ตอนที่ 7 : ตอนที่ ๖ ความสามารถของตุลย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    2 ม.ค. 60


ตอนที่ ๖ ความสามารถของตุลย์

 

 

“ก็ไม่ทำไมหรอกครับ แค่อยากยืนยันให้แน่ใจเท่านั้นเองว่าจะไม่ลงมือผิดคน”

 

 

สิ้นคำเด็กหนุ่มก็สะบัดมือมาข้างหน้า แท่งดินยาวหนึ่งศอกทั้งสองแท่งลอยหลุดพุ่งมาอย่างรวดเร็ว ภาคินทร์ที่ตั้งท่ารออยู่แล้วจึงดึงน้ำออกมาถุงหนังได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน เขาสะบัดแส้น้ำพันรอบแท่งดินทางซ้ายแล้วดึงมันไปชนแท่งดินอีกอัน จนพวกมันแตกกระจายเบี่ยงไปอีกทาง

 

 

ฝุ่นลอยตลบ ยังไม่ทันจะจาง ร่างของเด็กหนุ่มก็โผล่พรวดมาเบื้องหน้า ซัดฝ่ามือขวาหมายเล็งใบหน้าของภาคินทร์ เขาทำเพียงเอียงศีรษะหลบ แต่จังหวะนั้นเองที่เด็กหนุ่มในชุดท้องถิ่นแดนเหนือสะบัดมืออีกข้าง บังคับพื้นดินใต้ฝ่าเท้าภาคินทร์ให้ยกสูงนับวา หวังทำให้เขาซวนเซเสียจังหวะเพื่อเล่นงานทีเผลอ

 

 

แต่ดูเหมือนเจ้าเด็กนี่จะดวงกุดเสียแล้วที่มาเลือกสู้กับเขา ตัวปัญหาอันดับหนึ่งของโรงเรียนที่ต้องประมือกับอาจารย์ธาตุปฐวีเป็นประจำ เพราะฉะนั้นเขาจึงรู้ดีว่าเวลาสนามประลองเกิดสั่นไหวไม่มั่นคงขึ้นมาควรจะโต้ตอบเช่นไร

 

 

ในชั่วพริบตานั้น ภาคินทร์กระโดดม้วนตัวไปด้านหลัง ทั้งที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ยังเหวี่ยงแขนส่งน้ำทั้งหมดในกระบอกไม้ไผ่ให้พุ่งตรงไปหาคู่ต่อสู้ เขาได้ยินเสียงตูมตามดังสนั่น เมื่อเด็กหนุ่มในชุดแดนเหนือยกแขนสองข้างขึ้นตั้งฉากกับพื้น สร้างปราการดินสูงท่วมหัวขึ้นมารับการโจมตีของเขา

 

 

ทันทีที่เท้าแตะพื้นราบได้อย่างมั่นคง ภาคินทร์ก็ลงมือโจมตีต่อเนื่อง ตั้งใจจบการละเล่นนี้แต่โดยไว ปลายนิ้วของเขาขยับไหว บงการแอ่งน้ำบนพื้นให้รวมกลุ่มกันแล้วพุ่งเข้าปะทะอีกครั้งจนกำแพงทลายลงมาทับผู้สร้าง

 

 

“เหวอ!

 

 

อีกฝ่ายร้องลั่นอย่างคนไม่ทันตั้งตัว คู้ตัวลงแล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะเพื่อหยุดเศษปราการดินไว้กลางอากาศก่อนจะตกลงมากระแทกตัวเพียงฉิวเฉียด โอกาสงามมาถึงมีหรือเขาจะไม่คว้า ภาคินทร์วิ่งตรงเข้าไปหา กำหมัดลุ้นๆ หวังซัดหน้าเจ้าเด็กอวดดีที่บังอาจมาหาเรื่องเขาสักทีสองทีก่อนเผด็จศึก

 

 

ทว่า...

 

 

ฟู่!!

 

 

ก่อนที่หมัดของเขาจะกระทบหน้า เด็กหนุ่มก็เอนถอย ตวัดขาขวาซึ่งกำลังลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงสกัดหมัดของเขาไว้!!

 

 

ความแสบร้อนเล่นงานภาคินทร์แทบจะในทันที ยังไม่ทันจะได้ตกใจหรือตรองในสิ่งที่เกิดขึ้น ขาซ้ายที่ไหม้เพลิงเช่นกันก็ถีบเข้าที่ท้องน้อยของเขาเข้าอย่างจัง ทำเอาเด็กหนุ่มธาตุอาโปล้มกลิ้งไปหลายวา ทั้งจุกและเจ็บใจ แต่ก็ไม่เท่าความรู้สึกร้อนไหม้บนผิวหนัง

 

 

“ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องทำให้ผิดหวัง”

 

 

เด็กหนุ่มในชุดแดนเหนือเอ่ยพร้อมรอยยิ้มซุกซน ก้อนดินยังลอยวนอยู่รอบตัวและสองเท้าวูบวาบด้วยสีส้มแดงของอัคคี

 

 

“แต่พี่ไม่มีทางชนะผมได้หรอก”

 

 

เป็นไปได้ยังไงกัน เจ้าเด็กนี่ใช้กสิณได้สองธาตุ!!

 

 

 

 

 

 

 

“อย่างที่รู้กันดีว่ากสิณคือพลังงานรูปแบบหนึ่ง”

 

 

เสียงของคุณครูวัยไม้ใกล้ฝั่งนามชาญณรงค์ไม่ได้นุ่มรื่นหูเลยสักนิด แต่กลับทำให้พิมายแทบจะไปเฝ้าสองเทวาผู้สร้างโลกได้อยู่ร่อมร่อ เด็กสาวเท้าคางแสร้งทำเป็นอ่านหนังสือตามทั้งที่สองตาจะปิดมิปิดแหล่มาพักใหญ่แล้ว

 

 

“เป็นพื้นฐานของทุกชีวิตและไหลเวียนอยู่ในทุกสรรพสิ่ง แต่โลกใบนี้กลับมีทั้งคนที่ควบคุมกสิณได้และไม่ได้ มีใครตอบได้บ้างว่าทำไม”

 

 

ใครบางคนยกมือ และพิมายจะไม่สนใจสักนิดถ้าไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มเพื่อนรวมห้องคนนั้นบังเอิญนั่งอยู่ข้างหลังเธอ ตัวเธอเลยพลอยตกอยู่ในลานสายตาของครูผู้สอนไปด้วยเต็มๆ

 

 

“สิ่งมีชีวิตประกอบขึ้นจากกสิณสี่ธาตุคือดินน้ำลมไฟเหมือนกันหมด แต่ในสัตว์บางประเภทและคนบางคนจะมีธาตุหนึ่งที่โดดเด่นและมีปริมาณมากกว่าธาตุอื่นๆ เพราะแบบนั้นปลาเลยว่ายน้ำได้และนกจึงสามารถบินได้ ส่วนในมนุษย์เมื่อผสานกสิณส่วนเกินนั้นเข้ากับกสิณที่มีในธรรมชาติ ก็จะสามารถควบคุมดินน้ำลมไฟได้ตามต้องการครับ”

 

 

ไม่ไหว น่าเบื่อเกินไปแล้ว พิมายไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าจะมาเล่าเรื่องที่รู้กันดีตั้งแต่เพิ่งตั้งไข่ได้ให้ฟังอีกรอบทำไม ก็เข้าใจอยู่เหรอกว่านี่เป็นคาบเรียนที่สอนเรื่องการใช้กสิณอย่างมีประสิทธิภาพ แต่มันควรต้องลงมือปฏิบัติจริงสิถึงจะได้ผล ไม่ใช่บังคับให้เด็กมานั่งจ้องตำราหนาเกือบคืบที่เต็มไปด้วยหนังสือยึกยืออ่านยากแบบนี้

 

 

“เป็นคำตอบที่ถูกต้อง” ชาญณรงค์เฉลย ซึ่งก็ไม่ได้ผิดคาดเท่าไรนัก พิมายอดไม่ได้ที่จะหาววอกในขณะที่คนหน้าห้องยังพูดต่อไป “ซึ่งนำไปสู่หัวข้อหลักของการเรียนในวันนี้คือทำไมคนเราถึงเกิดมาพร้อมกสิณส่วนเกินที่ไม่เท่ากัน และทำอย่างไรจึงจะเพิ่มปริมาณกสิณนี้ได้ จากงานศึกษาค้นคว้าของครูและเพื่อนๆ เราค้นพบว่า...”

 

 

อยู่ๆ คนสอนก็เงียบไป แต่พิมายกำลังตกอยู่ในวังวนของการพยายามฝืนตนเองจากการสัปหงก กว่าจะรู้ตัวชาญณรงค์ก็เดินเข้ามาใกล้ เอื้อมมือมาตบโต๊ะดังปังแล้วเอ่ยต่อเสียงเข้ม

 

 

“เราค้นพบว่า บางครั้งผู้ที่เกิดมาพร้อมปริมาณกสิณที่มากเกินไปมีแนวโน้มจะง่วงงาวหาวนอนได้ง่ายกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เธอคิดแบบนั้นไหมพิมาย มารุตพาต”

 

 

ทั้งห้องหัวเราะครืด พิมายสะดุ้ง ตื่นเต็มตาในที่สุด ก่อนจะส่งยิ้มแหย่รีบแก้ตัวพัลวัน

 

 

“ไม่จริงสักหน่อยนะครู หนูตั้งใจเรียนสุดๆ ไปเลยนะ อ่านล่วงหน้าไปตั้งหลายบทแล้ว ตอนนี้กำลังถึงเรื่อง...” ดวงตาสีลูกหว้าเหล่มองหน้าหนังสือที่เปิดค้างอยู่ “เป็นไปได้หรือไม่ที่จะควบคุมกสิณได้มากกว่าหนึ่งธาตุ”

 

 

                ครูวัยชราหรี่ดวงตาที่เริ่มฝาฝางมองเจ้าปลาไหลตรงหน้าอย่างตำหนิเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจยอมยกผลประโยชน์ให้จำเลย เนื่องจากสิ่งที่เด็กสาวพูดมากระตุ้นความอยากสอนของเขาได้ไม่น้อย

 

 

                “ถ้าถามครู คำตอบก็คงเป็นไม่” ชาญณรงค์เดินกลับไปหน้าห้องตามเดิม ส่งผลให้พิมายหายใจหายคอได้โล่งขึ้น “สองเทวาไม่ได้สร้างให้มนุษย์ทนทานพอที่จะรองรับรูปแบบของกสิณที่แตกต่างกันได้ วิญญาณอันเปราะบางของเราคงแหลกสลายก่อนเป็นแน่ถ้าต้องแบกรับความไม่สมดุลขนาดนั้น และเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยจารึกมา ไม่มีสักคนที่สามารถใช้กสิณได้มากกว่าหนึ่งธาตุ แต่นั่นก็เป็นแค่ความเห็นของครู และถ้าพวกเธอไปถามพวกนักปราชญ์ช่างจินตนาการบางคนด้วยคำถามเดียวกันนี้ เจ้าพวกนั้นจะบอกว่า...”

 

 

                ครูวัยชราเว้นช่วง เหล่านักเรียนนิ่งเงียบ ลุ้นรอคำตอบ

 

 

                “ท่านเคยเห็นผู้คนมาครบทั้งร้อยแปดแคว้นแล้วหรือ จึงได้กล้ากล่าววลีต่ำตมอย่าง เป็นไปไม่ได้ออกมาง่ายดายปานนั้น” ชาญณรงค์ขยับยิ้มที่อ่านไม่ออก เหมือนจะยอมรับแต่ก็ปฏิเสธอยู่ในที “ซึ่งถ้าจะคิดแบบนั้นจริงๆ ก็แปลว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่คนที่ควบคุมกสิณได้ถึงสองธาตุเท่านั้น แต่อาจจะได้ถึงสามหรือสี่เสียด้วยซ้ำ ลองจินตนาการดู ถึงมนุษย์ผู้บัญชาได้ทุกสรรพธาตุ...ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลเสียจริงๆ”

 

 

                ครูวัยชราส่ายหน้าอย่างเชื่องช้า หยิบดินสอพองขึ้นมาแล้วจรดลงบนกระดานหน้าห้อง

 

 

                “หลับมาเข้าเรื่องของเรากันต่อ วิธีเพิ่มปริมาณกสิณนั้น....”

 

 

                และพิมายได้พล็อยหลับไปตั้งแต่ก่อนคนเป็นครูจะทันได้พูดคำว่า เป็นไปไม่ได้ เสียอีก

 

 

 

 

 

 

 

                ภาคินทร์ได้แต่ตะโกนคำว่า เป็นไปไม่ได้ซ้ำไปมาอยู่ในหัวขณะก้มหลบลูกไฟและก้อนดินไปพร้อมๆ กัน

 

 

                เขารู้ดีว่าสิ่งที่เผชิญอยู่มันไม่สมเหตุสมผลขนาดไหน แม้สองตาจะมองเห็นและร่างกายได้สัมผัส แต่จิตใจกลับเอาแต่ร้องปฏิเสธ เนื่องจากเจ้าเด็กอวดดีตรงหน้าเพิ่งจะซัดทั้งดินและไฟใส่เขาในเวลาเดียวกันอย่างที่ไม่เคยมีประวัติศาสตร์หน้าไหนจารึกไว้มาก่อน

 

 

ภาคินทร์รู้ดีอีกเช่นกันว่าเขาเพิ่งเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่ออย่างความลับของรักษ์นารามาเมื่อเร็วๆ นี้ เขาควรจะมีภูมิคุ้มกันต่อเรื่องเช่นนี้และทำใจเชื่อในสิ่งที่เห็นได้แล้ว ทว่าสัญชาตญาณกลับสะกิดเตือนเขาอย่างร้อนรน ร้องบอกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

 

 

เด็กหนุ่มผู้ใช้กสิณอาโปจึงตัดสินใจจะกังขาในภาพตรงหน้าต่อไป เขาเพ่งสมาธิจดจ่อกับการต่อสู้ยิ่งกว่าที่เคย ถึงจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าอีกฝ่ายทำอย่างที่ทำอยู่ได้อย่างไร แต่ไว้ซัดให้หมอบแล้วค่อยเค้นคอถามก็คงไม่สาย เพราะนี่ไม่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เขาโดนผู้ใช้กสิณต่างประเภทรุมกินโต๊ะ

 

 

“สุดยอด...พี่เป็นคนแรกเลยนะเนี่ยที่ไม่สติแตกไปก่อนหลังจากได้เห็นพลังของผม” เด็กหนุ่มในชุดเมืองเหนือสะบัดมือไปมาเพื่อดับไฟและชมอย่างเสแสร้ง “ไหนๆ ก็ไหนๆ มาแนะนำตัวกันหน่อยดีกว่า ผมชื่อ ตุลย์ นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

 

ภาคินทร์นิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใด เขาทำเพียงตั้งท่ารอเตรียมรับการปะทะ เห็นดังนั้นตุลย์จึงเบ้ปาก

 

 

“พี่นี่น่าเบื่อจริงๆ เลยแหะ ไม่ถงไม่ถามสักคำว่าทำไม เอะอะก็ซัดพลังท่าเดียว ท่าทางคงชินที่ต้องวิวาทไปเรื่อยเปื่อยแบบหมาข้างถนนกัดกัน...”

 

 

ตูม!!

 

 

ภาคินทร์วาดแขนไปเบื้องหน้า รวบรวมน้ำทั้งหมดบนพื้นให้กลายเป็นเกลียวคลื่นแล้วโถมเข้าใส่เจ้าเด็กปากมากอย่างทนไม่ได้ ทว่ากลับมีแผ่นดินรูปสี่เหลี่ยมยื่นงอกขึ้นมาทำหน้าที่เป็นร่มกันให้เสียก่อน

 

 

“เสียมารยาทจริง ผมยังพูดไม่ทันจบประโยคเลยนะ” ตุลย์เหลือบมองคลื่นน้ำที่แตกโปรยเป็นเม็ดฝนด้วยสายตาเย็นชาจนเกือบจะคล้ายชิงชัง “ไม่เข้าใจเลยว่าพี่รักษ์เห็นดีอะไรถึงได้ยอมลดตัวไปคบเป็นเพื่อนด้วย”

 

 

“รู้จักรักษ์นาราด้วยงั้นเหรอ” นั่นเป็นครั้งแรกที่ภาคินทร์เปิดปากตั้งแต่เริ่มสู้กันมา

 

 

“รู้สิ” ใบหน้าอ่อนเยาว์กลับมาประดับด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง “ก็เป็นคนรักกันนี่น่า”

 

 

ตูม!!

 

 

อีกครั้งแล้วที่ภาคินทร์โถมเกลียวคลื่นเข้าใส่ทั้งที่คู่ต่อสู้ยังไม่ทันตั้งตัว และก็เป็นอีกครั้งเช่นกันที่แผ่นดินรูปสี่เหลี่ยมงอกขึ้นมาป้องกันการโจมตีให้ มุมปากของเด็กหนุ่มในชุดแดนเหนือคว่ำลงทันที แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถ้อยจิกกัดอย่างที่ทำเป็นประจำ...

 

 

“จะสู้หรือจะพล่ามก็เลือกเอาสักอย่าง” คนปากหนักกลับเอ่ยออกมาอย่างทนไม่ไหวเสียเอง เพราะขืนต้องทนฟังเจ้าเด็กนี้พูดเรื่องไร้สาระอีกแม้แต่ครึ่งคำ ภาคินทร์คงเผลอใช้ พรสวรรค์ออกไปแน่ๆ

 

 

“มาต่อรองมากกว่า” ตุลย์ยื่นมือซ้ายออกไปด้านหน้าก่อนจะทำท่ากำมือ ทันใดนั้นเสาดินที่มีความสูงเท่าภาคินทร์กว่าสิบแท่งก็โผล่ขึ้นมาล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง ส่วนมือขวาของเด็กหนุ่มก็ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟอีกครั้ง “ผมจะขอดีๆ สักครั้งก่อนจะเริ่มเอาจริงแล้วกันนะ เลิกยุ่งกับพี่รักษ์ของผม แล้วผมจะปล่อยพี่ไป”

 

 

ตอนนี้ภาคินทร์เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงรู้สึกแปลกๆ กับการที่เจ้าเด็กตรงหน้าสามารถใช้กสิณได้สองธาตุ ดวงตาสีวังน้ำวนกวาดมองรูปแบบการกระจายตัวของเสาดินอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ ก่อนจะหันกลับมามองเด็กหนุ่มในชุดแดนเหนือ

 

 

แกน่ะ...เป็นคนละคนกับก่อนหน้านี้ใช่ไหม”

 

 

รอยยิ้มบนใบหน้าตุลย์ชะงักค้าง ใช้เวลาเกือบห้านับนิ้วกว่าเด็กหนุ่มจะเปล่งเสียงแสดงความงุนงงออกมา

 

 

“หา?”

 

 

“คนแรกที่มาสู้กับฉันคือคนที่ใช้กสิณปฐวี ส่วนแกที่ยืนอยู่ตรงนี้ใช้ได้แค่กสิณเตโชเท่านั้น หลักฐานคือตอนที่ฉันโจมตีทีเผลอ นอกจากจะไม่ได้แสดงท่าเพื่อเดินพลังแล้วยังไม่มีกสิณไหลเวียนออกมาจากตัวแกเลยสักนิด ตอนนั้นแหละฉันเลยเริ่มมั่นใจว่าแกใช้กสิณปฐวีไม่ได้ พวกแกแอบสลับตัวกันตอนที่สร้างกำแพงขึ้นมา เปลี่ยนให้คนใช้ไฟมาสู้ในระยะประชิด ส่วนคนที่ใช้ดิน....”

 

 

ภาคินทร์หันไปทางไม้ใหญ่ที่ยืนต้นอยู่กลางลาน

 

 

“ก็หลบอยู่ตรงนั้น!!

 

 

พร้อมกับตวัดมือขึ้น ดึงน้ำจากแอ่งน้ำขังทั้งหมดบนลานให้พุ่งเข้าใส่ใบหนาทึบของต้นไม้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสาดินบีบตัวเข้าเพื่อบดขยี้เข้าจากทุกทิศทาง ภาคินทร์เบี่ยงตัวหลบไปมาก่อนจะตัดสินใจกระโดดขึ้นไปยืนบนเสาดินอันหนึ่ง แต่เมื่อขึ้นมาได้ ตุลย์ในสภาพที่มีไฟลุกไหม้ทั้งมือและเท้าก็รอเขาอยู่แล้ว

 

 

ภาคินทร์คุมน้ำมาห่อหุ้มแขนไว้เพื่อใช้รับการปะทะจากตุลย์ ดวงตาสีวังน้ำวนเหลือบมองไปทางไม้ใหญ่ ซึ่งร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังร่วงลงมาพอดี เห็นดังนั้นภาคินทร์ดึงหันไปคว้าหมัดขวาของตุลย์ไว้ ไฟและน้ำปะทะกันกลายเป็นไอควัน เขาบีบแน่นจนเด็กหนุ่มเริ่มหน้าถอดสีก่อนจะชกหมัดอีกข้างที่ยังหุ้มด้วยน้ำเข้าใต้ลิ้นปี่ แรงปะทะเหมือนถูกเพิ่มเป็นทบทวีเมื่อภาคินทร์เพ่งกสิณบังคับน้ำให้พุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ทำเอาร่างของตุลย์กระเด็นลอยไปใกล้ถึงโคนต้นไม้ ก่อนจะร่วงลงมานอนหมอบอยู่ข้างเด็กหนุ่มอีกคนที่เพิ่งถูกสอยร่วงลงมาจากต้นไม้ด้วยฝีมือเขาเช่นกัน

 

 

เมื่อทั้งคู่ประคองกันเองเพื่อลุกขึ้นมา ภาคินทร์ก็รู้ได้ในทันทีว่าสัญชาตญาณของเขาถูกต้อง เพราะตรงหน้าเขาคือเด็กอวดดีสองคน ที่มีหน้าตาเหมือนกันยิ่งกว่าแกะพิมพ์แต่กลับใช้กสิณได้คนละธาตุ

 

 

...ฝาแฝด...

 

 

“รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ตรงนี้” คนหนึ่งถามโดยมีอีกคนช่วยประคอง

 

 

“เสาดิน” ภาคินทร์เฉลยพร้อมปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตามเสื้อออกไปด้วย “เวลาผสานกสิณของตนเข้ากับกสิณในธรรมชาติ จุดแรกเริ่มของพลังจะปรากฏขึ้นใกล้ตัวผู้ใช้กสิณมากที่สุดเสมอ และทั้งที่ยืนอยู่ต่อหน้าฉัน เสาแรกกลับโผล่ขึ้นมาจากโคนต้นไม้เสียอย่างนั้น ไม่ใช่แค่ยังไม่เก่งพอจะกลบเกลื่อนร่องรอยของตัวเองได้แต่พวกแกยังไม่เก่งพอจะสู้กับฉันได้ด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาคงเจอแต่พวกโง่เง่าหลงเชื่อละครปาหี่ของพวกแกสินะถึงได้โชคดีเอาชนะมาได้”

 

 

“เห็นเงียบๆ เหมือนไม่ค่อยพูดแต่พี่นี่ปากจัดใช้ได้เลยแฮะ”

 

 

“แถมยังฉลาดผิดมาดนักเลงลิบลับ ไอ้ที่โจมทีตีเผลอถึงสองครั้งก็เพื่อยืนยันทฤษฎีสินะ”

 

 

เปล่า...รอบสองเขาทำไปเพราะรำคาญต่างหาก แต่ไหนๆ ก็เข้าใจไปแบบนั้นแล้วก็ปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน

 

 

พูดไปพูดมาภาคินทร์เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคนไหนคือแฝดธาตุดินคนไหนคือแฝดธาตุไฟกันแน่ เพราะนอกจากหน้าตาจะเหมือนกันจนแยกไม่ออกแล้วเสื้อผ้าและเครื่องประดับของทั้งคู่ยังไม่ต่างกันแม้แต่น้อย ทว่าการที่เจ้าพวกนี้ใช้กสิณได้คนละธาตุ แปลว่าพ่อแม่ต้องเป็นผู้ใช้กสิณคนละธาตุเช่นกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ปกติเอามากๆ

 

 

และถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่เจ้าเด็กอวดดีพวกนี้ก็ฝีมือดีมากจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยเพราะความสามารถแต่กำเนิดหรือเพราะได้รับการฝึกสอนมาเป็นอย่างดี มันก็แปลได้แค่ว่าสองแฝดมาจากสกุลลำดับต้นๆ ซึ่งก็หมายความว่า...

 

 

“พี่เป็นคนที่สองเลยนะที่มองความลับของพวกเราออก เพื่อเป็นรางวัล พวกเราจะขอแนะนำตัวอีกครั้งแล้วกัน ผมชื่อว่าตุลย์ วัชริศ” เจ้าเด็กทางขวาพูดพร้อมลูกไฟที่ไหวระริกอยู่บนฝ่ามือ

 

 

“ส่วนผม ติณห์ คีรีรัตน์” คราวนี้เป็นทีของคนทางซ้าย พร้อมกับการที่ก้อนดินขนาดเท่ากำปั้นถึงสามก้อนลอยเวียนวนอยู่เหนือฝ่ามือ

 

 

วัชริศ...สกุลหลักแห่งเตโช

 

 

คีรีรัตน์...สกุลหลักแห่งปฐวี

 

 

“และอย่างที่เคยบอกไป”

 

 

“พี่ไม่มีทางชนะพวกผมได้หรอก”

 

 

ดูเหมือนรักษ์นาราจะดึงดูดแต่ตัวปัญหาจริงๆ เสียด้วย




########## 




สนทนา : จากเดิมที่คาดว่าจะมีตัวละครใหม่มาแค่หนึ่งก็งอกกลายเป็นสองไปซะแล้ววววว ไหนใครโดนหลอกเหมือนนุ้งคินทร์ในช่วงแรกบ้างยกมือขึ้น 555 

 




 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

1,487 ความคิดเห็น

  1. #774 Riprim (@rip_hihi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 00:46
    ทำไมรู้สึกโดนกิฟต์ดึงดูดมากเลยค่ะ ฮืออ ดูไปขำไป
    #774
    0
  2. #670 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 23:07
    อยากมีหมาแบบนี้มากจัง
    #670
    0
  3. #536 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 15:47
    ดึงดูดแต่ตัวปัญหาจริงๆ ด้วยสิ แต่ละคนดูร้ายไม่เบา
    #536
    0
  4. #303 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 23:28
    ครูวัยชราหรี่ดวงตาที่เริ่ม(ฝาฝาง >> ฝ้าฟาง)...
    #303
    0
  5. #119 อัจฉราโสภิต (@acharasobhit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 17:21
    รักษ์นาราชวนไปบ้าน....

    อื้อหือ เห็นเงียบๆ แต่ไวไฟเหมือนกันนะสาวคนนี้ ไม่ทันไรชวนหนุ่มไปบ้านแล้ว เห็นใจสองแฝด คงเหนื่อยเอาเรื่องอยู่
    #119
    0
  6. #113 amporn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 15:55
    thank you ka
    #113
    0
  7. #110 Sutasinee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 21:04
    คนละสกุลแฝดกันได้ด้วยหรอคะ
    #110
    0
  8. #108 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 01:14
    ตอนแรกก็แอบงง 555
    รักษ์นาราดึงดูดตัวปัญหาจริงๆ
    #108
    0
  9. #107 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 17:42
    งง งง งง!!!!! ขอตอนต่อด่วนค่ะ 5555555555 #ทีมโดนหลอกพร้อมนายคินทร์ #มีการโกรธด้วยพอเจอคู่แข่งหัวจายยยยยย #หลบแส้น้ำแพรพ
    #107
    0
  10. #106 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 13:09
    แฝดสกุลหลัก!!
    ตอนนี้หนูรักษ์หาย
    #106
    0
  11. #105 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 07:51
    2แฝดผู้น่ารัก ???
    #105
    0
  12. วันที่ 3 มกราคม 2560 / 02:05
    มีการแยกร่างเกิดขึ้นด้วยล่ะคุณ!!!! แฝดคู่นี่ท่าทางจะซนน่าดู ถ้าผู้เขียนไม่ว่าอะไรก็ขออนุญาตนำน้องแฝดมาเลี้ยงดูที่บ้านนะคะ
    #104
    0
  13. #103 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 00:10
    ชอบตอนที่สู้กันอยู่แล้วย้ายไปเป็นฉากในห้องเรียนมาก มันเชื่อมโยงกันแบบที่เราไม่รู้สึกงงนะคิดภาพตามได้เลย
    ภาคินทร์กินอะไรเข้าไปถึงได้ฉลาดขนาดนี้นะโครตเท่ โครตหล่อ เฟียสมาก ดีต่อใจมากกกกกกกก
    #103
    1
    • #103-1 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 7)
      3 มกราคม 2560 / 17:43
      ชอบคำว่า "เฟียสมาก" 55555555555
      #103-1
  14. #102 − Springfall − (@moolattene) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:51
    อยากรู้จังเลยค่ะว่าพรสวรรค์ของภาคินทร์คืออะไร แล้วหนูรักษ์หายไปไหนแล้วเนี่ย ตอนนี้นางเอกของเราไม่มีบท555555555555
    #102
    1
    • #102-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 7)
      3 มกราคม 2560 / 09:13
      ยังเป็นเวลาเรียนอยู่ค่ะ 555 หนูรักษ์เด็กดีเลยยังไม่สามารถมาห้ามทัพได้
      #102-1
  15. #101 A.A.R (@pinth2853) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:26
    เรียกว่าแฝดนรกน่าจะได้
    #101
    0
  16. #100 Ms. P (@putterpt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:12
    ว้าววววววววว รักษ์นารารับกลับมาเร็ว ก่อนชุมชนจะเเตกเพราะเขาตีกัน
    #100
    0
  17. วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:10
    สนุกมากค่ะ อ่านตอนแรกนึกว่ามี 2 ก.....จริงๆ
    #99
    0
  18. วันที่ 2 มกราคม 2560 / 23:10
    ......เกี่ยวข้องกันได้ยังไงคะ......
    #98
    0
  19. #97 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:57
    เราชอบนึกว่าภาคินทร์ธาตุไฟอยู่เรื่อยเลย55555
    #97
    0
  20. #96 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 22:48
    ยกมือคนแรกเลยยยยยย
    เชียร์เฮียคินทร์สุดใจขาดดิ้นนน ไม่เอานะน้องตุลย์น้องติณห์ อย่าทำงี้ เดี๋ยวเฮียของขึ้นแล้วเด็กๆจะแย่เอา 5555
    #96
    0