มิชชั่นวุ่นวาย สายรหัสสุดป่วน [แจ่มใส มีนาคม 2561]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,929 Views

  • 66 Comments

  • 413 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    28

    Overall
    7,929

ตอนที่ 12 : 04 :: พี่รหัสปีสี่ [rewrite 11/11/2560]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 995
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 พ.ย. 60



04

พี่ปีสี่

 



รู้สึกเหมือนเสาร์อาทิตย์นี้มันผ่านไปไวเหลือเกิน แป๊บๆ ก็มาถึงวันจันทร์ซะแล้ว และฉันไม่เคยรู้สึกว่าวันจันทร์มันแย่ขนาดนี้มาก่อน จนกระทั่งได้รับมิชชั่นมาจากพี่เกอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา...

และในตอนเที่ยงแบบนี้ โรงอาหารคณะสาธารณสุขฯ ก็ดูจะคับแน่นไปด้วยเหล่าบรรดานักศึกษาทุกชั้นปีซะเหลือเกิน -_-;;

“จอมใจไม่ไปเหรอ?” พิมพ์ดาวหันมาถามตอนที่กำลังจะลุกเอาจานไปเก็บ และเพื่อนอีกสามคนก็หันมามองเป็นเชิงรอคำตอบ

“เรา...เรา...เรารอมัดหมี่น่ะ! เห็นบอกจะเอาอะไรมาให้ไม่รู้ พิมพ์กับทุกคนไปรอที่ห้องเรียนก่อนเลยก็ได้ ฝากจองที่นั่งด้วยนะ”

สาธุ ขออย่าให้ผลของการโกหกครั้งนี้สร้างบาปสร้างกรรมเพิ่มให้ฉันเลย -/\-

“ให้พิมพ์รอเป็นเพื่อนมั้ย?”

“ไม่ต้องพิมพ์! ไม่ต้อง!! ที่นี่มันร้อนอ่ะ พิมพ์ไปรอในห้องเรียนแอร์เย็นๆ ดีกว่า เดี๋ยวมัดหมี่ก็คงมาแล้วแหละ ฝากจองที่นั่งด้วยนะ”

“อ่า จ้ะๆ เอางั้นก็ได้ ไว้เจอกันที่ห้องเรียนนะ” พิมพ์ดาวยิ้มบางๆ เธอคงจะแอบสงสัยท่าทีร้อนตัวของฉันอยู่ลึกๆ แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามและเดินเอาจานไปเก็บกับเพื่อนคนอื่นๆ แทน

ฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องมิชชั่นนี้ให้ใครฟังหรอกนะ นอกจากมัดหมี่กับพี่ตาหนู เอ๊ย! พี่ตาตั้น (ก็ไม่ชินเรียกอ่ะ) ก็แบบ...อยากทำมิชชั่นเงียบๆ มากกว่าน่ะ คือมันรู้สึกอายๆ นี่นาถ้ามีเพื่อนหรือคนรู้จักมายืนมอง แล้วไม่รู้ว่าพี่เกอร์จะขู่ให้ฉันกลัวหรือสั่งอะไรแปลกๆ ตอนรายงานตัวหรือเปล่า ท่าทางเขายิ่งอยากจะแกล้งฉันยังไงไม่รู้ แล้วยิ่งฉันมีคดีพี่ฟิวส์ (ที่เขาเข้าใจผิด) ติดตัวอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ ฉันเลยกันคนรู้จักออกไปน่าจะดีกว่า ไม่อยากให้ใครต้องมาเห็นท่าทางน่าสมเพชของฉัน Y_Y

ว่าแต่นี่มันเที่ยงครึ่งแล้วนะ ทำไมยังไม่เห็นแม้แต่เงาโหดๆ เลย ปกติต้องยืนจ้องเขม็งฉันอยู่ไกลๆ แล้ว แบบนี้นมรสกล้วยของฉันจะกลายเป็นหมันมั้ยเนี่ย จริงๆ ที่เลือกนมรสกล้วยก็ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะแอบไปสืบมาแล้วนะสิว่านมรสกล้วยคือนมที่พี่เกอร์ชอบดื่ม เป็นการดื่มอะไรไม่เข้ากับความดุร้ายสุดๆ ! เป็นเสือแต่ชอบกินกล้วย ก๊าก!

แหมๆ เห็นฉันกลัวเขาแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เตรียมพร้อมนะ เพราะไม่อยากทำให้เขาไม่พอใจเลยอยากศึกษาข้อมูลของพี่เกอร์ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไรเอาไว้ เมื่อวานฉันลงทุนนั่งตะบี้ตะบันหาข้อมูลจากเพจหนุ่มหล่อของคณะเพื่อดูว่าจะมีข้อมูลพี่เกอร์หรือเปล่า แต่นั่งอยู่สามสี่ชั่วโมงก็ไม่เจอ มีแค่รูปบางรูปที่อัพลงแล้วบอกว่านี่คือ #เกอร์ #ไทเกอร์ #ผู้คุมระเบียบเชียร์ปีสาม #หล่อดุ #หล่อเข้ม พิกัดส่อง...

ข้อมูลก็บอกแค่เฟซบุ๊กเขาอ่ะ ฉันเลยไม่ได้อะไร แล้วจริงๆ ฉันไปค้นในเพจน้องแมวของพี่เสือด้วยนะ แต่มันก็ไม่มีข้อมูลอะไร (มีแค่ภาพกับคลิปบาดใจฉันแค่นั้นแหละ ฮึก T^T ) ตอนนั้นท้อใจจนไลน์ไปบ่นในกลุ่มที่พี่ตาตั้นตั้งขึ้น ซึ่งก็มีแค่ฉัน มัดหมี่ แล้วก็พี่ตาตั้นนั่นแหละ เพราะหลังจากเฉลยเรื่องพี่แฝง ฉันกับเขาก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆ เหมือนเดิม แถมเพิ่มยัยมัดหมี่มาด้วยอีก แต่พวกเราไม่ได้คุยกันบ่อยมากอย่างก่อนหน้านั้นหรอกนะ เพราะช่วงนี้พี่ตาตั้นก็เริ่มยุ่งๆ กับการเรียนปริญญาโทแล้ว ฉันเลยไม่อยากรบกวนมาก (มีแอบไปบ่นๆ บ้างนิดหน่อยงี้)

และแน่นอนว่าพอฉันบ่น พี่ตาตั้นก็พยายามปลอบและให้กำลังใจ ส่วนยัยมัดหมี่...อย่าไปพูดถึงเลย นั่งหัวเราะก๊ากข้างๆ ฉันนั่นแหละ แถมยังพิมพ์มาล้อกันอีก ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่ามันจะพิมพ์ทำไม หันมาพูดกับฉันก็ได้มั้ยล่ะ -_-

ซึ่งหลังจากบ่นๆ จนสบายใจ ฉันก็ลองหาๆ ดูต่อ แต่อยู่ๆ ตอนนั้นยัยรูมเมตก็หันมบอกฉันยิ้มๆ

 

จอมใจ ฉันไปเจอรูปอะไรบางอย่างมาจากเพื่อนที่ปลื้มพี่เกอร์อ่ะ

 

จากนั้นก็ส่งรูปมาให้ฉันในไลน์ วินาทีนั้นความยินดีปรีดาก็ถาโถมเข้ามาหาฉัน U_U~

ฉันโผเข้ากอดมันด้วยความดีใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะดันหน้าฉันหนีและตบท้ายด้วยการบอกให้เลี้ยงข้างเย็น

แน่นอนว่าฉันรับปากทันที เพราะรูปที่ฉันได้มามันเป็นรูปกระดาษเอสี่ที่มีข้อมูลส่วนตัวของพี่เกอร์ทั้งหมด ย้ำ! ว่าทั้งหมด! ไม่ว่าจะชื่อจริง ชื่อเล่น ฉายา อายุ วันเกิด จบจากโรงเรียนอะไร ของที่ชอบไม่ชอบ กีฬาที่ถนัด งานอดิเรก ความสามารถพิเศษ และบลาๆๆ อีกมากมาย ในกระดาษแผ่นเดียวนั้นมันช่างครอบคลุม~

แต่จากที่อ่านๆ เมื่อวานแล้ว ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าพี่เกอร์เป็นอดีตเดือนคณะด้วย มีบอกไปอีกว่าตอนประกวดเดือนมหาลัยแสดงความสามารถพิเศษโดยการร้องเพลง อ่านแล้วก็แอบอยากได้ยินเลย (ปกติเคยได้ยินแต่เขาว้ากแล้วก็ว้าก!) แล้วในกระดาษก็บอกด้วยว่าเขาเป็นเด็กกิจกรรม เรียกได้ว่ามีกิจกรรมอะไรก็เข้าร่วมทุกอย่าง เรื่องเรียนไม่ต้องพูดถึง เกียตรินิยมอับดับหนึ่งมาแน่นอน!

และนอกจากนั้นยังมีข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวอีกเล็กๆ น้อยๆ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนพี่เกอร์จะมีน้องสาวคนละพ่อที่อายุห่างกันมาก (แต่ไม่ได้บอกว่าชื่ออะไร) แต่น้องสาวเหรอ?

แล้วหน้าตาดุๆ ของพี่เกอร์ในร่างคนแคระก็ลอยมา...

กรี๊ดดดด! นี่ฉันคิดอะไรเนี่ยยยย น่ากลัวเกินไปแล้ว เลิกคิดๆ กลับเข้าเรื่องประวัติของเขาต่อดีกว่า! และผลพลอยได้จากการที่ฉันได้ประวัติแผ่นนี้มา ฉันเลยได้รู้ข้อมูลเบื้องต้นที่ใช้ในการเขียนแผนผังส่งพี่ฟิวส์มาด้วย! ฮุๆ แบบนี้ก็ไม่ต้องลงทุนบากหน้าไปถามตรงๆ ดี๊ดี!!

“จอมโก๊ะ~!

ความคิดเมื่อครู่หลุดลอยหายวับไปเมื่อได้ยินเสียงทักทายที่ฉันจำได้แม่น ถึงฉันจะปักใจเชื่อไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับพี่เกอร์ แต่ฉันก็ตัดใจจากการเป็นแฟนคลับของเขาไม่ได้อยู่ดี ฮือออ พี่ฟิวส์น่ารักเกินไป~

“นั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้เนี่ย ยังไม่กินข้าวเหรอ” เจ้าของรอยยิ้มแบบฉบับตัวป่วนนั่งลงตรงข้ามก่อนจะมองมาด้วยความสนใจใคร่รู้ แอร้ยยย~ น่ารักอะไรแบบนี้ กำลังใจในการทำมิชชั่นของฉันมาเต็มเปี่ยมแล้วค่ะ!

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้จอมใจรอพี่เกอร์อยู่ พอดีต้องทำมิชชั่นกับพี่เค้า แล้วพี่ฟิวส์ล่ะคะ”

“พี่ก็เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน นี่ว่าจะมาซื้อน้ำก่อนค่อยเข้าเรียนแต่พอดีเห็นเราเลยเดินมาทัก แล้ว...ที่บอกว่ารอทำมิชชั่นเนี่ย พี่เกอร์ให้ทำอะไรเหรอ?” อีกฝ่ายถามพร้อมกับอมยิ้มอยากรู้

“ก็...” ฉันบอกรายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับมิชชั่นของพี่เกอร์ให้ฟังและก็ดูเหมือนว่าเขาจะทำหน้าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

“พี่เกอร์นี่ร้ายกาจ!” คนพูดทุบมือตัวเองเบาๆ ก่อนจะเงยหน้ามาสบตากับฉันแล้วพูดต่อ “ป่ะ ไปกัน!

“คะ?”

“ก็...คนที่จอมใจต้องทำมิชชั่นด้วยไง นั่งอยู่ตรงนั้นมาสักพักแล้ว”

ฉันหันกลับไปมองตามที่พี่ฟิวส์บอกก่อนจะสบเข้ากับดวงตาเรียวดุของพี่เกอร์ แถมยังรับรู้ได้ถึงออร่าดำมืดที่แผ่กระจายออกมารอบๆ ตัวเจ้าของดวงตาคู่นั้น อย่างกับว่า...กะ โกรธกันอยู่งั้นแหละ หน้าตาพี่เกอร์ตอนนี้นึกว่ากำลังจะว้ากปีหนึ่งไม่มีผิด ฮือออ ภาพหน้าคุณพ่อเริ่มจะลอยมาซ้อนทับหน้าเขาแล้ว T_T

“ไม่ต้องกลัวหรอก เดี๋ยวพี่พาเราไปเอง” พี่ฟิวส์บอกก่อนจะยิ้มให้กำลังใจ

ฉันจะกลัวมากกว่าเดิมเพราะพี่ฟิวส์จะพาไปนี่แหละ ออร่าน่ากลัวที่อยู่รอบๆ พี่เกอร์นั่น...ไม่ใช่เพราะเห็นฉันอยู่กับพี่ฟิวส์หรอกเหรอ

เราสองคนเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะของพี่เกอร์ โชคดีที่มีเพื่อนของเขาอยู่แค่สองคน ส่วนคนอื่นๆ น่าจะไปซื้อข้าว แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้านั่งกันเป็นกลุ่มผู้คุมระเบียบกลุ่มใหญ่ๆ ฉันคงไม่กล้าพูดเท่าไหร่ แต่ว่าตอนนี้...เหมือนจะเจอปัญหาล่ะ คนที่ฉันต้องทำมิชชั่นด้วยเขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าฉันยืนอยู่ตรงหน้า ขนาดฉันยกมือไหว้ เพื่อนที่นั่งข้างเขายังต้องสะกิดบอก แต่พี่เกอร์ก็ยังทำเมิน...เมินแบบหน้าเข้มๆ ตาดุๆ นั่นแหละ

ฮือออ ตะ ต้องทำไงเนี่ย T_T

“พี่เกอร์ จอมโก๊ะจะทำมิชชั่นแล้ว อย่าเมินน้องหน่อยเลย”

ฉันทำหน้าเหลอหลามองคนที่กระแซะตัวเข้าไปนั่งเบียดคนหน้าเข้ม เอ่อ...พะ พี่สองคนจะนั่งเบียดกันไปมั้ย แล้วประเด็นคือพี่ฟิวส์ของฉัน (?) เข้าไปเบียดเองเลยนี่สิ

“แล้วนายมายุ่งอะไรด้วย?” น้ำเสียงบ่งบอกความไม่พอใจสุดๆ

“จอมโก๊ะก็น้องผมอ่ะ”

“แต่นี่มันมิชชั่นของฉัน -_-

ทำไมมันดูพ่อแง่แม่งอนแบบนี้ล่ะ อย่าสร้างบรรยากาศสีม่วงกันเซ่!

“ผมก็ไม่ได้บอกว่าเป็นมิชชั่นของผมสักหน่อย ก็แค่อยากรู้เองว่าพี่จะให้น้องทำอะไร”

ฉันรู้สึกว่าพี่ฟิวส์แข็งแกร่งมากกกกก กล้าต่อปากต่อคำแถมยังกล้าสบกับสายตาดุๆ แล้วยิ้มสดใสออร่ากระจายใส่พี่เกอร์ขนาดนั้น ฉันมองยังนึกว่าสายตาเขามันจะยิงเลเซอร์เผาทุกอย่างออกมาแล้วซะอีก

“ไอ้เด็กขี้เสือก!

*ยิ้มสดใสส่งสายตาวิ้งค์ๆ ใส่*

พอเห็นอีกคนไม่สะทกสะท้านกับคำด่า พี่เกอร์ก็เหมือนจะทำหน้าเอือมเล็กน้อยก่อนหันมาจ้องฉันหน้านิ่งๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“รายงานตัวสิ”

“ค...คือ...” ฉันอ้ำๆ อึ้งๆ มองไปยังคนที่นั่งหน้าไม่รับแขก รู้สึกตาลายขึ้นมานิดๆ ที่เห็นภาพหน้าดุๆ ของเขาซ้อนทับกับคุณพ่อ ความกดดันที่แผ่ออกมารอบๆ ตัวเขา สายตาเย็นชาแฝงความดุดันดูน่ากลัวจนทำเอาฉันหายใจไม่ทั่วท้อง เหงื่อเริ่มซึมตามใบหน้าและฝ่ามือ รู้สึกได้เลยว่าตัวเริ่มเกร็ง มือไม้ก็เย็นๆ สั่นๆ จนควบคุมไม่ได้

“พูด”

“ค...ค่ะ!

ฉันสะดุ้งตัวตอบรับเสียงดังก่อนจะรีบตั้งสติ ไม่สิ เรียกว่าสติหลุดพูดออกไปมากกว่า

“น...นะ นางสาวจอมหทัย ดาราไพศาล ชื่อเล่นจอมใจ เอกสาสุขปีหนึ่ง รหัส 086 รายงานตัวค่ะ! ส่วนนี่...ขะ ของเทคของพี่เกอร์ค่ะ”

ฉันยื่นนมรสกล้วยไปตรงหน้าเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาที่จ้องกันเขม็ง แต่ก็ยังไม่วายแอบเหลือบมองดูพี่ฟิวส์ที่ส่งยิ้มให้กำลังใจกัน

“ไม่ได้ยินเลย พูดใหม่ได้มั้ย?”

“...!?!

“ขอดังๆ แบบที่ได้ยินกันทั้งโรงอาหารน่ะ”

ฉันได้แต่อ้าปากค้างกับสิ่งที่เขาบอกและเผลอเงยไปหน้าสบตากับอีกฝ่าย แววตาของพี่เกอร์เรียบนิ่งจนน่าขนลุก แถมยังดูเหมือนจะไม่พอใจมากๆ ด้วย

“นะ นางสาวจอมหทัย ดาราไพศาล ชื่อเล่นจอมใจ เอกสาสุขปีหนึ่ง รหัส 086 รายงานตัวค่ะ!

เสียงที่ดังขึ้นกว่าตอนแรกยิ่งทำให้ฉันเป็นจุดสนใจมากขึ้น แต่คนฟังกลับบอกออกมาสั้นๆ ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งอย่างเดิม

“ยังดังไม่พอ”

“นางสาวจอมหทัย ดาราไพศาล ชื่อเล่นจอมใจ! เอกสาสุขปีหนึ่ง รหัส 086 รายงานตัวค่ะ!!

ฉันตะโกนออกไปเสียงดังแบบที่ทำเอาคนทั้งโรงอาหารสะดุ้ง แม้แต่แม่ค้าก็ยังต้องหันมามอง ถ้านี่ยังไม่ดังนะ พี่เกอร์คงหูหนวกแล้วล่ะ หรือไม่ฉันคงต้องกรี๊ดรายงานตัวแทนแน่ๆ U_U

“ได้แค่นี้เองเหรอ ไม่เห็นได้ยินอะไรเลย”

คำพูดที่ฟังดูเฉยชาทำเอาฉันเริ่มกดดันตัวเองมากขึ้น แถมยังถูกมองด้วยสายตาน่ากลัวก็ยิ่งทำให้ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ อาการกลัวที่เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้าและความกดดันในตอนนี้ทำเอารู้สึกขอบตามันร้อนๆ ขึ้นมา

“เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ คงไม่เหมาะกับสายรหัสนี้มั้ง”

*จ้องแบบเชือดเฉือน*

“ตัดสายเลยดีมั้ย?”

“...” ฉันเม้มปากแน่น พยามข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ไม่ให้ปล่อยโฮออกมา

“รู้มั้ยว่าถ้าถูกตัดสายจะเป็นยังไง?” พี่เกอร์กอดอกก่อนจะพูดต่อ “โดนมองด้วยสายตาดูถูก รุ่นพี่ไม่เหลียวแล เพื่อนๆ ก็ตีตัวออกห่าง ไม่มีใครอยากช่วยเหลือ สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่ต้องอยู่โดดเดี่ยว...”

“ฮึก T_T

“ฮะ เฮ้ย!

พี่ฟิวส์อุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ สุดท้ายฉันก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ถึงเขาจะพูดแบบไม่ตะคอกก็เถอะ แต่น้ำเสียงแบบนั้นกลับแฝงไปด้วยความกดดันแบบสุดๆ แถมพี่เกอร์ยังทำหน้าน่ากลัวอย่างกับตอนกิจกรรมชิงรุ่นเลยอ่ะ หน้านิ่งๆ ตาโคตรดุ ภาพคุณพ่อนี่ซ้อนทับขึ้นมาทันที ฉันเลยกลัวจนเผลอร้องไห้ออกมา

ทะ ที่สำคัญ...เขาก็ขู่จะตัดสายด้วยอ่ะ! ฮือออ

“จอมโก๊ะ

“มาทางนี้”

ตอนที่พี่ฟิวส์กำลังจะลุกเดินมาหาฉัน พี่เกอร์ก็คว้าข้อมือของฉันเอาไว้ก่อน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายลุกเดินมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีฉันก็เดินตามแรงดึงของเขามาจนกระทั่งไกลจากโรงอาหาร พอสังเกตรอบๆ ข้างดู ตรงที่พี่เกอร์พามาคือมุมอาคารที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน ฝ่ามือใหญ่ปล่อยข้อมือของฉันให้เป็นอิสระก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

“กลัวพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” พี่เกอร์ถามฉันด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดปนอ่อนใจ

“...”

“โอเค ไม่ตอบแปลว่าใช่” อีกฝ่ายสรุปเอาเองเมื่อเห็นว่าฉันยังเงียบ ฮือออ ก็ฉันยังกลัวเขาอยู่นี่ ตอนนี้ยังดึงสติตัวเองกลับมาไม่ได้เลย ถ้าเขายังอยู่ตรงนี้ฉันคงจะหยุดร้องไห้ไม่ได้แน่ๆ

TT_TT

พี่เกอร์เงียบไปสักพัก เขากอดอกเหมือนกำลังใช้ความคิดและจ้องมาทางฉันที่ยืนก้มหน้าน้ำตาคลอ ก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเขานี่นา ยังจำสายตาเมื่อกี้ที่เขามองมาได้อยู่เลยอ่ะ น่ากลัวสุดๆ นึกว่าคุณพ่อมายืนจ้องเขม็งอยู่ตรงหน้าซะอีก

“...ขอโทษนะ”

อยู่ๆ อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ และที่น่าตกใจก็คือคำพูดที่เขาพูดออกมาทำให้ฉันเผลอเงยหน้ามองพี่เกอร์ด้วยความคาดไม่ถึง และพบว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาด้วยแววตารู้สึกผิด นัยน์ตาเรียวดุดูอ่อนลงอย่างชัดเจน

“หงุดหงิดไปหน่อยเลยเผลอแกล้งแรงไป แต่พอเห็นเราร้องไห้...เลยรู้สึกตัว ขอโทษจริงๆ นะ”

อย่าบอกนะว่า...ที่เขาทำหน้าดุขนาดนั้นก็เพราะหึงฉันกับพี่ฟิวส์...

ใช่แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ ! ไม่งั้นเขาจะบอกหงุดหงิดทำไม แงงง แล้วทำไมฉันต้องมาเจอพิษรักแรงหึงอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย!!

TT^TT

ฉันเบะปากน้ำตาคลอ อยู่ๆ ก็รู้สึกโกรธๆ งอนๆ แทนอาการกลัวขึ้นมา ทั้งหมดทั้งมวลที่เขาทำก็แค่แกล้งฉันเพราะหึงอย่างนั้นเหรอ! ใจร้าย พี่เกอร์โคตรใจร้ายยยยย!!

“อ่ะ พี่ให้” เขาล้วงลงไปในกระเป๋าเสื้อตัวเองก่อนจะยื่นอมยิ้มแท่งหนึ่งมาตรงหน้าฉันและยิ้มบางๆ

“...”

“แทนคำขอโทษ”

“...”

“รับเถอะ...นะ”

ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่รับหรอกแต่พอสบเข้ากับแววตาอ้อนวอนแกมขอโทษแบบนั้น มือฉันมันก็ใจง่ายเอื้อมไปรับมาซะงั้น...

ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้นะ ฉันกลัวเขาไม่ใช่เหรอ ฮือออ U_U

“กินแล้วอย่าลืมยิ้มนะ เวลาเรายิ้มน่ารักกว่าร้องไห้เยอะเลย”

นะ น่ารักเหรอ ชมฉันว่าน่ารักเนี่ยนะ! อีกอย่าง สะ สายตาอบอุ่นกับรอยยิ้มอ่อนโยนนั่นคืออะไร ทำไมถึงต้องพูดแล้วมองด้วยสายตาแบบนี้ด้วย ขะ เขาไม่ชอบหน้าฉันไม่ใช่เหรอ? โอ๊ยยย แล้วฉันจะมาแอบเขินทำไมฟะ! บ้าไปแล้ว นี่กลัวเขาจนเสียสติไปแล้วเหรอจอมใจ๊~!!

“พี่ขอโทษเราจริงๆ นะ”

“...”

“คราวหน้า...”

ฉันสะดุ้งเมื่อฝ่ามือใหญ่ๆ เอื้อมมาลูบผมกะทันหันโดยที่คาดไม่ถึงและไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงทุ้มนุ่มกับดวงตาเรียวดุที่มองมาชวนให้ใจเต้นแปลกๆ

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

“...จะไม่ทำให้ร้องไห้แล้วล่ะ J

 



คิดว่ามีบางอย่างแปลกๆ เกิดขึ้นกับฉันล่ะ

หลังจากที่ฉันร้องไห้กลางโรงอาหารเมื่อสองวันที่แล้ว ภาพของพี่เกอร์ก็มักจะลอยเข้ามาในความคิดของฉันอยู่บ่อยๆ โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ สัมผัสของมือที่วางบนหัวยังคงรู้สึกว่ามันยังไม่จางหาย พอนึกถึงก็จะรู้สึกอุ่นๆ ในใจอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วปกติเวลาเจอหน้าเขา ฉันจะรู้สึกเกร็งและก็กลัวมาก แต่ตอนนี้กลับมีความรู้สึกบางอย่างแทรกเข้ามาด้วย ฉันมักจะรู้สึกเขินแปลกๆ แถมหัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ พอเห็นหน้าเขาทีไรภาพวันนั้นก็จะผุดขึ้นมาในหัวทุกครั้งพร้อมกับคำพูดของเขาที่ดังก้อง

 

...จะไม่ทำให้ร้องไห้แล้วล่ะ J

 

และแม้ว่าฉันจะพยายามควบคุมอาการแปลกๆ นี่เท่าไหร่ แต่ก็ควบคุมมันไม่ได้สักที อืมมม หรือนี่จะเป็นผลกระทบจากการที่ฉันกลัวเขามากเกินไปหรือเปล่านะ -_-;; แต่ก็น่าแปลกเนอะ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าพี่เกอร์จะมีมุมปลอบโยนแบบนี้ด้วย ปกติก็เอาแต่ทำหน้านิ่งตาดุจ้องเขม็งใส่เหมือนไม่ชอบหน้ากันตลอด เออ! จริงสิ พูดถึงเรื่องจ้องเขม็งแล้ว มันมีเรื่องแปลกอีกอย่างด้วย

หลังจากวันที่ฉันปล่อยโฮกลางโรงอาหาร พี่เกอร์ก็ไม่ค่อยทำหน้าเข้ม ตาดุหรือจ้องเขม็งใส่ฉันเท่าไหร่ ดูใจดีขึ้นมานิดๆ (ซึ่ง...มันก็นิดเดียวจริงๆ เพราะยังไงตาของเขาก็ยังดูดุเหมือนเดิม) แล้วเวลาฉันเทคของ พี่เกอร์แค่รับแล้วก็บอกให้รายงานตัว (ด้วยเสียงพูดปกติ) จากนั้นก็แยกย้ายกัน เหมือนไม่มีอะไรเกินขึ้น ดูเผินๆ เหมือนให้ของกันเฉยๆ ไม่เหมือนทำมิชชั่นด้วยซ้ำ

ถึงจะแอบงงๆ หน่อยๆ ว่าทำไมเขาเปลี่ยนไป แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องคุยหรือประจันหน้ากันนานๆ เพราะถึงท่าทางของเขาจะดูอ่อนลงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเลิกไม่ชอบหน้าฉัน อีกอย่างท่าทางแบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้ฉันเลิกกลัวหรืออยากเข้าใกล้เขาสักหน่อย ช่วงนี้ฉันยิ่งมีอาการแปลกๆ เวลาเจอหน้าเขาด้วย ไม่ต้องใกล้กันนานๆ น่ะ ดีที่สุดแล้ว!

“แกๆ น้องคนนั้นป่ะที่เป็นน้องรหัสพี่เกอร์”

เหมือนได้ยินเสียงนินทามาจากที่ไหนสักแห่ง...

“เออๆ ใช่ๆ วันนี้ก็เห็นไปเทคของให้พี่เกอร์นะ”

คือเรื่องทำมิชชั่นของฉันมันแพร่กระจายออกไปก็เพราะเสียงตะโกนวันนั้นอ่ะ คนเลยเอามาพูดกัน (ดังไปทั้งคณะอีกแล้วจ้า~!) ตอนนี้พิมพ์ดาวกับเพื่อนๆ ในสาขาที่กินข้าวด้วยกันวันนั้นก็รู้แล้ว และฉันก็อธิบายเหตุไปให้ฟังแล้วว่าอายที่ต้องทำมิชชั่นต่อหน้าเพื่อนๆ เลยไม่ได้บอกไป พวกเธอก็บ่นให้ฉันนิดหน่อยแต่ก็ยอมเข้าใจ

แต่ก็ดีอยู่อย่างนะ ที่วันนั้นไม่มีใครสนใจจนสังเกตเห็นว่าฉันร้องไห้ เลยไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้กันเลย

“น้องหน้าคุ้นๆ นะ”

พวกพี่สองคนนี้ก็ยังนินทาฉันอยู่อีก แต่นี่ไม่เรียกนินทาแล้วมั้ง ฉันได้ยินชัดทุกคำเลยเถอะ!

“ก็คนเดียวกับที่อัพคลิปลงกลุ่มคณะอ่ะแหละ”

“อ๋อออ~ พอจะจำได้แล้ว น่าอิจฉาจังเลยอ่ะ สายนั้นมีแต่คนหล่อๆ แถมน้องยังเป็นผู้หญิงคนคนเดียวในสายไปอีกกก”

ถ้าพวกพี่มาเป็นฉันจะรู้เลยว่ามันไม่ได้น่าอิจฉาเลย เพราะดูเหมือนว่า...ยัยผู้หญิงคนเดียวในสายรหัสคนนี้ จะโดนรุมแกล้งยังไงยังงั้น U_U

ครืดดด ครืดดด ครืดดด

            แรงสั่นจากเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมในมือทำให้ฉันละความสนใจจากพี่ๆ สองคนนั้น ฉันเหลือบมองหน้าจอมือถือก่อนจะแปลกใจที่เห็นชื่อที่คุ้นตา

พี่ตาหนู

นี่เป็นความลับนะ! อย่าไปบอกพี่ตาตั้นเชียวว่าฉันยังบันทึกชื่อเขาเอาไว้แบบนี้ เพราะเดี๋ยวจะโดนงอนเอา เห็นบอกว่าชื่อนี้มันน่ารักหน่อมแน้มไม่ค่อยชอบ แต่ตอนเป็นพี่แฝงต้องใช้ชื่อนี้เพราะถูกบังคับ

“ค่ะ พี่ตาตั้น”

[จอมใจพักเที่ยงอยู่ใช่มั้ย อยู่ไหน แล้วว่างอยู่หรือเปล่า พอดีมีคนอยากเจอน่ะ]

“ค่ะ จอมใจว่าง นั่งอยู่ใต้อาคาร PH01

ตอนนี้ฉันโคตรโดดเดี่ยวเดียวดายมากกกก ก็นะ พิมพ์ดาวกับเพื่อนคนอื่นๆ บอกจะไปหาหนังสือที่ห้องสมุด แต่ฉันมันพวกขี้เกียจ เลยขอรออยู่ที่นี่และกลายมาเป็นคนเฝ้ากระเป๋าของเพื่อนๆ ไปโดยปริยาย

“ใครอยากเจอจอมใจเหรอคะ?” ถึงช่วงนี้จะโด่งดังไปทั่วคณะ แต่ฉันก็ไม่ค่อยรู้จักหรือสนิทสนมกับใครมากนักหรอกนะ

[ค่อยบอกดีกว่าจะได้น่าตื่นเต้น พี่กับเค้าอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ อีกห้านาทีเจอกัน]

“อ่า...ค่ะ”

หลังจากที่ฉันวางสายไปได้ไม่นานก็เห็นพี่ตาตั้นกับผู้ชายอีกคนก็เดินลงมาจากอาคารเรียนข้างๆ ผู้ชายตัวสูงผิวขาวออร่ากระจายกับผมสีน้ำตาลเข้มดูโดดเด่นกระแทกตาฉันมาแต่ไกล และพอมาถึง... มองไกลๆ ว่าดูดีแล้วมองใกล้ๆ นี่โคตรหน้าตาดีอ่ะ U///U

“จอมใจใช่มั้ยครับ”

“คะ? ค่ะ สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ด้วยความลนลาน แต่ให้ตายเถอะ! นอกจากหน้าตาจะดีเสียงยังหล่อไปอีก

“หมอนี่เป็นพี่รหัสปีสี่ของจอมใจยังไงล่ะ”

“อ๋อ~

ฉันพยักหน้าเบาๆ กับเรื่องที่พี่ตาตั้นบอก ก็นึกว่าใคร พี่รหัสปีสี่นี่เอง...

“ฮะ! พี่ปีสี่เหรอคะ O_o!!” พอประมวลผลดีๆ อีกรอบฉันก็ต้องหันไปทำหน้าเอ๋อเบิกตากว้างใส่ทั้งสองคนที่ยืนอมยิ้มขำ

“ครับ พี่เป็นพี่รหัสปีสี่ของเรา พี่ชื่อเดป ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“ยะ ยะ ยะ ยินทีที่ได้รู้จักค่ะ! จอมใจปีหนึ่งสาสุข ชะ เชิญพี่เดป นะ นั่งก่อนค่ะ!

กรี๊ดดด ทำไมฉันกลายเป็นยัยบ้าติดอ่างไปซะแบบนี้ล่ะ!

“ฮ่าๆ ใจเย็นๆ ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้น” พี่เดปบอกอย่างใจดีพร้อมกับนั่งลงตรงข้าม “เรานี่น่ารักกว่าคลิปที่อัพลงกลุ่มอีกนะ เจ้าฟิวส์นี่ร้ายกาจว่ะ แอบปกปิดความน่ารักของน้องรหัสไม่ให้พี่ๆ รู้ มันน่าสั่งลงโทษจริงๆ ”

ฉันยิ้มรับคำชมเขินๆ จะดีใจมากกว่านี้อยู่หรอกถ้าเขาไม่พูดถึงคลิปเต้นน่าอายของฉัน

แต่เข้าใจที่พี่คนนั้นพูดแล้วแหละ ที่บอกว่าสายรหัสฉันมีแต่ผู้ชายหน้าตาดี~ พี่ฟิวส์ออกแนวน่ารัก เวลาอมยิ้มจะเหมือนเด็กซนๆ แบบฉบับตัวป่วน พี่เดปออกแนวหล่อกวน ขี้เล่น โดยเฉพาะแววตาวิบวับแฝงความขี้แกล้งนั่น ดูร้ายกาจสุดๆ ส่วนอีกคน เอ่อ ฉันให้คำจำกัดความสั้นๆ แล้วกัน หล่อแบบหน้านิ่งตาโคตรดุ! บรื้อ~ แค่คิดถึงสายตาดุๆ คู่นั้นก็แอบตัวสั่นแล้วอ่ะ >_<

“งั้นพี่ไปก่อนนะ มาส่งเดปเฉยๆ พอดีมีนัดต่อ”

“อ่า ค่ะ”

“ขอบคุณที่พามานะพี่”

“เออๆ ไม่เป็นไร ฉันหมั่นไส้ไอ้น้องกากๆ น่ะ ไปล่ะ” พี่ตาตั้นตบบ่าอีกคนเบาๆ ก่อนจะหันมายิ้มให้ฉัน

เพิ่งเคยเห็นด้านแมนๆ จากพี่ตาตั้นแฮะ ถึงจะหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มแต่พออยู่กับรุ่นน้องที่เป็นผู้ชายกลับดูน่าเชื่อถือแถมยังให้ความรู้สึกว่าเขาแก่กว่าจริงๆ (ปกติเวลาอยู่กับฉัน เขาให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มน่าเอ็นดูเหมือนน้องชายอ่ะ) แต่เพิ่งรู้แฮะว่าเขารู้จักกับพี่รหัสปีสี่ของฉันด้วย อาจเพราะเรียนสาขาเดียวกันมาก่อนล่ะมั้งนะ

“มาเข้าเรื่องกันดีกว่าเนอะ จริงๆ ที่พี่อยากเจอเราก็เพราะเรื่องมิชชั่นน่ะ ฟิวส์บอกว่าให้เราตามหาพี่แล้ว แต่เห็นเราตามพี่ไม่เจอสักทีเลยมาหาเอง อีกอย่างหมั่นไส้เกอร์มัน”

ฉันก็มัวแต่คิดมากเรื่องมิชชั่นของพี่เกอร์ด้วยแหละมั้ง เลยลืมที่จะตามหาพี่ปีอื่นๆ รู้สึกผิดจังแฮะ

“ขอโทษพี่เดปด้วยนะคะ”

“เฮ้ยๆ ไม่ต้องคิดมาก พี่เองต่างหากที่รอแกล้งเกอร์มันไม่ไหวเลยมาหาเราก่อน”

“แกล้งพี่เกอร์?” บอกทีว่าฉันไม่ได้ฟังอะไรผิด -_-;

“ฮ่าๆ อย่าสนใจเลย โอ๊ะ! พูดถึงก็มาเลยแฮะ”

ฉันหันหลังไปตามคำพูดของพี่เดป กลุ่ม (อดีต) พี่ผู้คุมระเบียบเชียร์สามสี่คนเดินเข้ามาใต้อาคารก่อนนั่งลงที่ม้านั่งแถวนั้น และหนึ่งในนั้น คนที่สะดุดตาฉันที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคนที่ฉันเพิ่งทำมิชชั่นกับเขาไปเมื่อไม่ถึงยี่สิบนาทีที่แล้ว...พี่เกอร์

และเหมือนว่าพี่เกอร์จะรู้สึกตัวว่าถูกมอง ใบหน้าหล่อเบนสายตามาทางฉันกับพี่เดป ฉันที่มองเขาอยู่ก่อนแล้วแทบจะหันหน้ากลับมาแทบไม่ทัน โอยยย ใจหายใจคว่ำหมด U_U

            “ฮึ~ เรานี่น่าแกล้งอย่างที่หมอนั่นพูดจริงๆ นั่นแหละ”

พี่เดปยิ้มขำ แต่ว่าหมอนั่นหมอไหน ฉันว่าฉันไม่เคยมีเพื่อนมีพี่เป็นหมอนะ

“นี่จอมใจ”

“คะ?”

“ถ้าสมมติพี่ให้มิชชั่นจอมใจเกี่ยวกับเกอร์ล่ะ”

ฉันเพิ่งรู้ว่าไอ้แววตาวิบวับดูร้ายกาจของพี่เดปมันร้ายกาจจริงๆ ก็ตอนนี้แหละ เพราะมันเป็นสายตาของคนอยากแกล้ง แงงงง!

“จอมใจเห็นเจ้าพิกุลที่นั่งอยู่บนโต๊ะกับพวกนั้นมั้ย”

พอพี่เดปพูดแบบนั้นฉันก็หันกลับไปมองโต๊ะด้านหลังอีกครั้ง และก็เห็นแมวขนเรียบสีเหลืองแซมน้ำตาลนั่งอยู่บนโต๊ะร่วมกับอดีตพี่ผู้คุมระเบียบเชียร์กลุ่มนั้น เจ้าแมวตัวนี้หรือที่พี่เดปเรียกว่าเจ้าพิกุลก็คือแมวที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวคณะนี่เอง เป็นแมวไม่มีเจ้าของแต่นิสัยน่ารักและเป็นที่รักของทุกคนในคณะ

“จอมใจเดินไปที่โต๊ะนั้นนะ”

พี่เดปบอกพร้อมกับดวงตาพราวระยับและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“แล้วขอเจ้าพิกุลเป็นแฟนดังๆ ให้พี่ได้ยิน J




rewrite: 11/11/3560


แฮ่~! มาอัพแล้วฮับ

หวังว่าจะอ่านกันให้สนุกนะ อ่านแล้วอย่าลืมกดโหวต หรือคอมเมนต์บ้างนะคะ เหงา~ คึๆ

มึนสาม(:

07/10/2560

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #55 sarunpron (@gee123456) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 14:05
    พี่เดปร้ายจังงงง
    #55
    0
  2. #13 Modtualek (@SupatraPanyao) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 22:11
    งุ้ยๆๆๆๆๆ พี่เกอร์น่ารักง่ะ หลงงงง อยากวาร์ปถึงศุกร์หน้าไวๆ อยากอ่านต่อ อยากวาร์ปถึงตอนเล่มออกไวๆ จะได้เอาพี่เกอร์มาครอง ขอให้ผ่าน สาธุๆ ค่ะ
    #13
    1
    • #13-1 มึนสาม (@kengkatid) (จากตอนที่ 12)
      8 ตุลาคม 2560 / 09:47
      โง้ยยย ขอบคุณค่า~
      เรื่องอัพคิดว่าจะเปลี่ยนใหม่อยู่เหมือนกันค่ะ อาจจะแบ่งอัพตอนละห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่จะมาอัพอาทิตย์ละสองวันแทน เพราะตอนนึงยาวเหลือเกิน555
      #13-1