ตอนที่ 79 : ตอนที่ ๗๐ คำท้าของชลธิศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1079
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    13 มี.ค. 61


ตอนที่ ๗๐ คำท้าของชลธิศ

 



                นัดนี้เป็นการปะทะกันระหว่างอาโปธาตุที่ดุเดือดยิ่งนัก



ภาคินทร์เปิดก่อนโดยการวาดมือซ้าย ดึงน้ำกว่าครึ่งในคูขึ้นมาโถมเข้าใส่ ชลธิศที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วกระแทกง้าวมาเบื้องหน้า ส่งผลให้คลื่นน้ำแตกตัวออกและร่วงโปรยลงมาจนเกือบเหมือนสายฝน เผยให้เห็นภาพของภาคินทร์ที่กำลังพุ่งปราดเข้ามาชิด พระขรรค์ในมือฟาดฟันอย่างไม่มีการออมแรง แม้จะตกใจแต่ชลธิศก็สามารถตั้งรับได้ทุกกระบวนท่า



พื้นสนามที่เจิงนอง ส่งผลให้หยาดน้ำกระเซ็นขึ้นมาทุกครั้งที่พวกเขาขยับตัว เกิดเป็นภาพการต่อสู้ที่ยากจะละสายตาได้ ฝีมือของทั้งคู่สูสี ทัดเทียมและรู้ทันกันอย่างน่าประหลาด



ชลธิศแทงง้าวเข้าใส่อีกครั้ง ภาคินทร์สวนกลับทันทีด้วยการตวัดพระขรรค์ในมือลากผ่านพื้น หอบเอาน้ำจำนวนหนึ่งขึ้นมาพุ่งกระแทกเข้าใส่ด้ามง้าวหวังให้อาวุธหลุดจากมืออีกฝ่ายให้ได้เขาจะได้จบเรื่องนี้โดยไว ภาคินทร์คะเนว่าชลธิศต้องพยายามจับยึดง้าวจ้าวสมุทรไว้สุดตัวแน่ๆ และนั้นจะเปิดช่องว่างให้เขาซัดการโจมตีเข้าใส่ได้อีกครั้ง



ทว่าผิดคาด ชลธิศปล่อยมือจากอาวุธทันทีโดยไม่แม้แต่จะพยายามรั้งไว้ ว่าที่ผู้นำสกุลสืบสินธุ์เอนตัวถอยหลังก่อนจะสะบัดมือทั้งสองข้าง บงการกลุ่มน้ำของภาคินทร์ให้ทิ้งโถมกลับมาลงใหม่ ไม่มากพอจะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บ แต่ที่แน่ๆ มันทำให้เขาเปียกไปทั้งตัวและเปิดช่องว่างให้ชลธิกระโจนไปคว้าง้าวขึ้นมาได้อีกครั้ง



ภาคินทร์คำรามอย่างหงุดหงิดในลำคอ แผนไม่สำเร็จน่ะไม่เท่าไร แต่โดนย้อนคืนได้ทันควันแบบนี้มันน่าเจ็บใจชะมัด



“แหม นึกถึงวันเก่าๆ เลยเนอะ” ชลธิศยิ้มพรายอย่างอารมณ์ดี เขาควงง้าวจ้าวสมุทรไปมาเพื่อไล่หยดน้ำที่เกาะอยู่ออกไป ภาคินทร์ขมวดคิ้ว แสดงความหงุดหงิดในสีหน้าและแววตาอย่างไม่ปิดบัง เห็นได้ชัดว่านิยามคำว่า วันเก่าๆ ของทั้งคู่ไม่ค่อยตรงกันเท่าไร



เนื่องจากอายุไล่เลี่ยกันและมาจากสองสกุลทรงอำนาจซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเนิ่นนาน ภาคินทร์และชลธิศจึงถูกพวกผู้ใหญ่บังคับให้เล่นด้วยกันและฝึกควบคุมกสิณด้วยกันบ่อยๆ ทั้งคู่โตมาด้วยกัน สนิทสนมกัน ทะเลาะกัน รู้จักกันและกันดีเกินไป



ทุกอย่างมาสิ้นสุดลงในวันที่ภาคินทร์เผลอเล่าเรื่องชวินทร์ให้ฟัง



เขาจำสีหน้าตกใจปนรังเกียจที่แวบผ่านเข้ามาได้ แม้จะพยายามกลบเกลื่อนอย่างไรก็ยังชัดเจนเกินไปอยู่ดี ชลธิศก็เหมือนลูกหลานเหล่าสกุลลำดับต้นๆ ทั่วไปที่ถูกสั่งสอนมาให้หวงแหนในพลังและอภิสิทธิ์ที่ตนมี ความอ่อนแอ ความเป็นวาลุกาของชวินทร์ และการที่ภาคินทร์ยอมรับเรื่องนี้ได้ทำให้ชลธิศรับไม่ได้เสียเอง



ทั้งคู่เริ่มห่างเหิน พูดกันน้อยลง เจอกันน้อยลง ทว่าสิ่งที่ทำให้มิตรภาพระหว่างพวกเขาล่มสลายไปจริงๆ จนไม่อาจต่อติดคือการที่ภาคินทร์ได้หมั้นกับมุกตาภา มันเป็นความต้องการของพวกผู้ใหญ่เพื่อผูกสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นก็จริง ทว่าภาคินทร์มารู้เอาในภายหลังว่าชลธิศเองนั่นแหละที่เป็นคนเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา เขารู้เพราะเจ้าตัวมาสารภาพให้ฟัง



 น้องสาวฉัน...อาจจะไม่ค่อยปกตินัก แต่ว่านายเป็นคนใจดี ฉันรู้ว่านายจะทำใจยอมรับได้ นายไม่ต้องรักเธอก็ได้ ไม่สิ...ยังไงพวกนายก็ไม่มีวันรักกันแน่ๆ แต่ถือว่าฉันขอนะ ช่วยหมั้นกับมุกที



ตอนนั้นเขาไม่เคยรู้เลยว่าชลธิศหมายถึงอะไร จนบัดนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าที่รู้มาถูกหรือไม่ ที่แน่ๆ คือภาคินทร์เอาความผิดหวังทั้งหมดไปลงกับมุกตาภา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคู่หมั้นเลยห่างเหินยิ่งกว่ากับชลธิศเสียอีก หลังจากนั้นภาคินทร์ก็ไม่เคยมีเพื่อนอีกเลย เข็ดหลาบที่จะเชื่อใจ หวาดกลัวที่จะผิดหวัง เพราะฉะนั้นแล้วความหลังระหว่างพวกเขา...



“ไม่มีอะไรให้น่านึกเลยถึงสักนิด” ภาคินทร์พึมพำในขณะที่เสยเส้นผมที่เปียกชื้นไปเบื้องหลัง และเขาแน่ใจว่าชลธิศได้ยิน ประกายในดวงตาสีท้องทะเลที่ไหววูบบอกเขาเช่นนั้นแม้ว่าใบหน้าจะยังมีรอยยิ้มแบบสวมหน้ากากประดับไว้ไม่คลายก็ตาม



แล้วอยู่ๆ ชลธิศก็เสนอ “เรามาพนันกันหน่อยไหมคินทร์”



“อะไร?” เขาถามห้วน ย่อตัวตั้งท่าเตรียมอีกครั้ง ดวงตาสีวังน้ำวนจับจ้องระแวดระวัง ชลธิศอาจไม่ใช่พวกชอบเล่นตุกติกแต่ก็นับว่าลอบจัดไม่น้อยในขณะที่เขาถนัดแต่การปะทะกันตรงๆ มากกว่า แบบนี้นานไปมีแต่จะเสียเปรียบ ภาคินทร์ไม่อยากให้การต่อสู้ยืดเยื้อ แน่นอนว่าเขามีปริมาณกสิณที่ค่อนข้างมาก แต่ถ้าจะสู้กับเตชินท์ให้ชนะเขาต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมกว่านี้และชลธิศกำลังทำให้เขาเปลืองพลังงานไปเปล่าๆ ปลี้ๆ โดยการเอาแต่เล่นไม่เลิกรา



“ถ้าฉันชนะนายต้องแต่งกับมุกทันทีที่เธออายุครบเจ็ดพันวัน”



นั่นไงพูดยังไม่ทันขาดคำ



ภาคินทร์นิ่วหน้า ไม่ต้องเสียเวลาคิดเขาเอ่ยเงื่อนไขของเขากลับไปทันที



“งั้นถ้าฉันชนะ เรื่องหมั้นกับน้องสาวนายถือเป็นโมฆะ”



“ก็รู้กันอยู่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ อำนาจตัดสินใจอยู่ที่พวกพ่อๆ ต่างหาก”



ภาคินทร์ส่งเสียงเหอะขึ้นจมูก “งั้นไม่ตกลง” ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ชลธิศทันที เขาจับดาบสองมือ ฟันลงมาสุดแรง อีกฝ่ายยกง้าวขึ้นตั้งรับจนแขนเริ่มสั่นระริกทว่าก็ยังไม่วายพูดมากอยู่ดี



“ไม่เอาน่า ต้องมีอะไรที่นายอยากได้บ้างสิ”



ภาคินทร์หน่ายจะฟัง เขายกดาบออกและใช้เท้าถีบเข้าที่ท้องของชลธิศ แต่เหมือนจะคาดไว้อยู่แล้ว ชลธิศหมุนง้าวใช้ส่วนใบมีดมาตั้งรับได้ทัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังเซถอยไปหลายก้าวอยู่ดี ว่าที่ผู้นำสกุลสืบสินธุ์สวนกลับอย่างรวดเร็วด้วยการควงง้าว หอบดึงน้ำจำนวนหนึ่งขึ้นมาแล้วปัดเข้าใส่ภาคินทร์ลูกแล้วลูกเล่า



ฟึบ!!



ภาคินทร์ใช้กสิณเคลือบดาบไว้ ยามเมื่อฟันผ่านกลุ่มน้ำที่พุ่งมามันจึงสลายตัวแล้วร่วงกลับลงสู่พื้น เขาร่ายรำ ตะโกนต่อว่าชลธิศอย่างเหลืออด



“ฉันอยากให้นายเลิกทำตัวงี่เง่า!! ฉันอยากให้นายเลิกยัดเยียดน้องสาวนายมาให้ฉันเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ไม่ควรจะแก้ สิ่งที่มุกตาภาเป็นไม่ใช่เรื่องผิด!!



กลุ่มก้อนของน้ำถูกฟันทิ้งจนไม่เหลือแล้วในตอนที่สีหน้าตื่นตะลึงปนเดียจฉันท์ปรากฏขึ้นมาใบหน้าของชลธิศ



“อ่า...นายรู้แล้วสินะ ความลับของมุก”



ไม่อยากจะยอมรับ แต่มันทำให้ภาคินทร์ปวดใจเกินจะเอ่ยที่เห็นอดีตเพื่อนสนิทแสดงทัศนคติอันเลวร้ายต่อน้องสาวแท้ๆ ให้เขาเห็นอย่างไม่ปิดบังถึงขนาดนั้น เด็กหนุ่มข่มกลั้นความรู้สึก เพ่งสมาธิอย่างที่ผู้เป็นพ่อเคี่ยวกรำมาตลอดหลายวันเพื่อไม่ให้ตนเองพลั้งเผลอใช้พรสวรรค์ออกไป



“นายรู้แต่ก็ยังเก็บเงียบ” ชลธิศย้ำ เก็บง้าวชิดลำตัวแต่กลับเริ่มสืบเท้า ภาคินทร์เว้นระยะ พวกเขาแทบจะวนรอบกันและกันเป็นวงกลมอย่างจดจ้อง “ฉันถึงได้บอกไงว่านายใจดีเกินไป ถ้านายเอาเรื่องนี้แจ้นไปบอกพ่อ เรื่องหมั้นหมายก็เป็นอันยกเลิก แต่ไม่...นายเลือกจะเก็บมันไว้แล้วเอามาเผชิญหน้ากับฉันแทน ทำไม?



ภาคินทร์หยุดเดิน เช่นเดียวกับชลธิศ  หยดน้ำรอบตัวทั้งคู่ไหวระริกตามปริมาณกสิณที่แผ่ออกมา บางส่วนถึงกับลอยสวนแรงโน้มถ่วงย้อนกลับขึ้นมาเป็นหยดๆ ด้วยซ้ำ



“มีอีกสินะ มีคนใกล้ตัวนายเป็นเหมือนน้องสาวฉันเพราะแบบนั้นนายเลยเลิกพูดกับฉัน”



ภาคินทร์กัดฟันกรอด ตะโกนโต้อย่างเหลืออด “นายต่างหากที่เปลี่ยนไปก่อน หลังจากฉันเล่าเรื่องวินทร์ให้ฟัง!



“ก็มันน่าไหมละ”



ถ้อยคำเหล่านั้นทำให้ภาคินทร์ถึงกับเป็นฝ่ายชะงักไปบ้าง เขากำดาบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว และยิ่งชลธิศพ่นคำพูดออกมามากเท่าไร น้ำที่นองอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็เริ่มจะจับตัวเป็นน้ำแข็งมากขึ้นเท่านั้น



“ฉันละไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่านายทำใจยอมรับไปได้ยังไง ทั้งความเป็นวาลุกา ทั้งเรื่องลักเพศ อย่าเข้าใจผิดละฉันรักน้องสาวฉันพอๆ กับที่นายรักน้องนายน่ะแหละ แต่ถึงยังไงมันก็...”



ชลธิศเว้นช่วง รอยยิ้มเสแสร้งพลันเปลี่ยนเลือนหายกลายไปเป็นมุมปากที่บิดคว่ำ



“น่าขยะแขยงอยู่ดี”



                ตูม!!



                น้ำในคูด้านหลังภาคินทร์ระเบิดออก พุ่งสูงจนเรียกได้ว่าแทบจะเสียดฟ้า มันทิ้งโถมลงมาตรงเข้าหาชลธิศ เด็กหนุ่มเหยียดยิ้มด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพลางตวัดง้าวสุดแรง เสียงฟึบแหวกอากาศ ตัดผ่านเส้นสายวารีของภาคินทร์เป็นสองซีก ดูเผินๆ เหมือนจะรอดพ้นการโจมตีนี้ไปได้ ทว่ายังไม่หมดแค่นั้น ภาคินทร์ขยับมือ บงการให้สายน้ำทั้งสองแยกตัวออกไปหมุนวนรอบตชลธิศก่อนจะบีบแคบเข้ามาและรวมกันเป็นโดมน้ำเหมือนที่มุกตาภาเคยทำกับตุลย์



ที่ต่างออกไปคือขนาดที่ใหญ่กว่ามากจนกินพื้นที่ไปครึ่งเวทีและการที่กระแสน้ำภายในหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่โคมน้ำจะครอบคลุมเข้ามาหากันได้ ชลธิศก็ปักง้าวกระแทกลงพื้น



วูบ!!!



เด็กหนุ่มใช้กสิณของตนเองแย่งการควบคุมกลับมา และผลักดันมวลน้ำทั้งหมดให้กระจายออกไปทุกทิศทางจนเหลือเพียงบริเวณรอบตัวประมาณหนึ่งวาเท่านั้นที่ปราศจากอาโปธาตุ มวลน้ำหมุนวนไปมาอยู่ภายในรัศมีของเวทีไม่ได้ร่วงกลับสู่คูอย่างที่ทุกคนคาดไว้ มันซัดโหมอย่างบ้าคลั่งและดุดัน ดังนั้นไม่ว่าภาคินทร์จะอยู่ตรงไหนของเวทีก็ไม่มีทางหนีการโต้กลับครั้งนี้ของชลธิศได้พ้น



เว้นเสียแต่เขาจะไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น...



เสียงโห่ร้องจากผู้ชมดังขึ้นอย่างต่อเนื่องผสานกับเสียงตรบมือ เพราะนอกจากภาพการควบคุมคลื่นน้ำอันน่าตื่นตาจากชลธิศแล้ว ยังมีภาพของภาคินทร์ที่กำลังเหยียบย่างไปบนอากาศโดยอาศัยกลุ่มน้ำจำนวนน้อยนิดเรียงต่อๆ กันไปอีกด้วย!



ภาคินทร์ข้ามผ่านทุกเกลียวคลื่นที่กำลังกลืนกินกันอยู่เบื้องล่าง ตรงเข้าสู่ใจกลางของความคลุ้มคลั่งนี้อย่างรวดเร็ว เขากระโดดลงมาจากความสูงเกือบสามวา ทั้งที่ยังย่อตัวอยู่บนพื้นเขาก็ฟาดฟันคมอาวุธในมือเข้าใส่ทันที



เคร้ง!



อีกครั้งที่ชลธิศพลิกหมุนส่วนคมของง้าวจ้าวสมุทรมารับการโจมตีได้ทัน มวลน้ำที่เคยหมุนวนอยู่บนเวทีแตกตัวออก ร่วงกระจายไปตามแรงโน้มถ่วง คงเหลือเพียงพื้นที่รอบตัวเด็กหนุ่มทั้งสองเท่านั้นที่ยังแห้งอยู่



“ฉันไม่ถอนคำพูดหรอกนะ” ชลธิศว่า ทั้งที่กำลังเกร็งแขนเพื่อตั้งรับภาคินทร์สุดแรง


 

“ก็ไม่ได้หวังแบบนั้นอยู่แล้ว” อยู่ๆ ภาคินทร์ก็ผ่อนแรงแล้วถอยดาบออกไป ด้วยท่าทีเช่นนั้นชลธิศเลยนึกว่าอีกฝ่ายจะฟันเข้ามาใหม่ ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาคาดการณ์ผิด สิ่งที่พุ่งเข้ามาคือกำปั้นซ้ายของภาคินทร์ต่างหาก



ผลัวะ!!



สันหมัดปะทะเข้าที่โหนกแก้มเต็มๆ แม้จะเป็นมือข้างที่ภาคินทร์ไม่ถนัด ทว่าด้วยใกล้หมดแรงและไม่ทันตั้งตัวชลธิศจึงล้มลงทันที ง้าวหลุดจากมือ และภาคินทร์ไม่รอช้าที่เตะสมบัติประจำสกุลสืบสินธุ์ไปให้พ้นระยะเอื้อมถึง ชลธิศกำลังพลิกตัวนอนหงายในตอนที่ภาคินทร์คุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วปักพระขรรค์สยบกาลให้เฉียดผ่านลำคอไป



รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชลธิศอีกครั้ง ทว่าไม่ใช่ยิ้มหน้ากากอย่างที่แล้วๆ มา แต่เป็นการเหยีดยยิ้มกว้างราวกับเด็กที่กำลังเห็นของเล่นถูกใจ ทั้งที่เป็นฝ่ายนอนวัดพื้นอย่างหมดรูปและมีคมดาบจ่อแนบลำคออยู่แท้ๆ



“ความพ่ายแพ้อาจจะเป็นของฉันนะคินทร์” เจ้าของดวงตาสีห้วงสมุทรว่า ขณะเหลือบไปมองพระขรรค์สยบกาลที่ถูกเคลือบด้วยไอเย็นและเกล็ดน้ำแข็ง ซ้ำร้ายความเย็นนั้นยังไล่ลามผ่านน้ำที่นองอยู่บนพื้นจนมาถึงผิวเนื้อของชลธิศอย่างรวดเร็ว “แต่นายเองก็ไม่ได้ชัยชนะไปเหมือนกัน”



เมื่อตระหนักได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นภาคินทร์จึงดึงดาบออกแล้วหันหลังวิ่งลงจากเวทีไปทันทีโดยไม่รอให้พิธีกรประกาศจนจบว่าเขาคือผู้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้






 

การประลองคู่ต่อไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วทว่าภาคินทร์ก็ยังไม่กลับมา



รักษ์นาราตัดสินใจออกไปตาม ตอนแรกเธอตั้งใจจะไปดูที่ห้องพยาบาลไม่ก็ห้องเก็บตัว ทว่าระหว่างทางเด็กสาวสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยือกอันไม่เข้ากับฤดูกาลที่แผ่มาจากทิศทางหนึ่งเสียก่อน สองขาจึงก้าวตรงไปอย่างไม่รอช้า



ห่างไกลออกไปจากความวุ่นวายและเสียงโห่ร้อง ณ บริเวณด้านหลังสนามสัตตบงกชซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ไม้แน่นขนัดจนแทบจะเป็นป่าขนาดย่อมๆ รักษ์นาราพบภาคินทร์ที่นั่น เขากำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไทรขนาดเพียงหนึ่งคนโอบ เท้าข้อศอกบนหัวเข่าพลางใช้มือกุมขมับด้วยท่าทางเคร่งเครียด อุณหภูมิรอบๆ ลดต่ำจนหายใจออกมาเป็นควันได้ รากอากาศของไทรเริ่มมีน้ำแข็งเกาะและอีกไม่ช้าคงลุกลามไปถึงต้นไม้ข้างเคียง



รักษ์นาราห่อตัวพร้อมลูบแขนตนเองไปมาขณะเดินตรงเข้าไปหาร่างสูง



“ภาคินทร์...” เด็กสาวส่งเสียงเรียกทว่าไม่มีการตอบสนอง ภาคินทร์จมลงในห้องความคิดที่ลึกเกินกว่าเสียงของเธอจะส่งไปถึง รักษ์นาราจึงแตะไหล่เขา



และนั่นทำให้เขาสะดุ้ง ภาคินทร์ปัดมือเธอออกอย่างแรงขณะที่ผวาลุกพรวด ปลายนิ้วของรักษ์นาราสัมผัสได้ถึงความเย็นที่ลุกลามมาถึงฝ่ามือ กัดแทะผิวเนื้อจนก่อเกิดเป็นความเจ็บที่เสียดลึกแบบที่เธอไม่ได้สัมผัสมาเนินนานแล้ว รักษ์นารากุมมือตนเองทันที ภาคินทร์มองตาม และเมื่อเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็หน้าซีดกว่าเก่า



“เธอควรจะไปซะ...” เขากล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงร้อนรน



“แต่ว่า...”



“ไม่มีแต่!!” ภาคินทร์ตะโกน แต่พอเห็นว่ารักษ์นาราสะดุ้งและบีบมือตนเองแน่นเข้าเขาก็ชะงักไปอีกรอบ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะสั่งแกมขอร้องใหม่โดยลดความกระด้างในน้ำเสียงลง “ปล่อยฉันไว้แบบนี้เถอะ ฉันไม่เป็นไรหรอกอีกเดี๋ยวมันก็หยุดแล้ว ขอฉัน...อยู่คนเดียวเงียบๆ ก็พอ”



ร่างสูงหันหลังกลับ ออกเดินเพื่อผลักไสตนเองไปสู่ป่าส่วนที่ลึกยิ่งกว่านี้ เกินกว่าใครจะตามเจอและได้รับอันตรายจากพลังของเขา ว่ากันตามตรงมันเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว รักษ์นาราเข้าใจดีว่าภาคินทร์ทำไปเพื่อปกป้องเธอและคนอื่นๆ ทว่าเมื่อตระหนักได้ถึงความเศร้าลึกและโดดเดี่ยวในแก้วตาสีวังน้ำวนคู่นั้น เธอก็ทำใจยอมรับคำขอร้องของเขาไม่ลง



และก่อนที่จะรู้ตัวรักษ์นาราก็พุ่งตัวออกไปคว้าชายเสื้อภาคินทร์ไว้เสียแล้ว



“ยะ...อย่าไปเลยนะ!



ร่างเล็กพยายามยื้อสุดตัว เธอกำเสื้อเขาจนยับย่นและนิ้วขึ้นข้อขาว ภาคินทร์หันกลับมามามองการกระทำของรักษ์นาราด้วยสีหน้าลังเล เขาไม่ได้สะบัดหนีหรือปัดมือเธอออกอย่างเมื่อครู่ เพราะแบบนั้นเธอเลยร้องขอ ด้วยคำพูดที่คล้ายคลึงกับที่เคยได้รับเมื่อนานมาแล้ว



“อย่าเก็บทุกอย่างไว้คนเดียวเหมือนที่แล้วมาเลย ให้เรา...ได้ช่วยภาคินทร์บ้างเถอะนะ”



“เธอช่วยฉันไม่ได้หรอกไม่มีใครช่วยได้ทั้งนั้น” คำปฏิเสธของภาคินทร์ บาดตัวเขาเองเป็นแผลลึกยิ่งกว่ารักษ์นาราเสียอีก “ถ้าอยู่ต่อฉันจะทำร้ายเธอ ฉันทำร้ายเธอแน่ๆ”



รักษ์นาราคัดค้านคำพูดนั้นด้วยการขยับเข้าไปจนชิดและยกมือขึ้นแตะแก้มของภาคินทร์อย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันตั้งตัว ทั้งความเย็นเยือกและความอุ่นร้อนจากสัมผัส ทุกอย่างผสานหลอมรวมกันจนเหลือเพียงความรู้สึกที่วูบไหวเท่านั้น



“ไม่เป็นไรนะ ทุกอย่างไม่เป็นไรแล้ว” เด็กสาวย้ำพร้อมรอยยิ้ม ช่างน่าประหลาดที่มือของรักษ์นาราไม่ได้กลายเป็นน้ำแข็งเหมือนครั้งที่แล้ว ภาคินทร์ยกมืออันสั่นระริกขึ้นทาบทับมือเล็กราวกับจะตรวจย้ำให้แน่ใจว่าเขาสามารถกลับมาควบคุมพลังได้อีกครั้งแล้วจริงๆ



ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอทำให้ความอดทนของเขาสิ้นสุดลง ภาคินทร์รวบร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอดอย่างอุกอาจ บรรยากาศหนาวเยือกสลายตัวไปอย่างรวดเร็วในขณะที่น้ำแข็งรอบด้านเริ่มละลายกลายเป็นหยดน้ำท่ามกลางแสงตะวันของฤดูร้อนอย่างช้าๆ



แทนที่จะดิ้นรนขยับหนี รักษ์นาราโอบแขนรอบตัวเขากลับ ลูบหลังไปมาเหมือนปลอบเด็กเล็กๆ ทั้งที่เธอสูงไม่ถึงคางของเขาด้วยซ้ำ ทั้งตัวเล็กและบอบบางจนน่าใจหาย แต่กลับกล้าหาญอย่างเชื่อเหลือ



“ไม่คิดจะกลัวฉันบ้างเลยหรือไง” ภาคินทร์ถามอู้อี้ขณะฝั่งใบหน้าลงกับไหล่ของเด็กสาว นึกขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้พรสวรรค์ของเขาหยุดลงได้ทันก่อนที่จะแตะต้องรักษ์นารา ถ้าเธอเป็นอะไรไปเพียงเพราะเขาไม่สามารถควบคุมพลังได้ เขาคงไม่มีวันให้อภัยตนเองแน่ๆ



รักษ์นาราหัวเราะแผ่วเบา ล้อเลียนเขากลับด้วยคำพูดเมื่อนานมาแล้วอีกครั้ง “บอกแล้วไงถ้าเราอาละวาดขึ้นมาเราน่ากลัวกว่าภาคินทร์อีก”



พวกเขาปล่อยให้ความเงียบและอ้อมกอดทำหน้าที่ของมันต่อไปอีกสักพัก ภาคินทร์เป็นคนแรกที่ขยับตัวเมื่อตระหนักได้ว่าพลั้งเผลอทำตัวไม่เหมาะสมไปมากมายเพียงไร เขาคลายวงแขน ผละห่างออกมาแต่ก็ยังกุมมือเล็กไว้ราวกับเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว สองแก้มของรักษ์นาราขึ้นสีระเรื่อ เธอบรรเทาความขัดเขินด้วยการเอ่ยชวน



“กลับกันเถอะจ้ะ ทุกคนคงเป็นห่วงแย่แล้ว”



รักษ์นาราออกเดินไปก่อน เธอออกแรงเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่กลับเหมือนมีแรงดึงมหาศาลพาให้เขาเคลื่อนตามไปอย่างง่ายดายโดยไม่รู้ตัว ชั่วขณะที่ล่องลอยอยู่ในห้วงความคิดอันวกวน ภาคินทร์ก็เผลอโพลงพูดออกไปด้วยความสงสัย



“จะไม่ถามเหรอ?” ...ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นทำไมเขาถึงกลายเป็นแบบนั้น…



รักษ์นาราเอียงศีรษะย้อนถามกลับมาอีกระรอก “ภาคินทร์อยากเล่าเหรอ?”



“ไม่เชิง” เขาตอบพลางนิ่วหน้า แทบจะถอนหายใจตามไปด้วยอยู่ร่อมร่อก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าทุกประโยคที่ผ่านออกจากปากเขาไปเป็นอะไรที่ฟังดูงี่เง่าเป็นอย่างมาก เขาทำเหมือนอยากให้เธอถามซึ่งลึกลงไปแล้วภาคินทร์ก็ต้องการเช่นนั้นจริงๆ แต่พอเธอจะถามก็ดันตั้งป้อมกลายๆ ว่าไม่ต้องการพูดเสียอย่างนั้น



สถานการณ์กดดันซึ่งต้อนให้เขาจนมุมคือสิ่งที่ทำให้พรสวรรค์หลุดการควบคุมได้ง่ายที่สุดก็จริง ทว่าแท้จริงแล้วอารมณ์ซึ่งผลักไสให้เขารู้สึกจนตรอกก็ให้ผลเลวร้ายได้ไม่ต่างกัน



ชลธิศรู้ดีถึงความลับของมุกตาภาและความกังวลใจของเขาจึงใช้จุดอ่อนเหล่านั้นมาปั่นหัว ทำให้เขาอ่อนแอจนเสียการควบคุม ภาคินทร์ไม่แน่ใจว่าชลธิศต้องการอะไรจากการทำเช่นนี้กันแน่ แต่มันทำให้เขาเหลือตัวเลือกไม่มากนักคือถ้าไม่เว้นระยะห่างจากชลธิศมากขึ้นไปอีกก็ต้องหาทางหัดควบคุมพรสวรรค์โดยตนเองให้ได้ในเร็ววัน



ซึ่งทั้งสองทางต่างก็ยากเย็นและน่าหนักใจไม่แพ้กัน



“เราบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร” รักษ์นาราว่าพร้อมรอยยิ้มที่ไม่เคยเลือนหาย “ไว้ภาคินทร์พร้อมจะเล่าเมื่อไหร่ก็ค่อยบอกแล้วกัน เราจะรออยู่ตรงนี้เสมอ”



เด็กหนุ่มนึกอยากดึงร่างเล็กเข้ามากอดอีกครั้งเหลือเกินแต่ก็ต้องห้ามใจตนเองไว้ พวกเขาเดินมาถึงเขตที่เริ่มมีผู้คนแล้ว หากพลั้งเผลอไปมันคงดูไม่เป็นการดีกับรักษ์นาราเท่าไร ภาคินทร์ชดเชยให้ตนเองด้วยการกระชับมือเล็กแน่นเข้า นิ้วเกี่ยวประสานถ่ายเทความร้อนและความรู้สึกผ่านผิวกาย



คนตัวเล็กหน้าแดงซ่านอย่างน่ามอง กลายเป็นอีกหนึ่งข้อชดเชยโดยไม่ได้ตั้งใจของเขา



“เธอหาฉันเจอได้ยังไง” ภาคินทร์ถาม เนื่องจากบริเวณนั้นไม่ใช่เส้นทางสัญจรปกติและเขาก็แน่ใจว่ายังไม่ได้ถึงขั้นระเบิดพลังออกไปให้ใครผิดสังเกตเหมือนในการประลองครั้งสมัยยังเด็ก ทว่ารักษ์นารากลับตามเจอเขาอย่างรวดเร็วจนผิดสังเกตยิ่งกว่า



“แค่รู้สึกว่าภาคินทร์น่าจะอยู่ตรงนั้นน่ะ ฟังดูแปลกใช่ไหม” เธอย้อนถาม สีหน้าลำบากใจแทรกผ่านเข้ามา แต่ยังไม่ทันจะพูดคลายความกังวลใดให้รักษ์นาราก็เปลี่ยนหัวข้ออีกครั้ง “อีกอย่างเราคิดว่าภาคินทร์น่าจะอยากดูการประลองของคู่นี้มากกว่าคู่อื่น เราเลยไปตาม”



“คู่สุดท้ายแล้วสินะ”



“ใช่จ้ะ”



จากแปดประลองไปแล้วหก ทำให้เดาได้ไม่ยากเลยว่านัดนี้จะเป็นการต่อสู้ระหว่างใคร ทั้งภาคินทร์และรักษ์นาราเดินกลับมาถึงเขตอัฒจันทร์ในตอนที่พิธีกรเกริ่นประกาศพอดี



“และในมุมน้ำเงินจากสกุลปฐวีลำดับที่ห้า มยุรฉัตร ธราธรรม ส่วนมุมแดงนั้น...”



เสียงโห่ร้องดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสองคู่ต่อสู้



“คือว่าที่ผู้นำสกุลเตโชลำดับที่หนึ่ง เตชินท์ วัชริศ!!”





############

สนทนา : ผ่านมาเจ็ดสิบตอน ในที่สุดหนูรักษ์ก็รุกเป็นสักที //ผิดประเด็น ถถถถ // อย่าเพิ่งเบื่องานประลองนะคะ ยังอีกหลายคู่กว่าจะรอบชิง ฟ็อกซ์ยังมีอะไรเจ๋งๆอยากนำเน๋ออีกเยอะ >< 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #984 frist star (@pootai_44) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 12:47
    คุ้มที่รอออ ฟินหนักมากกกกก
    #984
    0
  2. #983 แอนัสเตเชีย (@AyaShii) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 10:29
    พี่คินทร์ >< ฟินหนักมาก!!
    #983
    0
  3. #981 -S!MPLE- (@khimmonsicha) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 18:45
    หนูรักษ์สายรุกกรี้ดดก ทีม#รักษ์คินทร์ ค่ะ-/-
    #981
    0
  4. #980 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 09:21
    หนูรักษ์เริ่มปลูกอ้อยแล้วหรอลูก!! #ฟินลืมตาย
    #980
    0
  5. #979 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 13:35
    เฮียฉัตรสู้ๆ //โบกป้ายไฟรัวๆ
    #979
    1
  6. #978 ที่พึ่ง(ไม่ได้) (@Amale) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 09:55
    ชอบค่าาา ตอนนี้ฟินมากกกก ชอบการบรรยายความรู้สึกของตัวละครค่ะ มันค่อยๆพัฒนาและละเอียดอ่อนมากค่ะ
    #978
    0
  7. #977 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 06:33
    ชอบการบรรยายฉากต่อสู้มากกกกก
    #977
    0
  8. #976 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 05:42
    ตัยแล้ววววว คุณฉัตรรรรรรร อยากดูวมากกกกกกกก
    #976
    0
  9. #975 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 00:53
    เตชินนนนนนนนนนท์
    #975
    0
  10. #974 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 00:13
    โดนความหวานถล่มรัวๆ นุ้งคินน ////-\\\\
    #974
    0
  11. #973 Omioe (@onphima) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 23:02
    สนุกค่ะ รอออออออ
    #973
    0
  12. #972 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 22:37
    พี่เตนี่คงเฝ้าชิดติดขอบสนาม
    #972
    0
  13. #971 Seraris (@jinnylee1-1) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 21:53
    หนูรักษ์นี่น่ากอดจริงๆ //แอบสงสัยถ้ายังเดินมาไม่ถึงโซนที่มีคนแล้วนุ้งคินต์ของเราจะจับกอดอีกรอบเลยไหมน้าา&#128518;&#128518;
    #971
    0
  14. #970 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 21:31
    ช่วงนี้หนูรักษ์บทน้อยจัง ฮือ แม่ยกคิดถึงหนูรักษ์ค่าาาา
    ในที่สุดเรือชุ้นก็มาแล้ว!!! คิดถึงโมเม้นมากค่ะ ฮืือออออ
    #970
    0
  15. #969 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 79)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 21:25
    คู่ชิพเรามาแล้วววววว #เตฉัตรมาแล้ว
    #คู่ชิพน่านิ่งมาแล้วววว รอค่ะรอ5555
    //ตัดมาทางพี่ธิศผู้มาแบบโอปป้าแต่จากไปแบบนางร้าย แบบนี้ใจคอบ่ดีเลย #ระทึกทุกวินาที รอเด้ออออออออออออออออออออ
    #969
    1