Please, be trapped! ปฏิบัติการขโมยหัวใจขอปิดไว้เป็นความลับ

ตอนที่ 10 : บทที่ 8 : นายเถลิงหมี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ม.ค. 57

8

Mr. Ta-leng-mee

นายเถลิงหมี

          ฉันยังคงทำงานที่ร้านอาหารทุกเลิกเรียนตามปกติจนเริ่มจะสนิทกับพวกพี่ๆ เขาบ้างแล้ว แน่นอนว่านั่นไม่นับรวมพี่สกิล เพราะเอ่อเขาพิเศษน่ะ -_-/ / / จะว่าไปความสัมพันธ์ของฉันกับพี่เขาในช่วงเวลาหลายสัปดาห์มานี้ถือว่าก้าวไปไกลมากนะ จากเดิมที่ไม่ค่อยได้พูดคุยกันก็มีแลกเปลี่ยนความเห็นกันมากขึ้น ส่วนมากก็จะเป็นพี่สกิลนั่นแหละที่ชวนคุย ไม่รู้ว่าพี่เขาคิดคำพูดมากมายได้ยังไงกัน เรื่องบางเรื่องที่ไม่น่านำมาคุยได้ พี่เขาก็เอามาเป็นประเด็นสนทนาซะงั้น แถมยังคุยสนุกด้วยสิ

          “ผิง! O_O

          คะ =O=/ / /” ฉันหันไปขานรับพี่สกิลที่อยู่ๆ ก็เปิดประตูพรวดออกมาจากหลังร้าน แถมยังอยู่ในชุดไม่เรียบร้อยสุดๆ พี่เขาปลดกระดุมชุดนักศึกษาไปแล้วตั้งสองสามเม็ดนะ ทำไมยังกล้าเปิดประตูออกมาอีก

          ไม่รู้หรือไงว่าคนมองเขาจะแย่เอาน่ะ U_U/ / /

          “เห็นชุดพนักงานพี่ไหมครับ”

          “กะก็อยู่ในล็อคเกอร์นี่คะ” ฉันทำเป็นง่วนกับการเช็ดเคาท์เตอร์สุดๆ

          “เหรอ พี่ไม่เห็นเลยอ่ะ  -O- ผิงไม่ได้เอาไปไหนใช่ป่ะ”

          แล้วฉันจะเอาไปไหนเล่า แค่จับยังไม่กล้าเลย!

          “ไม่นี่คะ”

          “อ้อ อืม งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ขอหาต่อแปปแล้วจะรีบออกมาช่วยนะครับ ^O^

          พอได้ยินเสียงปิดประตูแล้วฉันก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากเคาท์เตอร์แล้วหันหลังตามไปมอง แม้จะไม่เห็นเจ้าของเสียงเมื่อครู่นี้แล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา >_<

          เฮ้อถึงจะรู้ว่าพี่เขาไม่ได้คิดอะไรเลยก็เถอะ

          นึกถึงตรงนี้แล้วฉันก็รู้สึกเหี่ยวเลย ยอมรับนะว่ามีความสุขที่ได้มีพี่สกิลในทุกๆ วันแบบนี้ ได้คุยกัน ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ แล้วก็มีโอกาสจ้องหน้าพี่เขาบ่อยๆ แต่จะว่าไงล่ะสถานะมันก็ยังเป็นแค่คนรู้จักอยู่ดี อย่างมากก็คงแค่น้องสาว (ของแฟนเก่าด้วยนะ T^T) ซึ่งคิดยังไง มองมุมไหน ฉันก็ยังรู้สึกว่านี่มันยังไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการเลยอ่ะ

          นี่ฉันกำลังมักมากใช่ไหมเนี่ย U_U;;

          บ้าจริงเลย ได้แค่นี้ก็บุญเท่าไหร่แล้วฮะขนมผิง

          แต่ถ้ามากกว่านี้มันก็ดีใช่ไหมล่ะ (.__.  )

          “มาแล้วครับ! ^O^ โธ่ หาตั้งนาน ที่แท้ไอ้อุลมันแกล้งพี่อ่ะ =_= มันแอบเอาชุดพี่ไปใส่ในล็อคเกอร์ไอ้เพอร์เฟ็กต์เพราะรู้ว่าพี่ไม่กล้าค้น เมื่อกี้ไอ้เพอร์เพิ่งมาโยนเสื้อใส่หน้าพี่เอง มันนึกว่าพี่แกล้งมัน”

          =O=

          พี่อุลต้านี่ขี้แกล้งจังเลย

          “ผิงทำไรอยู่อ่ะ”

          “อ่อ กำลังจะเอาของไปเสิร์ฟโต๊ะนู้นน่ะค่ะ”

          “โห  เยอะแยะขนาดนี้เนี่ยนะ แน่ใจนะว่าลูกค้าคือกลุ่มนักเรียนน่ะ ถ้าไม่บอกพี่นึกว่าคนท้องนะเนี่ย สั่งอย่างกับจะกินเผื่อลูกในท้อง โอยตาย =_=

          “บ้าเหรอคะ พี่สกิลก็เว่อร์ไป เขามากันหลายคนหรอกค่ะ -_-;;

          “งั้นพี่ช่วยยกไปเสิร์ฟนะครับ ^O^

          “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วันนี้ผิงยังไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย พี่เอ็กซ์ก็ชอบทำนู่นทำนี่ให้”

          “มันคงเห็นผิงทำอะไรไม่ค่อยเป็นน่ะ  -O-

          =_=

          “ฮ่าๆๆ พี่ล้อเล่น แต่อันนี้ผิงยกไม่ไหวหรอก ให้พี่ช่วยดีกว่าของเสียหายทีหลังนะครับ”

          ฉันลังเลใจ เมนูที่ลูกค้าสั่งมันก็เยอะจริงๆ นั่นแหละ แต่ฉันก็ไม่อยากจะกินแรงใครนี่

          “งั้นเอางี้ไหม ถ้าผิงอยากทำเราก็มาแบ่งกันไปเสิร์ฟแบบนี้ไง ^^” พี่สกิลหยิบถาดมาอีกหนึ่งถาดแล้วยกถ้วยขนมหวานสองถ้วยวางลงบนถาดใหม่นั้น ฉันมองดูอีกถาดหนึ่งในมือพี่สกิลที่มีถ้วยขนมอยู่สามถ้วย ก่อนจะพยักหน้า

          “งั้นก็ได้ค่ะ”

          “ดีเลย ปะ งั้นไปเสิร์ฟกัน ลูกค้าหิวแล้วววว >O<

          ฉันอมยิ้มกับท่าทางทะเล้นๆ ของพี่สกิล ถึงจะพอรู้มาบ้างจากพี่ขนมตาลว่าเขาขี้เล่นและไม่ได้สุภาพอะไรมากมายอย่างที่คิด แต่พอได้รู้จักกันมากขึ้นฉันกลับรู้สึกชอบความขี้เล่นแบบนี้ของเขามากกว่าภาพลักษณ์แบบผู้ใหญ่ๆ ซะอีก

          หรือว่าเพราะเป็นพี่สกิลก็ไม่รู้แฮะ ทำอะไรฉันถึงไม่เคยรู้สึกขัดใจเลย

          ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างๆ น่าอบอุ่นที่กำลังเดินนำไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม

          จะว่าไปถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันมันก็คงมากพอแล้วมั้ง ^_^

 

          “เลิกสักทีว้อยยยย *O*” พี่อุลต้ากระโดดเด้งดึ๋งอย่างบ้าคลั่งบนโซฟาเมื่อร้านปิดโดยไม่สนใจฉันที่กำลังยกมือไหว้ลาเลย =_= แต่ช่างเถอะ ฉันเลิกพยายามจะบอกลาเขาแล้วหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาถือก่อนจะยกมือไหว้พี่คนอื่นๆ แทน

          ในสองสามวันแรกของการทำงาน ทุกคนที่เห็นฉันยกมือไหว้ต่างพากันทำหน้างี้  -O- แล้วบอกว่าฉันนี่นุ่มนิ่มจริงๆ ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าการไหว้คนอายุมากกว่ามันนุ่มนิ่มตรงไหน แล้วน่าแปลกใจยังไงกัน -_-;; ทำไมต้องมองฉันประหลาดๆ ด้วย

          แต่ตอนนี้ทุกคนคงจะรู้จักฉันมากขึ้นกันแล้วล่ะ เลยส่งยิ้มนิดๆ ให้แทนการบอกลา

          “พี่ยังไม่อยากกลับบ้านเลยอ่ะ” พี่สกิลพูดขณะถอยรถออกจากที่จอด ตอนนี้ฉันกลับบ้านกับเขาเป็นปกติแล้วล่ะ ถือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของพี่บอยแล้วกันนะคะ แหะๆ

          “แล้วจะทำไงได้ล่ะคะ”

          “ก็ไม่ต้องกลับไง ^O^

          ฮะ =O=

          “ไปกินไอศกรีมกัน พี่เลี้ยง >_O

          ไม่ต้องรอให้ฉันตอบรับ ห้านาทีต่อมาพี่สกิลก็จอดรถที่ห้างสรรพสินค้าแถวนั้นเสร็จสรรพ ฉันได้แต่ก้าวตามพี่สกิลไปตามห้างแบบงงๆ แปปเดียวเท่านั้นเราก็มานั่งในร้านไอศกรีมเล็กๆ ตกแต่งด้วยสีสดใสร้านหนึ่งที่น่าจะเป็นสถานที่วัยรุ่นพบปะพูดคุย พี่สกิลยิ้มร่าแล้วส่งเมนูให้ฉัน

          “สั่งเลยครับ”

          =O=…อ้อ ค่ะๆ” ฉันรีบรับเมนูมาเปิดดู

          “เรานี่ดูเป็นคนมึนๆ เนอะ ^^

          แค่เฉพาะกับรอยยิ้มพี่ต่างหาก =_=

          ฉันเปิดเมนูแล้วสั่งไอศกรีมวานิลลาไปล้วนๆ สองสกู้ป พี่สกิลเองก็สั่งแต่ช็อกโกแลตล้วนๆ เหมือนกัน แถมยังเป็นไอศกรีมช็อกโกแลตพร้อมวาฟเฟิลช็อกโกแลตที่ราดด้วยช็อกโกแลต เสิร์ฟพร้อมเค้กช็อกโกแลตอีกต่างหาก  -O-;; โอ้โหเลย ดูท่าเขาจะชอบของเขาจริงๆ แฮะ

          ไม่นานนักไอศกรีมทั้งสองถ้วยก็มาเสิร์ฟ พี่สกิลก้มหน้าก้มตากินใหญ่ในขณะที่ฉันเอาแต่เขี่ยไปเขี่ยมาและมองคนตรงหน้ากินอย่างมีความสุข

          เขาน่ารักจัง >_< ดูมีความสุขกับอะไรง่ายๆ ด้วย

          มีอะไรหรือเปล่าครับ”

          “ฮะ O_O หือ ก็เอ่อ ไม่มีอะไรนี่คะ”

          “แล้วเรามองหน้าพี่ทำไมอ่ะ ไม่กินสักที  -O-

          “อ่าคือว่า

          ก็ใครจะรู้ล่ะคะว่าพี่รู้ตัวว่าถูกมองด้วย U_U;;

          “คือว่าอะไรเหรอ”

          “อะอ้อ! ผิงสงสัยน่ะค่ะว่าพี่สกิลชอบช็อกโกแลตมากเลยเหรอ O_O;;

          “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ^O^ ชอบสิครับ ชอบมากเลยด้วย”

          อืม รู้ตั้งนานแล้วล่ะค่ะ -_-;;

          ฉันเลิกจ้องหน้าพี่เขาแล้วก้มลงจะตักไอศกรีมคำแรกเข้าปาก แต่ก็พบว่ามันเหลวเป็นน้ำไปแล้ว =_= นี่ฉันคงจะจ้องหน้าพี่เขานานไปจริงๆ นั่นแหละ แย่ชะมัดเลย เสียดายของนะเนี่ย

          “แล้วผิงชอบกินไอศกรีมรสอะไรเหรอ”

          “วานิลลาค่ะ”

          “อ้อนึกว่าชอบกินไอศกรีมละลายซะอีก”

          -O-/ / /”

          บ้าจริง! ฉันโดนเขาแซวเลยอ่ะ T_T

          “ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่ะ จะสั่งใหม่ก็ได้นะครับ ^^

          “มะไม่เป็นไรค่ะ =_=;;

          “แต่เรายังไม่ได้กินเลยนะ สั่งเลยๆ ไม่ต้องเกรงใจพี่”

          “อ่าไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ”

          ขอมองพี่กินดีกว่า(/ / /.__.)

          “งั้นพี่สั่งให้เองน้องครับ ขอโกปิโป้อัลมอนด์สองสกู้ปครับ ^O^

          ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาพี่สกิลด้วยความประหลาดใจ

          โกปิโป้อัลมอนด์?

          “เอ่อ พี่สกิลคะ”

          “ว่าไงครับ”

          “คือว่าผิงอ่า ผิงไม่กินกาแฟน่ะค่ะ มันขม (;;; .__.)”

          “แล้วไงครับอ้อ เออใช่! พี่เผลอสั่งโกปิโป้อัลมอนด์ให้เรานี่นา O_O ไม่เป็นไรๆ เราสั่งใหม่เถอะ เดี๋ยวพี่กินเอง”

          ฉันยิ้มให้พี่สกิล รู้สึกได้ว่ามันเป็นรอยยิ้มที่แห้งเหือดเหลือเกิน

          ก็โกปิโก้อัลมอนด์นั่นมันรสโปรดพี่ขนมตาลนี่

          “เออผิง

          “คะ?”

          พี่สกิลทำเป็นตักไอศกรีมเข้าปากเหมือนสิ่งที่กำลังจะพูดไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเท่าไหร่นัก แต่อะไรบางอย่างบอกฉันว่ามันไม่ใช่

          “ตาลเป็นไงบ้างเหรอ”

          นั่นไง

          “ก็ปกตินะคะ” ฉันพยายามตอบให้สั้นที่สุด

          “ปกติแบบ...มีความสุขปกติเลยเหรอ”

          “ค่ะ”

          “แล้วยังกลับบ้านดึกอยู่ไหม”

          “ก็มีบ้างค่ะ”

          “ชอบตากฝนอยู่ไหมครับ”

          “ไม่รู้สิคะ ฝนไม่ค่อยตก”

          “ดูซี่รี่ย์ดึกๆ ล่ะครับ มีบ้างมะ

          “ทำไมพี่สกิลไม่ไปถามพี่ตาลเองล่ะคะ!

          ผิง” พี่สกิลมองฉันอย่างไม่เข้าใจ

          ในที่สุดฉันก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ทำไมเขาต้องย้ำให้รู้ด้วยนะว่าเขายังมีแต่พี่ขนมตาล

          “ขะขอโทษค่ะ ผิงปวดหัว ขอกลับก่อนนะคะ”

          “อ้าวเหรอ งั้นกลับเลยก็ได้ พี่ไปส่ง O_O

          “ไม่ต้องค่ะ”

          =O=

          “พอดีผิงโทรเรียกพี่บอยแล้วน่ะค่ะ”

          “อ้ออืม กลับบ้านดีๆ ละกันนะ” เขายิ้มเจื่อนๆ ให้ ไม่ใช่เขาไม่รู้หรอกว่าฉันโกหก แต่เขาคงรู้สึกได้ว่าฉันอยากจะไปเต็มทนก็เลยไม่รั้งไว้มากกว่า เพราะพี่สกิลก็อยู่กับฉันตลอดเวลา เป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะโทรหาพี่บอยโดยที่พี่เขาไม่รู้

          ฉันคว้ากระเป๋านักเรียนแล้วรีบเดินออกจากร้านทันทีโดยไม่ได้หันหลังกลับไปมองสีหน้าพี่สกิลว่าเป็นยังไง ตอนนี้ฉันขอเลิกแคร์เขาสักนาทีคงไม่ตายหรอกมั้ง ในเมื่อเขาเองยังไม่ค่อยจะแคร์ฉันเลยนี่เฮอะ ชวนฉันมากินไอศกรีมเพราะอยากรู้เรื่องพี่ขนมตาลเหรอ เขากล้าทำได้ยังไง เขาไม่รู้หรือไงว่าฉันเจ็บ!

          แน่ล่ะ เขาไม่รู้หรอก เขาไม่เคยรู้อะไรเลย

          ฉันเดินออกจากห้างสรรพสินค้า ก้าวขาฉับๆ ไปตามท้องถนนอย่างไม่มีจุดหมาย ในหัวมันมีอะไรประเดประดังเข้ามาเต็มไปหมดจนน่าหงุดหงิด ใบหน้ายิ้มๆ ของพี่สกิลที่เคยทำให้ฉันรู้สึกดี ตอนนี้กลับรู้สึกอยากจะควักสมองตัวเองแล้วเอายางลบมาลบภาพเขาออกไปจากหัวจริงๆ เลย ทำไมต้องมาทำดีกับฉันให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองมีหวังด้วยนะ มันกี่ครั้งแล้วที่ฉันคิดไปเอง กี่ครั้งแล้ว!

          อยากจะร้องไห้ T^T

          หมับ!

          “โอ้ย TOT” แล้วก็ได้ร้องจริงๆ ด้วย เมื่ออยู่ๆ มีใครไม่รู้มากระชากผมเปียข้างหนึ่งของฉันจากทางข้างหลัง บอกตรงๆ ว่าเสียสมดุลอย่างแรง จะดึงทำไมไม่ดึงทั้งสองข้างล่ะเอ้ย ไม่ใช่ละ จะดึงข้างไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้นล่ะ ใครกันเนี่ยยย TT^TT เจ็บ

          เมื่อค่อยๆ หมุนตัวกลับหลังหันขณะที่เจ้าของมือปริศนาก็ค่อยๆ คลายมือออกจากผมเปียฉัน และเมื่อได้เจอหน้ากัน ฉันก็พบว่าเขาคือ…O_O

          “นาย

          “อะไร รู้จักฉันเหรอ -__-

          ไม่อ่ะ”

          เขาคือคนที่ฉันไม่รู้จัก!

          ฟังดูเหมือนกวนนะ แต่เปล่าเลย เขาคือผู้ชายปริศนาคนนั้นที่หายไปจากชีวิตฉันสักพักแล้วไงล่ะ O_O ภาพความทรงจำของฉันรีเพลย์กลับไปตั้งแต่ตอนงานวันเกิดพี่ขนมตาลที่ฉันเดินชนเขา จนไปถึงครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกันนั่นก็คือวันแรกที่ฉันเข้าทำงานที่ร้านอาหาร

          เกือบเดือนแหน่ะ

          แล้วเขาจะโผล่มาทำไมอีกเนี่ย แถมยังไม่ทันได้พูดอะไรกันก็มากระชากหางเปียฉันอีก >O<

          “ไง ลืมกันยัง”

          “ลืมละ”

          “โกหก -__- เมื่อกี้เธอยังอ้าปากพะงาบๆ เรียกฉันเหมือนจำได้อยู่เลย”

          “ฉันไม่ได้โกหก ก็เรายังไม่ทันรู้จักกันเลย แล้วจะลืมได้ไง =_=

          ก็จริง” เขาทำหน้าครุ่นคิดอะไรสักอย่างก่อนจะสบตาฉันอีกครั้ง  “งั้นเรามารู้จักกันดีไหม”

          “ฮะ  -*-

          “ฉันชื่อ

          “หยุดเลย ฉันยังไม่พร้อม ไว้วันหลังแล้วกัน ตอนนี้กำลังหงุดหงิด” ฉันตอบตามจริงแล้วหมุนตัวกลับจะเดินหนี แต่ทว่าเขากลับเอื้อมมือมากระชากหางเปียข้างเดิมของฉันไว้ โอ้ยยยยยย! น้ำตาจะไหล TT^TT

          “โอ้ยยยๆๆๆ ปล่อยได้ไหมมม เจ็บบบ TTOTT

          “โดนดึงผมกับกลับไปเจอไอ้สกิลตอนนี้ แบบไหนมันเจ็บกว่ากันนะ”

          “ฮะ นี่นายรู้การกระทำฉันทุกฝีก้าวเลยเหรอ O_O

          “ก็ไม่ขนาดนั้น แต่ฉันก็รู้ทุกเรื่องที่ฉันอยากรู้แล้วกัน”

          “แล้วเรื่องไหนบ้างที่นายอยากรู้”

          “ก็อย่างเช่นเธอกำลังทำอะไร ที่ไหน ยังไง”

          “นั่นมันก็ทุกเรื่องเลยไม่ใช่เรอะ!

          “ไม่หรอก มีอีกหลายเรื่องที่ฉันยังไม่รู้ อย่างเช่นทำไมเธอจะต้องถักเปียโง่ๆ นี่ทุกวันด้วย -__-

          “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมนายต้องดึงมันด้วย! ปล่อยสักที เจ็บ TT^TT

          “อ้อ เออว่ะ =O= ดึงเพลินไปหน่อย โทษที”

          หนังหัวฉันเกือบหลุดแล้วมั้ง TTOTT

          เขาปล่อยมือที่กระชากผมเปียฉันออกก่อนจะล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่ออะไร คิดว่าเท่ห์เหรอ =_=

          “หายหงุดหงิดแล้วยัง”

          คำพูดเขาทำให้ฉันกลับมาสนใจตัวเอง แล้วก็พบว่าอาการหงุดหงิดน้อยใจเมื่อกี้หายไปเลย คงจะเป็นเพราะฉันลืมมันไปชั่วขณะหนึ่งล่ะมั้ง

          หรือไม่คนตรงหน้านี่ก็มีเวทย์มนตร์ล่ะ =O=;;

          “ยัง -_-

          แต่ด้วยความหมั่นไส้ ขอโกหกหน่อยละกัน

          “เหรองั้นช่างเถอะ ฉันไม่สนอยู่แล้วว่าเธอจะรู้สึกไง เอาเป็นว่าฉันอยากจะรู้จักเธอก็พอ”

          -*-

          “ทำหน้าแบบนั้นแปลว่ากำลังด่าฉันในใจใช่ไหม -__-

          “นายมายุ่งกับฉันทำไม”

          “โคตรจะไม่ตรงประเด็น  -O- แต่ไม่เป็นไร ฉันตอบให้ได้เพราะว่าฉันอยากยุ่งไง”

          -__-

          “แต่อย่าคิดอะไรน่าอ้วกอย่างเช่นว่าฉันชอบเธอเด็ดขาดเลยนะ เพราะถ้าเป็นงั้นฉันคงรับตัวเองไม่ได้และโดดตึกตายไปนานแล้ว”

          โห ปาก! -*-

          “ที่ฉันรู้เรื่องเธอไปหมดเนี่ยก็เพราะสมเพชเธอต่างหาก”

         

          “ความรู้สึกนี้มันเริ่มขึ้นตั้งแต่งานวันเกิดขนมตาล ที่ฉันเห็นเธอมองสกิลตาละห้อยโดยบังเอิญนั่นแหละ ตอนนั้นฉันรู้ได้ทันทีเลยว่าเธอไม่มีทางสมหวัง”

          -_-^

          “และตอนนี้ฉันก็ยังคิดอย่างนั้นอยู่”

          “นี่ ถ้านายจะสืบเรื่องของฉันเพื่อมาพูดแค่นี้

          “ฟังก่อนสิ” เขาพูดแทรกขึ้นมา “ที่บอกว่าเธอไม่มีวันสมหวังน่ะ เป็นเรื่องจริงนะ แต่แค่สำหรับในตอนนี้ ส่วนในอนาคตน่ะมันก็ไม่แน่”

          ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ คนตรงหน้าฉันกำลังจะสื่ออะไรน่ะ

          “สกิลจะยังมองเธอเป็นแค่น้องสาวอยู่อย่างนี้จนตายเลยล่ะถ้าเธอยังเอาแต่ทำตัวอย่างนี้” เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า โอ้โห มากเกินไปหรือเปล่าฮะ -*-

          “ทำไม ทำตัวแบบฉันแล้วมันทำไม”

          “ก็ไม่ทำไมหรอก ก็แค่อดงาบไอ้สกิลไง -__-

          -*-!

          หยาบคายที่สุดเลย งาบเงิบอะไรกันฮะ

          “นี่ถ้ารู้ตัวว่าไม่มีอะไรสู้พี่สาวได้น่ะ เธอก็ต้องใช้สมองให้มันมากกว่านี้ รู้หรือเปล่า”

          “มากเกินไปหรือเปล่าฮะ

          “มากไม่มากตัวเธอรู้ดีแก่ใจ ว่าสิ่งที่ฉันพูดมันจริงแค่ไหนนะ”

         

          ฉันหุบปากฉับทันที ข้อโต้แย้งที่ยังพูดไม่จบถูกกลืนหายลงไปในลำคอ

          ซึ่งแน่นอนเลยว่าคนอย่างเธอคิดไม่ออกหรอกว่าจะเอาชนะพี่สาวยังไง”

          “ฉันไม่ได้ต้องการจะเอาชนะพี่ตาล”

          “แต่เธอก็อยากจะได้แฟนพี่เธอนี่”

          “แฟนเก่า!

          “จะแฟนคนปัจจุบันหรือแฟนเก่ามันก็ไม่ต่างกันหรอก นี่อย่าบอกนะ ว่าเธอไม่รู้ว่าไอ้สกิลยังรักพี่สาวเธอจนโงหัวไม่ขึ้น -__-

          บ้าจริง เขารู้มากเกินไปแล้วนะ

          และสีหน้าฉันคงจะฟ้องได้เป็นอย่างดี เขาถึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเดิม

          “ก็อย่างที่บอก ถ้าเธอจะเข้าไปแทนที่ขนมตาลเธอก็ต้องใช้ความพยายามในการเข้าถึงไอ้สกิลมากหน่อย”

          “นายกำลังจะพูดอะไร”

          “ฉันกำลังจะเปิดโอกาสให้เธอ”

          -*- โอกาส?”

          “ใช่ -__- ฉันช่วยเธอได้”

          ฮะ ตลกแล้ว เขาเนี่ยนะจะช่วยฉัน

          “ฉันรู้จักไอ้สกิลดีกว่าใครๆ รู้กระทั่งว่าวันไหนมันจะต้องไปไหนบ้างเรียกได้ว่าขนาดสตอล์กเกอร์อย่างเธอยังอายเลยล่ะ”

          “สตอล์กเกอร์บ้าอะไร ฉันไม่เคยทำตัวโรคจิตแอบตามพี่สกิลเลยนะ”

          “แต่เธอก็สืบประวัติเขาจนรู้ดีไปถึงซอยบ้านเลยไม่ใช่หรือไง -_-

          =O= (เถียงไม่ออก)”

          “แต่ฉันรู้มากกว่าหยุด ไม่ต้องถามเลยว่ารู้ได้ยังไง เอาเป็นว่าฉันรู้แล้วกัน และฉันช่วยเธอได้”

          “ช่วยเหรอ -*-

          “แน่นอน เธอจะมีโอกาสได้เจอกับสกิลมากกว่าแค่ที่ร้านอาหารนั่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าที่นั่นน่ะ เธอได้อย่างมากสุดก็แค่คุยกับเขาสักสองสามครั้งใช่ไหมล่ะ”

          ที่จริงมันก็ใช่ เพราะฉันต้องทำงานไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นตอนเย็นเขาก็ไปส่งฉันนะ -_-;;

          “แต่ฉันสามารถทำให้เธอได้ไปเที่ยวกับมันในวันหยุด และมีโอกาสไปเทคแคร์มันที่มหาลัยด้วย”

          เที่ยวด้วยกันแบบเต็มๆ วันน่ะเหรอ O_O

          แถมยังได้ไปเทคแคร์ถึงมหาลัยอีกด้วยเนี่ยนะ

          “เธออาจจะไม่เชื่อ แต่ฉันทำได้”

          “นายรู้จักพี่สกิลดีแค่ไหนกัน”

          “ดีแค่ไหนก็บอกไม่ถูกหรอก และฉันก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายด้วย เธอจะเชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของเธอนะ โอกาสมากองอยู่ตรงหน้าขนาดนี้แล้วเธอคงตัดสินใจได้”

         

          “ถ้าฉันช่วยได้จริง เธอก็สมหวังกับมัน แต่ถ้าฉันช่วยไม่ได้ เธอก็ไม่เสียหายอะไรนี่”

          ฉันมองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจ

          จริงอย่างที่เขาว่า ฉันน่ะมีแต่ได้กับได้เลยล่ะ

          “ว่าไง รีบตอบมา มองหน้าเธอนานๆ แล้วฉันรำคาญลูกตา อยากจะ

          “ตกลง”

          เขาดูตกใจนิดหน่อยกับคำตอบรับของฉัน ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “อืม เร็วดี”

          “ว่าแต่นายเป็นใครล่ะ มาถึงขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องทำตัวลึกลับหรอกใช่ไหม” ฉันไม่แนะนำตัวไปเพราะเขาคงรู้อยู่แล้ว แม้ความสงสัยในใจจะมีมากมายว่าเขามาช่วยฉันทำไม เพื่ออะไร แต่ฉันก็อยากจะลองทำอะไรให้มันรู้ไปสักตั้งเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วพี่สกิลจะไม่หันมามองฉันจริงๆ เลยเหรอ

          ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งตรงหน้าใช้ดวงตาเรียวคมสีดำสนิทสบตาฉัน ก่อนจะพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ

          “เรียกฉันว่าเถลิงหมี”

          “ฮะ”

          “เถลิงหมี กบิลบุรีรัมย์”

          ขุ่นพระ!!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น