ค่าเริ่มต้น
- เลื่อนอัตโนมัติ
- ฟอนต์ THSarabunNew
- ฟอนต์ Sarabun
- ฟอนต์ Mali
- ฟอนต์ Trirong
- ฟอนต์ Maitree
- ฟอนต์ Taviraj
- ฟอนต์ Kodchasan
- ฟอนต์ ChakraPetch
คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #10 : เล่ห์รักจำนนใจ 3.3
“ผมไม่ให้”
อินทุอรพูดยังไม่ทันจบประโยค อัศนีก็ขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ พลางนึกถึงผู้หญิงที่ไม่ต่างอะไรกับงูพิษที่พ่อของเขากำลังจะยกตำแหน่งเมียคนที่สองอย่างเป็นทางการให้แล้วก็เหยียดยิ้มออกมาด้วยความสมเพช
“เกาะฉิมพลีเป็นของแม่ พ่อไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาไปยกให้ใคร
หรือแม้แต่จะพาผู้หญิงคนไหนไปเหยียบก็ไม่ได้ทั้งนั้น”
อัศนีรู้ดีว่าอดิเทพเป็นคนเจ้าชู้
แต่ตั้งแต่ที่แม่เขาตายไปเมื่อสิบปีก่อน แม้ว่าพ่อจะมีผู้หญิงไม่เคยขาด
แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะยกย่องผู้หญิงคนไหนขึ้นมาเป็นเมียใหม่อย่างออกหน้าออกตา
ดังนั้นเขาเลยไม่คิดที่จะสนใจในสิ่งที่เรียกว่า ‘ความสุข’ ของคนเป็นพ่อ
กระทั่งเมื่อสองเดือนก่อน
จู่ๆ อดิเทพก็เกิดไปลุ่มหลงนิชาภาจนถึงขั้นที่ยอมจดทะเบียนสมรสด้วย
และยังมีกำหนดที่จะจัดงานแต่งกันอย่างใหญ่โตภายในปีนี้
แล้วตอนนี้ทั้งสองคนก็บินไปดูชุดแต่งงานที่ประเทศฝรั่งเศส
“ถ้าอย่างนั้นแกก็ต้องรีบมีเมียซะ”
เจ้าสัวอัครเดชเอ่ยขึ้น “เพราะถ้าแกมีเมียเมื่อไหร่ ฉันก็จะได้ยกเกาะฉิมพลีให้แกตามที่แม่แกบอกไว้ก่อนตายให้สิ้นเรื่องสิ้นราว”
อัศนีรับรู้เงื่อนไขในการที่เขาจะได้กรรมสิทธิ์ครอบครองเกาะฉิมพลีของผู้เป็นแม่ดี
นั่นคือเขาจะต้องแต่งงาน
เนื่องจากเจ้าสัวอัครเดชรับปากลูกสะใภ้ที่ไม่เหลือญาติสนิทที่ไหนอีกแล้วว่าจะทำตามความต้องการ
แต่ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน
และไม่รู้ว่าตัวเองจะตายวันตายพรุ่ง ดังนั้นจึงอยากจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย
เพราะไม่เช่นนั้น หากเขาเป็นอะไรไปอย่างกะทันหัน ทรัพย์สินในชื่อของพรรณวดี
ไม่ว่าจะเป็นที่ดินหรือเครื่องเพชรก็จะต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของอดิเทพครึ่งหนึ่ง ซึ่งนั่นก็รวมถึงเกาะฉิมพลีด้วย
จริงอยู่ว่าเจ้าสัวอัครเดชรู้ดีว่าอดิเทพเป็นคนเก่งและมีความสามารถ
ถึงได้ยกตำแหน่งประธานบริษัท ‘จรัสวรวัฒน์ กรุ๊ป’
ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน
กระทั่งปัจจุบันนี้ได้ขยายธุรกิจมาเป็นบริษัทผลิตเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ทั้งโซดา
น้ำดื่ม ครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องดื่มเกลือแร่ กาแฟพร้อมดื่ม
ตลอดจนเครื่องดื่มชาเขียว เก๊กฮวย และน้ำผลไม้ภายใต้แบรนด์ ‘ดรากอน’
ที่ตนก่อตั้งขึ้นมากับมือให้ลูกชายบริหารต่อ
ซึ่งหลายปีมานี้อดิเทพก็สามารถพิสูจน์ฝีมือในการเป็นผู้บริหารของจรัสวรวัฒน์ กรุ๊ปได้เป็นอย่างดี
แต่ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งเขาจะถูกผู้หญิงหูตาแพรวพราวอย่างนิชาภาที่อายุห่างกันคราวลูกปั่นหัว
เพราะเจ้าหล่อนสามารถทำให้ผู้ชายเจ้าชู้อย่างอดิเทพยอมจดทะเบียนสมรสด้วยได้
ก็คงจะไม่เบานักหรอก
“แกก็รู้ว่าแม่แกรักเกาะนั้นมาก
ปู่เองก็แก่แล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่าจะตายวันไหน ถ้าแกแต่งงาน
ปู่ก็จะได้ยกเกาะฉิมพลีให้แกกับเมียตามที่แม่ของแกสั่งเสียไว้ แล้วอีกอย่าง
ปู่ก็จะได้เห็นหน้าเหลนเสียที”
“แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัวตอนนี้”
“อะไรที่แกว่ายังไม่พร้อม
อายุก็ปาเข้าไปสามสิบห้าแล้ว หนูลินเองก็เรียนจบกลับมาตั้งหลายปีแล้ว”
ได้ยินหลานชายพูดแบบนั้นอินทุอรก็เอ่ยถามทันที
อินทุอรพูดถึงพรไพลินซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทที่เธอเองก็เห็นมาแต่เล็กแต่น้อยและหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะให้มาเป็นหลานสะใภ้
เพราะไม่ว่าจะหน้าตาหรือชาติตระกูลก็ล้วนถูกใจเธอทั้งสิ้น แถมการศึกษาก็จบปริญญาโททางด้านแฟชั่นดีไซน์มาจากฝรั่งเศส
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับลินหรอกครับอาอร”
“ถ้าไม่เกี่ยวกับหนูลิน
แล้วมันเกี่ยวกับใคร” เจ้าสัวอัครเดชถามพลางจ้องหน้าหลานชายอย่างต้องการคำตอบ
แต่พออีกฝ่ายไม่คิดจะปริปากท่านจึงพูดต่อ “งั้นถ้าแกไม่อยากให้สมบัติที่เป็นส่วนของแม่แกตกไปอยู่ในมือของคนอื่น
แกก็ต้องรีบหาผู้หญิงที่จะมาเกี่ยวกับแกให้ได้ก่อนที่ปู่จะตาย”
หลังจากที่เจ้าสัวอัครเดชพูดจบ
ภายในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์จรัสวรวัฒน์ก็เงียบกริบ
ทำให้อัศนีมองหน้าปู่ทีอาทีสลับกัน “คุณปู่พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ”
“ปู่เพิ่งตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจ
ถึงจะไม่ถึงขั้นรุนแรงแต่เพราะปู่แก่แล้ว ร่างกายก็ทรุดโทรมลงทุกวัน
แล้วถ้าถึงวันนั้นแล้วแกยังไม่แต่งงานตามเงื่อนไขที่แม่แกสั่งเสียไว้
บางทีปู่ก็อาจจะรักษาเกาะฉิมพลีเอาไว้ให้แกไม่ได้”
อัศนีชะงักไปเล็กน้อย
เขาเองก็เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของปู่ไม่น้อยเลย เพราะท่านก็อายุมากแล้ว
แต่เรื่องแต่งงานเขายังไม่พร้อมจริงๆ จริงอยู่ที่ว่าเขาต้องการเกาะฉิมพลี
แต่ตลอดมาเขายังคงวางใจเพราะมีปู่ดูแลเกาะของแม่เอาไว้ให้เป็นอย่างดี
รวมถึงก่อนหน้านี้เขาเองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องที่จะมีครอบครัว และก็ไม่คิดด้วยว่าพ่อจะหลงผู้หญิงคนนั้นหัวปักหัวปำขนาดนี้
“จริงๆ
อาว่าอัศก็น่าจะแต่งงานกับหนูลินได้แล้วนะ ไม่เห็นว่าจะต้องรออะไรอีกเลย
เพราะไม่ว่าจะฝ่ายเราหรือฝ่ายหนูลินต่างก็พร้อมกันทั้งสองฝ่าย เอาอย่างนี้ไหม
ให้อาไปคุยกับทางนั้นให้ก็ได้” อินทุอรสนับสนุนพร้อมกับเสนอตัวเป็นแม่สื่ออย่างเต็มที่
ทว่าคนเป็นหลานกลับรีบตัดบท
“ถ้าผมคิดจะมีเมีย ผมขอจัดการเองดีกว่าครับ”
เรื่องนี้ใครยังไม่มี อย่าลืมไปโหลดอีบุ๊กกันนะจ๊ะ
โปรงามๆ แค่ 179 เท่าน้านนนนนนนนน
ตามลิงค์ไปเลยจ้าาาาาาาาาา
7ความคิดเห็น