ตอนที่ 90 : ตอนที่ ๘๑ สนามรบของภาคินทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    23 ก.ค. 61

               


ตอนที่ ๘๑ สนามรบของภาคินทร์




               ท้องฟ้าเบื้องบนกำลังเปล่งเสียงกัมปนาท

                


               เตชินท์เหลือบมองอย่างไม่ชอบใจนัก ดูจากความหนาทึบของเมฆแล้วคงอีกไม่นานก่อนที่ฝนจะโปรยลงมา เด็กหนุ่มคิดพลางเอี้ยวตัวหลบดาบน้ำแข็งขนาดยักษ์ ภาคินทร์โจมตีต่อเนื่องด้วยการตวัดวาดอีกมือที่ว่างอยู่ ดึงกลุ่มน้ำซึ่งนองรอบเวทีขึ้นมาสาดเข้าใส่เขาโดยแปรสภาพให้เยือกแข็งในพริบตา กลายเป็นดังหนามแหลมที่ทิ่มแทงขึ้นมาจากพื้น เตชินท์ตวัดกระบอง เทาะทลายน้ำแข็งอันที่เข้ามาใกล้ก่อนจะหมุนควงอาวุธ ส่งไฟทมิฬไปเผาผลาญที่เหลือ



                ฟู่!



                ไอน้ำลอยล่อง หนามน้ำแข็งเหลือเพียงแค่ตอสั้นๆ เท่านั้น ภาคินทร์รุกไล่เข้ามาด้วยการเหยียบฐานแล้วกระโจนเข้าใส่ เขายกกระบองหยาดโลหิตพรุสูรย์ขึ้นตั้งรับ เสียงเคร้งคร้างเบาๆ ดังขึ้น ในตอนที่ทั้งคู่กำลังยื้อยุดไปมาเตชินท์ก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่ใช่กับคู่ต่อสู้ของเขา แต่เป็นที่บรรยากาศโดยรอบ



                ดวงตาสีถ่านคุไฟเหลือบมองก่อนจะพบว่าบริเวณยอดหลังคาของสนามสัตตบงกชมีนกจำนวนมากมาเกาะอยู่เต็มไปหมด ไม่ใช่แค่นกกระจิบกระจาบขนาดเล็ก แต่เป็นนกขนาดใหญ่อย่างนกแสกจำนวนรวมร้อยที่ชะเงื้อคอเมียงมองราวกับกำลังรอคอยซากศพและการนองเลือด



                แปลกมาก ปกติแล้วช่วงเวลาก่อนฝนตกพวกสัตว์มักจะบินกลับรวงรังกันหมดแล้ว ไม่มายืนเกาะชมการประลองของมนุษย์เช่นนี้หรอก นี่ยังไม่พูดถึงว่านกแสกเป็นสัตว์หากินกลางคืนและเขาไม่เคยเห็นนกแสกในเขตพระนครมาก่อนเลยด้วยซ้ำ



                “มองไปทางไหนของนายกัน!” ภาคินทร์ถอยดาบน้ำแข็งไปแล้วฟาดฟันลงมาใหม่ เตชินท์ทำเพียงเบี่ยงหลบอย่างง่ายๆ ทั้งที่ยังขมวดคิ้วไม่คลาย เขาสวนแทงปลายกระบองที่กำลังลุมท่วมด้วยไฟทมิฬกลับไป ซึ่งภาคินทร์ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการหมุนใบดาบกลับมาปัดป้อง



                และในจังหวะสั้นๆ ที่ทั้งคู่แยกจากกัน บางอย่างก็เริ่มโปรยลงมาจากบนฟ้า



                ตอนแรกเตชินท์นึกว่าเป็นฝนทว่าไม่ใช่ เสียงกริ้กๆ ยามปะทะพื้นและการที่มันกระเด้งกระดอนขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกว่ามันมีน้ำหนักมากกว่านั้น



                ขนาดเพียงปลายก้อย ดูเผินๆ เหมือนเมล็ดพืชทว่ามีสีขาวขุ่น ขอบบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมเหมือนถูกกระเทาะแยกออกมา ยังมีเจ้าวัตถุแปลกประหลาดนี้จำนวนนับพันร่วงโปรยลงมาไม่ขาดสายไปทั่วสนามประลอง พิธีกรทำได้เพียงพากษ์บรรยายอย่างงุนงง กรรมการด้านหลังหันไปปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดว่าควรจะหยุดการประลองไว้เพียงเท่านี้ดีหรือไม่



                ทว่าก่อนที่ทุกคนจะทันได้ทำอะไร เจ้าวัตถุนั้นก็แทรกไชหายไปกับพื้น ทั้งพื้นเวที พื้นหญ้า อัฒจรรย์ หรือแม้กระทั่งก้นคูน้ำ เหล่าผู้ชมเริ่มขยับลุกอย่างแตกตื่น และแล้ว...



                ครืด!!



                พื้นใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน ราวกับกำลังเกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมๆ ท้องฟ้าด้านบนก็เปล่งเสียงคำราม คล้ายจะซ้ำเติมวินาทีอันน่าอกสั่นขวัญแขวนนี้ เตชินท์ที่ปักกระบองลงกับเวทีเพื่อช่วยพยุงตัวเหลือบตามองภาคินทร์ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ความสับสนวาดผ่านใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่แม้จะพยามสะกดกลั้นแต่ก็ไม่อาจเก็บไว้ได้หมด



                ทว่าเพียงไม่ถึงชั่วอึดใจทุกอย่างก็หยุดลง



“อะ...อ่า ดูเหมือนเราจะมีสภานการณ์แผ่นดินไหวเสียแล้วนะครับ” พิธีกรเริ่มประกาศเพื่อควบคุมความวุ่นวายของฝูงชน ดูเหมือนตอนนี้จะเป็นมติเอกฉันท์แล้วว่าควรพักงานประลองผู้ใช้กสิณรุ่นเยาว์ไว้เพียงเท่านี้ก่อน “แต่ไม่ต้องกังวลนะครับ ขอให้อยู่ในระเบียบและเดินเรียงแถวไปยังประตูทางออกที่ใกล้ที่สุด ทางเราได้จัดเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยไว้แล้ว ขอย้ำนะครับว่าไม่ต้องรีบร้อน ให้เดินเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบ....”



ในจังหวะนั้นเองที่ภาคินทร์หันมองไปรอบๆ อย่างร้อนรน



“รักษ์นารา” เขากระซิบเรียกชื่อเด็กสาว และมันส่งผลให้เตชินท์มุ่นคิ้วเข้าหากันมากกว่าเก่า หรือว่านี่จะเกี่ยวเนื่องกับเด็กคนนั้น เพราะต่อให้เหมือนจะเล็กน้อยและดูไม่มีอะไรขนาดไหน แต่ให้มองอย่างไรสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่มีทางเป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติไปได้ มันผิดแผกและแปลกแยก เหมือนตัวตนของเด็กสาวคนนั้นน่ะแหละ



แต่เพียงแค่ภาคินทร์ก้าวเท้าเพื่อจะลงจากเวทีประลอง...



ตูม!! ตูม!! ตูม!!



กรี้ดดดดดดดดดดดดด



พื้นเบื้องหน้าเด็กหนุ่มแห่งอาโปก็ระเบิดออกเป็นหลุมลึก เช่นเดียวกับอีกหลายๆ ที่ทั่วสนามสัตตบงกช สร้างเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังต่อเนื่องเป็นระรอก มือใหญ่โตข้างหนึ่งฝุดขึ้นมา เกาะตะกายขอบหลุมก่อนจะดันร่างนั้นให้ขึ้นมาตาม



มันมีความสูงเกือบสามวา แขนขาลำตัวครบถ้วนดูคล้ายมนุษย์ ร่างกายสีน้ำตาลอมเทาก่อร่างจากดินเหนียวมีรอยร้าวระแหงไปทั่วดังเครื่องเคลือบที่ตกใกล้แตก ดูไปก็คล้ายวิชาหุ่นพยนต์ของภูวนัตถ์ไม่น้อย ทว่าที่ต่างออกไปคือมากด้วยรายระเอียด ตั้งแต่รอยจีบของโจงกระเบน สร้อยสังวาลย์ที่พาดแผ่นอก มัดกล้ามเนื้อแน่นตึง เล็บยาวแหลมทั้งมือและเท้า ไปจนถึงใบหน้าบิดบึ้งซึ่งมีเขี้ยวยาวโง้งงอกออกมาจากปาก







 

“...ยักษ์” ภาคินทร์ครางเรียกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง



แม้จะเพียงดินที่ถูกปั้นเลียนแบบ แต่ด้วยลักษณะเช่นนี้ก็ไม่มีทางมองให้เป็นอื่นไปได้เลย ซ้ำไม่ได้มีแต่ตัวเดียว แต่ยังมีเป็นร้อยซึ่งผุดขึ้นมาทั่วสนามสัตตบงกช เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์ตอนที่สิ่งมีชีวิตจำลองจากในนิทานยกกำปั้นทั้งสองข้างขึ้นหมายจะทุบโจมตีลงมา



ฟู่!!



ตูม!!!



ไฟทมิฬลูกใหญ่พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้าของยักษ์ตนนั้น มันเซถลา รอยร้าวแผ่ขยาย เมื่อตั้งตัวตรงได้ก็ใช้ดวงตาอันว่างเปล่าที่เป็นเพียงร่องลึกโบ๋หันไปทางเจ้าของอัคคีอย่างเตชินท์แทน ภาคินทร์หันตามไปเช่นกัน



ดวงตาสีถ่านคุไฟของเด็กหนุ่มสื่อแทนทุกคำพูดว่า มัวยืนนิ่งอะไรอยู่อยากตายหรือไง



เพราะแบบนั้นภาคินทร์จึงได้สติ เขาแทงพระขรรค์สยบกาลซึ่งห่อหุ้มด้วยพรสวรรค์ลงพื้นเบื้องหน้ายักษ์ตนนั้น ส่งผ่านมวลน้ำและแปรเปลี่ยนให้เป็นแท่งน้ำแข็งจำนวนมากที่ผุดขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้า ร่างใหญ่โตจึงถูกแช่แข็งในพริบตาเดียว เหลือเพียงแขนหนึ่งข้างและมืออีกข้างที่ขยับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า



ทว่าในตอนที่ภาคินทร์กำลังจะลงดาบเพื่อทำลายยักษ์ตนนั้น



“แคว้กๆ”



เสียงร้องแสบแก้วหูก็ดังขึ้น ตามมาด้วยร่างใหญ่โตผิดปกติของนกแสกที่ร่อนลงมาจิกทึ้งเขา ภาคินทร์จำใจปล่อยมือจากอาวุธที่ยังปักคาอยู่บนพื้นแล้วใช้สองมือบงการน้ำปัดทวิบาทตนนั้นไปให้พ้นทาง เขาพยายามออมแรงเพื่อไม่ให้มันบาดเจ็บ แต่กลายเป็นว่ากระบองของเตชินท์กลับพุ่งพรวดมาทะลุกลางอกแทนโดยไม่มีการบอกกล่าว



ดวงตาสีวังน้ำวนเบิกกว้างขึ้น คำสบถด้วยความตกใจติดค้างอยู่ที่ริมฝีปาก



แต่เมื่อเห็นลักษณะของนกแสกตัวนั้นเต็มๆ ตา ภาคินทร์ก็ต้องกลืนน้ำลายเฮือก ปีกของมันกว้างรวมวา ขนสีน้ำตาลเทายุ่งเหยิงเกือบเหมือนสีของอสุราดินเหนียว ดวงตาโตปูดโปนของมันขาวขุ่นจนยากจะเชื่อว่าสามารถใช้มองอะไรได้ ซ้ำตรงกลางอกที่กระบองแทงทะลุไปยังกลวงโบ๋ เหลือเพียงซี่โครงและเนื้อรุ่งริ่งนิดหน่อยติดอยู่เท่านั้นส่งผลให้เครื่องในห้อยร่องออกมา ในระยะประชิดเท่านี้ภาคินทร์สามารถได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาอย่างชัดเจน



มันกระพือปีกส่งเสียงร้องบาดหูออกมาอีกระลอก เห็นได้ชัดว่ายังไม่ตาย และดูเหมือนจะไม่มีทางตายง่ายๆ เพราะแม้เตชินท์จะตวัดกระบอง ปามันไปเสียบแท่งน้ำแข็งที่ภาคินทร์สร้างไว้ก่อนหน้านี้ มันก็ยังกรีดร้องและขยับคอไปมาไม่หยุดหย่อน



“หยิบอาวุธขึ้นมา” คู่ต่อสู้ของเขาสั่ง น้ำเสียงนิ่งเรียบไม่มีวี่แววความตกอกตกใจแม้แต่น้อยทั้งที่เพิ่งจะเห็นสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ถึงสองอย่างติดๆ กัน ตรงข้ามกับน้ำเสียง ดวงตาสีถ่านคุไฟคู่นั้นกลับโชติช่วง ภาคินทร์แทบจะเห็นความกระสันอยาก เต้นเร้าอยู่ในนั้นได้อย่างชัดเจน



นอกจากนิสัยและกสิณธาตุแล้ว นั่นคือสิ่งที่ทำให้ภาคินทร์และเตชินท์แตกต่างกันอย่างเทียบไม่ได้



ในขณะที่อีกฝ่ายเคยกินนอนอยู่ในสนามรบ ภาคินทร์กลับไม่เคยสู้แบบจริงๆ จังๆ มาก่อนเลยด้วยซ้ำ อย่างมากก็แค่ทะเลาะวิวาท ซึ่งการมีเรื่องชกต่อยข้างถนนกับการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในสถานการณ์แห่งความเป็นความตาย ไม่ได้มีอะไรใกล้เคียงกันเลยสักนิด



ในหลุมลึกด้านหลังของเขา  มีมืออีกหลายข้างและหลายคู่ผุดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน เสียงกรีดร้องและร้องไห้ดังระงมไปทั่ว อากาศชื้นฉ่ำฝนเจือไปด้วยคาวเลือดบ่งบอกว่าเหตุวิปริตนี้คงทำให้มีคนเสียชีวิตไปแล้วไม่มากก็น้อย



มันทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกพะอืดพะอมอย่างห้ามไม่อยู่ ภาคินทร์กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าไม่ได้กลัวสิ่งประหลาดเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอสูรดินเหนียวซึ่งตัวสูงสามวา หรือนกแสกตายซากโชยกลิ่นเหม็นเน่า ดีเสียอีกที่เป็นสิ่งอัศจรรย์พันลึกเช่นนี้เพราะเขาจะได้ลงไม้ลงมือกับพวกมันได้โดยไม่รู้สึกผิด



 สิ่งที่ภาคินทร์กลัวคือบรรยากาศที่พวกมันนำพามาด้วยต่างหาก  



ทั้งความหวาดผวา ความคลุ้มคลั่งและความตาย เข้มข้นอยู่ในอณูอากาศ ขุ่นคลั่กจนเกือบทำให้หายใจไม่ได้



เขาเคยนึกว่าตนเองห้าวหาญและแข็งแกร่งพอที่จะเอาชีวิตรอดได้ เขาเผลอคิดไปว่าเขาจะปกป้องทุกคนได้ด้วยซ้ำ ทว่าเขาคิดผิด ภาคินทร์อาจจะไม่ได้กำลังยืนตัวซีดสั่นหรือทรุดตัวลงไปคร่ำครวญอย่างที่หลายๆ คนกำลังทำ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ก้าวขาไม่ออก มือเท้าเย็นเฉียบ มันชาจนแทบจะไร้ความรู้สึก



ภาคินทร์ไม่เคยเจอเหตุนองเลือดของจริงมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกสำหรับเขา และอาจเป็นครั้งสุดท้ายแน่ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเตชินท์ตวัดกระบอง ส่งอัคคีลูกใหญ่พุ่งเข้าใส่อสุราดินเหนียวอีกตนที่ปรากฏตัวอยู่ข้างหลัง



“จากนี้ไปที่นี่ไม่ใช่เวทีประลองแต่เป็นสนามรบ” อาวุธสังหารแห่งสกุลวัชริศตอกย้ำความจริงให้เขาฟัง “ไม่มีกฎไม่มีกติกา มีแค่หลักการเดียวเท่านั้นคือต้องรอด ต่อให้คิดจะปกป้องแค่ตัวเองหรือไปปกป้องคนอื่น ยังไงก็ต้องรอดให้ได้  จำใส่หัวไว้ให้ดี”



ตูม!! ตูม!!



เสียงระเบิดกึกก้องติดๆ กันถึงสองครั้งขึ้นเมื่อเตชินท์วาดอาวุธ ส่งอัคคีทมิฬพุ่งเข้าไปปะทะนกแสกตายซากที่บินโฉบลงมาพยายามจิกทึ้งน้ำแข็งที่แช่หยุดยักษ์ตนแรก



และมันทำให้ภาคินทร์ได้สติอีกครั้ง



ความปรารถนาที่จะอยู่รอดและปกป้อง แค่นั้นแหละที่จำเป็นต้องใช้เพื่อที่จะยืนหยัดในสนามรบ



ตอนนี้อสูรนับสิบที่ผุดขึ้นมาจากธรณีล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกทาง ด้านบนคือนกแสกตายซาก กว่าครึ่งร่อนลงมาเกาะไหล่เหล่ายักษา ในขณะที่ที่เหลือกระพือปีกคุมเชิงบินอยู่เบื้องบน มันเป็นสถานการณ์ที่เสียเปรียบด้านจำนวนเป็นอย่างมาก และถึงจะไม่ได้พูดอะไรแต่ภาคินทร์ก็แน่ใจว่าเตชินท์คงคิดไม่ต่าง



นั่นคือทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกัน ขอแค่อย่ามาขวางทางและแทงข้างหลังกันก็พอ



เพราะแบบนั้นภาคินทร์เลยมือเอื้อมคว้าพระขรรค์สยบกาลกลับมา เขาย่อตัวตั้งท่าสู้ พาดใบดาบกับต้นแขนซ้ายแล้วชี้ปลายแหลมไปยังมวลหมู่ศัตรูโดยหันหลังให้เตชินท์เช่นกัน



 ดูท่าแล้วคงต้องพักความบาดหมางและการต่อสู้เพื่อแก้มือระหว่างกันไว้ก่อน เพราะตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือเอาชีวิตรอดไปให้ได้





##########


สนทนา : สุดท้ายสองหนุ่มก็ยังไม่ได้สู้กันเป็นจริงเป็นจัง แต่ต้องไปสู้กับลูกกระจ๊อกของท่านจ้าวแทน ฟ็อกซ์คิดว่าทั้งคู่ต้องเป็นคู่หูที่น่าสนใจมากแน่ๆเลยค่ะ พูดน้อยต่อยหนัก แต่ใช้วิธีเหน็บกันผ่านสายตาแทน ประมาณว่า หึ กระจอกชั้นเหนือกว่าเฟ้ย ประมาณนี้ 555


ปล. อยากหวีดอยากทวงติดแฮกแท็ก #รักษ์นารา ไม่ก็ #FoxxTrot มานะคะ พอฟ็อกซ์เปิดเข้าไปดูแล้วเห็นความคิดเห็นต่างๆแล้วรู้สึกดีมากเลย แทบจะกรี้ดร้องลั่นทวิต 555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

1,494 ความคิดเห็น

  1. #1150 The_PrincessGirl (@samatchaya-prin) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:24
    งื้อออ ค้างงงงง มาต่อเร็วๆนะคะไรท์
    #1150
    0
  2. #1149 Casper (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 00:28

    กริ๊ดดดดดดดดด เท่ เท่มากกกกกกก เตชินทร์เท่มากกกกกกกกค่ะคุณฟ็อกซ์ อ๊าาาาาาาาาาาา เตชินท์โหมดท่านผู้นำนี่กร้าวใจเราเหลือเกินค่ะ (ขอยาดมหน่อย)

    ถึงแม้ว่าชื่อจะเป็นของภาคินทร์ แต่เราพูดเลยค่ะว่าเตชินท์ได้ซีนไปเต็มๆ แบบภาคินทร์คือใครคะ เราไม่รู้จักค่ะ// นุ้งคินทร์พี่ขอโทษ แต่ตอนนี้น้องต้องยอมความเท่ของคุณเตชินท์เขาจริงๆ

    .

    เพราะแบบนี้ไงเราถึงเชียร์ #เตมาย //โดนตบ //อ้าว คนละประเด็นกันเหรอ แฮ่ๆ :D

    #1149
    0
  3. #1148 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 17:05
    เท่! เท่มากๆ ฮุ้วววววววว
    #1148
    0
  4. #1147 อสูรไร้ลักษณ์ (@deathorlife) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 14:52
    อืม........เห็นฉากนี่เริ่มอยากเปลี่ยนคู่จากภาคินทร์xรักษ์นารา เป็น เตชินทร์xภาคินทร์ซะแหล่ว.........
    #1147
    0
  5. #1146 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 19:59
    อมกกกก
    #1146
    0
  6. #1145 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 18:04

    ยกเลิกกลางคันเลยอ่ะ //แต่ไม่เป็นไรเพราะสองหนุ่มเท่กว่าตอนประลองกันอีก

    #1145
    0
  7. #1144 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 16:12
    เนี่ยเบจิต้ากับโกคูชัดๆ555555
    #1144
    0
  8. #1143 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 12:59
    เซอร์ไพรส์สำหรับตอนนี้คือยักษ์เลยค่ะ มีความหมายอะไรรึป่าว ทำไมต้องเป็นรูปปั้นยักษ์ โอยยย เมื่อไหร่ปมจะคลายน้อ ไม่ไหวแล้วค่ะ ฮือออ
    #1143
    0
  9. #1142 por (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 12:49

    มีความรู้สึกว่าเตชินท์เท่ห์มากตอนนี้ 55555

    #1142
    0
  10. #1141 np zaaa (@np-zaaa) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:05
    ลุ้นมากๆๆ ภาคินทร์สู้ๆนะ
    #1141
    0
  11. #1140 Taresia (@taresia) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 21:04
    นี่...นี่มันฉากในตำนานนนน!!!
    ภาคินทร์หันหลังชนกันกะเตชินท์ สนใจแต่ศัตรูตรงหน้า
    ไม่ขวางทางอีกฝ่าย ซึ่งนั่นก็เท่าปกป้องหลังของอีกฝ่ายไปพร้อมกัน!
    เฮียเตมีความซึนอ่า ไม่ชอบขี้หน้ากัน แต่ก็ยังช่วยเตือนสติตอนสู้กันให้ ช่วยโจมตีเพื่อดึงสติกลับมาด้วย
    เรือใหม่เกิดแล้วค่ะ!! เตชินท์xภาคินทร์ คู่จิ้นที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นไปได้นะเนี่ยยย
    กรีดร้องงงง ฉากนี้ฟินมากกกก
    ประกาศ เรียกรวมตัวสาวเลือดม่วงทุกคน
    มีใครจิ้นคู่นี้เหมือนเราบ้าง
    #1140
    3
    • #1140-1 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 90)
      25 กรกฎาคม 2561 / 17:06
      เลือดไม่ม่วงแต่จะลงเรือเป็นบางคราด้วยคนค่ะ 55555555
      #1140-1
    • #1140-2 (@foxx-tron) (จากตอนที่ 90)
      25 กรกฎาคม 2561 / 20:50
      เรือใหม่มาแรงมาก หนูรักษ์ต้องหลั่งน้ำตาให้กับคู่นี้ ๕๕๕๕
      #1140-2
  12. #1139 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 20:34
    ว้อยยยยยย ค้างคา;=; กำลังมันส์เชียว นี่แค่ลูกสมุนกระจอกของท่านจ้าว...แล้วลูกสมุนระดับท็อปนี่จะเป็นไงล่ะเนี่ย!!! #ชิบผายแล้ววววววว
    //แม่อินท์อยู่ไหนคะ ช่วยออกโรงทีเถอะะะะ;3;
    #1139
    0
  13. #1138 Aronon_TA (@tam1100702745046) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 20:12
    ว่าเเล้ว
    #1138
    0
  14. #1137 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 20:12
    การประลองยกเลิกกลางคันเลย
    #1137
    0