เล่ห์ร้ายลวงใจ (ซีรีส์สุภาพบุรุษเล่ห์รัก)

ตอนที่ 7 : บทที่ 2 ความสัมพันธ์คืนเดียว 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    4 ม.ค. 63


ศิพัชร์อยากโทษว่าทั้งหมดเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้เธอยินยอมให้คนแปลกหน้าจูบโดยไม่ขัดขืน ทว่าเธอก็ไม่ได้เมามายขนาดนั้น แม้การประมวลผลของเธอจะช้าลงจนอยู่ในระดับเดียวกับเต่าคลาน แต่ก็ใช่ว่าจะไร้สติถึงขั้นไม่รู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะโทษความอ่อนด้อยประสบการณ์ของตนแทน...

แน่ล่ะ ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา หรือจะเรียกว่าตลอดชีวิตของเธอก็ไม่ผิด ไม่เคยมีชายใดได้เฉียดกรายเข้าใกล้ในระยะประชิดตัวเช่นนี้ แม้แต่คนรักที่เพิ่งกลายเป็นอดีตอย่างณัฐนัยก็ไม่เคย เขาอาจเคยจับมือบ้าง จุมพิตที่มือของเธอบ้าง แต่ไม่เคยเกินเลยจนถึงขั้นจูบ บางทีอาจเป็นเพราะการที่เธอต้องไปเรียนไกลถึงประเทศฝรั่งเศส ทำให้เธอกับเขามีเวลาร่วมกันไม่มากนัก ส่วนใหญ่เวลาที่ใช้ร่วมกันคือการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ หรือไม่ก็พิมพ์คุยกันผ่านแอพพลิเคชั่นแชทซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้

และอีกอย่างผู้ชายคนนี้ช่ำชองและเชี่ยวชาญอย่างที่เธอไม่อาจต้านทานเขาได้ เขาทำให้สามัญสำนึกของเธอลดต่ำลงทุกที ช่องท้องของเธอบีบรัด ความต้องการบางอย่างผุดขึ้นมาอย่างที่เธอตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร แม้จะมีความหวาดกลัวในสิ่งที่ไม่มีประสบการณ์เข้าครอบงำ แต่มันก็ถูกลบเลือนไปอย่างง่ายดายด้วยความเร่าร้อนที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด เธอได้แต่นั่งนิ่ง เกร็งไปทั้งตัว หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก  ทำอะไรไม่ถูกกับสัมผัสหวามไหวและความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้รับ

“อื้อออ”

เสียงประท้วงเป็นเพียงเสียงครางอืออาในลำคอ แม้จะเป็นไปโดยไม่รู้ตัว แต่สำหรับฌอนเขากลับรู้สึกว่าเสียงหวานๆ ไม่เป็นภาษานั่นมันเร้าใจเหลือเกิน มันทำให้อารมณ์ดำมืดพุ่งพรวด ร่างกายของเขาแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ กับความทรมานที่เกิดจากความต้องการที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ เขาบดจูบริมฝีปากบางหนักๆ เพื่อสร้างความรู้สึกเดียวกันให้กับร่างบอบบางน่าหลงใหล แต่ยิ่งจูบเขาก็ยิ่งร้อน ยิ่งบดเคล้าเขาก็ยิ่งทรมาน...

ให้ตายเถอะ! เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เธอปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนของเขาให้ลุกโชนได้อย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้

ชายกระโปรงยาวกรอมเท้าของเธอถูกถลกขึ้นมาเหนือเข่า มือหนาข้างหนึ่งลูบไล้ผิวเนื้อเรียบเนียนภายใต้ผ้าพลิ้ว ก่อนจะดึงรั้งผ้าผืนน้อยของเธอออกจากเรียวขางามทั้งๆ ที่ยังไม่ถอดชิ้นนอกออก

ศศิพัชร์ผวาตามชั้นในตัวจิ๋ว มือเล็กพยายามไขว้คว้ามันไว้ แต่ชายหนุ่มกับยัดมันลงในกระเป๋ากางเกงของเขา สายตาของเขากรุ้มกริ่มตอนที่จ้องสบกับตาของเธอมันเหมือนจะท้าทายไปในที

เขากำลังท้าให้เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของเขา แล้วคิดเหรอว่าคนอย่างศศิพัชร์จะกลัวหญิงสาวคิดอย่างหยิ่งผยอง ลืมว่าไปชั่วขณะว่าตัวเองอยู่ที่ไหน? กำลังทำอะไร? ไม่ใช่สิ! เธอกำลังลืมว่าใครกำลังทำอะไรกับร่างกายของเธอเสียมากกว่า

มือบางยื่นเข้าไปใกล้เป้าหมาย สายตาจับจ้องตรงกระเป๋ากางเกงของเขาเขม็ง เธอเกือบจะทำมันสำเร็จ ถ้าสายตาเจ้ากรรมจะไม่เหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวตรงจุดยุทธศาสตร์เสียก่อน...

เธอไม่ใช่เด็กเล็กๆ และไม่ใช่สาวน้อยไร้เดียงสา ถึงแม้ว่ายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาจะไม่เคยผ่านมือชายใด แต่เธอก็ไม่ได้ใสซื่อขนาดไม่รู้ว่าสิ่งที่ดุนดันกางเกงสแล็คเนื้อดีออกมาจนแทบปริแตกนั่นมันคืออะไร?

ศศิพัชร์ชักมือกลับแทบไม่ทัน ใบหน้าของเธอแดงก่ำไม่รู้จากความความหวามไหวหรือเขินอายกันแน่ มันปะปนอยู่เท่าเทียมจนเธอแยกแยะไม่ออก ริมฝีปากสีเรื่อบวมเจ่อจากฤทธิ์จุมพิตถูกเม้มจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าหวานแดงขึ้นเรื่อยๆ อย่างห้ามไม่ได้ พอตั้งสติได้ความวาบหวามและความอายก็กลายเป็นความกรุ่นโกรธ

หญิงสาวสะบัดหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้มากไปกว่านั้น ก็เป็นเธอเองไม่ใช่เหรอที่ไม่ขัดขืนเขา แถมยังตอบสนองเขาอย่างหน้าไม่อาย

“หึ”

ทว่าเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังในลำคอเบาๆ ก็ทำให้ศศิพัชร์อดเหลือบมองเขาไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายฉายชัดถึงความสุดแสนเสียดายของคนตรงหน้าทำให้ใบหน้าของเธอร้อนเห่อขึ้นเป็นเท่าตัว เขาเลิกคิ้วพลางยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะถามว่า ไม่อยากได้แล้วเหรอ

แต่การท้าทายของเขาไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องมาสนใจในตอนนี้ การพาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่สุดแสนอันตรายนี่ต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ

ศศิพัชร์ดึงชายกระโปรงที่ร่นขึ้นมาถึงโคนขาลง หลุบตาลงต่ำเธอไม่กล้าสบตาพราวระยับคู่นั้น หัวใจเธอเต้นแรง ใบหน้าร้อนวูบวาบไปหมด เมื่อตระหนักถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ หญิงสาวกวาดตามองบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่ขับรถ พลางพยายามพาตัวเองลงจากตักกว้างของชายหนุ่ม

แต่มันก็เป็นกระทำที่ไร้ประโยชน์อีกตามเคย เพราะทันทีที่เธอรั้งกระโปรงของเธอลง ชายหนุ่มตรงหน้าก็จัดการรั้งมันขึ้นมาที่เดิม ฝ่ามือหนาซุกซนเคลื่อนเข้ามาสัมผัสขาเรียว ลูบไล้และทิ้งรอยอุ่นๆ ไว้เป็นทางก่อนจะวกเข้ามาที่ต้นขาด้านใน ศศิพัชร์เกร็งไปทั้งตัว เธอรีบหนีบขาตามสัญชาตญาณ

“สาบานได้ว่าผมอยากร่วมรักกับคุณตรงนี้ ตอนนี้ แต่ผมไม่ใช่พวกที่ชอบโชว์ แม้ผมจะมีดีให้โชว์ก็เถอะ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู ซึ่งมันไม่จำเป็นเลยสักนิดเมื่ออยู่ใกล้กันเช่นนี้

ศศิพัชร์ห่อตัว พยายามสกัดกั้นความรู้สึกหวามไหวที่กำลังแล่นพล่านไปตามกระแสเลือด เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะในคอเบาๆ

ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้นอกจากเขาจะหื่นเป็นที่หนึ่ง เขายังหลงตัวเองเป็นที่สุดอีกด้วย

ศศิพัชร์กัดริมฝีปากแน่น เพื่อสกัดกั้นความหวามไหว และรวบรวมสติสตังค์ของตัวเองคืนมาก่อนจะต่อรองกับเขาอีกครั้ง

“คุณกำลังเข้าใจ...”

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นการกระทำอะไรที่ไร้ประโยชน์อีกตามเคย เมื่อคนตรงหน้าก้มลงมากลืนประโยคของเธอลงคออีกครั้ง และเริ่มมอมเมาเธอด้วยรสจูบหวานล้ำ ความปรารถนาร้อนแรงพลุ่งพล่านเกินจะห้ามปราม มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ ลึกซึ้ง และเร่าร้อน ประสานกันถาโถมเข้ามาจนรู้สึกสับสน และตื่นตระหนก

แวบหนึ่งเธออยากตะโกนสั่งให้เขาหยุด บอกว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ไม่ว่าเขาคิดว่าเธอเป็นอะไร หรือกำลังทำอะไร ทั้งหมดนั่นเขาคิดไปเอง แต่วินาทีต่อมา สัมผัสร้อนแรงก็ทำเธอลืมทุกอย่างจนหมดสิ้น สมองของเธอขาวโพลนเหมือนปกคลุมไปด้วยหิมะ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสำนึกเลือนหายไปจากความนึกคิด รับรู้เพียงสัมผัสจากปลายลิ้นอุ่นชื้นที่แทรกเข้ามาหยอกเย้ากับลิ้นของเธอ

ศศิพัชร์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกคนในโลกถูกกันออกไปเหลือเพียงชายหนุ่มตรงหน้า แม้ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร แต่เธอกลับจดจำเขาได้ขึ้นใจ


อัพจ้าาาาาาาาาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,540 ความคิดเห็น