ตอนที่ 75 : ตอนที่ ๖๖ ความเกลียดชังของนภันต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    12 ม.ค. 61


ตอนที่ ๖๖ ความเกลียดชังของนภันต์

 



                “อะไรกันครับท่านผู้ชม อยู่ดีๆ พิมาย มารุตพาตก็ฉีกเสื้อมาปิดตาตัวเองเฉยเลย!!

                


               เสียงบรรยายของพิธีกรดังขึ้นมาอีกครั้งหลังปล่อยให้ผู้ชมรอบสนามโห่ร้องและพูดคุยกันอืออึ้งด้วยความฉงนกันมาได้สักพัก แต่เอาเข้าจริงตัวพิธีกรก็ไม่รู้เช่นกันว่าพิมายตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ จึงได้แต่พากษ์อธิบายสถานการณ์ไปเรื่อยแบบกึ่งๆ เป็นการพายเรือวนในอ่างเพื่อประวิงเวลา



                “โอย ลูกพี่คิดอะไรของเขาอยู่เนี่ย ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ” ติณห์โวยวาย ถ้าไม่ติดว่าเข้าเฝือกอยู่ละก็เขาคงยกสองมือขึ้นมากุมศีรษะไปแล้ว



                “นั่นสิครับ” ชวินทร์เสริมเงียบๆ ทว่าสีหน้ายุ่งเหยิงไม่แพ้กัน “แบบนี้มันไม่เสียเปรียบมากกว่าเดิมอีกเหรอครับ”



                เพราะขนาดตอนที่ลืมตามองเห็นยังแทบตามการเคลื่อนไหวของนภันต์ไม่ทัน เสียเปรียบจนแทบจะแพ้อยู่ร่อมร่อ แล้วอยู่ๆ เจ้าตัวก็โยนประสาทสัมผัสที่ช่วยในการต่อสู้ทิ้งไปหนึ่งอย่างด้วยตนเองหน้าตาเฉย



                “ก็อาจจะ...” ภาคินทร์ที่เคยนั่งเงียบมาเนิ่นนานเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก และมันทำให้มุกตาภาตัวเกร็งขึ้นมาทันทีทั้งที่หัวข้อสนทนาไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อย “แต่ก็มีไม่ใช่เหรอ พวกทหารที่เสียขาไปในสนามรบจนต้องปรับตัวด้วยการมีกำลังแขนที่แข็งแรงขึ้น หรือคนหูหนวกที่กลายเป็นสายตาดีมากจนสามารถอ่านการเคลื่อนไหวของปากแทนได้”



                “จะบอกว่าลูกพี่ปิดตาเพื่อเพิ่มประสาทสัมผัสด้านอื่นเหรอ?” ตุลย์ที่ล้อเลียนมุกตาภาเสร็จแล้วชะโงกตัวมาถามบ้าง



                “ก็เออน่ะสิ”



                ทว่าคนตอบกลับไม่ใช่คนที่ตั้งทฤษฏี แต่เป็นผู้มาใหม่ซึ่งทิ้งตัวลงนั่งกลางวงเด็กๆ อย่างแรงพร้อมพัดกระพือคอเสื้อสีสดของตนไปด้วย



                “เป็นวิชาลับจากแคว้นของเจ้าพลัชมัน เพราะเป็นแคว้นที่ตั้งกลางหุบผาซึ่งมีหมอกลงตลอดเวลา ทัศนวิสัยเลยไม่ค่อยดีเท่าไร ผู้ใช้กสิณเลยต้องเรียนรู้ที่จะรับรู้สิ่งรอบด้านโดยไม่ใช่ดวงตาแทน ไม่นึกเลยแฮะว่าฝึกให้เจ้าพิมายด้วย” สิงขรร่ายยืดยาวก่อนจะแย่งน้ำในมือภูวนัตถ์มาจิบแก้กระหาย เท่านั้นยังไม่พอ เข้าไปคว้ามาจากมือของตุลย์อีกต่อ



                “อามาทำอะไรตรงนี้เนี่ย ผมนึกว่าอาจะไปนั่งกับพ่อซะอีก” หลานชายคนโตของสกุลคีรีรัตน์ถาม ดูไม่ได้ติดใจเท่าไรที่ถูกแย่งของกินในมือไป แตกต่างจากอีกคนที่แสดงอาการกระฟัดกระเฟียดออกหน้าเสียจนโดนมุกตาภาล้อกลับว่าเห็นแก่กินไม่เข้าท่า



                “ก็ว่าจะไปอยู่” สิงขรตอบพลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ปลายคาง “แต่ตาดันเหลือบไปเห็นเจ้าศิษย์ไม่รักดีกำลังทำตัวงี่เง่าพอดีมันเลยอดไม่ได้ต้องเดินกลับมาด่า”



                ปากบอกว่าเดิน ทว่าดูจากปริมาณเหงื่อและการหายใจติดๆ ขัดๆ แล้ว หากบอกว่าสิงขรวิ่งสับขาสุดชีวิตเพื่อกลับไปตะโกนเตือนสติให้พิมายได้ยินก็คงไม่ผิดนัก



                “แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าการปิดตาสู้มันจะช่วยอะไรได้” ติณห์ผู้ยังไม่สิ้นความสงสัยถามต่อ



                สิงขรเกาท้ายทอยแกรกๆ ภาษากายสื่อชัดว่าจนปัญญาจะอธิบายให้เข้าใจเช่นกันว่าวิชานี้มีหลักการอย่างไร เนื่องจากผู้ใช้กสิณปฐวีเช่นเขาถือได้ว่าเป็นขั้วตรงข้ามกับวาโยธาตุโดยสิ้นเชิง แตกต่างทั้งรูปแบบและวิธีการควบคุม เขาแค่รู้คร่าวๆ ว่าวิชานี้จะช่วยให้พิมายเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นและหลบหลีกได้แม่นยำมากขึ้นเท่านั้น



                “เพราะสายลมเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้ตามองยังไงละจ้ะ” ช่างน่าแปลกคนที่เข้าใจและอธิบายได้กลับเป็นคนที่ใช้กสิณไม่ได้เสียอย่างนั้น รักษ์นาราแย้มยิ้มอย่างสบายใจเมื่อในที่สุดพิมายก็ยอมงัดท่าไม้ตายออกมาใช้สักที “ดังนั้นแค่รู้สึกถึงมันก็พอแล้ว”






 

                สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีในขณะนี้เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายของทุกคนเป็นอย่างมาก



                “สุดยอดเลยครับท่านผู้ชม!! แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา หลบได้อีกแล้วและยังคงหลบได้อย่างต่อเนื่อง ต่างกับเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคนเลยทีเดียว”



พิมายที่เคยเสียเปรียบตามการเคลื่อนไหวของนภันต์ไม่ทันมาตลอด บัดนี้กลับเบี่ยงตัวหลบทุกหมัดและลูกเตะได้อย่างคล่องแคล่วทั้งที่มีผ้าปิดตาอยู่ เสียงของผู้ชมอื้ออึ้งด้วยการคาดเดาและโห่ร้องอย่างตื่นเต้น การต่อสู้ของพิมายในขณะนี้ราวกับว่าเธอเห็นอนาคตล่วงหน้าอย่างไรอย่างนั้น



                ซึ่งไม่ใช่หรอก...



                ด้วยดวงตาที่มืดบอด ประสาทรับรู้อื่นจึงต้องเพิ่มพูนเพื่อชดเชย เสียงและกลิ่นไร้ประโยชน์ในสถานที่ที่หนาแน่นด้วยผู้คน สิ่งที่ผู้เป็นพ่อสอนให้ จึงเป็นการสัมผัสถึงวาโยธาตุแทน ทุกครั้งที่อีกฝ่ายเหวี่ยงหมัดหรือขยับเท้า เธอจะรับรู้ได้ จากกระแสลมที่กระเพื่อมไหวและเปลี่ยนทิศทาง



                และยิ่งเคลื่อนไหวไวมากเท่าไร กระแสลมก็ยิ่งผันผวนมากขึ้นเท่านั้น



                พิมายจึงจับการโจมตีของนภันต์ได้ตั้งแต่เขาเริ่มขยับแล้วด้วยซ้ำ



                วืด!



                วืด!



                กำปั้นของนภันต์เฉียดผ่านใบหน้าของเด็กสาวไปอีกครั้งและอีกครั้ง เธอทำเพียงเอียงศีรษะหลบอย่างเรียบง่ายราวกับกำลังถนอมแรงไว้เพื่อสู้กับคนอื่นต่อ ยิ่งเห็นนภันต์ก็ยิ่งเดือดมากขึ้นเป็นเท่านั้น



                “นังทุเรศเอ๊ย! เลิกเล่นตุกติกแล้วหันมาสู้กันตรงๆ เดี๋ยว...!!



                หมับ



                พิมายคว้าคอเสื้อนภันต์ได้แล้วจับทุ่มข้ามไหล่ไปทันที ร่างผอมกระแทกดังปึ้ก เจ้าตัวสถบลั่น ก่อนจะต้องกลิ้งตัวหลบเป็นพัลวันเมื่อพิมายทำการสวนกลับด้วยกำปั้นที่ห่อหุ้มลมไว้



                หมัดของเด็กสาวกระทบพื้นเวทีแทนที่จะเป็นใบหน้าของนภันต์อย่างฉิวเฉียด วาโยธาตุแตกกระจายพุ่งแพ่ไปทุกทิศทางจนฝุ่นคลุ้งขึ้นมา แรงลมยังส่งผลนภันต์กลิ้งไปอีกหลายตลบจนตกเวที มือซ้ายคว้าขอบไว้ได้ทันแล้วเหวี่ยงตนเองกลับขึ้นมาใหม่ก่อนที่กรรมการจะทันได้มีโอกาสนับถอยหลัง



                จังหวะนั้นนภันต์วาดขา ส่งก้อนลมขนาดใหญ่ที่บีบอัดจนแน่นพุ่งเข้าหาพิมาย หวังให้เป็นการโจมตีแบบเหนือคาดจนอีกฝ่ายไม่อาจโต้ตอบได้



                แต่ถึงกระนั้นพิมายก็ยังรับรู้ได้ถึงความยุ่งเหยิงและร้อนรนที่ลอยตรงมาหาเธออยู่ดี เพราะแบบนั้นเด็กสาวจึงไม่คิดจะหลบ ที่จริงแล้วเธอไม่แม้แต่จะหันมามองด้วยซ้ำ ทั้งหมดที่พิมายทำยกฝ่ามือขึ้น กำกลุ่มก้อนการโจมตีของนภันต์ไว้แล้วบีบสลายจนแตกคามือ



                แล้วโห่ร้องดังขึ้นจากทั่วทิศทางอีกครั้ง



                นภันต์หน้าซีดเผือก ความเร็วที่เขาเคยภาคภูมิใจนักหนาถูกบดขยี้ไม่เหลือชิ้นดี



                “โกง!! ขี้โกง แกต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ๆ!!” ด้วยร้อนรนและรู้สึกเสียหน้า ว่าที่ผู้นำสกุลมารุตพาตจึงเริ่มโวยวายแล้วชี้ด่ากราดพิมาย “อยู่ดีๆ ไอ้บ้าที่ไหนมันจะเก่งขึ้นมาในชั่วพริบตาแบบนี้!! สารภาพมาซะมีคนคอยช่วยแกจากนอกสนามใช่ไหม!!



                “ฉันเปล่า” พิมายตอบนิ่งเรียบเช่นเดียวกับใบหน้าซึ่งไม่ได้ดูยินดียินร้ายกับความได้เปรียบที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย “มันคือความสามารถของฉัน ก็เหมือนกับความเร็วของพี่น่ะแหละ ฉันฝึกแล้วก็ฝึกแล้วก็ฝึกเพื่อให้ได้มันมา ฉันอดทนฉันต่อสู้ฉันดิ้นรน บนร่างกายของฉันอาจจะไม่ได้มีหลักฐานของความพยายามชัดเท่าของพี่ แต่การที่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้คงชัดเจนพอแล้วนะว่าฉันทุ่มเทกับมันมากแค่ไหน”



                นภันต์กำชายเสื้อตนเองแน่นโดยทันที พร้อมดึงมันลงมาปิดบังรอยแผลของตนไว้



                “โกหก!! ถ้าทำได้ขนาดนี้แล้วทำไมไม่ใช้มันตั้งแต่แรก!!



                “เพราะฉันอยากพิสูจน์ให้พี่เห็นน่ะสิว่าฉันเองก็เป็นมารุตพาตคนหนึ่งเหมือนกัน ไม่สังเกตเหรอตอนแรกว่าฉันใช้แต่วิชาของมารุตพาตทั้งนั้น”



                “เหอะ!! ไอ้ท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่ขาดความลื่นไหลแบบนั้นน่ะ” นภันต์ส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างดูแคลน “อย่ามาทำให้ขำไปหน่อยเลยนังสวะ แกไม่ใช่มารุตพาต ไม่เคยเป็นและไม่มีวันเป็นด้วย!!



                แล้วร่างผอมก็พุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง พิมายตั้งท่าเตรียมรับมืออย่างรวดเร็ว อีกครั้งที่นภันต์หายไปจากเบื้องหน้าและมาปรากฏตัวที่ด้านหลังของพิมายแทนพร้อมหมัดที่เงื้อง้า ทว่ามันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เด็กสาวเอียงศีรษะหลบ มือข้างหนึ่งคว้าแขนของนภันต์ไว้



                “พี่พูดถูก” พิมายกระซิบพร้อมรวบรวมสายลมให้มาหมุนวนรวมกันบนฝ่ามืออีกข้าง “ฉันเป็นมารุตพาตแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นแหละ”



                ผลัวะ!!



                แล้วเธอก็ปล่อยสายลมให้อัดกระแทกท้องนภันต์ให้ระยะประชิดทันที และเพราะไม่ได้ปล่อยมือข้างที่คว้าแขนเขาไว้ นภันต์จึงต้องรับแรกปะทะไปเต็มๆ เขาร่วงลงไปกองกับพื้น ไอโขลกๆ และทำท่าเหมือนจะอาเจียนในไม่ช้า



                “ทำไม...”



                นภันต์ครางถามแผ่วเบา ฟังราวกับเสียงของสัตว์ป่าที่บาดเจ็บก่อนจะกลายเป็นการตะโกนอย่างกราดเกรี้ยว



                “ทำไม! ทำไม! ทำไม! ทำไม! ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ที่ฉันอุตส่าห์ทุ่มเทฝึกมาแทบเลือดตากระเด็นมันเพื่ออะไรกัน ทำไมนังกระจอกอย่างแกถึงเอาชนะฉันได้!!



                เขาแหงนหน้าขึ้นมองอย่างอาฆาต ทั้งเกลียดชังและทั้งเจ็บใจ ยิ่งการที่พิมายมองลงที่เขาซึ่งล้มฟุบหมดสภาพอยู่บนพื้นยิ่งทำให้เขารู้สึกอัปยศเกินจะทน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ก็ไม่อาจฝืนความเจ็บปวดไหว ผนวกกับการผลาญกสิณไปมากเกินเพื่อเร่งความเร็วให้ตนเองมาตลอดทั้งแต่เริ่มประลอง นภันต์จึงล้มลงไปอีกครั้ง



                พิธีกรเริ่มนับถอยหลังทันทีเพราะเห็นว่าฝ่ายหนึ่งสู้ไม่ไหวแล้ว เป็นจังหวะเดียวกับที่พิมายปลดผ้าปิดตาออกแล้วให้คำตอบแก่นภันต์



                “เพราะพี่ดูถูกตัวเองด้วยการเอาอาวุธเข้ามาน่ะสิ”



                เด็กสาวย่อตัวลงมาเพื่อให้ดวงตาอยู่ในระดับเดียวกัน ไม่ใช่เพื่อเยาะเย้ยหรือถากถาง แต่เพื่อพูดคุยและอธิบายให้ฟังอย่างที่เธออยากทำมาตลอด คงเหมือนกับแม่ พิมายเองก็ตะเกียดตะกายอยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่ไม่มีวันยอมรับเธอเสมอมา



                “รอยช้ำตามตัวฉัน...ถึงไม่มีไอ้ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ผ้าพันมือของพี่พี่ทำได้อยู่แล้ว แต่พี่กลัวใช่ไหมละ กลัวที่จะผิดพลาด กลัวที่จะอ่อนแอ พี่เลยเลือกที่จะดูถูกฝีมือตัวเองด้วยการแอบเอาสนับมือเข้ามาด้วย”



                “ฉันไม่เหมือนแก!!” นภันต์โต้แย้งอย่างกราดเกรี้ยว เขาโพล่งทุกอย่างออกมาอย่างสุดจะทน “ฉันมีภาระและหน้าที่ที่ต้องกอบกู้ชื่อเสียงของสกุลที่แกกับแม่มาทำให้แปดเปื้อน! แกไม่เข้าใจหรอกว่ามันเป็นยังไงที่ต้องถูกเฆี่ยนตีทุกวันเพียงเพราะฝีมือยังไม่ก้าวหน้ามากพอ ฉันคือผู้นำสกุลคนต่อไป ฉันควรจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้ ฉันควรจะเป็นทุกอย่างที่พวกเขาหวังไว้ให้ได้ ฉันคือคนที่ต้องเลื่อนอันดับให้พวกเรา ฉัน...”



                เสียงของนภันต์สั่นเครือ เขาก้มหน้ามองพื้นเวทีอย่างคับแค้นใจ



                ยิ่งตอนที่พิธีกรนับถอยหลังถึงเลขศูนย์แล้วประกาศว่าพิมายจะได้เข้าสู่รอบแปดคนสุดท้าย นภันต์ยิ่งกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ตอนนี้พิมายเข้าใจแล้วว่ารอยแผลมากมายบนตัวญาติผู้พี่มีที่มาที่ไปอย่างไร เธอเห็นมันมาตั้งแต่เด็กทว่าไม่เคยเอะใจเลยสักครั้ง คิดเอาเองว่ามันเกิดจากการฝึกฝน ผลจากการเคี่ยวกร่ำตนเองอย่างหนักหน่วงเพราะเขาคือผู้นำสกุลคนต่อไป



ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเองก็กำลังทุกข์ทรมานจากการถูกคาดหวังไม่ต่างกัน



                “เพื่อนสนิทฉันเคยพูดไว้ ว่าความเจ็บปวดสะท้อนออกมาได้หลายรูปแบบ และหนึ่งในนั้นคือการส่งต่อความเจ็บปวดนั้นต่อไป ในที่สุดฉันก็ได้รู้สักทีว่าพี่กลั้นแกล้งฉันเพราะอะไร”



                พิมายลุกยืน เป็นครั้งแรกเธอไม่กล้าสบตากับนภันต์ด้วยเหตุผลอื่นนอกเหนือไปจากความกลัว



                ...เวทนา...



“ฉันคง...ต้องขอโทษพี่ด้วยที่ไม่เคยเข้าใจเลยว่าที่ผ่านมาพี่เองก็ลำบากไม่แพ้กัน แต่ว่าต่อจากนี้ให้มันแล้วกันไปเถอะนะ”



ใจหนึ่งพิมายอยากยื่นมือไปให้แล้วช่วยฉุดนภันต์ขึ้นมา แต่อีกใจก็รู้ดีว่าคนที่ทรนงอย่างเขาต้องปัดมือเธอทิ้งแน่ๆ เพราะแบบนั้นเด็กสาวเลยกำมือแนบลำตัวไว้ หลังสูดหายใจเข้าลึกเธอก็ตัดสินใจหันหลังกลับ นภันต์จะทำอย่างไรก็เรื่องของเขา ทว่าเธอจะขอเลือกละทิ้งทั้งอดีตและความกลัวไว้เบื้องหลังนับจากนี้ไป



                “ฉันไม่ต้องการความสงสารหรือความเห็นใจจากแก!” นภันต์ตะโกนไล่หลัง และก่อนที่หน่วยแพทย์จะทันได้เข้าถึงตัวเขา เขาก็ชักมีดสั้นวาววับขนาดเกือบฝ่ามือที่ซ่อนไว้ในรองเท้าขึ้นมา ดวงตาที่แดงก่ำจ้องแผ่นหลังของพิมายที่กำลังเดินห่างออกไปเขม็ง



                “ระวัง!!!” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพยายามร้องเตือนพิมาย ทว่าสายไป นภันต์ปามีดออกไปท่ามกลางเสียงร้องอย่างแตกตื่นจากคนที่ทันเห็นเหตุการณ์



                รอยเหยียดยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของว่าที่ผู้นำสกุลมารุตพาต ก่อนจะจางหายไปในเวลาอันรวดเร็วเมื่อ...



                วูบ!!



                พิมายหันกลับมาได้ทันท้วงที พร้อมแสดงทักษะการควบคุมสายลมแบบที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนให้ได้ยลอีกครั้ง ด้วยการสร้างสายลมที่หมุนวนไปมาเป็นวงกลมเพื่อกักมีดสั้นเล่มนั้นไว้ระหว่างฝ่ามือทั้งสองข้าง ดวงตาสีลูกหว้าจ้องสบดวงตาสีฟ้าสดซึ่งยังคงเต็มไปด้วยแววเดียจฉันท์อย่างที่คุ้นเคยมาตลอดหลายที



                แต่พอเห็นพิมายหยุดใช้กสิณแล้วปล่อยให้มีดตกลงมาปักพื้น ในดวงตาคู่นั้นก็เพิ่มเติมมาด้วยความละอายแก่ใจทันที



                เด็กสาวจึงเลือกจะเก็บคำพูดไว้กับตนเองแล้วหันหลังออกเดินไปอีกครั้ง






 

                หลังทุกอย่างจบลงพิมายได้รับการขอโทษขอโพยขนานใหญ่จากเหล่าเจ้าหน้าที่กระดุมเงิน



                นภันต์ถูกควบคุมตัวไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องไต่สวนความผิดก็กระจ่างชัด บทลงโทษคือเขาและลูกหลานของมารุตพาตจะถูกตัดสิทธิ์รวมประลองไปอีกห้าครั้ง โดยไม่รวมพิมายและบุตรหลานที่จะสืบสายเลือดโดยตรงมาจากเธอ การกระทำของนภันต์ในครั้งนี้ยังถูกบันทึกไว้ในประวัติส่วนบุคคลอีกด้วย เป็นประวัติเสียที่คงทำให้เขาทำงานรับราชการได้ยากยิ่งขึ้นหลายเท่า เรียกได้ว่าเป็นการกดไม่ให้เหล่ามารุตพาตลืมตาอ้าปากไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียว ทว่าช่างน่าแปลก พิมายกลับรู้สึกเหมือนว่าภันต์จงใจให้มันเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว



                เพราะหลังได้ฟังบทลงโทษสีหน้าของเขาก็ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย และถ้ามองไม่ผิดพิมายคิดว่าญาติผู้พี่ของเธอลอบเหยียดยิ้มด้วยซ้ำไป



นอกจากนั้นแล้วในตัวนภันต์ยังมีดสั้นอีกสามเล่มซุกไว้ด้วยกัน พิมายถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อก ถึงเธอจะทำเท่หยุดมีดของญาติผู้พี่ไว้ได้ แต่นั้นมันก็แค่เล่มเดียว ขืนนภันต์ปาทั้งหมดออกมาพร้อมกัน มีหวังตัวเธอคงพรุนเป็นสัปปะรดไปแข่งรอบต่อไปแน่ๆ



                ซึ่งการที่นภันต์พกทั้งหมดนั้นขึ้นเวทีไปได้เพราะกรรมการไม่ได้กวดขันและบังคับใช้กฏระเบียบอย่างเข้มงวดเพียงพอ หลังได้รับตลับยาราคาแพงระยับและเงินชดเชยจำนวนมากเกือบครึ่งหนึ่งของรางวัลชนะเลิศแล้ว พิมายก็ขอตัวทันทีโดยไม่ยอมรอรับการรักษา เธออ้างว่าต้องการเจอบิดาและเพื่อนๆ ก่อนแล้วค่อยมาทำแผลทีหลัง ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งหมดที่เธอต้องการคือพลังรักษาจากรักษ์นาราต่างหาก



                เชื่อเถอะ ต่อให้ยาแพงแค่ไหนก็เทพไม่เท่าฝ่ามือของเพื่อนเธอหรอก



                ทว่าระหว่างทางเดินกลับ เธอก็พบเข้ากับคนที่ไม่คาดคิดเสียก่อน



                เตชินท์ วัชริศกำลังยืนกอดอกพิงกำแพง ท่าทางคล้ายกำลังดักรอใครสักคนอยู่ และคงรอมาพักใหญ่แล้วด้วย เพราะแม้ใบหน้าจะยังนิ่งเรียบไม่แสดงความรู้สึกใด แต่ดวงตาสีถ่านคุไฟคู่นั้นกลับดูเขียวขุ่นอย่างไรชอบกล ตอนแรกพิมายว่าจะแสร้งมองเมินทำเป็นไม่เห็นเสีย



ทว่านอกจากจะตวัดตามองมาทางเธอแล้ว...



                “พิมาย มารุตพาต”



เขายังเรียกชื่อเธอพร้อมหยัดตัวขึ้นมาจากการยืนพิงกำแพงอีกด้วย พิมายถอนหายใจเฮือก แม้จะไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แต่ที่แน่ๆ คือเธอกำลังเจ็บแผลเกินกว่าจะมีอารมณ์มาโต้เถียงด้วย ทันใดนั้นเตชินท์ก็โพล่งประโยคคำถามอันเหนือคาดขึ้นมา



                “ใครเป็นอาจารย์ของเธอ”



                ทำเอาพิมายเหลือทางเลือกเพียงแค่อุทานว่า “หา??”



                “ให้เป็นคนสอนวิธีควบคุมลมแบบนั้นให้เธอ” เตชินท์ถามซ้ำ สีหน้าจริงจังจนพลอยทำให้พิมายขมวดคิ้วไปด้วย



                “หมายถึงไอ้ที่ปิดตาหลบหมัดอะนะ?”



“ไม่ใช่” เตชินท์ก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น พิมายเกือบถอยเท้าหนีตามสัญชาตญาณแล้วแต่ดีที่ยั้งทัน “ตอนที่เธอหยุดมีดของเจ้านั้น การควบคุมลมแบบนั้นไม่มีในนิวาริน ใครเป็นคนสอนเธอ”



เธอไม่ได้กลัวเขา ต่อให้รู้ดีว่าว่าที่ผู้นำสกุลวัชริศฝีมือเหนือกว่าและมีประสบการณ์การต่อสู้มากกว่านั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้พิมายรู้สึกเหมือนควรจะเดินหนีอยู่ดี เพียงแต่จากบรรยากาศรอบตัวเขาในขณะนี้ มันทำให้เธอรู้สึกว่าสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แต่การตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นทั่วไปเท่านั้น แต่เขาต้องการรีดเร้นเอาคำตอบจากเธอ



                “นายมันธาตุไฟ จะมารู้อะไรเรื่องลมกัน” พิมายยอกย้อน จงใจเดินชนไหล่เตชินท์เพื่อผ่านไป แต่พ้นไปไม่ถึงก้าวดีก็ถูกมือหนาคว้าต้นแขนไว้แน่นและมันดันเป็นตำแหน่งเดียวกับรอยช้ำที่นภันต์ทำไว้อีกต่างหาก



                เด็กสาวนิ่วหน้า เธอแน่ใจว่าเตชินท์สังเกตเห็นเพียงแต่เลือกที่จะไม่ใส่ใจ



                “ฉันรู้มากกว่าที่เธอคิดแล้วกัน และเธอเองก็น่าจะรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นได้บ้างถ้าฉันไม่ได้คำตอบที่ต้องการ”





#########

          สนทนา : ตามคาดนะคะ ยังไงพิมายก็ต้องชนะอยู่แล้ว 55555  ว่าแต่อิพี่เตนี่สิ มาไงหว่า อิอิ เอ้าขอเสียงฝีพายเรือลำนี้หน่อยเร้ววววววววววว



               

               

               

 

 

               

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #940 DDevil (@DDevil) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 07:55
    ขี้โกงก็แพ้ไป อิอิ พิมายสู้ๆ

    แอบเชียร์เรือรำนี้อยู่เหมือนกัน เตมาย ชอบๆ
    #940
    0
  2. #931 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 22:37
    เรือมาแล้ว ฮือออ ดีใจ #เรือเตมาย
    #931
    0
  3. #925 frist star (@pootai_44) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 20:01
    ว้ากกกกกก เรือเตมายยย
    #925
    0
  4. #924 Little'Nan Nancy (@noonancy123) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 21:52
    ลงเรือเตมาย 😁😁
    #924
    0
  5. #923 Ayako (@nu_ryako) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 21:25
    รอออออออออออ
    #923
    0
  6. #921 แมวเหมียว (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 00:25
    ชูป้ายไฟเตมายยยย
    #921
    0
  7. #920 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 10:42
    พิมายคนหลากเรือ!!!!! 555555555555 โครตแบดแอสเลย พี่เต 55555555 เกลียดลุงสิงคนซึน เดินมาด่า หรือวิ่งซี่โครงบานกันแน่คะะะะะะะะ 5555555555
    #920
    0
  8. #919 FullmoonG (@FullmoonG) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 11:01
    ว้ายตายแล้ว !!! พิมายคนมีสเน่ห์ ~~~`~~~~~~~~~~~~~
    #919
    0
  9. วันที่ 14 มกราคม 2561 / 09:20
    ถึงจะพายเรือเตมาย แต่ยังคงเรือหลักสิงมายไม่เปลี่ยนแน่นอนค่ะ
    #918
    0
  10. #917 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 14:02
    อืม---- เราคาดว่าพลัชต้องเป็นหนึ่งในรากษสแน่เลยค่ะ! ไหนจะที่แม่พิมายบอกให้รออีก น่าจะรอเพื่อให้ถึงเวลาล้างความผิดให้รากษสใช่ไหมคะ? ใช่แน่เลยยยยยย><~
    #917
    0
  11. #916 Faded-Girl (@nuufunction) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 07:56
    พยสค่ะพาย! พายเข้าไป เรือเตมายกำลังแล่นเลยค่ะ5555555 #912 ขอ+1ค่ะ พอรู้เบื้องลึกเบื้องหลังแล้ว.. อ้าว นายเป็นคนดีนี่นา อะไรแบบนี้ บวกกับที่เคยบอกว่านภันต์แทบไม่เคยลงมือทำร้าย/แกล้งมายด้วยแล้วยิ่งเค้าเข้า นี่นับเป็นเรือผีได้รึเปล่า? ภันต์มายไรงี้555555 sm+พี่น้อง อุ้ววววว
    #916
    0
  12. #914 RedDressGirl (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 23:54
    ชูป้ายไฟเตมายสุดแขนเลยค่ะ
    #914
    0
  13. #913 Omioe (@onphima) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 23:51
    โอ้ เตชินท์รู้อะไรพิมายจะเป็นไงเนี่ย รอค่ะ เกี๋ยวกับรักษ์หรือป่าวรออออออ
    #913
    0
  14. #912 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 21:23
    สงสารนภันต์อะ จริงๆเนื้อแท้นางน่าจะเป็นคนดีนะ แต่โดนกดดันแบบผิดๆเลยเป็นแบบนี้
    #912
    0
  15. #911 ใบไม้เปลี่ยนสี (@beaw_nile) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:52
    พี่เตโผล่มาตอนท้าย มนุษย์ลุงของเค้าแผ่วเลย
    #911
    0
  16. #910 MoeLLe (@pianista) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:50
    เตมายอีกคนค่าาาาาาาา ต้องพายเงียบๆให้สมกับเป็นเรือผีสินะ
    #910
    0
  17. วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:02
    เตมายยยยยยยยย วี้ดว้ายยยย พี่เตจะทำอะไรเหรอค้าาา ทำเลยๆ เดี๋ยวเค้าแอบดู จู้ฮุกกรู้ว์~
    #909
    0
  18. #908 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 20:01
    เกลียด gif ทิ้งท้ายจังเลยค่ะ 55555555
    #908
    0
  19. #907 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 19:41
    พายกันเงียบๆ อย่ากระโตกกระตากนะ อย่าหายใจแรงด้วย เดี๋ยวเรือเราล่ม!! #เตมาย
    #907
    0
  20. #906 Som Juthamas (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 19:19
    เย้พิมายชนะแล้ว แต่อิพี่เตมาไงหว่า
    #906
    0
  21. #905 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 75)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 19:05
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!! เตมายๆๆๆๆๆๆๆๆๆ//ชูป้ายไฟพร้อมรีบพายเรืออย่างรวดเร็ว
    #905
    0