ตอนที่ 82 : ตอนที่ ๗๓ การร่ายรำของพิมาย(๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    13 เม.ย. 61


ตอนที่ ๗๓ การร่ายรำของพิมาย(๑)

 



“เราไม่อยู่ดูได้ไหมจ๊ะ”



รักษ์นาราพูดแบบนี้มาสักพักแล้วตั้งแต่เริ่มช่วยพิมายแต่งตัว



“ไม่ได้” คนตัวสูงเอ่ยแกมสั่งขณะยกแขนขึ้นเพื่อให้คนตัวเล็กช่วยจัดชายเสื้อด้านหลัง “ฉันอยากให้แกเห็นตอนที่ฉันอัดหน้ากวนโอ๊ยของมัน”



“มาย...” รักษ์นาราลากเสียงด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ



“ล้อเล่นน่า” พิมายหัวเราะ หยิบผ้าคลุมไหล่ผืนยาวขึ้นมาพันห่มกายท่อนบนอย่างมิดชิดจนเห็นแค่เพียงท่อนล่างที่เป็นผ้าซิ่นผืนยาวกร่อมเท้าเท่านั้น “แต่ใจคอแกจะไม่อยู่ดูเพื่อนรักสู้จริงๆ เหรอ ถ้าลำบากใจจะไม่เลือกข้างก็ได้นะฉันไม่ว่า แต่ถ้าฉันชนะอย่ามั่วแต่ห่วงเจ้านั่นจนลืมตบมือให้ก็พอ”



“ใครแพ้หรือชนะเราก็ลำบากใจทั้งนั้นแหละ” รักษ์นาราแย้งด้วยใบหน้ามุ่ยๆ ทำเอาพิมายอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปพร้อมกัน ระหว่างทางพวกเขาพบภาคินทร์มายืนดักรออยู่ หัวคิ้วขมวดมุ่นเหมือนเคย ทว่าบรรยากาศกลับต่างออกไปเล็กน้อย



เขาดูกังวล พิมายพอจะแยกความแตกต่างได้ เธอมองตามสายตาอีกฝ่ายไป ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำแบบนั้นไปทำไม เพราะยังไงเจ้าดวงตาสีวังน้ำวนคู่นั้นก็ไม่เคยพ้นไปจากรักษ์นาราอยู่แล้ว



“อย่าลืมที่ตกลงกันเมื่อกี้ละ” พิมายเน้นย้ำกับคนตัวเล็กก่อนจะกระชับผ้าผืนยาวแน่นเข้าแล้วหันไปกล่าวทิ้งท้ายกับเด็กหนุ่ม “อย่าได้บังอาจคิดออมมือให้ฉันเพื่อเอาใจยัยรักษ์เด็ดขาด ขืนทำแบบนั้นฉันตื้บแกเละคาเวทีแน่”



ภาคินทร์ไม่ได้ตอบโต้อะไรมากไปกว่าส่งเสียงหึขึ้นจมูกอย่างดูแคลนในคำพูดนั้น เขาเหลือบตามองตามเด็กสาวร่างสูงไปอีกครู่ก่อนหันกลับมายังคนตัวเล็กตามเดิม



“ได้ยินแล้วใช่ไหม” ความกังวลของภาคินทร์ยังไม่หายไปเสียทีเดียว ทำเอารักษ์นารารู้สึกเอ็นดูในความคิดเล็กคิดน้อยของเขาอย่างบอกไม่ถูก เด็กหนุ่มไม่ได้คิดจะออมมือเหมือนที่พิมายขู่ห้ามอยู่แล้ว เพียงแต่เป็นกังวลว่าหากเพื่อนสนิทของรักษ์นาราได้เลือดขึ้นมามันอาจทำให้เธอไม่สบายใจได้



โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาคือคนที่ทำให้เกิดแผลนั้นเสียเอง



รักษ์นาราเลยเน้นย้ำให้เขาฟังอีกรอบ



“ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ ภาคินทร์สู้เต็มที่เถอะ ยังไงมายก็ต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว”



“แล้วเธอละต้องการอะไร?” เขาย้อนถามพลางเดินเข้ามาใกล้ ส่งผลให้รักษ์นาราจำต้องแหงนหน้าขึ้น เธอยิ้มบางเบา ไม่ได้ให้คำตอบ แต่จากท่าทีก็ชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่เขาให้ไม่ได้ รักษ์นาราอาจจะไม่ชอบการต่อสู้ทว่าเธอเข้าใจถึงธรรมชาติของมันดี ทันทีที่ย่างเข้าสู่สนามประลอง ไม่มีทางที่พวกเขาทั้งคู่จะไม่ได้เลือดกลับมา



“ถ้างั้นฉันจะพยายามไม่ให้ยัยนั่นมีแผลมากนัก แล้วก็จะพยายามไม่ใช่พลังเหมือนกัน...จะได้ไม่ทำให้เธอลำบากทีหลัง”



ภาคินทร์จึงเลือกจะพูดในสิ่งที่พอจะทำได้จริง เขายื่นมือมาหารอคอยด้วยแววตาเว้าวอน และรักษ์นาราไม่ปฏิเสธความต้องการของเขา มือเล็กวางลงอุ้งมือหนาใหญ่ ความร้อนถ่ายเท ปลายนิ้วหยอกล้อและเกี่ยวประสาน ภาคินทร์โน้มตัวลงมา แตะหน้าผากของเขาลงกลางกระหม่อมของเธอ

              


               ราวกับว่าการกระทำเช่นนั้นจะช่วยปลอบประโลมความกังวลของพวกเขาทั้งคู่ได้



                สำหรับรักษ์นาราคือการที่เธอจะต้องเห็นคนที่ห่วงใยต้องมาสู้กันเอง



                ส่วนสำหรับภาคินทร์ คือการที่พรสวรคค์ภายในเริ่มจะยากแก่การกักเก็บมากขึ้นทุกที

 






                รอบรองชนะเลิศมาถึงแล้วและคู่วาโยอาโปได้เริ่มก่อน



                ภาคินทร์อยู่ในชุดโจงกระเบนสีน้ำเงินแก่จนเกือบดำไร้ลวดลายกับเสื้อคอปาดสีขาว เด็กหนุ่มแต่งตัวเรียบง่ายจนแทบไม่สมศักดิ์ศรีของระดับการแข่งขัน แต่คงเพราะแบบนั้นพระขรรค์สยบกาลซึ่งถูกบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างวิจิตรในมือขวาจึงยิ่งดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เขาหมุนข้อมือ แกว่งควงอาวุธพระราชทานประจำสกุลไปมาเพื่ออบอุ่นร่างกายและเตรียมความพร้อม มันต้องแดดเป็นประกายวูบวาบ และหากมองไม่ผิดก็เหมือนจะมีไอเย็นเยือกบางอย่างแผ่ออกมาด้วย



                ในขณะที่ภาคินทร์เหมือนอยู่ในชุดอยู่บ้าน พิมายกลับแต่งตัวเต็มยศจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะใช้สู้ได้



                เด็กสาวปลดผ้าคลุมไหล่สีดอกผักตบลง เผยให้เห็นเกาะอกสีเทาอ่อนปักดิ้นกระจายอยู่ทั่ว ท่อนล่างเป็นผ้าซิ่นสีม่วงแก่ แม้จะยาวกร่อมเท้าแต่กลับมีรอยผ่าด้านข้างทั้งสองข้างลากยาวขึ้นมาถึงต้นขา เผยให้เห็นกางเกงขาสั้นข้างใน ผมสีดำยาวถักเป็นเปียเดี่ยวทิ้งตัวลงมาถึงกลางแผ่นหลัง นอกจากจะไม่สวมรองเท้าแล้ว ที่ข้อเท้าของพิมายยังสวมไว้ด้วยกำไลทองประดับกระดิ่ง ตอนที่เดินจึงส่งเสียงดังตลอดเวลา



                ชุดของเด็กสาวอาจจะงดงามแต่ก็รุ่มร่าม ซ้ำยังเปิดเผยผิวเนื้อมากอย่างไม่น่าเชื่อ



ดวงตาสีวังน้ำวนไล่มองตั้งแต่เรียวขาสีมะกอกไปจนถึงต้นขา หน้าท้องและเนินอกนอกร่มผ้า มันไม่ใช่สายตากะลิ้มกะเลี่ยหรือจาบจ้วงอย่างที่คนอื่นๆ ใช้มองพิมายแต่อย่างใด กลับกันออกจะเป็นการงุนงงและแปลกใจสียด้วยซ้ำ



“ถึงจะแต่งแบบนี้ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงหรอกนะ ยังไงก็ไม่มีการออมมือให้เด็ดขาด”



ประโยคจากปากภาคินทร์ทำเอาพิมายสถบหยาบรุนแรงจนลดทอนความอ่อนหวานของตัวชุดไปมากโข



“ไม่ได้กะแต่งมาเพื่อแบบนั้นอยู่แล้วโว้ย!!`



ภาคินทร์เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าปลายทั้งสองด้านของผ้าคลุมไหล่สีดอกผักตบผืนยาวผูกติดกับพัดเหล็กซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของพิมายอยู่ด้วย เมื่อกวาดตามองลักษณะการแต่งกายโดยรวมของอีกฝ่ายแล้ว เด็กหนุ่มก็พลันรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นมาก่อนแต่กลับบอกไม่ได้ว่าเป็นที่ไหน



“ไม่ปิดตาแล้วเหรอ” ภาคินทร์ถามอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นเด็กสาวสะพัดกางพัด ผ้าคลุมสีดอกผักตบคลี่สยายในสายลมที่พัดวูบมา ไม่มีเศษผ้าชิ้นอื่นอีกแล้วและชุดของเธอก็ดูประณีตจนน่าเสียดายเกินกว่าจะถูกฉีกมาใช้งานได้



“ไม่แหละ ฉันมีอีกวิชาที่เหมาะกับแกมากกว่า” พิมายตอบเหมือนชวนคุยทว่าฟังดูโอหังยิ่ง เธอแสยะยิ้มกว้างอย่างไม่เก็บอาการและไม่เหมาะกับความอ่อนหวานของตัวชุดอีกเช่นเคย “และฉันก็รอเวลานี้มานานแล้วด้วย โอกาสที่จะได้ตื้บแกให้เละโดยไม่มีคนมาขัดขวางและไม่ถูกยัยรักษ์ดุทีหลัง”



“เธอควรภาวนาให้มีคนมาขวางมากกว่า” ภาคินทร์โต้ วูบหนึ่งดวงตาของเขากลายเป็นสีฟ้าสว่างที่เย็นเยือก แต่เพียงพริบตามันก็หายไป พิธีกรเริ่มนับถอยหลังแล้ว



                “เพราะฉันยังไม่อยากทำให้รักษ์นาราเดือดร้อนภายหลัง”








 

                แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ภาคินทร์คนเดียวที่คิดว่าชุดของพิมายออกจะเปิดเผยเกินไป    



“นั่นมันชุดอะไรของลูกพี่กันเนี่ย”



                “ผมไม่รู้จะเอาตาไปไว้ที่ไหนแล้วครับ”



                สองแฝดวิจารณ์พลางยกมือขึ้นปิดหน้า แต่เช่นเคยที่แยกนิ้วออกจากกันเพื่อแอบดู ทั้งคู่นึกว่าจะได้แนวรวมจากคำวิจารณ์นี้แต่กลายเป็นว่า



                “ก็ธรรมดาออกนี่จ้ะ” นั่นคือคำแรกที่รักษ์นาราผู้เรียบร้อยบอกกลับมา



                “พวกนางรำกับนักแสดงละครในก็แต่งตัวแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” ตามมาด้วยชวินทร์ผู้รอบรู้ แต่สองแฝดไม่ได้รู้ด้วย ทั้งคู่เอียงคอมองด้วยสีหน้าฉงน รอคอยคำอธิบายที่ควรจะมีตามมาได้แล้วถ้ายังไม่อยากให้พวกเขาปวดคอไปเสียก่อน



                “สมัยยังมีเชื้อพระวงศ์อยู่ ละครที่เล่นกันในรั้ววังจะเรียกว่าละครในและแสดงโดยผู้หญิงเท่านั้น” ทว่าคนตอบ กลับไม่ใช่ทั้งชวินทร์และรักษ์นารา แต่เป็นสตรีร่างเล็กผู้มีดวงตาสีท้องฟ้าสดใสที่เดินมาอยู่ข้างหลังกลุ่มของเด็กๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทั้งฝาแฝดและชวินทร์ไม่เคยเห็นเธอมาก่อนจึงได้แต่นั่งนิ่ง ในขณะที่รักษ์นารายกมือไหว้ทันที



                “น้าภาสวัสดีค่ะ มานั่งด้วยกันไหมคะ”



                “ก็อยากอยู่นะจ้ะแต่น้าต้องไปเดินตามหาพลัชอีกนี่สิ ไม่รู้ตอนนี้ไปหลงอยู่ตรงไหนกันแน่”



                พอเห็นว่าเด็กสาวตัวเล็กท่าทางจะรู้จักอีกฝ่าย สองแฝดจึงเอนตัวไปกระซิบถาม รักษ์นารากระพริบตาอยู่สองสามครั้งก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด



                “ก็คุณน้านภาวดี แม่ของพิมายไงจ้ะ”



                “หา!! แม่ของลูกพี่”



                “ไม่เห็นจะเหมือนกันเลย”



                ฝาแฝดตะโกนลั่นด้วยความตกใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ากำลังเสียมารยาทอยู่จึงยกมือขึ้นปิดปากแล้วเอ่ยขอโทษแบบคอตกๆ ทว่านภาวดีไม่ถือโทษเพราะอย่างไรมันก็คือความจริง เค้าโครงหน้าอาจจะคลับคล้าย ทว่านอกจากสีตาและสีผิวจะไม่เหมือนแล้ว ทั้งกริยาท่วงท่าก็ยังแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในขณะที่พิมายโพงผางและทำอะไรว่องไวไปเสียหมด สตรีตรงหน้าพวกเขากลับดูอ่อนช้อยและนุ่มนวลยิ่ง กริยาท่าทางล้วนน่ามองไปเสียหมดอย่างที่ลูกหลานสกุลลำดับต้นๆ ควรจะเป็นกัน



                แทบไม่ต้องเดา พลัชต้องเป็นคนเลี้ยงดูลูกพี่เป็นหลักแน่ๆ ถึงได้ออกมาเป็นแบบนี้ได้นี้ฝาแฝดมั่นใจ



                “คุณเองก็เคยเป็นนางรำมาก่อนเหมือนกันใช่ไหมครับ” ชวินทร์ถามเมื่อจับสังเกตถึงอะไรบางอย่างได้ “และชุดที่พี่พิมายใส่อยู่ตอนนี้ก็เคยเป็นชุดของคุณมาก่อน”



                “แหมตาถึงดีจัง” นภาวดีว่า ตัดสินใจนั่งลงครู่หนึ่งเพื่อพูดคุยด้วย  “มายเขาสูงกว่าน้าค่อนข้างมากเลยต้องแก้ชุดกันเยอะหน่อย แต่ก็ออกมาเหมาะกว่าที่คิดไว้มากเลยเนอะ เด็กๆ ว่างั้นไหมจ๊ะ”



                “แต่ว่าเอาชุดที่ใช้แสดงอะไรสวยๆ งามๆ แบบนั้นมาใช้ในการต่อสู้ลูกพี่จะไม่แย่เอาเหรอครับ”



                “ยิ่งสู้กับพี่ภาคินทร์ด้วย ถ้าหลบไม่ทันได้มีสำลักน้ำก่อนแพ้แน่”



                “ถ้าแพ้ก็ดีน่ะสิ” คนเป็นแม่ตอบหน้ายิ้มทำเอาฝาแฝดร้องอ้าวออกมาอย่างพร้อมเพรียงในขณะที่รักษ์นารายิ้มอย่างอ่อนอกอ่อนใจเหมือนจะบอกว่าเอาอีกแล้วเหรอเนี่ย



“แหม น้าล้อเล่นหรอกจ้ะ ถึงจะเห็นรุ่มร่ามแบบนั้นแต่มันขยับตัวคล่องมากเลยนะ เพราะถึงจะเรียกว่านางรำแต่พวกการละครอย่างโขนกับนาฏศิลป์แขนงอื่นๆ ก็ต้องทำได้เหมือนกัน และเพราะมีแต่ผู้หญิงที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเขตราชฐาน พวกฉากพะบู๊อะไรก็ต้องเล่นกันเองหมด ดังนั้นถึงจะเห็นแบบนี้แต่น้าเองก็สู้เก่งพอตัวเลยนะ”



ดวงตาสีน้ำตาลไหม้สองคู่มองสำรวจผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในที่นี่อย่างลืมตัว แขนขาเรียวเล็กบอบบาง รูปร่างก็อรชนอ้อนแอ้นทั้งที่อายุมากจนเป็นแม่คนไปแล้วก็ตาม หากบอกว่าเป็นนางรำก็ถือว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่ง แต่ให้พูดว่าสู้เป็นก็เห็นจะไม่เข้ากันเกินไปหน่อย



“แต่ว่านั่นมันสู้ปลอมๆ แบบจัดฉากไม่ใช่เหรอครับ”



“มันเทียบกับสู้จริงๆ อย่างงานประลองไม่ได้หรอก”



                ฝาแฝดแย้งด้วยความสงสัยอย่างแท้จริง ไม่ได้ต้องการที่จะหักหน้าแต่อย่างใด ไม่ทันที่นภาวดีจะอธิบายขยายความอะไรเพิ่ม ชวินทร์กลับลอบยิ้มราวกับรู้อะไรบางอย่างดีอยู่แล้วเพียงแต่ไม่ได้พูดออกมา



                ...เป็นเด็กช่างสังเกตและรู้เยอะเหมือนที่คุณธีรัชว่าไว้จริงๆ เสียด้วย...



                นภาวดีคิดกับตนเองเงียบๆ ก่อนตัดสินใจจะเลี่ยงหัวข้อสนทนานี้โดยหันไปคุยกับรักษ์นาราแทน



                “หนูรักษ์จ้ะ อินท์ฝากมาบอกว่าถ้างานประลองจบแล้วให้หนูกลับกับน้านะ เพราะที่ร้านยุ่งๆ เขาอาจจะไม่ว่างมารับแถมช่วงนี้อากาศก็แปรปรวนเสียด้วย”



                เรียบง่ายและแนบเนียน คนฟังไม่ได้รู้เลยว่ามีความกังวลใจมากเพียงใดซ่อนอยู่ในถ้อยคำเหล่านั้น เด็กสาวตัวเล็กพยักหน้ารับก่อนจะหันกลับไปทางเวทีประลองต่อ






############

               สนทนา : บางทีก็แอบสงสารหนูรักษ์เหมือนกัน ทางหนึ่งก็เพื่อนสนิท อีกทางก็(ว่าที่)แฟน เชียร์ไม่ถูกกันเลยทีเดียว 555 ชอบการที่ได้บรรยายพิมายในชุคใหม่ลุคใหม่มากเลยค่ะ สนุกดี ถึงสุดท้ายนิสัยจะยังเหมือนเดิมก็เถอะ 555 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #1020 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 06:26
    ครูสิงห์มาดูเร้ววววววว
    คินทร์นี่ทำคะแนนตลอดดดดดด
    #1020
    0
  2. #1019 Deer (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 19:36
    เรารอ คินทร์มาย ค่ะไรท์ 5555
    #1019
    0
  3. #1018 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 14:57
    หักมุมก็อยากลุ้นนะคะ

    แต่อยากดู
    ภาคินทร์vsเตชินทร์ มากกว่าค่าาา

    #ทีมภาคินทร์
    #1018
    0
  4. #1017 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 07:42
    <p>เชียร์พิมาย เอาใจช่วยภาคิน //คือไรรรรร</p>
    #1017
    0
  5. #1016 ยัยนักคลั่ง (@kingdomofpirates) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:31
    อยากบอกภาคินว่า
    แน๊ะ แหนะ
    อย่าเนียน
    #1016
    0
  6. #1015 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 12:51
    เชียร์พิมายค่าาาา
    #1015
    0
  7. #1014 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 12:49
    เชียร์ภาคินได้ไหมคะ55555555 แต่ว่าอยากเห็นนางชนะแบบเท่ๆ มีความสุภาพบุรุษงี้ เอาใจน้องรักษ์ซะหน่อย 55555555
    #1014
    0
  8. #1013 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 12:07
    อยากให้มายชนะแล้วไปสู้กับเต 555 สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะไรท์
    #1013
    1
  9. #1012 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 12:06
    อยากเห็นภาพจังเลยแหะ ขอให้พิมายผ่านเข้ารอบ! //โดนเฮียคินทร์ตบ
    //แอบกลัวว่าเฮียคินทร์จะคลุ้มคลั่งเจงๆ ลุ้นมากเลย
    #1012
    1
    • #1012-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 82)
      13 เมษายน 2561 / 12:14
      นักวาดติดทำธีลิสอยู่ 555 ไว้ว่างแล้วจะไปกดดันขอให้นะคะ
      #1012-1
  10. #1011 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 11:32
    ชอบชุดมาย
    #1011
    1