ลำดับตอนที่ #14
ตั้งค่าการอ่าน
ค่าเริ่มต้น
- เลื่อนอัตโนมัติ
- ฟอนต์ THSarabunNew
- ฟอนต์ Sarabun
- ฟอนต์ Mali
- ฟอนต์ Trirong
- ฟอนต์ Maitree
- ฟอนต์ Taviraj
- ฟอนต์ Kodchasan
- ฟอนต์ ChakraPetch
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #14 : 13 หนึ่งต่อเก้าร้อยเก้าสิบเก้า
13 – หนึ่งต่อเก้าร้อยเก้าสิบเก้า
มาโอกัดริมฝีปากกลั้นเสียงร้อง ขณะกรีดขาของตนอีกแผลหนึ่ง
ยาในลูกดอกช่างแรงนัก เขาต้องกรีดแทงตนเองถึงสามแผลเพื่อประคองสติให้นำพาร่างมาถึงที่วิหารแห่งเทพหายนะ...ยิ่งไม่นับว่าต้องเสียเวลาจัดการกับชาวเมืองอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับคำสั่งให้มาดับชีวิตของตนคากระท่อมว่างเปล่าของราพลังก้าทั้งๆ ที่แทบไม่เหลือสติ
เมืองนี้มันบ้าไปแล้ว...ถ้าเพียงแต่ข้าเกลี้ยกล่อมให้ราพลังก้าไปด้วยกันตั้งแต่ก่อนหน้านั้น
ถ้าเพียงแต่ข้า...ยอมบอกความจริงต่อนาง...
...ว่ามาโอ ทรูเอลีวาธ อัศวินประจำวิหารวารีแห่งพาสตาเลีย ได้รับคำสั่งให้มาเสาะหาเรย์วาเทลในแดนไกลผู้สามารถขับขานเมตาฟาลิก้า บทเพลงแห่งการสรรค์สร้างได้ เพื่อให้แผนการสร้างทวีปใหม่เสร็จสิ้นตามบัญชาแห่งมหาวิหาร
...ว่ามาโอ นักเดินทางพเนจรผู้ปลอมตนมาตามคำสั่งนั้นไม่อาจทำสำเร็จด้วยความกลัว เขาจำได้ติดใจถึงเรื่องเล่าขานว่าครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่อินเฟล สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งวารี และเนเนช่า สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งอัคคีประสานมนต์เพลงเมตาฟาลิก้าคู่กันเพื่อการสร้างทวีปใหม่จบลงเช่นไร เนเนช่าที่ไม่อาจทานทนอำนาจมหาศาลของบทเพลงสิ้นชีวิตลงกลางพิธี หากนั่นยังมิใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด สงครามปะทุขึ้นระหว่างพาสตาเลียกับเทพธิดาเฟรเลียผู้เห็นการขับขานเมตาฟาลิก้าเป็นภัย อินเฟลรับหน้าที่ผู้นำสูงสุดแห่งพาสตาเลียในการรบครั้งนั้น ก่อนจะหายสาบสูญไปหลังจากสงครามสงบลงได้เพียงปีเดียว ผู้คนโจษจันกันว่านางถูกลอบสังหาร หรือตัดสินใจจะวางมือจากตำแหน่งเองด้วยความสำนึกผิดที่เป็นเหตุให้เนเนช่าต้องตาย และกระทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่สู้ดีนักขณะเป็นผู้นำในการรบ แผนการสร้างทวีปใหม่ดูเหมือนจะล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิงหลังจากนั้น...แต่ก็เพียงในเปลือกหน้า เพราะอัศวินประจำวิหารผู้หนึ่งได้รับหน้าที่ให้ตามหาหนึ่งในผู้ขับร้องเมตาฟาลิก้าบทวารี และพานางกลับมาทำพิธีร่วมกับท่านหญิงรัคช่า สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งอัคคีคนปัจจุบัน
...ว่ามาโอ อดีตเด็กกำพร้าที่ได้รับการอุปการะจากมหาวิหารแห่งพาสตาเลียหลังสงครามที่ทำลายล้างบ้านเกิดของตน ไม่อาจหักใจบอกความจริงต่อเรย์วาเทลกำพร้าเช่นกันตั้งแต่เห็นนางขับขานบทเพลงเมตาฟาลิก้าต่อหน้าโดยไม่คาดฝันและบันดาลให้มหาพฤกษางอกงาม นางเป็นเรย์วาเทลที่ใสสะอาดเกินกว่าจะให้ไปยุ่งเกี่ยวกับการชิงอำนาจในมหาวิหาร นางไม่รู้เรื่องราวของโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย นางอยู่ได้ด้วยความฝันและการเชื่อใจผู้คนในโลกใบเล็กๆ ของนาง
แต่เหนือสิ่งอื่นใด...เขาเกรงจะสูญเสียนางไปหากนางขับขานเมตาฟาลิก้าอีกครั้ง เมตาฟาลิก้าที่มิได้ตั้งใจสร้างสรรค์เพียงต้นไม้ใหญ่หรือความอุดมสมบูรณ์ของเมืองเมืองเดียว แต่เป็นทวีปใหญ่ทั้งทวีป
...แต่เรื่องทั้งหมดนี้ไม่สำคัญอีกแล้ว ข้าต้องช่วยนางให้รอดชีวิตในตอนนี้ให้จงได้...มิเช่นนั้น...
สายฟ้าแลบและเสียงฟ้าร้องเหนือหอคอยทำให้สองขาของมาโอเริ่มวิ่งกวดทั้งๆ ที่ปวดแปลบเป็นระยะ เขาจะเสียเวลาไปมากกว่านี้มิได้อีก
แสงที่สว่างเจิดจ้าขึ้นทันใดยังผลให้มาโอยกมือขึ้นป้องตา เสียงครืนครันดังไล่หลังมาในเวลารวดเร็วก่อนดวงตาของเขาจะทันหายพร่าเสียด้วยซ้ำ
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่มหึมา นัยน์ตาสีแดงฉานปรากฏจากใต้หมวกเกราะมันเลื่อมราวโลหะสีดำ ตลอดร่างนั้นปกคลุมด้วยโลหะสีดำเช่นกัน ชาวเมืองส่งเสียงครางเมื่อมือขนาดใหญ่ที่แลดูคล้ายกรงเล็บค่อยๆ คืบลงมาสู่สตรีในชุดขาวที่นอนนิ่งอยู่
“หนี! หนีเร็วสิราพลังก้า!” ชายหนุ่มพลันตะโกนก้อง “หนีไปเสีย! ข้าไม่เป็นไรแล้ว! เจ้าไม่จำเป็นต้องยอมเสียสละเพื่อใครอีกทั้งนั้น!”
ใบหน้าของหญิงสาวเบือนมาทางเขาน้อยๆ ทว่ามาโอก็ไม่อาจบอกได้ว่านางเห็นหรือได้ยินเขาหรือไม่ หรือว่าจะสิ้นสติไปแล้วด้วยอาการของโรคที่กำลังรุมเร้า มิเช่นนั้นก็ความกลัวร่างดำทะมึนของเทพมารที่อยู่ใกล้เพียงค้ำร่างน้อยๆ ของนาง
ผู้ที่มีความเคลื่อนไหวกลับกลายเป็นทหารชาวเมือง ซึ่งชักอาวุธออกทันควันตามเสียงร้องของเจ้าเมือง
“ฆ่ามัน! ฆ่ามาโอให้ได้! อย่าปล่อยให้มันเข้าไปทำลายพิธีสังเวยได้เด็ดขาด!!”
เจ้าผู้ที่อาศัยในเมืองอันชุ่มโชกไปด้วยเลือดเพื่อความรุ่งเรืองของพวกเจ้าเอง เจ้าผู้ที่ยัดเยียดการไถ่ถอนให้แก่นารีแห่งเสียงเพลง จงปล่อยนางไปเสีย!
เพื่อความรุ่งเรืองแห่งดินแดนนี้ เราจำต้องสังเวยดวงวิญญาณนับไม่ถ้วน...แม้นว่าพวกเราจะต้องฝ่าฝืนศีลธรรม แม้นว่าเราจะต้องคำสาป!
จงอย่ากลัว...คิดเพียงว่าจะปกป้องราพลังก้าและช่วงชิงอิสรภาพจากเทพหายนะได้อย่างไรก็พอ!
จงอย่ากลัว...คิดเพียงว่าจะปกป้องราพลังก้าและช่วงชิงชีวิตจากเทพหายนะได้อย่างไรก็พอ!
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมค่อนข้างตั้งหน้าตั้งตารอจะเขียนอยู่มาก ตรงกับช่วงกลางเพลง Utau Oka - Salavec Rhaplanca ที่เริ่มร้องถึงการสังเวยและการสู้รบ ชาวบ้านทำเรื่องใหญ่ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสียแล้ว
มาโอจะสามารถสู้กับเทพหายนะและช่วยราพลังก้าได้หรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ปล. ขอโทษที่ลงช้ากว่ากำหนดไปวันหนึ่งนะครับ ตอนนี้ตารางวันอังคารแน่นมากจนกำลังคิดว่าจะหลบมาลงวันพุธแทนดีมั้ย แถมเมื่อวานเน็ตที่บ้านล่มครับ m[_ _]m
ข้าอยากจบความสิ้นหวังนี้ ข้าอยากปลดปล่อยราพลังก้าให้เป็นอิสระ!
...ข้าอยากให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไป...นางผู้เป็นที่รักของข้า...
...ข้าอยากให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไป...นางผู้เป็นที่รักของข้า...
มาโอกัดริมฝีปากกลั้นเสียงร้อง ขณะกรีดขาของตนอีกแผลหนึ่ง
ยาในลูกดอกช่างแรงนัก เขาต้องกรีดแทงตนเองถึงสามแผลเพื่อประคองสติให้นำพาร่างมาถึงที่วิหารแห่งเทพหายนะ...ยิ่งไม่นับว่าต้องเสียเวลาจัดการกับชาวเมืองอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับคำสั่งให้มาดับชีวิตของตนคากระท่อมว่างเปล่าของราพลังก้าทั้งๆ ที่แทบไม่เหลือสติ
เมืองนี้มันบ้าไปแล้ว...ถ้าเพียงแต่ข้าเกลี้ยกล่อมให้ราพลังก้าไปด้วยกันตั้งแต่ก่อนหน้านั้น
ถ้าเพียงแต่ข้า...ยอมบอกความจริงต่อนาง...
...ว่ามาโอ ทรูเอลีวาธ อัศวินประจำวิหารวารีแห่งพาสตาเลีย ได้รับคำสั่งให้มาเสาะหาเรย์วาเทลในแดนไกลผู้สามารถขับขานเมตาฟาลิก้า บทเพลงแห่งการสรรค์สร้างได้ เพื่อให้แผนการสร้างทวีปใหม่เสร็จสิ้นตามบัญชาแห่งมหาวิหาร
...ว่ามาโอ นักเดินทางพเนจรผู้ปลอมตนมาตามคำสั่งนั้นไม่อาจทำสำเร็จด้วยความกลัว เขาจำได้ติดใจถึงเรื่องเล่าขานว่าครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่อินเฟล สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งวารี และเนเนช่า สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งอัคคีประสานมนต์เพลงเมตาฟาลิก้าคู่กันเพื่อการสร้างทวีปใหม่จบลงเช่นไร เนเนช่าที่ไม่อาจทานทนอำนาจมหาศาลของบทเพลงสิ้นชีวิตลงกลางพิธี หากนั่นยังมิใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุด สงครามปะทุขึ้นระหว่างพาสตาเลียกับเทพธิดาเฟรเลียผู้เห็นการขับขานเมตาฟาลิก้าเป็นภัย อินเฟลรับหน้าที่ผู้นำสูงสุดแห่งพาสตาเลียในการรบครั้งนั้น ก่อนจะหายสาบสูญไปหลังจากสงครามสงบลงได้เพียงปีเดียว ผู้คนโจษจันกันว่านางถูกลอบสังหาร หรือตัดสินใจจะวางมือจากตำแหน่งเองด้วยความสำนึกผิดที่เป็นเหตุให้เนเนช่าต้องตาย และกระทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่สู้ดีนักขณะเป็นผู้นำในการรบ แผนการสร้างทวีปใหม่ดูเหมือนจะล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิงหลังจากนั้น...แต่ก็เพียงในเปลือกหน้า เพราะอัศวินประจำวิหารผู้หนึ่งได้รับหน้าที่ให้ตามหาหนึ่งในผู้ขับร้องเมตาฟาลิก้าบทวารี และพานางกลับมาทำพิธีร่วมกับท่านหญิงรัคช่า สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งอัคคีคนปัจจุบัน
...ว่ามาโอ อดีตเด็กกำพร้าที่ได้รับการอุปการะจากมหาวิหารแห่งพาสตาเลียหลังสงครามที่ทำลายล้างบ้านเกิดของตน ไม่อาจหักใจบอกความจริงต่อเรย์วาเทลกำพร้าเช่นกันตั้งแต่เห็นนางขับขานบทเพลงเมตาฟาลิก้าต่อหน้าโดยไม่คาดฝันและบันดาลให้มหาพฤกษางอกงาม นางเป็นเรย์วาเทลที่ใสสะอาดเกินกว่าจะให้ไปยุ่งเกี่ยวกับการชิงอำนาจในมหาวิหาร นางไม่รู้เรื่องราวของโลกภายนอกเลยแม้แต่น้อย นางอยู่ได้ด้วยความฝันและการเชื่อใจผู้คนในโลกใบเล็กๆ ของนาง
แต่เหนือสิ่งอื่นใด...เขาเกรงจะสูญเสียนางไปหากนางขับขานเมตาฟาลิก้าอีกครั้ง เมตาฟาลิก้าที่มิได้ตั้งใจสร้างสรรค์เพียงต้นไม้ใหญ่หรือความอุดมสมบูรณ์ของเมืองเมืองเดียว แต่เป็นทวีปใหญ่ทั้งทวีป
...แต่เรื่องทั้งหมดนี้ไม่สำคัญอีกแล้ว ข้าต้องช่วยนางให้รอดชีวิตในตอนนี้ให้จงได้...มิเช่นนั้น...
สายฟ้าแลบและเสียงฟ้าร้องเหนือหอคอยทำให้สองขาของมาโอเริ่มวิ่งกวดทั้งๆ ที่ปวดแปลบเป็นระยะ เขาจะเสียเวลาไปมากกว่านี้มิได้อีก
มาเถิด! เทพแห่งหายนะผู้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า!
เจ้าสาวผู้ถูกสังเวยเอย ทุกสิ่งเป็นไปเพื่อพวกเรา!
หากปรารถนาแห่งเรามิได้รับการตอบสนอง! หายนะจักบังเกิดในโลหิตหลั่งนอง
เจ้าสาวผู้ถูกสังเวยเอย ทุกสิ่งเป็นไปเพื่อพวกเรา!
หากปรารถนาแห่งเรามิได้รับการตอบสนอง! หายนะจักบังเกิดในโลหิตหลั่งนอง
แสงที่สว่างเจิดจ้าขึ้นทันใดยังผลให้มาโอยกมือขึ้นป้องตา เสียงครืนครันดังไล่หลังมาในเวลารวดเร็วก่อนดวงตาของเขาจะทันหายพร่าเสียด้วยซ้ำ
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือร่างสูงใหญ่มหึมา นัยน์ตาสีแดงฉานปรากฏจากใต้หมวกเกราะมันเลื่อมราวโลหะสีดำ ตลอดร่างนั้นปกคลุมด้วยโลหะสีดำเช่นกัน ชาวเมืองส่งเสียงครางเมื่อมือขนาดใหญ่ที่แลดูคล้ายกรงเล็บค่อยๆ คืบลงมาสู่สตรีในชุดขาวที่นอนนิ่งอยู่
“หนี! หนีเร็วสิราพลังก้า!” ชายหนุ่มพลันตะโกนก้อง “หนีไปเสีย! ข้าไม่เป็นไรแล้ว! เจ้าไม่จำเป็นต้องยอมเสียสละเพื่อใครอีกทั้งนั้น!”
หนีเร็วนารีเอ๋ย! จงหนีเข้าสู่แสงสว่าง! จงหนีไปจากเทพหายนะ!
ใบหน้าของหญิงสาวเบือนมาทางเขาน้อยๆ ทว่ามาโอก็ไม่อาจบอกได้ว่านางเห็นหรือได้ยินเขาหรือไม่ หรือว่าจะสิ้นสติไปแล้วด้วยอาการของโรคที่กำลังรุมเร้า มิเช่นนั้นก็ความกลัวร่างดำทะมึนของเทพมารที่อยู่ใกล้เพียงค้ำร่างน้อยๆ ของนาง
ผู้ที่มีความเคลื่อนไหวกลับกลายเป็นทหารชาวเมือง ซึ่งชักอาวุธออกทันควันตามเสียงร้องของเจ้าเมือง
“ฆ่ามัน! ฆ่ามาโอให้ได้! อย่าปล่อยให้มันเข้าไปทำลายพิธีสังเวยได้เด็ดขาด!!”
เจ้าผู้ที่อาศัยในเมืองอันชุ่มโชกไปด้วยเลือดเพื่อความรุ่งเรืองของพวกเจ้าเอง เจ้าผู้ที่ยัดเยียดการไถ่ถอนให้แก่นารีแห่งเสียงเพลง จงปล่อยนางไปเสีย!
เพื่อความรุ่งเรืองแห่งดินแดนนี้ เราจำต้องสังเวยดวงวิญญาณนับไม่ถ้วน...แม้นว่าพวกเราจะต้องฝ่าฝืนศีลธรรม แม้นว่าเราจะต้องคำสาป!
จงอย่ากลัว...คิดเพียงว่าจะปกป้องราพลังก้าและช่วงชิงอิสรภาพจากเทพหายนะได้อย่างไรก็พอ!
จงอย่ากลัว...คิดเพียงว่าจะปกป้องราพลังก้าและช่วงชิงชีวิตจากเทพหายนะได้อย่างไรก็พอ!
--------------------------------------------------------------------------
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมค่อนข้างตั้งหน้าตั้งตารอจะเขียนอยู่มาก ตรงกับช่วงกลางเพลง Utau Oka - Salavec Rhaplanca ที่เริ่มร้องถึงการสังเวยและการสู้รบ ชาวบ้านทำเรื่องใหญ่ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้เสียแล้ว
มาโอจะสามารถสู้กับเทพหายนะและช่วยราพลังก้าได้หรือไม่ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ปล. ขอโทษที่ลงช้ากว่ากำหนดไปวันหนึ่งนะครับ ตอนนี้ตารางวันอังคารแน่นมากจนกำลังคิดว่าจะหลบมาลงวันพุธแทนดีมั้ย แถมเมื่อวานเน็ตที่บ้านล่มครับ m[_ _]m
เก็บเข้าคอลเล็กชัน
กำลังโหลด...
ความคิดเห็น