ค่าเริ่มต้น
- เลื่อนอัตโนมัติ
- ฟอนต์ THSarabunNew
- ฟอนต์ Sarabun
- ฟอนต์ Mali
- ฟอนต์ Trirong
- ฟอนต์ Maitree
- ฟอนต์ Taviraj
- ฟอนต์ Kodchasan
- ฟอนต์ ChakraPetch
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #17 : บ่วงปรารถนาจอมมาร 6.1
พราวพิรุณรู้สึกตัวขึ้นมาเอาตอนใกล้สว่าง
แต่เพียงแค่ขยับตัวอาการปวดศีรษะก็เล่นงานเธอจนต้องร้องครางออกมาด้วยความทรมาน ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมศีรษะที่ปวดจนแทบจะระเบิด
แล้วถึงค่อยๆ พยายามลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ทว่าเธอก็พบเพียงแสงสลัวและความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างหนักๆ
พาดอยู่กับลำตัว และพอคลำๆ ดูพร้อมกับค่อยๆ มองตามท่อนแขนนั้นขึ้นไปเรื่อยๆ ก็เป็นอันต้องตื่นตะลึง
เมื่อพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของใคร!
หัวใจของเธอพลันหล่นวูบ ก่อนจะจับแขนของใครคนนั้นแล้วเหวี่ยงออกไปให้พ้นจากเอวอย่างแรงด้วยความตกใจแล้วพรวดพราดลุกขึ้นนั่ง
ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่อยากตื่น แต่โดนปลุกอย่างไม่ทันให้ตั้งตัวขนาดนี้ภาคินก็คงต้องตื่นอยู่ดี
“เรื่องอะไรคุณถึงมานอนกอดฉันแบบนี้!” เธอร้องถามออกไปด้วยเสียงแหบแห้งชนิดที่ตัวเองได้ยินแล้วยังต้องตกใจ
ภาคินหน้าบูดบึ้งด้วยความหงุดหงิด “คิดว่าอยากกอดนักหรือไง
แล้วลองคิดดูดีๆ สิว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายกอดใครก่อน”
พราวพิรุณยกมือขึ้นคลึงขมับ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น
แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร กระทั่งรู้สึกได้ว่าที่นอนไหวยวบยาบเนื่องจากการขยับตัวของคนข้างๆ
เธอจึงหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณทันที
ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ภาคินตวัดผ้าห่มออกจากตัวพอดี
และเพราะเมื่อคืนนี้เขานอนโดยที่สวมเพียงเสื้อคลุมตัวเดียวซึ่งไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรๆ
ได้มิดชิดเลยสักนิด แถมสายผูกเอวก็ยังหลุดลุ่ย ดังนั้นเมื่อเขาขยับตัวสาบเสื้อคลุมก็แยกออกจากกัน
แล้วอะไรต่อมิอะไรของผู้ชายที่มักจะตื่นตัวในตอนเช้าก็ ‘โผล่’ ออกมาสู่สายตาของพราวพิรุณเข้าอย่างจัง!
“กรี๊ดดด”
เสียงกรีดร้องของพราวพิรุณดังลั่นจนแทบจะทะลุแก้วหู
เท่านั้นไม่พอแม่คุณยังคว้าหมอนขึ้นมาฟาดใส่เขาอย่างไม่ปรานีปราศรัยอีกต่างหาก
“โอ๊ยพราว
เป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย เอาหมอนมาตีผมทำไม”
“ก็แล้วทำไมคุณถึงมาแก้ผ้านอนกับฉันแบบนี้เล่า!”
“ปกติเวลามีผู้หญิงมานอนด้วย
ผมก็ไม่ใส่อะไรอยู่แล้ว”
“อี๋
ทุเรศที่สุด!”
พราวพิรุณฟาดหมอนใส่เขาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ภาคินหมายจะแย่งหมอนมายึดเอาไว้ ทว่าอีกฝ่ายก็ไม่ยอมปล่อย เลยทำให้คนที่มีแรงน้อยกว่าถูกดึงตามหมอนมาด้วย
ซ้ำร้ายคือพอภาคินเหวี่ยงหมอนที่แย่งมาได้ทิ้งไปทางหนึ่ง
ร่างของพราวพิรุณก็ล้มลงมาบนตัวเขาอย่างพอเหมาะพอดี แล้วก็ยังจำเพาะเจาะจงที่ตอนเธอล้มลงมา
ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ยังประกบกันพอดีเหมือนอย่างในละครที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ อีกด้วย
พราวพิรุณตกใจจนตาแทบเหลือกถลน
ใบหน้าสวยคมแดงก่ำ แล้วครู่ต่อมาก็เกือบจะช็อกจนหมดสติไปอีกรอบ เมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ทั้งแข็งทั้งร้อนดุนดันอยู่กับผิวอ่อนบางบริเวณต้นขาของเธอ
เมื่อกี้แค่เห็นด้วยตายังตกใจจนกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น
แล้วตอนนี้เธอสัมผัส ‘มัน’ อย่างใกล้ชิดชนิดแนบแน่นอย่างน่าหวาดเสียว
แล้วจะไม่ให้เธอตื่นตกใจได้อย่างไร!
พราวพิรุณลนลานลุกขึ้นจากตัวเขาแล้วปีนลงจากเตียงด้วยท่าทางเหมือนคนสติหลุด
มองซ้ายมองขวาเห็นประตูห้องห้องหนึ่งก็คาดเดาว่าคงเป็นห้องน้ำจึงรีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว
โดยที่ไม่รู้เลยว่าท่าทางตื่นตกใจจนทำอะไรไม่ถูกของเธอนั้น ทำให้คนที่ยังนอนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่บนเตียงเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
เกือบแปดปีผ่านไป
พราวพิรุณก็ยังคงเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ความโก๊ะอย่างเป็นธรรมชาติของเธอทำให้เขายิ้มได้ไม่เคยเปลี่ยน...
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงของเขาอีกต่อไปแล้ว
รอยยิ้มบนริมฝีปากของภาคินก็ค่อยๆ เลือนหายไป แล้วยิ่งพอนึกถึงภาพที่พราวพิรุณโผเข้าสู่อ้อมกอดของผู้ชายคนอื่นต่อหน้าต่อตา
ก็ยิ่งทำให้ดวงตาคู่คมปลาบเปลี่ยนจากแววอ่อนโยนที่เผลอแสดงออกมาเมื่อครู่กลายเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างฉับพลัน
ด้านคนที่วิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำ
ผ่านไปยังไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ จู่ๆ เธอก็กลับออกมาด้วยใบหน้าที่พร้อมจะเอาเรื่องเต็มที่
เพราะเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าชุดที่เธอสวมมาเมื่อวานนี้หลุดหายออกไปจากร่าง
เหลือเพียงแต่ชุดชั้นใน และถูกแทนที่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่
แน่นอนว่าเธอไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนมันแน่ๆ
“คุณเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันเหรอคะ”
เธอถามออกไปตรงๆ
ภาคินจ้องร่างบอบบางที่อยู่ในเสื้อของเขาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
เพียงแต่เขารู้สึกว่าภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ
“ใช่
แต่คุณไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะฆ่าผมแบบนั้นก็ได้ เพราะถ้าไม่จำเป็น
ผมก็ไม่อยากจะแตะต้องร่างกายผู้หญิงอย่างคุณนักหรอก”
สีหน้าและแววตาที่แสดงความรังเกียจของเขาทำเอาพราวพิรุณหน้าชา
อยากจะย้อนถามนักว่าผู้หญิงอย่างเธอมันเป็นยังไง แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่กัดปากตัวเองไว้แรงๆ
เป็นการเตือนว่าอย่าพูดอะไรที่เป็นการตอกย้ำให้หัวใจต้องเจ็บปวดมากไปกว่าที่เป็นอยู่จะดีกว่า
“ฉันขอเสื้อผ้ากับกระเป๋าของฉันคืนด้วย”
ภาคินขยับสาบเสื้อคลุมมาทับกันไว้แล้วดึงสายคาดเอวมาผูกด้วยท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อน
แล้วในขณะที่เขายังไม่ทันได้ตอบ
สายตาของพราวพิรุณก็เหลือบไปเห็นชุดที่เธอสวมเมื่อคืนนี้กองอย่างไร้ค่าไม่ต่างไปจากผ้าขี้ริ้วอยู่บนพื้นข้างเตียง
เธอตั้งใจจะเดินไปหยิบแต่ก็ต้องชะงัก เพราะทันทีที่ภาคินหย่อนเท้าลงมา เขาก็เหยียบมันเข้าพอดีอย่างไม่ตั้งใจ
ดวงตาคู่คมก้มมองที่เท้าตัวเอง
และพอเห็นว่าเขากำลังเหยียบสิ่งใดอยู่จึงได้ยกเท้าออกแล้วก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาถือไว้ในมือ
“ขอมันคืนให้ฉันด้วยค่ะ”
เธอเอ่ยปากทวงชุดของตัวเองคืน
“เดี๋ยวจะให้คนหาชุดใหม่มาให้
ใส่เสื้อผมไปก่อนก็แล้วกัน”
“ไม่เป็นไรค่ะ
ถ้ามันไม่ขาดจนใส่ไม่ได้ก็ไม่ได้มีปัญหาสำหรับฉัน”
ปกติภาคินก็ไม่ค่อยชอบให้ใครขัดใจอยู่แล้ว
ยิ่งเป็นพราวพิรุณที่ไม่ฟังคำพูดของเขา ชายหนุ่มก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
แล้วจะด้วยเพราะความหงุดหงิดหรือเพราะถูกผู้หญิงตรงหน้าท้าทายความอดทนก็สุดรู้
จู่ๆ ภาคินก็ฉีกชุดที่อยู่ในมือจนขาดเป็นสองส่วน!
“คุณภาคิน
นั่นคุณทำอะไร!”
“ผมไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่ง
แล้วผมก็อยากเห็นคุณมีปัญหา มีอะไรไหม”
“ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะมีนิสัยเป็นอันธพาลแบบนี้!”
พราวพิรุณยืนกำมือแน่นด้วยความโมโห
อยากจะกระโดดเข้าไปข่วนหน้าหล่อๆ ของเขาเสียให้ยับคามือจริงๆ
แต่ตอนนี้อาการปวดหัวที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็แทบจะทำให้ยืนไม่อยู่อยู่แล้ว
นับประสาอะไรกับการเข้าไปทำร้ายร่างกายคนอื่น
“แล้วผมจำเป็นต้องเป็นสุภาพบุรุษกับผู้หญิงอย่างคุณด้วยรึ”
เขาว่าด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน
“คุณภาคิน
เรื่องที่ฉันบอกเลิกคุณ ฉันมีคำอธิบาย”
“คำอธิบาย?”
เขาทำเสียงชนิดหนึ่งในลำคอคล้ายเป็นการประชด
“ไม่คิดว่าคำอธิบายของคุณมันจะสายไปหน่อยหรือไง พราวพิรุณ”
พราวพิรุณพูดอะไรไม่ออก
ในขณะที่ภาคินก็ไม่มีอะไรจะพูด ทั้งสองจึงได้แต่ยืนจ้องหน้ากันนิ่ง
ก่อนที่ครู่หนึ่งภาคินจะเป็นฝ่ายเดินผ่านร่างบอบบางของอดีตแฟนสาวไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
@@@@@@@
อีบุ๊กมาแล้วน้าาาาาาา
ฝากอีบุ๊กเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
![]() |
|
9ความคิดเห็น