Please, be trapped! ปฏิบัติการขโมยหัวใจขอปิดไว้เป็นความลับ

ตอนที่ 8 : บทที่ 6 : ฉันยังคงรักเธอ แม้เธอจะไม่รักกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 พ.ย. 56

6

I still love you, but you don’t.

ฉันยังคงรักเธอ แม้เธอจะไม่รักกัน

เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว

โอ้ยยยย T_T ชีวิตม.ต้นปีสุดท้ายมันแย่ชะมัด นอกจากจะต้องปวดหัวเพราะต้องเลือกสายต่อแล้ว ฉันยังต้องขยันทำเกรดให้ดีอย่างบ้าคลั่งอีกด้วย ถึงโรงเรียนที่เรียนอยู่จะไม่ใช่ศูนย์รวมพวกหัวกะทิ แต่ก็ไม่ง่ายดายจนถึงขั้นจะนอนตีพุงรอวันสอบได้หรอกนะ ดังนั้นฉันเลยต้องหมกตัวเองอยู่แต่ในห้องกับกองหนังสือมากมาย โอยยย ฉันอ่านมันมาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้จะบ่ายโมงอยู่แล้ว หิวก็หิวแต่ก็หยุดไม่ได้ เพราะถ้าหยุดไปกลับมาต่อใหม่มันจะไม่ติดน่ะสิ ฮือๆๆ กินหนังสือแทนข้าวเลยได้ไหมเนี่ย เผื่อจะฉลาดได้แบบไม่ต้องอ่าน Y_Y

ก๊อกๆๆ

            เสียงเคาะประตูทำให้ฉันต้องวางปากกาลงแล้วพ่นลมหายใจพรืด ใครกันนะช่างเคาะไม่รู้เวลาเลย ต้องเป็นป้าแจ่ม แม่บ้านมาตามฉันไปกินข้าวกลางวันแน่เลย

            “ป้าแจ่มคะ ผิงยังไม่หิวอ้าว พี่ตาล มีอะไรเหรอคะ O_O

            คนที่เคาะประตูไม่ใช่ป้าแจ่ม แต่เป็นพี่ตาลของฉันเอง

            “ไปข้างล่างเร็วๆๆ พี่มีคนจะแนะนำให้รู้จัก >O<” พี่ตาลกระชากแขนฉันออกจากห้องแล้วจัดการปิดประตูเองเสร็จสรรพ จะมาแนะนำใครให้รู้จักอีกนะ พี่ตาลก็รู้นี่ว่าฉันไม่เคยเข้ากับใครได้เลย T^T

            “ใครเหรอคะพี่ตาล”

            “เอาน่ารีบลงมาก่อน เมื่อกี้พี่ไปปลุกพี่ชั้นแต่มันไม่คิดจะกระดิกตัวเลยสักนิด แถมยังถีบพี่ออกจากเตียงด้วย!

            ฉันก็เลยต้องโดนลากลงมาแทนงั้นเหรอนี่ โอพี่ตาลคะ ผิงยังอ่านหนังสือไม่จบสักเล่มเลยค่ะ U_U

            แต่ฉันก็ไม่อยากจะขัดพี่ตาลเพราะดูพี่ตาลจะกระตือรือร้นมากเหลือเกิน สงสัยว่าคนที่จะแนะนำให้รู้จักจะต้องเป็นคนสำคัญมากแน่ ว่าแต่เป็นใครกันล่ะ เพื่อนๆ ของพี่ตาลส่วนมากฉันก็รู้จักเกือบหมดแล้ว

            “เอาล่ะ ผิง ก่อนอื่นพี่ต้องขอโทษที่ไม่เคยพูดถึงเขาให้ผิงได้ฟังมาก่อนเลย” เราทั้งคู่หยุดคุยกันตรงบันได อะไรกัน อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงห้องรับแขกอยู่แล้ว =_= “คือพี่อยากจะเซอไพรส์เราน่ะ เข้าใจนะ >_<

            “อ่าเซอร์ไพรส์อะไรเหรอคะ  -O-;;

            “ตามมาสิ โอ้ะ เกือบลืมไปเลย ไอพอดที่เราฝากให้พี่โหลดเพลงให้น่ะได้แล้วนะ อ่ะ นี่” พี่ตาลยื่นไอพอดสีเหลืองมาให้พร้อมหูฟังที่ฉันคงจะลืมไว้สักที่ในบ้าน -_-;; ก็งี้แหละ ฉันไม่เคยมีสติหรอก ว่าแต่เพลงที่พี่ตาลโหลดให้คราวนี้มีอะไรบ้างนะฉันเสียบหูฟังแล้วเลือกเปิดเพลงไปมั่วๆ

            ถึงจะบอกว่าฉันฝากโหลดก็เถอะ แต่ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยนะ อันที่จริงไม่ค่อยจะฟังด้วยซ้ำ แต่ช่วงนี้ใกล้สอบเลยหาอะไรมาคลายเครียดบ้างเป็นครั้งคราวก็เท่านั้นล่ะ

All I knew this morning when I woke
Is I know something now, know something now I didn't before
And all I've seen since eighteen hours ago
Is green eyes and freckles in your smile
In the back of my mind making me feel like

(ทุกอย่างที่ฉันรู้เมื่อต้องตื่นขึ้นมาในยามเช้า
คือรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
และทั้งหมดที่ฉันได้เห็นเมื่อสิบแปดชั่วโมงที่ผ่านมา
คือดวงตาสีเขียว รอยกระบนใบหน้า และรอยยิ้มของเธอ
ส่วนลึกในใจฉันรู้สึกว่า)

 

เสียงเพลงดังคลอในหูขณะที่ขาฉันก็ก้าวตามพี่ขนมตาลไปยังห้องรับแขกด้วย

“ขนมผิงนี่สกิล แฟนพี่เอง >_<

“สวัสดีครับน้องผิง ^_^

            ฉันเป็นอันต้องละความสนใจจากไอพอดในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองแฟนพี่ขนมตาลกลับมามีแฟนอีกครั้งแล้วงั้นเหรอ

            ก่อนที่ผู้ชายตรงหน้าจะทำให้ฉันเกือบลืมหายใจ

 

I just want to know you better know you better know you better now
I just want to know you better know you better know you better now
I just want to know you better know you better know you better now
I just want to know you know you know you

(ฉันแค่อยากจะรู้จักเธอให้มากขึ้น ..มากขึ้นอีก

ฉันแค่อยากจะรู้จักเธอให้มากขึ้น ..มากขึ้นอีก

ฉันแค่อยากจะรู้จักเธอให้มากขึ้น ..มากขึ้นอีก

ฉันแค่อยากจะรู้จักเธอให้มากขึ้น รู้จักเธอ รู้จักเธอ)

            เขาเป็นเจ้าของใบหน้าเนียนใสที่กำลังส่งยิ้มให้ฉันอย่างจริงใจด้วยริมฝีปากบางสีชมพูอ่อน ดวงตาเรียวคมไม่ได้ทำให้เขาดูเป็นคนน่าเกรงขามแต่อย่างใด ตรงกันข้ามเลย เขาดูน่าเข้าหาและเป็นมิตรสุดๆ เพราะความสดใสจากแววตาคู่นั้น อะไรบางอย่างในตัวเขาทำให้ฉันรู้สึกดีมากกว่าผู้ชายที่มีดีแค่หล่อ เขา...ดึงดูด...

Cause all I know is we said hello
And your eyes look like coming home
All I know is a simple name, everything has changed
All I know is we held the door
You'll be mine and i'll be yours
All I know since yesterday is everything has changed

(เพราะฉันรู้เพียงแค่เราพูดทักทายกัน

และสายตาของเธอมันเหมือนกับคนหลงทางแล้วได้กลับบ้าน

ทั้งหมดที่ฉันรู้ก็แค่ชื่อของเธอ และทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ทั้งหมดที่ฉันรู้คือเราทั้งคู่หยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู

เธอจะเป็นของฉันและฉันก็จะเป็นของเธอ

ทั้งหมดที่ฉันรู้นับตั้งแต่เมื่อวานที่เราพบกัน…คือทุกสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว)

           

            “ขอโทษนะผิงที่พี่ไม่เคยเล่าให้ฟังเลย ไม่โกรธใช่ป่ะ”

            ฉันไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกและได้แต่มองใบหน้านั้นอย่างไม่อาจละสายตา

And all my walls stood tall painted blue
And I’ll take them down, take them down and open up the door for you

And all I feel in my stomach is butterflies
The beautiful kind, making up for lost time,
Taking flight, making me feel like

(และกำแพงแห่งความเศร้าที่คอยขวางกั้น

และฉันจะพังมันและเปิดประตูต้อนรับเธอ

และฉันรู้สึกปั่นป่วน

สิ่งสวยงามชดเชยช่วงเวลาที่ขาดไป

หายไปทันใด ทำให้ฉันรู้สึกว่า)

 

            ฉันเอาแต่จ้องหน้าเขาและเหมือนว่าเจ้าตัวจะรู้สึกได้เลยหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้อีกครั้ง ตอนนั้นเองที่บางอย่างในตัวฉันเต้นรัวเร็วเหมือนจะหลุดออกมา การหายใจของฉันผิดปกติ มันถี่และเร็วกว่าเดิม ความประหม่าเกิดขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ฉันหลบหน้าไม่ยอมสบตาเขา รู้สึกเปียกชื้นไปทั่วฝ่ามือ ฉันกำไอพอดแน่น

            “ผิง

            มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน

            “ผิง!

            “ขะคะ O_O” ฉันตอบรับพี่ตาลตาลีตาเหลือก

            “เป็นอะไรน่ะ เหม่อยาวเชียว อยู่ใกล้กันขนาดนี้ยังไม่ได้ยินพี่เรียกเลยเหรอ  -O-

            “อะอ้อ ผิงรู้สึกหิวๆ น่ะค่ะ ยังไม่ได้กินข้าวเลย” ฉันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ และเหลือบมองเขาคนนั้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องรีบหลบสายตาเมื่อรู้ว่าเขาก็กำลังมองมาเช่นกัน

            รอยยิ้มนั่นทำให้ฉันไม่เป็นตัวเอง

            “เออจริงด้วย พี่เห็นเราอ่านหนังสือทั้งวันเลยนี่ งั้นรีบไปกินข้าวแล้วขึ้นไปอ่านต่อเถอะ พี่ไม่กวนแล้ว แค่อยากจะแนะนำสกิลให้รู้จักเฉยๆ น่ะ ^^

            สกิลเหรอ

            “ว่าแต่ผิงยังไม่เปิดปากพูดแฟนพี่เลยนะ =_=;; ทักได้ มันไม่กัดหรอก ฮ่าๆๆ”

            “เธอว่าฉันเป็นหมาเหรอ -__-++

            “คิดเองทั้งนั้น”

            “ฉันไม่ใช่เธอนะจะได้คิดไปเองเก่งเป็นตุเป็นตะ  -O-

            “ไอ้กิล!

            “จ๋า -3-

            “เดี๋ยวเหอะ -*-“ พี่ตาลขมวดคิ้วใส่เล่นๆ เธอไม่ได้โกรธจริงจังอะไร ก่อนจะเดินมาเกาะไหล่กระซิบกับฉันแบบพี่น้องสองสาว “...เออนี่ผิง ตกลงจะไม่ยอมเปิดปากพูดกับสกิลจริงๆ เหรอ พี่รู้ว่าเราไม่ค่อยคุ้นผู้ชาย แต่คนนี้ขอไว้หน่อยนะ พี่อยากให้รู้จักจริงๆ น่ะ -///-

            ฉันพยายามรวบรวมสติขณะที่พี่ตาลค่อยๆ ผละออกไป มันเป็นความรู้สึกที่ไม่มีทางหายไปง่ายๆ และฉันก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรด้วย

            “สะสวัสดีค่ะ”

            “น้องผิงนี่ท่าทางขี้อายมากเลยนะเนี่ย ^_^

            แต่ทันทีที่รอยยิ้มนั้นถูกส่งมาอีกครั้งมันก็เหมือนว่าฉันจะรู้

            เพื่อให้อะไรๆ มันชัด ฉันตัดสินใจรวบรวมความกล้าแล้วเงยหน้าขึ้นเผชิญกับความจริง

            เขามองมาที่ฉัน

            ฉันมองไปที่เขา

            เรากำลังสบตากัน

All I know since yesterday is everything has changed
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันรับรู้นับตั้งแต่เมื่อวานนี้ก็คือ…ทุกสิ่งทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้ว

            และฉันรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

            “ไอ้ผิง!

            “หะหือ O_O ว่าไง”

            ฉันได้สติออกจากความคิดเรื่อยเปื่อยแล้วหันหน้าจากหน้าต่างไปหาแตงกวา

            ทำไมอยู่ๆ ก็คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาไม่รู้แฮะ

            “แกยิ้มอะไรวะ” แตงกวาเอ่ยถามก่อนจะเหลือบไปมองอาจารย์ พอเห็นว่าอาจารย์กำลังวุ่นวายกับกระดานอยู่มันก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วชะโงกผ่านหัวฉันมองไปนอกหน้าต่าง

            “โอ้ยๆๆ อะไรของแกเนี่ยแตงกวา” ฉันโวยเมื่อโดนไอ้เพื่อนตัวแสบมันกดหัว

            “ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่หว่า =O=…แล้วแกยิ้มอะไรของแก”

            “แค่ฉันยิ้มแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างมันต้องแปลว่าฉันยิ้มให้ใครเหรอ ทำไม ฉันจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วอยากจะยิ้มไม่ได้หรือไงฮะ -*-

            “เออว่ะ อ้ะๆๆ แต่ช่วงนี้แกเหม่อบ่อยมาก และทุกครั้งที่เหม่อก็มักจะมองออกไปนอกหน้าต่างงี้ตลอด ถึงแกจะคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจริง แต่ฉันว่ามันต้องเกี่ยวกับใครสักคนข้างล่างแน่เลย”

            โอ้โห คิดไปเองเก่งมาก =O=

            “เพ้อเจ้อใหญ่แล้วแก =_=

            “อย่ามาปิดบังฉันซะให้ยาก บอกมาเถอะว่าแกไปมีปัญหาอะไรกับใครเขาหรือเปล่า ดูคิดมากจังเลยนะ”

            “บ้าหน่า มีปัญหาแล้วฉันจะยิ้มทำไมเล่า -*-

            “ก็จริงเฮ้ย O_O” แตงกวาร้องเสียงดังจนคนทั้งห้องหันมามองกันพรึบ! ไม่เว้นแม่แต่อาจารย์ประจำวิชา =[]= “หรือว่าแกจะมีความรัก!

            “คุณตรีกาญจน์ มีปัญหาอะไรในคลาสดิฉันหรือเปล่าคะ”

            เป็นอัตโนมัติที่ฉันรีบทำเป็นก้มหน้าก้มตาเลคเชอร์ทันทีเมื่ออาจารย์ประจำวิชาหันมาทางนี้ เธอใช้สายตาอันเคร่งขรึมมองมาพร้อมใบหน้าอันเหี่ยวย่นอุ้ย สงสัยฉันจะอยู่กับแตงกวามากไปแล้ว ปากไม่ดีเลย TT^TT

            “อ่าไม่ค่ะ หนูคิดว่าไม่ -_-;;

            “งั้นก็นั่งลงและเลคเชอร์ตามดิฉันด้วยค่ะ”

            “ค่ะ =O=;;

            แตงกวาค่อยๆ หย่อนก้นลงเก้าอี้ก่อนจะทำเป็นตั้งใจเลคเชอร์เนื้อหาที่เรียน แต่พออาจารย์เผลอเท่านั้นล่ะ มันก็หันมาแยกเขี้ยวใส่ฉันทันที

            “อย่าให้ฉันรู้ละกันว่าแกอมอะไรไว้ ถ้าคิดจะมีความลับก็เก็บให้ดีแล้วกัน ไอ้ผิง!

            เฮือกฉันถึงกับทำปากกาหลุดมือเพราะรู้ว่าแตงกวาไม่ล้อเล่นแน่ ถึงมันจะเป็นคนโอเว่อร์ชอบพูดจาทีเล่นทีจริง แต่อะไรบางอย่างในน้ำเสียงนั้นบอกฉันว่าคราวนี้มันไม่ใช่ แตงกวาเป็นคนน่ากลัวตรงที่ถ้าจริงจังกับอะไรแล้วจะมุ่งมั่นมาก อยากได้อะไรต้องได้ อยากรู้อะไรต้องรู้ และมันก็ไม่สนวิธีการซะด้วยสิ

            ขนมผิงเอ้ยความลับของเธอต้องป่นปี้แบบไม่ต้องสงสัยเลย U_U;;

           

            ออดดดดดดดด

            หมับ!

            ทันทีที่คาบสุดท้ายจบลงฉันก็คว้ากระเป๋านักเรียนที่เก็บของไว้ตั้งแต่เริ่มคาบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมองซ้ายมองขวาดูต้นทางก่อนออกจากห้องให้แน่ใจว่าแตงกวาไม่อยู่แถวนี้ โชคดีที่มันเกิดปวดฉี่ขึ้นมาฉันเลยน่าจะรอดได้

            พรุ่งนี้ค่อยเตรียมคำโกหกดีๆ ให้มันละกัน...

            “ไอ้ผิง นั่นแกรีบไปไหนน่ะ -__-++

            พลาดแล้ว T_T

            “กลับบ้านน่ะสิ พี่บอยมารอแล้วเนี่ย”

            “แต่แกยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะว่าแกมีอะไรในใจ -__-++

            “อะเอ่อ ก็ก็มันไม่มีไง ฉันเลยไม่บอก ^_^;;

            “ฉันกินข้าวน่ะเว้ยไม่ได้กินหญ้า ไม่เชื่อ! ทำไมวะ เดี๋ยวนี้มีไรบอกไม่ได้แล้วใช่ป่ะ”

            พูดกันดีๆ ไม่ได้ต้องดราม่าเลยเหรอ T_T

            “คือฉัน” ฉันพยายามสรรหาคำโกหกที่ดูน่าเชื่อถือที่สุด แต่ว่าตั้งแต่จำความได้ฉันไม่เคยโกหกสำเร็จเลยนะ U_U “โธ่กวา เรื่องนี้เรื่องเดียวจริงๆ ที่ฉันบอกไม่ได้ อย่าคาดคั้นฉันเลย T^T

            “อุ้ย  -O- นี่แกมีความลับจริงๆ ด้วยเหรอนี่”

            หมายความว่ายังไง =O=

            “เปล่า ทีแรกก็แค่คิดว่ามีแต่ไม่มั่นใจ เลยลองแกล้งคาดคั้นแกดูเผื่อจะเผยไต๋แล้วก็ใช่จริงด้วย แกมีอะไรในใจจริงๆ”

            -O-

            “แต่รู้ว่าถามไปแกคงไม่บอกหรอกเพราะงั้นก็เก็บความลับไว้ให้ดีละกันนะ หนมผิง ^_^

            เหมือนฉันจะจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่เห็นรอยยิ้มนี้ของแตงกวา คือตอนที่มันบอกว่าจะไปขโมยข้อสอบจากห้องพักครู และหลังจากที่ผลสอบออก แตงกวาที่เคยติด F จนอาจารย์เพ่งเล็งก็มี A เรียงกันเป็นพรืดอย่างสวยงาม ตอนนั้นทุกคนงงมากว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่แตงกวาไม่เคยโผล่ในห้องเรียนพิเศษที่ไหนเลย แม้แต่ฉันเองยังเคยแซวๆ มันว่าแผนขโมยข้อสอบน่ะท่าจะสำเร็จนะ แต่ก็พูดไปงั้นๆ สนุกๆ มากกว่าจะคิดจริงจัง

            ทั้งที่ฉันน่าจะเอะใจเมื่อได้คำตอบจากแตงกวาเป็นรอยยิ้มนั้น

            ^_^

            โอ้ก็อด TTOTT

 

            แต่ในเมื่อตอนนี้แตงกวายังไม่ทันจะลงมือ ฉันก็ไม่ควรตีตนไปก่อนไข้และเดินหน้าทำในสิ่งที่ดีที่สุด (แปะๆๆ งดงามมากจ้ะ) นั่นคือการเริ่มทำงานในร้านอาหารเป็นวันแรกไงล่ะ ^O^ แค่คิดว่าจะได้เจอพี่สกิลอีกครั้งในรอบอาทิตย์ฉันก็ตื่นเต้นไปหมดแล้วเนี่ย อยากรู้จังว่าพี่สกิลจะใช้ชีวิตหนุ่มโสดแบบไหน จะสบายๆ หรือกำลังหงอยเหงาคิดถึงพี่ตาลอยู่พูดไปแล้วก็รู้สึกเหี่ยวเลย =­_= แหงล่ะ คำตอบมันชัดเจนแบบไม่ต้องคิด ไม่มีทางอยู่แล้วที่เขาจะดีใจในชีวิตโสด พี่กิลรักพี่ตาลอย่างกับอะไรดีนี่

            “ยัยผมเปีย! ทำไมเธอเพิ่งมาเนี่ย แย่แล้วๆๆๆ >O<” พี่อุลต้าวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาฉันที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำเปลี่ยนชุดน่ะ ชุดพนักงานของที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ต้องใส่เหมือนกันให้เป็นระเบียบล่ะมั้ง มันเป็นชุดเสื้อยืดคอวีสีขาว สกรีนตัวอักษรสีดำว่า Restaurant แล้วก็ผูกผ้ากันเปื้อนแค่นั้นเอง

            “พอดีฉันเลิกเรียนช้าน่ะค่ะ มีอะไรเหรอคะ”

            “ไอ้เอ็กซ์ต้าน่ะสิ ไอ้เอ็กซ์ต้ามันฮึก” พี่อุลต้าเบือนหน้าหนีไปอีกทางพร้อมเสียงสะอื้นจากลำคอลึกๆ ฉันประมวลผลในหัวถึงคนที่ถูกกล่าวถึง

            เอ็กซ์ต้าเหรอ

            “เธอเพิ่งเริ่มงานคงจะไม่รู้จัก ไอ้เอ็กซ์ต้าเป็นน้องชายฝาแฝดของเพอร์เฟ็กต์ มันเป็นเพื่อนที่นี่ของเรา และตอนนี้มันก็ให้ตาย ฉันทำใจไม่ได้จริงๆ! TOT

            อ้อ ฉันเคยได้ยินแตงกวาเล่าถึงเหมือนกันว่าแตกต่างจากพี่เพอร์เฟ็กต์มากราวฟ้ากับเหว ถึงภายนอกจะดูเป็นคนนิ่งๆ ไม่สุงสิงกับอะไรมากเหมือนกัน แต่ทว่าภายในกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง พี่เพอร์เฟ็กต์เป็นคนง่ายๆ สบายๆ ยังไงก็ได้ให้มันจบไปในขณะที่พี่เอ็กซ์ต้าเนี้ยบและใส่ใจกับทุกอย่าง

            ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับพี่เขาเหรอ  =O=?

            “มันเป็นความผิดฉันเองฉันไปกับมัน แต่ก็ช่วยมันไม่ได้ฉันฉันมันเลว! TT^TT

            “ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ เกิดอะไรขึ้นกับพี่เอ็กซ์ต้าเหรอคะ O_O

            ฟังจากน้ำเสียงต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่

            “ไอ้เอ็กซ์มันฮึกไอ้เอ็กซ์มันกำลังเจ็บ TOT

            “เขาเป็นอะไรเหรอคะ O_O

            “เธอทนฟังไม่ได้หรอก เชื่อฉันเถอะ

            “ไม่ค่ะ ฉันฟังได้ มีอะไรจะได้รีบแก้ไขไงคะ บอกมาเถอะค่ะพี่อุลต้า”

            “ไอ้เอ็กซ์มันฮือออ TT^TT

            “พี่เอ็กซ์ต้าทำไมคะ!

            “มันกำลังเจ็บหนักเพราะโอ้ย >_< ใครวะ”

            “แกแกล้งน้องเขาเหรอ -__-

            =O= อะไร งง

            ฉันมองผู้ชายที่อยู่ๆ ก็เดินมาตบหัวพี่อุลต้าดังผัวะตาค้าง

            “แกล้งอะไร ฉันแค่รู้สึกเศร้าใจที่แกกำลังเจ็บหนักนะ T^T

            =_= อะไรของแกวะ”

            เจ็บหนักอ้อ งั้นผู้ชายคนนี้ต้องเป็นพี่เอ็กซ์ต้าแน่เลย อ้ะ แต่เขาก็ดูสบายดีนี่ ไม่เห็นจะเจ็บหนักตรงไหนเลย -*-

            “แกไม่เจ็บเหรอ T^T

            เจ็บอะไร =_=

            “ก็นี่ไง” พี่อุลต้าเอื้อมมือไปจับผมของพี่เอ็กซ์ต้าทำไม -_-;; ที่ฉันเห็นก็แค่ผมซอยสั้นดัดหยิกที่เซ็ตเป็นทรงตามแฟชั่นธรรมดา หาได้ตามย่านวัยรุ่นทั่วไป ไม่เห็นมีไรแปลกเลยนี่ “โถเพื่อนรัก แกคงเจ็บมากสินะ ผมแกหยิก T^T

            “ฮะ” ฉัน

            ” พี่เอ็กซ์ต้าเงียบ แต่สีหน้าแบบว่างงมาก

            “ฮ่าๆๆๆ ก๊ากๆๆ >O< ไงล่ะ ขำกันจนพูดไม่ออกเลยล่ะสิมุกฉัน เอิ้กๆๆ”

            มะมุขเหรอ

            อะไรของแกวะ =_=;;” พี่เอ็กซ์ต้า

            “อ้าว =O= ไม่เก็ทเหรอ แล้วทำไมเงียบกันล่ะ” พี่อุลต้าเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะอธิบายหน้าชื่นบาน “ก็ผมแกหยิก แกก็เลยเจ็บไง ^O^

            เหมือนโลกหยุดหมุนไปเสี้ยววิ

            -__-“ ฉันและพี่เอ็กซ์ต้า

            อืมบางทีแตงกวามันก็เป็นคนที่เชื่อถือได้นะ =_=;;

            อะไรทำให้เขากล้าเล่นมุกอย่างนั้นกัน ไม่อยากจะเชื่อเลย!

            “เธอไปทำงานเถอะ” พี่เอ็กซ์ต้าบอกฉันก่อนจะเดินออกไปรับออร์เดอร์ที่โต๊ะ ฉันเห็นแคชเชียร์ที่กำลังว่างอยู่ประหนึ่งเจอแสงทองส่องชีวิต *O*

            “นี่ผิง เมื่อกี้เธออึ้งไปเลยอ่ะดิ ที่จริงฉันยังมีอีกหลายมุกอ้าว จะไปไหนอ่ะ =O=

            “แคชเชียร์ไม่มีคนอยู่ ฉันต้องรีบไปแล้วล่ะค่ะ”

            “เฮ้ยเดี๋ยวไอ้เพอร์มันก็ออกมา มานี่ๆ มาฟังยายบุญกับตามีก่อน กาลครั้งหนึ่งนาน

            “ฉันอยากทำงานให้ดีที่สุดน่ะค่ะ ขอโทษจริงๆ นะคะ เดี๋ยวคราวหลังเราค่อยคุยกัน >_<

            “อ่าเคๆ งั้นคราวหน้าเธอต้องฟังฉันนะ เออนี่ อย่าไปบอกใครล่ะ (O_O )( O_O)” เขามองซ้ายมองขวาอย่างกับจะมีใครสนใจมาแอบฟังอย่างนั้นล่ะ “มุกเมื่อกี้นี้น่ะ เป็นมุกแรกในรอบปีที่ไอ้เอ็กซ์ต้ามันตามฉันไม่ทันเชียวนะ >O<

            “ระเหรอคะ =_=;;

            “อิๆ ถึงมันจะไม่ขำแต่ก็ถือว่าฉันได้ก้าวไปอีกขั้น ^O^ เธอไปทำงานเถอะ เดี๋ยวคราวหน้าเรามาคิดแผนทำลายหน้านิ่งๆ ของไอ้เอ็กซ์กับไอ้เพอร์กันต่อ ถ้าได้เธอมาร่วมมือกันฉันอาจจะทำสำเร็จก็ได้นะ >_O” เขาขยิบตาให้ ถ้าเป็นก่อนหน้านั้นฉันคงรู้สึกว่าเขาช่างทะเล้นทะลึ่งและน่ารักไม่หยอก แต่พอบังเอิญได้ฟังมุกผมหยิกอะไรนั่นฉันก็นึกชมเขาไม่ออกเลยอ่ะ -_-;;

            พอตัดบทสนทนาได้สำเร็จฉันก็มาประจำที่แคชเชียร์ ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์สำคัญในการมาทำงานพี่สกิล

            ฉันก้มลงมองนาฬิกาข้อมือห้าโมงเย็นแล้ว

            อีกไม่นานเขาต้องมาแน่ๆ เลย >_<

            ฉันปฏิบัติหน้าที่คิดเงินอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เมื่อกี้พี่เอ็กซ์ต้าใจดีมาสอนฉันกดเครื่องด้วยล่ะ และพร้อมๆ กันนั้นฉันก็ชะเง้อชะแง้มองออกไปนอกร้านอยู่บ่อยๆ เผื่อว่าเขามาแล้วจะได้ตั้งตัวทัน

            ว่าแต่ผมเปียของฉันเรียบร้อยดีหรือยังนะ แล้วโบว์ล่ะ

            “เฮียกิล! แย่แล้ว >O<

            ฉันเงยหน้าขึ้นจากการสำรวจตัวเองอย่างรวดเร็ว O_O

            “อะไรวะอุล ตะโกนซะดังเลย  -O-“ ฉันหันขวับไปมองเจ้าของเสียงอันคุ้นหู พบว่าใช่จริงๆเขามาแล้ว >_<

            “ไอ้เอ็กซ์กำลังเจ็บหนักเว้ย”

            “เฮ้ย O_O จริงดิ มันเป็นไรวะ เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย”

            “ผมมันหยิก”

            “เมื่อกี้ฉันโทรหามันฮะไรนะ…=O=

            “มันไปดัดผมมา มันเลยเจ็บเพราะผมมันหยิก ^O^” ยิ้มด้วยท่าทางแบบเดิมทุกประการ

            ” สตั้นไปสามวิ จริงๆ อาจจะทั้งชีวิตเลยก็ได้ถ้าไม่มีภูมิต้านทานพอ =_= ฉันเห็นใจพี่สกิลนะในฐานะที่โดนมาก่อนแล้ว

            “เป็นไงเฮีย *O* มุกนี้ผ่านป่ะ”

            “นี่แกยังกล้าถาม!” ใช่เลย เขากล้าถามมันออกได้ไง “มุกนี้มันยิ่งกว่าเจ๋งอีก! เฮ้ย สุดยอดอ่ะ >O< แม่งแบบว่าสตั้นมาก แกเล่นกับไอ้เอ็กซ์มันยังเนี่ย”

            …=O= อะไรกัน

            “เล่นเมื่อกี้เองเฮีย ไอ้เอ็กซ์มันไม่ขำอ่ะ แต่มันก็ตามผมไม่ทันนะ ยืนฟังจนเล่นจบเลย ก๊ากๆๆ >O<

            “เออเจ๋งจริงว่ะ ไปลองกับไอ้เพอร์เร็วเข้า ปะอ้ะ =O= แต่เดี๋ยวก่อน”

            เขาคงจะรู้สึกตัวแล้วสินะ O_O

ฉันภาวนาให้เขารู้สึกตัวได้แล้วโวยวายกับมุกพี่อุลต้า

            “อะไรเหรอเฮีย O_o

            “จะบอกว่าครั้งนี้เฮียขอเล่นนะ อยากทำให้เพอร์มันเงิบอ่ะ ได้ปะๆๆ *O*

            “โหยเฮีย จัดไป แบ่งๆ กันเล่น แบ่งๆ กันขำ เอิ้กๆๆ ^O^

            และพี่สกิลที่ฉันเฝ้ารอมาหลายชั่วโมงก็เดินไปกอดคอกับพี่อุลต้า ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินผ่านแคชเชียร์ไปราวกับฉันเป็นอากาศธาตุ

            =O=…พี่สกิลเป็นคนแบบนี้เองเหรอเนี่ย

            ปัง!

            “คิดเงิน -__-

            อุ่ย >_< คุณลูกค้าใจร้ายจัง ฉันแค่เหม่อไปแปปเดียวเอง กระแทกใบเสร็จซะแรงเลย

            “ค่ะๆๆ” ฉันรีบรับใบเสร็จมาและกดตอกแตก เมื่อเงยหน้าขึ้นจะบอกราคา ฉันก็พบว่าคนตรงหน้าคือผู้ชายคนนั้นไอ้คนที่เดินตามฉันมาเพื่อซื้อลูกชิ้นปิ้ง! O_O นาย”

            “เท่าไหร่”

            “หะห้าร้อยหกสิบบาท”

            -__-

เขาวางเงินลงบนโต๊ะทั้งที่ฉันก็ยื่นมือออกไปรับ -_-

            “ถามจริงเธอคิดว่ามันจะสนใจเธอจริงๆ เหรอ”

            “เงินทอนสี่ร้อยสี่สิบบาทค่ะ -__-

            “เมื่อนี้ฉันเห็นนะ เธอยืนหัวโด่เลยอ่ะ แล้วมันก็เดินผ่านไปใช่ป่ะ ไม่มองเลยนี่  -O-

            “ขอบคุณที่ใช้บริการนะคะ โอกาสหน้าเชิญใหม่ค่ะ”

            “ร้านนี้ไม่เคยมีใครพูดแบบนี้นะ นั่นมันพนักงานเซเว่นแล้ว”

            “ออกไป!

            “อุ้ย  -O- แบบนี้ก็ไม่มีนะ พนักงานเซเว่นก็ไม่พูด”

            “นายจะมายุ่งอะไรกับฉันนักหนาฮะ” เริ่มหงุดหงิดบ้างแล้วนะ .v.

            “แล้วเธอจะยุ่งอะไรกับไอ้สกิลมันนักหนาล่ะ ^_^

            นั่นมันเรื่องของฉัน” ฉันตอบอ้อมแอ้มไม่สบตา

            “งั้นมันก็เรื่องของฉันเหมือนกันที่มายุ่งกับเธอ”

            ทำไมทุกครั้งที่เจอกันเราต้องยอกย้อนกันไปมาด้วยนะ ไอ้ตอนที่ฉันได้ย้อนเขามันก็รู้สึกดีหรอก แต่พอเจอเข้าเองกลับรู้สึกหงุดหงิดมากเลย

            ฉันยืนจ้องเขาแบบไร้คำพูด หวังจะสื่อความหมายด้วยสายตาล้วนๆ แต่คนตรงหน้าฉันนิ่งมาก เขาไม่ได้หงุดหงิดตอบแต่ก็ไม่ได้หลบสายตา เลยกลายเป็นว่าเราสองคนกำลังจ้องกันแบบไม่ลดละ

            “อ้าว ยัยผมเปีย เธอเองเหรอมายืนแทนฉัน”

            พี่เพอร์เฟ็กต์ที่เข้ามาจากทางหลังร้านเป็นคนทำลายบรรยากาศมาคุ

            “ขอตัวนะคะ” ฉันกระแทกเงินทอนในมือให้คนตรงหน้าดังป้าบใหญ่

            “อะอือ -*- ขอบใจนะ” พี่เพอร์เฟ็กต์มองฉันสลับกับเขาเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือไล่ฉันไปรับออเดอร์ “เธอไปโต๊ะ 19 ไป เขายังไม่ได้รับออร์เดอร์เลย”

            “ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะเดินออกมาทำหน้าที่ของตัวเองจริงๆ สักที

            แม้เขาจะมองมาหรือไม่ ฉันก็ไม่สนใจหรอก

            ถึงที่ฉันกำลังทำมันจะผิดยังไง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรเข้ามายุ่งอยู่ดีนี่

            “รับออร์เดอร์หน่อยค้าบบบ ^O^” ฉันหยุดเท้าที่กำลังจะก้าวไปยังโต๊ะ 19 เพราะมีลูกค้าอีกโต๊ะหนึ่งเรียกไว้ก่อน และเมื่อหันไปหาลูกค้าคนนั้น หัวใจฉันก็รัวเร็วอย่างกับกลอง O_O “อ้าวผิง

            พี่สกิลทักฉัน

            “หวัดดีครับ ไม่รู้เลยนะว่าเธอทำงานที่นี่น่ะ ^^

            และเขาก็ยิ้มให้ฉันด้วย

            “ขอเป็นวาฟเฟิลกับไอศกรีมช็อกโกแลตราดช็อกโกแลตสองที่นะ” พี่สกิลชูสองนิ้วประกอบคำพูด มันดูน่ารักมากจนฉันแทบกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่

            จริงสิ เขาชอบช็อกโกแลตมากเลยนี่นา

            “รบกวนด้วยนะผิง ^_^

            “ขะค่ะ! >_<” ฉันรีบฉุดตัวเองขึ้นมาจากอาการเพ้อฝันแล้วก้มหน้าก้มตาจดเมนูด้วยมือที่สั่นหงึกๆ ขณะเดียวกันก็เหลือบมองพี่สกิลที่กำลังดูดน้ำปั่นจนแก้มป่อง

            ขะเขาน่ารักจัง (///.__.)

            คงจะดีไม่น้อยถ้าฉันได้พูดกับเขาบ้าง

            เอาล่ะ เป็นไงเป็นกัน >_<

            “พี่สกิลคะ ตอนนี้เมนูใหม่ของทางร้าน

            ครืดดด

            โทรศัพท์ของพี่สกิลสั่นบนโต๊ะทำให้ฉันหันไปมองแบบอัตโนมัติ เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับทันทีแล้วเดินออกไปคุยนอกร้าน ทิ้งฉันไว้กับสมุดจด ปากกา และสมองที่ว่างเปล่า

            เพราะสิ่งที่โชว์บนหน้าจอโทรศัพท์เมื่อกี้นี้มันคือชื่อพี่ขนมตาล

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #25 MN Narachi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 22:14
    รีบอัพต่อเร็วๆฉันรออออ-3- 
    #25
    0