เล่ห์ร้ายลวงใจ (ซีรีส์สุภาพบุรุษเล่ห์รัก)

ตอนที่ 5 : บทที่ 1 งานแต่งงานที่ไม่ใช่ของเรา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    1 ม.ค. 63


 

ซีรีส์ชุดสุภาพบุรุษเล่ห์รัก
     1. เล่ห์ร้ายร่ายรัก     อ่านนิยาย คลิกที่นี่
                                     ซื้อ E-book คลิกที่ลิงค์ได้เลยค่ะ
                                   
     2. เล่ห์ร้ายลวงใจ เร็วๆ นี้

นิ้วเรียวเสือกไสแก้วทรงสวยออกห่างตัว สื่อความหมายให้เจ้าของมันรู้ว่าเธอไม่ต้องการ ก่อนจะขอเครื่องดื่มแก้วใหม่จากบริกรหนุ่ม แต่ไม่รู้ว่าวิธีการปฏิเสธของเธอไม่ชัดเจนพอ หรือเป็นเพราะเจ้าของแก้วสีชมพูหวานนั่นตีรอยยิ้มหยันของเธอเป็นการยิ้มยั่ว หรือบางทีอาจจะเข้าใจว่าการปฏิเสธของเธอเป็นการเล่นตัวที่ถือเป็นการยั่วยวน แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร ตอนนี้เจ้าของแก้วใบนั้นก็มาอยู่ตรงนี้... ตรงหน้าของเธอแล้ว!

ชายหนุ่มตรงหน้ามีใบหน้าคมเข้มในแบบไทยๆ ร่างสูงเพรียวอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีกรมท่ากับกางเกงยีนขายาวสีดำสนิท เขายืนพิงสะโพกกับบาร์เครื่องดื่มด้วยท่วงท่าที่ปั่นแต่งให้ดูดีที่สุด ข้อมือด้านซ้ายที่มีนาฬิกาเรือนแพงประดับอยู่ถูกยกขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ในมือข้างนั้นมีกุญแจรถยี่ห้อเฟอร์รารี่อยู่ ไม่บอกก็รู้ว่าตั้งใจอวดสิ่งของมีราคาต่อเธอ

“ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ” ชายหนุ่มเผยยิ้มกว้างหว่านเสน่ห์ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม

“ที่ฉันปฏิเสธไป มันไม่ชัดเจนพองั้นเหรอคะ” ศศิพัชร์พูดเสียงเรียบ ฌะอหมายถึงการที่เธอไม่รับแก้วเครื่องดื่มที่เขาส่งมาให้

“แต่ผมอยากเลี้ยงเครื่องดื่มคุณจริงๆ นะครับ”

“ขอบคุณนะคะ แต่ว่าการรับของจากคนแปลกหน้าคงจะไม่เหมาะเท่าไร”

“คิดเสียว่าเป็นเพื่อนร่วมโลกกันก็ได้นี่ครับ” ชายหนุ่มยังตื้ออย่างไม่ลดละ

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แต่ฉันมีเงิน จ่ายเองได้ คงไม่ต้องรบกวนคุณ”

“เอางั้นก็ได้ครับ ผมไม่เลี้ยงเครื่องดื่มคุณก็ได้ แต่ผมขอนั่งเป็นเพื่อนคุณนะครับ”

“ฉันต้องการความสงบค่ะ”

“โอเคครับ ผมจะพยายามเงียบที่สุด จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับคุณ” ชายหนุ่มแปลกหน้าว่าพลางถือวิสาสะนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวที่ติดกับเธอ

“งั้นเชิญตามสบายนะคะ ฉันขอตัว” พูดจบศศิพัชร์พลางลุกจากเก้าอี้ เธอคิดว่ามันจะเป็นการปฏิเสธแบบสุภาพครั้งสุดท้ายแล้ว แต่ทันทีที่ลุกขึ้นยืน หญิงสาวก็ได้รู้ว่าเครื่องดื่มนับสิบแก้วที่เข้าใจว่ามันทำอะไรเธอไม่ได้ และเกือบจะสั่งใหม่อีกแก้ว มันทำพิษเธอเข้าเสียแล้ว

ศศิพัชร์รู้สึกว่าพื้นที่ยืนอยู่มันโคลงเคลงจนเธอแทบทรงตัวไม่อยู่ การยืนอยู่บนส้นสูงที่ยากอยู่แล้วยากขึ้นหลายเท่าเมื่ออยู่ในสติที่ไม่ครบถ้วนเช่นนี้ ร่างบางบนรองเท้าสูงสามนิ้วเดินโซเซจนต้องคว้าสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดเอาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้ม เธอสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามรวบรวมสติที่ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์ควบคุมไว้กว่าครึ่งกลับมาก่อนจะก้าวเดินต่อ แต่แค่เพียงไม่กี่ก้าวร่างของเธอก็ถูกกระชากกลับด้วยฝีมือชายร่างเพรียวจอมตื้อคนเดิม

ชายหนุ่มตรงหน้ากอดรัดเอวของเธอไว้แน่น ดวงตาของเขาแพรวพราวตอนที่โน้มหน้าลงมาใกล้ ศศิพัชรผลักร่างสูงเพรียวออกห่างจากร่างของเธอสุดแรง หรือบางทีนั่นคือสิ่งที่เธอคิดว่าตัวเองทำ เพราะแทนที่ชายหนุ่มร่างเพรียวจะผละถอยห่าง กลับเป็นเธอเองที่กระเด็นออกมา แถมยังสะดุดปลายส้นรองเท้าของตัวเองอีกต่างหาก

“กรี๊ด!!!” เสียงหวีดร้องดังลั่นแต่เสียงเพลงกระหึ่มก้องก็กลบเสียงของเธอจนแทบมิด เช่นกันที่ความมืดสลัวก็อำพรางอุบัติเหตุน่าอายจากความสนใจของผู้คน ทว่าก็ใช่จะจากคนทั้งหมด 

เสียงหวีดร้องอื้ออึงแทรกผ่านเสียงเพลงกระหึ่มที่ดังอยู่ใกล้ๆ ร่างบางที่เซมาจวนเจนจะทับทำให้ใครบางคนต้องยื่นมือไปคว้าเอวบางแล้วรั้งร่างเล็กเอาไว้ มันเกิดจากสัญชาตญาณมากกว่าจะเป็นการตั้งใจ

ส่วนเจ้าของเอวคอดบางก็ได้แต่คิดว่าตัวเองจะล้มลงก้นจ้ำเบ้า หรือล้มกระแทกโต๊ะ เก้าอี้ หรืออะไรสักอย่างที่อยู่ด้านหลัง ณ เวลาที่สติสตังเหลือเพียงน้อยนิดหญิงสาวพยายามไขว่คว้าสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดเอาไว้ และสิ่งนั้นเห็นจะเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาตัวหรู แขนข้างหนึ่งของเธอคว้าลำคอหนาเอาไว้ อีกข้างฉวยเสื้อเชิ้ตของเขา แรงกระชากทำให้กระดุมเสื้อเชิ้ตตัวหรูขาดกระเด็น ริมฝีปากของเธอแนบอยู่กับลำคอเปล่าเปลือยของชายหนุ่ม รับรู้ได้ถึงชีพจรของเขาที่เต้นแรงและเร็วพอๆ กับหัวใจของเธอที่เต้นระรัว

ศศิพัชร์กระพริบตาถี่ๆ รีบตั้งสติ ก่อนจะผละใบหน้าออก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร่างที่เธอนั่งทับอยู่ ตั้งใจจะขอโทษขอโพยและขอบคุณที่เขาช่วยเธอไว้ แต่ทันทีที่เธอเห็นหน้าเจ้าของตักกว้างที่ตนนั่งอยู่ ริมฝีปากที่อ้าขึ้นกลับอ้าค้างอยู่เช่นนั้น ไร้วี่แววว่าถ้อยคำที่คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้จะหลุดออกมา

ไม่ใช่เพราะใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ ไม่ใช่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้สมองของเธอพร่าเลือนจนลืมสิ้นทุกอย่าง และถึงแม้เธอจะอดยอมรับไม่ได้ว่าใบหน้าที่อยู่ไม่ถึงคืบมันหล่อเหลาทรงเสน่ห์ และมีแรงดึงดูดทางเพศในแบบที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรง แต่มันคงจะดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอ ถ้าหากผู้ชายคนนี้จะไม่ใช่ผู้ชายเดียวกันกับคนที่เธอเพิ่งกล่าวหาไปเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก่อนว่า...

เฮอะ! ผู้ชาย คนเดียวไม่เคยพอสินะ 

ให้ตายเถอะ! ทำไมโลกมันต้องกลมและแคบขนาดนี้ด้วยนะ

นานทีเดียวกว่าศศิพัชร์จะรวบรวมสติสตังที่กระเจิดกระเจิงไปกลับมาจนครบถ้วน แม้จะไม่ชอบพฤติกรรมเกี่ยวกับผู้หญิงของเขานัก แต่คนตรงหน้าก็เป็นคนช่วยเธอไว้ และนั่นก็ทำให้ศศิพัชร์เอ่ยสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรกออกมา

“ขอบคุณ!” แต่ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงของเธอก็แข็งขืนจนตัวเองยังรู้สึกได้ ซึ่งอีกฝ่ายก็คงรู้สึกเช่นกัน เขาถึงมองเธอด้วยแววตาแปลกๆ

“ขอบคุณนะคะ” ศศิพัชร์เอ่ยประโยคเดิมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“...”

ชายหนุ่มแค่เพียงเลิกคิ้วขึ้นกับคำพูดของเธอ สายตาที่มองตรงมายากจะเดาได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะต้องสนใจ การพาตัวเองลงจากตักของเขาต่างหากคือสิ่งที่เธอต้องทำเป็นอันดับแรก

มือเรียวยกขึ้นดันอกกว้างของเขาเพื่อลุกขึ้นและบอกให้เขาปล่อยมือจากเอวของเธอไปในที

ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ เขาไหวไหล่น้อยๆ ราวกับเสียดายที่ต้องคลายมือออกจากเอวของเธอแต่ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ทว่าร่างบางที่พยายามพาตัวเองลุกขึ้นจากตักของเขาก็ล้มลงกลับมายังที่เดิมอีกครั้ง มันทำให้รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นเป็นเท่าตัว

“ขอโทษค่ะ พอดีผู้ชายคนนั้น อ้าว...” ศศิพัชร์ว่าด้วยน้ำเสียงอ้อแอ ก่อนจะบุ้ยใบ้ไปทางผู้ชายที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอล้มลงบนตักของผู้ชายอีกคน แต่คนที่เธอพูดถึงกลับอันตรธานหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตน หญิงสาวพยายามปรือตาที่แทบปิดของตัวเองขึ้นกวาดมองหาร่างสูงเพรียวของชายหนุ่มที่เธอพูดถึง แต่หาอย่างไรก็หาเขาไม่เจอ

“คุณนี่ลงทุนชะมัด!

“คะ?” ศศิพัชร์ถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ หญิงสาวละสายตาที่เพ่งผ่านความมืดสลัวของไฟไนต์คลับหันกลับมาที่ใบหน้าเจ้าของตักที่เธอนั่งอยู่อีกครั้ง

เขามองเข้ามาในตาของเธอ นัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นช่างมีเสน่ห์ทางเพศอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา มันสะกดเธอเอาไว้และทำให้หัวใจของเธอแกว่งไกวได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“รับรองการลงทุนของคุณจะคุ้มค่า”

“...” คำพูดของเขาทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ ศศิพัชร์หรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างงุนงง พยายามใช้สติอันเลือนรางขบคิดว่าเป็นเธอเองที่เมาหรือว่าผู้ชายคนนี้กันแน่ที่พูดไม่รู้เรื่อง เพราะดูเหมือนเธอกับเขาจะพูดกันคนละเรื่อง ซึ่งดูเหมือนคำตอบที่ได้จะเป็นทั้งสองอย่าง

หญิงสาวกัดริมฝีปากพยายามประคองสติของตัวเองไว้ แล้วดันตัวลุกขึ้นจากตักกว้างอีกครั้ง  ถึงแอลกอฮอล์จะทำให้การประมวลของเธอช้าลง แต่จิตสำนึกของเธอก็มีมากพอที่จะรู้ว่าการนั่งอยู่บนตักผู้ชายไม่ใช่สิ่งที่สมควร แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ความพยายามของเธอไร้ความหมาย หากทว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพราะฤทธิ์เดชแอลกอฮอล์ที่เธอเทลงคอไปไปก่อนหน้านี้ แต่เป็นเพราะเจ้าของตักกว้างที่เธอนั่งทับอยู่ต่างหาก...

เขาไม่ยอมปล่อยมือจากร่างของเธอ!

              “คุณควรรับผิดชอบการกระทำของคุณ” ชายหนุ่มพูดขึ้น เขาหมายถึงองศาความร้อนที่แผ่ไปทั่วร่างกายของเขา ทุกครั้งที่หญิงสาวขยับตัว เรือนร่างนุ่มนิ่มจะเบียดเสียดกับกับเรือนร่างของเขา ปลุกความต้องการตามธรรมชาติให้ลุกโชนได้อย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นกายหอมอ่อนๆ รัญจวนใจโชยเข้าจมูกจนเขาอดไม่ได้ที่จะสูดดมเข้าไปจนเต็มปอด  

บ้าฉิบ! เธอทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและตื่นตัวได้อย่างที่ไม่เคยเป็นกับใคร เขาอยากกดเธอลงบนโซฟาแล้วขย้ำเธอเสียตรงนี้ด้วยซ้ำ ความทรมานแล่นไปตามสายเลือดจนเขาต้องกัดฟันแน่น

“ร้าบผิดชอบ” ศศิพัชร์ทวนคำของเขาอย่างไม่เข้าใจ เธอย่นหน้าน้อยๆ พยายามคิดว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร ก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ยานคราง

“ใช่ คุณต้องรับผิดชอบ”

“อ๋อ เรื่องเสื้อของคุณ ฉ้านยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง...” สายตาที่ปะทะกับเสื้อของเขาทำให้หญิงสาวพูดออกไปอย่างนั้น แล้วพอได้เห็นสายตาเจ้ากรรมก็อดสำรวจต่อไม่ได้

ชายหนุ่มอยู่ในเสื้อเชิ้ตดำสนิท แขนเสื้อถูกพับลวกๆ ขึ้นมาใต้ศอก กระดุมที่ขาดกระเด็นจากฝีมือของเธอทำให้สาบเสื้อแยกออกจากกัน เผยให้เห็นแผงอกแกร่งเต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรง  ภายใต้แสงไฟสลัวเขาช่างดูเซ็กซี่อย่างเหลือร้าย

ศศิพัชร์ลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อเมื่อเห็นหน้าท้องเป็นลอนคลื่นสวยอย่างคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หญิงสาวรีบละสายตาจากภาพที่ทำให้สำนึกความเป็นหญิงของเธอลดฮวบลง

“โอเค ผมเลือกคุณ” 

“คะ?” ศศิพัชร์ไม่คิดว่าจะมีคำไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะไม่ว่าจะพยายามคิดเท่าไรเธอก็ไม่เข้าใจคำพูดของเขา

“ผมยินดีเรียกร้องค่าเสียหายจากคุณอย่างเต็มที่” ริมฝีปากได้รูปเผยยิ้มทรงเสน่ห์ ในเมื่อหญิงสาวยังไม่เลิกเล่นเขาก็คงต้องตามน้ำอย่างช่วยไม่ได้ ปกติเขาไม่ชอบอะไรที่มากความ แต่กับเธอคนนี้เขากลับรู้สึกสนุกไปกับเกมที่เธอใช้หลอกล่อให้เขาลงไปร่วมเล่น

ไม่น่าเชื่อว่าแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะปลุกสัญชาตญาณนักล่าของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็น สำหรับเขาผู้หญิงก็เหมือนๆ กันหมด เมื่อพอใจ ก็แลกเปลี่ยน เงินแลกเซ็กส์ แล้วทุกอย่างก็จบลงอย่างไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แต่ในใจลึกๆ สัญชาตญาณของเขากำลังร้องเตือนว่าผู้หญิงคนนี้แตกต่าง แต่ความต้องการอันร้อนแรงที่แล่นพล่านไปตามสายเลือดก็ทำให้เขาเลือกที่จะปัดความคิดนั้นทิ้งไป...

“คุณ...คิดเท่าไรว่ามาเลย ฉันยินดี...จ่ายให้คุณเต็มที่เช่นกัน...” เสียงของศศิพัชร์อ้อแอ้ ไม่รู้เป็นเพราะแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด หรือเป็นเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวระหว่างกลิ่นในแบบผู้ชายและกลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้กันแน่ที่ทำให้สมองของเธอมึนงง ศศิพัชร์สูดหายใจเขาลึกๆ เพื่อตั้งสติ แต่มันกลับเป็นการกระทำที่ผิดพลาด กลิ่นหอมเข้มข้นของชายหนุ่มตรงหน้าโชยเข้าไปในจมูก และมันยิ่งทำให้สมองของเธอพร่าเลือน


ส่งท้ายปีเก่าจ้าาาาาาาาา ขอให้สิ่งไม่ดีออกจากชีวิต

New Year's Eve

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,540 ความคิดเห็น