ตอนที่ 92 : ตอนที่ ๘๓ โลกที่พิมายไม่รู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 875
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    18 ส.ค. 61


ตอนที่ ๘๓ โลกที่พิมายไม่รู้จัก




 

                พิมายอยากจะคิดว่านี่เป็นแค่ฝันร้ายตื่นหนึ่งแต่ก็ทำไม่ได้

                


               กลิ่นคาวเลือดมันเข้มคลุ้งเกินไป ภาพของเนื้อหนังที่แหลกเหลวก็ชัดเกินไปเช่นกัน ในช่วงแรกๆ ที่เกิดเรื่องพิมายทำได้แค่ถูกพ่อกับแม่ฉุดกระชากไปทางโน้นทีทางนั้นทีอย่างไร้สติ เธอสัมผัสได้ถึงสายลมกรรโชกที่หมุนวนอยู่โดยรอบ คาดว่าน่าจะมาจากกสิณของพ่อแม่ที่ปล่อยออกไปเพื่อป้องกันตัว เด็กสาวมารู้ตัวอีกทีตอนกำลังถูกพ่ออุ้มลงมาตามขั้นบันได



“พ่อ!! ปล่อยเถอะน่า หนูเดินเองได้” พิมายโวยวาย แต่แทนที่จะยอมตามใจหรือเย้าแหย่กลับเหมือนเคย พลัชกลับกระชับอ้อมแขนแล้วเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีก ความเคร่งเครียดฉายชัดในสีหน้าและดวงตาสีม่วง ขนาดหนวดเคราสีน้ำตาลที่ขึ้นเต็มแก้มและคางยังไม่เคยทำให้เขาดูดุดันมากเท่านี้มาก่อนเลยจริงๆ



ตอนนั้นเองที่พิมายเพิ่งจะสังเกตได้ว่าเธออยู่กับพ่อเพียงสองคนเท่านั้น



“แล้วแม่ละ!? แม่อยู่ไหนน่ะพ่อ! เราต้องกลับไปช่วยแม่นะ”



“แม่เขาล่วงหน้าไปก่อนแล้ว” พลัชตอบเรียบๆ กระโจนพรวดทีเดียวข้ามบันไดสิบกว่าขั้นจนถึงพื้นโดยใช้สายลมช่วยพยุงตัว



“หมายความว่าไงล่วงหน้าไปไหน? ฉิบแล้ว! ยัยรักษ์!!” พิมายเปลี่ยนเรื่องปุบปับเหมือนเคยเมื่อนึกได้ว่าเพื่อนตัวเล็กไม่มีคนคอยปกป้อง ดวงตาสีลูกหว้าหันมองและพบว่าภาคินทร์ยังติดอยู่ในวงล้อมที่กลางเวทีประลองกับเตชินท์ แท่งน้ำแข็งสีขาวและประกายไฟสีดำปรากฏขึ้นมาเป็นระยะๆ



พูดตามตรงเธอไม่ค่อยห่วงเจ้าขี้เก๊กสองคนนั้นเท่าไร เพราะถึงจะเป็นเพียงแค่เด็ก แต่คนหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาวุธสังหารแห่งสกุลเตโชที่เคยผ่านสนามรบมาแล้ว ในขณะที่อีกคนมีพรสวรรค์หายากซึ่งพบได้เพียงหนึ่งในล้าน



ที่พิมายกังวลคือรักษ์นาราซึ่งถูกทิ้งไว้ลำพังอยู่กับเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมถึงสามคนต่างหาก ซ้ำหนึ่งในนั้นยังเป็นวาลุกาพิการที่ไม่สามารถสู้ได้อีกด้วย แล้วดูรอบๆ สิ นี่ไม่ใช่สมรภูมิแล้วแต่เป็นลานเชือดชัดๆ



“ปล่อยหนูลงเดี๋ยวนี้เลยนะ! หนูต้องไปช่วยรักษ์”



“หยุดดิ้นได้แล้วลิงน้อยเดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก” พลัชดุ แต่ไม่เป็นผล เขาถอนหายใจเฮือก จำใจอธิบาย “แม่เขาไปตามหาผู้พลิกธรณีเพื่อขอให้ช่วยแล้ว มีคนระดับนั้นปกป้อง หนูรักษ์กับคู่แฝดยิ่งกว่าปลอดภัยเสียอีกไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า”



“ครูสิง...” พิมายพึมพำ แต่พ่อของเธอไม่ได้ยินและยังคงพูดต่อไป



“ที่น่าห่วงคือพ่อกับหนูมากกว่าว่าจะรอดออกไปได้ครบทุกชิ้นหรือเปล่า”



พลัชว่าพลางยกขาขวาขึ้น ตอกส้นเท้าใส่กลางหลังนกแสกที่บินร่อนเข้ามาใกล้ เสียงกร๊อบที่ดังขึ้นบ่งบอกว่าต้องมีบางอย่างหักอย่างไม่ต้องสงสัย และไม่ใช่เท้าของพ่อเธอแน่ๆ อีกพริบตาพลัชก็หันไปทางยักษ์พยนต์ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ เขาสูดหายใจลึกก่อนจะเป่าลมออกมาทางปาก มันหมุนวน รวดเร็วรุนแรง กลายเป็นเกลียวพายุที่พัดกระแทกยักษ์พยนต์จนเซล้มไปชนตัวข้างหลัง รอยแตกร้าวตามตัวพวกมันแผ่ขยาย ตัวหนึ่งถึงกับขาหลุดไปเลยก็มี



พิมายกรอกตาให้กับการพูดเกินจริงของผู้เป็นพ่อ ด้วยฝีมือระดับนี้ยิ่งกว่ารอดได้หมดทุกชิ้นเสียอีก เผลอๆ คงไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเลยด้วยซ้ำ



พลัชออกวิ่งต่อ ที่ทางออกหลักซึ่งเป็นซุ้มประตูโค้งสูงสองว่ากลับมีผู้คนยืนอออยู่เต็มไปหมดทว่าไม่มีใครขยับเดินไปข้างหน้าแม้แต่คนเดียว สองพ่อลูกมองหน้ากันอย่างงงงัน เสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านดังระงม พลัชวางพิมายลงยืนกับพื้นในที่สุด



ทั้งคู่กำลังเดินแทรกฝ่าเข้าไปตอนที่เสียงกรีดร้องดังขึ้น ทันใดนั้นผู้คนก็แตกฮือ ถอยกรูกันราวกับกำลังวิ่งหนีตาย พิมายถูกคลื่นมนุษย์กลืนจนต้องขยับถอยไปหลายก้าวแต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังอยู่หน้าสุดอยู่ดี มีเพียงพลัชเท่านั้นที่ยังปักหลักอยู่ที่เดิม เพราะแบบนั้นพวกเขาจึงเห็นภาพทุกอย่างได้อย่างชัดเจน



ประตูทางออกกว้างใหญ่ถึงห้าวา แต่กลับโล่งว่างมีผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยืนกอดอกอยู่ คะเนด้วยสายตาพิมายคิดว่าเขาน่าจะสูงกว่าพ่อเธอด้วยซ้ำ ผิวเนื้อเป็นสีทองแดงบ่มแดดกร้านด้วยริ้วรอยของกาลเวลา หนวดเคราครึ้มเป็นตอสั้นๆ เต็มสองแก้มถูกแต่งกันอย่างเป็นระเบียบ เขาสวมเสื้อผ้าดำทั้งตัวตัดเย็บในรูปแบบแปลกประหลาดที่เด็กสาวไม่เคยมาก่อน ซ้ำยังมีผ้าผืนยาวผูกปิดดวงตาอย่างแน่นหนา



และที่แทบของเขาเท้า คือชายคนหนึ่ง...ศพของชายที่ร่างกายถูกเฉือนจนเหวอะแหวะจนทำให้เลือดไหลนองไปทั่ว



“จะไม่มีใครได้ไปไหนทั้งนั้นหากพวกเรายังไม่เสร็จธุระกับที่นี่” ชายที่ยืนกีดขวางทางกล่าว เสียงของเขาแหบลึก ประโยคเหล่านั้นไม่ได้มีคำที่แสดงความโหดร้ายหรือข่มขู่เลยแม้แต่ครึ่งคำ ทว่ากลับทำให้ทุกคนแต่ได้ยืนนิ่งไม่ก็มองหน้ากันเลิกลั่กไม่กล้าขยับตัว



ทางออกอยู่ตรงหน้า ใกล้แค่นี้เองแต่กลับผ่านไปไม่ได้



“ไม่จริง” พลัชครางกระซิบกับตนเอง พิมายเห็นผู้เป็นพ่อกำมือแน่น กล้ามเนื้อสั่นเกร็งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พลัชสาวเท้าไปข้างหน้าอย่างลืมตัวส่งผลให้ผู้ชายคนนั้นเริ่มขยับตัวเช่นกัน มันราวกับว่าเขามองเห็นการเคลื่อนไหวของทุกคนทั้งที่ดวงตาถูกซ่อนปิดไว้ด้วยผ้าผืนยาว



พิมายเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นก็สักเช่นกัน



“นายตายไปแล้ว ฉันเห็นนายตายกับตา แล้วทำไมกันบูร์จิน!! ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้!!



รอยสักรูปปีกนกที่เริ่มจากสะบัก เหยียดกางมาจนเต็มแขน เหมือนกับที่พ่อของเธอมี ต่างแค่ในขณะที่พลัชสักทั้งสองแขน ผู้ชายคนนั้นกลับมีแค่ที่ไหล่ขวาเท่านั้น



“เสียงแบบนั้น...อย่าบอกนะว่า...” ชายที่ถูกพ่อเรียกว่าบูร์จินเลิกคิ้ว ท่าทีของเขาดูประหลาดใจไม่แพ้กันจนถึงกับเผลอคลายแขนที่กอดไขว้ออก จังหวะนั้นเองที่มีคนอาจหาญ หญิงสาวซึ่งอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนวิ่งพรวดไปข้างหน้า หมายจะฝ่าไปยังประตูทางออกโดยอาศัยจังหวะที่ยามเฝ้ากำลังถูกหันเหความสนใจ



“ไม่ อย่า!!” พลัชกรีดร้อง ยื่นมือออกไปจะคว้าห้าม แต่ไม่ทัน เธอและลูกน้อยวิ่งผ่านเลยทั้งพลัชและบูร์จินไปแล้ว แต่เพียงอีกแค่ก้าวเดียวก่อนที่พ้นเขตประตู ร่างของหญิงสาวก็ล้มลง รอยกรีดนับสิบปรากฏขึ้น เลือดหลั่งหยด นิ่งค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะสาดกระจายไปทั่ว



มีเพียงเสียงร้องอย่างแตกตื่นจากชาวบ้านพร้อมกับการที่ทุกคนพร้อมใจกันถอยกรูไปข้างหลังอีกหลายก้าว เด็กน้อยในอ้อมแขนมารดาไม่เปล่งเสียง เป็นไปไม่ได้ที่เด็กซึ่งยังไม่ประสีประสาขนาดนั้นจะไม่ร้องไห้เว้นเสียแต่ว่า...



พิมายถึงกับยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ ชายที่ถูกพ่อเรียกว่าบูร์จินแทบไม่ได้ขยับด้วยด้วยซ้ำ แต่กลับฆ่าคนที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างง่ายดาย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังฆ่าแม้กระทั่งเด็กเล็กได้โดยไม่ลังเลสักนิด



พลัชกำมือแน่น ดวงตาสีลูกหว้าวาวโรจน์ สีหน้ากราดเกรี้ยวถมึงทึงอย่างที่พิมายไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อของเธอจะมีได้ และดูเหมือนยังมีอีกมากมายเกี่ยวกับพ่อที่เธอไม่เคยรู้เช่นกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชื่อที่บูร์จินใช้เรียกพ่อของเธอ



“เจอกันอีกจนได้นะ...พาจาล








 

สิงขรไม่ได้หอบหิ้วเด็กทั้งสองหนีไปทันทีตามที่วิรุณสั่ง



"แล้วรักษ์นารากับเจ้าตุลย์ละ" เขาย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าพลางเอ่ยถามชวินทร์ ติณณ์หมดสติไปได้สักพักแล้วอันเป็นผลมาจากการฝืนใช้กสิณเกินขนาด แต่พูดอีกแง่น่าจะเป็นเพราะความสบายใจที่ได้เห็นว่ามีคนมาช่วยแล้วผสมอยู่ด้วยมากกว่า



"พี่รักษ์วิ่งออกไปข้างนอกก่อนจะเกิดเรื่อง ผมให้ตุลย์ตามไปเพราะดูท่าทางแปลกๆ" ชวินทร์เอ่ยอธิบาย เด็กหนุ่มเผลอห่อไหล่เมื่อเสียงกึกก้องกัมปนาทดังขึ้น มันคือเสียงของหินที่แตกตัวออกเพราะถูกนาคราชจำลองจากอาโปธาตุรัดพัน วิรุณยืนอยู่เพียงลำพังทามกลางซากแตกหักที่เคยเป็นอสุราดินเหนียว เขาทำลายพวกมันไปถึงห้าตัวแล้วด้วยกันทั้งที่เพิ่งปรากฏตัวได้เพียงบาทเศษๆ เท่านั้น



ตอนแรกสิงขรตั้งใจจะย้อนถามว่าแปลกอย่างไร แต่ก็ฉุกคิดได้ว่ามันไม่มีอะไรโยชน์อะไรกับเขา หน้าทีที่นภาวดีไหว้วานมาคือการพาเด็กสาวไปส่งบ้านให้ได้อย่างปลอดภัย ส่วนหน้าที่ที่เขาต้องทำคือการปกป้องเจ้าหลานตัวแสบทั้งสอง ซึ่งตอนนี้เขาเพิ่งทำสำเร็จแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น



"ทางไหน" ผู้พลิกธรณีจึงเลือกคำถามใหม่ สนามสัตตบงกชมีประตูทางเข้าออกอยู่หลายทางก็จริง ทว่าที่เป็นประตูหลักขนาดใหญ่จริงๆ มีแต่ที่ทิศเหนือกับใต้เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นประตูขนาดเล็กที่ไม่ค่อยมีใครใช้งานเท่าไรนัก และชวินทร์ได้ชี้มืออันสั่นระริกไปทางตะวันตก



สิงขรยืดตัวขึ้นพลางตะโกนบอกวิรุณ



“รักษ์นาราไม่อยู่ที่นี่!! ฉันจะไปตามหาเธอ ฝากนายดูตรงนี้ไปก่อนแล้วกัน



แม้เจ้าตัวไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่การที่พญานาคจำลองอ้าปากแสยะเขี้ยวมาให้ก็ดูจะเป็นการบอกกลายๆ ว่ารับทราบแล้วได้ดีไม่แพ้กัน ทว่าในขณะที่กำลังจะเดินไปชวินทร์ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้นเอื้อมมือก็มารั้งชายกางเกงเขาไว้เสียก่อน



"คุณจะทิ้งพวกผมไว้ตรงนี้ไม่ได้นะ ติณณ์หมดสติไปแล้วและผมเองก็ไม่มีพลัง" สายตาของเด็กหนุ่มเจือไปด้วยความกลัว ถ้อยคำที่ซุกซ่อนอยู่ในประโยคเหล่านั้นคือถ้าคุณไปพวกผมต้องตายแน่ๆ



"ฉันไม่ได้ทิ้งขว้างพวกเธอสักหน่อย เจ้าวิรุณก็ยังอยู่ตรงนี้ทั้งคน นั่นน่ะนาคราชครามเชียวนะ อดีตปัญราชศาสตราแห่งอาโป ผู้นำสกุลหลักชลัชพงษ์ เธอไม่เป็นอะไรหรอกน่า"



สิงขรบุ้ยใบ้ไปทางคนที่กำลังวาดมือดึงมวลน้ำให้กลับมาเป็นรูปพญานาคตามเดิมหลังจากถูกยักษ์พยนต์รุมฉีกทึ้งไป น้ำเสียงของเขาโอ้อวดแต่ก็มีความประชดแฝงอยู่ ชัดเจนว่าอยากจะปลอบใจเด็กหนุ่มแต่ก็ดูจะทำได้ไม่ดีเท่าไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องมาเยิ่นยอคนที่ไม่ชอบหน้า



"คุณไม่ถามสักคำว่าผมเป็นใครทำไมมาอยู่กับหลานชายคุณได้"



คำวิเคราะห์ที่ดูจะไม่เข้ากับความวุ่นวายรอบด้านของชวินทร์ทำให้สิงขรถึงกับลืมตัวเลิกคิ้วสูง



"คุณถามผมทันทีว่าพี่รักษ์ไปไหน มันแปลว่าคุณรู้ว่าผมมีความสัมพันธ์ยังไงกับพี่เขาและหลานๆ ของคุณ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องรู้สิว่าผมกับผู้ชายคนนั้นเป็นอะไรกัน เขาไม่ช่วยผมหรอก ไม่มีวัน เพราะฉะนั้นผมขอร้อง พาผมไปด้วยที จะเป็นที่ไหนก็ได้ ปล่อยทิ้งไว้ข้างทางก็ได้ แค่พาผมไปจากตรงนี้ที"



เกือบลืมไปเลยว่าเด็กนี่เป็นลูกศิษย์ธีรัช ฉลาดและช่างสังเกต ถึงเขาจะแกล้งเล่นละครทำเป็นไม่รู้เรื่องไปชวินทร์ก็คงมองออกอยู่ดี สิงขรเลยถอนหายใจเฮือกพลางเอื้อมมือไปลูบต้นคอด้วยท่าทีลำบากใจไม่น้อย นี่ขนาดเขาคิดว่าตนเองเป็นผู้ปกครองที่แย่แล้วนะ แต่วิรุณกลับเป็นพ่อที่ห่วยแตกกว่าหลายเท่าเลยทีเดียวเมื่อดูจากความเข้าใจที่ลูกชายทั้งสองมีให้



“โทษทีไอ้หนู” ทว่าสุดท้ายอดีตปัญจราชศาสตราแห่งปฐวีก็เลือกที่จะตัดรอนกล่าวพร้อมถอยเท้าหนี “ฉันจะไม่พูดปลอบเธอด้วยประโยคกลวงๆ อย่าง ไม่มีพ่อคนไหนไม่รักลูกหรอกนะแต่ฉันรับรองได้เลยว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้มาปรากฏตัวที่นี่ในฐานะพ่อที่ต้องการจะปกป้องลูกแน่นอน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาต้องรีบแจ้นไปกลางเวทีประลองเพื่อช่วยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่มีเพียงคนเดียวไปแล้ว”



สิงขรรู้ตัวดีว่าคำพูดของเขามันโหดร้าย แต่ในขณะเดียวกันมันก็กระตุ้นให้ชวินทร์คิดได้ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากพื้น ดวงตาสีวังน้ำวนสานสบกับสีน้ำตาลไหม้ 



“เขามาที่นี่เพราะครั้งหนึ่งเขาเองก็เป็นปัญจราชศาสตราเช่นเดียวกับฉัน อาวุธของราชันที่ให้สัตย์สาบานว่าปกป้องแคว้นและผู้คนจากทุกภยันอันตราย เขาจะปกป้องเธอแน่นอนฉันให้สัญญา ไม่ใช่เพราะเธอเป็นลูกที่เขาเลือกจะทอดทิ้งไปอย่างที่เธอเข้าใจ แต่เพราะเธอเองก็เป็นประชาชนคนหนึ่งของแคว้นนิวารินเช่นกัน”



ราวกับจะยืนยันในคำพูดของสิงขรเมื่อเด็กสาวคนหนึ่งถอยเท้ามาชนชวินทร์เข้าพอดี ร่างผอมหันมอง ก่อนจะพบว่ารอบข้างที่เคยว่างเปล่าเต็มไปด้วยผู้คนที่ถูกนาคราชจากอาโปธาตุตัวที่สองและสามซึ่งเพิ่งถูกสร้างกวาดต้อนเข้ามารวมกัน



พญานาคทั้งสองเลื้อยวนเป็นวงกลมรอบกลุ่มคนจำนวนรวมร้อย ขดลำตัวและหางเป็นปราการป้องกัน ทั้งยังแยกเขี้ยวใส่ทั้งนกแสกและยักษ์พยนต์ทุกตัวที่ย่างเข้ามาใกล้ ราวกับเป็นการส่งสัญญาณให้วิรุณรับทราบ และวิ่งตรงเข้ามาพร้อมดาบในมือได้อย่างทันท้วงที



แทนที่จะทำให้สบายใจมากขึ้น ชวินทร์กลับกำมือแน่น



“สักวัน” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นระริก “สักวันหนึ่งผมจะทำให้ตัวเองมีคุณค่ามากพอ ผมจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกมองข้ามและรอดตายมาได้แค่เพราะบังเอิญได้รับการปกป้อง ผมจะเป็นคนสำคัญที่ทุกคนต้องพยายามถวายหัวที่จะปกป้องให้ได้ จำคำพูดผมไว้ให้ดี”



สิงขรแสยะยิ้ม สีหน้าของเขาทั้งระอา อ่อนอกอ่อนใจและตื่นเต้นไปพร้อมๆกัน



“ช่างเป็นประโยคที่โอหังและโง่เขลาอะไรขนาดนี้”



โอหังเพราะว่าต่อให้เป็นถึงสมาชิกสกุลหลักเด็กหนุ่มก็เป็นเพียงวาลุกา การถีบทะยานตนเองจากคนไร้ค่าที่สังคมไม่ยอมรับให้กลายไปเป็นบุคคลสำคัญที่แคว้นขาดไม่ได้ช่างฟังดูเป็นอะไรที่เกินตัวจนฟังไม่น่าเป็นไปได้เสียเหลือเกิน 



โง่เขลาเพราะเด็กหนุ่มไม่เคยตระหนักได้เลยว่า ณ  ตอนนี้มีคนที่โง่เขลายิ่งกว่ากำลังถวายหัวเพื่อปกป้องเขาให้ได้อยู่แล้ว



“แต่ฉันชอบนะ แล้วฉันจะรอดูวันนั้นแล้วกันไอ้หนู”



สิงขรทิ้งท้ายไว้เช่นนั้นในขณะที่ล้วงสองมือเข้ากระเป๋ากางเกง เขาบงการแท่นดินให้ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าเพื่อดีดตัวเขาขึ้นสู่กลางอากาศก่อนจะร่อนลงบนศรีษะของยักษ์พยนต์ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด ทันทีที่ฝ่าเท้าซึ่งหุ้มด้วยรองเท้าสานโดนอสุราดินเหนียวก็บังเกิดเสียงดังสนั่น ส่วนศีรษะของมันยุบลงไปทันทีเหมือนถูกค้อนทุบ ร่างนั้นโงนเงนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะล้มลงไปทางทิศตะวันตก ย่นระยะทางให้คนที่ยังมีภารกิจติดค้างได้อีกมากโข



ร่างสูงซึ่งสวมเสื้อสีเหลืองก้าวลงมาจากฐานคอของยักษ์พยนต์ด้วยท่าทีสบายๆ คล้ายออกมาเดินเล่น สองมือยังไม่ได้ล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้วยซ้ำไป ชายหนุ่มแหงนหน้ามองท้องฟ้า หมู่เมฆมืดครึ้งทำให้ยากที่จะคะเนเวลาได้ แต่คิดคร่าวๆ เขาน่าจะมีเวลาอีกราวๆ ห้าถึงหกบาทได้ก่อนที่นภาวดีซึ่งเล็ดลอดหนีไปจากสนามสัตตบงกชได้แล้วจะตามตัวอินทุภรณ์และพรรคพวกมาได้



ต้องเร่งมือแล้วก่อนที่ความวุ่นวายจะคืบคลานไปถึงตัวรักษ์นารา





##########

สนทนา : เหมือนที่ทุกคนเดาไว้ในช่วงแรกๆที่ท่านจ้าวโผล่ออกมา บูร์จินกับพลัชรู้จักกันมาก่อนค่ะ(หลักฐานทนโท่ขนาด lol) 


ปล. จะหวีดจะทวงติดแฮกแท็ก #รักษ์นารา ไม่ก็ #FoxxTrot มานะคะ บางทีที่ไม่ได้ไลค์หรือรีทวิตตั้งแต่แรกไม่ใช่ไม่อ่านนะ เพราะทวิตมันไม่ยอมโชว์ต่างหาก ต้องผ่านไปสองสามวันถึงจะมาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม นี่คือแบบ ไถแท็กทุกวันไงเลยรู้ //ไอ้นกฟ้าบ้าแกทำให้ชั้ลดูแย่



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

1,494 ความคิดเห็น

  1. #1191 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 10:22
    ค้างงงงง
    #1191
    0
  2. #1183 @zilch (@zilches) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 16:58

    รอเจ้าค่ะ
    #1183
    0
  3. #1181 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 06:15
    วินทร์ หนูลูก เป็นลูกคนซึนต้องทัมใจนิสนึงงงงงง ชอบความลงตัวของรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ 55555555

    จนคูมฟอกซ์จะลงตอนใหม่(?) อีกรอบแล้ว เก๊าเพิ่งว่างมาอ่าน 55555555
    #1181
    0
  4. #1180 Spirit Of Shadow (@shadowbeast) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 12:15

    สนุกมากครับ

    #1180
    0
  5. #1179 แอนัสเตเชีย (@AyaShii) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 14:26
    หนูรักษ์อยู่ไหนนนนน
    #1179
    0
  6. #1178 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 08:10
    ฮือ น้องรักษ์ของพี่ไปอยู่ที่ไหนเนี่ยลูก รีบออกมาเร็ววว พี่เป็นห่วงงง
    #1178
    0
  7. #1177 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 07:12
    จุดนี้ตื่นเต้นมากค่ะ แทบรอตอนต่อไปไม่ไหว ได้แต่ร้องว่าเอาอีกๆ
    #1177
    0
  8. #1176 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 22:27
    ขุ่นพ่อพลัชยังคงหล่ออยู่เสมอ----- ณ จุดๆนี้ทุกคนแลดูวุ่นวายไปหมดเลย//ยกเว้นลุงสิงไว้คนนึงละกัน=3= แลดูชิลหนักมาก ชิลคนเดียว555
    รอแม่อินท์มาโชว์ความเทพอยู่นะฮับ!!!!
    #1176
    1
    • #1176-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 92)
      18 สิงหาคม 2561 / 23:19
      ชายวัยกลางคนในเสื้อลายฮาวายสามารถชิลได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้วค่ะ ๕๕๕๕
      #1176-1
  9. #1175 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 22:17
    น่าสนุกขึ้นเรื่อยๆเลยฮืออ
    /ชื่อตอนนี้ต่างจากปกติปะคะ5555555
    #1175
    4
    • #1175-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 92)
      18 สิงหาคม 2561 / 22:19
      ต่างค่ะ เริ่มจนปัญญาจะตั้งแล้ว ตอนแรกไม่คิดว่าจะลากยาวมาเกือบร้อยตอนได้ขนาดนี้ //ล้องห้าย
      #1175-1
    • #1175-3 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 92)
      18 สิงหาคม 2561 / 22:57
      คราวหลังจะไม่ตั้งเป็นธีมแบบนี้แล้วค่ะ เหนื่อยมาก ๕๕๕
      #1175-3
  10. #1174 Aronon_TA (@tam1100702745046) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 22:03
    ท่านจ้าว พ่อหนูรักษ์​รึป่าว เเต่อาจจะโดนสิง หรือเเก้เเค้นให้เหล่ายักษ์​อะไรเเบบนี้
    #1174
    1
    • #1174-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 92)
      18 สิงหาคม 2561 / 22:19
      โปรดติดตามตอนต่อไปเพื่อรอดูเฉลยค่ะ หุหุ
      #1174-1
  11. #1173 พาราซิป (@f-a-i-r-y) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 21:58
    อยากรู้เเล้วว่าพลังของรักษ์นารามีความสำคัญยังไงงง
    #1173
    1
    • #1173-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 92)
      18 สิงหาคม 2561 / 22:20
      อดใจรอก่อนนะคะ ยังมีอีกหลายปมที่ฟ็อกซ์ยังเฉลยไม่ทัน แง้
      #1173-1
  12. #1172 MLYTH (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 21:53
    อยากรู้เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของอินทุภรณ์อีกอ่าาา
    #1172
    1
    • #1172-1 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 92)
      18 สิงหาคม 2561 / 22:20
      เดี๋ยวได้รู้แน่ค่ะ แต่ยังไม่ใช่เร็วๆนี้
      #1172-1