ตอนที่ 96 : ตอนที่ ๘๗ บาปของพลัช

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    3 ต.ค. 61


ตอนที่ ๘๗ บาปของพลัช




สิงขรแทบจะสบถลั่นตอนที่เห็นรักษ์นาราวิ่งหายลับไป



เยี่ยม เขามีแค่หน้าที่เดียว หน้าที่เดียวเท่านั้นที่อินทุภรณ์ผู้ไม่เคยเรียกร้องอะไรไหว้วานมา นั่นคือการพารักษ์นาราไปส่งบ้าน ให้พ้นจากอันตรายและให้ไกลจากทุกปัญหา เขาวิ่งพล่านไปทั่วอยู่นานสองนานกว่าจะพบตัวเด็กสาวและหลานชายกำลังถูกทำร้ายอยู่ที่ด้านนอกสนามประลองโดยผู้ใช้กสิณเตโชคนหนึ่ง



โชคเข้าข้างสิงขรที่ช่วยทั้งคู่ไว้ได้ทันและยังจับตัวผู้ร้ายได้อีกด้วย ความตั้งใจแรกของเขาคือพารักษ์นารากลับไปหาอินทุภรณ์ก่อนจะนำตัวผู้ใช้กสิณเตโชคนนี้ไปยังฐานลับของธีรัชเพื่อสอบปากคำ



แต่ทุกอย่างมันช่างผิดคาดไปเสียหมด



เริ่มตั้งแต่การที่รักษ์นาราวิ่งกลับเข้าไปหาอันตรายและปัญหาเสียเองโดยที่เขาห้ามไม่ทันและไม่อาจตามไปได้เพราะนอกจากจะต้องพยุงหลานชายผู้ใกล้จะล้มมิล้มแหล่ไว้แล้ว เขายังต้องจับตาดูผู้ร้ายไว้อีกด้วย แม้จะแน่ใจว่าตนเองหมัดหนัก แต่สิงขรก็ไม่บ้าพอจะปล่อยตัวอันตรายแบบนี้ไว้เพียงลำพังอยู่ดี



ส่วนความผิดคาดอย่างที่สอง...



“เละเทะอะไรขนาดนี้ ฝีมือนายเองเรอะผู้พลิกธรณี?



คือการตัวปรากฏตัวของปักษาอเวจีและทหารหลวงอีกสามกองร้อย



ร่างสูงซึ่งมีแก้มตอบผิวปากหวืดเมื่อเห็นความเสียหายรอบด้าน ต้นไม้หักโค่น ยอดหญ้ามอดไหม้ หน้าดินกระจุยขึ้นมาจากแรงระเบิด ซึ่งทั้งหมดเป็นผลจากการปะทะกันระหว่างตุลย์และชายปริศนาคนนี้ล้วนๆ สิงขรมาทันแค่ช่วงท้ายตอนเจ้านั่นกำลังเดินมุ่งไปทางรักษ์นาราเท่านั้นจึบรีบฉวยโอกาสทำการจับกุมไว้



แม้จะแปลกใจไม่น้อยกับการที่อีกฝ่ายไม่ได้ดิ้นรนสู้กลับมาเลยสักนิด ทว่าความกังวลเนื่องจากเห็นตุลย์นอนหายใจรวยรินมีมากกว่าสิงขรจึงเลือกจะมองข้ามมันไป



 “อย่างน้อยฉันก็ยังเลือกจะทำอะไรบ้าง ไม่ได้วิ่งหนีหางจุกก้นเหมือนใครบางคน” สิงขรจำได้ดีว่าทันทีที่ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้น ปราณนต์ก็หายตัวไปเลย ไร้ร่องรอยไร้คำบอกกล่าว ทิ้งให้อดีตปัญจราชศาสตราอย่างเขาและนาคครามรับมือทุกอย่างกันอยู่สองคน



“เฮ้ๆ อย่ากล่าวหากันสิ ก็อุตส่าห์พาพวกเจ้ากรมง่อยๆ ที่สู้ไม่เป็นไปส่งให้จะได้ไม่เป็นภาระแล้วไง นายนี่ยังเรื่องเยอะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”



ปราณนต์แก้ต่างเป็นพัลวัน แต่จากรูปประโยคก็ชัดเจนว่าเจ้าตัวแค่ทำไปตามหน้าที่เพื่อไม่ให้ถูกเบื้องบนดุเท่านั้น ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยว่าชาวนิวารินคนอื่นๆ จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง



“อีกอย่างนะ...” ปักษาอเวจีเอ่ย ทั้งยังเบี่ยงตัวเผยให้เห็นร่างบางของหญิงสาวในชุดสีโทนแดงอีกคนหนึ่ง แขนขวาซึ่งเต็มไปด้วยแผลไฟลวกถูกบดบังด้วยผ้าปักลายเปลวเพลิงอันวิจิตร “ฉันเอาสถานการณ์ไปรายงานให้โกมุทฟังแล้ว และเขาบอกให้พาวิชุดามาช่วยด้วยอีกแรง”



สิงขรพยายามระงับอาการตื่นตกใจอย่างเต็มความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้นำหญิงแห่งสกุลเตโชเดินไปหยุดอยู่หน้าคนร้ายซึ่งยังสลบอยู่ในพันธการจากปฐวี เธอนิ่งพินิจชายคนนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนดวงตาสีถ่านคุไฟคู่คมจะเลื่อนไปกวาดมองรอบๆ แทน



“ดูไม่เหมือนการปะทะกันระหว่างดินและไฟเท่าไรเลยนะ” วิชุดาตั้งข้อสังเกต แต่สิงขรตระหนักได้ดีว่ามีความคาดคั้นแฝงมาในนั้นด้วย ตุลย์หลบไปซ่อนด้านหลังและกำชายเสื้อของเขาไว้แน่นในจังหวะเดียวกัน



“ก็เพราะเป็นไฟกับไฟน่ะสิ” สิงขรตอบไปตามตรง “ตุลย์เป็นคนต้านเจ้าหมอนี้ไว้ก่อนที่ฉันจะมาถึงและจัดการมันลงได้”



“งั้นขอถามผู้พลิกธรณีหน่อยได้ไหมว่าออกมาทำอะไรไกลถึงตรงนี้กัน แล้วหลานอีกคนไปไหนเสียละ?



สิงขรมองสบดวงตาสีถ่านคุไฟของวิชุดาอย่างไม่ลดละ เขาแสร้งเลิกคิ้วสูง ทว่าความขุ่นมัวในน้ำเสียงเป็นของจริง



“สรุปว่าโกมุทเรียกเธอมาเพื่อแค่นี้สินะ? เพื่อสอบปากคำลุงแก่ๆ อย่างฉันที่พยายามจะช่วยชีวิตหลานมากกว่าปักหลักปกป้องชาวบ้านตาดำๆ แทนพวกเธอที่หายหัวไปไหนไม่รู้ตั้งนานสองนาน เพื่อเธอลืมไปนะวิชุดา แต่ฉันไม่ได้เป็นปัญจราชศาสตราอีกแล้ว รวมทั้งไม่ใช่ข้ารองบาทโกมุทด้วย ฉันจะเลือกทำอะไรหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของฉัน ส่วนเธอเองก็เรียงลำดับความสำคัญหน่อยไหม ว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรทำอะไรก่อนอะไรหลังกันแน่”



ปราณนต์ยืนกอดอกรอด้วยดวงตาเป็นประกายอยู่เบื้องหลัง ท่าทางคงอยากชมมวยระหว่างอดีตปัญจราชศาสตรากับคนที่ปฏิเสธตำแหน่งปัญจราชศาสตราเต็มแก่แล้ว ทว่าวิชุดาไม่ได้หลงกลง่ายๆ ปานนั้น ผู้นำหญิงคนที่สามแห่งสกุลอัคคีหรี่ตามองเขาอย่างจับผิดอยู่อีกครู่ก่อนจะหันไปสั่งกับนายทหารด้านหลัง



 “เอาตัวนักโทษไปไว้ที่ห้องขังหลักของเรือนวัชริศ ฉันจะตามไปสอบปากคำทีหลัง ส่วนผู้พลิกธรณีกับหลานชาย...” วิชุดาหลุบมองตุลย์ในช่วงท้ายของประโยค ไม่ใช่สายตาจับผิดแบบที่ใช้กับสิงขร แต่เป็นความชื่นชมปนมาดหมาย จนเกือบคล้ายต้องการจะครอบครอง



บางทีสิงขรอาจจะทำพลาดไปเสียแล้วที่เอ่ยไปตามตรงว่าตุลย์คือคนที่สู้กับชายคนนี้ เพราะท่ามกลางเขม่าควันและเถ้าถ่าน การที่เด็กชายรอดมาได้นั้น ย่อมแปลว่าเขาคือเพชรในตมอย่างแท้จริง เพชรซึ่งเหล่าวัชริศนิยมชมชอบนำมาเจียระไนเพื่อให้กลายเป็นอาวุธของสกุล

              


  “พาไปส่งที่โรงหมอแล้วเฝ้าไว้ด้วย ธุระระหว่างเรายังไม่จบแค่นี้หรอกนะ” ร่างโปร่งบางในชุดโทนแดงเดินเลยผ่านเขาไปอย่างรวดเร็ว ปราณนต์ส่งเสียงแสดงความเสียดายออกมาเล็กน้อยที่ไม่มีการปะทะใดเกิดขึ้นก่อนจะตามไปติดๆ เช่นเดียวกับเหล่าทหารหลวงทั้งสามกองร้อยซึ่งล้วนเป็นผู้ใช้กสิณมากฝีมือ



                คนของวิชุดายังคงปักหลักอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ท่าทางไม่ได้คุกคามแต่ก็ไม่ได้นอบน้อม สิงขรแบกตุลย์ซึ่งยังโรยแรงอยู่มากขึ้นหลังแล้วออกเดินตามผู้ใช้กสิณเตโชในชุดทหารหลวงไปอย่างไม่มีทางเลือก



                “แล้วพี่รักษ์ละครับ เขาจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม” เจ้าหลานชายกระซิบถาม คิ้วของสิงขรขมวดแน่นไม่มีท่าทีว่าจะคลายตัวลงได้ง่ายๆ เขาอยากจะบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก เพราะในนั้นยังมีทั้งวิรุณและพลัชอยู่ ทว่าทั้งเจ้าผู้ร้ายที่เขาจับได้ ยักษ์ดินเหนียว นกแสกตายซาก และยอดน้ำแข็งที่ปรากฏเสียดแทงท้องฟ้าคอยทิ่มต่ำให้ไม่อาจพูดเช่นนั้นได้ง่ายๆ



                สุดท้ายแล้วสิงขรจึงทำให้เพียงปลอบประโลมทั้งตนเองและตุลย์อย่างขอไปที



                “ก็ได้แต่หวังว่าแบบนั้น”








 

                พิมายเกือบแน่ใจแล้วว่าตนต้องตายจากการขาดอากาศแน่ๆ



                จนกระทั่งนึกขึ้นมาได้ว่าเธอมีมีดเล่มหนึ่งเหน็บอยู่ที่ขอบโจงกระเบน มีดสั้นที่นภันต์ปาใส่เธอในการประลองเมื่อเช้า มีดที่เธอเก็บไว้เพื่อนเตือนตนเองว่าสามารถก้าวข้ามความเจ็บปวดและรอยแผลเมื่อครั้งอดีตมาได้สำเร็จแล้ว เด็กสาวหยิบมันขึ้นมาแล้วแทงเข้าใส่ข้อมือของบูร์จินสุดแรงก่อนจะกระชากออก



                ฉึก!



                แม้จะไม่เปล่งเสียงแสดงความเจ็บปวด ทว่าสีหน้าที่บิดเบี้ยวและการที่เขาปล่อยมือจากลำคอของเธอทันทีทำให้พิมายแน่ใจแล้วผู้ชายคนนี้ยังเจ็บได้ตายเป็นเหมือนเช่นปุถุชนทั่วไป



ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น เด็กสาวก็ย่อตัวลงคว้าพัดขึ้นมา เธอสะบัดข้อมือส่งวาโยธาตุขึ้นไปปะทะใบหน้าของบูร์จิน ไม่รุนแรงพอจะทำให้ร่างสูงสี่ศอกสะเทือนหรอก ทว่าทำให้กระแสลมรอบด้านแปรปรวนจนรบกวนวิชามังสาแห่งสายลมได้แน่นอน นี่พอจะซื้อเวลาให้เธอได้บ้าง



ผ้าปิดตาของเขาปลิวล่องหายไปอย่างรวดเร็ว ดวงตากลวงโบ๋ทั้งสองข้างจึงปรากฏชัด พิมายเผลอกลืนน้ำลายเอื้อกในขณะที่ดีดตัวหนีไปทางพลัช เธอคว้าคอเสื้อของผู้เป็นพ่อไว้ พยายามฉุดดึงให้เขาลุกยืนแต่ก็ยังมิวายใช้คำพูดกระแซะอย่างลืมตัว



“หนีเร็วพ่อ นี่ไม่ใช่เวลามานอนนะ!



พลัชตะเกียดตะกายขึ้นมาอย่างยากลำบาก จากท่าทางถ้าไม่ใช่กระดูกหักก็คงช้ำในสาหัสไม่น้อย ทันใดนั้นเด็กสาวก็สัมผัสได้ถึงกลุ่มของวาโยธาตุอันรุนแรงที่พุ่งมาทางเธอ



วูบ!!



พิมายขยับตัวแต่ช้ากว่าพลัชมากนัก พ่อพลักเธอออกไปพ้นทาง สายลมที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดจึงเฉือนเข้าที่หัวไหล่ขวาอันเป็นแขนข้างที่ถนัดของเขาเข้าเต็มๆ เลือดสาดกระจาย พลัชร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เช่นเดียวกับพิมาย



“พ่อ!!” เธอปราดเข้าไป สองมือสั่นระริกอยู่เหนือแผลกว้างอย่างทำอะไรไม่ถูก จากหางตาพิมายเห็นว่าบูร์จินกำลังย่ำตรงมาหา เขากุมข้อมือขวาไว้แน่นแต่ถึงกระนั้นเลือดก็ยังหยั่งหยดลงมาตามซอกนิ้วได้อยู่ดี ท่าทางมีดสั้นของพิมายจะปักลึกลงไปมิใช่น้อย



“เล็งหัวแท้ๆ พลาดไปไกลจริงๆ” บูร์จินพึมพำบ่น พิมายตัดสินใจกระชากผ้าไหมออกจากตัวพัดเพื่อนำมาพันกดห้ามเลือดให้ผู้เป็นพ่อ ไว้เธอค่อยแก้ตัวกับแม่ทีหลังเรื่องที่ทำอาภรณ์เก่าแก่มากคุณค่าเสียหาย แต่ตอนนี้ขอเธอพยายามรักษาชีวิตพ่อไว้ก่อน



พิมายทำแผลแค่ลวกๆ ก่อนจะคว้าพัดขึ้นมาทั้งมือเปื้อนเลือดแล้วตั้งท่าสู้ เด็กสาวตระหนักได้ดีว่าอีกฝ่ายมีฝีมือเหนือกว่าเพียงใดอาจเพราะแบบนั้นปลายนิ้วของเธอจึงสั่นระริกอย่างไม่อาจห้ามได้



“ใจกล้าดีจริงๆ” ดวงตากลวงเปล่าที่ไร้เปลือกตาจับจ้องมาทางเธอ “เหมือนพ่อเธอสมัยหนุ่มๆ ไม่มีผิด เธอได้ดวงตาของเขามาด้วยหรือเปล่าแม่หนู สีม่วงเข้มเหมือนลูกหว้าที่กลายเป็นสีน้ำเงินใต้แสงจันทร์”



“แกต้องการอะไรจากพ่อกันแน่?!



ทว่าบูร์จินไม่ได้ตอบคำถามนั้น ไม่เชิงเสียทีเดียว



“พาจาลเคยเล่าให้ฟังไหมว่าทำไมเขาถึงจากแคว้นบ้านเกิดมา”



พิมายควรจะนิ่งเงียบ เธอไม่ควรจะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายเลยจริงๆ บางอย่างในน้ำเสียงของบูร์จินทำให้พิมายแน่ใจว่าเธอจะต้องไม่ชอบในสิ่งที่ได้ยินแน่ๆ ทว่าความหงุดหงิดผสมหวาดหวั่นทำให้เธอทนไม่ไหวจนต้องสวนกลับไป



“ฉันถามว่าแกต้องการอะไรจากพวกเรา!



“แปลว่าไม่สินะ” ร่างสูงกว่าสี่ศอกหยุดเท้าลงในที่สุด เขาเอียงศีรษะมาทางพลัชผู้หมอบคลานอยู่บนพื้นเบื้องหลังพิมาย “แน่อยู่แล้วนั้นเป็นบาปมหันต์ที่สุดในชีวิตนายเลยนี่น่าพาจาล ลูกสาวนายต้องไม่รู้อยู่แล้ว แล้วผู้หญิงคนนั้นที่นายเรียกเป็นภรรยาละ เคยคิดจะบอกเธอบ้างไหมว่านายทรยศพวกพ้องแล้วหนีเอาตัวรอดมาด้วยวิธีไหน ว่านายควักลูกตาของฉัน คนที่นายนับถือเยี่ยงพี่น้องออกมาเพียงเพื่อรักษาหัวของตัวเองไว้”



“อะไรนะ?” แรกเริ่มพิมายคิดว่าเธอหูฟาด สิ่งต่อมาที่เธอคิดคือผู้ชายคนนี้กำลังโกหก ทว่าเมื่อหันไปเห็นสีหน้าของพ่อ ความเจ็บปวดปนรู้สึกผิด คล้ายสีหน้าที่นภันต์ทำเป็นครั้งคราวหลังการกลั้นแกล้งจบลง พิมายตระหนักได้ในทันทีว่าสิ่งเธอได้ยินคือความจริง “พ่อ...”



“ฉันเข้าใจดีว่านายโกรธแค้น แต่ฉันทำไปเพราะมันจำเป็น นายทำให้ฉันไม่มีทางเลือก” พลัชกลืนกลบความรู้สึกทั้งหมดลงไปอีกครั้งในขณะที่ยันตัวขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เขาแตะไหล่ของพิมายเพื่อบอกให้เธอถอยไปหลบอยู่ด้านหลังแล้วก้าวมาเผชิญหน้าแทน



“แต่ทั้งชาวบ้านหรือแม้แต่ลูกสาวฉัน พวกเขาไม่ได้รู้อะไรด้วย ปล่อยพวกเขาไปเถอะบูร์จินแล้วค่อยมาระสางหนี้แค้นระหว่างเราให้จบๆ ไป อย่าให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้เลย”



“แค้นงั้นเหรอ?” บูร์จินเลิกคิ้วสูง เขาดูประหลาดใจในคำพูดของพลัชไม่น้อยจนเกือบคล้ายจะเป็นการเหยียดหยันในความคิดอันตื้นเขิน “เรื่องระหว่างเรามันจบลงไปนานแล้ว การที่เราได้มาพบกันอีกครั้งเป็นแค่ความบังเอิญอันสุดจะหยั่งของบุญกรรมเท่านั้น ฉันไม่ได้รอนแรมมาไกลถึงแคว้นนี้เพื่อตนเองหรอกนะ แต่ฉันมาเติมเต็มความปรารถนาของท่านจ้าวต่างหาก”



“ท่านจ้าว?” พิมายทวนคำนั้นด้วยใบหน้าซีดเผือกในขณะที่พลัชขมวดคิ้ว



“ปากบอกว่าไม่คิดแค้น แล้วทำไมเราถึงต้องมาประจัญหน้ากันด้วยละ?



เหมือนจะยืนยันข้อสันนิษฐานของพลัช เมื่อสายลมรอบด้านเริ่มหมุนวนรุนแรงและเกรี้ยวกราดมากขึ้นเรื่อยๆ โอบล้อมเข้ามาทุกด้านจนทำให้ทั้งพิมายและพ่อถูกกักขังไว้ในวงล้อม เด็กสาวยกมือขึ้นป้องใบหน้ากันฝุ่นทราย ในขณะที่พลัชจ้องเขม็งไปยังสหายเก่า



อีกครั้งที่บูร์จินไม่ได้ตอบคำถามนั้น ไม่เชิงเสียทีเดียว



“หน้าที่ของฉันคือการกันไม่ให้ใครหนีออกจากที่นี่ได้จนกว่าเราจะเสร็จธุระ ประหัตประหารได้หากจำเป็น และในเมื่อฟ้าเบื้องบนเมตตาประทานโอกาสมาให้เช่นนี้ มีหรือที่จะไม่ฉวยคว้าไว้”



บูร์จินปล่อยมือจากบาดแผลที่พิมายทำไว้ เขาแบมือ กางแขนออกไป กระแสลมสงบนิ่งขึ้น เสียงหวีดหวิวหายไป ฝุ่นดินร่วงกลับลงสู่พื้น ทันใดนั้นแขนซ้ายของพิมายก็ถูกบาดด้วยคมมีดที่มองไม่เห็น แผลตื้นจนเกือบเหมือนรอยข่วน ไม่ร้ายแรงแต่กลับทำให้เธอตื่นตระหนักที่สุดนับตั้งแต่ความโกลาหลทั้งหลายเริ่มต้นขึ้น



เพราะไม่เหมือนการโจมตีก่อนหน้านี้ พิมายสัมผัสถึงวาโยธาตุของเขาไม่ได้เลยสักนิด อากาศรอบด้านนิ่งงัน มันเหมือนอยู่ๆ บูร์จินก็เอามีดล่องหนมากรีดเธอยังไงยังงั้น อีกชั่วอึดใจถัดมามีแผลตื้นๆ ปรากฏขึ้นบนแก้มของพลัช ทว่าต่างจากเธอ ท่าทางของพ่อนิ่งขรึมคล้ายคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้



 “อย่าถือโทษกันเลยนะพาจาล มันก็แค่สิ่งที่จำเป็นต้องทำเท่านั้น”





##########

สนทนา : บางทีก็คิดเหมือนกันนะคะว่าถ้าตัดตอนไปดื้อๆ โดยไม่มีทอล์กเนี่ยจะให้อารมณ์ค้างคามากกว่าหรือเปล่า แต่ก็ทำไม่ได้แฮะ ๕๕๕ พิมพ์จนติดไปแล้ว



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #1238 Casper (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 21:25

    หืมมมมมม อยากรู้เลยค่ะว่าความผิดของคุณพ่อคืออะไร ทำไมต้องถึงขั้นควักลูกตาเพื่อนได้ขนาดเน้น้น้น้น้

    #1238
    0
  2. #1229 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 18:01
    ประกาศตามหาจิ้งจอกน้อยที่หายตัวไปค่ะ
    #1229
    1
    • #1229-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 96)
      11 ตุลาคม 2561 / 21:50
      เดี๋ยวพรุ่งนี้อัพให้ ใจเย็นเย้นนนนนนนนน ๕๕๕๕
      #1229-1
  3. #1228 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 12:58
    ขุ่นพ่อดาร์กมาก 5555555
    #1228
    0
  4. #1227 koynijathanya (@koynijathanya) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:09
    รอต่อไปจ้า
    #1227
    0
  5. #1226 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 09:36
    GIFท้ายตอนเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง55555555555
    ทำไมชอบตัดจบให้ค้างอ้ะ!!!!!! :(
    #1226
    1
    • #1226-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 96)
      4 ตุลาคม 2561 / 12:27
      เห็นทุกคนค้างแล้วเราสนุกดี555
      #1226-1
  6. #1225 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 07:21
    ทอล์คก็เป็ยอรรถรสอบ่างนึงค่ะ มีแหละดีแล้ว
    #1225
    0
  7. #1224 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 23:45
    หนูรักษ์ขอให้ปลอยภัยนะลูก พี่คินทร์ช่วยน้องด้วยยยย จริงๆอยากหวังกับพี่เต แต่พี่คนนั้นเข้าเดาอะไรไม่ได้เนอะ เราจะไม่คาดหวัง 555555555
    #1224
    0
  8. #1223 Yuemoon (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:54
    หนูรักษ์กับภาคินทร์ค่าตัวแพงจริงๆ 5555
    #1223
    2
    • #1223-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 96)
      3 ตุลาคม 2561 / 22:44
      พระนางเรามีฉากเด็ดรออยู่ค่ะ ให้เวลาซ้อมนิดหนึ่งอิอิ
      #1223-1
  9. #1222 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 96)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:53

    ฟอกซ์จ๋ามาต่อเร็วๆเถอะ เรารู้สึกว่าตอนนี้สั้นๆไปจริงนะ555
    #เตมาย
    #1222
    4
    • #1222-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 96)
      3 ตุลาคม 2561 / 22:43
      เดี๋ยววว เรือมาจากไหน มีแต่มาย พี่เตยังไม่มา ๕๕๕
      #1222-1
    • #1222-3 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 96)
      3 ตุลาคม 2561 / 22:55
      เกรงแม่สามีคนนี้น่าจะไม่ยอมรับลูกสะใภ้อย่างแรง
      #1222-3