ตอนที่ 11 : 03 :: พิธีเทียน [rewrite 11/11/2560]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    11 พ.ย. 60



03

พิธีเทียน

 



พิธีเทียนถูกจัดขึ้นบริเวณลานกว้างหน้าอาคาร PH03 (อาคารเรียนที่เป็นจุดเด่นของคณะสาธารณสุขศาสตร์) ซึ่งถูกปูด้วยเสื่อหลายผืน รอบๆ ประดับประดาไปด้วยหลอดไฟหลอดเล็กๆ โทนส้มให้ความรู้สึกอบอุ่น มีเวทีขนาดกลางตั้งเด่นอยู่ด้านหน้าพร้อมกับป้ายตัวหนังสือแบบไทยๆ ทาสีเข้มเขียนไว้ว่า ยินดีต้อนรับน้องใหม่คณะสาธารณสุขศาสตร์

การแต่งตัววันนี้พี่ๆ ปีอื่นๆ แต่งด้วยชุดนักศึกษา ปีหนึ่งอย่างพวกเราก็แต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาถูกระเบียบพร้อมห้อยป้ายชื่อมาอย่างเคย

“นี่จอมใจ ถ้าวันนี้แกรู้ความจริงอะไรบางอย่าง แกอย่าโกรธฉันนะ”

อยู่ๆ มัดหมี่ก็พูดขึ้นมาทำเอาฉันต้องละสายตาจากรอบๆ งานหันไปมองยัยรูมเมตที่นั่งกดโทรศัพท์มือถือหน้าตาย

อะไรกันนั่น ท่าทางกับคำพูดไม่ได้ไปด้วยกันเลยแฮะ แลดูพูดลอยๆ ไม่ได้จงใจบอกสุดๆ -_-

“เมื่อกี้แกถามฉันเหรอ”

“ก็นั่งกันอยู่สองคนจะให้ถามยุงที่บินอยู่แถวนี้เหรอ เออ แปลกคนแฮะ”

กวนไปอีก...

“ก็นึกว่าพูดกับเกมจีบเจ้าชายที่แกกำลังเล่นซะอีก” นี่แหนะ! กวนมากวนกลับเราไม่โกง

“ใครจะพูดกับเกม ฉันไม่ได้บ้าอย่างแกจะได้คุยกับโปสเตอร์แบมแบม GOT7

เถียงไม่ออกเลยค่ะ ตอนที่พร่ำเพ้อกับโปสเตอร์แบมแบมที่แปะไว้ตรงผนังข้างเตียง อุตส่าห์คิดว่ายัยมัดหมี่หลับไปแล้วแท้ๆ U_U

อ้อ สงสัยละสิว่าแบมแบม GOT7 เป็นใคร เขาคือเด็กไทยที่วิ่งตามความฝันของตัวเองกลายเป็นศิลปินอยู่ที่เกาหลี แบมแบมเป็นหนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์ชื่อว่า GOT7 เขาน่ารักมากกกก ทั้งนิสัยแล้วก็หน้าตาเลย และก็ไม่ใช่แค่ว่าฉันชอบเขาเพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวหรอกนะ ฉันชื่นชมในความสามารถและความพยายามของเขาที่ไล่ตามความฝันของตัวเองด้วยต่างหาก

พอๆ พูดแล้วจะหาว่าอวย เอาเป็นว่าฉันชอบเขามาก~ เวลาเครียดๆ ก็ดูรูปเขา คุยกับ (โปสเตอร์) เขาให้กำลังใจตัวเอง เขาคือหนึ่งในกำลังใจชั้นเยี่ยมของฉันล่ะ!

“ช่างฉันน่า! ว่าแต่ความจริงอะไรของแก”

มันจะมีเรื่องที่น่าตกใจไปกว่าเรื่องพี่เกอร์กับพี่ฟิวส์ที่ฉันเจอมาอีกเหรอ U_U

“...” มัดหมี่เงียบไปก่อนจะละสายจากหน้าจอหันมาสบตากับฉันแล้วพูดประโยคที่ไม่ได้ขยายความอะไรให้ชัดเจนเลย “เดี๋ยวก็รู้”

โอเค รู้เรื่อง-_-; ถามไปก็คงจะไม่บอก รอต่อไปก็แล้วกัน

“นู่น~ เพื่อนแกมาแล้ว” ยัยรูมเมตรีบเปลี่ยนเรื่องและพยักพเยิดไปทางที่ทั้งสองคนยืนอยู่ เห็นแบบนั้นฉันเลยร้องเรียกออกไปพร้อมกับโบกมือให้

“ตาหนู! พิมพ์! ทางนี้ๆ ~

คนที่กำลังมองซ้ายมองขวาอยู่ไกลๆ โบกมือกลับแล้วเดินมาทางพวกเรา แน่นอนว่ามัดหมี่เกร็งขึ้นมาทันทีที่ตาหนูมาถึง โคตรมีพิรุธอ่ะ เอ๊ะ! หรือความจริงที่ว่านี่จะเกี่ยวกับหนึ่งในสองคนนี้...

“มากันนานแล้วเหรอ” ตาหนูหันมาถามฉันยิ้มๆ

“สักพักอ่ะ”

หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันสัพเพเหระไปเรื่อย ไม่นานนักพี่ผู้หญิงกับพี่ผู้ชายก็เดินถือไมโครโฟนออกมาหน้าเวที

“ค่ะ ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วนะคะ ขอให้น้องๆ ที่เพิ่งมาถึงนั่งประจำที่ให้เรียบร้อย ส่วนคนที่มาแล้วก็ขอความกรุณาเงียบก่อนนะคะ”

เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนของพี่ผู้หญิงที่ยืนอยู่บนเวทีทำให้ทุกคนเริ่มนั่งกันเป็นระเบียบ ถ้าจำไม่ผิดตอนแรกๆ เห็นพี่เขาแนะนำตัวว่าชื่อแมงปอ ส่วนผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ น่าจะชื่อต้นโอ๊ค ทั้งสองคนอยู่ปีสามและรับหน้าที่เป็นพิธีกรในพิธี

“น้องๆ ทุกคนพกเทียนมาตามที่พี่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วใช่มั้ยครับ ตัดกระดาษเสียบเทียนไว้ตรงกลางตามที่บอกแล้วเนอะ~

“ค่า/คร้าบ” พวกเราทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกัน

            แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าพี่ๆ ให้พกเทียนมากันทำไมคนละเล่ม ตอนที่แจ้งก็บอกแค่ว่าเป็นพิธีตอนรับนักศึกษาปีหนึ่ง แล้วก็เป็นการเอาของมาเทคแคร์ตอบแทนพี่สันทนาการ พี่พยาบาล พี่สวัสดิการ หรือพี่ๆ ที่คอยดูแลเราอะไรประมาณนั้น แต่มันก็คงจะเกี่ยวกับชื่อพิธีละมั้ง อาจจะให้จุดเทียนทำอะไรสักอย่าง

“ถ้าอย่างนั้นทุกคนคงพร้อมกันแล้ว ขอเชิญพี่ๆ ผู้คุมระเบียบเชียร์ด้วยค่ะ”

ทุกคนหันมองหน้ากันเหลอหลาด้วยความคาดไม่ถึง งานนี้มีผู้คุมระเบียบเชียร์มาคุมด้วยเหรอ O_o! หวะ หวังว่าคงจะไม่ได้มาพูดตักเตือนสร้างความกดดันอะไรอีกใช่มั้ย แค่คิดมือก็เริ่มเย็นแล้วอ่ะ ฉันยิ่งนั่งหน้าๆ อยู่ด้วย ฮือออ

“จัดแถวตอนเรียงสิบห้า ห่างกันสองช่วงแขนตามจุดที่พวกผมยืนด้วยครับ”

พี่เกอร์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบและหน้านิ่งๆ ตาดุๆ เหมือนอย่างเคย แต่รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาไม่ได้มากเหมือนตอนกิจกกรรมชิงรุ่น พวกเรารีบทำตามอย่างว่าง่าย และใช้เวลาไม่นานก็จัดแถวเสร็จ คนออกคำสั่งกวาดสายตามองจนทั่วเพื่อตรวจความเรียบร้อย แว๊บนึงฉันแอบเห็นเขามองมาที่ฉันก่อนจะละสายตาไป

มะ ไม่ใช่ว่าหมายหัวฉันไว้เพื่อสั่งอะไรแปลกๆ หรอกนะ T^T

“ปีหนึ่งก้มหน้าลงแล้วหลับตาให้หมดทุกคน!

ทุกคนทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว รอบๆ ตัวเงียบลงจนได้ยินแค่เสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ จากลมพัด

            พรึบ~!

หืม? รู้สึกเหมือนไฟดับเลยแฮะ เอ๊ะ เสียงเพลง...

พวกเราเงยหน้าลืมตาทันทีที่ได้ยินเสียงเพลงของมหาลัย พี่ๆ ปีอื่นๆ ถือเทียนที่จุดแล้วยืนล้อมรอบพวกเราเป็นวงกลม แม้กระทั่งผู้คุมระเบียบเองก็รวมอยู่ในนั้น แสงสว่างและเสียงเพลงดังคลออยู่รอบตัวให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่นและสวยงาม พอถึงช่วงใกล้ๆ จะจบเพลงพี่ๆ ก็แยกกันก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเราแต่ละคน

โดยคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันคือพี่ฟิวส์ที่กำลังมองมาด้วยสายตาอ่อนโยน อาจผิดเวลาไปสักหน่อย แต่พี่ฟิวส์ตอนนี้โคตรเหมือนเจ้าชายเลย หลุดออกมาจากการ์ตูนหวานแหววเรื่องไหนหรือเปล่านะ งื้อออ เขินจัง~

พอแอบเขินได้ไม่นานเพลงก็จบลง เสียงคุ้นเคยของใครบางคนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา อาจมีหลายเรื่องที่พวกพี่ทำให้พวกเราทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ทำให้รู้สึกแย่ต่างๆ นานา...คำสั่งในหลายๆ ครั้งก็เหมือนกับการกลั่นแกล้ง แต่เพื่อให้ทุกคนรู้จักกันและรวมใจเป็นหนึ่งเดียวในเวลาที่จำกัด ก็ต้องมีสถานการณ์บางอย่างคอยผลักดันให้พวกเราได้แสดงด้านนั้นออกมา...”

            คำพูดของพี่เกอร์ทำให้พวกเราเริ่มเข้าใจถึงเจตนาของพี่ๆ ผู้คุมระเบียบ ที่ผ่านมาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เหล่านั้นมันทำให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียว และรู้สึกรักและภูมิใจกับรุ่นที่ได้รับมามากแค่ไหน และบางคนก็ยังได้รู้จักและสนิทสนมกับพี่ๆ หลายคน ได้เพื่อนสนิทจากกิจกรรมนี้ (เหมือนกับฉันที่ได้รู้จักตาหนู~)

“พี่ต้องขอโทษน้องๆ ทุกคนด้วยนะครับ” พี่เกอร์ส่งสายตาขอโทษมาให้พวกเราทุกคน พี่ผู้คุมระเบียบคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกัน “ต่อจากวันนี้ไปพวกเราทุกๆ คนคือเพื่อน คือพี่น้อง คือครอบครัว สายสัมพันธ์ของพวกเราจะไม่มีวันเสื่อมคลาย พี่ต้องขอบคุณพวกเราจริงๆ ขอบคุณที่มาเป็นรุ่นน้องของพวกพี่...”

            “...”

“ทุกคนยื่นเทียนออกมาตรงหน้าด้วยครับ”

พี่เกอร์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเพื่อนคนหนึ่งที่ยังไม่มีรุ่นพี่คนไหนไปยืน มือข้างที่ถือเทียนที่กำลังส่องสว่างยื่นไปจุดให้เพื่อนคนนั้นก่อนสบตาด้วยเล็กน้อยและหันไปมองรอบๆ

“ขอให้แสงเทียนที่พี่ๆ มอบให้ นำทางพวกเราไปจนประสบความสำเร็จนะ ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเราครับ”

            เป็นครั้งที่ฉันรู้สึกเหมือนถูกแรงดึงดูดบางอย่างให้หันไปมองพี่เกอร์ตรงๆ นัยน์ตาเรียวที่เคยฉายแววดุดันกลับดูอ่อนลง ใบหน้าหล่อคมคายที่เคยเรียบนิ่งกลับแต้มรอยยิ้มบางๆ เต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน

และน่าแปลกที่ภาพนั้น...ทำให้ใจฉันเต้นแรง

“...โก๊ะ จอมโก๊ะ!

“ค...คะ!? O_O

“เหม่ออะไรอ่ะเรา ซาบซึ้งเกินไปมั้ย ยื่นเทียนมาได้แล้ว”

พี่ฟิวส์บอกพร้อมกับยิ้มขำ และพอมองรอบๆ ก็เห็นพี่คนอื่นๆ กำลังจุดเทียนให้กับปีหนึ่ง ฉันเลยยื่นเทียนออกไปตรงหน้า จากนั้นพี่ฟิวส์ก็จุดเทียนให้พร้อมกับดับเทียนของตัวเอง ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาขยี้ผมฉันเบาๆ อย่างเอ็นดู

            “ยินดีต้อนรับน้องสาวที่น่ารักนะ”

ความร้อนบางอย่างแล่นขึ้นมาที่สองข้างแก้มทันทีหลังจากได้รับสัมผัสหยอกล้อจากอีกฝ่าย ฮือออ มีเจ้าของแล้วอย่ามาทำให้เขินสิ >///<

“และก็เพื่อเป็นการบอกว่าทุกคนคือปีหนึ่งอย่างเต็มตัวโดยที่ไม่ใช่เฟรชชี่แล้ว...พี่ๆ ทุกคนถอดป้ายชื่อให้น้องด้วยครับ” พี่เกอร์พูดขึ้นอีกครั้งก่อนจะขยับเข้าไปถอดป้ายชื่อให้เพื่อนคนนั้น

พี่ฟิวส์เองก็ขยับเข้ามาหาฉัน ป้ายชื่อที่แขวนอยู่ที่คอถูกพี่ฟิวส์ถอดออกก่อนจะยื่นมาให้ ฉันมองป้ายนั้นแล้วอมยิ้ม มีหลายอย่างเกิดขึ้นตั้งแต่ห้อยป้ายนี้ นับว่าเป็นของสำคัญที่เก็บความทรงจำเอาไว้มากมายเลยทีเดียว ฉันคงไม่มีวันลืมช่วงเวลาที่มีทั้งความโกรธ ความเศร้า ความสุข รอยยิ้ม และรอยน้ำตาแบบนี้แน่ๆ

“ตอนนี้ก็หมดหน้าที่ของพวกพี่แล้ว สุดท้ายนี้...ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ขอบคุณที่มาเป็นครอบครัวเดียวกัน”

พี่เกอร์เดินหายเข้าไปหลังเวทีหลังจากพูดจบ พี่ผู้คุมระเบียบเชียร์คนอื่นๆ ก็เดินตามไป จากนั้นไฟรอบๆ ลานกว้างก็สว่างขึ้นมาทีละดวงจนกระทั่งความมืดหายไป เทียนที่อยู่ในมือพวกเราก็ถูกพี่พิธีกรสั่งให้ดับ ตอนแรกฉันก็คิดว่าจะจบพิธีแล้วแต่ว่าก็เปล่า เพราะอยู่ๆ พี่แมงปอก็บอกให้พวกเรานั่งลงให้เป็นระเบียบ ฉัน มัดหมี่ และตาหนู กลับมานั่งที่เดิม ส่วนพิมพ์ดาวดูเหมือนจะถูกเพื่อนๆ อีกกลุ่มดึงตัวไปนั่งด้วย

“นั่งกันเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยคะ ตอนนี้ก็ถึงเวลาสำคัญอีกอย่างแล้วเนอะพี่ต้นโอ๊ค”

            “ครับ สำคัญมากกก เพราะน้องๆ หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าจริงๆ แล้วในหมู่เพื่อนๆ เนี่ย มีใครบางคนที่แอบแฝงตัวอย่างแนบเนียนมาเนิ่นนาน นี่ขนาดผมเองยังทึ่งเลยนะ!

คำพูดน่าสงสัยของพี่ต้นโอ๊คทำให้ฉันหันไปมองมัดหมี่ อย่าบอกนะว่าที่มัดหมี่พูดก่อนหน้านั้น!

“พี่ๆ ครับอย่าทำตัวเนียนเป็นน้องปีหนึ่งครับ ออกมาได้แล้วครับ”

เสียงแซ็วผ่านไมโครโฟนจากพี่ต้นโอ๊คดังเรียกให้คนที่แฝงตัวเป็นปีหนึ่งเดินออกมาหน้าเวที ก็เคยได้ยินมาบ้างแหละว่าอาจจะมีพี่ๆ แฝงตัวมาเป็นน้องปีหนึ่งตอนช่วงกิจกรรมชิงรุ่นอะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ ที่สำคัญ...คนที่นั่งข้างฉัน...มัดหมี่ยังคงนั่งนิ่ง ในขณะที่ฉันเผลอจ้องอีกฝ่ายอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            “มะ ไม่ออกไปเหรอคะ”

            “ออกไปทำไม -*-

            “ก็มัดหมี่เป็นพี่แฝงไม่ใช่เหรอ!” ฉันหลับหูหลับตาพูดออกไป โอยยย ก่อนหน้านั้นพูดเล่นด้วยตั้งเยอะ หวังว่าพี่เขาคงไม่ถือสาฉันหรอกนะ

“ตลกล่ะ ฉันปีหนึ่งย่ะ! อยู่หอก็ห้องเดียวกัน มองยังไงให้ฉันไม่ใช่ปีหนึ่งฮะ? แกนี่คิดอะไรมั่วซั่ว”

“อ้าว! ก็ก่อนหน้านั้นพูดอะไรแปลกๆ นี่นา ฉันก็นึกว่าแกเป็นพี่แฝงน่ะสิ” มีความหน้าแตกรุนแรงมาก โคตรอาย (//_\\)

“แต่พี่ๆ เค้าก็ดูหน้าเด็กเนอะ แฝงมาเป็นรุ่นน้องได้แบบเนียนๆ เลย” ตาหนูที่นั่งเงียบอยู่อีกข้างของฉันพูดขึ้น ดวงตากลมโตมองหน้าเวทีด้วยความตื่นเต้น หงึ~ ท่าทางแบบนี้ดูน่าเอ็นดูจัง

            “อื้อ เนียนมาก เนียนจังเลยนะคะ” เป็นยัยมัดหมี่ที่พูดขึ้นด้วยท่าทางกวนๆ

อะไรของยัยนี่ อยู่ๆ ก็พูดจาเหมือนหาเรื่องตาหนูแบบนั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นก็ดูเกร็งๆ แท้ๆ

“ยังค่ะ ที่ยืนอยู่หน้าเวทียังไม่ครบเลย ยังมีคนไม่รู้ตัว ยังมีคนไม่ยอมลุก อย่านั่งเฉยค่ะ ออกมาได้แล้ว~

“อย่าให้ผมต้องเดินไปหานะครับ ออกมาเถอะ~~

เหมือนสายตาพี่ต้นโอ๊คกับพี่แมงปอจะเจาะจงมองมาทางฉัน และตอนนั้นเองที่ฉันได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของตาหนูก่อนที่เจ้าตัวจะยืนขึ้น

ตาหนูหันมาส่งยิ้มให้ จากนั้นก็เดินออกไปยืนรวมกับกลุ่มพี่แฝงหน้าเวที สมองฉันเหมือนเบลอไปชั่วขณะ มีแต่คำว่า ไม่จริงใช่มั้ย!’ อยู่เต็มหัวไปหมด แล้วพอลองขยี้ตาไปมาเพื่อดูให้แน่ชัดอีกที ก็เห็นตาหนูยืนโบกมือส่งยิ้มกว้างมาให้จากหน้าเวที

ตอนนั้นรู้สึกได้เลยว่าตาฉันมันเบิกกว้างจนแทบถลน และปากก็อ้าค้างแบบที่หุบไม่ได้

นะ นี่มันเรื่องอะไรก๊านนน~!!

           



หลังจากจบการเฉลยพี่แฝงพร้อมกับที่ให้ทุกคนแนะนำตัว ฉันก็รีบให้ของกับพี่ฟิวส์แล้วก็พี่มิกกี้ก่อนจะปลีกตัวออกมาเข้าห้องน้ำด้วยความช็อก!

            ตาหนูผู้นิสัยน่ารักหน้าตาจิ้มลิ้มคนนั้น จริงๆ เป็นพี่ที่จบไปแล้วสามปีและกำลังเรียนต่อโทอยู่ อีกอย่างเขาไม่ได้ชื่อตาหนูแต่จริงๆ ชื่อ ตาตั้น ถึงว่าล่ะ ทำไมฉันไม่ค่อยเห็นเขาตอนพักเที่ยงหรือตอนเปลี่ยนคาบเรียนเลย ที่แท้ก็เรียนจบไปแล้วนี่เอง แต่ที่ทำให้ช็อกไปกว่านั้นก็คือพี่ตาหนู เอ๊ย! พี่ตาตั้นเดินเข้ามาขอโทษฉันแล้วหันไปทักทายมัดหมี่ด้วยท่าทางที่สนิทสนมกันมาก! ย้ำ! ว่ามากกกกกกกกกกกกกกกกกก!!

ความรู้สึกเหมือนกลายเป็นคนโง่ก็ยิ่งตอกย้ำชัดเจน ที่แท้เรื่องที่ยัยรูมเมตเกริ่นไว้ตอนต้นพิธีก็คือเรื่องที่รู้จักกับพี่ตาตั้นนี่เอง โอยยย ป่นปี้หมดแล้วหัวใจที่บอบบางของฉัน U_U

แต่มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ จะไปโทษมัดหมี่ทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะท่าทางก็คงจะอึดอัดอยู่ไม่น้อยที่ต้องทำเหมือนไม่รู้จักพี่ตาตั้น ดูจากการที่ก่อนหน้านั้นทำตัวเกร็งทุกครั้งที่เจอและเลี่ยงไม่ไปไหนมาไหนด้วยกัน เฮ้อ...ช่างเถอะ~ ตอนนี้ฉันพอจะทำใจได้แล้วล่ะ อีกอย่างพี่ตาตั้นก็พยายามพูดคุยจนบรรยากาศเป็นกันเองแบบเดิมแล้ว ที่สำคัญ...เห็นแก่ความน่ารักน่าจิ้มลิ้มของพี่ตาตั้น ฉันให้อภัยก็ได้~

อ๊ะ! จริงสิ! ยังไม่ได้ให้ของขวัญเขาเลย (มัวแต่ตกใจกับอึ้งมากไปหน่อย) พอคุยกันสักพักเลยขอตัวมาเข้าห้องน้ำเพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง ตอนนี้ฉันควรกลับเข้าไปในงานก่อนดีกว่า

“ขอบคุณที่ทำเพื่อพวกเรามาตลอดนะคะ”

แต่พอกำลังจะเลี้ยวออกจามุมอาคารกลับต้องรีบเบรกขาตัวเองเอาไว้เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคยของใครบางคน

“นี่เป็นของขวัญขอบคุณ พี่เกอร์ช่วยรับไว้ด้วยนะคะ”

เสียงที่ฟังดูเหมือนทั้งประหม่าและเขินอายทำให้ฉันต้องแอบชะโงกหน้าออกไปแอบมอง และเพราะมุมที่สองคนนั้นยืนทำให้สามารถเห็นหน้าทั้งสองได้ชัดเจน ฉันเลยเห็นว่าพิมพ์ดาวแก้มแดงจนลามไปถึงหู มองดูแล้วโคตรจะน่ารักเลย ส่วนพี่เกอร์ก็อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะยื่นมือไปรับกล่องของขวัญนั้น ในมืออีกข้างก็มีถุงขนมถุงของขวัญอยู่หลายถุง คงจะได้จากแฟนคลับสินะ งั้นก็แปลว่าหลายคนก็คงแอบรู้แน่ๆ ว่าจะมีผู้คุมระเบียบเชียร์มางานนี้ด้วย

            ไม่น่าล่ะ...ตอนที่ไปซื้อด้วยกัน พิมพ์ดาวถึงไม่ยอมบอกว่าจะซื้อน้ำหอมไปให้ใคร ที่แท้ก็ซื้อมาให้พี่เกอร์นี่เอง แสดงว่าเจ้าตัวเองก็คงจะรู้อยู่เหมือนกัน

“ขอบคุณครับ”

พี่เกอร์บอกพร้อมกับยิ้มบาง มองคู่นี้แล้วยังกับภาพที่หลุดออมาจากซีรีส์อ่ะ คนหนึ่งหล่อ (แบบดุๆ ) คนหนึ่งสวย ดูเหมาะสมกันมาก

“งะ งั้นพิมพ์กลับเข้าไปในงานก่อนดีกว่า พี่เกอร์อย่าลืมใช้บ้างนะคะ”

“ครับ” อีกฝ่ายรับคำยิ้มๆ เขามองตามพิมพ์ดาวจนเดินกลับเข้าไปในงาน แล้วอยู่ๆ ก็หันมาทางที่ฉันยืนหลบมุมแบบกะทันหันไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

กรี๊ดดด หลบเกือบไม่ทัน! >_<

...

...

เกิดความเงียบไปชั่วขณะ หัวใจฉันเต้นรัวเพราะความกลัวเล็กๆ ถึงวันนี้เขาจะดูหล่อ ดูใจดีเป็นพิเศษ แต่ยังไงพี่เกอร์ก็ยังเป็นพี่เกอร์ที่น่ากลัวสำหรับฉันอยู่ดี อีกอย่างเรื่องขวดน้ำเมื่อวานฉันยังไม่ลืมหรอกนะ คำข่มขู่นั่นก็ด้วย ฮือออ ขอให้เขาไม่อยู่ตรงนั้นเถอะ จะได้รีบๆ กลับเข้างานสักที ป่านนี้ยัยมัดหมี่คงบ่นว่าฉันตกส้วมตายไปแล้วล่ะมั้ง

ขะ ขอชะโงกดูลาดเลาหน่อยแล้วกัน

            “-_-

            “เอ่อ... (‘ ‘;;)

            รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดมหันต์ที่ชะโงกหน้าออกไป มันจริงที่พี่เกอร์ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น แต่เขา...เขาเดินมายืนอยู่ตรงนี้...ยืนกอดอกทำหน้าดุอยู่ตรงหน้าฉันเนี่ย! คุณป้าขาช่วยจอมใจด้วย แงงง TOT

“แอบฟังคนอื่นคุยกันมันเป็นมารยาทที่ไม่ดีนะ”

            “ขะ ขะ ขะ ขะ ขะ ขอโทษค่ะ!” ไม่ได้ตั้งใจอ่ะ แค่ไม่กล้าเดินผ่าน แล้วพี่กับพิมพ์ดาวก็ยืนอยู่ใกล้ไงเลยได้ยิน TOT

ประโยคหลังนี่ตอบได้แค่ในใจเท่านั้นแหละ ตอนนี้ฉันยืนอึ้งแข็งค้างเพราะตกใจไปแล้ว ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายทำหน้านิ่งส่งสายตาดุๆ มาให้ยิ่งพูดไม่ออก ลมหายใจเริ่มติดๆ ขัดๆ มือไม้ก็เริ่มเย็น ขาก็เริ่มสั่น ความรูสึกกลัวกดดันจนแทบอยากหายไปจากตรงนี้ ไม่ไหว จะ จะ จะร้องไห้~!

“ทำไมชอบทำหน้าแบบนี้ตอนเจอกันตลอดเลยนะ” เขาบ่นกับตัวเองพร้อมกับขมวดคิ้วท่าทางหงุดหงิด ฉันก็อยากจะถามเขาเหมือนกันว่าทำไมเวลาอยู่ต่อหน้าฉันชอบทำหน้าดุจ๊าง~!!

            “ช่างเถอะ ไหนของพี่”

            “คะ?”

เดี๋ยวนะ อยู่ๆ ก็ยื่นมือมา แล้วยังถามแบบนี้อีก ไม่ใช่จะไถเงินกันใช่มั้ย ฉันเพิ่งซื้อของไปเมื่อวาน เงินอาทิตย์นี้ร่อยหรอไปเยอะแล้วนะ

            “จะ จอมใจไม่มีเงิน T_T

            “หา?! นี่เราเห็นพี่เป็นพวกชอบไถเงินเหรอ!

แงงง ทำหน้าดุกว่าเดิมอีก

“เฮ้อ...” พอเห็นฉันก้มหน้าก้มตาทำหัวหด เขาก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “พี่หมายถึงของขวัญขอบคุณต่างหาก”

ของขวัญขอบคุณ? มันมีที่ไหนกันเล่า! ฉันซื้อมาให้แค่พี่มิกกี้ พี่ฟิวส์ พี่ตาตั้น แล้วก็...คุณทิกเกอร์เท่านั้นเองนะ

“เอามาสิ”

“คือ...” ฉันเลี่ยงสบตากับเขาตอบออกไปเสียงเบาอย่างกล้าๆ กลัวๆ “มะ ไม่มีค่ะ (  . .)

“ไม่มีให้พี่แล้วทำไมมีให้ฟิวส์”

คำพูดติดจะหงุดหงิดของอีกฝ่ายทำให้ฉันเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ไม่น่าล่ะ! พี่เกอร์ถึงเดินมาหาฉันแทนที่จะกลับเข้าไปในงาน อาการแบบนี้น่ะ...มันเรียกว่าหึงชัดๆ ! เขาตั้งใจมาพูดเรื่องของขวัญเพราะอยากเตือนฉันว่าอย่าทำตัวสนิทสนมกับพี่ฟิวส์สินะ!

“เรานี่ลำเอียงชะมัด ต้องให้พี่ซื้อของให้ก่อนค่อยซื้อให้ได้งั้นเหรอ” พี่เกอร์กอดอกถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ฟังยังไงก็ดูหาเรื่องสุดๆ จากนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรออก นัยน์ตาเรียวดุรี่มองฉันเล็กน้อย “หรือจริงๆ แค่เพราะ...ชอบฟิวส์เลยซื้อให้?”

            “ค...คือ ม...มัน ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ!!

โอ๊ย! ฮือออ อยากจะร้องไห้มันซะตรงนี้เลย แสดงว่าเขามองออกจริงๆ สินะว่าฉันชอบพี่ฟิวส์ แต่ข้ามเรื่องนี้ไปก่อนเถอะ เพราะเรื่องของขวัญเนี่ย...จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าที่ไม่ซื้อให้เพราะนึกไม่ถึง อีกอย่างเขาคือคนที่ฉันกลัวนะ ใครจะไปซื้อของให้คนที่ตัวเองไม่อยากเข้าใกล้กันเล่า!

            “ช่างมันเถอะ”

            “คะ?”

            “ก็บอกว่าช่างไง แล้วก็เอานี่ไปด้วย”

ฉันทำหน้าเอ๋อไปพักนึงเหมือนปรับอารมณ์ตามอีกฝ่ายไม่ทัน อยู่ดีๆ ก็ตัดจบไปซะอย่างนั้นนั้น แบบว่า...กำลังฟังเพลงดราม่าอยู่ดีๆ ก็โดนป้ากดเปลี่ยนเพลงไปเป็นลูกทุ่งโจ๊ะๆ สามช่าลั้ลลาหน้าเวที

            “รับ”

            “ค่ะ! ขะ ขอบคุณค่ะ!” ฉันรีบหยิบถุงที่พี่เกอร์ยื่นให้ตามคำสั่งของเขา มันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติอ่ะ เวลาโดนคุณพ่อดุแล้วออกคำสั่งก็จะทำตามอย่างว่าง่ายเลย

“เปิดดูสิ”

พอหยิบของในนั้นออกมาดูก็ต้องเบิกตากว้าง มันคือโหลทรงกระบอกใสที่บรรจุอมยิ้มมากมายยี่ห้อหนึ่งเอาไว้ แต่จำนวนอมยิ้มไม่ได้ทำให้ฉันแปลกใจเท่ากับโพสต์อิตสีเขียวมิ้นท์ที่แปะอยู่ข้างๆ

 

            เอาไว้เติมยิ้ม J

 

            และก็ลงท้ายด้วยรูปเจ้าเสือตัวสีส้มทิกเกอร์เหมือนเดิม

            “อมยิ้มของคุณทิกเกอร์นี่!

            “อะไรนะ?” เสียงอุทานของฉันทำให้พี่เกอร์ขมวดคิ้ว แต่อาจเพราะความร้อนรนอยากเจอเจ้าของโหลอมยิ้มฉันเลยมองข้ามความสงสัยในแววตาคู่นั้นไป ก่อนจะยิงคำถามใส่อีกฝ่ายแบบไม่ยั้ง ขนาดที่ว่าลืมอาการกลัวเขาไปชั่วขณะเลย

            “พี่เกอร์รู้จักคุณทิกเกอร์เหรอคะ? แล้วได้อมยิ้มมาตอนไหน เห็นหน้าคนให้มั้ยคะ หรือว่ารู้จักกัน ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยบอกจอมใจได้มั้ย จอมใจอยากเจอเค้าจริงๆ นะคะ!

            “...”

แต่พอฉันพูดจบ พี่เกอร์ก็เอาแต่เงียบไม่ตอบ แต่กลับรี่มองฉันอย่างใช้ความคิด

            “กลับไปแล้วล่ะ”

            “คะ?”

            “คนที่ให้อมยิ้มเราน่ะ”

            “เอ๋! งั้นของขวัญก็...!!” ฉันยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทันเมื่อเผลอพูดเรื่องของขวัญ แน่ล่ะ! ฉันไม่มีของขวัญให้เขานี่นา เมื่อกี้ยิ่งโดนทวงอยู่ด้วย ถึงจะทวงไปเพราะแรงหึงของเจ้าตัวก็เถอะ แต่มันก็ดูเหมือนลำเอียงจริงๆ นั่นแหละ ฉันไม่มีอะไรให้เขาเลยทั้งๆ ที่เขาก็เป็นพี่รหัสของฉัน

            “เอามาสิ จะเอาไปให้”

            “แต่ว่า...”

            “บอกให้เอามา”

ฮือออ มาแล้วโหมดกดดัน เสียงเข้ม ตาดุ หน้านิ่ง เมื่อกี้อุตส่าห์ลืมความกลัวไปแล้วแท้ๆ ตอนนี้ความรู้สึกนั้นกลับมาแล้วค่ะ กลัวจนยอมล้วงเอาพวกกุญแจอะคริลิครูปทิกเกอร์ไปวางบนมือของพี่เกอร์เรียบร้อยแล้ว T_T

            “ไว้ทำมิชชั่นที่พี่ให้สำเร็จแล้วจะบอก”

            “มะ มิชชั่น!?” ฉันเผลออุทานออกไปเสียงดัง และมันคงจะแสดงออกทางสีหน้าไปสักหน่อย อีกฝ่ายเลยรี่ตามองดุๆ พร้อมกับกอดอก

            “นี่อย่าบอกนะว่ายังไม่รู้ว่าพี่ให้มิชชั่นไปแล้ว”

            “ค...ค...คือ เอ่อ คือ...”

ขะ เขาให้มิชชั่นฉันมาแล้วเหรอ O_o ตอนไหน อะไร ยังไง เราสองคนยังไม่เคยคุยกันจริงๆ จังๆ สักครั้งเลยนะ! เอ๊ะ! อย่าบอกนะว่าวันนั้น...

“หึ! ที่เขียนบอกในโพสต์อิตมันคงจะไม่ชัดเจนสินะ”

ใช่จริงๆ ด้วย แงงง พี่เกอร์จะให้ฉันไปรายงานตัวต่อหน้าเขาตรงๆ

“ถ้าอย่างนั้น...” มุมปากพี่เกอร์ยกยิ้มน้อยๆ ดวงตาเรียวรีฉายแววดุ (ร้าย)

นะ น่ากลัวอ่ะ น่ากลัววววว

“โทษฐานที่เราไม่รู้ พี่จะเพิ่มเติมมิชชั่นขึ้นมาอีกหน่อย”

พะ เพิ่มเติม?!

“อาทิตย์หน้าตอนเที่ยงทั้งอาทิตย์ เราต้องเอาของมาเทคให้พี่วันละหนึ่งอย่างห้ามซ้ำกัน แล้วตอนให้ก็ตะโกนรายงานตัวดังๆ ด้วย อ้อ~ แล้วถ้าขาดเทคแม้แต่วันเดียวโดนตัดสาย!

หะ โหดร้ายเกินไปแล้ว หน้าตาดุร้ายแล้วยังใจร้ายอีก แงงง!

“เข้าใจแล้วใช่มั้ย?”

ไม่เข้าใจได้ได้มั้ย...

“แล้วเจอกันวันจันทร์นะ”

เขาพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไป ทิ้งฉันให้ยืนเดียวดายกลายเป็นหินไปเรียบร้อย ชีวิตจอมใจทำไมมันต้องซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรขนาดเน้~~!! TOT

 



rewrite: 11/11/2560

แวะคุยกันๆ

เอามาแปะให้อ่านกันสี่ตอนเลยค่า ขอโทษที่มาช้านิดหน่อย พอดีที่หมู่บ้านไฟดับตั้งแต่สี่โมงกว่าจนถึงทุ่มหนึงเลย T^T #ความชนบทนี้

เอาเป็นว่าตอนต่อๆ ไปจะมาอัพทุกวันเสาร์ค่ำๆ แบบนี้นะคะ อัพเสาร์ละตอนพอ เดี๋ยวจบไว (ฮา)

อ่านแล้วอย่าลืมเม้นกันบ้างนะฮับ ส่งกำลังใจให้กันจะได้มีแรงฮึดๆ คึ_คึ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกคนที่ยังติดตามกันเสมอมาเลยนะคะ เลิฟๆ 

มึนสาม(:

30/09/2560 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #64 0859728932 (@0859728932) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 12:15
    น่าเอกซื่อบื้อมากอ้ะ55555
    #64
    1
  2. #54 sarunpron (@gee123456) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 10:55
    น่ารักกก
    #54
    0
  3. #53 sarunpron (@gee123456) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 10:55
    งือออออ
    #53
    0
  4. #12 Modtualek (@SupatraPanyao) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 14:44
    เพิ่งได้อ่านวันนี้~ หนูคิดถึงพี่เกอร์ม๊ากมากเลยค่ะ รอนานมากด้วยกง่าพี่เกอร์จะคัมเเบ็ก หนูขอให้ผ่านการพจารณานะคะ หนูอยากอ่าน อยากอ่านมากๆ ขอให้ผ่านๆๆๆๆ รักนะคะ????
    #12
    1
    • #12-1 มึนสาม (@kengkatid) (จากตอนที่ 11)
      1 ตุลาคม 2560 / 19:26
      ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่ยังติดตามกันน้า~~ ปาใจจจจ &hearts;&hearts;&hearts;
      #12-1