[Fic BNK48 CherSic] 運命は本当です Destiny is REAL

ตอนที่ 3 : พี่เฌอปรางคนคูล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    14 ก.พ. 61

            หากคุณตามหาหัวใจของตัวเองเจอแล้ว
           เหตุไฉนคุณจะไม่รีบคว้าเอาไว้ล่ะ

           เวลาต่อมา...

           ตอนนี้ฉันกำลังเดินดูงาน Open House อยู่กับพี่เฌอปรางเขาล่ะค่ะ สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะว่า
    พี่เฌออยากจะไถ่โทษที่ตัวเองก็เป็นสาเหตุให้ต่างฝ่ายต่างล้มลงไปนั่งกองกับพื้นนั่นแหละ ให้ตายสิคะ
    พอเรื่องเป็นแบบนี้แล้วรู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้สิเนี่ย

           "อ้าว...มิวสิค เป็นอะไรไปเหรอ ตั้งแต่เดินด้วยกันมานี่เงียบเลยนะเรา"

           พี่เฌอปรางทักฉันเมื่อเห็นฉันเดินข้างๆ แล้วจู่ๆ ก็เกิดเงียบขึ้นมา ฉันค่อยๆ หันไปมองหน้าใสๆ
    พลางตอบออกมาเสียงค่อย

           "คือ...คือตอนนี้สิคหิวน่ะค่ะ พี่เฌอปราง สิคยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงเลย แหะๆ"

           "อ้าว ก็ว่าทำไมเงียบ ที่แท้หิวซะงั้น...อ่ะ เอางี้ละกัน เพื่อเป็นการไถ่โทษ พี่จะเลี้ยงมื้อเที่ยงให้ละกัน"
    ท่าทางพี่เฌอปรางจะเป็นคนใจดีใช่เล่นเลยนะเนี่ย เล่นจะเลี้ยงมื้อเที่ยงให้แบบนี้นี่ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นอีกค่ะ

           "จะดีเหรอคะพี่เฌอปราง สิคว่า...สิคอยากออกค่าอาหารส่วนของสิคเองน่าจะดีกว่านะคะ"

           ฉันบอกพลางเปิดกระเป๋าเป้ของตัวเองเพื่อหยิบกระเป๋าตังค์ออกมากะว่าจะนับเงินเสียหน่อย
    แต่พี่เฌอปรางกลับยื่นมาปรามไม่ให้ฉันนับเงินพร้อมพูดออกมาเสียงเบา "เฮ้ย ไม่ต้องหรอกน่ามิวสิค
    พี่บอกว่าจะเลี้ยงก็คือเลี้ยงไงล่ะ อยากกินอะไรก็ว่ามาได้เลยนะ วันนี้งาน Open House มีอยู่หลายคณะ
    ที่มาออกบูธขายอาหารน่ะ ฉะนั้นอยากกินอะไรก็เลือกได้ตามใจเลย"

           แน่นอนว่าฉันซึ่งกำลังท้องร้องได้ที่ พอได้หันมองบูธรอบตัวก็พบว่ามีอยู่หลายบูธที่ขายอาหารที่
    หน้าตาน่ากินใช่เล่นเลยทีเดียว ขณะที่ฉันกำลังจะตัดสินใจเลือกว่าจะกินอะไรดีอยู่นั้น จู่ๆ พี่เฌอปราง
    ก็ลากฉันเข้าบูธของคณะคหกรรมซึ่งมีกลิ่นหอมลอยเข้าจมูกอย่างเด่นชัดมากๆ

           "พี่ว่าพี่เจอของที่มิวสิคน่าจะชอบแล้วล่ะนะ..." กลิ่นที่ลอยเข้าจมูกฉันจากบูธของคณะนี้ก็คือ
    กลิ่นของข้าวผัดอเมริกันซึ่งเป็นหนึ่งในของกินสุดโปรดของฉันรองมาจากบิสกิตแท่งค่ะ ว่าแต่ว่าพี่เฌอเขา
    รู้ได้ยังไงว่านี่คือของโปรดของฉันล่ะเนี่ย (ถึงจะแค่เดาก็เถอะ แต่ก็เป็นการเดาที่ทำให้ฉันแทบหลุดกรี๊ด
    ออกมาลั่นบูธเลยนะนั่น)

           "โห! ข้าวผัดอเมริกัน...สิคกำลังอยากจะหาของหนักๆ รองท้องพอดีเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"

           ฉันนี่แทบยกมือไหว้ขอบคุณพี่เฌอปรางไม่ทันเลยล่ะ แล้วพอพี่เฌอปรางหยิบแบงค์ห้าสิบบาทให้ฉัน
    เป็นการแทนคำว่าไปซื้อเสียเหอะก็อยากจะพุ่งเข้าไปกอดเลยจริงๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ แต่ใจดีขนาดนี้
    เป็นใครก็คงรู้สึกดีใจไม่ต่างกับฉันหรอกเนอะ


           เวลาต่อมา (อีกที)

           "มิวสิค---พี่ไปหาพวกของหวานมาให้เราน่ะ พี่ลองซื้อมาหลายอย่างเลยเผื่อเราจะชอบซักอย่างน่ะนะ"
    หลังจากที่ฉันนั่งกินข้าวผัดอเมริกันไปเกือบครึ่งจาน พี่เฌอปรางที่แอบแว้บไปพักนึงก็เดินกลับมาพร้อมกับ
    ถุงใส่ขนมใบใหญ่มาวางข้างๆ จานข้าว

           "เดี๋ยวพี่เฌอรอสิคกินเสร็จก่อนนะคะ อีกนิดนึงก็หมดแล้วค่ะ" ฉันบอกพลางก้มหน้ากินต่อทันที

           "ไม่ได้เร่งๆ กินไปเรื่อยๆ ได้เลย" พี่เฌอปรางบอก

           จะว่าไป...ตอนที่ฉันนั่งก้มหน้าก้มตากินอยู่ดันนึกถึงเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เลยอยากจะถามกับ
    พี่เฌอปรางเขาซะหน่อย เอาล่ะ ถามเลยดีกว่า

           "พี่เฌอปรางคะ สิคมีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยน่ะค่ะ"

           "ว่ามาเลย"

           "อย่างแรก...ที่สิคมางาน Open House ที่นี่เพราะสิคอยากสอบเข้าคณะวิทยาศาสตร์น่ะค่ะ เลยจะ
    ถามว่าพี่เฌอน่ะเรียนอยู่ในคณะนี้ด้วยหรือเปล่าคะ?"

           ทำไมฉันต้องถามแบบนี้น่ะเหรอ...ก็เพราะว่าถ้าพี่เฌอเขาเรียนคณะที่ฉันอยากจะเข้าจริงๆ จะดีมาก
    จะได้คุยกัน ปรึกษาเรื่องต่างๆ กันแบบนั้นน่ะ น่าสนุกจะตายไปนี่เนอะ

           "เรียนอยู่จ้ะ ปีสามแล้วด้วย"

           ปีสาม...แสดงว่าถ้าฉันสอบเข้าปีนี้ก็ยังพอทันตอนพี่เฌอปรางเรียนปีสี่สินะ

           "ถ้าอย่างนั้นสิคก็ต้องพยายามสอบเข้าคณะเดียวกับพี่เฌอปรางให้ได้สินะคะ"

           "เห ท่าทางมิวสิคมุ่งมั่นดีจังนะ...ทำไมเราอยากเข้าคณะเดียวกับพี่งั้นเหรอ พอบอกได้มั้ย?"

           คำถามของ (ว่าที่) รุ่นพี่เหมือนจะกระตุ้นทั้งจุดประสงค์หลักและจุดประสงค์เด่นให้ลุกขึ้นมาตีกันแล้วสิ
    ไหนๆ พี่เฌอเขาก็ถามถึงแบบนี้แล้วก็บอกหน่อยก็แล้วกันค่ะ

           "คือว่าวิทยาศาสตร์เป็นวิชาโปรดของสิคน่ะค่ะ เลยทำให้สิคอยากสอบเข้าคณะนี้ให้ได้ อีกอย่างที่สิค
    นึกขึ้นมาได้ก็คือ...สิคอยากจะเข้าคณะเดียวกับพี่เฌอค่ะ อยากคุยด้วย อยากเจอพี่เฌอทุกวันเลยน่ะค่ะ"

           แน่นอนว่าคำสารภาพจากฉันเล่นเอาคนที่เพิ่งรู้จักกันอย่างพี่เฌอปรางตาโตใส่เลยทีเดียว มันไม่น่าจะ
    มีหรอกนะที่ว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันมันจะแสดงอาการถูกอกถูกใจอะไรแบบนี้น่ะ แต่...ไม่รู้ว่าเพราะคำสารภาพ
    มันมีพลังอะไรบางอย่างหรือเปล่าที่ทำให้ฝั่งตรงข้ามจ้องมองฉันอย่างไม่วางตาเอาซะเลย

           "ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ขอให้เราโชคดีนะ พี่หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก...มิวสิค"

(To Be Continue...)

Writer's Talk
ขออภัยที่หายไปนานนะคะ กลับมาแล้วววว
Happy Valentine's Day 2018 นะคะทุกคน

14/2/2561
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น