มิชชั่นวุ่นวาย สายรหัสสุดป่วน [แจ่มใส มีนาคม 2561]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,935 Views

  • 66 Comments

  • 413 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    34

    Overall
    7,935

ตอนที่ 16 : 06 :: พวงกุญแจทิกเกอร์อันนั้น... [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    15 พ.ย. 60

          ต่อจาก 35%



นะ นั่นมัน...พวงกุญแจของคุณทิกเกอร์นี่นา O_O

“อ้อ ของผมเอง ขอบคุณครับ”

อย่าบอกนะว่าพี่จอห์นนี่คือ...

“ป่ะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวเข้าเรียนก่อน”

“ค...ค่ะ”

ฉันเดินตามพี่จอห์นนี่มาเงียบๆ แอบลอบมองเขาบ้างเป็นระยะๆ ในใจนึกอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าถาม พูดตรงๆ ว่าตอนนี้ฉันดีใจ แต่...มันก็ไม่ได้มากมายขนาดนั้น คล้ายๆ กับเป็นความสงสัยอยู่ลึกๆ มากกว่า

ใช่พี่จอห์นนี่จริงๆ น่ะเหรอ เขาแน่เหรอ?

แต่ถ้ามองย้อนกลับไป หลักฐานอันน้อยนิดที่ฉันรู้มา...ก็น่าจะใช่แหละ ครั้งแรกฉันที่ได้อมยิ้มพี่ตาตั้นก็บอกว่าพี่ผู้หญิงปีสามฝากมา ไหนจะตอนพิธีเทียนที่พี่เกอร์ฝากโหลอมยิ้มนั่นมาให้อีก แล้วตอนนี้หลักฐานชิ้นสำคัญคือ...พวงกุญแจทิกเกอร์อันนี้ งือออ อยากรู้แต่ไม่กล้าถามพี่จอห์นนี่ตรงๆ อ่ะ

หรือฉัน...ฉันควรจะลองถามพี่เกอร์ดูก่อนดี?

อืมมม แบบนั้นก็น่าจะเวิร์คกว่า!

“โอ๊ะ ไอ้เกอร์ออกมาพอดีเลย”

เพราะมัวแต่คิดเรื่องพี่จอห์นนี่ เลยไม่รู้ตัวว่าเดินตามเขามาจนถึงห้องเก็บตัวผู้คุมระเบียบเชียร์แล้ว (ถ้าเป็นช่วงที่มีกิจกรรมเชียร์อยู่ คงไม่มีโอกาสได้มาเห็นที่นี่แน่ๆ ) พี่เกอร์ที่เพิ่งเดินออกจากห้องจ้องฉันกับพี่จอห์นนี่สลับกันไปมา เขาแสดงสีหน้าคล้ายๆ กับกำลังไม่พอใจ แถมยังรู้สึกว่าเห็นรังสีทะมึนๆ แผ่ออกมาจากตัวพี่เกอร์ยังไงไม่รู้

“ทำไมมาด้วยกัน” น้ำเสียงเรียบนิ่งกับสายตาดุๆ ที่จ้องกันเขม็งทำเอาฉันขนลุก วันนี้พี่เกอร์เป็นอะไรไปเนี่ย อย่างกับวันที่ฉันเทคของให้เขาวันแรกเลย

“บังเอิญเจอน่ะ น้องตามหาแกอยู่ที่โรงอาหารเลยพามาด้วย”

“...” พี่เกอร์เงียบแต่สายตาดุๆ กลับแฝงความจับผิดเอาไว้

“หวงอะไรเบอร์นั้น” พี่จอห์นนี่ยิ้มขำก่อนจะหันมาบอกฉัน “พี่ไปนะ พามาส่งเฉยๆ ใกล้เวลาเข้าเรียนแล้ว”

“ขะ ขอบคุณค่ะ”

อีกฝ่ายเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าในห้องพัก พอออกมาเขาก็ยกมือตบไหล่พี่เกอร์เบาๆ แล้วหันมาส่งยิ้มให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป

แล้วจากนั้นก็เหลือแค่เราสองคน

...และความเงียบ T^T

ฮือออ อยู่ๆ เขาทำตัวสายตาน่ากลัวแถมยังทำหน้าดุแบบนั้น ฉันก็กลัวจนพูดไม่ออกนะสิ อาการหายใจติดขัด ตัวเกร็ง ปากแข็ง มือเย็น ขาสั่นเริ่มมาแล้ววว

“มันใกล้เวลาเรียน พี่เลยจะล็อกห้อง พวกเรา...ไปนั่งคุยกันตรงนั้นมั้ย”

สุดท้ายพี่เกอร์ก็เป็นคนพูดก่อน ฉันได้แต่พยักหน้าเออออเดินตามไปที่ม้าหินอ่อนที่ทำเป็นที่นั่งยาวๆ ตรงระเบียงทางเดินที่เชื่อมระหว่างอาคารเรียน ตอนนี้พูดตรงๆ เลยว่าไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเขา โหมดผู้คุมระเบียบเชียร์ของเขากลับมาแล้วค่า~!

“พี่ขอโทษนะ”

“คะ?! O_O

พื้นหินเย็นๆ แตะตูดฉันยังไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ คำพูดของเขากลับทำให้ฉันต้องยืดตัวตรงหันไปมองคนพูดตาโต อารมณ์กลัวพัดวูบหายไปในพริบตา ถึงนี่จะเป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาพูดคำๆ นี้ แต่มันก็น่าตกใจอยู่ดีอ่ะ

“เรื่องเมื่อวานน่ะ ขอโทษนะที่ทำให้เดือดร้อน วันนี้เราคงวุ่นวายน่าดูเลยสิ”

“ก็...ก็ไม่มากเท่าไหร่ค่ะ”

แค่โดนจับผิด แค่โดนเพื่อนสงสัย แค่เดินไปไหนมาไหนในคณะแล้วโดนคนมองโดนนินทา แค่นั้น...แค่นั้นเอ๊งงง!

“ตอนแรกแค่อยากลองแกล้งเราให้เขินเล่นๆ แต่ไปๆ มาๆ กลับมีคนเอาไปทำให้เรื่องมันวุ่นวายซะได้”

ที่แท้เหตุผลการแกล้งของเขาก็คือแบบนี้นี่เอง ว่าแต่...ทำไมเขาต้องอยากทำให้ฉันเขินด้วย งง?

“แล้วเมื่อวานตอนเย็นจนถึงดึกๆ พี่ทำงานส่งอาจารย์กับกลุ่มเพื่อนผู้ชายน่ะเลยไม่ได้เข้าเช็คเฟซบุ๊ก พี่เพิ่งรู้เรื่องคลิปตอนเพื่อนผู้หญิงถามเมื่อเช้านี้เอง ตอนนี้พี่โพสต์อธิบายในเฟซบุ๊กส่วนตัวไปแล้วว่ามันเป็นแค่มิชชั่น พรุ่งนี้เรื่องน่าจะเงียบๆ ลง” เขาบอกด้วยสีหน้ากังวล

“เอ่อ ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

พูดตรงๆ ว่าตอนนี้ฉันไม่รู้ต้องพูดอะไร คือสารภาพว่าฉันปรับอารมณ์ตามพี่เกอร์ไม่ทัน มันก็จริงที่ฉันก็เตรียมใจมาเพื่อจะคุยเรื่องนี้กับเขาด้วย แต่เข้าใจมั้ยว่าเมื่อกี้เขายังทำหน้าอย่างกับอยากฆ่าใครอยู่เลยอ่ะ แล้วอยู่ๆ ก็มาทำหน้ากังวลบอกขอโทษกันแบบนี้ ทำเอาฉันมึนจนความกลัวที่มีหายไปเลย

“โกรธพี่หรือเปล่า”

“คะ?” ฉันเผลอเงยหน้าไปสบกับสายตาของคนถาม มันทั้งจริงจังและดูกังวล เหมือนกับว่าเขากลัวคำตอบจากฉันยังไงยังงั้น

“มะ ไม่ค่ะ จอมใจไม่ได้โกรธ จริงๆ พี่เกอร์ไม่ต้องขอโทษก็ได้นะคะ ที่เรื่องวุ่นวายก็เพราะคนอัพคลิปตั้งชื่อคลิปแปลกๆ ให้คนอื่นเข้าใจผิดต่างหาก พี่เกอร์ไม่ได้ผิดอะไรเลย”

อาจจะผิดนิดหน่อยที่จงใจแกล้งฉันนั่นแหละ

“ขอบคุณนะ J” อีกฝ่ายยิ้มบางๆ แววตาที่เคยดุดูอ่อนลงคล้ายๆ กับโล่งใจและดีใจไปพร้อมกัน

แล้วทำไม...สีหน้าแบบนั้นถึงส่งผลกับอัตราการเต้นของหัวใจฉันได้ล่ะ บะ บ้าไปแล้ว! หัวใจจะมาเต้นแรงกับรอยยิ้มของเขาทำไมเนี่ยยย

“อะ เอ่อ ขะ ของเทคค่ะ!” ฉันยื่นอมยิ้มรสนมกล้วยไปให้เขา

อย่า อย่าดูถูกอมยิ้มราคาถูกๆ นะ นี่เป็นรสที่ค่อนข้างหายากเชียว ฉันนั่งเลือกหาตั้งนานสองนานกว่าจะเจอรสนี้ เหลือแท่งสุดท้ายแล้วด้วย

“รสนมกล้วย? ขอบคุณนะ พี่ชอบรสนี้มากที่สุดแล้วล่ะ ก่อนหน้านั้นก็พกติดตัวบ่อยๆ ”

“พี่เกอร์ติดอมยิ้มเหรอคะ?” ฉันเผลอถามกลับอย่างลืมตัว

“ก็ไม่เชิงหรอก พอดีช่วงนั้นเลิกบุหรี่มาได้สักพัก แล้วมันจะอยากๆ อยู่ เลยพกพวกอมยิ้มกับหมากฝรั่งไว้เยอะ เอาไว้เคี้ยวๆ อมๆ เล่นไม่ให้ปากว่าง” พูดจบเขาก็หันมาอมยิ้มเล็กๆ ใส่ ท่าทางแบบนั้นทำเอาฉันเริ่มเขิน ทำไมบรรยากาศรอบตัวเรามันดูวิ้งค์ๆ ชมพูๆ แปลกๆ นี่ฉันกับเขาข้ามมาอยู่จุดนี้ได้ยังไง~ U///U

“รู้สึกจะพูดกับพี่แบบธรรมดาได้แล้วสินะ”

“แบบธรรมดา?” ก่อนหน้านั้นฉันก็ว่าฉันพูดกับเขาเหมือนคนธรรมดานะ หรือบุคลิกฉันมันดูแปลก?

“ก็ปกติเราคุยกับพี่ทีไร ชอบทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ใส่ตลอดเลย”

ก็...ก็นั่นมันเพราะเขาทำหน้ายักษ์หน้าดุจ้องกันต่างหากเล่า!

แต่พอนึกๆ แล้ว ตั้งแต่ที่เขาปลอบฉันตอนที่ปล่อยโฮกลางโรงอาหารอ่ะ หลังจากวันนั้นเหมือนฉันจะกลัวเขาน้อยลงจริงๆ นะ แต่เมื่อกี้ที่เราคุยกันมันก็แปลกดี...ก่อนหน้านั้นฉันยังรู้สึกกลัวอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้...ฉันถึงคุยได้โดยที่ไม่รู้สึกกลัวล่ะ เพราะตอนนี้เขาทำหน้าไม่ค่อยดุงั้นเหรอ?

หรือเพราะ...รอยยิ้มของเขาเมื่อกี้

ตึกตัก ตึกตักๆๆ

เอาเข้าไป! เต้นแรงกันเข้าไป! ไอ้หัวใจบ้า!!

“เป็นแบบนั้นเหรอคะ แหะๆ ” ฉันได้แต่หัวเราะแห้งๆ ไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฮือออ

“อ้อ จริงสิ พี่ได้ยินจากฟิวส์มาว่าเรายังไม่รู้ว่าจะติดต่อพี่บัณฑิตยังไงงั้นเหรอ”

พะ พี่เกอร์พูดเรื่องฉันกับพี่ฟิวส์ด้วยเหรอ แต่..ก็ต้องคุยแหละเนอะ ก็ฉันเป็นน้องรหัสนี่นา ใช่ว่าพี่เกอร์จะคุยเรื่องฉันกับพี่ฟิวส์เพราะหึงที่ฉันสนิทกับพี่ฟิวส์สักหน่อย

...มั้ง

“ทำหน้าแบบนั้นกำลังคิดอะไรอยู่” น้ำเสียงเรียบๆ ถามด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ปะ เปล่าค่ะ!” และฉันก็ตอบออกไปแบบอัตโนมัติทันที อ..อย่าเพิ่งทำหน้าดุๆ ใส่กันตอนนี้สิคะ แงงงง

“พี่มีเบอร์นะ”

ขวับ!

ถ้าหันแรงกว่านี้คิดว่าคอฉันต้องเคล็ดแน่ๆ แต่จะไม่ให้หันแรงได้ยังไง เมื่อกี้พี่เกอร์พูดเรื่องเบอร์พี่บัณฑิตเลยนะ!

“เอามือถือมาสิ”

“นี่ค่ะ! *O*” ไม่เสียเวลาคิดให้มาก ฉันยื่นโทรศัพท์มือถือไปให้เขาแทบจะทันที ทำไมวันนี้พี่เกอร์ใจดีจัง แบบนี้...ฉันต้องมองเขาในด้านใหม่ซะแล้ว!

“อ่ะ โทรดูสิ”

ฉันรับโทรศัพท์มางงๆ และทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ไม่นานก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของคนข้างๆ ดังขึ้น พี่เกอร์หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ซึ่งบังเอิญกับที่สายตาของฉันเหลือบไปเห็นเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าจอ เอ่อ เดี๋ยวนะ ฉันว่าเบอร์ที่โชว์อยู่มันคุ้นๆ เหมือนเป็นเบอร์ตัวเองยังไงไม่รู้

แต่...ฉันกำลังโทรหาพี่บัณฑิตไม่ใช่เหรอ (._.)?

ติ๊ด!

อีกฝ่ายกดตัดสายไปพร้อมกับที่สายของฉันที่ถูกตัด โอเค ชัดเจนเลย...

“พะ พี่เกอร์หลอกจอมใจเหรอคะ!

“พี่หลอกเราตรงไหน พี่บอกว่ามีเบอร์ก็จริงแต่ยังไม่ได้พูดเลยนะว่าจะให้” เขาบอกพร้อมกับอมยิ้ม

แกล้งกันอีกแล้วสินะ อย่างว่าล่ะ ถึงพี่เกอร์จะดูใจดีกับฉันแต่จริงๆ เขาก็ยังไม่ชอบหน้าฉันอยู่ดีสินะ ขะ เขา...เขานี่มัน...ร้ายกาจเกินไปแล้ว!! T_T

“บันทึกไว้ด้วยนะ อีกห้านาทีบ่ายโมง พี่ต้องไปเรียนแล้วล่ะ”

ฉันได้แต่ทำหน้าเอ๋อๆ อ้าปากค้างมองผู้ชายตัวสูงที่ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจอึ้งๆ เขายื่นมือมาขยี้ผมฉันเบาๆ เรียกสติของฉันให้กลับเข้าร่าง

“ตั้งใจเรียนนะ”

พี่เกอร์ทิ้งท้ายด้วยคำพูดนั้นก่อนเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี ฉันไม่น่ามองว่าเขาเป็นพี่ที่ใจดีเลย หลอกให้ดีใจแล้วก็ตัดเยื่อใยกันอย่างเลือดเย็น U_U

เอ๊ะ เดี๋ยวสิ เหมือนฉันจะลืมอะไรไป...

ยะ ยังไม่ได้ถามเรื่องพี่จอห์นนี่เลย!

“พะ พี่เกอร์คะ! ดะ เดี๋ยวก่อนค่ะ!” ฉันรีบวิ่งไปยืนตัดหน้าเขาเอาเขาไว้ อีกฝ่ายหันมามองหน้ากันงงๆ

เอาล่ะ เวลาเหลือไม่มาก ถามออกไปตรงๆ เลยแล้วกัน!

“คือ...จอมใจเห็นพี่จอห์นนี่ใช้พวงกุญแจทิกเกอร์ที่เคยฝากไปกับพี่...”

พี่เกอร์นิ่งไปเหมือนจะตกใจเล็กๆ

“พี่จอห์นนี่ใช่คุณทิกเกอร์หรือเปล่าคะ?!

คนถูกถามไม่ตอบอะไร ดวงตาเรียวดุฉายวูบไหวเหมือนกำลังน้อยใจอยู่ลึกๆ ทะ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนผิดหวังเสียใจอะไรแบบนั้นด้วยล่ะ ฉันถามอะไรผิดงั้นเหรอ

“เรานี่มัน... เฮ้อ...”

อีกฝ่ายถอนหายใจคล้ายกับคนเหนื่อยใจมากๆ 

“...พี่คงไม่เคยอยู่ในสายตาเราเลยสินะ”

“คะ? O_O

เดี๋ยวสิ อยู่ๆ มาพูดตัดพ้อกันทำไม

“เรื่องของคนที่จอมใจอยากรู้...พี่จะบอกก็ต่อเมื่อเราทำมิชชั่นของพี่สำเร็จ โอเคนะ”

“งะ งั้นก็พรุ่งนี้ใช่มั้ยคะ?!

“อืม” พี่เกอร์รับคำสั้นๆ แต่แววตาบ่งบอกอารมณ์น้อยใจอย่างชัดเจน

“หวังว่าเราจะไม่ทำหน้าผิดหวังนะ”

เอ๋?

“ไปเรียนได้แล้ว ไว้เจอกันพรุ่งนี้ครับ”

ไม่รอให้ฉันได้เปิดปากถามอะไร เขาก็ตัดบทไปดื้อๆ ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกไป ทิ้งไว้แค่ความงงให้ฉันได้ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น (อีกรอบ) แต่แบบ...ไอ้ท่าทางที่เหมือนน้อยใจแบบนั้นมันคืออะไร...

แล้วทำไม...ฉันต้องรู้สึกคิดมากด้วยเนี่ยยยย~!!

 


18.20 น.

“ตอนแรกก็ว่าจะไม่ถามแล้วนะ แต่เห็นอาการแกแล้วมันอดสงสัยไม่ได้ เป็นอะไร? กลับมาก็เอาแต่ทำหน้ายุ่งยาก แกบอกพี่เกอร์ออกมาพูดเรื่องคลิปในเฟซบุ๊กให้แล้วนี่ ทำหน้าเครียดอะไรอีก” มัดหมี่หันมาถามหลังจากที่วางจานข้าวลงบนโต๊ะ

วันนี้พวกเราออกมากินข้าวเย็นกันที่ตลาดหอใน ตอนแรกก็คิดว่าจะซื้อกลับไปกินที่ห้องเพราะช่วงนี้คนจะเยอะหาที่นั่งกินยาก แต่บังเอิญว่าอยากเดินดูของด้วยก็เลยตัดสินใจกินที่นี่ กว่าจะหาที่นั่งได้ต้องใช้สายตาและความเร็วในการจับจองมาก ดีนะที่มีคนลุกพอดี

“ไม่รู้สิ ฉัน...ฉันรู้สึกคิดมากอ่ะ”

ทั้งๆ ที่ฉันควรจะดีใจที่รู้ว่าคุณทิกเกอร์คือใครแต่มันกลับรู้สึกเฉยๆ มากกว่า แถมยังจะมาคิดมากกับใครบางคนซะงั้น U_U

“เรื่อง?”

“พี่เกอร์...” ฉันตอบเสียงเบาก่อนจะนึกไปถึงคำพูดและท่าทางของเขาเมื่อตอนกลางวัน ก็แค่ถามเรื่องพวงกุญแจทิกเกอร์เฉยๆ แต่ทำไมเหมือนฉันถามอะไรผิดไปก็ไม่รู้

“เรื่องมิชชั่นน่ะเหรอ ทำไมอ่ะ เค้าทำแกกลัวอีกแล้ว”

“ไม่ใช่เรื่องมิชชั่น”

“หืมมม~” มัดหมี่อมยิ้มพร้อมกับทำเสียงแปลกๆ ก่อนจะพูดต่อ “เดี๋ยวนี้แกคิดมากเรื่องพี่เกอร์ด้วยเหรอ นึกว่าจะคิดมากแค่มิชชั่นของเค้าซะอีก”

ไอ้คำพูดที่เหมือนจะล้อเลียนแบบนี้มันคืออะไร ละ แล้วฉันจะเขินทำไมเนี่ย บ้าไปแล้ววว

“กะ ก็...ก็ปกติพี่เกอร์จะจ้องฉันเขม็งเหมือนไม่ชอบหน้าฉันอ่ะ แต่หลังๆ ดูใจดีแถมยังทำตัว...แปลกไปยังไงไม่รู้”

ฉันคิดว่าพีเกอร์ไม่ชอบหน้าฉันเพราะเรื่องพี่ฟิวส์ เลยทำหน้าตาน่ากลัวจ้องเขม็งใส่เหมือนคนเกลียดกันตลอด แล้วอยู่ๆ สักพักก็ทำตัวแปลกๆ เหมือนจะใจดีขึ้น แล้วไอ้การทำตัวแปลกๆ ที่ว่ามันก็ดันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ ไปด้วยนี่สิ เดี๋ยวกลัว เดี๋ยวใจเต้นแรง ไหนจะอาการเขินแถมยังชอบเหม่อคิดเรื่องเขาอีก

แล้ววันนี้ก็ทำเหมือนน้อยใจกันแบบนั้น...ทำเอาอดคิดมากไม่ได้เลย ฮือออ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นกลัวเขาจนแทบไม่อยากอยู่ใกล้ อยู่ๆ ทำไมพี่เกอร์ถึงได้มามีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดของฉันได้เนี่ย อ๊ากกกก! ไม่อยากเจอเขาแต่ก็คิดเรื่องของเขาอยู่เต็มหัวไปหมด ไม่เข้าใจตัวเองเลย!

“เพราะเค้าทำตัวแปลกๆ แกเลยคิดมากงั้นเหรอ” ยัง ยังจะมาอมยิ้มใส่กันไม่หยุดอีก

“อือ”

“ถ้าเค้าแปลกไปในทางที่ดีต่อแก มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ แกจะได้ไม่ต้องกลัวเค้าไง จะมานั่งคิดมากอะไรอีก” มัดหมี่ยังคงพูดด้วยท่าทาสบายๆ แต่สายตากับรอยยิ้มกลับดูเหมือนแฝงอะไรเอาไว้

“มันก็จริงที่ท่าทางแปลกๆ ดูใจดีขึ้นของเค้าบางครั้งมันก็ทำให้ฉันไม่ได้รู้สึกกลัว แต่ก็ใช่ว่าอาการกลัวของฉันมันจะเลิกได้ง่ายๆ สักหน่อย ยังไงพี่เกอร์ก็คือพี่เกอร์ เวลาที่เค้าพูดเสียงเรียบๆ กับทำหน้านิ่งๆ ตาดุๆ แล้วก็จ้องกันเขม็ง ฉันก็ยังรู้สึกกลัวและเกร็งทุกครั้งอยู่ดี”

มัดหมี่พยักหน้าเบาๆ คล้ายกับจะบอกว่าเข้าใจ แถมยังดูตั้งใจฟังอย่างกับว่ากำลังเก็บรายละเอียดอะไร

“แล้วก็ที่บอกว่าเค้าทำตัวแปลกน่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องใจดีขึ้น แต่...”

“แต่?”

“ไอ้ท่าทางแปลกๆ ของพี่เกอร์วันนี้น่ะ มันเหมือน...เหมือนเค้าน้อยใจฉันเลยอ่ะ U_U

“น้อยใจ?” คนฟังถามเสียงสูง หลังจากนั้นก็หัวเราะคล้ายกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน “ฮ่าๆๆ ทำไมเป็นงั้นล่ะ”

“ก็...คืองี้นะ วันนี้ฉันบังเอิญเห็นว่าพี่จอห์นนี่...เพื่อนของพี่เกอร์อ่ะ เค้าใช้พวงกุญแจที่เคยฝากไปให้คุณทิกเกอร์ แล้วพอฉันถามพี่เกอร์ว่าพี่จอห์นนี่ใช่คุณทิกเกอร์หรือเปล่า อยู่ๆ เค้าก็ทำหน้าเหมือนน้อยใจ เดินหนีเหมือนงอนกันเฉยเลย”

พอฉันเล่าจบยัยรูมเมตก็หัวเราะก๊ากเสียงดัง ดังกว่าเมื่อกี้นี้อีก หัวเราะอะไรเนี่ย นี่ฉันเล่าเรื่องเครียดนะ!

“แล้วทำไมแกไม่ถามพี่จอห์นนี่อ่ะ โอ๊ยยย ฉันขำไม่ไหว ฮ่าๆ แกนี่มันซื่อบื้อจังเลยจอมใจ น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นจอมบื้อนะ เข้ากับนิสัยเด๋อๆ บื้อๆ ของแกดี ฮ่าๆ ” พูดจบก็หัวเราะพอใจตบท้าย

เออ เอาเข้าไป พูดให้งงแล้วยังมาหลอกด่ากันอีก

“เชอะ~! อุตส่าห์เล่าให้ฟังแล้วยังมาว่า ฉันไม่คุยกับแกแล้ว!

มัดหมี่อมยิ้มพร้อมกับไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะลุกออกไปซื้อน้ำส้ม คอยดูนะ กลับมาจะแกล้งไม่พูดด้วยเลย งอน งอนนน~!

ครืดดด ครืดดด ครืดดด

ระหว่างที่ตั้งท่างอนยัยรูมเมต โทรศัพท์ของฉันสั่นรัวๆ และชื่อที่โชว์อยู่หน้าจอทำเอาฉันเผลอตกใจทำตาถลน ก่อนจะตั้งสติและรีบกดรับอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีค่ะพี่เดป”

[ตอนนี้เราคุยได้หรือเปล่า?]

“ได้ค่ะ พี่เดปมีอะไรหรืเปล่าคะ”  รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ พี่เดปถึงโทรหาแบบนี้

[เรื่องคลิป โอเคใช่มั้ย พี่เห็นเกอร์มันโพสต์ในเฟซบุ๊กอ่ะ] ปลายสายฟังดูกังวลนิดหน่อย จริงๆ เมื่อวานที่พี่เดปโทรมาขอโทษ เขาก็ดูกังวลมากเลย เขาบอกว่ากลัวฉันจะคิดมากจนลาออกอะไรแบบนั้น

“ค่ะ โอเคแล้ว คิดว่าพรุ่งนี้คงไม่มีอะไร”

 [งั้น...จอมใจจะโอเคหรือเปล่าถ้าพี่จะให้มิชชั่นเราพรุ่งนี้]

“ก็...ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร” แต่ถ้าไม่ให้แล้วรับเข้าสายเลยจะดีใจมาก U_U

ก็พูดได้แค่ในใจน่ะนะ

[พรุ่งนี้เราเลิกเรียนกี่โมงล่ะ]

“สี่โมงเย็นค่ะ”

[โอเค เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เจอกันสี่โมงสิบห้าแล้วกัน รับรองว่ามิชชั่นของพี่ง่ายกว่าของสองคนนั้นเยอะเลย~ ] น้ำเสียงแบบนี้ฟังดูไม่น่าไวใจเลย สัมผัสได้ถึงความอยากแกล้งมาจากปลายสายเลยอ่ะ ฮือออ

[ไม่ต้องห่วงหรอก พี่ไม่สั่งทำอะไรแปลกๆ เหมือนพวกนั้นหรอกน่า]

ไม่น่าเชื่อสักนิด! เมื่อวานแค่มิชชั่นทดลองยังทำเอาฉันเข็ดขยาดแล้วเหอะ T_T

[งั้นพี่ไม่กวนเราแล้ว ไว้เจอกันพรุ่งนี้ครับ~!]

“ค่ะ สวัสดีค่ะ” ฉันกดวางสายไป มองหน้าจอแล้วก็ต้องถอนหายใจยาว

เฮ้อ...พรุ่งนี้นอกจากต้องแบกความอึดอัดไปเจอพี่เกอร์ แล้วฉันยังต้องเตรียมตัวรับมือกับมิชชั่นของพี่เดปด้วยงั้นสิ

              ก็หวังว่ามันคงจะไม่ร้ายแรงอะไรเหมือนอย่างมิชชั่นทดลองเมื่อวานนี้หรอกนะ U_U




100 %
มาต่อครบร้อยแล้วจ้า!

พี่เกอร์มีความเนียนมาก
"ขอเบอร์หน่อยครับ" พูดแบบนี้นะคะ ไม่ใช่บอกว่ามีเบอร์พี่บัณฑิต 555 ยังไงอ่านแล้วอย่าลืมเม้นต์กันบ้างเด้อ
ขอบคุณจ้า เจอกันวันเสาร์ (คึ_คึ)
มึนสาม
15/11/2560


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #59 wenwenii文 文 (@wenwenii) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 08:42
    สนุกกกมากกกกกก ติดมากตอนนี้😂
    #59
    0