คลังเก็บแฟนฟิคของ FoxxTrot

ตอนที่ 4 : Fic Star Wars [#Reylo] To All the Boys I’ve Loved Before [2/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    1 ก.ย. 61



Fic Star Wars : To All the Boys I’ve Loved Before [2/2]




 

Pairing : #Reylo


Writer : FoxxTrot


Modern AU , PG-13


Note : ว่าจะเขียนวันช็อต แต่จบไม่ลงในพาร์ทเดียวจริงๆค่ะ จริงๆมีอีกหลายฉากที่อยากเขียนแต่พอก่อนแล้วกัน ก่อนที่งานหลักจะไม่เดินไปมากกว่านี้ แง้ แล้วก็ พาร์ทนี้สำหรับนักอ่านท่านหนึ่งซึ่งกำลังใจมาให้ฟ็อกจากหลังไมค์โดยเฉพาะ หวังว่าบทนี้จะทำให้คุณนึกถึงความทรงจำดีๆที่เคยมีนะคะ แล้วก็ขอบคุณมากจริงๆค่ะสำหรับกำลังใจ : )

 





วันนี้ทั้งเบนและเรย์มีนัดดูหนังกันที่บ้านของเด็กสาว



หนังโบราณคลาสสิกยุคเจ็ดศูนย์หรือแปดศูนย์สักเรื่องที่เบนไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เรย์กำลังอบป็อปคอร์นอยู่และวานให้เขาขึ้นมาหยิบแผ่นซีดีในห้องของเธอ พูดกันตามตรงเบนเคยขึ้นห้องเรย์หลายครั้งแล้ว เขากับเธอเคยนั่งติวข้อสอบด้วยกันในนี้จนถึงดึกดื่นด้วยซ้ำ แต่เขาเป็นสุภาพบุรุษผู้ยึดมั่นในสัญญามากพอที่จะไม่ทำอะไรมากไปกว่าจิ้มแก้มเรย์ในบางครั้งเมื่อเธอตอบคำถามผิด



แต่วันนี้...วันนี้เบนไม่แน่ใจอีกแล้วว่าจะเก็บไม้เก็บมือไว้กับตัวได้นานนักในเมื่อตระหนักได้แล้วว่ากำลังตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง



เพราะเขาค้นพบว่าเธอเก็บกระดาษข้อความทั้งหมดของเขาไว้เป็นอย่างดีในกล่องกระดาษแข็งสีเขียวสลับขาวเป็นลายทางรูปวงกลมข้างหัวเตียง



ตลอดหลายต่อหลายครั้งที่มาห้องเรย์ เบนแน่ใจว่าไม่เคยเห็นเจ้าสิ่งนี้มาก่อน บางทีเรย์อาจจะเพิ่งเอามันมารวมใส่กล่องหรือไม่ก็ซ่อนไว้สักที่ในตู้เสื้อผ้าแต่เพิ่งพลาดเอาออกมาวางให้เห็นวันนี้ ไม่ว่ายังไงก็ตามมันทำเบนรู้เลยว่าเขาตกอยู่ในปัญหาหนักเสียแล้ว



พ่อแม่ของเบนเป็นหวานใจกันตั้งแต่สมัยมัธยม และวิธีที่ฮานเลือกเพื่อจีบเลอาก็คือการเขียนข้อความส่งให้เธอทุกวัน ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไร้สาระอย่างเช่นวันนี้อากาศดีแค่ไหนไปจนถึงคำสารภาพสุดเลี่ยนว่าหัวใจของเขาเต้นแรงเพียงใดตอนที่ได้สบตาเธอ



เบนรู้เพราะว่าเขาแอบอ่านจดหมายของพ่อแม่ทุกฉบับ เลอายังคงเก็บมันไว้เป็นในกล่องโลหะใบหนึ่ง กระดาษกรอบเหลืองและหมึกซีดจางไปตามกาลเวลาบ้าง ทว่าทุกอย่างยังคงถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี ลายมือไก่เขี่ยของฮาน โซโลออกจะเป็นเรื่องน่าทุกข์ทรมานไปสักหน่อยแต่ทุกอย่างในนั้นทั้งหวานซึ้งและล้ำลึกพอที่จะทำให้แม้แต่เด็กหนุ่มอย่างเขาถึงกับเพ้อฝันและปรารถนาในความรักแบบเดียวกัน



เบนเคยส่งข้อความแบบนี้ให้เบซีนเช่นกัน ทว่าเธอไม่ใยดีมันเลยแม้แต่น้อย เธอบอกว่ามันทั้งเชยและน่าอาย นอกจากจะโยนกลับมาให้เขาแล้วยังกำชับอีกว่าอย่าได้ทำแบบนี้อีกเด็ดขาด



เด็กหนุ่มไม่เขียนข้อความอีกเลยก็จริงแต่ลึกลงไปแล้วเขาก็อยากลองสัมผัสประสบการณ์ความรักแบบเดียวกับที่พ่อแม่มีสักครั้ง



ดังนั้นตอนที่ได้รับจดหมายรักจากเรย์ มันจึงทำให้เบนทั้งประทับใจและหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก ท่ามกลางความรู้สึกวูบวาบและรวดเร็วของโลกยุคใหม่ยังมีเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่งที่ยังยึดมั่นกับวิธีดั้งเดิมอย่างปากกาและน้ำหมึกหลงเหลืออยู่อีก



เพราะแบบนั้นตอนที่ข้อตกลงเป็นแฟนปลอมๆ เริ่มขึ้นเขาจึงไม่รอช้าที่จะเสริมกฎและความต้องการของตนเองลงไป



ระหว่างเขากับเรย์ เกิดจากความรู้สึกที่อยากเอาชนะเบซีนล้วนๆ เบนเป็นหนุ่มฮอตที่ไม่เคยมีสาวไหนปฏิเสธเขาได้มาก่อน แต่เบซีนกลับเป็นคนแรกที่ทิ้งเขาไปทั้งที่ทุ่มทุนจีบมาตั้งมากมาย และเหตุผลของเธอยิ่งทำให้เบนเดือดดาลขึ้นไปอีก



ฟาสม่าซึ่งเป็นนักกีฬาบาสหญิงของโรงเรียนและเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเบนมาเล่าให้ฟังว่าได้ยินพวกเบซีนคุยกันในห้องน้ำ ว่านี้เป็นยุทธวิธีแบบหนึ่งในการจับผู้ชายของเธอ คบไปสักพักให้คิดว่ามีใจให้ ก่อนจะทิ้งไปเพื่อให้เขาตามจีบใหม่



‘และถ้าได้คบกันรอบสองเขาจะบูชาฉันราวกับราชินีเลยแหละ’



ดังนั้นตอนที่รู้ว่าเรย์เองก็มีปัญหาที่ต้องการแก้ไขเช่นกัน เบนจึงไม่รอช้าที่จะเสนอตัวคบกับเธอ ข้อตกลงซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย เป็นทางการและรัดกุม ตอนแรกมันก็สนุกดีที่ได้เห็นสีหน้าหงุดหงิดของเบซีนทุกครั้งที่เขาโอบเอวหรือก้มลงไปกระซิบกับเรย์ ยิ่งเขาไม่มีท่าทีว่าจะกลับไปขอคืนดีด้วย มันยิ่งทำให้เบซีนทุรนทุกรายจนต้องเป็นฝ่ายแชทและโทรมาหาเขาเสียเองเพื่อพยายามให้ได้กลับมาคบกันอีกครั้ง



เบนดื่มด่ำกับรสชาติของการแก้แค้นอยู่พักใหญ่เลยทีเดียวก่อนจะค้นพบว่านั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เขาอยากจะเดินกุมมือเรย์ รวมทั้งไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกโมโหทุกครั้งที่หันไปเห็นโพส่งสายตามาให้เรย์ด้วย



เขาตกหลุมรักเธอ



การได้รู้ว่าเรย์เก็บข้อความของเขาไว้ทุกฉบับแค่ทำให้เด็กหนุ่มตระหนักได้ถึงความรู้สึกที่มีอยู่เท่านั้น แต่ลึกลงไปเขารู้ดีว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว การอ่านข้อความที่ตนเองเขียนให้เรย์ยืนยันทฤษฏีนั้น



‘วันนี้เธอสวยมากฉันชอบเวลาเธอใส่สีเหลือง’



‘ทำไมไม่มีคาบที่เราได้เรียนด้วยกันบ้างนะ’



‘ฉันสอบผ่านฟิสิกส์แล้วต้องขอบคุณแฟนสุดฉลาดของฉัน’



‘แข่งรักบี้คืนนี้จะเอาถ้วยมาฝาก’



‘ฮันนี่ลิปปาล์ม ฉันชอบนะเหมาะกับเธอดี’  



ยิ่งอันล่าสุดนี่ยิ่งชัดเลยว่าเขาเสพติดรสชาติของเธอแค่ไหน แม้ว่าจูบระหว่างพวกเขาจะเป็นแค่การแตะริมฝีปากอย่างผิวเผินที่ไม่ได้มีความเร่าร้อนเลยสักนิดก็ตาม แต่เบนก็ตั้งหน้าตั้งตารอให้หนึ่งอาทิตย์เวียนมาถึง เพื่อที่เขาจะได้มีข้ออ้างในการสัมผัสเธอเสียที



“เบน!?” เรย์ตะโกนเรียกมาจากชั้นล่างเมื่อเห็นว่าเขาหายไปนานเกินไปแล้ว “หาซีดีเจอหรือเปล่า อยู่บนชั้นข้างหนังสือเจน ออสติน”



เบนพยายามตั้งสติแล้วตอบกลับไปในแบบที่สมกับเป็นเขาที่สุด



“เธอมีเจน ออสตินตั้งแปดเล่มฉันจะรู้ได้ไงว่าเล่มไหน!”








 

แต่ที่จริงแล้วเบนไม่มีสติเลยแม้แต่น้อย



ตาของเขาจับจ้องโทรทัศน์ทว่าใจเขาลอยไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ วันนี้เขาอยู่กับเรย์แค่สองคน คุณปู่ของเรย์ โอบีวัน เคโนบีเป็นศัลยแพทย์ซึ่งถูกตามตัวไปผ่าตัดด่วนเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เบนได้รับความไว้วางใจมากพอที่จะถูกปล่อยให้อยู่เรย์ตามลำพังสองคนเป็นสิบๆ ครั้งแล้ว



แต่นั้นมันก็ก่อนที่เขาจะตระหนักได้ว่าตกหลุมรักเธอ



เบนนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ของบ้านเคโนบีอย่างคุ้นเคยโดยมีเรย์นั่งทานป็อปคอร์นอยู่ทางด้านศีรษะของเขา เธอส่งชามเซรามิกมาให้เป็นระยะ และเบนก็หยิบป็อปคอร์นขึ้นมากำมือเล็กๆ ตามอัตโนมัติเท่านั้น เขาไม่ได้อยากอาหาร รวมทั้งหลุดเนื้อหาของหนังจนดูไม่รู้เรื่องตั้งแต่สามสิบนาทีแรกแล้วด้วยซ้ำ ความร้อนจากร่างกายของเรย์และกลิ่นครีมอาบน้ำที่ผสมกับระหว่างน้ำผึ้งและเบอรี่ทำให้เขาไม่มีสมาธิ



ถ้าขยับตัวขึ้นไปอีกนิด เบนจะสามารถย้ายศีรษะจากหมอนอิงไปยังตักของเด็กสาวได้อย่างง่ายดาย มันจะมากเกินไปมั้ย เธอจะรังเกียจหรือเปล่า เขาเอาแต่กังวลด้วยกลัวถูกปฏิเสธ ทั้งที่เป็นก่อนหน้านี้คงลงมือทำเลยแบบไม่คิดหน้าคิดหลังแท้ๆ เพราะถ้าเรย์ผลักศีรษะของเขาออก เบนก็คงทำอย่างมากแค่แซวเธอกลับเรื่องความเป็นแม่ชีก่อนปล่อยผ่านแบบไม่คิดอะไร



แต่พอรู้ว่าตัวเองคิดกับเธอแบบไหนแล้ว เบนจึงปล่อยผ่านไปไม่ได้ง่ายๆ



เขามัวแต่ใจลอยจนไม่ทันสังเกตเลยว่าเรย์โน้มตัวเข้ามาใกล้



“นายนี่กินเลอะเทอะชมัด” เธอว่าพลางหยิบชิ้นป็อปคอร์นที่เขาเผลอทำหล่นออกจากปกเสื้อ ปลายนิ้วปัดผ่านซอกคอและมุมกรามโดยไม่ได้ตั้งใจ เบนยึดข้อมือเล็กไว้หลวมๆ ก่อนจะขยับเคลื่อนให้เธอป้อนมันให้กับเขา ริมฝีปากอิ่มงับปลายนิ้วเรียวไว้อย่างจงใจ เขาเฝ้าสังเกตใบหน้าที่กลายเป็นระเรื่อของเธออย่างมีความหวัง



ว่าบางทีอาจไม่ได้แค่เขาที่คิดเกินเลยในสัญญาจอมปลอมนี้



“เธอรู้หรือยังว่าใครเป็นคนเอาจดหมายพวกนั้นไปส่ง” เบนถามทว่ายังไม่ยอมปล่อยข้อมือบางเป็นอิสระ และเรย์เองก็ไม่ได้บิดหนีเช่นกัน เธอวางฝ่ามือแนบซีกหน้าของเขา ขยับนิ้วโป้งลูบเบาๆ ไปตามแนวโหนกแก้ม มันสบายมากจนทำเอาเบนเกือบส่งเสียงด้วยความเกียจคร้านแบบแมวตัวโตออกมาเลยทีเดียว



“ฉันว่าจะเล่าให้นายฟังอยู่พอดี วันนี้โรสมาสารภาพว่าเป็นคนส่งไปเอง”



เมื่อได้ยินแบบนั้นเบนก็ชะงัก เขาขยับตัวลุกขึ้นมานั่งทันทีเพื่อที่จะได้เฝ้าสังเกตสีหน้าและปฏิกริยาของเธอได้ถนัดยิ่งขึ้น เรย์ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาดูไม่ได้ต่างจากปกติเท่าไรนัก แต่หลังจากคบกันมาสองเดือน เบนก็รู้ดีว่าหากไม่ใช่เรื่องรักๆใคร่ๆแล้ว เรย์ของเขาเก็บอาการได้เก่งเพียงใด ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะรู้ได้ว่าเธอเป็นยังไงอยู่คือการถามไปตรงๆ



“เธอโอเคมั้ย?



และเรย์ก็เลือกจะตอบกลับมาตรงๆ “ไม่ค่อยเท่าไหร่”



“มานี่มา” เขาว่าพลางดึงเธอเข้ามากอดไว้หลวมๆ ลูบหลังและไหล่ไปมาเพื่อปลอมประโลมเธอจากความรู้สึกของการถูกหักหลัง จดหมายพวกนั้นเป็นสมบัติที่ล้ำค่าและส่วนตัวที่สุดของเรย์ เธอควรจะเป็นคนที่ได้เลือก ว่าจะส่งจดหมายเมื่อไหร่หรือไม่ส่งไปเลย ไม่ใช่ถูกหนึ่งในเพื่อนสนิทมาขโมยมันไปจัดการเองตามใจชอบเช่นนั้น



“โรสบอกมั้ยว่าทำไมถึงทำ?” เบนถาม เอนตัวไปพิงที่เท้าแขนโซฟาเนื่องจากเรย์ทิ้งน้ำหนักลงมาเรื่อยๆ ที่จริงแล้วเรย์ไม่ได้ตัวหนักเลยสักนิด เพียงแต่เบนรู้สึกว่านี่จะต้องใช้เวลานานแน่ๆ และเขาไม่อยากให้เธอเมื่อยไปเสียก่อนจากการต้องทนนั่งอยู่ในท่าที่ไม่เป็นธรรมชาติ



ผลคือตอนนี้เบนกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาตัวยาวโดยมีเรย์นอนอยู่บนตัวเขาอีกที ซึ่งนี่ไม่ใช่การฉวยโอกาสหรอกนะ เบนแก้ตัวกับตนเองในใจอยู่เนื่องๆ ว่าการกระทำนี้ยังอยู่ในขอบข่ายที่เพื่อน/แฟนปลอมๆ ควรทำให้กันอยู่



“บอก” เธอกล่าวเสียงอู้อี้เพราะซุกแนบอยู่กับอกเขา “เธอบอกว่าฉันทำตัวน่าเบื่อ เก็บตัวเองอยู่แต่ในห้องแล้วพร่ำเพ้อถึงผู้ชายที่เคยแอบรัก เขียนจดหมายจ่าหน้าถึงทุกคนแต่ปอดแหกเกินกว่าจะกล้าส่ง”



เบนเบ้หน้า แสร้งส่งเสียงร้องโอ๊ย เรย์ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะสารภาพต่อ



“ที่จริงโรสไม่ได้ใช้คำแรงขนาดนั้นหรอก ฉันคงเติมๆ เอาไปบ้างเหมือนกัน”



“เธอนี่ยังดราม่าเหมือนเคยเลยแฮะ



“เฮ้ นายควรจะปลอบใจฉันสิ” เรย์ตีไหล่เขาดังเพี้ยะ เบนหัวเราะ เอาคืนโดยการตวัดแขนรอบเอวบางแล้วกอดแน่นๆ จนเธอเป็นฝ่ายร้องโอดโอยบ้างก่อนจะตบท่อนแขนเขาเบาๆ สองสามครั้งเป็นสัญญาณยอมแพ้ เรย์ขยับตัวเพื่อลงมานอนข้างกันพร้อมกับโอบแขนข้างหนึ่งรอบตัวเขา การกระทำนั้นส่งผลให้พวกเขาตกอยู่อ้อมกอดของกันและกัน หัวใจของเบนพองฟู่จนยั้งความในใจไม่อยู่



“ที่จริงฉันดีใจที่โรสทำแบบนั้นนะ”



“เพราะถ้าไม่งั้นฉันก็จะปอดแหกปล่อยให้จดหมายพวกนั้นถูกปลวกแทะต่อไปใช่มั้ย” เรย์คาดเดาอย่างประชดประชัน เพราะแบบนั้นเบนเลยเอื้อมมือไปประคองกรอบหน้าของเธอไว้ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฮาเซลนัทที่บางครั้งก็เป็นเฉดสีน้ำตาลอบอุ่นเหมือนน้ำผึ้ง เหมือนรสชาติของเธอ



“เพราะมันนำเรามาสู่ทั้งหมดนี้ต่างหาก”



ก่อนจะทันรู้ตัวเบนก็โน้มใบหน้าลงไปเสียแล้ว แนบริมฝีปากของเขาเข้ากับของเธอ เพียงแต่คราวนี้ไม่ใช่การแตะต้องแบบแผ่วเผินเหมือนที่ผ่านมา เบนไล่ลิ้นไปตามรอยแยกของริมฝีปากก่อนจะขบลงไปเบาๆ เรย์คราง เปิดโอกาสให้เขารุกล้ำเข้าไปตามใจชอบ



ในจังหวะที่เบนเตือนตนเองได้ทันว่าเขากำลังทำผิดสัญญาอยู่ เสียงไขประตูบ้านก็ดังขึ้นพอดี โอบีวันกลับมาแล้ว



เด็กหนุ่มผละจากร่างนุ่มนิ่มอย่างรวดเร็ว เขาลุกยืนอยู่ข้างโต๊ะกาแฟในขณะที่เรย์ยังคงนอนนิ่งอยู่บนโซฟา ริมฝีปากแดงก่ำเส้นผมยุ่งเหยิง และเบนต้องใช้ทุกความพยายามที่มีเพื่อก้าวขาไปหยิบกระเป๋าของเขาขึ้นมาแทนที่จะกระโจนกลับเข้าไปหาเธออีกครั้ง



แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่าศัลยแพทย์มือหนึ่งของคอรัสซังผู้กำลังเดินเข้าประตูมาคือคุณปู่ผู้รักหลานสาวยิ่งชีพ และพร้อมที่จะชำแหละใครก็ตามที่บังอาจมาลวนลามเรย์เป็นชิ้นๆ ก่อนจะเอาไปทิ้งแถวทะเลทรายแจคคู เบนก็รู้สึกเหมือนจะควบคุมตนเองได้ง่ายขึ้นเยอะ



“อ้าว เบน จะกลับแล้วเหรอ” โอบีวันทักในขณะที่เขาเดินสวนออกไป



“อ่าครับ มันค่อนข้างจะดึกแล้ว” เปล่านี่เพิ่งสองทุ่ม และเบนเคยอยู่เถลไถลยาวยันเที่ยงคืนมาแล้ว เมื่อนึกขึ้นได้เขาจึงเติมข้ออ้างไปอีก “แม่โทรมาบอกว่ารถพ่อเสียอีกแล้วให้ผมออกไปรับหน่อย”



“ฮานยังไม่ยอมทิ้งเจ้าฟอลคอนไปอีกเหรอเนี่ย” โอบีวันหัวเราะให้กับเจ้ารถอิมพาลารุ่นคลาสสิกของพ่อก่อนจะปล่อยเขาไปอย่างง่ายในขณะที่กำลังจะเดินออกจากประตูเขาก็เผลอเหลียวกลับไปมองเรย์จนได้ ใบหน้าเล็กๆ ที่โผล่พ้นขึ้นมาจากพนักโซฟาเพียงครึ่งหน้าชวนให้นึกถึงลูกแมวซึ่งอยากรู้อยากเห็นอย่างบอกไม่ถูก สองแก้มและปลายหูของเธอแดงก่ำ



เรย์ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรอย่างบาง ทว่าขายาวๆ พาเบนเดินจากมาไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียแล้ว







 

เช้าวันจันทร์มาเยือนพร้อมกับความกระอักกระอ่วนของทั้งสองฝ่าย



ตามปกติแล้วจูบสัญญาจะเกิดขึ้นในวันนี้ ถ้าไม่ใช่ในโถงทางเดินก็จะเป็นในโรงอาหาร เรย์จะยืนอยู่ตรงนั้น ส่งยิ้มมาให้ก่อนจะหลับตาและเขย่งเท้าขึ้นมาพบกับเขาที่ครึ่งทางเสมอ มันเป็นช่วงเวลาอันรวดเร็วแต่ชวนขวยเขินเกินจะยอมรับ เด็กหนุ่มเสพติดความรู้สึกเช่นนั้นพอๆ กับรสชาติริมฝีปากของเธอเลยทีเดียว



แต่วันนี้เรย์กลับดูอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเขาด้วยซ้ำ และเบนตระหนักได้ดีว่ามันเป็นความผิดของเขาเองที่ยั้งใจตัวเองไม่อยู่จนเผลอทำผิดสัญญาไปเมื่อวาน เพราะแบบนั้นเขาเลยตัดสินใจบอกออกไปว่า



“ดูเหมือนฉันจะใช้โควตาของอาทิตย์นี้ไปแล้ว” เขาลูบท้ายทอยไปมาแก้เก้อก่อนจะกลั้นใจเอ่ยรวดเดียวโดยแทบไม่หายใจ “งั้น...เจอกันตอนเย็นแล้วกันนะ”



แล้วเด็กหนุ่มก็เผ่นออกมาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองว่าเธอทำสีหน้าเช่นไรอยู่เพราะหากมันเป็นความโล่งใจแล้วละก็ เบนรู้เลยว่าเขาต้องหัวใจสลายแน่นอน



ตลอดทั้งวันผ่านไปด้วยความรู้สึกอึมครึ้มไม่ต่างจากตอนเช้า เบนเรียนไม่รู้เรื่องเลยสักนิดเดียว เพราะแบบนั้นเขาเลยตัดสินใจโดนคาบภาษาสเปนของมิสโฮลโด เธอจะต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแม่เขาทีหลังแน่ๆ เพราะทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน ซึ่งไว้เบนค่อยคิดหาทางแก้ตัวอีกที ตอนนี้เขาแค่อยากอยู่เงียบๆ คนเดียวเพื่อขบคิดเรื่องทั้งหมดให้กระจ่างก่อนไม่งั้นคงไม่เป็นอันเรียนหรือซ้อมกีฬาแน่ๆ



เบนกำลังนอนอยู่ใต้อัฒจรรย์ซึ่งตั้งอยู่ข้างลู่วิ่ง กระเป๋าเป้และท่อนแขนถูกหนุนแทนหมอน อากาศต้นฤดูใบไม้ร่วงเย็นสบาย และแสงแดดก็ส่องลอดที่นั่งลงมาเพียงร่ำไรเท่านั้น เขาจะโดดออกไปนอกโรงเรียนแลยก็ได้หรืองัดเข้าห้องเรียนว่างๆ ที่ไม่มีคนใช้ก็ยังได้ แต่ไม่ เขาไม่ได้คิดเขาแค่เดินมาที่นี่ สถานที่ที่เรย์ดึงเขาลงมาจูบและเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง



เบนถอนหายใจเฮือกในขณะที่คิดทบทวนเรื่องราว



ตอนนี้เขากับเรย์เป็นแฟนกันอยู่...แฟนปลอมๆ...ภายใต้เงื่อนไขที่เอื้อผลประโยชน์ให้กันและกัน หนึ่งคือช่วยเรย์ไม่ให้ผิดใจกับญาติสนิทเพราะไปแย่งแฟนมา และสองช่วยให้เขาได้แก้แค้นเบซีนที่ทิ้งเขาไปด้วยเหตุผลกลวงๆ เพื่อหลอกจับเขาใหม่



แต่เบนไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวอะไรกับเบซีนแล้ว แถมตอนนี้เคย์เดลก็มีแฟนใหม่ไปอีก



แบบนั้นแปลว่าสัญญาของพวกเขาจบลงแล้วหรือเปล่านะและเรย์ก็สามารถคบกับโพได้อย่างเปิดเผยแล้วด้วย



ความคิดนั้นทำเอาเบนลุกพรวด รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก เรย์ดูจะมีปฏิกริยาตอบสนองต่อสัมผัสของเขาก็จริง ทว่าเธอไม่เคยมีแฟนมาก่อนและยังใหม่กับเรื่องแบบนี้อยู่มาก จะรู้ได้ไงว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพราะเธอมีใจให้เขาจริงๆ หรือแค่ทำตัวไม่ถูกกันแน่



เด็กหนุ่มเสยผมอยู่หลายครั้งด้วยความคิดไม่ตกจนเริ่มยุ่งเหยิงและในตอนนั้นเอง...



“ฉันนึกว่าเธอจะไม่ยอมคุยกับฉันแล้วซะอีก”



นั่นเป็นเสียงของโพ ดาเมรอนไม่ผิดแน่ และมันดังขึ้นมาจากเหนือศีรษะของเขา เบนแหงนหน้าขึ้นมองและพบว่าที่อัฒจรรย์เหนือขึ้นไป โพกำลังยืนลวงมือกระเป๋าเข้าไปในเสื้อแจ็คแก็ตพลางส่งยิ้มให้กับคู่สนทนา...



“ฉันแค่...เพิ่งจะรวบรวมความกล้าได้มากพอ”



...ซึ่งก็คือเรย์



หัวใจของเบนกระตุกวูบ เขารู้สึกเหมือนทุกอย่างที่เพิ่งกลัวและกังวลไปกำลังจะกลายเป็นความจริงขึ้นมาต่อหน้าต่อมา ยิ่งได้เห็นโพหยิบซองจดหมายสีส้มที่มีลายมือของเรย์เขียนไว้ขึ้นมา เบนก็รู้ได้โดยไม่ต้องมองว่าตนกำลังหน้าซีดเผือกเพียงใด



“แปลว่าเธอไม่ได้คิดจะส่งให้ฉันแต่แรกสินะ” โพถาม และเรย์ส่ายหน้า จากใต้อัฒจรรย์ เบนสังเกตสีหน้าของเธอไม่ค่อยถนัดเท่าไร แต่น้ำเสียงของเด็กสาวชัดเจนไปด้วยความกังวล



“โรสส่งไปน่ะ ถ้าขึ้นกับฉันละก็จะไม่มีใครได้เห็นพวกมันแน่ๆ” เธอหัวเราะแห้ง “แต่ไหนๆ เรื่องก็มาถึงจุดนี้แล้วฉันอยากอธิบายให้นายฟังเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันเขียนไว้...”



เบนเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว และเขาคิดว่าโพเองก็น่าจะไม่ต่างกัน



“...ว่ามันเคยเป็นความจริงทุกประการ”



เคย...เธอใช้รูปอดีต!!



ให้ตายเถอะ เขาติดนิสัยสแกนรูปประโยคจากเรย์มาด้วยเหรอเนี่ย



“ฉันเคยชอบนายเอามากๆ ตกหลุมรักหัวปักหัวปำเลยแหละ แต่นายเป็นแฟนของเคย์เดล แบบนั้นมัน...ไม่ถูกต้องฉันไม่รู้จะทำยังไงเลยต้องเขียนระบายลงในจดหมาย”



“เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปีก่อนที่ฉันจะคบกับเคย์อีก” โพกล่าว มือขวาคลี่จดหมายออกดูในขณะที่มือซ้ายยังคงอยู่ในแจ็คแก็ต “ให้ตายเถอะเรย์ เราเคยคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่ตั้งแต่ฉันได้รับจดหมายนี้...ตั้งแต่เธอคบกับโซโลเธอก็ไม่พูดกับฉันอีกเลย เธอรู้มั้ยว่านั่นมันทำให้ฉันลำบากใจและรู้สึกแย่มากแค่ไหน ฉันคิดว่าตัวเองผิดมาตลอดที่ดูไม่ออกว่าเธอคิดยังไงกับฉัน”



“ฉันถึงได้บอกไงว่าถ้าขึ้นกับฉันละก็จะไม่มีใครมีทางได้เห็นจดหมายพวกนี้เด็ดขาด” เรย์รีบอธิบายด้วยน้ำเสียงสั่นๆ และเบนสาบานเลยว่าถ้าเธอมีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวเขาคงได้พุ่งตัวออกไปต่อยหน้าโพแน่ “มันเป็นความผิดพลาด แค่เรื่องยุ่งๆ ที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น”



“ไม่เรย์” โพแย้งพลางส่ายหน้า “ที่ผิดคือการที่เธอไม่ยอมบอกความรู้สึกของตัวเองให้คนอื่นรู้ต่างหาก”



เขาพับจดหมายเก็บเข้าซองอย่างถนุถนอมและส่งยิ้มนุ่มนวลให้เธอ



“รู้มั้ยฉันเองก็เคยชอบเธอเหมือนกัน แต่ฉันดูไม่ออกว่าเธอรู้สึกยึงไงกับฉันกันแน่ สุดท้ายเลยไม่ได้พูดอะไรออกไปและให้ตายเถอะ…ถ้าเราทั้งคู่มีความกล้ากว่านี้อีกสักนิดที่จะบอกว่าชอบอีกฝ่ายป่านนี้เราคงได้คบกันไปแล้ว”



ก่อนที่ข้อเท็จจริงนั้นจะทำให้หัวใจของเบนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เรย์ก็ประกอบมันเข้าด้วยกันใหม่ด้วยการย้ำว่า



“เคยต่างหาก”



เด็กหนุ่มเผลอหลุดหัวเราะจนต้องรีบยกมือขึ้นตะครุบปากตนเองไว้อย่างเร็ว แต่ดูเหมือนว่าทั้งเรย์และโพจะยังไม่สังเกตถึงการมีอยู่ของเขา



“แต่ตอนนี้เธอชอบคนอื่นแล้วสินะ” โพยิ้มให้อย่างรู้ทัน



อีกครั้งที่มุมมองจากด้านล่างของอัฒจรรย์ทำให้เบนมองเห็นสีหน้าของเรย์ไม่ถนัด รวมทั้งไม่เห็นด้วยว่าเธอกำลังส่ายหน้าหรือพยักหน้ากันแน่ เบนได้ยินเพียงเสียงของโพที่กล่าวอย่างกึ่งประชดประชัน



“ขอเดานะ ใช่เจ้าเบื้อกที่แอบอยู่ข้างล่างและเสียมารยาทฟังเรามาตั้งแต่ต้นหรือเปล่า”



เรย์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับที่นั่งซึ่งทำจากท่อนเหล็กทันที เธอเอียงใบหน้า หรี่ตาลอดมองลงมาและทันทีที่เห็นเขา



“เบน!! ไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ?



เด็กหนุ่มค้นพบว่าตนเองกำลังอึกอักและไม่สามารถหาคำอธิบายที่เหมาะสมให้ได้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังอย่างที่โพกล่าวหา คือแอบฟังก็ใช่แหละ แต่เขาอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก แล้วก็...



“ไปสิเรย์ เธอมีเรื่องที่ต้องบอกไม่ใช่เหรอ”



โพเแตะไหล่เด็กสาวเบาๆ ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงไปตามขั้นอัฒจรรย์อย่างรวดเร็ว เมื่อเท้าเหยียบพื้น โพก็เหลียวมาทางเบนอีกครั้ง ชี้นิ้วตรงมาอย่างข่มขู่ทั้งยังกดเสียงเข้ม



“ในฐานะเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเรย์ ถ้านายทำเธอเสียใจละน่าดูแน่โซโล” ก่อนจะเดินผิวปากจากไปอย่างรวดเร็วจนเบนปรับอารมณ์ตามไม่ทัน



ทุกเหตุการณ์ยิ่งเหมือนการนั่งรถไฟเหาะขึ้นไปอีกขั้นเมื่อเรย์เดินอ้อมอัฒจรรย์มาหาเขา มือบางวางเหนือต้นแขน แตะเบาๆ เพื่อให้เขารู้สึกตัว เบนหันไปทางเธอ แสงโทนส้มของฤดูใบไม้ร่วงส่องลงมากระทบแก้มเรย์พอดี



“เบน” เธอเรียก “เป็นอะไรมั้ย ทำไมมาอยู่ตรงนี้ละ นายมีเรียนภาษาสเปนกับมิสโฮลโดไม่ใช่เหรอ?



“ฉัน....” แต่ก่อนที่เบนจะทันได้สารภาพความผิดว่าเขาโดดเรียนมา เขาก็ดันโพล่งคำถามออกไปเสียก่อน  “ทำไมอยู่ดีๆ เธอถึงเรียกโพมาคุยเรื่องจดหมาย?



เรย์นิ่งไปทันที เธอก้มหน้ามองพื้นมือขวาลูบไหล่อีกข้างไปมาเพื่อบรรเทาอาการอึดอัด ในชั่วขณะนั้นเบนนึกว่าจะได้ยินคำตอบแบบเดียวกับโพเสียแล้ว ประโยคปัดส่งที่ว่าเพราะเขาสมควรได้รับคำอธิบาย ทว่าไม่ใช่เลยสักนิด



“เพราะมันจะได้ไม่เหลือเหตุผลอะไรให้เราต้องเป็นแฟนกันอีกแล้วน่ะสิ” คำตอบของเรย์ในคราวนี้ทั้งน่าฉงน ซับซ้อนและสามารถทำให้เขาใจสลายได้เลยทีเดียว เบนนิ่งไปนานมากจนแทบจะได้เสียงใบไม้แห้งเสียดสีกันในสายลม เขากลืนน้ำลายเอื้อก ย้อนถามเสียงสั่น



“เธอ...อยากเลิกกับฉันงั้นเหรอ?



ทว่าเรย์กลับเงยหน้าขึ้นมาแล้วขมวดคิ้วใส่เขาเสียอย่างนั้น



“นายน่ะแหละที่อยากเลิกกันฉัน!



ห๊ะ เขาไปพูดหรือทำตัวแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?



“อาทิตย์ก่อนนายเดินผ่านเบซีนไปเฉยๆ โดยไม่ได้สังเกตเธอเลยสักนิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอาแต่หาจังหวะเอาคืนมาตลอด ถ้านั่นไม่ได้แปลว่านายพอกับการแก้แค้นแล้วฉันก็ไม่รู้จะคิดยังไงอีกเหมือนกัน”



ก็หันคิดซะบ้างสิว่าเพราะฉันเอาแต่มองเธอ



“แล้วยังเมื่อวันเสาร์อีก” เรย์กัดริมฝีปาก ยกฝ่ามือขึ้นแนบหน้าผากก่อนจะเป็นเสยผมด้วยท่าทีเคร่งเครียด “ฉันรู้ว่าฉันพวกไก่อ่อนไม่มีประสบการณ์แต่นายไม่เห็นต้องเผ่นหนีไปไวขนาดนั้นเลยก็ได้หนิ แค่บอกกันดีๆ ว่าฉันจูบไม่ได้เรื่องก็พอแล้ว”



ในขณะที่ประโยคบ่นยืดยาวของเรย์ดำเนินไป เบนก็ต้องกลั้นขำจนไหล่สั่น พอกันทั้งเขาและเธอเลยจริงๆ เข้าใจผิดพอกันทั้งคู่



“หยุดหัวเราะฉันเดี๋ยวนี้นะเบนจามิน โซโล!!” แต่เรย์ยังคงไม่เข้าใจ เธอคิดว่าเขาเยาะเย้ยเธออยู่ มือบางจึงฟาดลงมาที่ต้นแขนหนาดังเพี้ยะ ซึ่งแน่นอนว่าพอเทียบขนาดรูปร่างกันแล้ว คนถูกกระทำจึงไม่สะทกสะเทือนเลยสักนิด



“แต่ถึงนายจะงี่เง่าและชอบกวนประสาทฉันขนาดไหน ฉันก็รู้ว่านายเป็นคนดีและรักษาสัญญา” เรย์สูดหายใจเข้าลึก เธอลดมือลง กำนิ่งอยู่ข้างลำตัวก่อนจะถอยห่างจากเขาไปหลายก้าว ไกลเกินระยะเอื้อมมือถึง ไออุ่นที่หายไปกะทันหันทำให้ใจเบนโหว่งวูบ



“สิ่งเดียวที่ทำให้ความสัมพันธ์จอมปลอมของเรายังคงอยู่ต่อไปได้ ก็เพราะจดหมายที่ฉันส่งให้โพ ดังนั้นถ้าฉันอธิบายให้เขาฟัง มันก็ไม่เหลือความจำเป็นอะไรให้นายต้องทนคบกับฉันอีกต่อไปแล้ว”



เบนอยากจะตามไป อยากรวบเธอเข้ามากอด อยากจูบเธอแล้วบอกเธอว่าเขาไม่ต้องการเหตุผลและข้ออ้างพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว ทว่าคำพูดของดาเมรอนเมื่อครู่และท่าทางของเรย์บอกให้เขาอดทนรอ บางอย่างที่เปี่ยมด้วยความหมายมากๆ กำลังจะเกิดขึ้น



“แต่ว่าฉัน...”



เบนคิดถูก เมื่อเรย์หยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ จดหมายสีชมพูอ่อนเหมือนกลีบกุหลาบ และมันจ่าหน้าถึงเขา เรย์ยื่นจดหมายฉบับนั้นมาให้ด้วยมือที่สั่นระริก ใบหน้าแดงก่ำจนเกือบเหมือนผลแอปเปิ้ลสุก เบนรับมันมาด้วยหัวใจที่สั่นไหวไม่แพ้กัน



“ถึงแบบนั้นฉันก็ยังอยากบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปอยู่ดี”



เรย์กลับไปยืนกำมือแน่นข้างลำตัวตามเดิม ความเงียบแทรกตัวเข้ามา และเมื่อเห็นว่าเขายังเอาแต่จ้องมองจดหมายในมืออย่างโง่งม เรย์จึงตัดสินใจตัดบท ชิ้งหนีเหมือนที่เคยทำมาตลอด



“ก็...หมดเรื่องแล้วเนอะ งั้นฉันขอตัวไปเรียน...”



เบนคว้าข้อมือบางไว้ทันที เธอหันกลับมา ทั้งฉงนแต่ก็หวาดกลัว เบนรู้สึกเหมือนลมหายใจติดแน่นอยู่ในอก หูอื้ออึงด้วยเสียงพายุที่เกิดจากจังหวะเต้นของหัวใจ



“ฉันรู้ว่าในนี้จะเขียนว่าอะไร” อีกมือหนึ่งขยับจดหมายไปมา “แต่ฉันก็อยากได้ยินมันจากปากเธอโดยตรงมากกว่า”



เรย์ครางฮือด้วยความขัดเขิน และเพราะเขาไม่ได้จับยึดเธอไว้แน่นมากนัก เด็กสาวจึงสามารถยกสองมือขึ้นปิดหน้าได้อย่างง่ายดาย  แต่ถึงอย่างนั้นสีแดงก็ยังเล็ดลอดออกมาให้เห็นได้อยู่ดี



“นายก็เปิดอ่านสิ มันอยู่ในมือนายแท้ๆ” เธอโต้เสียงอู้อี้



“มันไม่เหมือนกัน เมื่อกี้ดาเมรอนเพิ่งดุเธอไปไม่ใช่เหรอเรื่องให้พูดความรู้สึกออกไปตรงๆ”



“ทำไมนายต้องแกล้งให้ฉันหนักใจอยู่เรื่อยเลย” เรย์งอแงอีกระลอก เบนพนันได้เลยว่าถ้าไม่ใช่เพราะเขากุมมือเธอไว้อยู่ป่านนี้เรย์คงวิ่งหนีจนไม่เห็นฝุ่นไปแล้ว เด็กหนุ่มจึงโน้มตัวลงไปเล็กน้อย ใช้มือซ้ายซึ่งยังถือจดหมายไว้ดึงมือเล็กกว่าออกมาจากใบหน้าพลางส่งยิ้มนุ่มนวลให้



“เถอะนะ”



 คำขอร้องของเขาสั่นไหวอยู่ในบรรยากาศระหว่างกัน



เรย์เม้มปาก ชั่งใจ รวบรวมความกล้า และในชั่วเสี้ยววินาทีถัดมา...



“...ฉันชอบนาย ฉันชอบนายมาตลอด ตั้งแต่ตอนที่นายยิ้มให้แล้วยอมตกลงในเงื่อนไขโง่ๆ พวกนั้น ฉันชอบที่นายเก็บยางรัดผมให้ฉันโดยรัดไว้กับข้อมือตัวเอง ฉันชอบที่นายดูแลฉันถึงแม้ฉันจะดูแลตัวเองได้ ฉันชอบทุกตอนที่เราได้อยู่ด้วยกัน ฉันชอบนาย”



“ฉันรู้” เบนตอบรับคำสารภาพยาวยืดของเธอด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นไปอีกก่อนจะหยิบกระดาษโน้ตใบเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง กระดาษสีขาวซึ่งมีหมึกสีน้ำเงินซึมออกมาเห็นเป็นถ้อยคำข้างในอย่างชัดเจนวางคู่อยู่กับจดหมายรักสีชมพู เรย์ตาโต สีหน้าก่ำกึ่งดูเหมือนจะยังไม่เชื่อเต็มที่ เพราะแบบนั้นเบนจึงขยับนิ้วโป้ง เปิดอ้าข้อความให้เธอดูและมันเขียนว่า... 

“ฉันเองก็ชอบเธอเหมือนกัน”

 




End.



 



จบแล้ววววว กี๊ซซซซซ เป็นฟิคที่ฟลัฟฟี่นุ่มฟูที่สุดเท่าที่เคยแต่งมาเลยแหละค่ะ 555 ส่วนตัวแอบพอใจไม่น้อยที่สามารถรวมเอาประโยคบอกรักคลาสสิกของฮานกะเลอาและประโยคพลีสของพี่เบนมารวมไว้ในไดอะล็อคเดียวกันได้ คือแต่งแล้วลบแต่งแล้วลบพาร์ทนี้นานมาก ฟ็อกซ์ปรับบทและพล็อตจากของหนังไปเยอะเหมือนกันเพราะอยากรวบๆ ให้มันกระชับเป็นวันช็อตและฟลัฟฟี่ตามใจชุ้นขึ้นไปอีกขั้น แต่งไปใจบางไปเหลือเกิน ฮรุ้มมมมมม สกรีมจบแล้ว ขอตัวกลับไปทำการทำงานต่อแล้วกันค่ะ ปลายสัปดาห์สัญญาจะอัพพาดาวัน เลิฟยูออลลลลล

 


 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #28 YURIPINK19 (@YURIPINK19) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 20:21
    น่ารักกกมากเลยค่ะ มันละมุนมากกก คนอ่านละลายแล้วว
    #28
    0
  2. #26 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 18:41

    ละมุนมว๊ากกกกกกกก ดีมากกกกกก ฮือออออออ ชอบบบบบ
    #26
    0
  3. #25 Rosalyna.... (@Pancake_0293) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 10:43

    น่ารัก หวานสุดๆเลยค่ะ หาผู้ชายแบบพี่เบน 1 อัตราค่ะ 555
    #25
    0
  4. #24 Rose-c (@Rose-c) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 09:34
    ฟลัฟฟี่มากกก ชอบมากค่ะ ถ้าคุณปู่ไม่กลับบ้านมาตอนนั้นอะไรจะเกิดขึ้นนะ หุหุ
    #24
    0
  5. #23 Kira Ren (@patrat1810) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 09:29
    น่ารักมากกกกก กรี๊ดดด เราเพิ่งดูเรื่องนี้จบไป แต่ที่ไรท์เขียนมันน่ารักกว่าในเรื่องอีกค่ะ เราชอบไดอะล็อกของไรท์มากๆนะคะ มันหวานแต่ไม่เลี่ยนค่ะ ชอบปฏิสัมพันธ์ของตัวละครด้วย คือมันกำลังพอดี๊พอดีค่ะ อ่านแล้วดีต่อใจ ฟลัฟฟี่จริงๆเลยยยย
    #23
    0
  6. #22 Ahappipy (@Ahappipy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 06:19
    น่าร้ากกกกก กรี๊ดดด กรี๊ดรอพาดาวันด้วยยยยย
    #22
    0
  7. #21 Keira Hux (@moriartyila) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 03:11
    กุ๊กกิ๊กสุดๆ ชอบฉากแอบฟังอยู่ข้างๆล่าง อิพี่โป๊ะแตก
    #21
    0
  8. #20 erney007 (@erney007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 00:15

    ฮรือออออ ฟลัฟฟี่สุดๆ โอ๊ยใจช้านนนนนนนนน รักละมุนของคนขี้อายสองคนสินะคะ กรี๊ด

    #20
    0