มิชชั่นวุ่นวาย สายรหัสสุดป่วน [แจ่มใส มีนาคม 2561]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,929 Views

  • 66 Comments

  • 413 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    28

    Overall
    7,929

ตอนที่ 10 : 02 :: นี่มันคือการข่มขู่ชัดๆ !! [rewrite 11/11/2560]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    11 พ.ย. 60



02

นี่มันคือการข่มขู่ชัดๆ !!

 



“เฮ้อ...ห่อเหี่ยวชะมัดเลย...”

ฉันเผลอถอนหายใจพร้อมกับบ่นเบาๆ ระหว่างที่เดินไปที่คณะ

“แค่ได้พี่คนนั้นเป็นพี่รหัสถึงกับต้องห่อเหี่ยวขนาดนั้นเลย?” มัดหมี่หันมาเลิกคิ้วถาม

จริงๆ หอเรากับคณะไม่ได้อยู่ไกลจากคณะมากเท่าไหร่ เดินประมาณยี่สิบนาทีก็ถึง ตอนเช้าฉันกับมัดหมี่เลยมักจะเดินไปเรียนด้วยกันบ่อยๆ ยกเว้นก็แต่จะมีเรียนคนละเวลา

“ก็...อือ...”

“เออ แอบสงสัย...”

มันก็ไม่ได้ห่อเหี่ยวอะไรขนาดนั้นหรอกนะ เพราะฉันทักไปรายงานตัวในแชทเฟซบุ๊กกับพี่ไทเกอร์ไว้แล้ว (เรียกชื่อเขาตามแฮชแท็ก) ที่เหลือก็แค่รอให้เขาตอบ แต่ที่ทำให้ห่อเหี่ยวตั้งแต่เช้าแบบนี้เพราะเมื่อคืน...หลังจากที่เห็นรูปของสองคนนั้น ฉันก็แอบเซฟเอาไว้ (เพราะพี่ฟิวส์น่ารัก) แล้วไล่อ่านคอมเมนต์ในรูปดู มีแต่คนมาเชียร์พี่รหัสปีสามของฉันให้ขอพี่ฟิวส์คบ! แล้วที่น่าตกใจกว่านั้นคือ...ฉันเจอคอมเมนต์ที่โพสต์ลิ้งค์เพจชื่อ น้องแมวของพี่เสือเอาไว้ด้วย

ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นเพจมาฝากกดถูกใจเฉยๆ เลยไม่สนใจแล้ว แต่เห็นคนไปคอมเมนต์ตอบกลับเยอะเลยอยากรู้และ...คลิกเข้าไปดู แล้วไงใช่มั้ย? หึๆ เจอเต็มๆ เลยน่ะสิ ทั้งภาพนิ่ง ทั้งคลิปสั้นๆ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมโมเมนต์ต่างๆ นานาของ #ไทเกอร์การ์ฟิลด์(ฟิวส์) เลยล่ะ U_U

เพจเหมือนจะอัพภาพเก่าๆ กับคลิปเก่าๆ สมัยพี่ฟิวส์อยู่ปีหนึ่งแล้วก็พี่ไทเกอร์อยู่ปีสองอ่ะ แล้วเหมือนจะเรียกแทนพี่ไทเกอร์ว่า พี่เสือส่วนพี่ฟิวส์ของฉัน (?) ถูกเรียนแทนว่า น้องแมวซึ่งตอนแรกฉันก็เลื่อนๆ อ่านไม่คิดอะไร แต่พอเจอแคปชั่นรูปกับคอมเมนต์แปลกๆ ที่ชวนให้คิดลึกแล้ว...ใจมันก็เริ่มเอนเอียงไปกว่าครึ่ง...

อย่างเช่น รูปที่พี่ฟิวส์กำลังจะขึ้นรถอยู่หน้าคณะ ที่พิมพ์แคปชั่นรูปว่า วันนี้พี่เสือก็มารับน้องแมวอีกแล้วจ้า!’ จากนั้นก็มีคนมาคอมเมนต์ยี่สิบสามสิบกว่าคอมเมนต์ แต่เท่าที่เด่นๆ และฉันจำได้เลยคือ...

 

กรี๊ดดดด คนไม่คิดอะไรไม่มารับมาส่งกันเกือบทุกวันหรอก

มารับไปส่งหอไม่ว่า แอบเห็นแวะร้านนมก่อนกลับด้วยนะ!’

จีบกันก็บอกค่ะ

 

และนอกจากรูปภาพแล้ว ก็มีคลิปที่เหมือนจะเป็นเบื้องหลังงานถ่ายแบบขายเสื้อสักอย่างของคณะ ที่โพสต์ว่า พี่เสือจัดทรงผมให้น้องแมวด้วยค่า~ ดูแลอย่างดีเหลือเกินนนน~’ แน่นอนว่าคอมเมนต์นั้น...

 

เห็นสายตานั่นมั้ยคะ! ปกติเป็นคนหน้านิ่งตาดุแท้ๆ แต่เวลาอยู่กับน้องแมวคือดี สายตาอบอุ่นอ่อนโยนรอยยิ้มก็หล่อพิมพ์ใจมั่กๆ ค้า ><’

นี่ถ่ายแบบขายเสื้อเอางบเข้างานกีฬาสัมพันธ์ระหว่างมหาลัยหรือถ่ายพรีเวดดิ้งกันแน่ งงจังเลยค่ะ ฮือออ

จะแจกการ์ดงานวันไหนก็บอกนะค้า~!’

 

และคอมเมนต์แนวๆ เดียวกันอีกมากมายในหลายๆ รูปและคลิปอีกสามสี่คลิปในเพจ

ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไรหรอกนะ คนเขาอาจจะแค่จิ้นๆ กันเฉยๆ แต่แบบ...พออ่านคอมเมนต์แล้วมองเหมือนที่เขาพูดแล้วมันใช่จริงๆ อ่ะ ไหนจะเรื่องไปรับไปส่งเกือบทุกวัน ไหนจะสายตากับรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยน (แตกต่างจากเวลาที่มองฉันมาก!) อีกอย่าง...ถ้าไม่มีมูลคนเขาคงไม่จิ้นแบบนี้อ่ะ ฉันว่าพี่ไทเกอร์อาจจะ...ชอบพี่ฟิวส์ก็ได้!

แต่...แค่คิดเฉยๆ ละนะ ไม่ได้ปักใจเชื่อมากมายขนาดนั้น อีกอย่างก็เหมือนเพจจะเลิกอัพเดตไปหลายเดือนแล้ว อาจจะแค่จิ้นกันขำๆ ที่สำคัญ ฉัน! แฟนคลับเบอร์หนึ่งของพี่ฟิวส์ ไปสืบข้อมูลของเขามาแล้ว พี่ฟิวส์ชอบผู้หญิงแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์! ส่วนพี่ไทเกอร์ เอ่อ ขอไม่ออกความเห็นแล้วกันเพราะฉันหาข้อมูลเขาไม่เจอ -_-;;

“จอมใจ?!

“หือ? อะ อะไร เรียกซะตกใจหมดเลย O_O

“ก็แกเดินเหม่ออ่ะ จะชนป้ายบอกทางแล้วเนี่ย”

เออ จริงด้วยแฮะ ฮือออ มัวแต่คิดเรื่องสองคนนั้นมากเกินไปอ่ะ

“แล้วจะตอบคำถามฉันยัง?”

“คำถาม? แกถามฉันเหรอ ถามอะไร?” ง่ะ มัดหมี่ถามฉันตอนไหน ทำไมไม่รู้เรื่องเลย

“ก็เออสิ! แกนี่มัวแต่เหม่อตลอด ฉันถามว่าทำไมแกถึงกลัวพ่อตัวเองตอนทำหน้าดุขนาดนั้น แถมยังลามมากลัวคนอื่นๆ ที่ทำหน้าดุไปอีก”

คำถามของมัดหมี่ทำให้ฉันเผลอหยุดเดิน

 

เพราะแกคนเดียว! แกทำให้จอมขวัญตาย!!’

แกมันเลว! ไปเลยนะ จะไปไหนก็ไปอย่ามาให้ฉันเห็นแกอีก!!’

อย่ามายุ่งกับฉัน!! แกน่ะ...แกน่ะ! จอมขวัญไม่น่าคลอดแกออกมาเลย!!’

 

ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นไหลย้อนกลับมาจนต้องกัดปากตัวเองแน่น คำพูดตะคอก หน้าเกรี้ยวกราดโกรธจัด และสายตาเย็นชาที่แฝงความเกลียดชังคู่นั้น...น่ากลัว...น่ากลัวมากจริงๆ ถึงตอนนี้ฉันกับคุณพ่อจะเข้าใจกันดีแล้ว แต่ว่าภาพของคุณพ่อในวันนั้น...ยังไม่เคยลบหายไปจากความทรงจำของฉันเลย

“เอ่อ ถ้าฉันถามอะไรผิดไป ขอโทษนะ แก...แกไม่ต้องบอกแล้วก็ได้”

คงเพราะเห็นฉันทำหน้าลำบากใจ มัดหมี่เลยเดินเข้ามาบอกปฏิเสธพร้อมกับบีบไหล่เบาๆ

“จริงๆ มันก็ไม่มีอะไรมากหรอก...ตอนคุณแม่เสีย คุณพ่อโทษว่าเป็นความผิดของฉัน ท่านโกรธฉันและต่อว่าฉันรุนแรงมาก...ทั้งตะคอกเสียงดัง ทั้งทำหน้าตาน่ากลัว ตอนนั้นฉันยังเด็กก็เลยกลัวมากจนมันฝังใจ แล้วมันก็เลยพลอยทำให้กลัวคนอื่นๆ ที่ตะคอกเสียงดังทำหน้าดุหรือโกรธจัดน่ะนะ”

แล้วผู้คุมระเบียบเชียร์ก็ดันเป็นพวกตะคอกเสียงดังแถมยังทำหน้าคล้ายๆ แบบนั้นกันซะส่วนใหญ่ เลยทำให้ฉันกลัว แต่ตอนนี้หมดกิจกรรมก็โอเคขึ้นแล้วล่ะ จะมีก็แค่...พี่รหัสปีสามของฉันนั่นแหละ ที่ฉันยังกลัวเขามากกว่าคนอื่นๆ อยู่

“ขอโทษที่ทำให้แกนึกถึงเรื่องไม่ดีนะ” มัดหมี่ทำหน้ารู้สึกผิดพร้อมบอกขอโทษกัน

“ไม่เป็นไรๆ ตอนนี้ฉันกับพ่อเข้าใจกันดีแล้ว แต่ก็มีบ้างที่ฉันกลัวเวลาท่านทำหน้าดุเฉยๆ น่ะ”

“อือๆ คราวหลังจะไม่ล้อแกแล้ว จะถึงคณะแล้วเรารีบเดินกันเถอะ ไปหาอะไรกินที่โรงอาหารก่อนเข้าเรียนด้วย เดี๋ยววันนี้ฉันเลี้ยงแกเอง!

“อื้ม! (^_^)

ฉันหันไปยิ้มให้มัดหมี่ ยัยรูมเมตก็คงแอบรู้สึกผิดที่ถามฉันแน่ๆ ถึงได้ออกตัวจะเลี้ยงข้าวกันแบบนี้ แต่ก็ดีไปล่ะนะ อย่างน้อยฉันก็ได้กินข้าวฟรี แฮ่!

แต่พอเดินมาถึงแถวๆ ที่จอดรถของคณะซึ่งมันเป็นทางผ่านเดินไปที่โรงอาหาร หางตาของฉันก็เหลือบไปเห็นใครบางคน พี่ฟิวส์เดินลงมาจากรถยนต์คันหนึ่งก่อนจะอ้อมมาทางประตูฝั่งคนขับ...ซึ่งมันเป็นฝั่งที่ฉันยืนอยู่เลยทำให้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง กระจกรถเลื่อนลงจนเห็นหน้าคนขับอย่างชัดเจน

นะ นั่นมันพะ พี่ไทเกอร์! O_O

คำพูดในเพจที่ฉันไปส่องเมื่อคืนลอยเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ฉันระงับความตกใจของตัวเองก่อนจะเนียนเดินช้าๆ เพื่อแอบมอง พี่ฟิวส์ก้มตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกับคนในรถ ทั้งสองคนพูดอะไรกันนิดหน่อยและจังหวะนั้นเองอยู่ๆ พี่ไทเกอร์ก็เอียงหน้าไปอีกฝั่งและฉันก็ไม่เห็นว่าเขาทำอะไร

ตะ ตะ แต่ว่าเมื่อกี้เหมือนขะ ขะ เขาหอมแก้มพี่ฟิวส์เลย...

กรี๊ดดด! มะ ไม่จริงใช่มั้ยยย มันคือเรื่องโกหก! TOT

“เป็นอะไรทำไมเดินช้า อ้าว! นั่นพี่รหัสแกสองคนเลยนี่”

ใช่ พี่รหัสฉันทั้งสองคนกำลัง... ฮือออ

“ไม่ทักเหรอ?”

“มะ ไม่ดีกว่า ระ เราไปกันเถอะเนอะ หิวแล้ว แหะๆ ”

ฉันบอกก่อนจะรีบดึงมัดหมี่ให้เดินไปที่โรงอาหารอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นเมื่อกี้ตอกย้ำเรื่องที่ฉันไปตามอ่านในเพจน้องแมวของพี่เสือจนเริ่มไขว้เขวไปมากกว่าครึ่ง

ละ แล้วข้อมูลที่ฉันไปสืบมาว่าพี่ฟิวส์ชอบผู้หญิงล่ะ ฮึก พี่ฟิวส์ของฉัน ไม่นะ ม่ายยยย~ TOT

 



12.00 น.

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน อย่าลืมอ่านหนังสือมาควิซวันจันทร์ด้วยนะครับ ผมจะให้คะแนนดิบไปเลยสองคะแนน เอาล่ะ เลิกคลาสได้”

หลังจากได้ยินคำสั่งของอาจารย์เพื่อนในห้องรวมทั้งฉันก็แทบจะหลอมรวมลงไปกับโต๊ะ นอกจากเนื้อหาจะน่าเบื่อแล้ว เสียงอาจารย์ก็โคตรกล่อมให้ง่วง แต่ทุกคนก็หลับไม่ได้เพราะรู้ดีว่าวิชานี้น่ากลัวขนาดไหน ไม่สิ! ต้องบอกว่าอาจารย์น่ากลัวต่างหาก ลองใครหลับ ใครไม่สนใจฟังดูสิ คะแนนเข้าเรียนห้าเปอร์เซ็นต์ได้หายวับไปกับตา แถมยังถูกเพ่งเล็งให้ตอบคำถามของอาจารย์แทบทุกคาบด้วย เพราะแบบนี้เลยไม่มีใครอยากเสี่ยง พยายามถ่างตาเรียนกันอย่างสุดชีวิต (*_*)

            “จอมใจไปกินข้าวกัน”

            ร่างผอมเพรียวหุ่นนางแบบเดินยิ้มหวานมาหาฉันที่ฟุบอยู่หลังห้อง เธอคือ พิมพ์ดาว เพื่อนในสาขาของฉันเอง พิมพ์ดาวเป็นผู้หญิงที่สวยหวาน ใบหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวสวย ขนตาหนายาว ตากลมโต จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางสีชมพู แถมผิวยังขาวเนียนใสกิ๊งเลย ดูคุณหนูสุดๆ ใครเดินผ่านเป็นต้องหันมองตามตลอดอ่ะ

            แล้วเราสองคนรู้จักกันตอนปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ เริ่มสนิทกันตอนกิจกรรมชิงรุ่นเพราะอยู่แถวเดียวกัน แต่ถ้าถามว่าสนิทกันมากมั้ย ก็คงเหมือนเพื่อนทั่วๆ ไปอ่ะแหละ เพราะสไตล์เราก็ค่อยข้างต่างกันนิดๆ เลยทำให้มีระยะห่าง แต่ว่าก็ไปไหนมาไหนด้วยกันได้ ก็นะ...เพิ่งปีหนึ่งแถมยังเพิ่งเปิดเรียนเองอ่ะ ความสนิทสนมเลยยังไม่ถึงขั้นซี้ปึกเท่าไหร่ (ยัยมัดหมี่กับตาหนูเหมือนพวกเราคุยกันถูกคออ่ะ ฉันเลยสนิทด้วยง่าย แล้วก็รู้สึกสนิทใจด้วย)

“เป็นอะไรหรือเปล่า พิมพ์เห็นจอมใจไม่ค่อยร่าเริงตั้งแต่คาบแรกแล้วนะ”

“พิมพ์~ T_T

ฉันเจอปัญหาแล้วล่ะ เป็นปัญหาใหญ่มากๆ เลยด้วย เชื่อมั้ยว่าเมื่อเช้านอกจากจะเห็นภาพที่ทำลายข้อมูลเรื่องการชอบผู้หญิงของพี่ฟิวส์แล้ว หลังจากกินข้าวเสร็จและแยกกันกับมัดหมี่ ฉันก็เข้ามานั่งในห้องรอเวลาเรียน แล้วตอนนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนทักแชทไปรายงานตัวกับพี่ไทเกอร์เอาไว้ เลยแอบแว๊บเข้าไปเช็คเฟซบุ๊กดูว่าเขาตอบฉันหรือยัง แต่สิ่งที่ฉันเจอคืออะไรรู้มั้ย?

พี่ไทเกอร์ไม่ได้ตอบฉัน

แต่...

เขาบล็อกฉันค่า~! TOT

“บล็อกทั้งๆ ที่ไม่บอกอะไรเลยเหรอ?”

พิมพ์ดาวขมวดคิ้วถามหลังจากที่ฟังจบ ฉันได้แต่พยักหน้าเหนื่อยๆ วันก่อนเพิ่งจบมิชชั่นคลิปผีบ้าผีบอของพี่ฟิวส์ไปหมาดๆ วันต่อมาก็ดันได้มิชชั่นตามหาพี่ปีอื่นๆ และวันนี้ก็โดนพี่ปีสามบล็อกไปดื้อๆ โดยไม่บอกเหตุผลอะไรสักคำ จบแล้วชีวิตฉัน แบบนี้ก็เหมือนเขาปฏิเสธที่จะรับฉันเข้าสายชัดๆ

“สายรหัสจอมใจดูยุ่งยากจัง สายพิมพ์แค่รายงานตัวกับพี่ๆ ในเฟซก็จบ ไม่เห็นมีมิชชั่นอะไรมากมายเลย”

โอ้โห~! นอกจากจะสวยแล้วชีวิตสายรหัสยังดีไปอีก ไหนคะความยุติธรรม U_U

“แล้วพี่รหัสปีสามที่จอมใจพูดถึงนี่ใครเหรอ?”

“ก็พี่ผู้คุมระเบียบที่หน้านิ่งๆ ตาดุๆ คนนั้นอ่ะ เมื่อวานไปแอบส่องเฟซดูพี่เค้าน่าจะชื่อไทเกอร์มั้งนะ”

แต่ชื่อไทเกอร์นี่เข้ากับเจ้าตัวมากกกก ดูดุร้าย ดูน่ากลัวสมกับหน้าตา เอาไปเลยสิบกะโหลกค่ะ!

“ไทเกอร์?” พิมพ์ดาวทำหน้างงเล็กน้อยก่อนร้องเสียงดังเหมือนนึกอะไรออก “อ๋อ~! พี่เกอร์หรือเปล่า คนที่จอมใจยกมือขออนุญาตวันแรกตอนชิงรุ่นอ่ะ”

“อ้าว พี่เค้าไม่ได้ชื่อไทเกอร์เหรอ?”

“จริงๆ ชื่อเกอร์น่ะ” พิมพ์ดาวอมยิ้มก่อนพูดต่อ “แล้วหลายคนๆ เห็นว่าพี่เค้าหน้าเข้ม ตาดุ เลยเรียกไทเกอร์กัน”

“อ้อ แบบนี้นี่เอง”

พี่เกอร์สินะ (เกอร์ อ่านว่า เก้อ นะจ๊ะ) อืมมม แต่แอบเรียกไทเกอร์ก็คงไม่เป็นไรหรอก เหมาะกับเขาจะตาย~!

“ว่าแต่พิมพ์รู้ได้ไงอ่ะ”

พอฉันหันไปถาม อีกฝ่ายก็ทำหน้าเหลอหลาแก้มขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกแต่พอเห็นสายตาลนลานเหมือนกลัวถูกจับผิดแบบนั้นแล้ว...นี่มันชัดเลยนะ! อาการเหมือนกับเวลาเราถูกเพื่อนจับได้ว่าแอบชอบใครอยู่!

“ฮั่นแน่พิมพ์~

เห็นแล้วมันก็อดล้อไม่ได้อ่ะ (นี่แหละเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันไม่บอกใครว่าปลื้มพี่ฟิวส์แม้แต่มัดหมี่) แต่ก็ไม่แปลกหรอกที่พิมพ์ดาวจะชอบพี่ไทเกอร์ เอ่อ พี่เกอร์น่ะนะ เพราะเพื่อนหลายคนก็แอบกรี๊ดกันมาตั้งแต่กิจกรรมชิงรุ่นแล้ว คงมีแต่ฉันนี่แหละที่สวนกระแสกลัวเขาขึ้นสมอง และคาดว่าคงจะสวนจนกว่าจะเรียบจบเลยล่ะ!

แต่ว่า...เพื่อนๆ ที่ชอบเขาจะรู้เรื่องเขากับพี่ฟิวส์มั้ยนะ ฮึก พูดแล้วภาพหอมแก้มก็ลอยมาเลยอ่ะ U_U

“พี่แนน พี่รหัสปีสามของเราเป็นเพื่อนกับพี่เกอร์น่ะ พี่เค้าเล่าให้ฟังไง >///<

“จริงเหร้อออ” ถึงจะรู้ความลับ (?) เรื่องพี่เกอร์กับพี่ฟิวส์ก็เถอะ แต่มันก็อดล้อเพื่อนไม่ได้อยู่ดีอ่ะ ยิ่งเห็นว่าพิมพ์ดาวเหมือนเก็บอาการไม่อยู่ฉันก็ยิ่งอยากจะล้อ เวลามัดหมี่แกล้งกวนประสาทหรือแกล้งล้อฉันมันก็คงรู้สึกสนุกแบบนี้เองสินะ กรั่กๆ

“จริงๆ นะ!

ฉันแอบขำกับท่าทางเขินอายแบบร้อนรนของพิมพ์ดาวจนอดกระซิบแกล้งไม่ได้ “ไม่เป็นไรหรอก เราจะไม่บอกใคร~

และฉันก็คงยังไม่บอกเรื่องพี่เกอร์กับพี่ฟิวส์หรอก คิดว่าให้เธอรู้เรื่องของสองคนนั้นเองจะดีกว่า เพราะถึงฉันบอกไปก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนอ่ะ ถึงจะเอาเพจนั้นให้พิมพ์ดาวดู เจ้าตัวก็คงคิดว่าเป็นแค่เรื่องจิ้นๆ กัน ซึ่งจริงๆ ถ้าฉันไม่เห็นช็อตเมื่อเช้า...ฉันก็คงจะคิดแบบนั้นต่อไปล่ะนะ U_U

“จอมใจอ่ะ!” พิมพ์ดาวเรียกฉันเสียงหลงและมันก็ทำให้ฉันอดส่งสายตาไปล้อเลียนไม่ได้

ฉันแกล้งล้อพร้อมกับวิ่งหนีอีกฝ่าย คนถูกล้อเองก็วิ่งไล่ตามมาห้ามไม่ให้ฉันแกล้งล้อเพราะความเขิน แต่ว่าพอพวกเราวิ่งเลี้ยวเข้ามายังโรงอาหาร ฉันกลับหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อสายตาดันบังเอิญไปสบเข้ากับคนที่กำลังพูดถึงพอดี

            “อุ่ย...”

เล่นเอาที่วิ่งเป็นผีบ้าผีบอมาต้องเดินรีบช้าๆ แบบมีมารยาททันที แล้วพอแอบเหลือบมองเขา ดวงตาเรียวดุก็มองตรงมาที่ฉันนิ่งๆ แถมยังดูเย็นชาจนต้องหลบสายตา ฉันกับพิมพ์ดาวยกมือไหว้พี่ๆ กลุ่มนั้นแบบเก้ๆ กังๆ และก้มหน้าก้มตาเดินผ่านโต๊ะนั้นไปให้เร็วที่สุด

            แต่ว่า...มันกลับเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น...

            “หน่อง-พิมพ์-จ๋า~!!

            พี่ผู้หญิงคนหนึ่งเรียกพิมพ์ดาวเสียงดังจนพวกเราต้องหันกลับไปมอง โต๊ะข้างๆ กับกลุ่มพี่เกอร์มีพี่ผู้หญิงกำลังโบกมือควักกวักมือเรียก (มันใช่เหรอ) ให้พิมพ์ดาวเดินไปหา แล้วโต๊ะข้างๆ เรียกก็จริงแต่ทำไมโต๊ะกลุ่มพี่ผู้คุมระเบียบเชียร์ต้องหันมามองด้วยเล่า! โดยเฉพาะอิตาพี่เกอร์...จ้องเขม็งเลยเชียว ฉันยิ่งมีคดีโดนเขาบล็อกเฟซบุ๊กอยู่ด้วย ฮือออ กลัวอ่ะ อาการตัวเกร็ง มือเย็น ขาสั่น เริ่มมาแล้วเนี่ย T^T

“พี่แนนมีอะไรหรือเปล่าคะ”

อ้อ คนนี้สินะพี่แนนพี่รหัสปีสามของพิมพ์ดาว สวยทั้งพี่ทั้งน้องเลยจริงๆ นี่เป็นสายคนสวยมั้ย

“พี่จะเรียกเรามานั่งด้วย พอดีเมื่อคืนลืมบอก เย็นนี้พี่อยากให้เราเป็นตัวแทนสาขาไปคัดเลือกตำแหน่งดาวคณะหน่อยน่ะ”

“เอ๋? พิมพ์นะเหรอคะ”

“ใช่จ้ะ!” พี่แนนบอกพร้อมกับยิ้มกว้าง “เดี๋ยวกินข้าวเสร็จค่อยพูดก็ได้ เราสองคนไปซื้อข้าวแล้วมานั่งด้วยกันกับพี่เลยดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลา”

พิมพ์ดาวหันมาหาฉันก่อนจะเหลือบมองไปโต๊ะข้างๆ ฉันไม่เคยบอกพิมพ์ดาวหรอกว่ากลัวพวกพี่ๆ ผู้คุมระเบียบเชียร์ (โดยเฉพาะพี่เกอร์) แต่พิมพ์ดาวเองก็คงจะดูออกบ้างว่าก่อนหน้านี้ฉันพยายามเลี่ยงเจอกลุ่มพี่ๆ พวกนี้ขนาดไหน  ซึ่งจริงๆ ที่ฉันพยายามเลี่ยงก็คือพี่เกอร์อ่ะแหละ

“มะ ไม่เป็นไรพิมพ์ เรานั่งได้” ซะที่ไหน! แทบอยากจะร้องไห้แล้วเนี่ย แต่ยังไงซะคนก็เยอะ คงไม่เป็นไรมากหรอก

...มั้งนะ

“เอ~ เราใช่น้องจอมใจที่โพสต์คลิปลงกลุ่มเฟซคณะหรือเปล่าอ่ะ”

“ค่ะ แหะๆ ” ฉันบอกแล้วว่าไม่มีใครไม่รู้จักฉัน นี่ขนาดแต่งหน้าโคตรฮาปกปิดหน้าเดิมแล้ว คนก็ยังจำได้ คลิปแห่งความดังนี้ U_U

“โห~ ตัวจริงน่ารักกว่าตอนแต่งหน้าในคลิปนะเนี่ย”

“ขะ ขอบคุณค่ะ”

“เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลังดีกว่า ให้เราสองคนไปซื้อข้าวก่อน พักเที่ยงยิ่งมีเวลาจำกัดจะได้คุยกันไปด้วยเลย”

“ค่ะ/ค่ะ”

ฉันกับพิมพ์ดาวรีบไปซื้ออาหารตามสั่งเมนูง่ายๆ ได้ไว โดยเลือกกินเหมือนกันและกลับมาที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว พี่แนนเรียกพิมพ์ดาวไปนั่งตรงข้าม และเพราะข้างพิมพ์ดาวไม่มีที่นั่งแล้ว ฉันเลยต้องเดินอ้อมมานั่งอีกฝั่ง แต่พอเห็นที่ว่างที่ต้องนั่งก็แทบอยากจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น ทำไมพี่ๆ ถึงได้เว้นที่ว่างไว้ให้ฉันแบบนี้กันนะ

            มันคือที่นั่งมุมสุดของโต๊ะซึ่งติดกับโต๊ะของกลุ่มพี่ผู้คุมระเบียบเชียร์และที่แย่ที่สุดก็คือคนที่นั่งเยื้องๆ ตรงข้ามกับฉันดันเป็น...พี่เกอร์...

โอ๊ยยย! เขาจ้องฉันเขม็งเลย TOT

ฉันพยายามไม่สนใจสายตาแข็งๆ ดุๆ และออร่าความน่ากลัวนั่น พยายามทำตัวลีบนั่งกินข้าวเงียบๆ แบบเจียมเนื้อเจียมตัว ใครชวนคุยก็คุยตอบบ้างเป็นมารยาท แต่แล้วบทสนทนาจากโต๊ะข้างๆ ก็ดังแว่วมาเข้าหู

“เกอร์น้องรหัสแกมารายงานตัวยังวะ” พี่ผู้ชายท่าทางห่ามๆ ผิวสีแทนเป็นฝ่ายถามขึ้น

พี่เกอร์นิ่งไปนิดหน่อยแล้วเหลือบมองมาทางฉันแว๊บนึงก่อนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่รู้สิ ยังไม่เห็นมาหาเลย”

ดะ เดี๋ยวนะ! แล้วที่ฉันทักแชทไปรายงานตัวกับเขานั่นล่ะ ไหนจะเรื่องที่เขาบล็อกฉันอีก มันเป็นไปไม่ได้หรอกนะที่เขาจะไม่เปิดอ่านข้อความก่อนบล็อก อย่าบอกนะว่า...ที่ทำแบบนี้เพราะจะให้ฉันไปรายงานตัวกับเขาตรงๆ !! O_O

มะ ไม่จริงใช่มั้ย ฮือออ

            “อ้าวเหรอ น้องฉันมาเมื่อวานนี้เอง ยังคิดมิชชั่นไม่ออกเลยเนี่ย แล้วแกอ่ะ ถ้าน้องมาจะให้มิชชั่นอะไร”

            ฉันพยายามเงี่ยหูฟังอย่างสุดความสามารถ เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ! อาจเพราะพี่คนนั้นคงยังไม่รู้ว่าฉันเป็นน้องรหัสพี่เกอร์ด้วยละมั้งถึงถามออกมาโจ่งแจ้งแบบนี้

            “มารายงานตัวต่อหน้าฉันให้ได้ก่อนเหอะ” คนพูดยกยิ้มร้ายกาจ

            แงงง สรุปคือฉันต้องไปรายงานตัวต่อหน้าเขาจริงๆ ใช่มั้ย ม่ายยยยยย~!! TTOTT   

“อร๊ายยย น้องจอมใจ~!

            เสียงแหลมสูงฉบับหนุ่มใหญ่หัวใจสาวดังเรียกความสนใจให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง ไม่ใช่แค่ฉันหรอก ทุกคนในโต๊ะรวมถึงโต๊ะข้างๆ ด้วยเหอะ พี่ผู้ชายตัวบิ๊กแต่ท่าทางอ้อนแอ้นยืนยิ้มโบกไม้โบกมือทักทายส่งมาให้ก่อนจะรีบเดินตรงมาหา เอาจริงๆ แอบเห็นสายตาพี่เขาเหล่ไปมองพี่เกอร์อ่ะนะ นี่ทักฉันแอบแฝงอะไรหรือเปล่าเนี่ย -_-;

“พี่กำลังตามหาพอดีเลย”

คนที่เข้ามาคุยกับฉันคือพี่มิกกี้ (จริงๆ ซื่อมิกนั่นแหละ) เป็นพี่สันทนาการปีสองที่ฉันสนิทด้วยตอนกิจกรรมชิงรุ่น ฉันเคยเอาขนมไปให้พี่เขาด้วย เป็นการขอบคุณที่คอยดูแลและช่วยเหลือพวกเรามาตลอด

“พี่เอาขนมมาเทคคืน ของที่จอมใจให้ไปอร่อยมากค่ะ แต่เสียดายพี่ได้กินนิดเดียวรูมเมตพี่มันแย่งกินหมด! พูดแล้วก็น่าจับหักคอจริงๆ ฮึ่ม!!” พี่มิกกี้ยื่นขนมถุงใหญ่มาให้ฉันพร้อมกับบ่นยาวเหยียด

“ฮี่ๆ ขอบคุณค่า~ จอมใจคงมีของกินตุนไว้อีกหลายวัน >O<

“ว่าแต่พี่เพิ่งได้ดูคลิปจอมใจเมื่อวันก่อน แหม~ เต้นได้น่ารักเชียว คิกๆ ”

“เง้อ อย่าล้อกันสิคะ หนูอายยยย”

“จ้า~ งั้นพี่ไปก่อนนะ มีควิซก่อนเรียนแล็บแต่ยังไม่อ่านเลย”

“ค่า โชคดีค่าพี่มิกกี้~

หลังจากพี่มิกกี้เดินกลับไป กลุ่มโต๊ะพี่ผู้คุมระเบียบก็ลุกเอาจานไปเก็บกัน ฉันพรูลมหายใจด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย นั่งกดดันกินข้าวด้วยความลำบากมาตั้งนาน ขอบคุณที่พวกเขาลุกไปสักที ส่วนพี่ๆ ที่ฉันนั่งร่วมโต๊ะด้วยก็ไม่ได้สนใจอะไรฉันเท่าไหร่ เพราะคุยเรื่องส่งตัวพิมพ์ดาวไปคัดตัวที่องค์การนักศึกษาของคณะ

แต่อยู่ๆ ความโล่งใจของฉันก็ปลิวหายไปอีกครั้ง เมื่อคนที่ลุกออกไปไม่นานนี้เดินกลับมา และเขา...หยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉัน สายตาดุๆ มองลงมาก่อนที่ขวดน้ำเปล่าขวดหนึ่งจะถูกวางลงตรงหน้าพร้อมกับโพสต์อิตสีเขียวมิ้นท์แปะอยู่

พี่เกอร์ไม่ได้พูดอะไร เขาวางขวดน้ำทิ้งไว้แล้วเดินจากไปเงียบๆ จะเหลือไว้ก็แค่ความตกใจและความงุนงงที่เกิดขึ้นกะทันหันกับฉัน พี่ๆ ในโต๊ะที่กำลังคุยกันหันมามองฉันเป็นตาเดียวรวมทั้งพิมพ์ดาวด้วย สายตาจับผิดของทุกคนทำให้ฉันเริ่มอึดอัดจนต้องพูดแก้ตัว

            “จอมใจ...เป็นน้องรหัสพี่เกอร์...ค่ะ” ฉันยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้ หยิบขวดน้ำมาดูใกล้ๆ และอ่านข้อความที่เขียนด้วยตัวหนังสือเป็นระเบียบสวยงามหนีสายตาขี้สงสัยเหล่านั้น

ตอนแรกก็คิดว่าพี่เกอร์ใจดีซื้อน้ำมาฝาก เขาอาจจะอยากผูกมิตรสนิทสนมกับน้องรหัสอะไรแบบนั้น และบางทีอาจทำให้ฉันเลิกกลัวเขาได้ แต่...

ไม่เลยค่ะ มันไม่ใช่แบบนั้น...

 

            ต้องให้พี่เทคของก่อนเหรอครับถึงจะมารายงานตัวได้

 

            ฮือออ นะ นี่มันเป็นการข่มขู่ ข่มขู่กันชัดๆ ! อยากจะร้องไห้!! TOT

 



“ฮ่าๆๆ ”

ฉันมองคนที่นั่งหัวเราะจนท้องงอแล้วต้องมุ่ยหน้า หลังจากเลิกเรียนฉันก็มารอพิมพ์ดาวที่ร้านนมพร้อมกับตาหนู วันนี้พวกเราสามคนนัดกันว่าจะไปซื้อของสำหรับพิธีเทียนที่จะถึงในตอนเย็นของวันพรุ่งนี้ และพอเจอตาหนูฉันเลยถือโอกาสระบายเรื่องที่โดนบล็อกเฟซบุ๊กและก็เรื่องที่เจอเมื่อตอนกลางวันให้เขาฟัง แต่พอฟังจบเจ้าตัวก็หัวเราะลั่น

            แงงง นี่เรื่องคอขาดบาดตายเลยนะ!

            “เราว่าพี่เกอร์ต้องไม่ชอบเราแน่ๆ อ่ะ”

            “หืม~ ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ” ตาหนูเปลี่ยนจากหัวเราะเสียงดังหันมาอมยิ้มถาม

            “แค่รู้สึกได้น่ะ”

            จริงๆ นะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่ถูกจ้องเขม็งตั้งแต่กิจกรรมชิงรุ่นจนถึงตอนนี้หรอก!

            “จอมใจคิดมากไปแล้ว เค้าจะเกลียดจอมใจทำไมอ่ะ ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรให้ต้องเกลียดเลย”

            “ไม่รู้ล่ะ! พี่เค้าอาจจะโมโหเราตอนที่ยกมือขออนุญาตแล้วไม่ยอมพูดก็ได้ แบบเห็นแล้วขัดหูขัดตาไม่ชอบพวกอ่อนแองอแงร้องไห้อะไรแบบนั้น”

พูดแล้วก็ดูดสตรอว์เบอร์รี่โซดาเข้าไปอึกใหญ่เพื่อแก้กระหาย ฉันรู้ว่าเหตุผลที่พูดออกไปมันฟังดูไร้สาระ แต่มันก็มีความเป็นไปได้มากที่สุดแล้วนี่นา ก่อนหน้านี้พวกเราก็ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ คนรอบตัวของเขาฉันก็ไม่รู้จัก รุ่นพี่ที่ฉันรู้จักก็ไม่น่าจะมีใครสนิทกับพี่เกอร์หรอก ยกเว้นก็แต่พี่ฟิวส์ที่เป็นสายรหัสเดียวกัน...

เอ๊ะ!

เดี๋ยวก่อนนะ O_o!!

อยู่ๆ รูป คลิป และคอมเมนต์ต่างๆ นานาในเพจ น้องแมวของพี่เสือก็ผุดขึ้นมา และภาพเมื่อเช้าตอนที่สองคนนั้นหอมแก้มกันก็ปรากฏเด่นชัดอยู่ในความคิดของฉัน ถ้าไม่คิดมากจนเกินไป...ต้องใช่แน่ๆ เหตุผลที่ทำให้ฉันโดนจ้องเขม็งแล้วก็โดนบล็อกเฟซบุ๊ก!!

“เราว่า...เรารู้แล้วล่ะตาหนู เหตุผลที่พี่เกอร์ไม่ชอบหน้าเรา”

“หือ?”

“พี่เกอร์...ชอบพี่ฟิวส์แน่ๆ !

“ฮะ?!” คนฟังร้องเสียงดังพร้อมกับทำหน้างงปนเหลือเชื่อ

“จริงๆ นะ”

ฉันพูดพร้อมกับกดเข้าไปในเพจน้องแมวของพี่เสือและยื่นโทรศัพท์มือถือไปให้เขาดู จริงๆ ที่เพจเลิกอัพเดตเหตุผลอาจจะเพราะพี่เกอร์เป็นผู้คุมระเบียบเชียร์แน่ๆ เพราะผู้คุมระเบียบเชียร์ทุกคนต้องทำตัวลึกลับ นี่ขนาดจบกิจกรรมชิงรุ่นแล้วก็ยังไม่มีใครบอกชื่อเลย เหมือนว่าถ้าใครอยากรู้จักต้องสืบหาเอาเองอะไรประมาณนั้น เซเลบมากค่ะ บอกเลย!

“แล้วไม่ใช่แค่เพราะเพจพวกนี้หรอกนะ แต่เมื่อเช้าเราเห็นกับตาเลย! พี่เกอร์มาส่งพี่ฟิวส์แล้ว...แล้ว...แล้วหอมแก้มพี่ฟิวส์อ่ะ!

พูดแล้วเศร้าใจ พี่ฟิวส์ของฉัน (?)

แต่ถึงยังไงฉันก็ยังคงจะเป็นแฟนคลับของเขาอยู่ดีแหละ ฮือออ ชอบไปแล้วนี่นา~

“เอ่อ ก็นะ...”

ตาหนูเหมือนจะเลือกทำหน้าไม่ถูกว่าจะหัวเราะหรือเหนื่อยใจดี เขาหยิบลาเต้เย็นของตัวเองขึ้นดื่มก่อนจะหันมาอมยิ้มใส่แล้วเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางสบายๆ เหมือนทุกที

“จอมใจเลยคิดว่าเค้าไม่ชอบจอมใจเพราะดูออกว่าจอมใจแอบชอบเจ้าฟิวส์ เอ่อ พี่ฟิวส์น่ะเหรอ”

“มะ ไม่ถึงขนาดนั้น! แต่แบบว่า...พี่เกอร์อาจจะไม่ชอบที่เราดูสนิทกับพี่ฟิวส์ก็ได้น่ะ เพราะรุ่นน้องผู้หญิงปีหนึ่งที่รู้จักพี่ฟิวส์ เราดูสนิทกับพี่เค้ามากที่สุดแล้วอ่ะ”

จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าฉันสนิทกับพี่ฟิวส์อะไรมากมายขนาดนั้นหรอกนะ แต่ทุกครั้งที่เจอกันพี่ฟิวส์จะชอบพูดแกล้งนู่นนี่นั่นตามประสาคนขี้เล่นและอัธยาศัยดี อ้อ เวลาเจอฉัน เขาชอบเรียกว่าจอมโก๊ะแหละ เพราะตื่นเต้นนิดหน่อยเวลาเจอเขา ฉันเลยเผลอแสดงท่าทางโก๊ะๆ ใส่เขาตลอดน่ะ

“จอมใจชอบพี่ฟิวส์ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“เอ๋? ก็ไม่ขนาดนั้น แค่ปลื้มๆ เหมือนแฟนคลับทั่วไปน่ะ แบบพี่ฟิวส์เค้าน่ารักแล้วก็นิสัยแบบที่เราชอบ” หน้าตาก็เป็นส่วนหนึ่งด้วย ว่าแต่ทำไมอยู่ๆ วกมาเข้าเรื่องนี้ได้เนี่ย ถามกันตรงๆ แบบนี้ฉันก็เขินนะ >///<

“ค่อยยังชั่วหน่อย”

“หือ?”

“อ้าว! พิมพ์ดาวมาพอดีเลย”

ฉันหันไปมองตามที่อีกฝ่ายบอก พิมพ์ดาวโบกมือทักทายพวกเราอยู่นอกร้าน เราสองคนเลยเก็บของแล้วเดินออกไปหาเธอด้านนอกโดยที่ฉันได้แต่งงๆ อยู่ในใจกับประโยคที่คล้ายจะโล่งใจของตาหนู

“มัดหมี่ไม่มาด้วยเหรอ”

“เห็นบอกเพื่อนสาขาเดียวกันนัดไว้ก่อนแล้วน่ะ”

พิมพ์ดาวพยักหน้ารับเบาๆ

จะว่าไปยัยมัดหมี่ชอบทำตัวแปลกๆ อ่ะ ทั้งๆ ที่อยู่สาขาเดียวกันกับตาหนูก็นึกว่าจะสนิทกัน แต่ยัยก็นี่มักจะปฏิเสธเวลาที่ฉันชวนไปไหนมาไหนกับตาหนูตลอด พอถามว่าทำไมก็คอยเอาแต่เลี่ยงตอบปัดๆ บางทีก็เปลี่ยนเรื่องไปเลยก็มี สุดท้ายฉันเลยไม่ถามอะไรอีก เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไปสร้างความอึดอัดใจให้อีกฝ่ายเปล่าๆ

“งั้นเราไปเอารถก่อน พอดีเราจอดไกลร้านนิดหน่อย จอมใจกับพิมพ์รอตรงนี้แป๊บนะ”

เราสองคนพยักหน้า และระหว่างนั้นก็คุยกันไปพลางๆ

“พิมพ์ไปคัดตัวเป็นไงบ้างอ่ะ”

“ไม่ได้ทำอะไรมากหรอก พี่เค้าก็ดูหน้าตา ส่วนสูง ถามความสามารถนู่นนี่นั่นอ่ะ แต่เราไม่ได้หรอกนะ เหมือนจะเป็นน้ำหวานที่อยู่สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยน่ะ ตอนนั้นโล่งใจขึ้นมาเลยล่ะเพราะถ้าได้เป็นคงกดดันน่าดู”

“แต่ก็แอบเสียดายอ่ะ นึกว่าจะมีเพื่อนเป็นดาวคณะซะแล้ว~

“มีเพื่อนธรรมดาน่ะดีแล้ว” พิมพ์ดาวยิ้มขำก่อนจะถามต่อ “ว่าแต่ตอนพิธีเทียนจอมใจจะซื้อของให้ใครบ้างเหรอ”

พิธีเทียนที่ว่าก็เหมือนงานที่พี่ๆ ปีอื่นๆ จัดขึ้นเพื่อต้อนรับนักศึกษาใหม่ (จากที่ได้ยินมาน่ะนะ) นอกจากจะจัดต้อนรับปีหนึ่งแล้ว ปีหนึ่งที่อยากซื้อของมาขอบคุณพวกพี่ๆ ที่คอยดูแลตอนช่วงกิจกรรมชิงรุ่นก็ซื้อมาได้ ซึ่งงานจะจัดตอนเย็นวันศุกร์ที่จะถึงนี้แหละ

“ก็คงจะพี่ฟิวส์ พี่มิกกี้ แล้วก็ตาหนูอ่ะ เรื่องซื้อของให้ตาหนูนี่พิมพ์อยากเพิ่งบอกเค้านะ คึๆ ”

ฉันหันไปกระซิบเบาๆ กับอีกฝ่าย แล้วก็นึกได้ว่ามีอีกคนที่อยากจะซื้ออะไรให้เป็นการตอบแทน

“อ้อ! มีอีกคนล่ะ”

“ใครเหรอ?”

“เป็นคนที่เราไม่รู้จักหรอกแต่ว่าก็กำลังตามหาอยู่”

“หืม?” พิมพ์ดาวทำหน้าสงสัย แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ถามต่อเพราะรถตาหนูมาจอดรับพอดี เราสองคนเลยจบบทสนทนาเอาไว้แค่นั้น

พรุ่งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่ฉันจะตามหาเขาได้

หวังว่าจะออกมานะ คุณทิกเกอร์J

 



มึนสาม (:

30/09/2560

rewrite: 11/11/2560


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น