ตอนที่ 98 : ตอนที่ ๘๙ นามที่แท้จริงของภาคินทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    19 ต.ค. 61


ตอนที่ ๘๙ นามที่แท้จริงของภาคินทร์



 

ชวินทร์เคยเห็นพรสวรรค์ของพี่ชายแค่สองครั้งเท่านั้น



หนึ่งคือตอนที่เขาอายุได้สักสองพันวัน ตอนที่ผู้เป็นพ่อตัดสินใจส่งเขาไปอยู่วัดกับอาจารย์ ภาคินทร์ที่โตกว่าไม่เท่าไรเข้ามาห้าม รั้งตัวเขาไว้ก่อนจะหันไปทะเลาะกันพ่อ หลังมีปากเสียงกันอยู่หลายประโยค ภาคินทร์ก็บันดาลโทสะสาดกสิณอาโปเข้าใส่วิรุณ



ทว่าแทนที่จะได้เห็นเสื้อผ้าเปียกโชก หยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ตามตัวกลับจับตัวแข็งและแผ่ไอเย็นเยือกออกมาแทน วิรุณลนลานปัดน้ำแข็งออก เสียงเคร้งคร้างตอนที่มันตกกระทบพื้นบาดเข้ามาในความทรงจำของชวินทร์จนถึงทุกวันนี้



ครั้งที่สองคือเมื่อไม่นานมานี้ ในรอบชิงชนะเลิศของผู้ใช้กสิณรุ่นเล็ก ขณะที่กำลังถูกเตชินท์รุกไล่ให้จนมุม ภาคินทร์ก็ระเบิดพรสวรรค์ออกไป ไอเย็นเยือกดับเสาเพลิงทุกต้นในพริบตา เปลี่ยนของเหลวในคูให้กลายสถานะเป็นของแข็ง เตชินท์ติดอยู่ในกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่พี่ชายเขาสร้าง เกือบตายจากการถูกความหนาวเย็นกัดกร่อน



ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น เทียบไม่ได้เลยกับภาพที่ชวินทร์เห็นในขณะนี้



เสาน้ำแข็งผุดเรียงรายขึ้นมาจากคูน้ำโดยรอบ บางต้นสูงเลยหลังคาสนามสัตตบงกชขึ้นไปด้วยซ้ำ ยอดแหลมคมปลาบราวกับจะฉีกท้องฟ้าให้ขาดเป็นสอง โอบล้อมลานหินตรงกลางไว้เป็นป้อมปราการสีขาว ทั้งน่าเกลียดและน่าขนลุก เหมือนรังปีศาจในนิทานปรัมปราที่เขาไม่เคยเชื่อมาก่อนว่ามันเป็นความจริง



วิรุณมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ทว่ายังติดพันอยู่กับการปกป้องชาวบ้านจำนวนหลายร้อยจนไม่สามารถขยับไปไหนได้ แม้สีหน้าจะไม่เปลี่ยน ทว่าความหงุดหงิดและร้อนรนซึ่งแสดงออกผ่านทางนาคราชอาโปที่โจมตีอย่างเกรี้ยวกราดก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนพอว่าใจจริงเขาอยากตรงดิ่งไปช่วยลูกชายคนโปรดมากแค่ไหน



ส่วนติณห์ หลังจากนอนนิ่งมานานในที่สุดก็เริ่มขยับตัว แฝดปฐวีเปล่งเสียงครวญครางในขณะที่ขยับลุกมานั่ง



“โอย เจ็บขนาดนี้ยังไม่ตายแหง”

              


  ชวินทร์ลอบยิ้มให้กับอารมณ์ขันในยามยากของคนข้างตัวขณะช่วยประคองอย่างค่อนข้างลำบากเพราะรูปร่างที่ผอมแห้งกว่ามาก



                “ฉันหลับไปนานแค่ไหนเนี่ย?” ติณห์ถาม กะพริบตาปริบๆ อยู่หลายทีเหมือนกำลังปรับภาพให้กลับมาชัดเจนอีกครั้ง



                “แค่ไม่กี่บาท และไม่ เรายังติดอยู่ในนี้ นาคราชครามมาช่วยไว้ได้ทันส่วนลุงนายออกไปตามหาพวกพี่รักษ์” ชวินทร์ตอบดักไว้ก่อนเพราะรู้ว่าติณห์ต้องถามแน่ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คำอธิบายของเขาเล่นเอาแฝดปฐวีครวญครางอีกรอบเพราะนึกว่าฝันร้ายนี้จะจบลงได้สักที แต่ในขณะที่หันไปมองรอบๆ ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ก็เบิกกว้าง ปากอ้าค้างอยู่นานกว่าจะควาญหาเสียงมาเปล่งคำอุทานได้



                “ข้าแต่เทวา! ป้อมน้ำแข็งนั่นมาจากไหนกันเนี่ย? อย่าบอกนะว่าฝีมือพี่คินทร์?



                ชวินทร์พยักหน้าด้วยความหนักใจ พูดตามตรงเขาไม่คิดว่าพี่ชายของเขาจะจงใจให้มันเป็นแบบนี้ ปราการน้ำแข็งที่เห็นอยู่นี่ดูจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิดนอกจากไว้ข่มขู่ ถ้อยประกาศถึงความแข็งแกร่งและพลังอันมากล้นของผู้ที่สร้างมันขึ้นมา ซึ่งนั่นฟังไม่เหมือนสิ่งที่ภาคินทร์จะทำเลยแม้แต่น้อย



                และนั่นแปลได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นคือภาคินทร์ควบคุมพรสวรรค์ไม่ได้อีกแล้ว



                ทว่าติณห์ไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีของเขาจึงพูดต่อไปเรื่อยตามประสาคนพูดมาก



                “นี่ขนาดทำพิธีเปลี่ยนชื่อเพื่อสยบพลังแล้วนะพี่นายยังเหลือกสิณเยอะพอจะสร้างของแบบนั้นออกมาได้อีก”



และนั่นส่งผลให้ชวินทร์กลายเป็นที่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเสียเองที่ได้ยินความลับซึ่งไม่ควรจะมีคนนอกสกุลชลัชพงษ์รับรู้



                “นี่นายรู้...”



                เขาถามไม่จบ เพราะติณห์แย่งอธิบายขึ้นมาเสียก่อน



                “อย่าลืมสิว่าฉันกับตุลย์หานายเจอจากเศษกระดาษเก่าๆ ที่ปลวกแทะไปแล้วกับก็เรื่องซุบซิบก้นครัว แล้วกับเรื่องที่มีบันทึกเป็นรายลักษณ์อักษรอย่างเอกสารขอเปลี่ยนชื่อกับกรมการปกครองของพี่คินทร์คิดเหรอว่าจะหลงหูหลงตาพวกเราไปได้ สรุปว่าไอ้พิธีนี้มันช่วยได้จริงไหมเนี่ย ในเมื่อพี่นายยังอาละวาดได้ซะขนาดนี้”



                “ไม่รู้เหมือนกัน” ชวินทร์ตัดสินใจสารภาพไปตามตรง “แต่ฉันคิดมาตลอดว่ามันไม่เป็นเหตุเป็นผลเอาซะเลย นายเข้าใจใช่ไหม ก็แค่ชื่อมันจะทำอะไรได้หนักหนา”



                ทว่านิวารินโดยทั่วไปไม่ได้คิดแบบชวินทร์ แคว้นแห่งกัลปพฤกษ์เชื่อว่านามกรก็เป็นเหมือนอาคมอย่างหนึ่ง ที่ช่วยส่งเสริมทุกอย่างในตัวคนๆ นั้นให้แกร่งกล้ายิ่งขึ้น พละกำลัง ดวงชะตา ไปจนถึงกสิณ เพราะแบบนั้นเหล่าผู้ใช้สรรพธาตุจึงมักตั้งชื่อให้สอดคล้องกับกสิณที่ครอบครองอยู่ แม้กระทั่งชาวบ้านทั่วไปก็ยังจงใจเลือกชื่อเพื่อความรุ่งเรืองและก้าวหน้า



                สกุลชลัชพงษ์เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น



                “แต่พวกเราไม่รู้จะทำยังไงอีกต่อไปแล้ว พี่คินทร์ควบคุมมันไม่ได้ เขาพลั้งมือทำร้ายคนอื่นแล้วยังทำร้ายตนเองอีก”  ชวินทร์เผลอลูบขาที่ผอมแห้งของเขาอย่างลืมตัว โรคร้ายอาจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาเป็นอย่างทุกวันนี้ ส่วนสาเหตุรองนั่นคือเขาเองก็ถูกลูกหลงในวันที่พรสวรรค์ของภาคินทร์สำแดงออกมาเช่นกัน



                เดิมที่พี่ชายเขาไม่ได้เกิดมาพร้อมนามภาคินทร์ แต่ถูกตั้งด้วยชื่ออื่น นามที่เคยมีผู้นำสกุลชลัชพงษ์ใช้มาแล้วถึงหกรุ่น และพี่ชายของเขาคือคนที่เจ็ด เลขมงคลที่ยิ่งทำให้พลังในตัวแกร่งกล้าจนเกินควบคุม



                “แล้วชื่อเดิมพี่คินทร์คืออะไรนะ?



                ชวินทร์หันมาเลิกคิ้วให้กับคำถามนั้น “ไหนนายบอกว่านายเจอเอกสาร”



                “ก็ใช่ แต่มันเขียนแค่ว่าเปลี่ยนเป็นชื่ออะไร ไม่ได้ระบุชื่อเดิมไว้สักหน่อย” ติณห์ไหวไหล่ คำแก้ตัวลื่นยิ่งกว่าปลาไหล ท่าทางน่าหมั่นไส้ยิ่งจนชวินทร์ถึงกับต้องส่ายหน้าด้วยความระอาทว่าสุดท้ายก็ยอมเฉลยให้ฟังอยู่ดี



                นาคินทร์...ที่แปลว่าราชานาค” ซึ่งดูจากพลังที่พี่เขาครอบครองอยู่ก็นับว่าเหมาะสมไม่น้อย “แม่ให้พี่เปลี่ยนชื่อ แต่ก็แค่ตัวอักษรเดียวเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตัวตนเดิมสูญหายไป”



                “แล้วมันได้ผลไหม?



                “ก็ได้อยู่พักหนึ่งละมั้ง” ได้อยู่หลายพันวันเลยทีเดียว จนกระทั่งพี่ชายของเขาสูญเสียการควบคุมเป็นครั้งที่สองในการประลองกับเตชินท์ หลังจากนั้นวิรุณจึงพานักบวชจากนิกายลึกลับที่ชวินทร์ไม่รู้จักมาสักให้ น้ำหมึกผสมขึ้นจากเลือดของผู้ใช้กสิณที่แกร่งกล้ายิ่งกว่าเพื่อข่มพลังในตัวภาคินทร์



                มันได้ผล แต่ก็แค่พักเดียวไม่ต่างจากพิธีอันงมงายก่อนหน้านี้เลยสักนิด



                ส่วนในครั้งนี้ ชวินทร์หวั่นใจเหลือเกินว่าอาจไม่เหลือวิธีใดที่แล้วที่จะทำให้พี่ชายของเขากลับมาควบคุมพรสวรรค์ได้







 

                เตชินท์ได้ยินเสียงของห้ามของรักษ์นาราทว่าเลือกจะไม่ใส่ใจฟัง



                เขาควงกระบองหยาดโลหิตพรุสูรย์ที่ลุกท่วมด้วยเพลิงทมิฬไปรอบๆ ปัดป้องลิ่มน้ำแข็งที่ภาคินทร์ส่งมาก่อนจะขยับตัวหลบไปอีกทาง ล่อหลอกให้ภาคินทร์ตามมาด้วยตั้งใจจะเว้นระยะห่างจากรักษ์นารา



                แม้จะเป็นคนหัวอ่อน แต่รักษ์นาราก็ฉลาดมากพอที่จะยืนอยู่ที่เดิม ไม่วิ่งปราดเข้ามาขัดขวางการต่อสู้แบบโง่ๆ อย่างที่เขานึกปรามาสไว้แต่แรก เพราะแม้ส่วนหนึ่งในใจเตชินท์จะเริ่มโอนอ่อนให้กับเด็กสาว แต่ถ้าต้องเลือกขึ้นมาจริงๆ เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะจบชีวิตของทั้งเธอและภาคินทร์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม



                เตชินท์สามารถเหี้ยมโหดได้ถึงขนาดนั้น



                หากคิดจะรอดไปจากสนามรบ เขาจำเป็นต้องเหี้ยมโหดได้ถึงขนาดนั้น



                เตชินท์กระแทกกระบองไปเบื้องหน้า ภาคินทร์เบี่ยงหลบ เสื้อที่รุ่งริ่งเพราะไหม้ไฟแต่เดิมถูกหทัยครุฑเกี่ยวขาด เปิดเผยร่างกายท่อนบน ภาคินทร์หมุนตัวใช้ใบดาบปัดกระแทกอาวุธของเขา ในจังหวะนั้นเองเตชินท์จึงได้เห็นว่าภาคินทร์มีรอยสัก



                เส้นสีดำอันชดช้อยแต่ก็ดุดัน ประกอบกันเป็นรูปนาคราชเจ็ดเศียรเหนือเกลียวคลื่น ขนาดของรอยสักนี้กว้างใหญ่จนกินพื้นที่ทั้งแผ่นหลังของภาคินทร์ เด่นชัดเกินกว่าทำเป็นมองเมินได้



ซึ่งเตชินท์มั่นใจมากว่าตอนที่สู้กันในงานประลองรุ่นเล็กเมื่อหลายพันวันก่อนภาคินทร์ยังไม่มีรอยสักนี้ และสกุลหลักแห่งอาโปอย่างชลัชพงษ์ไม่มีทางยอมให้ว่าที่ผู้นำสกุลคนถัดไปละเลงน้ำหมึกลงบนร่างกายที่เทวัญประทานให้อย่างไร้เหตุผลแน่นอน รอยสักนี้เกี่ยวเนื่องกับพรสวรรค์ของภาคินทร์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง



และอีกอย่างที่น่าแปลกคือมีพญานาคแค่สองเศียรเท่านั้นที่กำลังลืมตาแผ่แม่เบี้ย ในขณะที่อีกห้าหลับตานิ่ง แม้จะนึกสงสัยถึงนัยยะที่อาจซุกซ่อนอยู่ ทว่าการต่อสู้ติดพันเกินไป เตชินท์จึงจำต้องปัดความสงสัยไว้ก่อน



เขาฟาดกระบองเข้ากับช่วงลำตัวของอีกฝ่าย ภาคินทร์ขยับพระขรรค์มาตั้งรับก่อนจะฟันกลับมา ทั้งคู่ปะทะกันอีกหลายกระบวนท่าแล้วอยู่ๆ ภาคินทร์จะกระโจนถอยออกไป ตวัดคมอาวุธเข้าใส่เสาน้ำแข็งต้นหนาเกือบหนึ่งคนโอบ มันหักโค่นลงมาทันที



ความคิดจะหลบหลีกเพื่อถนอมกสิณหายไปในพริบตาเมื่อภาคินทร์ทำเช่นนี้กับเสาอีกเจ็ดต้นเพื่อให้พวกมันล้มลงมาล้อมเขาที่ยืนอยู่กลางเวที



เตชินท์กัดฟันกรอก บงการอัคคีให้ไปรวมกันที่ปลายกระบองตวัดฟันออกไปยังเหนือศีรษะ เพลิงทมิฬตัดเสาน้ำแข็งขาดเป็นท่อนๆ ในพริบตา ทั้งหมดร่วงลงมาห่างจากเขาไปประมาณหนึ่งวา เตชินท์ยืนหอบสะท้านอยู่ท่ามกลางเศษซากน้ำแข็งที่แตกออกเป็นปลายแหลมคม




อากาศเย็นเยือนทำให้โพรงจมูกและลำคอของเขาแสบไปหมด การหายใจเริ่มกลายเป็นเรื่องยากขึ้นทุกที นี่คงเป็นสิ่งที่ศัตรูของเขารู้สึกตอนที่ตกอยู่กลางทะเลเพลิงของเขาเป็นแน่



ภาคินทร์พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คงเพราะกำลังคลุ้มคลั่งและถูกครอบงำโดยพรสวรรค์ เด็กหนุ่มจึงทำได้เพียงโจมตีแบบทื่อๆ และอาศัยความรุนแรงเข้าว่า แบบนี้น่าจะเปิดช่องให้เขาจัดการได้ เตชินท์คำนวณสถานการณ์อย่างรวดเร็ว และตัดสินใจโต้กลับด้วยกสิณของอีกฝ่าย



เขาคลายอาวุธให้กลับไปเป็นโซ่และท่อนเหล็ก ตวัดหมุนยึดก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่แตกอยู่ใกล้กันไว้แล้วเหวี่ยงเข้าใส่ภาคินทร์



แทนที่จะใช้พระขรรค์ตวัดฟัน ภาคินทร์กลับยืนมือออกมา เมื่อสัมผัสโดน น้ำแข็งก็พลันย้อนคืนกลับเป็นหยาดน้ำ และหลังม่านน้ำนั้น คือแท่งน้ำแข็งยาวแหลมเหมือนหอกจำนวนห้าเล่มที่เตชินท์ปาตามมาติดๆ!!



ภาคินทร์ชะงัก เล่มแรกพุ่งผ่านสีข้าง ถากเรียกเลือดเป็นรอยยาว เขาตั้งตัวได้ทันและปัดทำลายเล่มที่สองสามลงได้ ทว่าเล่มที่สี่เฉือนต้นแขนขวา ในขณะที่เล่มที่ห้าปักเข้าต้นขาเต็มๆ ภาคินร์ร้องคำรามลั่น พอกับที่รักษ์นาราร้องเรียกด้วยความตกใจ



เตชินท์ไม่คิดปล่อยโอกาสให้หลุดลอย เสียงกลไกทำงานดังกริ้ก ท่อนเหล็กกลับสู่รูปกระบองอีกครั้ง แล้วฟาดเข้าใส่ศีรษะของภาคินทร์อย่างแรง



เด็กหนุ่มล้มลง เลือดไหลอาบซีกหน้า แม้จะหมดสติไปแล้วทว่ายังไม่สิ้นฤทธิ์เสียทีเดียวเนื่องจากปราการน้ำแข็งรอบด้านยังไม่ได้หายไป แต่ในขณะที่เตชินท์คิดจะซ้ำรักษ์นารากลับวิ่งเข้ามาขวางไว้อย่างที่เขานึกกลัวในตอนแรก



“พอสักที” เธอบอก กางแขนออกกว้าง ด้านหลังห่างไปไม่ถึงก้าวคือภาคินทร์ที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น “เตชินท์ชนะแล้วไม่ใช่เหรอไม่เห็นต้องทำมากไปกว่านี้เลย”



“ฉันไม่ได้ต้องการชัยชนะ ฉันต้องการทำให้มันจบ หลีกไป” เขาสั่งเสียงเข้มทว่าเธอปักหลักปฏิเสธ และตอนนั้นเองที่ดวงตาสีถ่านคุไฟสังเกตเห็นบางอย่าง รอยสักบนแผ่นหลังของภาคินทร์มีการเปลี่ยนแปลง



เศียรที่สามของนาคราชซึ่งเคยหลับตานิ่งกลับเริ่มกางแผ่แม่เบี้ย อุณหภูมิรอบด้านลดต่ำลงอีกเท่าตัวจนร่างกายถึงกับสั่นสะท้าน ไฟทมิฬของเตชินท์หรี่ลงอย่างรวดเร็ว จวนเจียนจะดับมอด และเมื่อนาคราชเศียรที่สามลืมตาขึ้นมา...



ดวงตาสีฟ้าเรืองรองของภาคินทร์ก็เปิดโพลงขึ้นเช่นกัน



วูบ!!



ไอเย็นพุ่งแผ่ออกมาจากร่าง ภาคินทร์ไม่สนใจจะหยิบดาบขึ้นมาใหม่ด้วยซ้ำ เขาลุกขึ้นพร้อมตวัดมือ หนามน้ำแข็งด้านหลังคืนสภาพเป็นน้ำ โถมเข้าใส่เขากับรักษ์นาราอย่างรวดเร็ว



ทว่าเมื่อใกล้ถึงตัวเด็กสาว สายน้ำกลับตวัดแยกออกเป็นสอง ละเว้นเธอแล้วตรงเข้ามาหาเขาแทนโดยแปรสภาพเป็นหนามน้ำแข็งอันแหลมคมอีกครั้ง เตชินท์ดึงกระบองเข้ามาชิดตัว เพ่งกสิณบงการให้เพลิงทมิฬโชติช่วงขึ้นมาใหม่อีกระลอกและห่อหุ้มตัวเขาไว้ ละลายน้ำแข็งจนหนามทู่ลง ทว่าแรงกระแทกก็ยังทำให้เขากระเด็นไปหลายวาอยู่ดี เตชินท์ตวัดหมุนตัวกลางอากาศพร้อมปักกระบองลงพื้นเพื่อกลับมายืนด้วยเท้า



ดวงตาสีถ่านคุไฟกวาดมองประเมินสถานการณ์อีกครั้ง รักษ์นารายังติดอยู่กลางดงน้ำแข็งโดยไม่ได้รับแม้รอยขีดข่วน นั่นพอจะทำให้เขาเบาใจได้บ้าง



หากมองเผินๆ มันราวกับว่าภาคินทร์จดจำได้ถึงความสำคัญของเด็กสาวและละเว้นไม่โจมตีเธอ ทว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ท่าทีของภาคินทร์ยังคงก้าวร้าว ดวงตาก็เป็นสีฟ้าว่างเปล่า แม้จะหันไปเห็นรักษ์นาราแต่ก็มองผ่านเลยไปอยู่ดี ไม่คล้ายกับว่าจะตระหนักได้เลยแม้แต่น้อยว่านี่คือคนที่เขาห่วงหา



ทันใดนั้นก็มีทฤษฏีหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว



ภาคินทร์ไม่ได้ยั้งการโจมตีหรอก แต่เป็นรักษ์นาราเองต่างหากที่ปัดพลังของอีกฝ่ายออกไป



มวลน้ำโถมน้ำใส่อีกครั้งทำให้เตชินท์จำต้องพักเรื่องของเด็กสาวไว้ก่อน เขากระโจนหลบไม่พ้นทำให้ติดอยู่ในวังวนของอาโปธาตุเต็มๆ สายน้ำเย็นเฉียบราวกับจะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ทุกเมื่อ เตชินท์กำอาวุธไว้แน่น หลักยึดเดียวที่เขามีในเวลานี้



รักษ์นาราร้องเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ เด็กสาวพยายามปีนป่านออกมาจากดงหนาม เธอพูดอะไรออกมากสักอย่างทว่าเตชินท์ไม่ได้ยินอีกแล้วเรื่องจากภาคินทร์ได้ขยับโบกมือ บงการรูปร่างของน้ำให้กลายเป็นโดมขนาดยักษ์ กักขังเขาไว้ตรงกลางเหมือนที่มุกตาภาทำตอนสู้กับติณห์



ทว่าที่ต่างออกไปคือขอบนอกกำลังเริ่มเป็นน้ำแข็งอย่างช้าๆ



ภาคินทร์ทั้งใจจะแช่แข็งเขาทั้งเป็น!



ไม่ต้องเสียเวลาคิด ฝ่ามือหนายกขึ้นกุมทหัยครุฑเอาไว้ทันที แสงสีดำเจือแดงเปล่งวาบจากทั้งสองด้านของปลายกระบอง มันสอดส่องไปภายนอก กระทบเสี้ยวหน้าของภาคินทร์ และทันทีที่เตชินท์ยกมือออก



วูบ!!



เปลวเพลิงสีดำแดงขนาดมหึมาก็ถูกปลดปล่อยออกมา แผ่ขยายไปทุกทิศทางราวกับระเบิดอัคคี ระเหิดโดมน้ำแข็งจนกลายเป็นไอในพริบตา ซ้ำยังทำลายปราการบางส่วนจนเสาน้ำแข็งหักโค่น ภาคินทร์ที่ยืนชิดติดขอบจึงได้รับการโจมตีนี้ไปเต็มๆ



เด็กหนุ่มคำราม ร่างกายซีกหนึ่งไหม้แดงจนไอควันลอยกรุ่น เลือดทะลักออกมาจากสีข้างที่บาดเจ็บอยู่เดิม



เตชินท์ทรุดตัวอยู่บนพื้น หอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายที่เปียกชุ่มเมื่อเจอกับอุณหภูมิรอบด้านจึงทำให้สั่นสะท้านจนฟันแทบกระทบกันอย่างไม่อาจห้ามได้



เขานึกว่าจะพิชิตภาคินทร์ได้แต่ก็เปล่า เพราะยืนหันหลังให้ เตชินท์จึงได้เห็นว่ารอยสักรูปนาคราชเศียรที่สี่กำลังเริ่มแผ่แม่เบี้ยออกมา และเมื่อมันลืมตาตื่น อาการทุรนทุรายของภาคินทร์ก็สิ้นสุดลง เด็กหนุ่มยืดตัวขึ้น บาดแผลไม่ได้ประสานกัน แต่มันราวกับว่าภาคินทร์ไม่รู้จักความเจ็บปวดอีกต่อไปมากกว่า



เปรี้ยะ!!!



บังเกิดเสียงลั่นร้าวต่อเนื่องเป็นทอดๆ เมื่อภาคินทร์ขยับตัวแล้วน้ำแข็งแผ่ขยายออกมาจากใต้ฝ่าเท้า รวดเร็วเกินจะหนี พรสวรรค์ของอีกฝ่ายจับตัวยึดข้อเท้าของเตชินท์ ไล่ล่ามขึ้นมาถึงต้นขา ตรึงเขาไว้เป็นเป้านิ่ง หิมะปลิววอนท่ามกลางสายลมกรรโชกที่หมุนวนอยู่ภายในปราการน้ำแข็ง ความเย็นเสียดแทงผ่านเสื้อผ้าเปียกชื้น เจ็บปวดเหมือนเนื้อหนังของเขากำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ



หลังจากนั้นภาคินทร์ก็ชูมือขวาขึ้นฟ้า หิมะและเศษน้ำแข็งซึ่งแตกพังจากการต่อสู้ลอยไปรวมกัน ขนาดของมันใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าด้านบนมืดครึ้ม แสงร่ำไรที่ส่องลอดลงมาสะท้อนอาโปธาตุเป็นประกายวาววับ จากตรงนี้มันดูราวกับว่าเด็กหนุ่มกำลังถือพระจันทร์ดวงโตไว้ในอุ้งมือก็ไม่ปาน



เตชินท์ทำได้เพียงยกมือป้องใบหน้า หรี่ตามองสิ่งที่เกิดขึ้น



“ภาคินทร์!!



รักษ์นาราร้องเรียก เธอไม่ได้ถูกน้ำแข็งจับยึดไว้เหมือนเขา ทว่าแทนที่จะหนีเด็กสาวกลับเดินตรงเข้าหาภาคินทร์ ร่างเล็กบอบบางดูคล้ายจะถูกพายุหิมะนี้พัดปลิวไปได้ทุกเมื่อแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังเลือกจะย่ำต่อไปข้างหนึ่ง ทีละก้าว ทีละก้าว



ในใจเตชินท์ตะโกนร้องบอกให้เด็กสาวหนีไปเป็นสิบเป็นร้อยครั้ง ทว่าในความเป็นจริงไม่มีเสียงใดเปล่งออกมาจากลำคอหนา ในความเป็นจริงนั้นทุกอย่างแทบจะถูกกลบหายไปกับพายุหิมะและความหนาวเหน็บอันบ้าคลั่ง ทว่าท่ามกลางทัศนียภาพขาวโพลนเขาสังเกตเห็นสีสันบางอย่าง



จุดสีทองสว่างที่ส่องประกายขึ้นมาในดวงตาของรักษ์นารา



ปลายนิ้วของภาคินทร์เหยียดเกร็งเตรียมจะปลดปล่อยเหมันต์กาลในอุ้งมือ ทว่ารักษ์นาราถึงตัวเขาเสียก่อน เธอเขย่งตัวขึ้น สองแขนเล็กบางโอบรอบลำคอของเด็กหนุ่ม ดึงเขาลงมาใกล้แล้วกระซิบ และในชั่วอึดใจถัดมา...



วูบ!!



ระลอกพลังบางอย่างก็พุ่งแผ่มาจากจุดที่รักษ์นาราและภาคินทร์ยืนอยู่ ขยายไกลออกไปนอกเหนือป้อมปราการน้ำแข็ง ในพริบตานั้นทุกอย่างก็หยุดลง ทั้งเสียงอื้ออึง พายุของความบ้าคลั่ง และอุณหภูมิอันหนาวเยือก กระทั่งพันธนาการน้ำแข็งที่ยึดเตชินท์ไว้แตกเปราะลงอย่างง่ายดาย



ความเจ็บยังคงทิ่มแทงตกค้างแต่นับว่าค่อยยังชั่วกว่าเมื่อครู่มากมายนัก เตชินท์เฝ้ามองเกล็ดหิมะที่เหลืออยู่ลอยอ้อยอิ่งในบรรยากาศซึ่งสงบนิ่งด้วยความโล่งอก สีฟ้าเรืองรองเหมือนดวงตาของสัตว์ป่าจางหายไปจากภาคินทร์ในที่สุด กลับมาเป็นเฉดสีฟ้าปนเขียวเหมือนวังน้ำวนที่คุ้นเคยกันดี



แต่แล้วร่างสูงของว่าที่ผู้นำสกุลแห่งอาโปก็ทรุดล้มลง เช่นเดียวก็เด็กสาวตัวเล็ก



เตชินท์กึ่งวิ่งกึ่งเดินอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ร่างกายจะอำนวยเพื่อเข้าไปดูอาการ เขาค้นพบว่าทั้งคู่แค่หมดสติไปเท่านั้น อาจเป็นผลพวงจากการใช้พลังมากเกินไป เตชินท์ถอนหายใจอย่างโล่งอก หลายอย่างเกิดขึ้นเร็วเหลือเกิน ทั้งพรสวรรค์ของภาคินทร์ที่ดูราวกับคำสาปเสียมากกว่า รอยสักที่ขยับไหวได้และเปลี่ยนแปลงตามพลัง แล้วยังสิ่งที่รักษ์นาราทำเมื่อครู่อีก



คำถามและความสงสัยวิ่งวนอยู่ในสมองของเตชินท์อย่างไร้ทางออก ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เขาเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาแล้วว่าเหตุใดผู้คนมากมายจึงถวายหัวปกป้องรักษ์นาราเสียขนาดนั้น ตัวตนของเด็กสาวแตกต่างและพิเศษยิ่ง และทั้งหมดที่เขาได้เห็นนั้น อาจเป็นเพียงเศษเสี้ยวความยิ่งใหญ่ที่เธอครอบครองอยู่ก็เป็นได้



เสียงครืดคราดดังขึ้น เนื่องจากเสาน้ำแข็งพังถล่มลงมา เปิดเผยทัศนียภาพด้านนอก เตชินท์เห็นกลุ่มคนในชุดเครื่องแบบทหารหลวงกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ ดวงตาสีถ่านคุไฟเหลือบมองภาคินทร์ทันที อีกฝ่ายคงโดนสอบสวนถึงพรสวรรค์ที่มีและความเสียหายที่กระทำไว้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ เผลอๆ เขาเองก็คงต้องไปให้ปากคำเช่นกันในฐานะพยานซึ่งได้รับชมทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น



ทว่าแล้วรักษ์นาราเล่า?



คนธรรมดาที่ไหนจะยังยืดหยัดท่ามกลางความโหดร้ายเหล่านี้ได้ หากถูกจับได้เด็กสาวคงไม่แคล้วถูกสอบสวนหนักยิ่งกว่า และสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าทั้งโกมุทและแม่ของเขาจะใช้วิธีไหนบ้างเพื่อรีดเร้นข้อมูลที่ต้องการ



เตชินท์เหลือบมองอาวุธคู่กายอีกครั้ง แสงสะท้อนจากอัญมณีหทัยครุฑราวกับจะย้ำเตือนถึงข้อตกลงที่เขามีกับผู้ที่มอบมันมาให้ ในชั่วพริบตานั้น เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะทำ



เขาช้อนอุ้มรักษ์นาราขึ้น พาเธอหลีกหนีไปจากป้อมน้ำแข็งทันที




#########

     สนทนา : จำทอล์คแรกๆได้มั้ยคะ ที่ฟ็อกซ์บอกว่าตามพล็อตดั้งเดิมภาคินทร์เป็นจอมเวทย์กาลเวลาไม่ใช่ผู้ใช่กสิณอาโปชื่อของเขาเลยไม่เกี่ยวข้องกะธาตุอย่างที่เห็น ตอนเริ่มแต่งเรื่องรักษ์นารา ฟ็อกซ์ตั้งใจจะเปลียนให้เกี่ยวกะน้ำอยู่เหมือนกัน แต่มันดันชินกับชื่อนี้ไปแล้วจนเปลี่ยนไปลง เลยกลายมาเป็นรายละเอียดปลีกย่อยถึงความบัดซบในชีวิตนุ้งคินทร์แทน นอกจากโดนบังคับสักแล้วโดนเปลี่ยนชื่ออีก โธ่ ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูก //เอ็งนั่นแหละต้นเหตุเลย= =


ปล. เรือผีเตรักษ์แล่นแล้วนะคะ อยากพายจงรีบพายเพราะตอนหน้าๆเดี๋ยวเรือก็ล่มแล้ว 555




ปลล. จะหวีดจะทวงติดแท็ก #FoxxTrot ไม่ก็ #รักษ์นารา มาเน้อ


ปลลล. สุดท้ายละ วันอาทิตย์ที่ 21 ช่วงบ่ายๆฟ็อกจะไปเดินร่อนงานหนังสือแหละ ถ้าอยากเจอ อยากเม้าว์ อยากเขย่าคอถามว่าทำไมเล่มใหม่ไม่อออกสักทีก็เจอกันได้เน้อ ทักมาเดี๋ยวฟ็อกซ์วิ่งไปหา : )



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1266 luvtaetaev (@I_Phone) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 06:24

    อุ้ยยยยกิดนกนพรกากาเาเ #เตนารา

    แต่เรือหลวงก็ยัง#คินนารา ฟหกวเ้าส้สว
    #1266
    0
  2. #1260 Casper (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 00:07

    เรือผีมิอาจสั่นคลอนเรือเตมายของเราได้หรอกค่ะ เรายึดมั่นในเรือหลักของเราซัมเหมอค่ะ ^_^

    #1260
    0
  3. #1255 9peony (@9peony) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 04:41
    #foxxtrotอัพเถอะค่ะ
    #1255
    0
  4. #1254 The_PrincessGirl (@samatchaya-prin) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:38
    ไม่คะ เราไม่พายเรือผี เรารอพระเอกตัวจริงงงง 55555
    #1254
    0
  5. #1253 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 06:37
    ลายลักษณ์อักษร หรือเปล่าคะ? แต่ก็แอบไม่แน่ใจ 555555

    มันมากกกกกกก มีความโดนสักไปอีกกกก ไม่ร้องนะ เดี๋ยวรักษ์ปลอบเองงง

    แอบคิดว่าเดี๋ยวตอนหลังอิพี่เตเขาจะแอบชอบหนูรักษ์หรือเปล่า 55555555
    #1253
    0
  6. #1252 frist star (@pootai_44) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 16:14
    เขียนยังไงให้เห็นภาพขนาดนี้อ่ะ นิยายเรื่องนี้คือสุดยอด!!! (≧∀≦)
    #1252
    0
  7. #1251 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 08:54
    นี่แค่4เศียรอ่ะนุ้งคินทร์ถ้าเปิดตาครบจะเมพขนาดไหน ส่วนตัวนับถือคนแบบพิเตนะได้ทุกอย่างจากความพยายามทุ่มเทแบบนี้มันโครตเท่อ่ะ พิไม่ต้องเสียใจไปเราทีมพี่ค่ะ...แต่เราไม่ชิปเตรักษ์หรอก!!!!!!!!!!
    #1251
    0
  8. #1250 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 07:07
    ตอนฉากสู้กัน เหมือนจะสลับชื่อตัวละครนิดนึงค่ะ

    ฉากต่อสู้มันส์มาก สนุกเวอร์
    รักษ์นาราโชว์เทพ!
    #1250
    1
    • #1250-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 98)
      20 ตุลาคม 2561 / 10:17
      โอ๊ะ เดี๋ยวดูให้ค่าา ขอบคุณนะคะ ><
      #1250-1
  9. #1249 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 04:21
    ดีแล้วๆ ดีแล้วที่น้องเตยังไม่แข็งไปซะก่อน
    #1249
    0
  10. #1248 MoeLLe (@pianista) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 02:14
    ตอนนี้หันมากรี๊ดเตชินท์แทนแล้วค่ะ กี๊ดๆๆๆๆ แต่ไม่ลงเรือเตรักษ์หรอกนะ เราจะเชียร์เตมาย!
    #1248
    0
  11. #1247 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 00:29
    ไรท์ดับฝันเรือผีเตรักษ์อะ ฮือ อุตส่าจะกรี๊ดที่เขามีโมเม้นกันซะหน่อย แงงงงงง
    #1247
    0
  12. #1246 Yuemoon (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 00:18
    ยัยหนูพูดอะไรกับภาคินทร์อ่ะ สุดย้อดดดด ยัยหนูของพรี่
    เราเดาว่าถ้าเศียรนาคแผ่แม่เบี้ยครบเจ็ดเศียรภาคินทร์น่าจะแข็งแกร่งไร้เทียมทานสุด แต่พอใช้พลังแล้วก็น่าจะตาย...ใช่มั้ย?
    #1246
    0
  13. #1245 Taresia (@taresia) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:55
    แหม่ เลือกไม่ถูกเลยว่าอยู่เรือใครดี เตคินทร์ก็ดี คินทร์รักษ์ก็ดี คินทร์ชลินทร์ก็ดี
    เตมายก็ดี ญาติผู้พี่ของฝาแฝดดินไฟกะเตก็ไม่เลว แต่หลักๆ น่าจะเตคินทร์นะ
    ชอบความสัมพันธ์แบบคู่กัด ทะเลาะกับอีกฝ่ายแต่ก็ห่วงหวงอีกฝ่ายจริงๆ
    ของแบบคู่นี้นี่ มีแต่ฉากทะเลาะกันก็ฟินได้ 555
    แต่สนุกสุดตอนอ่านคอมเมนท์หวีดของของชาวบ้านนี่แหละ
    #1245
    0
  14. #1244 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:05

    เดี๋ยวนะ นายจะใช้ลูกเล่นนี้ในการเปลี่ยนชื่อภาคินทร์ให้สอดคล้องไม่ได้ มันเท่เกินไปปป 5555555

    กรีดร้องงงง เลือกเสียสติไม่ถูกระหว่าง นุ้งคินทร์หนูรักษ์ หรือหนูรักษ์พี่เต หรือจะนุ้งคินทร์พี่เตดี แงงงง สนุกอ่ะ รีบแต่งให้จบเดี๋ยวนี้ อยากเปย์แล้วววว

    #1244
    2
    • #1244-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 98)
      19 ตุลาคม 2561 / 22:40
      ไม่ได้ลูกเล่นนน มันบังเอิญญญญ 555 คือชื่อสำรองที่หามามันเหมาะพอดีมาก เปลี่ยนพยางค์เดียวความหมายเปลี่ยนเลย ชอบ แต่ก็ติดชื่อเดิมไปแล้ว แต่ก็เสียดายอุตส่าห์หามา อ๊ะ เอาแบบนี้เลยแล้วกัน

      อยากรีบแต่งให้จบเหมือนกันนนน แง้งงง นี่เพิ่งครึ่งทางเองงง
      #1244-1
  15. #1243 fefefy (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 98)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:54
    ไม่ให้ล่มเตรักษ์นะคะ! //จ้วงไม้พายอย่างเกรี้ยวกร้าด
    #1243
    0