ตอนที่ 84 : ตอนที่ ๗๕ คมดาบของภาคินทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1031
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 101 ครั้ง
    10 พ.ค. 61

ตอนที่ ๗๕ คมดาบของภาคินทร์



“แค่เพราะไม่ได้ใส่ผ้าปิดตาไม่ได้หมายความว่าฉันจะใช้วิชามังสาแห่งสายลมไม่ได้หรอกนะ”



พิมายกล่าวอธิบาย แน่นอนว่าด้วยน้ำเสียงสาแก่ใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นร่างกายที่เปียกมะลอกมะแลกของเด็กหนุ่ม เพราะมันแปลว่านอกจากจะถูกเล่นงานแล้วภาคินทร์ยังถูกหลอกเข้าอย่างจัง เด็กสาวก้าวกลับไปยืนกลางเวที ผ้าคลุมสีดอกผักตบปลิวไสวแนบไปเรือนร่าง

                


               “นี่สินะเหตุผลที่เธอแต่งตัวแบบนี้” ภาคินทร์ใช้มือยันเข่าเพื่อช่วยลุกยืน เขาก็ว่าแล้วว่ามันแปลกๆ ที่ช่วงหลังๆ มานี้พิมายแต่งตัวมิดชิดปิดถึงคอตลอด ถ้าบอกว่าทำไปเพื่อการฝึกก็คงต้องยอมรับว่ามันคุ้มค่ามากจริงๆ เพราะถ้าใส่เสื้อผ้าแบบนั้นแล้วยังจับสัมผัสถึงทิศทางของสายลมได้ ย่อมแปลว่ายิ่งเปิดเปลือยผิวเนื้อมากเท่าไรยิ่งมีประสาทสัมผัสไวมากขึ้นเท่านั้น

               


          “ก็มีส่วนอยู่” เด็กสาวยักไหล่ แบมือที่ถือพัดออกไปด้านข้าง ไม่แยแสแม้ว่าจะกำลังทำตัวไม่สมกับชุดสวยๆ อีกแล้ว “แต่พูดตามตรงฉันว่าแม่แค่อยากจับฉันแต่งชุดเก่าของแม่มากกว่า”



                “ชุดเก่า...” ภาคินทร์พึมพำ เลิกคิ้วสูงพลางพิจารณารายละเอียดการแต่งกายของพิมายอีกครั้ง ตอนนี้เขานึกออกแล้วว่าเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน “แม่เธอเคยเป็นนักแสดงละครในมาก่อนสินะ”



                “แม่นายก็เป็นไม่ใช่หรือไง” พิมายโต้อย่างรู้ทัน



                ...นักแสดงละครใน...



                เหล่าสตรีซึ่งร่ายรำและแสดงนาฏศิลป์หลากหลายแขนงให้เชื้อพระวงศ์และอาคันตุกะต่างแคว้นรับชม เป็นผู้คงรักษาซึ่งขนมธรรมเนียมประเพณีอันเคร่งครัด ทุกคนต้องมาจากสกุลลำดับต้นๆ เท่านั้นและต้องใช้กสิณได้เพื่อให้การแสดงพิเศษและงดงามมากยิ่งขึ้น แต่ก่อนเชื่อว่าทำไปเพราะเจ้าหลวงต้องการเก็บบุตรหลานเหล่านั้นไว้เป็นตัวประกันไม่ให้มีสกุลใดแข็งข้อได้ ทว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่เลยสักนิด



                ร่ายรำมันก็แค่หน้าที่แต่ผิวเผิน งานหลักจริงๆ แล้วคือการอารักขาความปลอดภัยให้กับหน่อเนื้อเชื้อเจ้าทั้งหลายขณะอยู่ในงานรื่นเริงและพิธีกรรมต่างหาก เพราะนางละครในเหล่านี้คือคนที่อยู่ชิดติดกับพระที่นั่งที่สุด ความที่เป็นผู้หญิงและดูบอบบางทำให้ไม่มีใครคาดคิด ว่าแท้จริงแล้วกุหลาบงามจะซุกซ่อนหนามที่แหลมคมไว้มากมายเพียงใด



อาจไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับมอบหมายนี้ อาจมีเพียงแค่ไม่กี่คนจนนับได้ด้วยมือข้างเดียว แต่พวกเธอเหล่านั้นล้วนเก่งกาจ จนสามารถเทียบเคียงเหล่าปัญจราชศาสตราได้เลยด้วยซ้ำ



                “นักแสดงละครในน่ะใช่ แต่ที่เป็น ยอดชฏา น่ะ เห็นจะมีแค่แม่เธอเท่านั้นแหละ” ภาคินทร์ลูบน้ำออกไปจากใบหน้า แต่แทนที่จะร่วงกลับลงไปมันกลับนิ่งค้างอยู่กลางฝ่ามือของเขา ทันใดนั้นน้ำบนพื้นก็ลอยกลับขึ้นมารวมตัวอยู่บนมือซ้ายของเด็กหนุ่ม



พิมายเลิกคิ้วทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น ยอดชฏา คำที่ใช้เรียกแม่ของเธอรวมทั้งนักแสดงละครในอีกสองสามคนซึ่งมีทักษะการต่อสู้เก่งกาจมากพอที่จะปกป้องเลือดขัตติยะของแคว้นอย่างลับๆ ได้



“ไม่นึกว่าจะมีคนรู้จักด้วยแฮะ สงสัยจะยังเป็นความลับไม่พอ” เด็กสาวยิ้มขำ น้ำเสียงไม่จริงจังคล้ายจะบอกว่ารู้ไปก็เท่านั้นยังไงก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปอยู่ดี ก็เหมือนเหล่าราชองครักษ์ หน่วยรากษกรวมทั้งปัญจราชศาสตรานั้นแหละ ทุกอย่างสูญสิ้นไปหมดแล้วพร้อมกับเหตุการณ์แม่น้ำแดง



“พ่อเป็นนักรบจากแคว้นแห่งสายลมส่วนแม่เป็นอดีตองครักษ์หน่วยลับที่ไม่มีชื่อบันทึกในประวัติศาสตร์ ยังมีอะไรให้ฉันแปลกใจอีกไหม”



ภาคินทร์ถาม ทว่าจากน้ำเสียงและท่าทางแล้วไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าใคร่รู้เลยสักนิด มันเหมือนเขาแค่พยายามถ่วงเวลามากกว่า และพิมายก็รู้ดีว่าเพราะอะไร ดวงตาสีลูกหว้าเหลือบมองฝ่ามือของเด็กหนุ่มซึ่งน้ำที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นเวทีกำลังลอยกลับไปรวบรวมอยู่บนนั้น



ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายและไม่เร่งร้อน คล้ายตระหนักได้แล้วว่าเธอจะไม่มีทางโจมตีก่อนแน่นอน



ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ถูกต้อง



พิมายไม่มีกสิณมากพอจะปะทะสู้กับภาคินทร์ได้นานเกินสองสามกระบวนท่า อีกฝ่ายเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดที่เกิดมาพร้อมปริมาณกสิณมากมายราวกับไม่มีวันใช้หมด มันเป็นช่องว่างอันใหญ่โตที่เด็กสาวไม่มีวันก้าวข้ามได้ แม้จะเจ็บใจแต่ก็ต้องจำทนยอมรับ วิธีต่อสู้แบบที่เธอถนัดไม่สมควรเอามาใช้กับเขารวมทั้งเตชินท์ด้วย



และเพราะกระหายในชัยชนะเป็นอย่างมาก พิมายจึงยอมปรับเปลี่ยน



ทั้งการเคลื่อนไหว กระบวนการคิด ไปจนถึงเสื้อผ้าหน้าผม ถ้ามันทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้นได้ไม่ว่าอะไรเธอก็จะทำทั้งนั้น



ด้วยวิธีหลบหลีกจากพ่อและการโต้กลับจากแม่ที่ผสานเข้าด้วยกัน พิมายสามารถใช้สายลมช่วยประคองและย้อนคืนการโจมตีกลับไปหาอีกฝ่ายได้ทุกรูปแบบ ซ้ำยังไม่สิ้นเปลืองพลังงานของเธอเลยแม้แต่น้อย หากเป็นปฐวีธาตุอาจจะลำบากนิดหน่อย แต่ถ้าเป็นอาโปเตโชจะเข้าทางเธอเป็นอย่างยิ่ง



ทว่าทุกอย่างล้วนมีข้อเสียในตนเอง



วิชาของพ่อและแม่ไม่อนุญาตให้เธอเป็นคนเริ่ม อีกฝ่ายต้องลงมือโจมตีก่อนเท่านั้น เธอถึงจะตอบโต้กลับไปได้



“ฉันจะได้เป็นผู้ชนะงานประลองรุ่นเยาว์คนต่อไปไง แต่คิดอีกที…แบบนั้นไม่น่าจะเรียกว่าน่าแปลกใจได้เลยแฮะ เพราะยังไงสุดท้ายแล้วชัยชนะก็จะเป็นของฉันอยู่ดี”



“หึ” ภาคินเหยียดยิ้มในขณะที่เขาพลิกคว่ำมือซ้ายเหนือใบดาบ ส่งผ่านมวลน้ำบนฝ่ามือให้เคลือบฉาบพระขรรค์สยบกาลไว้ “คิดว่าจะชนะฉันได้นี่หลงตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า”



มันกลายเป็นเหมือนดาบน้ำขนาดใหญ่ยาวเกือบสามวาซึ่งมีแกนกลางเป็นดาบพระราชทานสีทองอร่าม ขนาดของมันมโหฬารจนแค่ดูก็รู้สึกได้แล้วว่ายากแก่การควบคุมและรักษาสมดุลขนาดไหน พิมายขมวดคิ้ว เธอไม่เคยเห็นวิธีใช้อาโปธาตุในลักษณะนี้มาก่อน พูดตามตรงเด็กสาวเดาไม่ถูกเลยสักนิดว่าภาคินทร์เคลือบฉาบดาบด้วยน้ำไว้ทำไมกันแน่ เพื่อเพิ่มระยะโจมตีหรือ? แต่แบบนั้นแค่แส้น้ำก็น่าจะเพียงพอแล้วนี่นา



ยังไงก็ตามเธอกำลังจะได้รู้คำตอบแล้วเมื่อเด็กหนุ่มย่อตัวตั้งท่า สองมือกุมกระชับที่ด้ามดาบ



“ตอนแรกฉันจะเก็บท่านี้ไว้ใช้กับเจ้านั่น”



ภาคินทร์กล่าว ไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเด็กสาวก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้านั่นที่ว่าหมายถึงคือใครกันแน่ เพราะทั้งเขาและเธอต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน



“แต่เห็นเธอรุกหน้าไปไกลขนาดนี้แล้ว ถ้าขืนฉันไม่เอาจริงคงไม่มีทางได้ไปรอบชิงชนะเลิศแน่ๆ แต่อย่างที่บอก ฉันจะพยายามยั้งมือไว้แล้วกัน จะได้ไม่ลำบากรักษ์นาราทีหลัง”



“เฮ้ย คิดว่าจะชนะฉันได้นี่หลงตัวเองมากไปหรือเปล่า” พิมายลอกย้อนคำพูดของภาคินร์กลับไปให้ เธอยืนเท้าชิด สองพัดกางป้องลำตัวและใบหน้าเหมือนอย่างเคย



ดวงตาสีลูกหว้าและสีวังน้ำวนจับจ้องกันอย่างหยั่งเชิง



ปราศจากสัญญาณใดๆ ภาคินทร์พุ่งตัวเข้าใส่พิมายทันที เขาตวัดดาบจากขวาไปซ้าย ขนาดอันใหญ่โตของอาวุธในมือดูจะไม่เป็นอุปสรรคหรือลดทอนความเร็วของเขาได้เลย พิมายตัดสินใจก้มหลบ แต่เพียงยืดตัวขึ้นมาก็พบว่าดาบจากอาโปธาตุได้วกกลับมาอีกครั้ง



เด็กสาวขยับข้อมือ ตั้งใจจะใช้สายลมพยุงเปลี่ยนทิศทางเหมือนเคยก่อนจะตระหนักได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ต่อให้ถูกนำมาเคลือบทับดาบ แต่มวลน้ำก็ไม่ควรจะแผ่ไอเย็นเยือกและมีประกายคมวาวได้ถึงขนาดนี้!



พิมายหุบพัดทันที ใช้ส่วนสันยกขึ้นป้องกัน



เคร้ง!



และเธอคิดถูก เสียงตอนที่พัดของเธอและดาบน้ำของภาคินทร์ปะทะกันอาจจะไม่ได้ฟังกังวานเหมือนโลหะ แต่มันเป็นเสียงของของแข็งยามกระทบกันไม่ผิดแน่ ต้นแขนรู้สึกเจ็บแปลบ ถูกซ้ำเติมด้วยความเย็นที่ไม่คุ้นเคย พิมายก้มมองอย่างตื่นตระหนก ดาบน้ำถูกยันต้านไว้ด้วยพัดเหล็กได้ทันก่อนจะฟันต้นแขนเธอเป็นแผลเหวอะแหวะก็จริง แต่ถึงกระนั้นรอยเลือดบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนผิวเนื้อของธอแล้วเรียบร้อย



คมของพระขรรค์สยบกาลไม่ได้เฉียดเขาใกล้เธอเลยสักนิด มีเพียงส่วนของน้ำจำนวนมากที่ฉาบเคลือบไว้เป็นรูปทรงของดาบเท่านั้น และนั่น...ทำให้พิมายรู้สึกตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก



นี่มันอะไรกัน? น้ำที่คมจนบาดเรียกเลือดได้?



ดวงตาสีลูกหว้าเงยขึ้นมาทันสังเกตเห็นรอยยิ้มมุมปากของภาคินทร์พอดี ก่อนจะทันรู้ตัวแรงต้านที่พัดก็หายไป ภาคินทร์ไม่ได้ถอยดาบ แต่เขาสลายสภาพดาบให้กลับไปเป็นมวลน้ำตามเดิมต่างหาก มันม้วนตัวทิ้งโถมลงมาอย่างรวดเร็ว พิมายตกใจจนลืมทุกสิ่งที่ถูกสอนมา เธอกลับไปเป็นตัวของตนเองและทำในสิ่งที่ถนัดอีกครั้ง



พึบ!!



พัดคลี่สะบัดจากล่างขึ้นบน ลมกรรโชกบังเกิด หอบคลื่นน้ำให้ลอยสูงกลายเป็นเพียงละอองฟอย ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ภาคินทร์ใช้พระขรรค์สยบกาลฟาดฟันต่อลงมาทันที พิมายทั้งเอนหลบและใช้พัดตั้งรับ เด็กสาวรวบรวมลมใต้ฝ่าเท้าแล้วดีดตนเองถอยห่างออกมาเกือบสุดขอบเวที



ทันทีที่เท้าแตะพื้นเธอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นฝ่ายโจมตีก่อนบ้าง มือเรียวปาพัดในมือขวาออกไป ภาคินทร์ยกพระขรรค์ขึ้นป้องปัด พิมายกระตุกผ้าผืนยาว ดึงพัดให้หวนกลับสู่มือพร้อมกันนั้นก็สะบัดพัดมือซ้ายสร้างสายลมทรงกลมให้พุ่งเข้าใส่



ภาคินทร์วิ่งตรงเข้ามาหา พระขรรค์ชี้ลู่ไปด้านหลัง หยดน้ำลอยกลับมารวมตัวกันก่อเกิดเป็นดาบอาโปอีกครั้ง



ฉัวะ!!



เขาฟันฉับ กลุ่มลมสลายตัว เมื่อเข้าถึงตัวพิมายเขาก็จ้วงแทงดาบไปข้างหน้า เด็กสาวพยายามปัดป้องสุดฤทธิ์ แต่เพราะเดี๋ยวก็เปลี่ยนสลับจากดาบน้ำคมกริบไปเป็นมวลน้ำไร้รูปร่าง เธอจึงปรับตัวตั้งรับไม่ทัน หลังจากได้รอยเลือดเพิ่มมาอีกสองสามแผล ในที่สุดเด็กสาวก็มองลูกเล่นของอีกฝ่ายออก



ภาคินทร์ฟันดาบลงมาตรงๆ พิมายไขว้แขนใช้พัดเหล็กรับไว้ ในระยะประชิดเช่นนี้ไม่มีทางเลยที่เธอจะมองข้ามรายละเอียดของดาบอาโปไปได้



น้ำแข็ง!



ตรงขอบของมันเป็นน้ำแข็ง ในขณะที่ส่วนที่เหลือยังเป็นมวลน้ำเหลวใสที่เลื่อนไหลไปมาอยู่ตลอดเวลา นี่เองที่มาของความรู้สึกเย็นเยือกและสาเหตุที่ทำให้ดาบของภาคินทร์สามารถเฉือนเธอเป็นแผลได้ พิมายอาจจะไม่เคยเห็นหิมะและน้ำแข็งจริงๆ มาก่อน แต่ถึงจะไม่รักเรียนขนาดไหนก็ย่อมต้องเคยได้ยินอยู่แล้ว



ถึงพรสวรรค์อันหายากยิ่งที่จะพบได้เพียงหนึ่งในล้านของบรรดาผู้ใช้กสิณ



การเปลี่ยนแปลงสถานะของสรรพธาตุ



“มันจะขี้โกงเกินไปแล้ว” พิมายกัดฟันกรอดถึงความอยุติธรรมที่ฟ้าบันดาลมา เธอเร่งวาโยธาตุให้หมุนวนรอบตัว ก่อนจะบงการซัดเป็นคลื่นกระแทกออกไปทุกทิศทางพร้อมกับออกแรงดันดาบเล่มยักษ์ออกไป ภาคินทร์ผงะถอยเล็กน้อย แต่แค่นั้นก็มากพอแล้วให้พิมายซ้ำด้วยการใช้ขาขวาถีบเข้าไปที่ท้อง



ทว่า...



หมับ



โดนมาบ่อยจนจับทางได้ ภาคินทร์ใช้อีกมือที่ว่างอยู่คว้ายึดข้อเท้าของเด็กสาวไว้ กระพรวนส่งเสียงก่อนจะเงียบเลือนหาย พิมายพยายามดึงขาออกทว่าไม่สำเร็จ ดูเหมือนนอกจากปริมาณกสิณแล้ว สรีระร่างกายก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เธอก้าวข้ามไปไม่ได้



“เธอนี่เป็นอะไรชอบถีบอยู่เรื่อย” ภาคินทร์พึมพำ เขากำลังคลายดาบน้ำออกให้เหลือเพียงพระขรรค์เท่านั้น ท่าไม่ดีแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพิมายก็อดไม่ได้ที่จะต่อปากต่อคำ



“มือฉันมันบอบบางเกินไปน่ะสิเลยไม่อยากต่อยให้เจ็บเปล่า”



สิ้นคำพิมายก็ดีดตัวขึ้นจากพื้น อาศัยมือที่จับข้อเท้าเธอไว้เป็นหลักยึดเพื่อแตะขาอีกข้างซึ่งห่อหุ้มด้วยสายลมเข้าที่ใบหน้าอีกฝ่ายอย่างจัง



ผัวะ!!



บังเกิดเสียงโครมครามดังสลั่น คราวนี้ภาคินทร์กระเด็นไปไกลรวมวา พระขรรค์สยบกาลหลุดจากมือ ซีกหน้าแดงเถือกซ้ำยังมีเลือดไหลมาจากรอยช้ำที่โหนกแก้มอีกต่างหาก เขายันตัวลุกจากพื้นอย่างทุลักทุเลในขณะที่พิมายหมุนตัวกลับมายืนตรงได้อย่างสวยงามโดยอาศัยความช่วยเหลือจากแรงพยุงของสายลม แต่ว่าเด็กสาวกำลังหอบ ทั้งจากแรงอารมณ์และความเหนื่อยล้า ต่อให้พยายามสะกดกลั้นไว้มากเท่าไหร่มันก็ยังชัดเจนอยู่ดี



ซัดภาคินทร์ให้ปลิวไปขนาดนั้นได้สะใจเธอมากก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็เปลืองแรงเธอไปมากเช่นกัน พิมายไม่ได้วางแผนไว้แบบนี้ เธอไม่ได้คิดว่าเขาจะมีพรสวรรค์แบบนั้นซ่อนอยู่ ที่จริงแล้วไม่ว่าใครก็คงคิดไม่ถึงทั้งนั้นแหละ



และมันทำให้เด็กสาวรู้สึกว่าโลกช่างไม่ยุติธรรม



ในขณะที่เขาเกิดมามีพร้อมทุกอย่าง เธอกลับต้องไขว่คว้า ดิ้นรนแทบตายเพียงเพื่อจะพบว่าไม่มีทางเป็นได้อย่างเขา แต่แทนที่จะโกรธพิมายกลับรู้สึกพลุ่งพล่าน กระหายต้องการในชัยชนะมากขึ้นไปอีก มันจะให้ความรู้สึกดีแค่ไหนกันนะถ้าเธอที่เป็นแค่คนธรรมดาสามารถเอาชนะคนที่ถูกเรียกเป็นอัจฉริยะแห่งยุคสมัยอย่างภาคินทร์ได้


 

“จะพรสวรรค์หรือฟ้าลำเอียงก็ช่าง” เด็กสาวประกาศกร้าว ชี้พัดตรงไปทางเขา “ไม่ว่าอะไรฉันก็จะก้าวข้ามให้หมด ทั้งแกแล้วก็เจ้านั่นด้วย”



ภาคินทร์ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่แก้ม เขากระตุกยิ้มหยันเมื่อประโยคนั้นสิ้นสุดลง



“ก็บอกแล้วไงว่าคิดจะชนะฉันได้เนี่ยหลงตัวเองมากไปหรือเปล่า”



ตูม!!



น้ำในคูด้านหลังพวยพุ่ง รวมตัวกลายเป็นคลื่นน้ำที่ม้วนตัวสูงขึ้นไปเกือบครึ่งของสนามประลอง พิมายเห็นประกายเย็นเยือกปนอยู่ในนั้น อาโปธาตุโน้มตัวมาข้างหน้าดูคล้ายจะทิ้งโถมลงมาได้ทุกเมื่อ เด็กสาวเหลือบตามองไปข้างๆ ก่อนจะพบว่าในคูแห้งขอดไปหมดแล้ว



มาถึงขั้นนี้วิชาแบบยอดชฎาคงใช้ไม่ได้ผลแน่ๆ ไม่มีทางที่พิมายจะสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางของมวลน้ำปริมาณมหาศาลขณะนี้ได้เลย ข้าแต่สองเทวา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะภาคินทร์อ่านจุดอ่อนของเธอออกหรือเขาแค่ทําไปตามปกติกันแน่ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามมันทำให้เด็กสาวก็เหลือแค่ทางเลือกแค่ทางเดียวเท่านั้น



คือโถมทุกอย่างที่มีเข้าใส่เช่นกัน



“มาทำให้มันจบๆ ไปกันเถอะ” ภาคินทร์ว่า กำหมัดยกขึ้นตั้งท่าโดยไม่สนพระขรรค์สยบกาลที่นอนนิ่งอยู่อีกทางแม้แต่น้อย



“ก็ดีเหมือนกัน ยืดเยื้อมานานเกินไปแล้ว” พิมายเหยียดยิ้ม แทบจะรู้สึกได้ถึงชีพจรที่เต้นเร้าด้วยความตื่นเต้น วาโยธาตุมารวมกันอยู่บริเวณปลายพัดเหล็กทั้งสอง



ทั้งคู่ขยับตัวเพียงน้อยนิด กระชับอาวุธและกำหมัดแน่น จับจ้องกันและกันอย่างระแวดระวัง และแล้ว...พิมายก็โบกพัดเป็นจังหวะเดียวกับที่ภาคินทร์ชกหมัดขวามาข้างหน้าพอดี



ตูม!!!



คลื่นน้ำและสายลมพุ่งเข้ามาปะทะตรงที่กึ่งกลางเวที ยื้อดันกันไปมาอย่างไม่ลดละ พิมายบงการกสิณ เสริมแรงลมเข้าไปอีก เธอกัดฟันข่มกลั้นความเหนื่อยล้าเพราะตอนนี้ขนาดของกลุ่มน้ำของภาคินทร์เริ่มเล็กลงเรื่อยๆ แล้วเนื่องจากถูกกระแสลมของเธอปลิวพัดหายไป



กสิณของภาคินทร์อาจจะดูเหมือนไม่มีวันหมดทว่าอาโปธาตุที่เขานำมาใช้ได้ถูกกำหนดไว้แต่แรกอยู่แล้วด้วยปริมาณของน้ำในคู ตรงข้ามกับผู้ใช้กสิณวาโยอย่างพิมายซึ่งเป็นธาตุที่หาได้ง่ายที่สุดซ้ำยังไม่มีวันหมดอีกด้วย มันเป็นข้อได้เปรียบเดียวที่เธอมีในสถานนี้ และเธอต้องงัดมันมาใช้ประโยชน์ให้ได้



วูบ!!



พิมายโบกพัดซ้ำ กู่ร้องตะโกนก้อง สายลมของเธอพลักดันกลุ่มน้ำของภาคินทร์ให้เอนถอยไปด้านหลัง ก่อนจะทะลวงผ่านไปได้ในที่สุด อาโปธาตุร่วงโปรยลงมาดังหยาดน้ำฝน พิมายหอบสะท้าน ความยินดีสะท้อนผ่านเข้ามาในแววตาและสีหน้า เธอทำสำเร็จแล้ว เธอเอาชนะกสิณของอีกฝ่ายได้



ทว่าท่ามกลางทัศนยภาพอันชุ่มฉ่ำ กลับมีประกายวาววับของคมดาบพุ่งตรงมาหา



เป็นภาคินทร์พร้อมพระขรรค์สยบกาลในมือ!`



พิมายยกพัดขึ้นป้องกัน แต่เธออ่อนล้าเกินไป เพราะเพียงไม่กี่กระบวนท่าเด็กหนุ่มก็ปัดอาวุธของเธอหลุดมือได้สำเร็จ เขาย่อตัวลงแตะวาดขาทำให้เธอล้มลง พิมายพยายามยันตัวลุกขึ้นและรวบรวมสายลมขึ้นมาใหม่ แต่สายไปแล้ว ภาคินทร์จ่ออาวุธในมือแนบลำคอของเธอได้สำเร็จ



พิมายถอนหายใจเฮือก ทิ้งตัวลงนอนแผ่หรากับพื้นตามเดิม เสียงตรบมือดังขึ้นจากทั่วสารทิศร้องเรียกชื่อของทั้งภาคินทร์และของเธอ เด็กสาวปล่อยให้ตนเองหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างหมดมาดพร้อมกับบ่นพึมพำไปด้วย



“นั่นมัน...คาดไม่ถึงเลยแฮะ”



“เพราะเธอยึดติดเกินไปน่ะสิ” ภาคินทร์ว่า ถอยคมดาบออกไปเมื่อพิธีกรประกาศถึงชัยชนะของเขาแล้ว ทว่าแทนที่จะรีบเดินลงจากเวทีหรือช่วยฉุดเธอลุกขึ้นยืนอย่างนักกีฬาที่ดีควรทำ เขากลับปล่อยให้ตนเองนั่งแปะลงตรงพื้นข้างๆ อย่างหมดมาดไม่แพ้กัน ภาคินทร์ปักพระขรรค์ลงกับพื้น เอนหน้าผากพิงด้ามจับแล้วเริ่มต้นผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เพื่อระบายความเหนื่อยอ่อนเช่นกัน



“กสิณฉันอาจจะดูเยอะ แต่ยังไงมันก็มีจำกัด ฉันยังต้องประลองในรอบชิงชนะเลิศอีกขืนทุ่มทั้งหมดลงกับเธอ ฉันจะเอาอะไรไปสู้กัน”



“ประเด็นนั้นฉันลืมคิดไปเลยแฮะ” พิมายหัวเราะให้กับความไม่ละเอียดอ่อนของตนเอง เนื่องจากเธอคิดแต่ว่าต้องทุ่มทุกอย่างเพื่อเอาชนะภาคินทร์ให้ได้ ไม่ได้คิดต่อว่าหากชนะได้จริงๆ จะทำอย่างไรกับอีกศึกหนักที่รออยู่ข้างหน้า แบบนี้แสดงว่าไอ้ที่ดูเหมือนสายลมของเธอสามารถทะลวงสลายกสิณของเขาได้มันก็ไม่จริงสินะ



“นายสลายกสิณเองสินะ หลอกให้ฉันตายใจแล้วอาศัยจังหวะนั้นไปหยิบดาบกลับมา เจ้าเล่ห์วะ”



“ก็ประมาณนั่น” เด็กหนุ่มยอมรับหน้าตาเฉย



เสียงของพิธีกรและเสียงหอบหายใจแทรกเข้ามาแทนที่อยู่อีกครู่ก่อนที่พิมายจะตัดสินใจถาม



“นั่นมันน้ำแข็งจริงๆ ใช่ไหม”



“...ประมาณนั้น” ภาคินทร์ตอบสั้นและคลุมเครือเหมือนเคย พิมายไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกฝ่ายกล่าวด้วยเสียงแผ่วและกำลังหลบตาไปทางอื่นอย่างหวาดๆ เพียงใด



“ก็อยากจะบ่นว่าขี้โกงอยู่หรอกนะ” มุมปากของพิมายบิดคว่ำลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความลำเอียงของสวรรค์เบื้องบน ทว่าไม่นานมันก็กลับมาเป็นปกติ ดวงตาสีลูกหว้าเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่เปิดโล่ง ถอดถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ “แต่แบบนั้นมันคงจะดูเหมือนพวกขี้แพ้ชวนตีมากไปหน่อย เอาเป็นว่าครั้งหน้าฉันจะไปเตรียมตัวมาใหม่แล้วกัน รับรองว่าไม่แพ้เหมือนวันนี้แน่”



ภาคินทร์นิ่งไปครู่หนึ่งอย่างคาดไม่ถึง ดวงตาสีวังน้ำวนหันกลับมามองคนที่นอนแผ่อยู่อย่างงงๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา



“จะรอแล้วกัน”



“ว่าแต่ไอ้ที่เตะขัดขาจนล้มนั่นจำเป็นด้วยเหรอ?”



คำถามนี้ภาคินทร์เลือกจะเงียบ ทำเอาพิมายถึงกับต้องระบายความหงุดหงิดด้วยการพยายามถีบคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กันอีกครั้ง แต่เพราะแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงใดๆ แล้วมันเลยดูเหมือนการเขี่ยมากกว่า อีกอึดใจถัดมาเหล่าแพทย์สนามก็เดินมาถึง



ภาคินทร์โบกมือปฏิเสธความช่วยเหลือก่อนจะใช้มือยันเข่าเพื่อลุกขึ้นยืน พิมายก็เช่นกัน หลังยืนยันว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บอะไรร้ายแรงนอกจากเหนื่อยมากเกินไปเท่านั้น แพทย์สนามจึงยอมเก็บเปลหามและปล่อยให้เธอเดินกลับเองแต่โดยดี



ทั้งภาคินทร์และพิมายเดินคู่กันมาเงียบๆ ตลอดทาง แต่ก่อนที่จะถึงอัฒจรรย์เด็กหนุ่มก็หยุดเท้าแล้วหันกลับมา



“ฉันอยากให้เธอรู้ไว้ว่าฉันคงไม่ใช้แผนลวงแบบนั้นหรอกถ้าไม่ใช่เพราะฉันเริ่มไม่มั่นใจว่าเอาชนะเธอได้ด้วยกสิณเพียงอย่างเดียว”



“จะบอกว่าฉันเป็นคู่ต่อสู้ที่คู่ควรหรือไง” เด็กสาวกอดอกเลิกคิ้วสูง ท่าทางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง



“เปล่า” เขาสวนทันควันทำเอาพิมายเกือบหลุดร้องอ้าวออกมาแล้วถ้าไม่ใช่เพราะประโยคที่ตามมา “แต่เธอเก่งขึ้นมากและฉันเชื่อว่าในอนาคตข้างหน้าก็คงจะเก่งได้มากกว่านี้อีก ดังนั้นฉันจะรอวันนั้นแล้วกัน วันที่เราสองคนทุ่มทุกอย่างใส่กันได้จริงๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าคนนอกจะมองแบบไหนและจะทำยังไงกับการต่อสู้ที่เหลืออีก”



เด็กสาวยิ้มกว้าง ฉับพลันความพ่ายแพ้ที่เพิ่งได้รับมาก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปในทันที



“ฉันจะถือว่านั่นเป็นสัญญาแล้วกันนะว่าฉันกับนายยังมีนัดล้างตารออยู่อีก”





##########


สนทนา : เป็นลองเทคที่เขียนแล้วเหนื่อยแต่ก็มันสุดๆไปเลยค่ะ จริงๆอยากให้ทั้งคู่เลือดตกยางออกมากกว่านี้อีกซักหน่อยเหมือนกัน จะได้รู้สึกถึงความ aggresive คือเป็นประเภทหัวร้อนง่ายกันทั้งคู่จะได้แค่รอยช้ำไปก็กระไรอยู่ แต่คิดอีกทีอย่าดีกว่า ให้เด็กสิบห้าตีกันตกเลือดดูจะไม่ใช่กีฬาที่ดีเท่าไร 555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 101 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #1083 grayrida (@grayrida) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 01:12
    มันส์มากๆ เลยค่ะ
    #1083
    0
  2. #1065 =>black projecter (@aceofheart) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 02:10
    อย่างกับการ์ตูนโชว์เน็นเลนครับ...
    #1065
    0
  3. #1063 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 17:38
    หูยย คือดี การบรรยายลื่นไหลมากค่ะ เห็นภาพชัดเจน แถมมิตรภาพระหว่างสองคนนี้อีก ลงตัว
    #1063
    0
  4. #1044 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 08:13
    นุ้งคินทร์กลับไปรีพลังกสิณเดี๋ยวนี้เลยค่าาา เดี๋ยวสู้พี่เตไม่ด้ายยยยย นี่ยังเลือกไม่ได้เลยจะเชียร์ใครดีระหว่าง2คนนี้ ฮือออ พี่สาวลำบากใจจจจจ 555

    ปอลอ เหมือนจะลืมไปว่าเฮียเตยังไม่ได้ชนะพี่ภู ทำไมไม่มีใครคิดว่าพี่ภูจะชนะบ้างงงง น่าจ๋งจ๋านพี่ภูยิ่งนักกกก 5555
    #1044
    1
    • #1044-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 84)
      11 พฤษภาคม 2561 / 11:15
      ทุกคนดูจะเดาไปแล้วว่าพี่ภูแพ้แน่นอน 555
      เราว่าพอถึงเวลาไม่ต้องเลือกค่ะ เหมาทั้งน้ำและไฟไปเลยยย
      #1044-1
  5. #1043 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 07:08
    ทำไมช่วงนี้มาลีกับหนูรักษ์ค่าตัวแพงจังคะ;=;//เก๊าคิดถึงงงงงงงง
    #1043
    1
    • #1043-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 84)
      11 พฤษภาคม 2561 / 11:16
      ไปย้อนอ่านดู แพงจริง มาลีไม่มาเกือบสิบตอนได้ละ 555 ใจเย็นๆนะคะ ฟ็อกซ์เก็บเงินอยู่
      #1043-1
  6. #1042 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 06:47
    ปลาบปลื้มมมมมม แข่งจบก็ยังมีมิตรภาพน้าาาาาา
    ไป ป้ายหน้าอีพี่เต 555555555
    #1042
    1
    • #1042-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 84)
      11 พฤษภาคม 2561 / 11:17
      พี่เตนี่คงดุเดือดกว่านุ้งคินทร์หลายสิบเท่า 55
      #1042-1
  7. #1041 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 03:17
    เด็ก15ก่อนหน้าคู่นี้ก็แทบฆ่ากันตายมาแล้วนะฟ็อกซ์
    #1041
    1
  8. #1040 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 00:34
    เราว่าสมเหตุสมผลดีแล้วที่ภาคินทร์ชนะ นางมีต้นทุนดีกว่าพิมาย แต่พิมายก็ทำให้พวกเราเห็นแล้วว่านางพัฒนาขึ้นจริงๆ ตัวละครกำลังค่อยๆโตขึ้นแต่น้องรักษ์ลูก เมื่อไหร่จะโตกับเขาบ้าง ตัวจิ๋วเท่าเดิมเลย55555555555555
    #1040
    1
    • #1040-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 84)
      11 พฤษภาคม 2561 / 11:18
      หนูรักษ์คงคอนเซปไซส์มินิแบบเสมอต้นเสมอปลายค่ะ 55
      #1040-1
  9. #1039 Seraris (@jinnylee1-1) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:53
    เป็นการสู้ที่ดุเดือดจริงๆ ดูเหมือนพิมายจะเริ่มยอมรับในตัวภาคินต์มากขึ้นด้วย(สนิทกันด้วยหมัดสินะเจ้าพวกนี้-_-)ต่อไปคงไม่ขัดขวางทางรักของหนูรักษ์กับนุ้งคินท์แล้วใช่ม้ายย
    #1039
    1
    • #1039-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 84)
      11 พฤษภาคม 2561 / 11:18
      พิมายบอก นั่นมันคนละเรื่องกันเฟ้ย!! //ล่มเรือเพื่อนต่อปัย
      #1039-1
  10. #1038 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:30
    <p>พอผลออกมาอย่างนี้แล้วถ้าถึงรอบต่อไปให้พี่เตแพ้ๆไปเถอะแพ้เป็นเพื่อนมายอ่ะส่วนให้นุ้งคินทร์ชนะไปเถอะ//กรี้ดดดดดไฟมาจากไหนใครเล่นไฟฟฟฟฟฟ</p>
    #1038
    0
  11. #1037 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 21:05
    มาอย่างเท่เลย
    #1037
    0
  12. #1036 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 20:57
    นุ้งคินทร์จะสู้พี่เตได้หรือไม่???????????? หรือพี่เตอาจจะแพ้เพราะประมาทไป
    #ขอบคุณค่ะไรท์
    #1036
    0
  13. #1035 RedDressGirl (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 20:53
    นุ้งคิดมาหล่อวุ้ยยยย
    #1035
    0