ตอนที่ 89 : ตอนที่ ๘๐ คำตอบของมาลี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 955
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    15 ก.ค. 61


ตอนที่ ๘๐ คำตอบของมาลี





เตชินท์ยกกระบองขึ้นตั้งรับการฟาดฟันของอาวุธในมือภาคินทร์



เสียงเคร้งคร้างกังวาน แต่ในขณะเดียวกันก็เบากว่าที่ควรจะเป็นมากนักเนื่องจากไม่ใช่เนื้อโลหะที่สัมผัสกันโดยตรง แต่เป็นเหล็กกับ....



“น้ำแข็ง?” เสียงของเตชินท์อาจจะแผ่วเบาแต่ก็ระคนไปด้วยความแปลกใจที่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาสีถ่านคุไฟจับจ้องไปยังริมขอบของดาบอาโปซึ่งสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย ผิวแก้มสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยือก ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดกสิณของภาคินทร์จึงบาดพิมายเป็นแผลในรอบรองชนะเลิศก่อนหน้านี้ได้



เข้าใจคิด แอบใช้พรสวรรค์ในปริมาณเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตเห็นแต่ในขณะเดียวกันก็มากพอจะเพิ่มผลประโยชน์ให้ตนเองในการต่อสู้



แต่ก็ได้แค่นี้แหละ...



ฟึบ!!



เพลิงทมิฬไหม้ลามไปทั่วกระบองหยาดโลหิตพรุสูรย์ กลืนกินเนื้อเหล็กหายไปสิ้นจนราวกับว่าเตชินท์กำลังถือเส้นไฟสีดำเส้นหนึ่งอยู่มากกว่า เสียงฉ่าดังขึ้นเมื่อดาบอาโปเริ่มระเหยเป็นไอ ภาคินทร์ถอยอาวุธและเท้าไปด้านหลังทันที ซึ่งก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง



ฟึ่บ



เตชินท์หวดกระบองที่ถูกเคลือบด้วยไฟทมิฬเข้าใส่ ภาคินทร์ค่อมตัวหลบได้ทันและโต้ตอบทันทีด้วยการสลายอาโปธาตุรอบๆ พระขรรค์ให้กลับไปเป็นมวลน้ำตามเดิมแล้วซัดเข้าใส่เตชินท์



ไม่ได้กระโจนหลบ ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อน เตชินท์เพียงยืดแขนออกมาเบื้องหน้าแล้วหมุนควงกระบอง สร้างกำแพงไฟขึ้นมา เมื่อปะทะกันจึงเกิดไอน้ำลอยระเหยไปทั่ว ไม่มีน้ำสักหยดที่ผ่านเพลิงทมิฬไปโดนตัวเด็กหนุ่มได้



ดวงตาสีวังน้ำวนของภาคินทร์เบิกกว้าง เขาจำได้ถึงตอนที่ชวินทร์วิเคราะห์ว่าเพลิงทมิฬน่าจะมีคุณสมบัติพิเศษที่อุณหภูมิซึ่งสูงกว่าไฟทั่วๆ ไป เพียงแต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะเดือดระอุจนถึงขั้นผลาญน้ำทั้งหมดให้กลายเป็นไอในพริบตาได้แบบนี้ ดูท่าทางศึกนี้จะหนักหนากว่าที่เขาคิดเสียแล้ว



“เลิกทำเป็นเล่นเสียที” อยู่ๆ เตชินท์ก็เอื้อนเอ่ย น้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เจือมาด้วยความรำคาญอย่างชัดแจ้ง “เอาจริงได้แล้วถ้ายังไม่อยากตาย”



“ฉันก็เอาจริงมาตลอดอยู่แล้ว” ภาคินทร์โต้เสียงแข็ง บงการให้กลุ่มน้ำลอยขึ้นมาฉาบเคลือบพระขรรค์สยบกาลใหม่โดนมีบางส่วนลอยล่องอยู่รอบๆ ราวกับปราการกั้นอีกชั้นหนึ่ง



“ถ้าคำว่าเอาจริงของนายหมายถึงการใช้พรสวรรค์สร้างเศษน้ำแข็งแค่นั้นเพื่อเอามาต่อกรกับคนที่ถือครองราชาอัญมณีแห่งเตโชธาตุ ก็แปลได้แค่สองอย่างคือฉันประเมินนายสูงไปไม่ก็นายกำลังดูถูกความสามารถของฉันอยู่”



ถือได้ว่านั่นคือประโยคที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีคนได้ยินจากปากเตชินท์เลยก็ว่าได้ เด็กหนุ่มค่อนแคะอยู่ในใจในขณะที่ตั้งท่าเตรียมรับมือ



พูดตามตรงภาคินทร์ไม่อยากเต้นไปตามเกมของอีกฝ่ายเท่าไร อย่างที่ผู้เป็นพ่อเคยเตือนไว้ เขาไม่อยากให้มันเอิกเริก ที่ยอมปล่อยพรสวรรค์ให้เล็ดลอดออกมาบ้างเพราะว่ามันง่ายที่ควบคุมเฉยๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องอยู่ในขอบข่ายที่เขาจะควบคุมผลลัพธ์ที่ตามมาได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น...



“หรือไม่ก็” เตชินท์เอ่ยอีกครั้ง ดวงตาหรี่พิจารณา เพียงแต่ไม่ใช่เขา แต่เป็นยังอัฒจรรย์ไกลออกไปในตำแหน่งที่เขาจำได้ดีว่าเป็นที่ๆ พวกของรักษ์นารานั่งอยู่ “เด็กนั่นคงไม่สำคัญพอให้นายทุ่มทุกอย่างที่มีเพื่อปกป้องอีกแล้วสินะ”



“เราตกลงกันแล้ว!” ภาคินทร์แทบจะคำรามย้ำข้อตกลงเมื่อเตชินท์สื่อกลายๆ ว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับความลับของรักษ์นาราก็ได้ทั้งนั้นหากเขายังไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายพึ่งพอใจในการประลองระหว่างกันได้



“ใช่ ตกลงว่าเราจะได้สู้กันอีกครั้งแลกกับที่ฉันไม่ปากโป้ง ซึ่งคำว่า ต่อสู้ของฉันคือด้วยทุกอย่างที่มี”



ด้วยทุกหยาดหยดของกสิณและทั้งหมดของเรี่ยวแรง ปะทะฟาดฟันเข้าใส่กันจนกว่าจะล้มพ่ายไปข้าง แบบนั้นถึงจะทำให้ชัยชนะนี้มีความหมายและเปี่ยมด้วยเกียรติยศ ด้วยการกระทำเช่นนั้นเท่านั้นเตชินท์จึงจะสามารถไถ่ถอนความอัปยศที่เคยแพ้ให้เขาเมื่อหลายพันวันก่อนหน้านี้ได้อย่างแท้จริง



เอาอย่างนั้นก็ได้ เขาเองก็เหนื่อยที่จะพยายามฝืนทนเต็มทีแล้ว ถ้ากรรมการจับได้และอยากปรับเขาแพ้ก็ปล่อยให้พวกนั้นทำไป เพราะกว่าจะเข้ามาห้ามได้ทันอีกฝ่ายก็คงถูกกสิณของเขาแช่แข็งไปทั้งตัวแล้ว



มือหนาวางทาบเหนือส่วนโคนของดาบอาโป ไอเย็นเยือกกำจายออกมา เสียงดังเปรี้ยะเหมือนน้ำแข็งที่แตกร้าวเปล่งลั่น ภาคินทร์ลูบฝ่ามือไล่ไปยังส่วนปลาย เปลี่ยนดาบอาโปให้กลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งเล่ม เท่านั้นไม่พอ เขายังจุ่มปลายดาบเข้าไปยังกลุ่มน้ำที่ลอยอยู่ข้างๆ เสียงลั่นปรี้ยะแบบเดียวกันดังขึ้น หลังจากนั้นมวลน้ำรอบเด็กหนุ่มก็กลายสภาพเป็นของแข็งไปด้วย



เสียงโห่ร้องจากผู้ชมดังขึ้น เช่นเดียวกับเสียงบรรยายตะกุกตะกักจากพิธีกร



“ข้าแต่มหาเทพ!! นี่มันอะไรกันครับ น้ำแข็ง! น้ำแข็งของจริง! ผู้เข้าแข่งขันภาคินทร์จากสกุลชลัชพงษ์สามารถแปรสภาพกสิณได้!! เป็นพรสวรรค์ที่เหลือเชื่ออะไรอย่างนี้ การประลองปีนี้เรียกได้ว่ามีแต่คนหนุ่มสาวมากฝีมืออนาคตไกลทั้งนั้นจริงๆ เลยนะครับ ท่าไม้ตายของแต่ละคนทำให้ผมอ้าปากค้างได้ตลอดเลยจริงๆ”



“ไม้ตายงั้นเหรอ” ภาคินทร์เหยียดยิ้มกว้างจนเกือบเป็นการแสยะ “นี่มันเพิ่งจะแค่เริ่มต้นเท่านั้น”



เช่นเดียวกับเตชินท์ที่ยกยิ้มมุมปากขณะที่พุ่งเข้าใส่พร้อมเพลิงทมิฬซึ่งอาบย้อมอาวุธ






 

                รักษ์นารารู้ตัวมาสักพักแล้วว่าพลังของเธอกำลังเพิ่มขึ้น



เพิ่มพูนซ้ำยังก่อเกิดเป็นความสามารถใหม่ที่เธอไม่อยากได้ เธอรู้แต่ก็เมินเฉย แสร้งทำเป็นว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น เธอทำแบบนั้นเพราะว่ามันง่ายกว่าและน่ากลัวน้อยกว่าการยอมรับว่าเธอไม่มีวันเป็นเหมือนคนอื่นได้

              


  ซึ่งการทักท้วงจากภาคินทร์ไม่ได้ต่างอะไรจากการฉุดกระชากเธอออกมาจากหลุมหลบภัยเลยสักนิด ตอนที่รักษาบาดแผลให้เขา รักษ์นาราตั้งใจถ่ายเทพลังชีวิตไปเล็กน้อยเพื่อบรรเทาอาการเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าเล็กน้อยของเธอ สามารถเชื่อมประสานกระดูกและเยียวยาทุกรอยแผลทั้งหมดของเขาได้โดยไม่ทำเธอเหนื่อยล้าแม้แต่เพียงนิดเดียว



                ไร้หนทางให้ปฏิเสธ แต่บางอย่างในตัวเธอได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ



                รักษ์นารากำลังใคร่ครวญกับตนเองอยู่ว่าจะบอกพิมายและคนอื่นๆ ถึงเรื่องนี้อย่างไรดีตอนที่สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง



                ความน่าพรั่นพรึงเดียวกับที่ทำให้เธอแทบล้มทั้งยืนเมื่อตอนเช้า



มันเป็นความกลัวจับขั้วหัวใจที่เธอหาคำอธิบายไม่ได้ผสมความความหนาวยะเยือก เหมือนเวลาที่เราเจออะไรบางอย่างที่น่าสยดสยองมากๆ จนถึงกับทำให้ตัวแข็งทื่อ ตลอดทั้งวันการรับรู้นี้ขาดๆ หายๆ บางครั้งก็แจ่มชัดจนทำให้เธอถึงกับสั่นสะท้าน แต่บางคราวก็แผ่วจางจนเกือบเหมือนเธอแค่คิดไปเอง



                ทว่าสิ่งที่รักษ์นารารับรู้มาตลอดวันนั้น ช่างเทียบไม่ได้เลยกับเมื่อครู่นี้ มันราวกับว่าตัวตนนั้นได้มายืนอยู่เบื้องหน้า จ้องตรงเข้ามาในดวงตา กระซิบอยู่ข้างหู รักษ์นาราสั่นสะท้านไปถึงวิญญาณจนไม่อาจทนนั่งอยู่ตรงนั้นได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว เธอก้าวขาเร็วๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นการวิ่ง แว่วเสียงของตุลย์ไล่หลังมา แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งเธอได้



                เด็กสาววิ่งออกมาจากสนามสัตตบงกช และหยุดเท้าที่ไม้ใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งห่างไปไม่มาก ต้นราชพฤกษ์ซึ่งดอกสีเหลืองโรยราไปเกือบหมดแล้ว รอบด้านร้างผู้คนเนื่องจากการประลองรอบชิงชนะเลิศเพิ่งจะเริ่มขึ้น เธอหอบหายใจถี่ๆ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตจับจ้องไปที่เปลือกไม้สีอ่อน



                “นั่นมันอะไรกันคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทุกความอัดอั้นพรั่งพรูราวสายน้ำเชี่ยว “ความรู้สึกน่ากลัวพวกนั้นมันคืออะไรกัน บอกหนูมาสิมาลี! หนูรู้ว่าคุณเองก็น่าจะรู้สึกเหมือนกัน นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้วนะ สิ่งนั้นมันคืออะไรกันแน่!!?”



                มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวและเสียงหอบหายใจของเธอเองที่สะท้อนอยู่ในบรรยากาศครู่หนึ่งก่อนที่น้ำคำอันอ่อนหวานจะเปล่งตอบ



                ไม่ใช่อะไรแต่เป็นใคร



แผ่วเบา เกือบเป็นเสียงกระซิบ เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบวันเลยทีเดียวที่รักษ์นาราได้ยินเสียงของมาลี แม้จะเต็มไปด้วยความขุ่นข้องและสับสน แต่ในขณะเดียวกันมันทำให้เธอตระหนักได้ว่าโหยหาอีกฝ่ายมากมายเพียงใดทว่าสิ่งที่คะนึงหาคือถึงน้ำเสียงอันนุ่มนวลและสุขสงบที่แห่กล่อมเธออยู่ทุกคืนวันต่างหาก ไม่ใช่ความเศร้าล้ำลึกราวกับกำลังกลั้นเสียงสะอื้นเช่นนี้



 พลังของเจ้ากำลังเพิ่มขึ้น สวนทางกับพลังของเรา ดูเหมือนว่าเราคงไม่อาจปกป้องเจ้าได้อีกแล้วสาวน้อยคนโปรดของเรา



                “ปกป้องหนู? จากใครกัน?”



                “พี่รักษ์!!” ตุลย์ที่ตามมาทันร้องเรียก เขาเอื้อมมือหมายจะแตะไหล่บางเพื่อไถ่ถาม ทว่ารักษ์นารากลับยกมือขึ้นห้ามทั้งที่ดวงตายังไม่ละจากต้นไม้เบื้องหน้า แฝดเตโชจึงตัดสินใจปิดปากเงียบและเฝ้ารอด้วยสีหน้าเปี่ยมกังวลไม่แพ้กัน



                “มาลีคุณต้องบอกหนูนะคะ คนๆ นั้น...” รักษ์นารากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “รูปแบบกสิณของเขามันน่ากลัวมาก หนูไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย มันดำมืด มันว่างเปล่า จนเกือบเหมือน....”



...ความตาย มาลีต่อคำให้พอดิบพอดีราวกับรู้อยู่แล้ว นั่นคือตัวตนของเขา และทุกเส้นทางที่เขาย่ำผ่านจะหลงเหลือเพียงน้ำตาและเสียงกรีดร้องเท่านั้น เราขอโทษที่ปกป้องเจ้าได้เพียงเท่านี้สาวน้อยของเรา เราขอโทษจริงๆ






               

                ในเวลาเดียวกัน สูงขึ้นไปยังส่วนหลังคาของสนามสัตตบงกช



สถานที่ที่ควรจะมีแค่มวลหมู่ปักษาและยอดไม้ใหญ่เกาะเกี่ยว กลับมีกลุ่มคนถึงห้าคนด้วยกันมายืนชมการประลองเบื้องล่างอย่างไม่แยแสในความสูงอันลิบลิ่ว



“แม่เจ้า เจ้าเด็กนั่นกำลังเปลี่ยนน้ำเป็นน้ำแข็งจริงๆ เหรอเนี่ย” มินตะยาซึ่งกำลังนั่งห้อยขาอยู่ที่ริมขอบหลังคากล่าวอย่างตื่นเต้นเมื่อมองลงไปแล้วพบว่าเด็กหนุ่มทางฝั่งซ้ายกำลังดึงน้ำในคูขึ้นมาแล้วแปลงให้เป็นลิ่มน้ำแข็งจำนวนมากเพื่อซัดใส่คู่ต่อสู้ทางฝั่งขวา เจ้าเสือดาวที่มีดวงตาขุ่นมัวและแก้มขวาแหว่งเวิ่นเกยคางลงบนไหล่เด็กสาวราวกับจะขอดูด้วยเช่นกัน



“น่าแปลกใจจริงๆ” บุญญาว่า ทว่าท่าทางของชายชรากลับดูไม่แปลกใจเหมือนคำพูดเลยแม้แต่น้อย “เป็นแคว้นซึ่งมีพลังไม่สมดุลขนาดนี้แท้ๆ แต่กลับให้กำเนิดเด็กซึ่งเกิดใต้ลัคนาเสวยราชาฤกษ์แห่งนาคาเสียได้ ครั้งล่าสุดที่เคยมีบันทึกไว้ก็เกือบแสนวันมาแล้วสินะ”



“จะว่าไปอีกฝั่งก็ใช่เล่นเหมือนกันนะลุง” ชเวอองที่นั่งยองๆ ถัดจากมินตะยาไปเล็กน้อยเอ่ยข้อสังเกตของตัวเองออกไปบ้าง “แหล่งกำเนิดไฟทมิฬของมันน่ะหทัยครุฑชัดๆ ตรงนี้มันไกลเกินไปฉันเลยกะขนาดไม่ถูกสักเท่าไร แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องคงสักกำปั้นได้ละมั้ง ก้อนใหญ่ขนาดนั้นไม่ใช่ว่ามีอยู่แค่ในครอบครองของพวกเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเวนไตยเท่านั้นหรอกเรอะ แล้วไหงถึงได้มาอยู่กับเจ้าเด็กอมมือที่นิวารินได้กัน”



“ว่าแต่ร่างเนื้อที่ครอบครองวิญญาณดวงนั้นจะอยู่แถวนี้จริงๆ เหรอ” มินตะยาเปลี่ยนเรื่อง เด็กสาวชะโงกตัวมากขึ้นแล้วเอียงมองซ้ายทีขวาทีไปเรื่อยแม้จะไม่รู้ว่ากำลังมองหาอะไรก็ตาม “มองยังไงก็เหมือนๆ กันไปหมดเลยอ่ะ แล้วแบบนี้จะไปหาเจอได้ยังไง”



“หากท่านจ้าวบอกว่าเป็นที่นี่ยังไงก็ต้องเป็นที่นี่” บูร์จินที่ยืนกอดอกอยู่ข้างบุญญาเอ่ยย้ำ ผ้าปิดตาผืนยาวยังมัดแน่นหนา ทว่าชายร่างใหญ่กว่าสี่ศอกกลับเอียงหันศีรษะไปมาอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังกวาดตามองและเงี่ยหูฟังสรรพเสียง ทั้งจากรอบด้าน และเบื้องล่างที่ไกลออกไป



และตอนนั้นเองร่างสูงซึ่งแต่งกายในชุดสีขาวแปลกประหลาดก็เริ่มไหวตัวเป็นครั้งแรกหลังจากที่เอาแต่ยืนนิ่งมาตลอดนับตั้งแต่มาถึงสนามประลองแห่งนี้



“นางกำลังอ่อนแอ...” เขากระซิบ แผ่วเบาคล้ายเพื่อพูดกับตนเองมากกว่าจะต้องการให้ใครได้ยิน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจางจนเกือบเป็นสีทองไม่ได้ทอดมองการประลองของนาคาและครุฑาเฉกเช่นทุกคน สายตาคู่นั้นผ่านเลยออกไป ไปยังมหาพฤกษากัลพฤกษ์ซึ่งกำลังเบ่งบานชูช่อ ก่อนจะร่วงหล่นอย่างไม่จบไม่สิ้นเป็นดังวัฏจักรซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้



“อ่อนแอเกินกว่าจะขัดขวาง และโรยแรงเกินกว่าจะปิดบังตัวตนของวิญญาณดวงนั้นได้”



เขาหันกลับมายังเหล่าผู้ติดตามทั้งสี่ น้ำเสียงที่เคยเจือความโศกสลดพลันจางหาย กลายมาเป็นความนิ่งเรียบจนเกือบจะเรียกได้ว่าเหี้ยมเกรียม



“เป็นที่นี่ไม่ผิดแน่ ตามหาวิญญาณดวงนั้นมาให้ข้า ต่อให้ต้องกรีดทึ้งทั้งแคว้นจนเป็นแผลหรือเข่นฆ่าทุกคนจนกว่าจะเหลือวิญญาณดวงนั้นเป็นคนสุดท้ายก็จงทำ”



ทั้งสี่คุกเข่า ค้อมร่างลงต่ำอย่างนอบน้อมก่อนจะเปล่งเสียงพร้อมเพรียง



“น้อมรับบัญชาท่านจ้าว”




##########


สนทนา : ตอนนี้ก็สั้นและจบค้างอีกเหมือนเคย //ป้องปากหัวเราะชั่วร้าย//ฟ็อกซ์เพิ่งเริ่มเรียนต่อแหละค่ะ เลยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ แต่ยังไงจะพยายามอัพให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วกัน ถึงจะอืดๆดองๆไปบ้างแต่ไม่มีทางทิ้งแน่นอนค่ะ อุตส่าห์มหากาพย์มาได้ถึงขนาดนี้แล้ว 555


ปล อยากหวีดอยากทวงติดแฮชแท็ก #รักษ์นารา ไม่ก็ #FoxxTrot มานะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1136 pamicy (@pamicy) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 23:17

    (ทึ้งหัวตัวเอง แล้วทิ้งตัวลงคุกเข่า)


    ่ท่านจ้าวมาแล้ววว

    #1136
    0
  2. #1135 Seraris (@jinnylee1-1) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:24
    มาถึงเร็วจริงๆ คนอ่านขนลุกกันไปหมดแล้วเนี่ย//มาลีอย่าตายน้าาT^T
    #1135
    0
  3. #1134 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 14:28
    จบน่ากลัว กลัวแทนหนูรักษ์
    #1134
    0
  4. #1133 np zaaa (@np-zaaa) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 12:56
    ลุ้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ววว
    #1133
    0
  5. #1132 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 10:49
    ท่านจ้าวและคณะมาถึงแล้ว
    #1132
    0
  6. #1131 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 08:43
    มาลีมาทีนี่ค้างกันทั้งเรื่องเลยค่ะ แงงงงง อะไรยังไง ฮือ รอนะคะ
    #1131
    0
  7. #1130 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 07:06
    เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะมีตัดขึ้นภาคโตไหมคะ แล้วหลังจากนี้จะไฝว์กันยังไงให้รอดอ่ะ คือพวกนางมาครบ5 ถึง ขุ่นแม่ พ่อนุ้งคินทร์ ลุงสิง จะอยู่ แต่ก็ใช่ว่าจะรอดง่ะ แงงงงงงง ค้างจริงด้วย ทำไงดีง่ะ 555555555 ตอนนี้ประลองเป็นเรื่องเล็กไปละ ฮือออออออ

    สู้ๆ กับการเรียนต่อนะคะ อย่าลืมรีบมาต่อนุ้งรักษ์ด้วยน้าาาา ฟิคเรย์โลเราก็รออยู่น้า
    #1130
    0
  8. #1129 RedDressGirl (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 00:43
    ท่านจ้าวจะเอาตัวหนูรักษ์ไปทำอะรายยย
    #1129
    0
  9. #1128 Casper (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 00:34

    รีบๆกลับมาต่อเร็วๆนะคะ คุณฟ็อกซ์ รี้ดตัวน้อยๆ ยังรอคอยอยู่ซัมเหมอออออ

    #1128
    0
  10. #1127 พาราซิป (@f-a-i-r-y) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 00:03
    ค้างมากกกกก ตื่นเต้นนน รอนะคะะะ
    #1127
    0
  11. #1126 ดั่งยิหวา (@thitaree725) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 23:47
    ห้ามทิ้งเลยน้าาา ชอบเรื่องนี้มากจริงๆ
    #1126
    0
  12. #1125 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 23:01
    ไม่อยากให้มาลีตายเลย ToT ท่านจ้าวน่ากลัวจัง ทำร้ายคนอื่นเพื่ออะไรนะ
    #1125
    0
  13. #1124 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 22:59
    แงง้ อยากเห็นสองคนสู้กันต่ออ
    #1124
    0
  14. #1123 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 22:37
    มาลีมาแล้ว งือออออออ ค้างคา เหมือนทุกอย่างโถมเข้ามาพร้อมกันหมดเลย ทั้งรอบชิง ทั้งท่านเจ้า ไหนจะมาลี แล้วเรื่องราวของรักษ์นาราอีกล่ะ? #ค้างว้อยยยยยยยยยย
    #1123
    0