ค่าเริ่มต้น
- เลื่อนอัตโนมัติ
- ฟอนต์ THSarabunNew
- ฟอนต์ Sarabun
- ฟอนต์ Mali
- ฟอนต์ Trirong
- ฟอนต์ Maitree
- ฟอนต์ Taviraj
- ฟอนต์ Kodchasan
- ฟอนต์ ChakraPetch
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #8 : ในที่สุด
วันนี้คือวันที่เธอต้องทำภารกิจที่เธอได้รับจากยิน เธออยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงปกติส่วนชุดที่ใช้เปลี่ยนกับอาวุธเธอเลือกใส่ไว้ในกระเป๋ากีตาร์ วันนี้เธอใส่หน้ากากที่เบลม็อธจัดหามาให้ (เธอกลับไปขอมาเมื่อวาน แถมยังโดนบ่นกลับมาอีกด้วย)
วันนี้รินคิดที่จะไปในลุคของเด็กสาวนักดนตรี เธอคิดไว้ว่าจะใช้ดาดฟ้าของบริษัทวงการบันเทิง ในวันนี้จะมีการคัดเลือกศิลปินในบริษัทเธอสามารถเข้าไปเนียนและใช้ดาดฟ้าของที่นั่นได้
และเมื่อถึงเวลาที่รถของเหยื่อเธอขับผ่านเธอก็แค่ลั่นไกปืน แค่นี้ก็เป็นอันจบภารกิจของเธอ ส่วนที่ยากคงเป็นการยิงยังไงให้โดนและการหนีออกจากที่นี่ล่ะนะ ได้แต่หวังว่าพวกตำรวจจะไม่รู้ที่ซ่อนเธอนะ
หลังจากที่ทำภารกิจเสร็จเธอก็ไปรายงานผลภารกิจกับยินและต่อจากนี้เธอก็จะได้ทำงานร่วมกับยิน แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วสิ
เวลา 8:37 น. บริษัทXXX
รินในลุคของเด็กสาวเดินเข้าไปในบริษัทที่มีคนพลุกพล่านเต็มไปหมด เธอเบือกที่จะปะปนไปกับฝูงชนพอได้จังหวะก็ปลีกตัวออกมาค่อยๆหลบมุมกล้องวงจรขึ้นไปเรื่อยๆ
ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าเธอจะแนบเนียนขึ้นมาได้ รินไม่รอช้าจัดเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม รอเวลาที่รถของเหยื่อเข้ามาในจุดที่เธอวางเอาไว้
ติ้ดๆ ติ้ดๆ
เสียงเมลล์เข้า รินเปิดขึ้นมาอ่านเธอตกใจไปสักพักเลยล่ะ เพราะเมลล์ที่เข้ามานั้นคือเมลล์ของยิน เนื้อหาในข้อความมีเพียงสั้นๆคือสถานที่นัดพบหลังจากนี้
รินเก็บโทรศัพท์ก่อนจะหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาส่อง มองดูรถผ่านไปผ่านมาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเวลา
ไกลออกไปมีรถตำรวจขับนำขบวนรถรถหรู ดูก็รู้ว่าคนใหญ่คนโตแน่นอน รินเข้าประจำที่ดวงตาส่องผ่านเลนส์กล้องมองรถหรูที่เคลื่อนเข้ามาใกล้
ดูเหมือนเธอจะมีอุปสรรคเพิ่ม รถของเหยื่อดูเหมือนจะใช้กระจกกันกระสุน แถมยังเป็นกระจกสีดำซะด้วยสิ แล้วเธอที่มีเพียงกระสุนนัดเดียวแบบนี้จะทำอะไรได้ล่ะ
“แบบนี้ก็แย่น่ะสิคะ จะยิงยังไงให้คุณตายล่ะคะ” คำพูดกับท่าทางช่างสวนทางจริงๆ
รินมองรถขอเหยื่อที่ขับเข้ามาใกล้จุดที่เธอวางเอาไว้ ตอนแรกแผนคิดเอาไว้เธอคิดที่จะยิงๆก็จบไปแต่ตอนนี้เธอต้องรีบแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าก่อน
รินขยับเลนส์กล้องเบี่ยงลงมาทางขวาล่างขยับให้เข้าที่แล้วรอเวลา รถของเหยื่อเคลื่อนเข้ามาใกล้จุดหมายเข้ามาเรื่อยๆ และแล้วรถของเหยื่อก็เข้ามาตรงจุด
ปุ๊! ฟิ้ววว~
บึ้มมม!!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ตอนนี้รถที่เหยื่อของเธอนั่งมารวมไปถึงรถในบริเวณนั้นต่างลุกเป็นไฟ ผู้คนต่างหนีตายกันจ้าละหวั่น
รินไม่รอช้ารีบเก็บปืนเข้าในกระเป๋าใส่เรียบร้อย ดึงหน้ากากที่เธอสวมเข้ามาออกแล้วใส่อันใหม่เข้าไปแทน หยิบเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลขึ้นมาสวมถอดรองเท้าออกเปลี่ยนเป็นลองเท้าหนังที่เตรียมมา
เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบเปิดประตูลงจากดาดฟ้ารีบออกจากตึกนี้ทันที แม้จะเสียเวลาหลบกล้องวงจรปิดไปบ้างแต่ก่อนหน้านี้เธอขึ้นมาเธอจำได้ว่าควรหลบมุมไหนทำให้ตอนลงเธอใช้เวลาน้อยกว่าตอนขึ้น
รินลงมาข้างล่างก็เห็นผู้คนที่มาเข้าร่วมออดิชั่นวันนี้ต่างแตกตื่นกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้น ดูเหมือนฟ้าจะเป็นใจกับเธอเพราะการที่ผู้คนแตกตื่นแล้วมายืนออกกันแบบนี้มันง่ายต่อการหนีขอเธอจริงๆ
รินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งเมลล์หายินว่าภารกิจเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วกำลังจะเดินไปหาที่รถ แม้จะตื่นเต้นที่จะได้นั่งรถของยินแต่เธอก็พยายามที่จะไม่หลุดอาการออกมาให้ยินเป่าหัวเธอแน่
เธอเดินออกมาจากบริษัทมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารสไตล์อินเดีย เดินผ่านไปอีกไม่ไกลก็เห็นรถPorsche 356 Aสีดำคันสวยจอดอยู่
เธอเดินเข้าไปเคาะกระจกฝั่งที่นั่งข้างคนขับก่อนจะได้รับสัญญาณเป็นเสียงปลดล็อกประตู เธอรีบเปิดรถเข้าไปนั่งข้างคนขับทันที
“ภารกิจสำเร็จมั้ยไอริช” วอดก้าเอ่ยกับผู้หญิงที่เพิ่งขึ้นมานั่งบนรถ เขาพยายามที่จะมองใบหน้าจองหญิงสาวแต่กลับเห็นแค่ส่วนล่างเพราะด้านบนถูกปิดด้วยหมวกแก๊ป
“สำเร็จดีค่ะวอดก้า” รินส่งยิ้มให้วอดก้า
“กระสุนนัดเดียว? ” คราวนี้เป็นเสียงของยิน
“ใช่ค่ะ แค่กระสุนนัดเดียว” รินหันตัวไปตอบยิน อ่าาาวันนี้ยินหล่อมากเลยถึงแม้เขาจะอยู่ในชุดเดิมๆก็เถอะ
“แต่เสียงมันดังมากเลยนะ เหมือนกับระเบิดเลย” วอดก้า
“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ใช่นี่คะ” รินถอดหมวกที่ใช้บังหน้าออก
“หมายความว่าไง” วอดก้าถามแทนลูกพี่ของตัวเอง(อันที่จริงก็อยากรู้ด้วยนั่นแหละ)
“บังเอิญว่าตรงนั้นมีระเบิดถูกติดตั้งเอาไว้น่ะค่ะ ประกอบกับรถของเหยื่อผ่านจุดนั้นพอดีฉันก็เลยยิงไปที่ระเบิด ทำให้แถวนั้นกลายเป็นกองเพลิงน่ะค่ะ”
“ฉันบอกว่าสไนเปอร์ 1 นัดเท่านั้น”
“ใช่ค่ะ สไนเปอร์ 1 นัดเท่านั้นฉันไม่ได้ยิงนัดที่ 2 เลยนะคะ”
วอดก้าอยากจะหายตัวออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ผู้หญิงคนนี้กล้ามากที่ต่อปากต่อคำกับลูกพี่!
รินไม่ได้รู้สึกอยากจะกวนหรืออะไรเลยเธอแค่ตอบตามความเป็นจริงเท่านั้น ก็ยินให้เธอใช้สไนเปอร์นัดเดียวนี่นาเธอก็ทำตามนะไม่ได้ขัดคำสั่งด้วยซ้ำ ส่วนระเบิดนั่นเป็นเธอแค่ไปติดไว้เฉยๆเอง
“ไอริช” ยินหยิบปืนขึ้นมาจ่อเข้าที่หัวของริน
“ก็คุณบอกว่าให้ใช้นัดเดียวฉันก็ใช้นัดเดียว คุณไม่ได้สั่งห้ามว่าห้ามใช้อย่างอื่นช่วยด้วยนี่คะ” เธอที่ผ่านความตายมานับไม่ถ้วนกับปืนที่จ่อแค่นี้คิดว่าเธอจะกลัวงั้นหรือไงและอีกอย่างยินไม่ยิงสมองเธอหรอกเธอรู้
“เจ้าเล่ห์นักนะ” ยินมองเข้าไปในดวงตาสีดำสนิท ไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวเลยสักนิดมันกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย
“ฉันเป็นจิ้งจอกแดงนะคะยิน” รินยิ้มหวาน
“วอดก้า ไปองค์กร” ยินเก็บปืนลง หันไปสั่งวอดก้าก่อนจะจุดบุหรี่มวนใหม่ขึ้นสูบ
รินมองการกระทำของยิน เธอไม่มีปัญหาอะไรกับกลิ่นหรือการสูบบุหรี่บนรถของยินหรอก เพราะเธอเองก็สูบเหมือนกัน แต่เธอไม่เคยสูบแบบมวนแค่นั้นเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอสูบผ่านไปป์อย่างเดียว
“มีปัญหาอะไร” เสียงของยินดึงสติของรินกลับคืนมา
“กำลังคิดน่ะค่ะว่าสูบบุหรี่แบบมวนหรือแบบไปป์อันไหนมันดีกว่ากัน”
“เธอสูบด้วยหรอไอริช” วอดก้ามองผู้หญิงด้านข้างเขาไม่คิดว่าเธอจะสูบด้วยอีกอย่างอายุของเธอไม่น่าจะสูบได้
“ฉันอายุ 32 ปีแล้วนะคะ อีกอย่างปกติฉันสูบไปป์น่ะค่ะ” รินมองสีหน้าช็อกของวอดก้าที่น่าจะช็อกเรื่องอายุของเธอ
“ไปป์?”
“ใช่ค่ะ ฉันสูบไปป์เพราะว่าฉันมีคนรู้จักทำยาสูบกลิ่นที่ฉันชอบได้น่ะค่ะ แต่ตอนนี้ฉันหยุดสูบไปสักพักแล้วล่ะค่ะ”
“ทำไมล่ะ” วอดก้าที่หายช็อกแล้วถามต่อ
“พอดีคนที่ทำยาสูบให้ฉันไม่อยู่แล้วน่ะค่ะ เลยต้องหยุดสูบไป”
“อย่างนี้นี่เอง วันนี้ไม่ใส่ชุดกิโมโนแล้วหรอ” วอดก้าที่ไม่รู้จะถามอะไรต่อเลือกที่จะถามเรื่องชุดแทน ตอนแรกก็กลัวคนข้างหลังจะรำคาญแต่เมื่อเห็นว่าไม่ได้หยิบปืนขึ้นมาจ่อหัวเขาเลยตัดสินใจถามต่อ
“พอดีว่าต้องปลอมตัวเข้าไปในตึกน่ะค่ะเลยต้องใส่ชุดปกติแทน” รินเองก็ตอบกลับปกติ
“ทำไมถึงใส่กิโมโนล่ะ” วันนี้วอดก้าดูอยากจะรู้เรื่องของรินมากจริงๆ
“งานของฉันต้องใส่ชุดกิโมโนน่ะค่ะ ดูจากชุดแล้วคุณน่าจะเดาได้นะคะว่าฉันทำอาชีพอะไร”
“เอ่ออ..” วอดก้าเหงื่อตกเพราะเขานึกไม่ออกว่าเธอทำอาชีพอะไรกันแน่
“ไอริชทำงานเป็นเกอิชาหัดจำข้อมูลทั่วไปใส่สมองของแกไว้บ้างวอดก้า” เสียงของยินทำเอาวอดก้าเกือบจะเหยียบเบรก
“ใช่แล้วล่ะค่ะ ฉันเป็นเกอิชา”
“ถ้าอย่างงั้นที่เธอทำงานด่วนนั่นได้ก็เพราะว่า..”
“ใช่ค่ะ เพราะฉันเป็นเกอิชาจริงๆฉันเลยทำงานนั้นได้อย่างไร้ที่ติ”
“แล้ว- ”
“ฉันไม่ได้ทำงานที่เก่าแล้วล่ะค่ะ ตอนนี้ฉันทำงานอยู่ที่ใหม่แล้วเป็นเครือขององค์กรของเรานี่แหละค่ะ”
“งั้นหรอ”
หลังจากนั้นวอดก้าก็ไม่ถามอะไรอีก ยินเองก็สูบบุหรี่สนใจวิวทิวทัศน์ด้านนอกเท่านั้น เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อในหัวของเธอตอนนี้กำลังคิดอยู่เรื่องเดียว นั่นก็คือเธอเป็นส่วนหนึ่งในทีมของยินแล้วหรือยัง
ผ่านไปสักพักรถที่เคยแล่นก็หยุดลง ด้านหน้าของเธอคือตึกขนาดใหญ่เรียงรายกันอยู่ มองผ่านๆอาจจะคิดว่าเป็นบริษัทอะไรสักแห่งเป็นแน่
รินลงจากรถด้วยการบริการเปิดประตูรถให้โดยวอดก้าที่ไม่รู้กินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่าถึงได้บริการเธอถึงขนาดนี้ รวมถึงยินด้วยที่มองการกระทำของวอดก้าด้วยสายตาที่….สมเพช?
“ตามมา” ยินเดินนำเธอเข้าไปในตึกใหญ่ด้านหน้า มองดูรอบๆแล้วมันดูเหมือนบริษัทปกติเลยทีเดียว
“ตื่นเต้นหรอไอริช” วอดก้า
“ค่ะ และก็แปลกใจที่องค์กรของเราอยู่ในที่ที่มีแสงแบบนี้”
“ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยหนิ ที่ๆอันตลายที่สุดคือที่ๆปลอดภัยที่สุด” วอดก้าพารินมายังห้องห้องหนึ่งดูรวมๆแล้วเหมือนกับห้องพักผ่อน เพราะโดยรอบมีแต่ของที่ใช้ในยามว่างทั้งนั้นเลย
“นั่นสินะคะ แล้วห้องนี้คือห้องอะไรหรอคะ”
“ห้องพักของกลุ่มระดับสูง” เป็นยินที่ตอบคำถามเธอ
“ฉันเข้ามาได้หรอคะ” รินเดินมานั่งลงที่โซฟาตามยินที่นั่งลงก่อนหน้านี้
“ถึงจะยังไม่ใช่ระดับสูงเทียบเท่าฉันแต่ว่าอีกไม่นานเธอก็จะเลื่อนขั้น”
“สรุปแล้วฉันเหมาะสมที่จะทำงานร่วมกับคุณได้หรือยังคะ” รินมองยินที่ยังคงนั่งสูบบุหรี่อยู่เหมือนเดิม
“เธอผ่านแล้ว จงจำไว้ให้ดีฉันไม่ชอบพวกเรื่องมากและทำงานผิดพลาด ถ้าเธอทำมันเมื่อไหร่ฉันจะฆ่าเธอด้วยมือของฉันเอง” ควันสีขาวลอยออกจากปากตามจังหวะการพูดของยิน มีเสน่ห์จริงๆคนคนนี้
“ขอบคุณค่ะ ฉันจะไม่ทำให้คุณต้องลำบากแน่นอนค่ะ” เธอดีใจที่สุด ในที่สุดเธอก็ได้ทำงานร่วมกับตัวละครที่เธอชอบที่สุดแล้ว “วอดก้าคะ ห้องน้ำอยู่ตรงไหนหรอคะ”
“เดินออกจากห้องไปเลี้ยวขวา เดินตรงไปเรื่อยๆก็เจอแล้ว” วอดก้าทำท่าทางชี้บอกทางเธอ
“ขอบคุณค่ะ ขออนุญาตไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ” ประโยคแรกรินพูดกับวอดก้า ส่วนประโยคท้ายนั้นเธอหันมาพูดกับคนที่นั่งสูบบุหรี่ไม่สนใจอะไรเป็นพิเศษ
“.....” รินเห็นยินไม่ได้ตอบอะไรเธอเลยลุกขึ้นหยิบกระเป๋าที่เอาติดตัวมาแล้วเดินไปยังห้องน้ำตามทางที่วอดก้าได้บอกกับเธอ
เธอเดินตามทางที่วอดก้าบอกก็เจอกับห้องน้ำที่ดูดีเลยก็ว่าได้ ตัวห้องน้ำไม่เหมือนกับโซนของบริษัทด้านล่างแต่มันกลับเหมือนโรงแรมห้าดาวดังๆเลยก็ว่าได้
รินจัดการเปลี่ยนจากชุดที่ใช้ทำภารกิจเป็นชุดกิโมโนแบบฉบับของตัวเธอเอง ตัวชุดสีม่วงอ่อนออกไปทางสีพาสเทล ตัวชุดประดับลวดลายของผีเสื้อหลากหลายสีสัน ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยสีอ่อนๆ ผมถูกรวบเป็นมวยอยู่ด้านหลังปักด้วยปิ่นระย้าลายผีเสื้อ
เพราะการแต่งตัวที่เปลี่ยนไปและการแต่งหน้าที่อ่อนลงไปเยอะเหมือนกับไม่ได้แต่งทำให้รินในตอนนี้ดูแตกต่างราวกับคนละคนที่เคยเจอ
หลังจากเช็คความเรียบร้อยเสร็จแล้วเธอก็เก็บข้าวของที่เธอใช้เก็บเข้ากระเป๋า มุ่งหน้ากลับไปยังห้องเดิม
ก๊อกๆ
รินเคาะให้สัญญาณคนข้างในก่อนจะได้รับเสียงตอบรับกลับมา เธอเปิดประตูเข้าไปประหลาดใจเล็กน้อยที่คนในห้องเพิ่มขึ้นมาสองคน
“ขออนุญาตค่ะ” รินเดินไปนั่งที่เดิมที่เธอเคยนั่ง ตรงหน้าเธอคือยินที่เลิกสูบบุหรี่แล้วนั่งอยู่ข้างๆชายผู้สวมหน้ากากสีขาวและถัดไปเป็นคนที่เธอเจอตอนไปทำงานร่วมกับเบลม็อธเขานั่งอยู่โซฟาเดี่ยวอยู่คนเดียว
“สาวสวยเกอิชาคนนั้นนี่นา ได้ข่าวว่าบาดเจ็บนี่เป็นยังไงบ้าง แผลคงยังไม่หายสินะนี่ก็เพิ่งจะผ่านไป 2 วันเอง” จูยอนไดเป็นคนเปิดบทสนทนา
“ค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ ตอนนี้แผลดีขึ้นมากแล้วขอแค่ไม่ขยับตัวแรงมากหรือทำให้ปากแผลเปิดก็พอค่ะ” รินตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“รู้จักหรอ” เสียงทุ้มต่ำของชายสวมหน้ากากเรียกสายตาของทุกคนให้มองไปทางตนได้ไม่ยาก
“ช่ายยย เจอตอนไปหาของฟรีกินน่ะ เธอชื่อไอริชวิสกี้ ส่วนนี่คิคุซุยหมอนี่ไม่ชอบเปิดหน้าน่ะ” จูยอนไดแนะนำชายสวมหน้ากากที่แม้ไม่เห็นดวงตาแต่ก็รับรู้ได้ว่ามันกำลังจับจ้องมาที่เธออยู่
“สวัสดีค่ะคุณคิคุซุย ฉันไอริชวิสกี้ค่ะ” รินโค้งตัวให้เล็กน้อยเพราะแผลที่อยู่ตรงท้องของเธอ
“นี่ๆคิคุซุยก็เป็นสาเกนะเธอรู้จักรึเปล่า” แววตาของจูยอนไดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“คิคุซุย เป็นสาเกที่หวาน แต่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นมากที่สุดชนิดหนึ่ง ฉันก็ชอบมันนะคะแต่คงดื่มนานๆที”
“ฉันบอกแล้ว! ไอริชต้องรู้จักแน่นอน จ่ายมาเลยคิคุ” จูยอนไดแบมือไปทางคนสวมหน้ากาก
“ปัญญาอ่อน ฉันไม่ได้ตกลงที่จะเล่นด้วยสักหน่อย” ชายสวมหน้ากากปัดมือของจูยอนไดออก “เรียกฉันคิคุก็ได้ ฉันมีงานต้องทำฝากจัดการเรื่องนั้นด้วย”
“คุณจะไปแล้วหรอ” เธอประหลาดใจกับน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพของยิน
“ใช่ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อแล้ว” คิคุซุยลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจจูยอนไดเลยสักนิด
“เห้! ให้ตายสิทำไมถึงชอบทิ้งฉันตลอดเลย ฉันไปก่อนนะไอริชขอให้แผลหายไวๆ ส่วนนายยินอย่าทำงานพลาดล่ะฉันยังไม่อยากรับอารมณ์หงุดหงิดของหมอนั่น”
“ขอบคุณค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”
“ครับ”
หลังจากที่คนทั้งสองคนออกไปจากห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่สงบไร้ซึ่งความกดดัน แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่สำหรับวอดก้า
“ชุดสวยดีหนิ” วอดก้าที่รู้สึกว่าห้องมันเงียบเกินไปเลยตัดสินใจเปิดบทสนทนาขึ้น
“ขอบคุณค่ะ เป็นชุดที่ได้มาตอนออกไปซื้อของน่ะค่ะ เห็นว่ามันสวยดีฉันเลยซื้อมา” รินยกชาที่เธอลงมือชงด้วยตัวเองขึ้นจิบ
“แปลกตาดีนะ” ความหมายที่วอดก้าจะสื่อก็คือเขาเคยเห็นแต่อีกคนในชุดกิโมโนวาบหวิวไม่เคยเห็นเธอในชุดที่เรียบร้อยและสุภาพแบบนี้
“คุณคงไม่ชิน วันนี้แดดมันแรงน่ะค่ะฉันต้องรักษาผิวของฉัน”
“งั้นหรอ”
และห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง ยินลุกขึ้นเดินไปยังบาร์หยิบแก้วเหล้าออกมาพร้อมกับขวดเหล้ายี่ห้อดัง
“รีบรักษาตัวให้หายซะ มีงานที่เธอจะต้องทำ” ยินเทเหล้าเข้าปากก่อนจะเทอีกครั้งแล้วเอามาวางไว้ตรงหน้าของเธอ
“เหล้าจะทำให้แผลของฉันหายช้านะคะ” รินมองคนตรงหน้าที่ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเธอที่เดิมไม่ไปไหน
“จะปฏิเสธ?”
“ถ้าเป็นคุณ ฉันไม่สนหรอกค่ะว่าแผลจะหายช้า” จบคำรินเอื้อมมือหยิบแก้วขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว
“หึ! ตามมาฉันจะพาไปห้องเธอ”
“ห้องของฉัน?”
“ทุกคนที่มีโค้ชเนมจะได้ห้องพักอยู่ในตึก”
“งั้นหรอคะ รบกวนด้วยนะคะ”
รินเดินตามยินเข้าไปในลิฟต์ ยินกดไปชั้นที่ H12 ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของตึก
“ชั้นนี้เป็นชั้นของพวกระดับสูง แค่พามาดูที่เหลืออยู่ที่ตัวเธอว่าจะพาตัวเองเข้ามาอยู่ได้มั้ย”
“แล้ว?”
“ชั้นของเธออยู่ข้างล่าง ตามมา”
ยินพาเธอมายังชั้นด้านล่าง มันดูแตกต่างจากชั้นบนส่วนที่แตกต่างคือขนาดของห้อง ห้องของระดับสูงจะกว้างกว่าห้องของระดับสูงแต่ไม่ได้พิเศษแบบพวกยิน
“เลือกห้องที่ไม่มีป้ายชื่อซะ”
“ค่ะ” เธอเดินสำรวจแต่ละห้องจะมีป้ายโค้ชเนมที่คุ้นตาและไม่คุ้นตาติดเอาไว้อยู่จนเจอห้องหนึ่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างห้องที่ไม่มีคนจับจอง “ฉันขอเป็นห้องนี้ค่ะ”
“เดี๋ยวฉันจะเอาป้ายมาติดให้” วอดก้า
“รบกวนด้วยนะคะ”
“จะกลับเลยหรือเปล่า” วอดก้า
“ค่ะ ต้องไปเปลี่ยนตัวกับเบลม็อธที่โรงพยาบาล”
“อย่าไปยุ่งกับยัยนั่นให้มาก ฉันไม่ชอบ” ยินหันมาพูดกับเธอก่อนที่จะหันไปสั่งวอดก้า “ไปเตรียมรถหลังจากส่งไอริชแล้วมีงานต้องทำต่อ”
“ครับ”
“ส่วนเธอ อย่างที่บอกรีบรักษาตัวซะ”
“ค่ะ ฉันจะรีบรักษาตัวให้หาย”
“ดี ไปได้แล้ว ฉันจะไปส่งที่โรงพยาบาล” ยินพูดจบก็เดินออกไปทันทีเหลือแค่วอดก้าที่หันมามองเธอด้วยสายตาแปลกๆ ก็เข้าใจแหละเธอเองก็ประหลาดใจอยู่เหมือนกันที่ยินจะไปส่งเธอ
“ไปกันเถอะค่ะ ปล่อยให้ยินรอคงไม่ดีนัก”
“อ่าา”
ยินมาส่งเธอจริงๆ แต่ไม่ได้ส่งด้านในโรงพยาบาล ยินปล่อยเธอลงร้านอาหารใกล้กับโรงพยาบาลแทน เหตุผลก็คือยินไม่ชอบเข้าใกล้โรงพยาบาลเลยปล่อยเธอลงตรงนี้แทน
“ฉันจะรีบรักษาตัวให้หายแล้วกลับมาทำภารกิจกับคุณค่ะ” ก่อนที่จะลงจากรถเธอหันหน้าไปพูดกับยินก่อน ถึงแม้ยินจะไม่ได้สนใจเธอก็ตาม แต่แหม๋ยินคะกระจกมันสะท้อนใบหน้าคุณนะคะฮ่าๆๆๆ
…..
….
คำถาม: เมื่อไหร่รินจะได้ใช้มารยาของผู้หญิง
ริน: นั่นคือคำถามที่ติดอยู่ในใจตอนนี้ค่ะ
…
.8.
3ความคิดเห็น