drakos ศึกจอมเวทมังกร

ตอนที่ 5 : The drakos – I – วันเวลาทีกำลังหมดไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ต.ค. 57

The drakos

I

วันเวลาทีกำลังหมดไป

            ในจักรวานทานช้างเผือกแห่งนี้มีดาวเคราะห์อยู่กี่ดวง?

            คำถามง่ายๆ ที่แม้แต่เด็กอนุบาลยังตอบแน่นอนละแปดดวงไง โดยมีดวงอาทิตย์ซึ้งมีขนาดใหญ่มากๆ ถึงมากที่สุดเป็นศูนย์กลาง งั้นเรามาคำถามข้อต่อไปกัน

            โลกมีบริวานอยู่กี่ดวง?

            คำถามง่ายอีกแล้วก็หนึ่งดวงไงละคือดวงจันทร์ แต่นั้นเป็นคำตอบที่ผิดโลกมีบริวารอยู่สองดวงคือดวงจันทร์และดวงจันทร์สีเลือดต่างหาก

            อย่าเอาความคิดของพวกหัวโบราณมารวมกับยุคปัจจุบันสิ? เรื่องมากนักเดี๋ยวก็ต่อยซะหรอกแต่เอะ... เสียงใครนะ?

            งี้เง่า ไหงมาว่ากันอย่างงั้นละ!? เดี๋ยวป๋าต่อยจริงๆ หรอกแหม... มันน่านักนะ

            ต่อยเสียงได้ก็บ้าแล้วเจ้าหนุ่ม... ฮะ... เสียงเหรอ?

            ... เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว ไอ้ที่ว่าเสียงนั้นนะ! หมายความว่าไงกัน... จริงสินะ เสียง ตอนนี้เรา

            อยู่ที่ไหน?

\

            “เน่ๆ หลับอีกแล้วนะตื่นได้แล้วโซระ!” เสียงอันคุ้นหูของใครบางคนดังขึ้นแน่นอนคนๆ นั้นก็เอเลนน่าไง “ยังง่วงอยู่เลย... ขอนอนต่อ” และแล้วเสียงตอบรับของบุคคลผู้ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะก็ตอบกลับมาด้วยอาการง่วงนอนแบบสุดๆ หนังตายังไม่ทันจะลืมเลยด้วยซ้ำ เขาขยับตัวพลางเอามือมาปัดมือของเอเลนน่าให้หลุดออกจากหลังของเขาก่อนที่จะฝุบหลับต่อ

            เอเลนน่ามองโซระด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แบบแปลกๆ

            “บอกให้ตื่นคือ... ” เธอเว้นช่วงเอ่ยก่อนที่จะชูแขนซ้ายขึ้นเหนือหัว พร้อมกันนั้นลำแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้น มันลอยวนเวียนรอบแขนของเอเลนน่าจนในที่สุดที่แขนของนางก็มีอะไรบางอย่างปรากฏขึ้นซึ้งมันก็คือ... ปืนบาซูก้า!

            “... ตื่น” แล้วเธอก็เล็งปืนบาซูก้าในตำแหน่งหัวของโซระด้วยความแม่นยำซึ้งเธอใช้มือขวาจับต้นแขนข้างซ้ายของเธอไว้ เรือนผมสีดำขลับมัดแกละสองข้างพร้อมดวงตาสีฟ้าไร้ซึ้งความรู้สึกใดๆ กับการร่ายเวทแบบพลังจิตซึ้งเกิดจากการฝั่งผลึกพลังเวทซึ่งเป็นเสมือนเอมบริโอของมังกรนั้นคือเอกลักษณ์บ่งบอกถึงสำเนาถูกต้องว่านั้นคือเธอหญิงสาวอัจฉริยะผู้มีไอคิวเกินพันและไม่รู้จักคำว่าผิดพลาดใดๆ เอเลนน่า ดี คาเมียเล่า คนนี้       

            ทันทีที่โซระลืมตาขึ้นก็ถึงกับสะดุ้งโหย่งจนต้องรีบลุกขึ้นไปนั่งหลังตรงบนเก้าอี้เคลือบขัดมันวาวตัวโปรดของเขาพร้อมดวงตาที่เบิกโพล่งเพราะทั้งกลัวทั้งตกใจตาแถบถล่นออกจากเบ้า จะตกใจกลัวก็คงไม่แปลกในเมื่อมีปืนบาซูก้าขนาดใหญ่พิเศษจ่อหัวอยู่ตรงหน้าแถมชาร์ตไฟเต็มที่พร้อมยิงแบบนี้ใครไม่กลัวจนเหงื่อตก ตัวสั่นก็คงแปลกแล้วไม่ก็สมควรที่จะไปเช็คสมองใหม่ว่านี้แกยังสติเต็มอยู่หรือป่าวน่ะ “อะ เออ... ช่วยเอามันออกไปไกลๆ ก่อนเถอะนะ ฮะๆ ” เขาพูดไปด้วยหน้าซีดไปด้วยจนจะเป็นไก่ต้มแล้ว แต่สำหรับโซระน่าจะพูดว่าท่านดราคอสต้มมากกว่า เขายกแขนขึ้นทั้งสองข้างระดับใบหู ริบฝีปากกระตุกบ่งบอกถึงการยกธงขาวหรือยอมแพ้นะแหละ

            เอเลนน่าถอนหายใจแล้วลดมือลง ฉับพลัน... ปืนบาซูก้าขนาดใหญ่พิเศษจู่ๆ ก็เรื่องแสงสีฟ้าแล้วแตกตัวออกกลายเป็นเพียงสะเก็ดเล็กๆ คล้ายหิ่งห้อยเรืองแสงสีฟ้าแทน

            “ถ้าร่างกายไม่ไหวก็จงอย่าฝืน...” สิ้นเสียงของนางนางก็หันหลังกลับทำให้เขาหรือโซระเพิ่งจะสังเกตอะไรบางอย่างได้ เธอคนนี้ใส่เสื้อโค๊ทสีขาวแขนยาวมีขลิบสีดำเป็นเส้นตรงตลอดแนวผ้า ตรงกลางเสื้อนั้นมีรูปของดาวห้าแฉกถูกลอมรอบด้วยวงกลมขนาดพอดีกับดาวสีดำดวงนั้น ขอบของวงกลมนั้นมีใช้ลายเส้นแต่เป็นสัญลักษณ์ตัวอักษรซึ้งมันเป็นตัวอักษรแปลกๆ แบบที่ถ้าคนเรียนในโรงเรียนข่อนข้างไม่ล่าสมัยจะไม่ค่อยรู้สักเท่าไหร่นั้นคือภาษามังกร เสื่อโค๊ทนั้นมันยาวถึงแค้โขนต้นขาแสดงว่า

            เอเลนน่าใส่กางเกงแบบบลูเมอร์อีกแล้วสินะ! ถ้าให้เดาแม่นี้ก็คงจะใส่เสื้อในตัวเดียว ไม่สิ... เรียกผ้าผื่นสีดำรัดหน้าอกผื่นเดียวเดี่ยวๆ มากกว่า นี้แม่คุณทูนหัวถ้าอกเล็กจะไม่ว่านี้แม่คุณเล่นอกเลม่อนเลยนะแต่ดันมาใส่อะไรแบบนี้หน้าไม่อายชะมัด!

            ภาษาชาวบ้านเขาเรียกหน้าด้านสินะ

            “มองอะไร... ถ้าไม่รีบเดี๋ยวจะไปโรงเรียนสายนะ” เอแลนน่าเอ่ยในขณะที่ตัวเองกำลังเก็บของสัมภาระเข้ากระเป๋า ถึงจะบอกว่าเก็บสัมภาระก็เถอะแต่เพราะอะไรไม่รู้นางถึงไม่เก็บของในห้องทำงานซึ้งเป็นห้องนอนไปในตัวของโซระให้เข้าที่เข้าทางด้วยก็ไม่รู้ ตอนนี้มันรกยิ่งกว่ารังหนูเสียอีกเนื่องจากเมื่อคืนเขาทั้งสองได้ช่วยกันออกแบบชุดเกราะให้เนตรถึงเขาจะต้องทำใจลงรายละเอียดของชุดโดยที่มันต้องอยู่ในขอบเขตที่ว่ายิ่งผ้าน้อยยิ่งดีต่อตัวเนตรเองในแบบที่เขาไม่ชอบ เพราะอะไรทำไมเอเลนน่าไม่ทำนะหรือ คำตอบนั้นง่ายๆ เนื่องจากเอเลนน่าคิดว่าถ้าเกิดเป็นผู้ชายที่มีอุปนิสัยลึกๆ หื่นกามลามกโรคจิตจะต้องรู้เรื่องพวกนี้ดีที่สุดไม่ใช้เหรอไง?

            พอนึกถึงคำพูดที่โดนพูดใส่เมื่อคืนจู่ๆ มันก็มีความรู้สึกอยากจะกระโจนเข้าใส่แล้วต่อยหน้าเป็นบ้า...

            แต่ความคิดแบบนั้นมันก็ทำไม่ได้เนื่องจากว่าถ้าเกิดเขากระโจนเข้าใส่ผลึกพลังเวทในตัวเอเลนน่าก็จะทำงานโดยอัตโนมัตแล้วตัวเขาเองก็จะถูกไปไฟฟ้าช๊อตแล้วก็น๊อคนอนขึ้นอืดแน่

            “เฮ้อ... เก็บของในห้องให้ฉันด้วยสิเอเลน” เขาเอ่ยด้วยเสียงเหมือนคนกำลังพยายามทำใจที่จะได้รับศึกหนัก ห้องที่รกยิ่งกว่ารังหนูมีเศษกระดาษ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ เศษขยะที่สักแต่ว่าจะให้มันไปไกลๆ ตัว จานชามที่ยังไม่ได้ล้าง และอื่นๆ อีกมากมาย มันรกเกินจะบรรยายเป็นคำพูดได้จนไม่อยากเชื่อเลยว่าที่นี้คือห้องทำงานส่วนตัวของท่านดราคอสท่านผู้มีสิทธิ์ในการทำอะไรหลายๆ อย่างหรือแม้แต่สั่งเป็นสั่งตายกับคนทั่วไปรวมถึงอำนาจทางการเมืองที่แสนเด็ดขาดพูดง่ายๆ ผู้ที่ได้รับตำแหน่งดราคอสก็เปรียบเสมือนพระเจ้าบนดินนี้ล

            “อืม... งั้นช่วยเก็บก็ได้เดี๋ยวฉันไปล้างจานแล้วนายเก็บของนะ” เอเลนน่าพูดด้วยสีหน้าเรียบง่ายกับดวงตาไร้อารมณ์ เธอวางกระเป๋าใบไม่ใหญ่นักลงกับพื้นแล้วเดินถือจานชามออกไปล้างได้แบบหน้าตาเฉย แม่คุณทูนหัวผู้นี้ช่าง...

            น่าถีบออกไปนอกโลกจริง!

            “แล้วไหงตรูถึงต้องมาเก็บของในห้องคนเดียวฟระเนี่ย!” เขาตะโกนออกมาเป็นเสียงคล้ายผู้หญิงซึ้งนั้นคือเอกลักษณเฉพาะตัวของเขา ตอนนี้ในจิตใจของเขานั้นมีความรู้สึกว่าอยากร้องให้ไม่พอเขายังอยากต่อย เตะ และถีบเพื่อนสาวเห็นแก่ตัวคนนี้มาก คิดได้ยังไงปล่อยให้เขาเก็บห้องตัวเองคนเดียวกัน เขาไม่ได้เป็นคนทำห้องเละคนเดียวซะหน่อยนะ!

            ถึงจะบ่นไปมันก็ไม่มีประโยชน์ถ้าหากเขายังรักชีวิตและกลัวโดนบาซูก้าขนาดใหญ่พิเศษเปาหัวกระจุยอยู่ละก็นะ

            ผ่านประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที ในที่สุดเขาก็รู้สึกตัวได้ทันทีว่า...

            เขาโดนเพื่อนหลอกให้ทำความสะอาดคนเดียวเข้าให้แล้ว!

\

            “ยะ อยากตาย” เสียงบ่นของเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ้งกำลังลากสังขารเดินจากบ้านมาโรงเรียนอย่างทุลักทุเลราวกับคนกำลังจะตาย เขาถือกระเป๋าสะพายพาดบ่ายืดหลังตรงก่อนที่จะหาวออกมาวอดใหญ่ น้ำตาเล็ดนิดๆ เขาจึงใช้แขนเสื่อเช็ดน้ำตาที่เล็ดนั้นออกแต่ถึงกระนั้นใบหน้าของเขาก็ยังคงถูกประดับด้วยดวงตาที่ปรือเพราะความง่วงนอนรู้อย่างนี้เขาคงไม่โต้รุ่งเป็นเพื่อนเอเลนน่าแน่ ในที่สุดเขาก็เดินมาถึงรั่วโรงเรียนซึ้งเขาสังกัดจนได้

            โรงเรียนดรากูลนัสโรงเรียนฝึกสอนจอมเวทระดับสูง กฎระเบียบอันแสนจะเข้มขนชวนปวดหัวพร้อมกับการเรียนการสอนอันแสนน่าเบื่อ รวมถึงวิชาต่อสู่ที่ชั่วโมงแรกของการเรียนคือการอธิบายเนื้อหาส่วนชั่วโมงต่อๆ มาคือการให้เด็กนักเรียนฆ่ากันเอง โดยมีแผนกพยาบาลเตรียมพร้อมผ่าตัดและรักษาแบบครบวงจรรออยู่ที่ตึกพยาบาลซึ้งอยู่ใกล้กับลานประลองของโรงเรียนพอดี โรงเรียนซึ้งถูกสร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมแบบโรโคโค หลังคาที่โค้งมนเหมือนครึ่งวงกลมประดับด้วยลวดลายอันวิจิตรงดงามประดุจพระราชวังในฝันของใครหลายๆ คน โรงเรียนแห่งนี้ใช้ระบบเรียนแบบอยู่หอหรือไม่อยู่หอก็ได้แล้วแต่ความประสงฆ์ของเด็ก มีการเรียนการสอนตั่งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัยระดับสูง

            และแน่นอนว่าโรงเรียนแห่งนี้เองก็อยู่ในความดูแลของเขาซึ่งเป็นดราคอสของโลกใบนี้รุ่นปัจจุบัน

            ถามว่าตำแหน่งดราคอสคืออะไร คำตอบคือผู้ที่ได้รับตำแหน่งดราคอสเปรียบเสมือนเทพเจ้าบนดินซึ่งสามารถชี้สั่งความเป็นความตายของเหล่ามนุษย์ปุถุชนประชากรบนโลกได้ เป็นตำแหน่งที่สำคัญมากต่อโลกใบนี้เพราะถ้าไม่มีเขาคนนี้โลกก็จะเสียสมดุลในการคุ้มครองทันที รวมถึงความเชื่อเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับว่าท่านดราคอสรุ่นแรกนั้นคือผู้ที่ทำสัญญากับมังกรเป็นคนแรกของโลกและเป็นผู้สนับสนุนคอยชี้แนะคำสั่งต่างๆ ให้กับมนุษย์ที่ทำสัญญากับมังกร เหมือนกับเทพเจ้าบนดินไม่ผิดเพี้ยนแน่นอนว่าตำแหน่งดราคอสเองก็มีสิทธิ์มีเสียงในวงการการเมืองเป็นอย่างมากเช่นกัน การบริหารต่างๆ การบริหารธนาคารไม่ว่าจะอนุมัติอะไรที่เป็นระดับทวีปหรือระดับประเทศถ้าอยากให้ในเป็นทางการจะต้องมีลายเซ็นของเขาคนนี้ด้วย

            ซึ้งเหตุนั่นเองที่ทำให้เขาต้องนั่งทำงานอ่านนู่น อนุมัตินี้ ไหนเลยจะต้องเซ็นยินยอม ไหนเลยจะต้องเซ็นเอกสารว่าด้วยเรื่องของเหล่าเพื่อนฝูงที่ไปก่อเรื่องก่อราวเอาไว้ในระหว่างทำภารกิจ แน่นอนว่าเรื่องราวนั้นไม่ใช้เรื่องขี้หมูขี้หมาแน่ถ้าเกิดมีเอกสารถึงท่านดราคอสหรือเขาคนนี้ เรื่องนั้นต้องใหญ่ถึงขนาดทำมรดกโลกพัง หรือทำให้ผื่นป่าเขตอนุรักษ์กลายเป็นหนังหน้ากลอง หรือแม่นแม้แต่ทำสถานที่ท่องเที่ยวไม่ก็สิ่งของซึ่งประดุจของประจำชาติชำรุจเรื่องนี้ถึงท่านดราคอสแน่นอน

            และนั้นก็เป็นสิ่งที่เพื่อนของเขาทำกันประจำ

            ขยันหาเรื่องปวดหัวมาให้ซะจริงนะเจ้าเพื่อนพวกนี้...

            “อา... ชาติหน้าขอเกิดเป็นมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาด้วยเถิด ถ้ามีจริงละก็น่า~” เขาบ่นไปพลางหาวไปพลางจนในที่สุดสายตาของเขาก็เลื่อนไปสะดุดตากับใครคนหนึ่งเขา

            เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงเจ้าของเรือนผมสีทองคำขาวเด่นสะดุดตายาวจนแทบจะลากพื้น สวมหมวกแบนพอดีหัวสีฟ้าตัดขาวดูเข้ากันดี สวมชุดเดรสสีฟ้ากระโปรงมีขลิบระบายลูกไม้สีขาวพร้อมกันนั้นเหมือนแม่นางผู้นี้จะสวมเสื่อข้างในอีกชั้นหนึ่งเป็นเสื่อเชิดแขนเสื่อลักษณะคล้ายบัวตูมสีขาวนวล

            แถมแม่นางยังเต้นแรงเต้นกาอย่างกับเพิ่งจะเคยเห็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายปราสาทในเทพนิยายหลุดออกมาจากโลกของเทพนิยายอย่างไรอย่างงั้น มันจึงทำให้โซระเผลอคิดไปว่า –สงสัยหลงทางหาโรงบาลบ้าที่สังกัดไม่เจอละมั้ง? เขาจึงเอ่ยทักทายเธอแบบห้วนๆ เพราะคิดว่าคนบ้าไม่เต็มบาทคงไม่ถือเรื่องการทักทายครั่งแรกต้องเป็นพิธีรีตองมากกระมัง

            นี้เธอนะ... เสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของโซระดังขึ้นทันใดหญิงสาวซึ้งโซระคิดว่าบ้านั้นก็หันหน้าไปหาเขาทันควัน ทำให้โซระเพิ่งจะสังเกตได้ว่าคนๆ นี้มีดวงตาสีอควาสวยงามราวกับเจ้าหญิง

            หรือมังกรอะไรเทือกๆ นั้น...

            มีอะไรเหรอค่ะ?” เสียงของหญิงสาวคนนั้นช่างไพเราะเพราะพริ้งฟังแล้วชวนให้หลับ โซระมองหน้าของหญิงสาวพลางจดจำใบหน้าของหญิงสาวเอาไว้ เนื่องด้วยเพราะเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างในตัวเธอ บางอย่างที่ไม่เหมือนคน ไม่ใช้ทั่งภูต ผี วิญญาณ หรือปีศาจแต่สิ่งที่เขาสงสัยนั้นก็คือความรู้สึกถึงพลังเวทอันแข็งแกร่งที่หลั่งไหลและพรั่งพรูจาตัวของหญิงสาวนางนี้  มิหนำซ้ำเส้นผมและดวงตาของนางยังไม่เหมือนคนทั่วไปตรงที่ไอ้บ้าที่ไหนมันจะบังเอิญเกิดมาแล้วมีลักษณะพิเศษตรงกับมังกรของผู้ที่ทำสัญญากับมังกรรุ่นแรกหรือมังกรบริสุทธิ์ของท่านดราคอสรุ่นแรกซะที่ไหนละ เปอร์เซ็นการเกิดแทบจะเป็นสูงเชียวนะแสดงว่าแม่นางคนนี้คงไม่ใช้คนธรรมดาๆ แน่ ไม่สิอาจจะไม่ใช้คนก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช้โครงการอะไรของเขาที่เขาจำเป็นจะต้องสนใจผู้หญิงคนนี้มาก แค่รู้สึกสนใจจนน่าหาข้อมูลเล่นเวลาเบื่อจากการทำงานหลายชั่วโมงติดกันเท่านั้น

            พอคิดได้อย่างนั้นเขาก็หาวออกมาหนึ่งครั่งก่อนที่จะเอ่ยต่อ

            เธอมาผิดที่แล้วล่ะ... โรง บาลบ้าอยู่ทางนู้นเดินไปประมาณสามกิโลก็ถึงแล้วสำหรับเธอคงเดินไหวหรือป่าวนะ?” เขาพูดเป็นการแนะนำให้กับคนที่เขาคิดว่าบ้าซึ่งยืนอยู่ห่างจากเขาประมาณเมตรกว่าๆ ได้ แต่จู่ๆ หญิงสาวคนนั้นก็กำหมัดขึ้นพร้อมพูดคำว่า “ฉัน... ” ด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังโกรธจัด แต่โซระกับยืนนิ่งจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยอาการนิ่งสงบราวกับน้ำในลำธารที่ไม่มีอะไรมารบกวนถึงแม้ว่าเขาจะเห็นหญิงสาวยกกำปั่นขึ้นเตรียมจะพุ่งเข้าหาเขาแล้วชกเขาก็ตาม สำหรับเขาแล้วผู้หญิงก็คือผู้หญิงยังไงก็ไม่มีทางที่จะมีแรงเยอะมากกว่าหรือเท่ากับผู้ชายอยู่แล้ว

            “ไม่ได้บ้านะย่ะ!  ในที่สุดหญิงสาวก็พุ่งเข้าหาเขา ด้วยความสามารถพิเศษที่มีมาแต่เกิดโดยไร้สาเหตุของโซระทำให้เขาสามารถมองความเร็วและวิเคราะห์สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะกระทำได้ แน่นอนว่าความสามารรถพิเศษนั่นคือร่างกายที่มีพละกำลังเปรียบดังมังกร สมองที่มีการจำและวิเคราะห์อย่างรวดเร็วราวกับคอมพิวเคอร์ และดวงตาที่สามารถมองได้แม้กระทั่งภายในความมืดหรือสิ่งที่มีความเร็วมากๆ เหนือขีดจำกัดของมนุษย์นั้นเอง ทำให้เขาสามารถมองเห็นและวิเคราะห์การกระทำของหญิงสาวผู้นี้ได้อย่างเฉียบคม ผลวิเคราะห์ของสมองสั่งการให้เขายกมือข้างที่ว่างและไม่ได้ถือกระเป๋าขึ้นมารับหมัดของหญิงสาวเอาไว้ เป็นผลทำให้เกิดคลื่นลมกระแทกรุนแรงเนื่องจากความเร็วและความแรงของหมัดที่หญิงสาวหวังจะชกหน้าเขาถูกหยุดไว้กะทันหัน และนั่นเองทำให้เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในตัวหญิงสาวผู้นี้ได้

            หมัดนี้... มันมีความรุนแรงถึงขนาดทำให้ผู้ที่โดนมันกระดูกแตกหรือหักได้ แม้กระทั่งเขาซึ่งมีความสามารถพิเศษมีพละกำลังเปรียบดั่งมังกรยังรู้สึกปวดระบมตรงแถวๆ มือบริเวณที่โดนหมัดนั้นเข้าเต็มๆ

            ความเร็วแบบนั้น... มันไม่ใช้คนแล้ว ยิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งแล้วใหญ่ เร็วเหนือมนุษย์แบบนี้ถึงจะบอกว่าได้ทำการนำไนตัสซึ่งเป็นไข่ฟ่อของลูกมังกรมาใส่ไว้ในตัวนั้นมันก็เวอร์เกินไปสำหรับความเร็วระดับนี้

            - งั้นคนๆ นี้อาจไม่ใช้คน น่าสนใจจริงเชียว โซระคิดไปอย่างนั้นแต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดเพลินหัวไปหน่อยทำให้ทั่งเขาและผู้หญิงผมทองคำขาวนั้นค้างอยู่ในท่านรับหมัดนั้นไปสักพักหนึ่ง

                “นะ นี้นาย... เป็นใคร?” สีหน้าที่แสดงถึงความตกใจกับเสียงที่สั่นเทาเพราะความตกใจนิดๆ บ่งบอกถึงว่าเด็กสาวผู้นี้เองก็คงกำลังคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขาอยู่แน่ คงกำลังวิเคราะห์ หรือเก็บข้อมูล หรืออาจจะไม่ใช้ทั่งวิเคราะห์ทั่งเก็บข้อมูลแต่อาจเป็นคล้ายๆ เอเลนน่า กล่าวคือมั่นใจในตัวเองมากจนเกินไปพอมาเห็นแบบนี้เลยช๊อคข้างเป็นหินเลยละมั่ง โซระมองหญิงสาวคนนี้พลางบันทึกข้อมูลการวิเคราะห์ของตัวนางไว้อย่างอัตโนมัติโดยที่จิตใต้สำนึกของเขาไม่ได้ต้องการให้บันทึกถึงขนาดนั้น ซึ่งการบันทึกการวิเคราะห์ข้อมูลของอีกฝ่ายแบบอัตโนมัติประดุจเครื่องจักรนั้นก็เป็นอีกหนึ่งในนิสัยเสียที่เขาเองก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกัน นั่นเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สมองของเขาไม่ค่อยว่าง เพราะพอเขาบันทึกเรื่องของนางแล้วเขาก็จะต้องเก็บไปคิด เก็บไปปวิเคราะห์ถึงนั่นจะเป็นการวิเคราะห์เล่นได้ก็ตามที

            “โซระ... ” โซระบอกชื่อจริงๆ ของเขาโดยที่ไม่บอกนามสกุลให้อีกฝ่ายรู้ก่อนจะลดมือลง ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลของเขาถึงแม้ใครในล้านแปดจะแลดูว่าไร้ซึ่งอารมณ์ ความคิด และความรู้สึกนั่น แต่อันที่จริงดวงตาของเขากำลังสังเกตลักษณะภายนอกของบุคคลตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนพร้อมสมองที่จะทำการบันทึกรายละเอียดนั้นแบบอัตโนมัติโดยที่เขาไม่ต้องสั่ง

            ลักษณะทางกายภาพของเธอคนนั้น

            - ผมสีทองคำขาว

            - ตาสีอควา

            - ตัวข่อนข้างเล็กและเตี้ย

            - สีผิวที่ข่อนข้างขาวกว่าคนทั่วไป

            - ฟันของเธอคนนั้นข่อนข้างแลดูแหลมกว่าคนทั่วไปมากนัก

            - ฯลฯ

            - เจ้าสมองบ้าเลิกบันทึกข้อมูลสักทีเถอะ... เขาบ่นภายในใจกับตัวเองแต่ถึงกระนั่นสมองก็ยังคงทำการบันทึกถึงลักษณะนิสัย บันทึกข้อมูลที่สังเกตได้ในแบบที่ตัวโซระอยากจะเอามีดขวานสมองออกมาแล้วเอาสมองใหม่ที่จะรับฟังคำขอร้องอ้อนวอนจากจิตใต้สำนึกเขาใส่เข้าไปแทนที่เสียเต็มแกแต่การทำแบบนั้นมีหวังได้กลายเป็นเด็กทารกอีกรอบแน่

            เขา... วันนี้เจอแต่เรื่องร้ายๆ แต่เช้าเลยน่าสงสารจริงเชียว

            โซระเดินถือกระเป๋าพาดบ่าผ่านตัวหญิงสาวไปแสดงถึงการตัดพ่อสมองที่กำลังจะบันทึกเรื่องราวของคนๆ นี้อีกรอบเป็นการสมทบ เขารีบเดินออกห่างตัวหญิงสาวอย่างฉับพลันด้วยสีหน้าของคนเจอเรื่องร้ายๆ แต่เช้า แต่ด้วยสัญชาตญาณหรืออะไรบางอย่างในตัวเขาจู่ๆ มันก็เรียกร้องให้เขาบอกชื่อเสียงเรียงนามรวมถึงยศถาบันดาสักจริงๆ แกผู้หญิงคนนี้ แต่เพราะการบอกยศจริงๆ นั่นก็คือการประกาศว่าตัวเองนี้แหละคือท่านดราคอสที่ทุกคนแสนเคารพเถิดทูนทำให้เขาบอกได้เพียงตำแหน่งภายในโรงเรียนและโค้ดเนมของเขาเท่านั้น โทวะ โซระ...ฉันชื่อโทวะ โซระ เด็กเกียตินิยมห่วยเป็นที่หนึ่งของโรงเรียน ไร้ความสามารถและโดดเรียนเป็นประจำจบทั่งประโยคเขาก็เดินเขาโรงเรียนไปแบบดื้อๆ หน้าตาเฉย พอเดินมาได้สักพักพอมั่นใจว่าออกห่างจากหญิงสาวนางนั้นแหละเขาก็หยุดเดิน อันที่จริงเขาหยุดเดินตรงหน้าประตูทางเข้าตึกเรียนพอดี

            เขาแบมือข้างที่รับหมัดของหญิงสาวคนนั้นช้าๆ เพราะยิ่งแบมือออกกว่างมากเท่าไหร่ ความรู้สึกอันแสนปวดระบมจนอดเปล่งเสียงร้อง ซี๊ด!” เบาๆ ออกมาไม่ได้ก็มากขึ้นเท่านั้น มันระบมจนมีความรู้สึกเหมือนกับว่าแม่นั้นทำลายระบบเส้นประสาทหรือทำเขาช้ำในเข่าให้แล้วรึไง?

            ความคิดทั่งหมดนั่นดูเหมือนจะถูกเผง

            รอยช้ำรูปหมัดสีแดงซึ่งห่อเลือดอยู่เป็นวงกว่าง นี้ขนาดเขายังไม่ได้แบมือออกมาทั่งหมดเขายังรู้สึกปวดระบมมากขนาดนี้... แสดงว่าแม่นั้นคงไม่ใช้คนแล้วละ อาจจะมีความสามารถพิเศษแบบเขาก็ได้

            “ซี๊ด... เจ็บเป็นบ้าเลย!” เขาอุทานพลางหันซ้ายหันขวามองหานาฬิกาติดพนังที่เขาคิดว่ามันน่าจะอยู่แถวๆ นี้ ในที่สุดเขาก็เจอจนได้ นาฬิกาแบบเข็มขนาดใหญ่เบ้อเร่อเท่อติดอยู่บนพนังสีขาวมันวาวอย่างดี ขอบทำจากทองคำแท้ส่องแสงระยิบระยับ ตัวเข็มชี้บอกเวลาเองก็ทำจากทองคำแท้เช่นกันกับตัวขอบที่ไม่หนามากนัก ส่วนตัวเลขนั่นคือตัวเลขโรมันซึ่งใช้ทำคำขาวแท้ๆ ในแบบที่ไม่มีสารใดเจือปนในการรนตัวเลข

            พอเห็นแบบนั่นสมองของเขาซึ่งเดิมทีเขาก็ไม่ชอบที่จะให้มันคำนวณ หรือบันทึกเรื่องราวบางอย่างในสิ่งที่เขาไม่อยากให้มันคำนวณ หรือบันทึกอยู่แล้วมันก็ดันคำนวณราคาของเจ้านาฬิกาแสนอลังการซะอย่างนั่น

            - หมื่นสอง ไม่สิแสนหนึ่ง ไม่น่าจะเกินแสน... จะบ้าเหรอแกเป็นคนจ่ายเงินค่าสร้างเรื่องแบบนั่นค่อยกลับไปดูใบบันชีการก่อสร้างของโรงเรียนก็ได้นี้! เขาบ่นกับตัวเองในใจก่อนจะสะบัดความคิดเรื่องนั่นทิ้งแล้วเผ่งสายตามองไปยังนาฬิกาเรือนเบ้อเร่อนั่นด้วยความยากลำบาก ใช้แล้ว... โซระสายตาสั้นสามร้อยนั่นเป็นเรื่องลำบากสำหรับการมีชีวิตอยู่โดยใช้ชีวิตแบบนักเรียนลั่นลาธรรมดาๆ สไตล์ชิวๆ  ของเขามาก เนื่องจากว่าการที่เขาจะต้องคอนแทคเลนส์นั่นถ้าเกิดวิ่งหรือขยับตัวแรงๆ ไวๆ ขึ้นมาคอนแทคเลนส์ก็จะเลื่อนทำให้เขามองไม่ถนัด ถ้าใส่แว่นมันแลดูน่าอายมากๆ และเขาเองก็กลัวว่าจะถูกเพื่อนล่อแบบสมัยเด็กๆ อีกเขาจึงเลือกที่จะทนมองไม่เห็นแบบนี้บนเส้นทางนี้

            น่าสงสารจังเลย...

            “กี่โมงแล้วหวา~ มองไม่เห็น~ ” เขาพูดลากเสียงพลางใช้สายตาเผ่งมองไปยังนาฬิกาเรือนใหญ่นั่นจนทำให้ผู้คนเหล่านักเรียนที่เดินไปเดินมาอยู่ระแหวกนั่นเกิดอาการเข้าใจผิดขึ้นมาคิดว่าโซระนั่นกำลังเผ่งมองตนด้วยสายตาเหมือนโดนเกลียดเข้าให้แล้วทุกคนจึงพยายามเดินหนีออกหางตัวโซระกันยกใหญ่ เหล่านักเรียนผู้คนที่เดินหนีโซระชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจ โซระยังคงเผ่งมองนาฬิกาเรือนนั่นอยู่นานจู่ๆ ใครคนหนึ่งก็โผล่มาและตีไหล่เขาเบาๆ

            “เอานี้มั่ยเพื่อน?” เด็กหนุ่มคนนั่นที่ดูถ้าจะสูงกว่าโซระมากเอ่ยพลางยื่นกระจกใส่ให้โซระ โซระซึ่งไม่ได้คิดใส่ใจหรือเอะใจอะไรกับคนๆ นั่นรับกระจกใส่มาแล้วเอามาทาบกับใบหน้าพร้อมกันนั่นจู่ๆ เข็มนาฬิกาซึ่งแต่เดิมเขานั่นมองเห็นไม่ชัดบัดนี้มันกลับเห็นชัดกระจ่างแจ้งราวกับสายตาของเขานั่นเป็นปกติ เด็กหนุ่มคนนั่นผู้ยืนอยู่หลังโซระยิ้มก่อนจะเอ่ยปาก

            “เห็นชัดมั้ย?” เสียงอันทุ่มต่ำเหมาะสมกับเด็กชายอายุสิบหกปีดังเข่าโสตประสาทหูของโซระทันใด โซระซึ่งไม่ได้เอะใจกับเสียงนั่นยิ้มออกมาด้วยความภูมิใจแบบสุดๆ พร้อมกล่าวชมเด็กคนนั่น “ชัดแจ๋วเลยว่ะขอบคุณนะ!” เสียงอันแหลมสูงคล้ายเด็กผู้หญิงเอ่ยชมเด็กชายคนนั่นด้วยใบหน้าแสดงความดีใจสุดขีดแต่ไม่ถึงกับเต้นแร่งเต้นกาแบบเด็กหัวทองคำขาวเมื่อเช้านั่น เขาเพียงแต่หันหลังกลับแล้วจับมือของอีกฝ่ายด้วยความไวราวกับไหล่ไปตามลง เขาสะบัดมือของอีกฝ่ายขึ้น-ลงเป็นจังหวะ

            “เห็นชัดก็ดีแล้วฉันจะได้บอกเนตรให้รักษาตาแกให้มันชัดขึ้นกว่านี้... ”เพียงเพราะประโยคนั่นประโยคเดียวถึงกับทำให้โซระที่ยืนจับมือของอีกฝ่ายอยู่หยุดชะงักไป ในจินตนาการของเด็กหนุ่มตรงหน้าซึ่งโซระจับมืออยู่นั่นจินตนาการไปว่าตัวของโซระแข็งเป็นหินและมีรอยร้าวขึ้นนิดหน่อย “เมื่อกี้คุณพูดถึงเนตร... หรือว่าคุณจะเป็น... ” เด็กหนุ่มผู้ถูกโซระเรียกสรรพนามแทนตัวเขาว่า คุณปั่นหน้ายิ้มแก้มแถบปริก่อนจะหัวเราะด้วยความซะใจนิดๆ เชิงเซอไพรส

            “ฮ้าๆๆ ใช้แล้วฉันเองครีมเดล่า มอนเดส เพอร์เชียร์ไงละ!” เขาตะโกนใส่โซระพร้อมๆ กับสีหน้าซึ่งแสดงถึงความซะใจสุดๆ “นึกว่าจะจำกันไม่ได้แล้วนะเนี่ยเจ้าคุณเพื่อน!” แล้วเขาก็ตบบ่าโซระอีกครั่งคราวนี้เล่นซะโซระตัวปลิวจนหมุดเป็นพายุเทอร์นาโดก่อนจะล่มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น

            โซระมองเจ้าคุเพื่อนที่ไม่อยากพบเอาเสียเลยด้วยใบหน้าอยากฆ่าตัวตาย

            และแล้วตอนนั่นเองสมองของเขาก็เริ่มทำงานอีกครั่ง คราวนี้ไม่ใช้การบันทึกแต่เป็นการคายข้อมูลที่ไม่อยากนึกถึงออกมา

            - เส้นผมสีแดงเลือด

            - ดวงตาสีแอเมทิสต์

            - ใบหน้าอันคมคายแถมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาดพร้อมหมากฝรั่งที่เป่ามันออกมาเป็นฟอง

            - ชุดนักเรียนของโรงเรียนดรากูลนัสที่สักๆ คิดแต่ว่าจะใส่โดยไม่คำนึงถึงความเรียบร้อย สมบูรณ์ตามสไตล์ของเขาคนนี้

            - ไอ้เพื่อนเวรที่ชอบทำตัวขวางโลก เจ้าเผด็ดการในบางเรื่อง และชอบหลับไปวันๆ อย่างเขา

            - ไอ้คุณเพื่อนที่ไม่อยากจะเจอหน้ามันเลยสักนิด ครีมเดล่า มอนเดส เพอร์เชียร์

            โซระทำหน้าเหยเกใส่ไอ้คุณเพื่อนตรงหน้าซึ่งกำลังเป่าหมากฝรั่งสีชมพูสงสัยคงเป็นรสสตรอเบอร์รี่ละมั้งด้วยสีหน้าของคนเบื่อโลกเต็มแก่ อยากจะลุกขึ้นแล้วอัดหมัดใส่ไอ้คุณเพื่อนตรงหน้าสักเปรี้ยงจนหน้าเละแล้วเย็บหน้าให้มันใหม่ให้อยู่ในสีหน้าที่มันดูมีชีวิตชีวามากกว่านี้ แน่นอนว่าถ้าเกิดเขาแปลงร่างเป็นใครก็ได้ดั่งใจนึกเขาจะแปลงร่างเป็นแม่ของไอ้เพื่อนเวรตรงหน้าแล้วสั่งสอนเรื่องการใส่เสื้อผ้าทันทีทันใด

            “ขอชกหน้าแกสักเปรี้ยงจะได้ไหม?” โซระเอ่ยด้วยเสียงอันเรียบง่าย

            “ขออนุญาตใช้สิทธิ์ปฏิเสธอย่างสุดซึ้งครับคุณเพื่อนที่ใช้สรรพยามเรียกเพื่อนในแบบที่แปลกไป...”

            “ไอ้คำว่า ...  อย่างสุดซึ้งครับคุณเพื่อนที่ใช้สรรพยามเรียกเพื่อนในแบบที่แปลกไป น่ะไม่จำเป็นต้องพูดเลยไอ้พวกขวางโลก!” โซระตะโกนใส่เพื่อนตรงหน้าซึ่งมีรูปร่างสูงโปร่ง สูงจนแถบจะเป็นเปรตอยู่แล้วละมั้งตรงหน้าด้วยอาการไม่พอใจเอามากๆ เพื่อนตรงหน้ายังคงเป่าหมากฝรั่งให้เป็นฟองด้วยสีหน้าของคนเบื่อโลกเช่นเคย แน่นอน... มันช่างเป็นอะไรที่ไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย

            “เลิกทำหน้าแบบคนอยากจะตายๆ ไปจากโลกนี้สักที่เถอะ... นั่นมันสีหน้าของฉันนะ!

            “สีหน้าเหยเกเหมาะกับนายที่สุดแล้วโซระ... ” เพื่อนตรงหน้ากล่าวตอบก่อนที่หมากฝรั่งซึ่งเขาเป่าจนเป็นฟองลูกกลมๆ ขนาดใหญ่จะแตก เขาดูดเศษหมากฝรั่งนั่นเข้าปากอย่างชำนาญก่อนจะเริ่มเป่าใหม่อีกฟอง

            - กวนโสตประสารทสิ้นดี โซระคิดแบบนั่นก่อนจะนึกอะไรบางอย่าได้ แต่พอนึกได้มันก็สายไปเสียแล้ว

            ความเจ็บปวดที่มือหายไปแล้ว!

            พอเขานึกขึ้นได้ก็รีบยกมือข้างที่รับหมัดของยัยผู้หญิงหัวทองคำขาวแรงควายผสมกอริลลาผสมช้างขึ้นมาดูพบว่า... แผลที่เป็นรอยหมัด ช้ำใน พร้อมห่อเลือดหายเป็นปริทิ้งเสียแล้ว

            - เกิดเรื่องบ้าอะไรอีก... หรือว่าเจ้านี้มันรักษาให้เรา เขาเงยหน้ามองคลีมเดล่าที่ยืนมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ถึงดวงตาของเขานั่นจะแลดูว่างเปล่าสำหรับคนทั่วๆ ไปแต่ถ้าเป็นเพื่อนสนิทละก็เขาจะมีข้อสังเกตในการมองดวงตาอันว่างเปล่าและไร้ซึ่งความคิดนั่นได้อย่างสบายๆ และนั่นเองทำให้โซระต้องเผ่งมองเข้าไปยังภายในดวงตาของครีมเดล่าเพื่อหาความจริง แต่กลับไปพบอะไรเลยที่บ่งบอกถึงกระแสการใช้เวทมนตร์รักษาจากภายในตัวเขา อันที่จริงความสามารถของเขามันก็ไม่ใช้การรักษาแต่เป็นการโจมตีระยะไกลต่างหาก พอคิดได้แบบนั่นเขาก็มีความรู้สึกว่าสมองที่เขาแสนเกียจนักเกียจหนาเริ่มจะมีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง

            “กี่โมงแล้วหวะครีม?” เขายิงคำถามใส่เพื่อนตรงหน้าด้วยภาษาเป็นกันเองแบบสุดๆ  เขาปัดแขน ปัดขาแล้วยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะปัดเสื้อผ้ารอบตัว ดวงตาสีอเมทิสต์ส่องแสงพรายสะท้อนรูปหน้าของเพื่อนหนุ่มที่เตี้ยกว่าตนข่อนข้างมากก่อนที่จะเอ่ยคำตอบ “อีกสิบนาทีเริ่มเรียน... วันนี้นายจะโดดเหรอวันเกิดเรียนวันแรกเชียวนะ?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงและสีหน้าไร้อารมณ์

            “อย่าทำสีหน้าแบบนั่นสิฟระ... โธ่เว้ย! ไม่ว่าจะเปิดเรียนหรือหรือปิดเรียนตลอดทั่งเทอมฉันก็โดดเป็นประจำอยู่แล้วไม่ใช้เราะไง!?” เขาตะวาดใส่คนเป่าหมากฝรั่งจนเป็นเป็นฟองลูกโตทันใด หมากฝรั่งนั่นก็แตกใส่ใบหน้าอันคมคายพร้อมสีผิวอมชมพูงามนั่นทันที โซระซึ่งตะหวาดใส่ครีมเมื่อกี้ด้วยความหงุดหงิดส่วนตัวก็ถอนหายใจก่อนจะเดินผ่านหน้าครีมไปโดยกระซิบข้างหูครีมเบาๆ ว่า “โทษที... ฉันรู้ว่านายอาจจะเครียดเรื่องฟูจิที่อาการแย่กว่าเดิมอยู่ยังไงช่วงนี้ผ่อนคลายจิตใจเอาไว้บางละ ส่วนงานจะยกให้คนอื่นทำแทนไปก่อนแล้วกัน” โซระเอ่ยก่อนจะเดินผ่านหน้าครีมไป

            ครีมทำเสียงขึ้นจมูกดัง “ฮึ... ” ก่อนจะเริ่มเป่าหมากฝรั่งชิ้นเก่าให้เป็นฟองลูกใหญ่อีกครั่ง “ฉันว่านายเครียดมากกว่าฉันอีกนะ... โซระ” เป็นเพราะห้องเรียนของทั้งคู้อยู่คนละห้อง หนำซ้ำยังอยู่คนละตึกอีกทำให้ไม่แปลกเลยที่ทั้งคู้จะไม่ได้เดินสวนทางเจอกันง่ายๆ แต่เพราะอะไรครีมถึงจงใจมาหาเขาที่ตึกเรียนของโซระทั่งๆ ที่การทำแบบนั่นเป็นการทำให้ตัวเองจะเข้าห้องเรียนสาย และแน่นอนยิ่งคลาสลาสคิงการเข้าห้องเรียนสายเกินสามครั่งเป็นอย่างน้อยจะทำให้โดนไล้ออกได้โดยง่ายแท้ๆ หรือว่าครีมจะเป็นห่วงโซระกันนะ?

            “พูดถึงฟูจิ... ฝืนใช้มันมากเกินไปก็ไม่ดีจริงๆ ละน่า~ แต่ก็นะ... ไม่ค่อยมีใครยอมรับฟังเหตุผลเราสักเท่าไหร่ มีแต่คนมองเราว่าเป็นคนขวางโลกแถมเจ้าเผด็ดการมันก็ใช้ว่าดีแต่ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งได้เหมือนกันละน่า~ ไอ้ที่เขาว่าเรียกคาแรกเตอร์หรือเปล่ากันนะ ชั่งเถอะกลับห้องเรียนดีกว่า” คิดได้อย่างนั่นครีมก็เดินกลับห้องเรียนด้วยกิริยาสบายๆ แต่ทว่า...

            กึก!

            เหมือนว่าเท้าของเขาจะเหยียบกับอะไรสักอย่างเข้าให้แล้ว เขาก้มมองลงไปที่พื้นทั่งๆ ที่หมากฝรั่งยังคาปากก็ต้องพบกับ ตุ๊กตากระต่ายหูยาวใส่ชุดสูทและหมวกทรงสูงสีดำ นอนแผ่หน้าติดพื้นเพราะโดนครีมเหยียบเข้าเต็มๆ อย่างน่าสงสาร ในมือถืออะไรบางอย่างคล้ายนาฬิกาพกสีทองมีโซ่ห่อยอยู่

            ดวงตาสีอเมทิสต์ที่ว่าไร้ซึ้งความรู้สึกบัดนี้ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

            ดวงตาแข็งกร้าว ความโกรธกำลังจะปะทุในไม่ช้า

            เหมือนครีมจะนึกอะไรออกดวงตาของเขาถึงแฝงไปด้วยความโกรธเช่นนั่น เขากดเจ้าตุ๊กตากระตต่ายไว้แน่นก่อนที่จะทำปากขยุบขยิบราวกับกำลังท่องอะไรบางอย่าง สักพักเขาก็หยุดแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาช้าๆ ก่อนจะก้มตัวลงเก็บตุ๊กตากระต่ายตัวนั้น ดวงตาที่แฝงไปด้วยความโกรธมองแผ่นกระดาษที่ติดอยู่บริเวณท้องของมัน

            ‘Hi, It is fake, Where the actual? Hurry before the explosion, I was happy to have destroyed this school.’ สวัสดี... ขอโทษนะตัวนี้มันของปลอม ของจริงอยู่ที่ไหนกันนะ? ถ้าไม่รีบหาเดี๋ยวมันจะระเบิดเอาซะก่อนนา~  มีความสุขจังเลยที่ได้ทำลายโรงเรียนเนี่ย ฮ้าๆๆ!

          อุปนิสัยเปลี่ยนไปแล้ว...

            “คำพยากรณ์และลางสังหรณ์..” เขาเอ่ยด้วยเสียงอันแผ่วเบาพลางเม้มริมฝีปากของตัวเอง “แล้วใครเขาบอกให้เธอระเบิดโรงเรียนง่ายๆ กันละ? ยัยโง่!” เขาตะโกนออกมาจนทำให้เด็กนักเรียนในระแวกนั่นหันหน้ามามองเขาเป็นสายตาเดียวโดยไม่ได้นัดหมาย

            “เฮอะ... ทำกับฟูจิไม่พอจะทำกับเพื่อนฉันด้วยงั้นเหรอ จะเขี่ยฉันทิ้งแล้วไปหายัยเอเลนน่าน่ะมันยังเร็วไปอีกร้อยปี ยัยเด็กประถม!” แล้วเขาก็เดินจ้ำอ้าวออกไปด้วยสีหน้าราวกับกำลังจะไปฆ่าคน


\

            ทั้งโซฟาสีแดงยัดนุ่นและตุ๊กตากระต่ายสีขาวสวมหมวกทรงสูงพร้อมชุดสูทสีดำนั่นคือที่นั่งของเด็กหญิงอายุสิบห้าจริงๆ นะหรือ?

            ระเบียงที่กว้างใหญ่เกินจำเป็น ที่นั่นมีโต๊ะน้ำชาสุดหรูอลังการสีขาวนวลแลดูสะอาดตาตั้งอยู่ แต่สิ่งที่แปลกคือโซฟายัดนุ่นพร้อมตุ๊กตากระต่ายหลายสิบตัวตั้งหลังโต๊ะน้ำชาสีขาวสุดหรูนั่นทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นเก้าอี้เหล็กสีขาวนวลสะอาดตาซึ้งเป็นชุดของโต๊ะน้ำชาแต่เดิมแท้ๆ แต่ทำไมมันถึงมาตั้งวางไว้แทนเก้าอี้ของโต๊ะน้ำชาสุดหรูนั่นกันนะ?

            บางทีเด็กสาวอายุสิบห้าเจ้าของโซฟาสีแดงยัดนุ่นคนนั่นอาจตอบได้

            “คุณเอเลสก้าค่ะ... เรื่องที่สั่งให้ไปทำเสร็จแล้วนะค่ะ” จู่ๆ หญิงสาวในชุดสูทสีดำรูปร่างสูงผอม เธอผู้นั่นมีเรือนผมสีดำมัดขึ้นเป็นทรงหางม้ายาวระต้นคอ เธอยืนตรงยืดอกยกไหล่ขึ้นด้วยความสง่าอยู่ตรงประตูทางเข้าระเบียงซึ้งเป็นกระจกใส่ทั่งบาน ขอบนั่นทำจากทองคำแท้อย่างดี เด็กสาวผู้นั่งอยู่บนโซฟา ผมสีฟ้าลอนงามตัดสั้นระต้นคอสลวยบ่งบอกถึงการดูแลเอาใจใส่ของผู้เป็นเจ้าของ มือข้างหนึ่งถือแก้วชาข้างหนึ่งถือสมุดบันทึกอิเล็คทรอนิคพร้อมกำลังดูอะไรบางอย่าง

            เด็กสาวร่างเล็กผู้นั่นจิบชาหนึ่งครั่งก่อนจะเอ่ย

            “บอกโซจิหรือยัง?” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแสนเรียบง่ายแกมจริงจังจนหญิงสาวในชุดสูทผู้นั้นสะดุ้ง “ยะ ยังเลยค่ะเจ้านาย... ดิฉันต้องขอประทางโทษด้วยค่ะ” เธอโค้งศีรษะหนึ่งครั้งด้วยความรู้สึกผิด เด็กสาวไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรมาก “ไปทำซะ... ทำงานไม่ได้มีความรอบคอบเอาซะเลยแย้จริงๆ” เธอเอ่ยก่อนจะไล้หญิงในชุดสูท หญิงในชุดสูทก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป เด็กสาวผู้ถูกเรียกด้วยนาม เอเลสก้า  จิบชาหนึ่งครั้งแล้วางแก้วชาใบโปรดซึ้งสลักด้วยลวดลายอันวิจิตรงดงามสมราคาเลขห้าหลักที่เธอไปประมูลมาด้วยความถะนุดถนอม เธอยังคงจ่องมองสมุดบันทึกอิเล็คทรอนิคในมืออยู่ฉันใดก็ฉันนั้น

            “อืม... ใช้พลังเวทในการสร้างเจ้าตุ๊กตาพันนั้นเยอะเกินไปรึเปล่าเอสก้า?” ชายร่างสูงบึกบึนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น เจ้าของเสียงทุ่มต่ำแบบคนทั่วไปผิดเสียแต่ว่านายคนนี้ไม่ใช้คน

            “กำแพงน่ะ... ภายนอกอาจดูทำลายง่ายแต่แท้จริงแล้วภายในช่างแข็งแกร่งและระเบิดยาก” เอเลสก้าเอ่ยพลางปิดสมุดบันทึกอิเล็คทรอนิคแล้ววางไว้บนโต๊ะก่อนจะเปลี่ยนท่านั่งไปนั่งไขว่ห้างและจิบชาด้วยสีหน้านิ่งๆ ราวกับไม่ทุกข์ไม่ร้อน

            เขาเรียกวางมาดคุณหนูรึเปล่า?

            “และอีกอย่าง... เจ้ากำแพงนั้นดันมีตัวช่วยอยู่แค้ระเบิดยี่สิบกว่าอันมันไม่สะเทือนอะไรเลยด้วยซ้ำ” เด็กสาวเอ่ยแล้วจิบชา

            “แล้วเธอจะสร้างระเบิดไปทำไม ทำไมไม่ลุยแบบรวดเดียวจบไปเลยละ ถ้าเป็นเธอตอนนี้ขอแค้กระดิกนิ้วก็เชือดมันทิ้งได้แล้วแท้ๆ หรือถ้าใช้วงเวทชิรานุยก็คงไม่ยากถ้าเป็นตอนนี้!” ชายหนุ่มร่างบึกบึนเอ่ยพลางกำหมัดพร้อมเส้นเลือดปูดขึ้นหน้าบริเวณขมับ แต่เด็กสาวก็ยังคงทำใจเย็นนิ่งอยู่ได้ “ฉันทำเพื่อดูลาดลาว” เธอเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะเอนหลังพิงกับโซฟาสีแดงยัดนุ่นนั้นด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า “ขอพักหน่อยแล้วกัน... เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย” สิ้นเสียงของแด็กสาวอายุสิบห้าร่างเล็กราวกับเด็กประถมจบลงเปลือกตาซึ้งดูเหมือนจะรู้หน้าที่ของตัวเองดีก็ค่อยๆ ปิดลง

            ชายหนุ่มร่างบึกบึนทันทีที่เห็นมาสเตอร์ของตนหลับตาด้วยความเหนื่อยล้าก็ถอนหายใจ “เป็นคนที่... วางมาดเก่งจริงๆ สมควรให้รางวัลโมเดลมั้ยละเนี่ย?” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะเดินไปเอาผ้าห่มอย่างดีกางห่มให้เอเลสก้าด้วยความเอ็นดู

            สายตาแห่งความห่วงใยพร้อมรอยยิ้มอันแสนเปราะบางผิดกับร่างกายอันบึกบึนนั้นคืออะไร?

            “หลับให้สบายนะครับ... มาสเตอร์”  ชายหนุ่มร่างบึกบึนกระซิบข้างหูของเอเลสก้าเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้อีกตัวหนึ่งแล้วอ่านหนังสือเล่มโปรดของเขาซึ้งอ่านมาแล้วไม่รู้กี่ร้อยครั้งด้วยสีหน้านิ่งสงบราวกับว่าเมื่อกี้เขาไม่ได้ทำอะไร

           

 

                \

          … ไม่ได้คาดคิดไว้แต่แรกเลยล่ะนะว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

          ... พูดอะไรแบบนั้นกันน่ะโทวะชิโรโนะโอกิโนะฮากายาเสะริอุนคุง?

          ... ไอ้ชื่อยาวๆ เป็นตูดเป็ดแบบนั้นไม่ต้องเรียกเต็มๆ ก็ได้ คลาวดี้ ดี คาเมลล่า เดอะ โรบอท ซิสเตอร์?

          ... เลียนแบบงั้นเหรอ!? อยากเจอปืนบาซูก้าทวินชัตเตอร์รึเปล่าย่ะ!?

          ก็เอาสิ... ถ้าเธอคิดว่าจะชนะฉันได้ละก็นะ

          ... เลิกถียงกันซะทีจะได้มั้ยน่ารำคาญ?

            ... เอาซี้! งั้นวันนี้เรามาตัดสินผลแพ้ชนะกันถอะ! ตอนนี้เลย!

            ฮึ... ตราบใดที่ฉันยังมีเบรอีฟฉันไม่แพ้หหรอก!

            … รำคาญวุ้ย!

            

           

           

   


(c)                            Chess theme
   

50 ความคิดเห็น

  1. #46 Moge-ko Midnight (@riko-04) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2557 / 14:12
    ขอบคุณที่มาต่อค่า ลูกสาวออกแล้ว >< เรื่องต่อจากนี้ต่อไปจะเป็นยังไง ต้องติดตาม
    #46
    0
  2. #45 Moge-ko Midnight (@riko-04) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2557 / 14:50
    สนุกมากเลยจ้า อารมณ์มมันค้างอ่ะมาต่อด้วยน้า เป็นกำลังใจให้ไรท์ สู้ๆ
    #45
    0
  3. วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 02:02
    เอาเข้าแล้วสิ
    #44
    0
  4. #42 รันดร์ Near soul (@19992542soul) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 17:02
    สมน้ำหน้า // ขออีกครึ่งด้วยครับ!!!
    #42
    0
  5. วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 23:33
    เอเลน่านี่ถ้าจะมีบทยาว หุๆ
    #39
    0
  6. #13 สู้ๆนะคะ (@kyouko) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 21:47
    สวดยอด
    #13
    0
  7. #11 Red Raven IV (@wongphaka) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 17:26
    ว้าว แค่บทนำก็น่าสนุกแล้วสิ หึหึหึ

    Ps.ตัว ผมมี2บุคคล ตัวตนแรกก็แค่บี ผู้ที่คอยส่งจดหมายให้พวกคุณ มันเป็นแค่หน้าที่ อีกตัวตนหนึ่งก็คือนักฆ่า นักฆ่าที่ใครๆก็พากันเรียกว่านักล่าหัวตาเดียว ตัวผมเองก็มีหัวใจเหมือนกัน ทำไม?ถึงต้องทำแบบนี้ด้วย ผมก็เจ็บ เสียใจเป็นเหมือนกัน ทำไมละ ทำไม..ถึงเห็นแค่ผมเป็นเครื่องจักรสังหาร ถ้างั้นผมก็จะเป็นเครื่องจักรสังหารตามที่พวกคุณต้องการเอง ส่วนบี.. ผม ก็จะเป็นแค่เครื่องมือที่ส่งจดหมายตามต้องการ...หึ...ความรักงั้นหรอ? ตัวผมมีก็แค่ความชิงชัง...ชิงชังทุกสิ่งทุกอย่าง..ล่าก่อน...ความรัก... กระสุนของผมคือจิ้งจอกทมิฬ...จำไว้ซะผมคือจิ้งจอก...
    #11
    0