คลังเก็บแฟนฟิคของ FoxxTrot

ตอนที่ 12 : Fic Good Omens [#IneffableHusbands] Somewhere Over the Rainbow. The Dreams That We Dare to Really Do Come True.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    29 มิ.ย. 62


Fic Good Omens : Somewhere Over the Rainbow.

The Dreams That We Dare to Really Do Come True.

 

 

 

Pairing : #IneffableHusbands : Aziraphale x Crowley

 

Writer : FoxxTrot

 

Cannonverse  AU, PG-13

 

Note : เมโสโปเตเมีย เหตุการณ์เรือโนอา ยังคงยืนยันคำเดิมว่าชอบโครวลี่ย์ผมยาว ><

 

 


###########

 

อาซีราเฟลไม่เคยเห็นน้ำมากมายขนาดนี้มาก่อน



ผืนดิน ต้นไม้ ภูเขา ล้วนถูกมวลน้ำมหาศาลกลืนหายไปจนหมด สิ่งเดียวที่หลงเหลือคือเรือไม้ลำใหญ่ของโนอาและบรรดาสรรพสัตว์อย่างละหนึ่งคู่ที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางกระแสธารแห่งความกราดเกรี้ยวของพระผู้เป็นเจ้า



อาซีราเฟลกระพือปีกต้านแรงลม เสื้อผ้าเริ่มเปียกปอนเพราะสายฝน ที่จริงแล้วเขาแน่ใจว่าต่อให้ไม่ต้องใช้ปาฏิหาริย์ใดๆ ในการพรางตาก็ไม่มีใครเห็นเขาอยู่ดี มนุษย์ทุกคนในดินแดนแห่งนี้ตายหมดแล้ว กลิ่นไอความสิ้นหวังและเจ็บปวดลอยคลุ้ง นานๆ ครั้งก็จะเห็นร่างมนุษย์ลอยผ่านมากับกระแสน้ำก่อนถูกกลืนหาย



เขารู้สึกแย่



แย่มากๆ



แน่นอนว่าเขาเป็นเทวดา หน้าที่คือเชื่อฟังและรับบัญชาจากสวรรค์ แต่โครวลี่ย์พูดถูก การทำให้น้ำท่วมทั้งแผ่นดินจนเหลือมนุษย์และสัตว์อย่างหนึ่งคู่เพื่อระบายความพิโรธฟังดูเหมือนผลงานของซาตานมากกว่าพระเจ้าเสียอีก



โครวลี่ย์...ความคิดของเขาล่องลอยไปหาปีศาจตนนั้นอีกแล้ว



ก็ไม่ได้อยากเจอหรืออะไรหรอกนะ อาซีราเฟลคิด แค่อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรเท่านั้น ตอนที่ยูนิคอร์นหลุดไปจากเรือโครวลี่ย์ดูเสียดายมากๆ แล้วยังตอนที่เห็นเด็กๆ วิ่งเล่นกันไปมาอย่างไร้เดียงสา โครวลี่ย์ดู...เศร้า...แล้วก็โกรธ ต่อให้พยายามซ่อนไว้ใต้ถ้อยคำเสียดสีและท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจ อาซีราเฟลก็ยังดูออกว่าเขาหวั่นไหวกับความตายของมนุษย์มากแค่ไหน



มาคิดดูแล้วก็แปลกดี โครวลี่ย์เป็นปีศาจที่ไม่เหมือนปีศาจเลยสักนิด คืออันที่จริงก็เป็นเทวดามาก่อนแหละ ก่อนจะตกสวรรค์ แต่ยังไงก็แปลกอยู่ดี ไม่เคยมีใครหยุดพูดคุยถึงความหมายของชีวิตและแผนการของพระเจ้ากับอาซีราเฟลมาก่อน ไม่มีใครทักทายเขาเหมือนที่โครวลี่ย์ทำ ขยับเข้ามาใกล้ ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบ



หรือบางทีเขาอาจจะอยากเจอโครวลี่ย์จริงๆ



อาซีราเฟลคิดขณะที่กระพือปีกบินหนีไปจากดินแดนซึ่งต้องทัณฑ์ แผ่นหลังล้าไปหมดตอนที่รู้ตัวว่ามาไกลถึงแอฟริกา เขาแวะพักที่ต้นเบาบับอายุนับร้อยปีต้นหนึ่ง ทรุดนั่งบนกิ่งก้าน แสงอาทิตย์ยามสนทยาอาบไล้ใบหน้า แลเห็นฝูงช้างเดินทอดน่องอยู่ตรงเส้นขอบฟ้า



แผ่นดินแห่งนี้สงบและงดงาม แต่ทั้งๆ อย่างนั้นความเศร้าและสูญเสียก็ยังเดินทางตามอาซีราเฟลมาจากเมโสโปเตเมียได้อยู่ดี แผนการของพระเจ้ายิ่งใหญ่เกินกว่าจะเข้าใจได้เสมอ แต่เพราะไม่เข้าใจนี่แหละเลยยิ่งคับข้อง อึดอัดจนอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา ไหล่ของอาซีราเฟลลู่ต่ำ เขาซ่อนใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไว้เบื้องหลังปีกที่ขยับเข้ามาจนแทบชิด



อาซีราเฟลไม่แน่ใจเหมือนกันว่านั่งอยู่แบบนั้นนานแค่ไหน แต่ก็คงนานพอดูเพราะพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วและสัมผัสเย็นเฉียบจากฝ่ามือของใครบางคนแตะลงมาที่ปลายปีก ขยับปัดเปิด พร้อมกล่าวทักทาย



“สวัสดีเทวดา”



“โครวลี่ย์” รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอาซีราเฟลทันที ปลายนิ้วปาดน้ำตาให้พ้นใบหน้า ไม่ใช่ด้วยอับอาย อาซีราเฟลไม่เคยอายที่จะแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกเยี่ยงมนุษย์อยู่แล้ว ด้วยเหตุผลนั้นเกเบรียลจึงมักต่อว่าว่าเขาเหยาะแหยะอยู่บ่อยๆ



อาซีราเฟลแค่อยากให้แน่ใจว่าภาพตรงหน้าจะชัดเจนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เท่านั้น



ไม่ง่ายนักหรอกนะที่ปีศาจและเทวดาจะเวียนมาพบกันได้เช่นนี้



ดวงตาสีเหลืองที่มีม่านตาเป็นเส้นขีดจ้องมองมาในระยะประชิด รอยยิ้มชะงักค้างเมื่อเห็นว่าอาซีราเฟลกำลังทำอะไรอยู่



“ร้องไห้ทำไมเกิดอะไรขึ้น” โครวลี่ย์ถาม กระพือปีกสีดำสนิทเช่นเดียวกับท้องฟ้าในยามนี้ไปมาเพื่อพยุงให้ลอยอยู่กลางอากาศ มือยังไม่ละไปจากปีกของเขา ปลายนิ้วขยับลูบแผ่วเบาเหมือนกำลังปลอบประโลม



“จำครั้งล่าสุดที่พวกเราเจอกันเมื่อหลายเดือนก่อนที่เมโสโปเตเมียได้มั้ย”



“อ่าฮะ”



“แผนการของพระเจ้าเริ่มขึ้นแล้ว” อาซีราเฟลอธิบาย “น้ำท่วมใหญ่ เรือโนอา ผลงานใหม่ที่เรียกว่าสายรุ้ง อันที่จริงยังไปไม่ถึงขั้นตอนของสายรุ้งหรอก น้ำเพิ่งจะท่วมเท่านั้นเอง เบื้องบนส่งข้าลงมาดูให้แน่ใจว่าเรือของโนอาจะฟันฝ่าทุกเกลียวคลื่นและความกราดเกรี้ยวของพระเจ้าไปได้จนสุดทาง แต่ว่าข้า...”



“เจ้าทนดูไม่ไหวสินะ”



อาซีราเฟลพยักหน้า “อยู่มาพันกว่าปี ข้าเพิ่งเคยเห็นมนุษย์ตายพร้อมกันทีเดียวเยอะขนาดนี้นี่แหละ”



โครวลี่ย์ปล่อยมือจากปลายปีกของเขาแล้วย้ายมานั่งข้างกันบนกิ่งก้านของไม้ใหญ่แทน ขายกขึ้นขัดสมาธิ แขนเท้าไปด้านหลัง ระยะห่างพอประมาณแต่ไกลเกินไปมากสำหรับความรู้สึกอาซีราเฟลในขณะนี้



“อยากจะบอกว่าเดี๋ยวก็ชินไปเองหรอกนะ” ใบหน้าของปีศาจแหงนมองดวงดาว “แต่แบบนั้นคงเป็นการปลอบที่ไม่เอาไหนเกินไปหน่อย”



“โอ้ ไม่เอาไหนเอามากๆ เลยต่างหาก” อาซีราเฟลแขวะกลับ น้ำตาเริ่มแห้งแล้วและสามารถยิ้มได้กว้างขึ้นอีกนิด เขาขยับปีก เหยียดยืดไปเบื้องหลังเพื่อคลายความเมื่อยล้า บังเอิญปัดโดนปีกของโครวลี่ย์เบาๆ แต่พอจะถอยหนี กลับรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายขยับตามมา



ขนนกสีขาวและดำสอดประสาน ราวกับนิ้วมือซึ่งเกี่ยวกุม ราวกับความห่วงหาซึ่งไม่อาจแสดงออก ราวกับความในใจที่ยังค้นไม่พบ



“เคยคิดบ้างมั้ยว่านายของเจ้าน่ะใจร้ายกว่านายของข้าเสียอีก”



“ไม่” นั่นคือคำตอบ แต่น้ำเสียงไม่หนักแน่นเอาเสียเลย “ต่อให้เข้าใจยากแค่ไหนแต่มันคือหนึ่งในแผนการ...”



“อันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า บลา บลา บลา” โครวลี่ย์ล้อเลียน หันมาสบตากับอาซีราเฟลในที่สุด “จริงๆ นะเจ้าไม่เคยสงสัยเลยเหรอว่าพระเจ้าทรงทำบ้าแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันอาซีราเฟล จัดแจงนั้นนู้นนี่ เล่นใหญ่โตให้มันวุ่นวาย ทำไมไม่บอกมาตรงๆ เลยเล่าว่าหล่อนต้องการอะไรกันแน่!!



“ชู้ววว เบาหน่อยจะได้มั้ยเดี๋ยวก็เดือดร้อนกันหมดหรอก!



เพราะนั่งไกลเกินระยะยืดมือถึง อาซีราเฟลจึงต้องใช้ปีกอีกข้างเอื้อมไปตะปบปิดปากปีศาจที่กำลังตะโกนใส่ท้องฟ้าแทน เขากำลังคิดอยู่ว่าจะอบรบความปากดีของอีกฝ่ายยังไงดีตอนที่โครวลีย์ยกมือขวาขึ้นมา กดแนบปลายปีกสีขาวของเขาเข้ากับริมฝีปากราวกับกำลังจุมพิต ดวงตาช้อนมอง ซ่อนความนัยบางอย่างที่อ่านไม่ออก



อาซีราเฟลดึงปีกทั้งสองข้างกลับมาแนบลำตัว เป็นฝ่ายกระเถิบถอยเพื่อเว้นระยะมากขึ้นเสียเอง หากไม่ใช่เพราะเป็นคืนเดือนมืดที่มีเพียงแสงอันน้อยนิดของดวงดาว โครวลี่ย์ต้องเห็นแน่ๆ ว่าใบหน้าของเขาแดงก่ำเพียงใด เกือบจะเทียบเท่าสีผมของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ



 “ถ้าจะเดือดร้อนก็ตั้งแต่พันปีก่อนที่พวกเรายืนคุยกันที่ประตูทิศตะวันออกแล้ว” นั่นคือคำแก้ตัวของปีศาจ “พระเจ้าคงไม่ลงโทษที่เรามานั่งเสวนากันแบบนี้หรอกน่าเทวดา แต่ถ้ามากกว่านี้ก็ไม่แน่”



ประโยคหลังช่างแผ่วเบาจนเกือบจับความไม่ได้ แต่อาซีราเฟลแน่ใจว่ามีความกังวลบางๆ เจือปนอยู่ในนั้น ถ้าโครวลี่ย์ปลอบคนได้แย่แล้วเขาคงแย่ยิ่งกว่า เพราะตอนนี้ไม่มีคำพูดใดอยู่ในหัวของอาซีราเฟลเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ปกติเขาสามารถพูดได้ไม่หยุดแท้ๆ



“แล้ว...ท่านมาทำอะไรที่แอฟริกากัน” อาซีราเฟลเปลี่ยนเรื่อง โครวลี่ย์หันมองเขาอีกครั้ง ยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องของชนเผ่าสองเผ่าที่กำลังแย่งชิงวัวกันอยู่ จากเรื่องวัวก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องต้นไม้ เรื่องประเพณี เรื่องอาหาร เรื่องของมนุษย์ ไม่ใช่เทวดาปีศาจสวรรค์หรือนรก ก็แค่เรื่องของมนุษย์และเรื่องของพวกเขา






 

พอพระอาทิตย์เวียนกลับขึ้นมาใหม่โครวลี่ย์กับอาซีราเฟลก็แยกย้าย กลับไปทำหน้าที่ตามเดิม



อาซีราเฟลจำใจกลับไปยังเมโสโปเตเมียอีกครั้ง ฝนหยุดตกแล้ว ภาพตรงหน้าจึงเหมือนทะเลสาปอันนิ่งสงบมากกว่าท้องทะเลคลุ้มคลั่งที่เขาจำได้ตอนที่หนีไปมากมายนัก



และอีกหนึ่งอาทิตย์ถัดมาก็ปรากฏสายรุ้งตามสัญญาที่พระเจ้าให้ไว้



งดงาม พร่างพราว เจิดจ้าด้วยสีสันมากมายที่อาซีราเฟลไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามารถรวมอยู่ด้วยกันได้ เขายิ้มออกมาได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่แยกจากโครวลี่ย์



เอาอีกแล้ว ในใจล่องลอยไปหาปีศาจตนนั้นอีกแล้ว



แต่อยากให้มาเห็นด้วยจัง



ภาพของสายรุ้งทำให้อาซีราเฟลนึกถึงคำพูดของโครวลี่ย์ขึ้นมาอีกครั้ง



...ถ้ามากกว่านี้ก็ไม่แน่...



ความจริงแล้วอาซีราเฟลพอจะเข้าใจอยู่เหมือนกันว่าโครวลี่ย์หมายถึงสิ่งใด มันเป็นความกังวลที่ติดค้างอยู่ในหัวใจของเขามาหลายร้อยปีแล้ว บางทีอาจจะตั้งแต่แรกพบด้วยซ้ำไป ได้แต่วาดฝันว่าอาจจะเป็นได้มากกว่านี้



มากกว่าแค่เทวดาและปีศาจที่บังเอิญพบกันนานๆ ครั้ง



มากกว่าแค่พูดคุยหรือนั่งเคียงข้าง



มากกว่าแค่ยิ้มให้โดยไม่อาจยิ้มตอบได้อย่างเต็มที่



มากกว่าแค่ปลายปีกที่เกี่ยวประสานโดยไม่อาจแตะต้อง



และมากกว่าแค่ความสัมพันธ์คลุมเครือซึ่งไม่อาจนิยาม



มากกว่านี้...



 “สักวันเราอาจเป็นได้มากกว่านี้ก็ได้นะ” อาซีราเฟลพึมพำ ดวงตาจับจ้องสายรุ้งไม่ละไปไหนในขณะที่สร้างปฏิหาริย์ เสกต้นมะกอกขึ้นมาให้นกจากเรือโนอาให้พึ่งพิง

 

 

###########

 

Talk : บอกแล้วค่ะว่าหยุดหวีดไม่ได้ 555 วันช็อตนี้เกิดจากแฟนอาร์ตที่บังเอิญไปเจอเข้า เขาวาดรูปโครวลี่ย์กะอาซีราเฟลยุคปัจจุบันนั่งในสวนสาธารณะและปลายปีกด้านหลังเกี่ยวกันอยู่ ตอนนั้นก็ได้แต่หวีดว่าเหมือนกุมมือกันเลยแฮะ บวกกับอยากเขียนถึงฟีลลิ่งของเทวดาที่ต้องมาทนดูมนุษย์ตาย เลยให้ปีศาจมาปลอบด้วยการแอบเนียนจับปีกเขาอย่างที่เห็นค่ะ ฟห่กาห่ฟด้าฟ้หกดว สโลว์เบิร์นจงเจริญญญญญ


อาจจะสั้นไปหน่อย แต่โดยส่วนตัวฟ็อกซ์คิดว่าค่อนข้างเหมาะกับทั้งคู่แล้ว เพราะในยุคแรกๆดูพวกเขาไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันเท่าไหร เจอกันทักทายแยกย้าย ขนาดในโรมตอนอาซีราเฟลชวนโครวลี่ย์ไปกินหอยนางรมโครวลี่ย์ยังไม่ยอมไปเลย หลังยุคอาเธอร์ไปแล้วโน้นนนถึงผลัดกันทำงานของอีกฝ่ายให้ /พระเจ้าก็ชิปคู่นี้แน่ๆฟ็อกซ์ดูออก ไม่งั้นคงไม่เหวี่ยงให้มาเจอกันบ่อยขนาดนี้หรอก 555


ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ





ด้วยรักและสายรุ้งที่ปลายฟ้า

FoxxTrot

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #93 Nutty (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 16:47

    ได้ชิปคู่​เดียว​กับพระเจ้าก็สบายใจแล้วค่ะ​ ????????

    #93
    0
  2. #89 Arisato Minato (@persona-user) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 14:18
    แผนสโลว์เบิร์น 6000 ปีของพระเจ้า...แค่กๆ
    #89
    0
  3. #87 RwBy (@mayga) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:19
    "มากกว่านี้ก็ไม่แน่" คิดดีไม่ได้เลยค่ะ จะบาปไหมถ้าอยากอ่าน nc คู่นี้ ฮ่าาาา
    #87
    0
  4. #86 Yook-Yik (@Yook-Yik) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 21:10

    นี่สินะความสัมพันธกว่า6000ปี

    #86
    0
  5. #85 BBBoBowww (@nuyoja) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 15:36
    ความรักนี้ต้องบ่มหลายพันปีเหลือเกิน แค่สองตอนไม่น่าพอนะคะ5555 ขออีกกกก
    #85
    0
  6. #84 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 15:16
    Slow burn กี่ปีถึงจะเดือดล่ะเนี่ย...
    #84
    0
  7. #83 DaisySelvin (@DaisySelvin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 14:44
    Slow burn ~~ ชอบความสัมพันธ์แบบนี้จังเลย อบอุ่นดีน่ะค่ะ
    #83
    1
    • #83-1 DaisySelvin (@DaisySelvin) (จากตอนที่ 12)
      29 มิถุนายน 2562 / 14:44
      จังหวะที่เอาปีกปิดปากโครวลี่ เป็นอะไรที่ อ๊ากกกก //กรี๊ดอัดหมอน
      #83-1