ตอนที่ 87 : ตอนที่ ๗๘ โทสะของเตชินท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 959
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    24 มิ.ย. 61

ตอนที่ ๗๘ โทสะของเตชินท์

               


                เตชินท์ลังเลอยู่นานมากกว่าจะเปิดกล่องไม้ที่ได้รับมาจากอินทุภรณ์



                เขาคิดเสมอว่ามันจะต้องเป็นอะไรที่น่ากลัวๆ อย่างมีดเปื้อนเลือดไม่ก็ลิ้นหรือปากมนุษย์เพื่อขู่สัมทับให้เขาเก็บเรื่องของรักษ์นาราไว้กับตัวอย่างที่ตกลงกันไว้ ทว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องไม้กลับไม่เหมือนอะไรที่เขาคาดไว้เลย ไม่ได้ใกล้เคียงเลยสักนิด



                มันเป็นอัญมณีสองก้อนซึ่งมีขนาดเล็กกว่ากำปั้นเล็กน้อย แม้จะมีรูปร่างค่อนกลมแต่ก็ยังเจียระไนเป็นเหลี่ยมมุมอย่างงดงาม สีสันใสกระจางจนแทบจะมองทะลุได้  แสงแดดที่ส่องมากระทบด้านหนึ่งลอดผ่านกลายเป็นเส้นสีรุ้งที่อีกด้าน เกือบเหมือนแก้ว แต่ก็ไม่ใช่ มันแข็งกว่านั้นมาก



                มือแกร่งหยิบมันขึ้นมาพิจารณา ไม่ใช่เพชรเช่นกัน เขาคุ้นเคยกับเพชรดีเพราะสกุลวัชริศนิยมนำมาเจียเป็นส่วนคมให้อาวุธเนื่องจากทนทานและนำกสิณไฟได้ดี แค่ในขณะเดียวกันเตชินท์ก็ไม่สามารถระบุได้ว่ามันเป็นอัญมณีชนิดใดกันแน่ มันมีไอร้อนแผ่ออกมาตลอดเวลา ไม่ระอุเท่าถ่านหรือฟืน แต่เกือบเหมือนเลือดอุ่นๆ ที่เพิ่งหลั่งออกมาจากบาดแผลเสียมากกว่าด้วยซ้ำ



                เตชินท์ตัดสินใจลองส่งผ่านกสิณเข้าไป



                อัคคีธาตุลุกติดขึ้นมา สีส้มแดงไหวระริกอยู่เหนือฝ่ามือของเขา



                ดูเหมือนว่ามันมีคุณสมบัตินำพากสิณเตโช แต่แล้วยังไงละ? เพชรหรือโกเมนก็ทำได้ไม่ต่าง อะไรที่ทำให้มันพิเศษกว่าอย่างอื่นจนผู้หญิงคนนั้นมั่นใจว่ามันจะทำให้เขาพึงพอใจจนสามารถปิดปากเงียบได้กัน?



                “นายน้อยครับ” เสียงเรียกดังมากจากหน้าห้อง “คุณท่านวิชุดาให้มาตามตัวไปที่ลานคาดเชือกของเรือนหลักครับ”



                ประโยคนั้นทำให้เด็กหนุ่มเผลอกำอัญมณีแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนว่ามารดาจะอยากรู้ว่าเขาฝึกเพื่อเตรียมตัวสำหรับการประลองไปถึงไหนแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าไม่ว่าเขาจะเคี่ยวกรำตนเองอย่างหนักหน่วงเพียงไหนหรือพัฒนาไปมากเท่าใดก็ไม่อาจทำให้ผู้นำแห่งสกุลวัชริศพึงพอใจได้สักที



                และการที่ไม่อาจทำให้ผู้เป็นแม่พึงพอใจได้ ย่อมหมายถึงบทลงโทษสำหรับเขาด้วยเช่นกัน



                ฉับพลันอยู่ๆ เปลวเพลิงในฝ่ามือก็เปลี่ยนไป สีสันของมันเข้มขึ้นๆ จนกลายเป็นสีดำทะมึนอย่างรวดเร็ว เตชินท์ตกใจจนเผลอปล่อยมันลงพื้น อัคคีธาตุดับวูบ คงเหลือเพียงก้อนอัญมณีสีใสตามเดิมเท่านั้น เด็กหนุ่มยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก เสียงตะโกนเรียกซ้ำจากคนรับใช้ด้านนอกทำให้เขาตั้งสติได้ เตชินท์ตอบอย่างประวิงเวลาขณะหยิบอัญมณีขึ้นมาใหม่



                ดวงตาสีถ่านคุไฟเพ่งพิจารณาก่อนจะตัดสินใจส่งผ่านกสิณเข้าไปเป็นครั้งที่สอง



                พรึบ



                อัคคีทมิฬโชติช่วง เป็นสีสันอันหม่นหมองดังเช่นความรู้สึกหวาดกลัวและกราดเกรี้ยวที่เขามีต่อผู้เป็นมารดาในขณะนี้ จังหวะหายใจของเด็กหนุ่มเร่งถี่ขึ้นมาทันทีอย่างไม่อาจควมคุมได้เมื่อตระหนักได้แล้วว่าอินทุภรณ์ให้อะไรเขามา มุมปากบิดเป็นรอยยิ้มอันหายาก แม้ในใจจะยังเต็มไปด้วยความเกลียดชังแต่ความตื่นเต้นและพึงพอใจก็แผ่ซ่านไม่แพ้กัน



                เพราะสิ่งที่อยู่ในมือของเตชินท์ คืออัญมณีในเรื่องเล่าข่านซึ่งกัดกินทั้งกสิณและอารมณ์ของผู้ถือครองเพื่อแปรสภาพเป็นเปลวเพลิง



                “หทัยครุฑ”








               

ภูวนัตถ์คิดว่าเขาน่าจะกำลังอ้าปากค้างอยู่



อากัปกริยาเดียวกับผู้ชมอีกหลายร้อยคนเนื่องจากไม่เคยมีใครเห็นเปลวอัคคีกลายเป็นสีนี้มาก่อน ขนาดพิธีกรยังได้แต่บรรยายตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้นไม่ต่างกัน แม้จะมีพียงเตโชธาตุรอบๆ ปลายกระบองเท่านั้นที่เป็นสีดำ ส่วนที่เหลือซึ่งลุกไหม้อยู่ทั่วพื้นเวทียังเป็นสีส้มแดงเหมือนปกติ แต่มันก็ยังเป็นอะไรที่น่าตื่นตาอยู่ดี



ทว่าท่ามกลางสีสันอันเจิดจ้าเหล่านี้ จุดสีดำอันหม่นหมองกลับยิ่งทวีความโดดเด่นและน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก



                ภูวนัตถ์กลืนน้ำลายเอื้อก พูดตามตรงท่าไม้ตายของเขาดูอลังการกว่าตั้งเยอะ แต่ไหงแค่มีเจ้าลูกไฟสีแปลกตาลูกเล็กๆ เพิ่มมาแค่นี้ เตชินท์กลับดูน่าหวาดผวาขึ้นอีกสักสิบเท่าได้ก็ไม่รู้ บางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศรอบตัวว่าที่ผู้นำวัชริศที่เปลี่ยนไปกะทันหัน ความหนักอึ้งที่เคล้าคลอมากับความกราดเกรี้ยว และประกายในดวงตาที่ราวกับจะเผาไหม้ทุกอย่างเบื้องหน้าให้เป็นจุณเสียให้ได้



                แต่ว่า มาถึงขั้นนี้แล้ว...



                “เอาวะ! ลองกันสักตั้ง!



                ภูวนัตถ์ตะโกนปลุกปลอบตนเอง เขาลุกขึ้นมายืนบนบ่าของหุ่นพยนต์เป็นจังหวะเดียวกับที่เตชินท์วิ่งตรงเข้ามา ตะบองสีเขียวแก่ถูกเหวี่ยงออกไปสุดแรง เตชินท์หมุนตัวหลบ ปาดแทงอาวุธในมือซึ่งกำลังลุกท้วมด้วยอัคคีทมิฬเข้าใส่แขนซ้ายของหุ่นดินในลักษณะเหมือนฟันดาบ ทิ้งรอยบาดลากยาวซึ่งมีไฟสีดำลุกไหม้เป็นหย่อมๆ ทั่วไปหมดโดยเฉพาะบริเวณหลังมือซึ่งเริ่มปรากฏรอยปริร้าวขึ้นมา



                ภูวนัตถ์เห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งไต่ลงมาตามแขน เขาย่อตัวต่ำ ฝ่ามือยันส่วนสันมือของหุ่นพยนต์แล้วถีบขาคู่ออกไป เตชินท์เอนตัวถอยเป็นจังหวะเดียวกับที่ภูวนัตถ์คว้าตะบองเขี้ยวสีหราชกลับมาถือเองแล้วกระโจนตามมาซ้ำ



                สมบัติประจำสกุลหลักแห่งปฐวีและเตโชปะทะกันดังเคร้ง



ทั้งคู่กำลังยื้อยึดกันไปมาตอนที่เสียงตูมดังขึ้น แขนซ้ายของหุ่นพยนต์ระเบิดออก เหลือเพียงข้อศอกรุ่งริ่งซึ่งลุกติดเพลิงทมิฬไม่ยอมมอดดับไปง่ายๆ มันลามไล่ขึ้นไปถึงต้นแขน หินดินที่ถูกแผดเผาเริ่มแปรสภาพเป็นขี้เถ้าและแก้ว



ให้ตายเถอะ!! ต้องใช้ความร้อนสูงขนาดไหนกันถึงเปลี่ยนให้ปฐวีธาตุกลายเป็นแก้วในเวลาสั้นๆ แค่นั้นได้ ภูวนัตถ์สบถในใจหลายต่อหลายคำในขณะที่สมบัติประจำสกุลทั้งสองฟาดฟันเข้าใส่กันอีกหลายกระบวนท่า ในที่สุดเด็กหนุ่มแห่งสกุลปฐวีก็พลั้งพลาด ถูกกระบองฟาดเข้าที่ใบหน้าและท้องอย่างแรงจนกลิ้งกระเด็นไปไกลเกือบตกขอบเวที



เด็กหนุ่มยันตัวขึ้นอย่างยากลำบาก เขาถ่มน้ำลายและเลือดออกมา เตชินท์อาศัยจังหวะนั้นหันกลับไปใช้กระบองตวัดเข้าใส่หุ่นพยนต์ที่ยืนนิ่งอยู่



บังเกิดเสียงเหมือนแก้วแตกแล้วร่างใหญ่ยักษ์เกือบห้าศอกก็ทลายลงมาอย่างง่ายดาย เล่นเอาภูวนัตถ์ลืมเจ็บแหกปากโวยวายลั่นพร้อมชี้หน้าเตชินท์อย่างเอาเรื่องทันที



“รู้ไหมว่ามันเปลืองกสิณแค่ไหนกว่าจะสร้างขึ้นมาได้!!



ในขณะที่อีกฝ่ายมีเพียงเหงื่อซึมๆ ตามขมับและลำคอเท่านั้นที่บ่งบอกอาการอ่อนล้า ภูวนัตถ์กลับเริ่มหอบสะท้านแทบทรงตัวไม่อยู่แล้วเรียบร้อย วิชาปั้นหุ่นพยนต์ยังเป็นอะไรที่เกินตัวเขาอยู่มาก ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังดึงดันจะเอามันมาใช้ให้ได้



ส่วนหนึ่งเพราะความจนมุมแต่ยังไม่อยากยอมแพ้ ในขณะที่อีกส่วนคืออยากอวดความเท่ห์ให้ทุกคนได้ประจักษ์บ้าง เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนมีแต่ไม้ตายก้นหีบเจ๋งๆ กันทั้งนั้น ดูอย่างเจ้าเตชินท์สิ ตอนที่มยุรฉัตรล่อหลอกจนต้องเปิดเผยว่าสามารถควบคุมกสิณไฟจากระยะไกลได้ เขาก็ดันวางใจนึกว่าจะมีแค่นั้น ที่ไหนได้ยังมีเพลิงทมิฬซุกไว้อีกต่อ แต่เขานี่สิหมดตัวของแท้ โบ๋เบ๋ แถมยังหมดแรงอีกต่างหาก



“ถ้าเหนื่อยแล้วก็รีบๆ ยอมแพ้ไปซะ” เตชินท์กล่าวข่มขู่สัมทับในขณะที่ย่างสามขุมตรงเข้ามา “ก่อนที่จะกลายเป็นแบบฝาแฝดตัวนั้นเสียเอง”



ถึงจะรู้ว่าเตชินท์กำลังพูดถึงหุ่นพยนต์ของเขาก็เถอะ แต่ก็โคตรเกลียดเลยเวลามันวางท่าพูดจาฉลาดที่ตีความได้หลากหลายแบบนี้ จะแฝดฝาไหนมันก็น้องเขาทั้งนั้น ต่อให้ควมคุมดินไม่ได้ก็น้องเขาอยู่ดี



“เอาวะ” ภูวนัตถ์ตบฝ่ามือทั้งสองกับแก้มตนเองแบบไม่เบานักเพื่อเรียกสติ “เล่นท่ายากไม่ได้ก็กลับไปฟัดกันแบบบ้านๆ นี่แหละ”



ทุ่มความโกรธลงไปในกำปั้นอาจจะให้ผลดีในบางครั้งแต่ตอนนี้เขาต้องการให้จิตใจปลอดโล่งเพื่อที่จะดึงเอากสิณซึ่งเหลือน้อยนิดมาใช้ในประสิทธิภาพสูงสุดให้ได้ มือซ้ายที่กำตะบองเหยียดไปเบื้องหน้าเพื่อป้องกัน มือขวาเกร็งไปด้านหลัง



ทันใดนั้นที่คูน้ำก็ปรากฏหัตถ์ศิลาสูงเกือบสิบวาพุ่งตัวขึ้นมา ในอุ้งมือคือน้ำที่เต็มล้น



ภูวนัตถ์เหยียดยิ้มในขณะที่เตชินท์ชะงักเท้า



“ถ้าดินของฉันดับไฟบ้าในตัวนายไม่ได้ ก็ให้น้ำทำหน้าที่ไปแล้วกัน”



ซูม!!



สิ้นคำหัตถ์ศิลาก็เอียงเทส่งผลให้มวลน้ำทิ้งโถมลงมายังเวทีประลอง เสียงฟู่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อหย่อมไฟทยอยดับมอดไปทีละกองสองกอง คงเหลือเพียงอัคคีทมิฬตรงปลายกระบองหยาดโลหิตพรุสูรย์เท่านั้นที่ยังลุกไหม้อยู่ได้



เตชินท์มุ่นหัวคิ้วอย่างไม่ชอบใจในสถานการณ์นัก เขาย่างเท้าหลบหลีก แต่เพียงเปลี่ยนตำแหน่ง คูน้ำด้านนั้นก็ปรากฏหัตถ์ศิลาที่โผล่พรวดขึ้นมาเทน้ำใส่เช่นกัน เตชินท์ตัดสินใจตวัดกระบองจากขวาไปซ้าย ส่งเส้นสายของเปลวเพลิงสีดำให้พุ่งตัดผ่านจนหัตถ์ศิลาพังลงมา แต่ไม่นานอันใหม่ก็ปรากฏขึ้นมาจากในคูน้ำอยู่ดี



ตอนนี้เขาชักจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ แล้ว และถ้าขืนปล่อยให้ยืดเยื้อไปนานกว่านี้คงไม่เป็นผลดีกับรอบชิงชนะเลิศแน่ๆ การประลองนัดนี้ต้องจบลงสักที



และต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของภูวนัตถ์เท่านั้น!!



เตชินท์ตวัดกระบองอีกครั้งเพื่อส่งเปลวเพลิงออกไป แต่ครั้งนี้เป้าหมายคือภูวนัตถ์ เด็กหนุ่มใช้ตะบองเขี้ยวสีหราชตั้งรับได้ก็จริง ทว่ากลับทำให้สะเก็ดไฟเล็กๆ ลามกระเด็นไปโดนเสื้อผ้าแทน



“ร้อนๆ”



เขาพยายามเอามือที่ว่างมาตบๆ แต่ไม่เป็นผล เช่นเคยที่อัคคีไม่ยอมมอดดับง่ายๆ พอเห็นว่าเตชินท์กำลังพุ่งเข้ามาพร้อมเพลิงทมิฬซึ่งลุกโชติช่วงยิ่งกว่าที่เคย ภูวนัตถ์ก็ตัดสินใจให้หัตถ์ศิลาเทน้ำลงมาที่ตัวเขา กะว่าทันทีที่เตชินท์มาถึง ทั้งคู่จะต้องเปียกโชกไปด้วยกัน



แต่ภูวนัตถ์คาดการณ์ผิด แทนที่จะโจมตีใส่เขา เตชินท์กลับตวัดกระบองเฉียงขึ้น



ฟู่!!



มวลน้ำและเพลิงทมิฬปะทะกันกลางอากาศ เดือดไหม้กลายเป็นไอจนหมด ไม่เหลือตกลงมาเลยสักหยด ภูวนัตถ์ถึงกับอ้าปากค้างอีกรอบ และก่อนจะทันรู้ตัวกระบองของเตชินท์ก็กระแทกเข้ามาที่กลางลำตัวอย่างแรง ความแสบร้อนแผดเผาผิวหนัง รุนแรงพอๆ กับความรู้สึกเจ็บจุก



ร่างของภูวนัตถ์ลอยละลิ่ว กระเด็นตกลงจากเวทีลงไปในคูน้ำ ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือมันทำให้ไฟที่กำลังไหม้อยู่ตามเสื้อผ้าดับมอดลงได้ในที่สุด แต่เพียงโผล่หน้าขึ้นมาฮุบเอาอากาศ สมบัติประจำสกุลวัชริศก็ยื่นมาจ่อหน้าทันที ดวงตาสีสัมฤทธิ์มองไล่ขึ้นไปสบดวงตาสีถ่านคุไฟ



...ถ้ายังรักตัวกลัวตายอยู่อย่าได้บังอาจขึ้นมาเชียว...



ท่าทางของเตชินท์บอกแบบนั้นแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้พูดอะไรออกมาก็ตาม คือถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละนะ สุดท้ายภูวนัตถ์เลยตัดสินใจทิ้งตัวไปด้านหลัง นอนแผ่ลอยอยู่เหนื่อยผิวน้ำ เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างแสนเสียดายก่อนจะเอ่ยว่า



“ฉันยอมแพ้”



เพียงเท่านั้นกระบองหยาดโลหิตพรุสูรย์ก็ล่าถอยไปพร้อมเจ้าของ



เสียงโห่ร้องดังลั่นพร้อมๆ กับการที่พิธีกรประกาศถึงชัยชนะของเตชินท์








 

กว่าภาคินทร์จะกลับมารวมกลุ่มกับเพื่อนการประลองก็จบลงไปแล้ว



พูดตามตรงเขาไม่ได้แปลกใจเท่าไรที่เตชินท์เป็นผู้ชนะ แน่นอนว่าภูวนัตถ์เก่งกาจ แม้จะดูทำตัวทีเล่นทีจริงอยู่บ่อยๆ แต่ก็ยังเปี่ยมความสามารถสมกับเป็นว่าที่ผู้นำสกุลหลักอยู่ไม่น้อย ทว่าเมื่อเป็นเรื่องของการต่อสู้ ในรุ่นเดียวกันแล้วไม่มีใครสามารถเทียบเตชินท์ได้ เผลอๆ แม้แต่เขาเองก็ด้วย



ภาคินทร์ค้นพบว่าข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ทำให้เขากังวลเท่าไร กลับกันเขาดีใจนิดๆ ด้วยซ้ำที่เตชินท์เป็นฝ่ายชนะเพราะอย่างไรวัตถุประสงค์ของการเข้ารวมงานประลองผู้ใช้กสิณรุ่นเยาว์สำหรับเขาก็เพื่อมาสู้กับเตชินท์ล้วนๆ เขาไม่ต้องการเกียรติยศหรือถ้วยรางวัล ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อปกป้องรักษ์นารา แค่เธอคนเดียวเท่านั้น



และดูเหมือนนอกจากจะต้องปกป้องเธอจากคนอื่นแล้ว ตอนนี้เขาอาจจะต้องปกป้องเด็กสาวจากตัวของเธอเองด้วย



“รักษ์นารา” ภาคินทร์ร้องเรียก เผลอตัวขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้เมื่อพบว่ามีเพียงเจ้าของชื่อและน้องชายของเขาที่นั่งอยู่ด้วยกัน อีกประโยคถัดมาจึงกลายเป็นการถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันแทนความสงสัยที่คาใจอยู่ “เจ้าพวกนั้นหายไปไหนกันหมด”



“ตุลย์กับติณห์ไปหาภูวนัตถ์น่ะจ้ะ ส่วนมายเดินลงไปซื้อขนมแล้วเห็นว่าหลังจากนี้จะไปนั่งกับพ่อแม่แทน เอ๋ ว่าแต่มุกตาภาหายไปตั้งแต่เมื่อไรกันละเนี่ย” คนตัวเล็กหันมองไปรอบๆ พึมพำถามตนเองในช่วงท้ายของประโยคด้วยความสงสัย ถ้าให้ภาคินทร์เดา คู่หมั้นแต่ในนามของเขาคงเขินไม่กล้านั่งกับรักษ์นาราเพียงลำพังเลยเลือกจะปลีกตัวตามพวกฝาแฝดไปแน่ๆ ถึงแม้จริงๆ แล้วจะยังมีชวินทร์อยู่ด้วยก็ตาม แต่จำนวนคนที่น้อยลงอย่างกะทันหันคงทำให้เด็กหญิงอึดอัดหัวใจไม่น้อย



“พี่น่ะแหละหายไปไหนมาตั้งนานสองนาน เลยอดสังเกตคู่ต่อสู้เลย” ร่างผอมชะโงกตัวมาเอ็ดเขาอย่างไม่สนลำดับความอาวุโส “แล้วนี่ได้ดูตอนที่พี่เตชินท์เปลี่ยนไฟเป็นสีดำไหมครับ มันเหลือเชื่อมากๆ เลย ดูเหมือนจะมีคุณสมบัติพิเศษอย่างอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติกับดับยากขึ้นด้วย ถ้าให้เดา ผมว่ารอบต่อไปพี่เตชินท์จะต้องพยายามระเหยน้ำทั้งหมดในสนามเพื่อตัดกำลังพี่แน่ๆ”



ชวินทร์เอ่ยรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น ยิ่งมีรักษ์นาราซึ่งมากด้วยความรู้ไม่แพ้กันมาถกประเด็นด้วยก็ไม่เหลือช่องว่างใดให้ภาคินทร์แทรกเลยจริงๆ ซึ่งเด็กหนุ่มคิดว่าถ้าเขามาเร็วกว่านี้อีกสักนิดคงได้ฟังทั้งคู่วิเคราะห์วิชาปั้นหุ่นดินของภูวนัตถ์ด้วยแน่ๆ



“แต่พี่ว่าไม่น่าไหวหรอกจ้ะ” รักษ์นาราเสนอความเห็นบ้าง “จะใช้หทัยครุฑแต่ละทีกินกสิณเยอะเกินไป ถ้าทำแบบนั้นเตชินท์คงหมดแรงก่อนแน่ๆ อย่างเมื่อครู่เขายังสร้างไฟสีดำแค่ที่รอบๆ อาวุธเท่านั้นเพื่อช่วยออมแรงเลย”



“หทัยครุฑ?” ชวินทร์ทวนคำนั้นอย่างอดไม่ได้ แต่เป็นไปในเชิงตื่นเต้นมากกว่าจะสงสัย



“ชื่อของอัญมณีที่ปลายกระบองเตชินท์ไงจ้ะ เขาเพิ่งเปลี่ยนตอนก่อนขึ้นประลองกับภูวนัตถ์นี่เอง” รักษ์นาราเอ่ยอธิบายเรียบๆ ราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่เธอสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงอันเล็กน้อยขนาดนั้นจากที่นั่งตรงนี้ได้



“หทัยครุฑนี่ใช่อัญมณีในเรื่องเล่าของแคว้นเวนไตยที่ว่ามีคุณสมบัติพิเศษทำให้สีของเปลวไฟและความสามารถในการลุกไหม้เปลี่ยนไปตามอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้หรือเปล่าครับ ที่เขาว่ากันว่าต้องควักหัวใจออกมาจากตัวพญาครุฑที่ยังเป็นๆ แล้วเอาไปเผาไฟเพื่อให้มันกลายเป็นแก้ว เพราะแบบนั้นเลยได้ชื่อว่าหทัยครุฑ”



“หว่า ไม่ใช่หรอกจ้ะ นั่นเอาไว้เล่าสนุกๆ เป็นนิทานเฉยๆ” รักษ์นาราโบกมือไปมาในอากาศเป็นพัลวัน “ก็ขุดขึ้นมาจากเหมืองเหมือนแร่ทั่วไปนี่แหละ เพียงแต่จะพบได้แค่ใต้วังฉิมพลีซึ่งอยู่กลางแคว้นเท่านั้น ก็เลยเรียกกันว่าหทัยครุฑ แต่เท่าที่เคยเห็นส่วนมากจะมีขนาดเล็กแค่นี้เอง”



มือเล็กยกขึ้นมาเพื่อกะประมาณให้ดู นิ้วชี้กับนิ้วโป้งบีบแคบเข้าเหลือช่องว่างไม่ถึงหนึ่งนิ้ว



“แถมยังนิยมเอามาใช้ในการแสดงกับเป็นเครื่องประดับมากกว่าด้วยซ้ำ แต่น่าจะเป็นเพราะขุดเจอแต่ก้อนเล็กๆ ด้วยแหละมั้งจ้ะ ถ้าเจอก้อนใหญ่ขนาดนี้จะเอามาใช้เป็นอาวุธบ้างก็คงไม่แปลก”



“โลกเรานี่ยังมีอะไรแปลกๆ เยอะแยะเต็มไปหมดเลยแฮะ” ดวงตาของชวินทร์เป็นประกายด้วยความใคร่รู้ขึ้นไปอีก และตอนนั้นเองที่ภาคินทร์หาจังหวะแทรกได้พอดี เขาคว้ามือบางไว้ กระตุกเบาๆ เพื่อให้เด็กสาวหันมาทางเขา



“ฉันขอคุยกับเธอตามลำพังหน่อยได้ไหมเกี่ยวกับเรื่องแผล” สีหน้าของเขาจริงจังจนเกือบเคร่งเครียด ส่งผลให้คิ้วของรักษ์นาราเริ่มมุ่นเข้าหากันไปด้วย คำว่าแผลทำให้ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าของเขาทันที และเมื่อพบว่าไร้ซึ่งคราบเลือดหรือรอยช้ำในที่ๆ ควรจะมี สีหน้าของรักษ์นาราก็ซีดลงอย่างรวดเร็ว



เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ เสียด้วย เธอไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าทำอะไรลงไป



 เด็กสาวทำท่าจะลุกตามเขามาอยู่แล้วทว่า...



“ภาคินทร์ ชลัชพงษ์”



เสียงเรียกที่ดังมาจากด้านหลังเป็นของเจ้าหน้าที่ในชุดข้าราชการกระดุมเหล็กสองคน



“ก่อนการประลองรอบชิงชนะเลิศมีกฏให้ผู้เข้าประลองทั้งสองไปเก็บตัวในห้องที่เตรียมไว้ให้ รบกวนตามพวกเรามาด้วย”



เขาหันมองตาขวางเพราะถูกขัดจังหวะอีกครั้ง แต่เพราะยังไม่อยากถูกตัดสิทธิ์ สุดท้ายแล้วจึงยอมตามไปแต่โดยดีโดยที่ยังไม่ได้พูดคุยกับรักษ์นาราให้เป็นเรื่องเป็นราวแม้แต่ครึ่งคำ





########## 


                    สนทนา : มีเน็ตเล่นแล้วววววววว ฟ็อกซ์ติดตั้งอินเตอร์เน็ตที่หอใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ดีใจเว่อเลยอัพฟิคฉลองให้ค่ะ ๕๕๕๕ ฟ็อกซ์ค่อนข้างเอนจอยกับการแต่งฉากต่อสู้ของพี่เตกับภูมาก ไฟกับดินเนี่ยเป็นอะไรที่มันที่สุดแล้ว แต่แต่งจบก็แทบหมดแรงลงไปนอนไถลกับพื้นเหมือนกัน


                    ปล อยากหวีดอยากทวงติดแฮชแท็ก #รักษ์นารา ไม่ก็ #FoxxTrot มานะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1105 Nuan004 (@Nuan004) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 14:46
    เตชินต์จะต้องชนะ~~~~~~~~~~~
    #1105
    0
  2. #1104 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 16:57
    ชอบการเขียนฉากต่อสู้มากกกกกเห็นภาพเป็นฉากๆคือดีย์ พี่เตคือเหมือนเด็กเก็บกดอ่ะไฟตามอารมณ์แล้วเป็นสีดำด้วยนะ ชอบคาแรคเตอร์พี่ภูมากสบายๆแต่ก็มีอะไรดึงดูดถ้าทำงานก็อยากได้หัวหน้าแบบนี้เลย รอตอนไฟกับน้ำจริงๆคู่นี้ถ้าร่วมมือกันก็เบจิต้าโกคูดีๆนี่เองเทพทั้งคู่แต่ชอบตีกัน อยากทีมพระเอกแต่ก็เมนพิเตชั้นควรทำอย่างไรรรรร
    #1104
    0
  3. #1103 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 15:05
    นุ้งรักษ์โผล่มานิดเดียวเองลูก คิดถึง ฮือ เมื่อไหร่จะจบพาร์ทการประลองคะ คิดถึงหนูรักษ์มาก แงงงงงงงงง
    #1103
    0
  4. #1102 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 14:43
    ว้าว เปิดเผยเรื่องราวสกิลความเทพของพี่เตคนคูล กับความค้างคาใจต่อไปของนุ้งคินทร์คนขายอ้อย
    #รอร๊อรอ
    #ขอแถมอีกสักตอนสองตอนจะได้ไหมคะ555+
    #1102
    0
  5. #1101 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 14:29

    ฉันนี่มันหลายใจจริงๆ555555 ไม่รู้จะเชียร์ใคร//ในเลขห้ามีนํ้าตาซ่อนอยู่ ฮาาาาาาา

    #1101
    0
  6. #1100 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 14:05
    อาวุธใหม่ของพี่เตยอดไปเลยค่า อยากเห็นคู่พี่เตจัง
    #1100
    0
  7. #1099 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 14:05
    ตอนหน้าแล้วสินะ เลือกเชียร์ใครไม่ได้เลย ToT
    #1099
    0