คลังเก็บแฟนฟิคของ FoxxTrot

ตอนที่ 5 : Fic Fantastic Beasts [#GGAD] Mirror, Mirror, on the Wall

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    30 มี.ค. 62

Fic Fantastic Beasts : Mirror, Mirror, on the Wall

 

 

Pairing : #Grindeldore #GGAD

 

Writer : FoxxTrot

 

Cannonverse  AU, PG-13

 

Note : กาวมาก กาวล้วนๆไม่มีสาระปน แถมยังไม่เคยอ่านหนังสือHPใดๆ มาก่อนด้วย ผิดพลาดแต่ประการใดก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยค่ะ แต่คู่นี้อฟช.ชงเข้มมากจนไม่หวีดไม่ได้แล้วแง้งงงงง

 

 





###########

 

“ผมลุกขึ้นสู้กับกรินเดลวัลด์ไม่ได้”




นั่นคือสิ่งที่อัลบัสพูดอยู่เสมอเวลามีคนมาขอให้เขาทำอะไรสักอย่างกับอิทธิพลของเกลเลิร์ตที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลกของผู้วิเศษในขณะนี้ กระทรวงคิดว่าเพราะมิตรภาพตั้งแต่วัยเยาว์ที่ทำให้เขาหันหลังให้สงคราม นิวท์คิดว่าเพราะสัญญาเลือดที่ทำให้เขาไม่อาจลงมือได้




ทั้งสองฝั่งคิดถูกแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด




และมีเพียงอัลบัสที่รู้แก่ใจว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร




ซึ่งเหตุผลนั้น ได้จ้องตอบเขากลับมาทุกครั้งที่ผ้าคลุมเลื่อนหลุดจากกระจกเงาแห่งเอริเซค

              







 

                เกลเลิร์ตในภาพสะท้อนยังคงเป็นเด็กหนุ่มอยู่




ผมสีทองสว่างยาวเกือบถึงบ่าไม่ได้ซีดขาวเหมือนในปัจจุบัน ทว่าดวงตาคู่นั้นเป็นสีฟ้าและดำไปแล้ว อัลบัสเองก็ยังเป็นเด็กหนุ่มเช่นกัน ผมสีน้ำตาลแดงตัดสั้นแบบที่เกลเลิร์ตชอบค่อนแคะว่าเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินไปอยู่บ่อยๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้เพื่อให้มันไม่เป็นทรงอย่างหมั่นเขี้ยว




ทั้งคู่ใช้ไม้กายสิทธิ์กรีดลงกลางฝ่ามือพร้อมๆ กัน หยาดเลือดซึมออกมาตามแนวนั้นในขณะที่ริมฝีปากพึมพำคาถาที่สอดประสานเข้าด้วยกันเป็นดั่งคำสาบาน




จะปกป้อง จะดูแล




และไม่มีวันทำร้ายกัน




อย่างกับพิธีสาบานในงานแต่งพวกมักเกิ้ล เกลเลิร์ตแสดงความคิดเห็นไว้เมื่อนานมาแล้วตอนที่อ่านเจอเรื่องสัญญาเลือดในหนังสือรวบรวมคาถาโบราณเล่มหนึ่ง อัลบัสในตอนนั้นทำเพียงหัวเราะให้สีหน้าปุเลี่ยนๆ ของอีกฝ่ายโดยไม่ได้กล่าวอะไร




ใครจะไปนึกว่าอีกไม่กี่ปีต่อมา เจ้าคนขี้บ่นคนนั้นจะเป็นคนชวนทำสัญญาเลือดเสียเอง




อัลบัสไม่ได้ถามเหตุผล บางครั้งเกลเลิร์ตก็เอาแต่ใจอย่างเหลือเชื่อจนไม่สามารถคาดหวังเอาคำตอบได้ แต่ให้พูดกันตามตรงสัญญานี้ไม่ได้ส่งผลอะไรกับอัลบัสเลยแม้แต่น้อย




เพราะไม่ว่าจะกรีดเลือดสาบานหรือไม่ เขาก็ไม่มีวันทำร้ายเกลเลิร์ตเด็ดขาด




ไม่มีวัน




นึกย้อนดูแล้วอัลบัสจึงตระหนักได้ว่าตนเองช่างใสซื่อเพียงใด คาดหวังว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งที่ทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้มั่นคงมาตั้งแต่แรก เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าเกลเลิร์ตกำลังกระหายในศาสตร์มืด สีสันในดวงตาข้างซ้ายคือหลักฐานยืนยัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังหลับตาข้างเดียวกันลง แสร้งโง่งมทำเป็นไม่รับรู้จนทำให้ทุกอย่างดำเนินมาถึงจุดนี้




ภาพในกระจกขยับไหวเมื่อเด็กหนุ่มทั้งสองยกฝ่ามือข้างที่กรีดทำสัญญาขึ้นมาสัมผัสกัน ดวงตาหลับลงปล่อยให้คาถาทำงาน




แต่แล้วเกลเลิร์ตกลับทำนอกเหนือพิธี นิ้วเรียวขยับ กอบกุมเกี่ยวประสานกับนิ้วของอัลบัสทั้งที่ไม่จำเป็น




อีกหนึ่งความเอาแต่ใจอันไร้เหตุผล




อัลบัสยังคงจดจำสัมผัสอันร้อนผ่าวเหล่านั้นได้ ตัวเขาในกระจกเงากระตุกยิ้มเพียงมุมปากอย่างรู้ทัน ในขณะที่ตัวเขาในปัจจุบันยิ้มอย่างแสนเศร้า เพราะหลังจากนั้นเกลเลิร์ตก็โน้มใบหน้าลงมา ใช้ริมฝีปากยึดครองรอยยิ้มของเขาไว้ เพียงเสี้ยววินาทีแต่จะประทับในวิญญาณตราบชั่วกาล




“นั่นไม่ได้เขียนไว้ในหนังสือสักหน่อย” หนุ่มน้อยอัลบัสกล่าว




“เขียนสิ” หนุ่มน้อยเกลเลิร์ตแย้ง “นายอ่านไม่ละเอียดเอง”




อีกหนึ่งความเอาแต่ใจอันไร้เหตุผล




ทั้งคู่ปล่อยมือจากกัน ถอยไปคนละครึ่งก้าวเพื่อให้คาถาทำงานต่อ หยดเลือดลอยออกมาจากบาดแผล ก่อนจะกลายเป็นเครื่องรางสีเงิน เกลเลิร์ตคว้ามันไว้แล้วหย่อนลงกระเป๋าอกเสื้อทันทีโดยไม่เสียเวลาขอ อัลบัสปล่อยผ่าน ไม่คิดอ้างสิทธิ์ในการถือครอง นี่อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เกลเลิร์ตเอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ เพราะเขาเองนั่นเองที่ตามใจอีกฝ่ายไปเสียทุกเรื่อง




                อัลบัสยินยอมทำสัญญาเลือดเพราะคิดว่าไม่ว่าจะมีหรือไม่ก็ไม่ต่างอะไรสำหรับเขา




                เขาไม่มีวันทำร้ายเกลเลิร์ต




                หากไม่ใช่เพราะเกลเลิร์ตจงใจทำร้ายเขาก่อน




                อีกฝ่ายวางแผนไว้เนิ่นนานแล้ว รู้ตัวดีว่าหากเดินเข้าสู่วังวนของศาสตร์มืดกระทรวงจะต้องส่งคนมาไล่ล่าเข้าสักวัน ยิ่งเมื่อรวมเข้ากับความทะเยอทะยานอยากที่จะทำลายสมดุลย์ระหว่างผู้วิเศษและมักเกิ้ล เกลเลิร์ตจะกลายเป็นอาชญากรอันดับหนึ่งที่โลกเวทมนต์หมายหัว




                “คุณเป็นคนเดียวที่มีฝีมือทัดเทียมพอจะต่อกรกับเขาได้” เทรเวอร์มากดดันเขาถึงฮอกวอร์ต และอัลบัสมีลางสังหรณ์ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เขาต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้




                “ผมทำไม่ได้” นั่นยังคงเป็นคำตอบของอัลบัสเสมอมา




กระทรวงคิดว่าเพราะมิตรภาพตั้งแต่วัยเยาว์ที่ทำให้เขาหันหลังให้สงคราม นิวท์คิดว่าเพราะสัญญาเลือดที่ทำให้เขาไม่อาจลงมือได้




ทั้งสองฝั่งคิดถูกแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด




และมีเพียงอัลบัสที่รู้แก่ใจว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร




“เพราะพวกคุณสนิทกันเหมือนพี่น้องงั้นเหรอ” เทรเวอร์ยังคงไม่ละความพยายามที่จะไล่ต้อนเขา




อัลบัสถอดถอนหายใจ




“เราสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้อง”




                ภาพในกระจกแปรเปลี่ยนเป็นเกลเลิร์ตในวัยปัจจุบัน ผิวซีดเซียวจนเกือบจะเป็นสีเดียวกับเส้นผม ดวงตาสองสีกร้าวกระด่าง โหนกแก้มสูงและรูปหน้าที่ค่อนข้างซูบตอบ ดูแลตัวเองซะบ้างเถอะตาเฒ่า เขาคิดเช่นนี้เสมอมือมีคนเอาภาพของเกลเลิร์ตตามพาดหัวข่าวต่างๆ ให้ดู หลายปีผันผ่าน ทั้งที่ถูกทรยศและยืนกันอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ซึ่งไม่มีวันบรรจบ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังห่วงหาอีกฝ่ายอยู่ดี




                อยากปกป้อง อยากดูแล




                ไม่ได้ต้องการมาห่ำหั่นกันเช่นนี้




อัลบัสยกมือขึ้นทาบกระจกเงาแห่งเอริเซค เกลเลิร์ตในภาพสะท้อนทำแบบเดียวกัน อีกมือของเขาลูบคลำเครื่องรางสีเงินที่นิวท์ สคามันเดอร์ช่วงชิงมาได้เมื่อไม่นานมานี้




                สัญญาเลือดระหว่างเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์และอัลบัส ดัมเบิลดอร์




ไม่อาจทำให้หลั่งเลือด




ไม่อาจประหัตประหาร




ไม่อาจเข่นฆ่า




ไม่อาจทำร้ายกันได้




กายเนื้ออาจสุขสบาย ทว่าหัวใจของเขาเหมือนถูกกรีดแทงด้วยคำสาปทุกครั้งเมื่อตระหนักได้ว่าโมงยามอันสุขสันต์และอ่อนหวาน ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเครื่องมือเพื่อให้อีกฝ่ายได้ฉกฉวย เพราะพวกเขาแข็งแกร่งและทัดเทียมกัน หากจะมีใครที่สามารถต่อกรกับเกลเลิร์ตผู้กำลังจะก้าวเป็นอาชญากรอันดับหนึ่งแห่งโลกเวทมนต์ได้ก็คืออัลบัส




ซึ่งบัดนี้มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว







 

“ผมลุกขึ้นสู้กับกรินเดลวัลด์ไม่ได้”



นั่นคือสิ่งที่อัลบัสพูดอยู่เสมอเวลามีคนมาขอให้เขาทำอะไรสักอย่างกับอิทธิพลของเกลเลิร์ตที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโลกของผู้วิเศษในขณะนี้ กระทรวงคิดว่าเพราะมิตรภาพตั้งแต่วัยเยาว์ที่ทำให้เขาหันหลังให้สงคราม นิวท์คิดว่าเพราะสัญญาเลือดที่ทำให้เขาไม่อาจลงมือได้




ทั้งสองฝั่งคิดถูกแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด




และมีเพียงอัลบัสที่รู้แก่ใจว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร




เพราะแม้หัวใจจะแหว่งเหวิ่นและบอบช้ำ




แต่กระจกเงาแห่งเอริเซคก็ยังสะท้อนภาพของเกลเลิร์ตให้อัลบัสเห็นอยู่ร่ำไป




 

 

End.

 

###########

 

Talk : อยากจะกรีดร้องให้ลั่นโรงมาเลยค่ะตอนถึงฉากกระจกเงาแห่งเอริเซค บั่บ ฟหกด้าสกฟห่เงส่ดกวาส แต่ต้องอุดปากตัวเองไว้เพราะเกรงใจมักเกิ้ลที่มาด้วยกัน เป็นการแสดงที่น้อยแต่มากจริงๆค่ะทั้งแววตาทั้งสีหน้าของพี่จู๊ดเหมือนคนอกหักแต่ยังรักเขาอยู่ //ยื่นรางวัลแถมป๋าเดปป์ให้//




แค่ในตัวอย่างเขาเอามือประกบกันใจชิปเปอร์ก็บางเป็นกระดาษแล้ว ของจริงจับหมับแบบประสานมือด้วย แถมสังเกตดูแล้วกรินจับก่อนอีกต่างหาก โหยยยยย เด็กนี่มันร้ายค่ะหัวหน้า ล่อลวงหนูอัลชัดๆ ฟ่หาดหกวฟเสางหกเ




คืออยากแต่งฉากย้อนอดีตผ่านกระจกเงาโดยเล่นกับคำพูดของดัมเบิ้ลดอร์ที่ชอบบอกว่าผมสู้กับกริลเดลวัลด์ไม่ได้เลยออกมาเป็น One shot อย่างที่เห็น อาจจะตัดฉากงงๆ นิดหนึ่งหรือมีบางจุดที่ไม่สมจริงเพราะข้อมูลในหนังเรื่องสัญญาเลือดก็น้อยเหลือเกินต้องขออภัยด้วย หวังว่าจะชอบนะฮับ ไว้เจอกันโอกาสหน้า : )`

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #41 Tetsuu (@4427) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 15:44
    มันหวานปนขม ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลยแต่ก็คิดว่าคงจะดีแล้วล่ะค่ะ เพราะยังไงสุดท้ายความรักก็เอาชนะอุดมการณ์
    #41
    0
  2. #39 RaBbiT piG (@smallbuf) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 01:29

    อ่านถึงประโยคสุดท้ายก็คือเจ็บจนจุก เหมือนโดนต่อยเลยค่ะ555555 จะไปต่อก็ไม่ได้ จะลืมเค้าก็ลืมไม่ลง ได้แต่เจ็บต่อไปแบบทำอะไรไม่ได้ เขียนดีมากๆเลยค่ะ

    #39
    0
  3. #38 weeping willow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 10:07

    รักในความหวานขมของคู่นี้ ตอนดูเราก็ต้องเก็บอาการเพราะเกรงใจคนรอบข้างเหมือนกันค่ะ แต่ในใจคือหวีดไปหลานแปดรอบแล้ว 5555


    เขียนดีงามจังเลยค่ะ ชอบมู้ด&โทนของเรื่องมาก ภาษาสละสลวยดีจัง ไม่เยอะเกิน พอดี ๆ อ่านฟิคแบบนี้แล้วมีความสุข นาน ๆ จะเจอสักที ฮือออ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ ชอบนะ ♡

    #38
    0
  4. #37 H.friend (@shawtyfriend) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 18:56

    ตอนดูคืออาการนี้เลย ฉันอยากให้เขารักกัน มันหวานปนขมแต่เราก็ชอบในความสัมพันมันดูเป็นไปได้ยากและลคกเกินกว่าจะตัด มันดีมันดีมากกก... ขอบคุณที่เขียนให้อ่านนะคะ เก่งมากๆเลย

    #37
    0
  5. #36 Rose-c (@Rose-c) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 16:09
    ดีอะ ดีต่อใจมากเลยค่ะ
    #36
    0
  6. #35 หางสีเงิน (@lookplapla) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 10:40

    ไม่ไหวแล้ว​ น้องจะร้องไห้กะคู่นี้​ ฮื้ออออ​ น้องต้องการแบบเน้อีกกกก
    #35
    0
  7. #34 redappleinwinter (@redappleinwinter) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:02

    ชอบมากๆ เลยค่ะ ไม่รู้จะพูดคำไหนให้สาสมดี


    คุณไรเตอร์ค่อยๆไล่เรียงเรื่องอย่างเอื่อยเฉย แต่ในความเอื่อยเฉยนั้นมันกลับซ่อนอารมณ์และความรู้ของอัลบัสไว้ในทุกบรรทัด

    ไม่ต้องใช้คำฟุ่งเฟื่อยอะไรเลย ไม่ต้องบรรยายเลยว่าอัลบัสเจ็บช้ำมาแค่ไหน แต่เรารู้สึกได้จริงๆค่ะ ว่าอัลบัสรู้สึกยังไง

    คุณไรเตอร์เขียนมากจริงๆ อ่านตอนแฟลชแบลคกลับไปแล้วเรายิ่งสงสารอัลบัสคนนั้น อัลบัสผู้ยอมปิดตัวเอง อัลบัสผู้ยอมในความรู้สึกของหัวใจอยู่เหนื่อเหตุผลทุกอย่าง เพียงเพราะยอมโอนอ่อนความเอาแต่ใจเกลเลิร์ต เจ็บที่ยิ่งรู้ว่าเขาหลอกใช้ แต่ตัวเองยังรัก

    โอ้โห มันหนึบหน่วมากจริงๆ


    พออ่านมาถึงตอนจบ เราผ่อนลมหายใจไม่ออกเลย มันขมวดเข้าจนเข้มข้นไปหมดความเจ็บของอัลบัสที่คุณไรเตอร์เขียน

    สำนวนดีมากๆ เลยค่ะ ชอบมากจริงๆ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ

    #34
    1
    • #34-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 5)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 19:16
      เห็นคอมเม้นท์ยาวๆว่ามีคนชอบฟิคของเราขนาดไหนนี่มันชื่นใจเอามากๆเลยค่ะ>< เห็นแล้วอยากแต่งแถมให้อีกสักเรื่องเลย แง้ ดีใจมากจริงๆค่ะ ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน
      #34-1
  8. #33 Lalin. (@LalinLalin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 10:30

    คือมันสุดยอดมากค่ะคู่นี้ ภาษาดีมาก ขอบคุณที่แต่งออกมานะคะ ฮรืออออิออิออออออออออ

    #33
    1
    • #33-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 5)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 19:17
      ขอบคุณค่าา คู่นี้แบบ ไม่ไหวแล้วมาน้อยแต่ได้ใจมากๆ ต้องแต่งค่ะไม่งั้นนอนไม่หลับ555
      #33-1
  9. #32 Felicia_Kirisora (@s-h-g) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 01:49
    หูยยยยยย นานๆจะเจอฟิคที่ดีงามแบบนี้ ภาษาเขียนดีมาก ชอบมากๆ รอติดตามผลงานต่อๆไปอยู่นะคะ แอบอยากอ่านในมุมมองของกริลบ้างจัง ทำคุณอัลเขาช้ำใจขนาดนี้ ฮืออออ
    #32
    1
    • #32-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 5)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 19:17
      อยากลองแต่งดูเหมือนกันค่ะ แต่กลัวฝีมือไม่ถึงบวกยังไม่มีไอเดียด้วย แต่อาจจะมีวันช็อตอื่นแทน ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ : )
      #32-1
  10. #31 ืning (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 23:25

    โฮฮฮฮฮ เขียนดีมากค่ะ ชอบมากกกกก อยากอ่านฟิคฟีลแบบนี้เลย

    อยากให้เขียนต่อมากเลยค่ะ

    #31
    1
    • #31-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 5)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 19:18
      อยากลองเขียนต่อเหมือนกันค่ะ แต่ไอเดียยังไม่มี แง้ รอก่อนนะะะะะ
      #31-1
  11. #30 Nshana (@ttoytoy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 21:43
    แง๊ ชอบมากกกกกก
    พออ่านๆดูแล้วก็เออ หรือจะหลอกใช้ไม่ให้ทำร้ายตัวเองเหมือนที่คุณฟ็อกเขียนนะ ตอนดูไม่คิดแง่นี้เลยค่ะ ฮือออ ขอมุมมองกริลด้วยได้มั้ยคะเนี่ย
    #30
    1
    • #30-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 5)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 19:19
      อยากลองแต่งเหมือนกันแต่ยังไม่มีไอเดียของทางฝั่งกรินนี่สิค่ะ ทั้งคู่เป็นคนความคิดซับซ้อนพอกัน เลยค่อนข้างแต่งซีนอารมณ์ยาก แต่ไว้ได้ไอเดียแล้วจะมาลงให้อ่านนะคะ
      #30-1
  12. #29 มิลลิเซนต์ (@master-reven) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 16:39
    ขอยาดมากรี๊ดที่ตงนี้นะคะ กี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด สำนวนยังดีเหมือนเคย ตอนแรกก็คิดว่าพิต้องเขียนแน่ๆ แล้วก็ใช่ด้วย55555 โอ๊ยยย นี่มันฉากเด็ดของหนังภาคนี้เลย อะไรจะลึกซึ้งปานน้ำผึ้งหยดขนาดน้าน จากที่ดูก็คิดเหมือนกันว่ากดวเป็นคนประเภทอยากได้อะไรต้องได้ มันก็จะมีความเอาแต่ใจหน่อยๆ ซึ่งก็ยิ่งทวีความดื้อรั้นเพราะดบดก็ตามใจเก่ง ถถถถถ ไปอยู่ด้วยกันเลยไป๊!
    #29
    1
    • #29-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 5)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 19:33
      นั่นสิคุณน้องงง ทิ้งสางครามการเมืองอะไรไปให้หมดแล้วไปอยู่ก้วยกันเถอะะะะะ คนหนึ่งก็เอาแต่ใจอีกคนก็ช่างเอาใจ แง้งงงง ไม่ไหวกะเคมีคู่นี้แล้วอ่ะ คาดว่าคงต้องแต่งอีกสักช็อตถึงจะหายบ้าได้ 5555
      #29-1