี..

 

 

ที่จริงแล้วถ้าผมออกไปจากบ้านหลังนี้ได้ ตัวผมเองก็ไม่รู้จะไปนอนที่ไหนต่อ ก็ในเมื่อเพื่อนที่ไปค้างคืนด้วยบ่อยๆก็น่าจะไปนอนแล้ว อีกอย่างวันนี้ก็คงไม่แบกหน้ากลับไปหาพี่แจ็คสันถึงห้องหรอก

 

ผมยังไม่พร้อมจะเจอพี่แจ็ค...

 

ความรู้สึกผิดหลายๆอย่างทำให้ผมยังไม่พร้อมที่จะเจอพี่เขาในตอนนี้ แน่นอนว่าถ้าเจอกันพี่แจ็คสันจะต้องมาออดอ้อนแล้วทำดีแน่ๆ สุดท้ายอาจจะจบด้วยการที่เราสองคนมีอะไรกัน

 

แต่ขอเถอะ..

 

วันนี้ผมยังไม่พร้อมจริงๆ

 

อีกอย่างร่างกายของผมก็ไม่ได้สะอาดอะไรขนาดนั้นด้วย มันก็กระอักกระอ่วนใจไม่เบาที่จะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับพี่แจ็คขึ้นอีก

 

“รบกวนด้วยนะครับ”  แบมแบมโค้งตัวให้แม่บ้านเป็นเชิงตกลงอย่างมีมารยาท แม้ว่าใจจริงจะไม่อยากค้างคืนอยู่ที่บ้านมาร์คเลยก็ตาม แต่มันก็ยังดีกว่าการที่ต้องไปนอนอยู่หนาวข้างถนน แล้วเขาก็รู้ด้วยว่าถ้าขัดขืนไปจะโดนอะไร

 

ยังดีกว่ามีคลิปว่อนไปทั่วโรงเรียน

 

 พอผมยอมตกลงก็ถูกมาร์คพาตัวขึ้นมาอยู่บนห้อง เขาให้ผมไปอาบน้ำก่อนจะหาเสื้อผ้าขนาดพอดีตัวมาให้ใส่แล้วก็ลงไปข้างล่างต่อ ผมเองก็ไม่รู้ว่าเขาลงไปทำอะไร แต่ก่อนไปเขาก็บอกให้ผมไปนอนบนเตียงก่อนได้เลย ซึ่งผมเองก็ง่วงมากเลยขอหลับไปก่อน

 

ผ่านไปไม่กี่นาทีประตูก็ถูกเปิดออกด้วยมือของเจ้าของห้อง ดวงตาคมตวัดไปมองรอบๆห้องก่อนจะหยุดสายตาลงตรงเตียงใหญ่ที่มีคนตัวเล็กนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนานั้น มาร์คแอบยิ้มกับภาพที่เห็น ก่อนจะหันหลังไปปิดประตูให้มีเกิดเสียงเบาที่สุด  หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆตามขึ้นไปนอนอยู่ข้างกายเล็ก ลมหายใจที่สม่ำเสมอบ่งบอกว่าเด็กหนุ่มกำลังจมลึกสู่ห้วงนิทรา

 

ใบหน้าอันน่าหลงใหลของแบมแบมกำลังพริ้มตาหลับ เรียวปากสีอ่อนเผยอขึ้นเล็กน้อยเพื่อหายใจ ปากนุ่มๆที่เคยบดขยี้ยังตราตรึงอยู่ในความรู้สึก และยิ่งได้เห็นเขาก็ยิ่งคิดถึงมัน..  ภาพตรงหน้ามันยากต่อการยับยั้งชั่งใจ แล้วถ้าอยู่ด้วยระยะใกล้ชิดขนาดนี้ เขาจะทนไหวได้ยังไง 

 

มาร์คค่อยๆทาบริมฝีปากอิ่มลงบนเรียวปากนุ่ม และจูบครั้งนี้ก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนอย่างเคย หากแต่เขาเริ่มต้นเพียงแค่แตะปากอย่างแผ่วเบา แบมแบมเองก็เลยยังไม่รู้สึกตัวเท่าไหร่ แต่นั้นละคือสิ่งที่กระตุ้นให้ผู้รุกล้ำยิ่งได้ใจเข้าไปอีก ปลายลิ้นร้อนเริ่มคุกคามเข้าไปในช่องปากอุ่น    เด็กหนุ่มถึงกับต้องละเมอร้องอื้อในลำคออย่างขัดใจเมื่อมีบางสิ่งมารบกวนเวลานอน

 

แต่ก็ใช่ว่าจะยอมหยุด..

  

มาร์คสอดมือเข้าไปใต้เสื้อและลูบวนทั่วหน้าท้องแบนราบ พอกดจูบจนพอใจก็ผละริมฝีปากออกมาก่อนจะไล่จูบทั่วรอบซอกคอและลามมาถึงเนินอกขาว แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะถลำลึกไปมากกว่านั้นก็ร่างสูงก็ถูกมือเรียวดันไหล่หนาออกไปซะก่อน     

แบมแบมขุ่นเคืองไม่น้อยเลยที่มาถูกมาร์คกระทำเรื่องแบบนี้อีกซ้ำๆ แถมยังเป็นตอนที่เขาไม่ได้สติ ถ้าหากรู้สึกตัวช้าไปมากกว่านี้ ก็อาจจะเสร็จผู้ชายร้ายกาจคนนี้ไปแล้วก็ได้ อีกอย่างเขาคงจะโกหกถ้าพูดว่าตัวเองนั้นซื่อสัตย์ต่อคนรักเสมอ เขาไม่อยากจะรู้สึกแบบนั้นเลย แล้วถ้าอีกฝ่ายก็ยิ่งมาเป็นเพื่อนสนิทแฟนแบบนี้ มันจะแย่ต่อพวกเราสามคน..  

 

“กรุณาออกไปจากตัวผมด้วย”

 

 “เหอะ ฉันต้องเชื่อฟังที่นายพล่ามด้วยรึไง?” มาร์คที่ค่อนข้างจะไม่สบอารมณ์เช่นกันกระแทกเสียงยียวนกวนประสาทโต้กลับ คำพูดที่ดูห่างเหินเกินไปนั้นทำเอาคนฟังถึงกับต้องผ่อนลมหายใจหนัก และสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความโกรธของตัวเอง คนประเภทนี้ยิ่งไปโมโหใส่ก็เหมือนว่าจะยิ่งทำร้ายตัวเอง  

 

“ผมจะย้ายไปนอนโซฟาเอง ขอให้พี่ช่วยอยู่ห่างๆ ผมหน่อยจะได้ไหม” แบมแบมหมุนตัวไปอีกฝั่งเพื่อที่จะลงจากเตียง แต่ยังไม่ทันจะทำตามใจคิดก็ถูกมาร์คกระชากแขนและบีบเอาไว้อย่างแรง

 

“ทำไม รังเกียจกันมากรึไง?”

 

“ถ้าพี่ทำอะไรผม ผมจะร้องให้คนมาช่วยจริงๆแน่”

 

มาร์คหัวเราะหึกับคำขู่ที่แสนน่ารักนั้น เป็นแค่สัตว์ในคอกที่ถูกเลี้ยงเอาไว้เพื่อเป็นอาหารแท้ๆ แต่กล้าขู่มาเขาคนนี้หรอ จะให้เขากลัวยังไงดีนะ?  

 

“ก็ดี ฉันก็อยากให้มันได้เห็นคลิปนั้นเหมือนกัน”

 

กายเล็กหยุดชะงักไปเพียงเพราะได้ยินคำพูดนั้น แบมแบมหน้าชาวาบ ปลายมือและปลายเท้าเย็นเฉียบทั้งๆที่แอร์ในห้องก็ไม่ได้เย็นมากนัก

 

ทำไมเขาต้องโดนข่มขู่อยู่ตลอดเลยนะ

 

“หรือถ้าไม่อยากให้ส่ง.. ก็ช่วยทำตัวเป็นเด็กดีแล้วนอนลงข้างๆพี่สิครับ”  มือเรียวจิกเข้าหาแน่นอย่างเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากต้องยอมจำนนในคำสั่ง แบมแบมทิ้งตัวนอนลงอย่างว่าง่ายก่อนจะถูกมาร์ครวบตัวเข้าไปกอดแน่น และระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ของเด็กหนุ่มก็ดังขึ้น ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ว่าแฟนหนุ่มโทรมา แต่ทว่าครั้งนี้เขาก็กลัวเกินกว่าจะกดรับมันได้อีกแล้ว..

 

เพียงแค่เห็นสายตาที่มาร์คมองมา เขาก็ไม่กล้าทำอะไรนอกจากนอนนิ่งๆ แล้วปล่อยให้เสียงโทรศัพท์มันตัดไปเอง

 

 ช่วงเวลาอันน่าอึดอัดใจเกิดขึ้นมาในชั่วขณะหนึ่ง แบมแบมนอนนิ่ง ในขณะเดียวกันมาร์คก็กอดเขาไว้นิ่งๆ ไม่ได้มีการล่วงเกินใดๆเกิดขึ้นอีก เขานั้นแทบไม่กล้าขยับตัวถ้าไม่ติดว่าตรงซอกคอสัมผัสได้ว่าสมหายใจของร่างสูงเริ่มจะช้าลง..และช้าลง

 

แบมแบมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามาร์คนั้นหลับสนิท ภายใต้ใบหน้าหวานคมที่ดูเฟอร์เฟคฉายแววเหนื่อยอ่อนออกมาอย่างชัดเจน ราวกับว่าตอนนี้มาร์คต้วนนั้นได้ถอดหน้ากากออกไปแล้ว มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้เห็นมุมนี้ของคนที่แสนน่ากลัว

 

ตัวจริงของพี่เป็นคนยังไงกันแน่?

 

มีหลายครั้งที่เหมือนจะดี แต่ทำไมบางทีพี่ก็ทำร้ายผมจนเจ็บไปหมด

 

มือบางส่งไปไล้ที่ข้างแก้มของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา กลิ่นแชมพูเนื้อดีที่ติดอยู่ตรงปลายผมเรียกให้เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะกดจมูกลงไปหอมอย่างแผ่วเบา

 

แบมแบมทำสิ่งนั้นไปอย่างไม่รู้ตัว เหมือนมีแรงดึงดูดอะไรซักอย่างที่ทำให้เขาคิดว่ามาร์คต้วนตอนนี้กำลังอ่อนแอ ร่างเล็กนอนจ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่ซักพัก ปล่อยให้ความง่วงค่อยๆคืบคลานเข้ามาในใจ

 

..ก่อนที่จะผล็อยหลับไป โดยที่มีมาร์คกอดเอาไว้ทั้งคืน

 

 

 

                                              ENVY & PRIDE

                                               ✡

 

 

เช้าวันต่อมา..

 

 

กัปตันทีมบาสเกตบอลกำลังเพลิดเพลินกับการนั่งควงลูกบาสอยู่บนนิ้ว ก่อนจะปล่อยลูกสีส้มมาถือไว้แทนเมื่อถูกเพื่อนร่วมชั้นอย่างวอนพิลเข้ามากอดคอเอาไว้ พร้อมกระซิบบอกที่ข้างหู 

 

“เฮ้ยๆ กูเห็นเพื่อนซี้ของมึงกับแฟนของมึง ไปเดินควงกันในห้างเมื่อวานด้วยว่ะ สองคนนั้นดูสนิทกันจังเลยนะ”

 

“หืม เพื่อนซี้ของกู?”

 

“ก็เออ ไอ้มาร์คไง”

 

“กับแฟนของกู?”

 

“อ่าห้ะ ใช่แล้ว”

 

แจ็คสันกะพริบตาปริบๆ ความงงงวยแทรกเข้ามาภายในใจเมื่อได้ยินคำบอกเล่าข้างต้น อีกทั้งสีหน้าของคนพูดก็ไม่ได้ฉายแววว่ากำลังล้อเล่นหรือโกหกแต่อย่างใด

 

“ไปด้วยกันอ่อวะ? เมื่อไหร่?”

 

“ก็เมื่อวานไง อ้าวนี่มึงไม่รู้อ่อวะ? แย่ว่ะ เพื่อนแบบนี้เลิกคบเหอะ ฮะๆๆ”  วอนพิลพูดติดตลก มือหนานั้นส่งมาตบที่หัวไหล่ของเขาเบาๆก่อนจะเดินกลับไปที่นั่งตัวเอง หากแต่คนฟังไม่ได้ขำตามกับคำพูดนั้นเลย เขากำลังวิตกจริตกับคำพูดหยอกล้อนั้น ยิ่งช่วงนี้ไม่ได้เจอกับแบมแบมด้วย

 

...พอมานึกดูอีกทีแล้วมาร์คมันจะกล้าโกหกเขาหรอ?

 

ก็หมอนั้นบอกกับเขาเองว่าหลายวันที่ผ่านมาไม่เห็นแบมแบมเหมือนกันนี่หว่า เมื่อวานก็โดดซ้อม เห็นบอกต้องรีบกลับบ้านเพราะพ่อเรียกไปช่วยงานอะไรซักอย่างด้วย แล้วทำไมถึงไปด้วยกันได้ละ?

 

เรื่องนี้มันชักจะไม่ชอบมาพากลแล้วนะ ?









#เจบีบ้าอำนาจ    

#พี่มาร์คขี้อิจฉา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,455 ความคิดเห็น

  1. #1435 ขจีรวาณิชย์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 23:31
    ทำไมแบมๆไม่แอบลบคลิปในมือถือมาร์ค ตอนหลับ
    #1,435
    0
  2. #1415 mAjjcs (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 13:32
    โอ้ยยยย ทำไมพี่เจบีด้านดีๆถึงน่ารักแบบนี้ล่ะ ถึงจะสไตล์บ้าอำนาจก็เถอะ 5555555
    #1,415
    0
  3. #1370 Aely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 14:24
    แจ๊คสงสัยมาร์คแบมแล้วหละซิ เอาไงต่อ



    แต่มุมมาร์คแบมเมื่อกี้ก็ดูอบอุ่นดีนะ เริ่มมีความรู้สึกห่วงใยให้กันแล้ว
    #1,370
    0
  4. #1351 M.m1nt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2559 / 09:17
    พี่แจ็คน่าสงสารรร
    #1,351
    0
  5. #1325 Tam Jenjira (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 07:06
    พี่เจบีเริ่มเป็นห่วงจินยองแล้วอะดิ มาร์คแบมก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆให้กันแล้วใช่ไหม
    #1,325
    0
  6. #1114 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 08:21
    เจเจกับจูจูน่ารักอ่ะเขิลลลลลลล งอลิงล้านตัว ส่วนพี่มาร์คกับน้องแบมนี่ยังไง สงสาร แจ๋คอ่ะ
    #1,114
    0
  7. #1046 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 04:39
    นั่นไง จะว่าไปมาร์คก็เลว แต่แบมก็ขัดขืนไม่สุด ยังไงดี สงสารแจ็คอีก โอ้ย ไปคู่บีเนียร์ดีกว่า พ่อเจบี พ่อคนปากหนัก
    #1,046
    0
  8. #1015 opel_zuza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:51
    แบมหอมแก้มพี่มาร์ค อะเฮือกกกกกกกกกก

    #ไว้อาลัยพี่สั้นผู้ไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #1,015
    0
  9. #744 mclub (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 16:49
    น้องสันครับ.........................  พี่แนะนำให้เราเอาลูกบาสกระแทกหน้าไอหล่อนั่นไปทีครับ
    พี่หมั่นมันแรงมากเลย....

    เจบีค้าบบบบบบบบบบบบบ........................
    เรื่องหนูอืดมากเลยค้าบบบบบบบบบบบบ เหมือนพี่อ่านไดอารี่ประจำวัน
    พี่ไม่รู้ว่าหนูคิดไรอยู่เลย
    #744
    0
  10. #712 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 23:31
    ตอนนี้ค่อยหายใจโล่งหน่อย555555555
    ตกใจเจบี ทำไมหนูเปลี่ยนนนนนไปปป
    แบมเริ่มใจอ่อนกับพี่มาร์คแล้ว พี่มาร์คก็อย่าใจร้ายนักสิ

    #712
    0
  11. #702 XXXXXXX (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 / 21:23
    พี่บี๋~ มีใจให้น้องจูก็บอก~ ไม่ใช้เอะอะใช้อำนาจ จูมองเห็นความดีของพี่บี๋ล่ะง่อวววว พี่มาร์คนี่ยังไงจะใจร้ายก็ไม่สุด สงสารตาหนู สงสารพี่แจ็คด้วย ฮึม
    #702
    0
  12. #699 Kat_ty_k (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 23:35
    อือ แจ็ค โดนแทงข้างหลังแล้วล่ะ สงสาร แต่ก็นะ พี่มาร์คก็เลวววว แจบอมนี่ไง ทำเป็นยิ่ง แต่ก็ห่วงเขา 55555
    #699
    0
  13. #596 Plastic-bag (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 02:01
    เจบีนี่หยิ่งไปละ แล้วนั่นหลอกตัวเองนิดๆนะน่ะ แต่พี่มาร์คคือบับ.... หยุดม่ะเอาดีๆ
    #596
    0
  14. #573 ปาร์คปาล์มพันเจ็ด (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 13:10
    พึ่มาร์คก็อย่าขู่ให้มากนักเสสสส่ น้องแบมกลัวนะ
    #573
    0
  15. #572 Pookie_Cookie (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 23:58
    เหมือนแบมจะเผลอใจให้มาร์คไปแล้วไม่มากก็น้อย
    กรี๊ดดดดดดดดดดด รักกันๆๆๆๆ
    #572
    0
  16. #571 Kibibiza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 23:26
    กว่าไรค์จะมาก็อีกเดือนสองเดือนเลยรึป่าวอะ เราอยากจิร้องไห้
    #571
    0
  17. #570 Kibibiza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 23:25
    แจ็คคนเข้มแข็งแบบนายก็ยกแบมให้มาร์คเถอะนะ มาร์คน่าสงสารมากนะ ให้แบมได้เป็นที่พักพิงให้กับมาร์คเถอะ
    #570
    0
  18. #569 Kibibiza (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 23:23
    งื้อ~~~อยากอ่านต่อ แบมจะคู่กับมาร์คใช่มั้ย รอไรค์มาต่อนะค่ะ
    #569
    0
  19. #568 katt. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 22:42
    ตอนนี้ยังหมั่นไส้พี่บีอยู่ค่ะ แค่จากติดลบ1000เป็น999
    #568
    0
  20. #567 katt. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 22:41
    แจ็คสันจะรู้มั้ยนะ สงสารแจ็คอ่ะ;____;
    #567
    0
  21. #565 BuBee YoDyOy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 20:51
    เจบีน่ารักกกก
    #565
    0
  22. #564 BF'EYE (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 18:54
    อืมจะดีมากถ้ามาร์คหลับหรอ 5555555 ยุให้เค้าเลิกคบกันอีก เด๋วมาร์คโกไปวีนแบมอีก ปล่อยคลิปขึ้นมาทำไง
    #564
    0
  23. #563 ไม่บอก (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 14:20
    แจ็คสันจะทำอย่างไงต่อไปนะ... #จะสงสารใครดี #รอน้าา #ไรท์สู้ๆ
    #563
    0
  24. #562 MiKiz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 11:14
    โอ้ยมาร์คแบมมมมมม มาร์คแบมมันดีอะ แตคือยังไงก็แฟนเพื่อนไง งานนี้ถ้าไม่เสียเพื่อนก็ต้องเสียแบมอะ หรือแจ็คจะใจกว้างพอ? ก็ไม่น่าอะ โอยยยส งานเข้าแน่ๆงานหยาบด้วยจ้า ฮือ รอนะคะ ~
    #562
    0
  25. #561 kalketioi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 09:27
    เจบีคนหยิ่ง คนฉลาด หายไปไหน โถถถถถถ
    เป็นห่วงชัด ขนาดนี้ โอ้ยยยย
    #561
    0