ตอนที่ 66 : ตอนที่ ๕๘ คำเตือนของเตชินท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    15 ต.ค. 60



ตอนที่ ๕๘ คำเตือนของเตชินท์

 





รักษ์นารารู้ดีว่าเธอเป็นคนตัวเล็ก



แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะทำให้เธอรู้สึกกระจิดริดได้มากเท่าครั้งนี้เลยจริงๆ



ภาคินทร์ผู้สูงกว่าเธอไปเกือบคืบกำลังยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง มือข้างหนึ่งยึดปลายกระบองไว้ในขณะที่มืออีกข้างโอบเอวเธออยู่ เขาดึงเธอเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังเล็กๆ ของรักษ์นาราแนบชิดกับร่างกายของเขา ศีรษะของเธอจึงอยู่ที่ปลายคางของเขาพอดี



นั่นคือเหตุผลแรกที่ทำให้รักษ์นารารู้สึกเล็กจ้อยจนแทบจะจมหายไปกับอกกว้างที่เครียดขึ้ง



เหตุผลที่สองเป็นเพราะเจ้าของกระบองสีดำซึ่งยืนอยู่ตรงข้าม เธอว่าภาคินทร์เป็นคนที่ตัวสูงใหญ่กว่าเด็กรุ่นเดียวกันมากแล้วนะ ทว่าเตชินท์กลับสูงยิ่งกว่า ขาดเหลืออีกสักสองสามนิ้วก็จะเท่ากับคนที่สูงเกือบสี่ศอกอย่างพ่อของพิมายพอดี รักษ์นาราจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนตนเองเป็นก้อนฝุ่นเล็กๆ ที่บังเอิญกลิ้งหลงเข้ามาในรัศมีการปะทะของไฟและน้ำ



“ฉันบอกให้ถอยไปให้ห่างจากรักษ์นารา!” ภาคินทร์แทบจะคำรามด้วยความกราดเกรี้ยวแต่กลับทำให้เตชินท์ขยับตัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขายืดตัวตรง ดึงกระบองกลับมาเก็บแนบข้างลำตัว ทว่าก็ยังไม่ยอมถอยออกไปอยู่ดี ระยะห่างที่มีไม่มากจึงกลายเป็นการคุกคามระกว่างกันไปโดยปริยาย



ดวงตาสีถ่านคุไฟปรายต่ำลงมายังรักษ์นาราก่อนจะเงยขึ้นสบตากับภาคินทร์ตามเดิม



“ก็แค่ทักทายกันเล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องเห่าดังขนาดนั้นก็ได้”



รักษ์นารานึกมาตลอดว่าเตชินท์จะเป็นคนเงียบขรึม ประเภทหน้านิ่งๆ ไร้อารมณ์แล้วลงมือทำอย่างเดียวโดยไม่เอ่ยอะไร ไม่นึกเลยพูดขึ้นมาแต่ละทีจะปากคอเราะร้ายได้ถึงขนาดนี้



เพราะเพียงประโยคสั้นๆ ไม่กี่คำก็ทำเอาภาคินทร์ถึงกับเป็นฝ่ายกัดฟันกรอดอย่างที่พิมายและฝาแฝดไม่เคยทำได้มาก่อน หยดน้ำรอบตัวไหวระริกตามแรงอารมณ์ ขอเพียงมีตัวกระตุ้นอีกเพียงเล็กน้อยเขาก็พร้อมจะประลองตัวต่อตัวกับอีกฝ่ายแบบไร้สนาม ไร้กรรมการและไร้กติกาได้ในทันที เตชินท์ก็เช่นกัน เพราะถึงจะเก็บอาวุธแนบลำตัว แต่จากสีแดงจางๆ ที่เปล่งออกมาทับทิมก้อนโตบริเวณปลายกระบองแล้ว ก็ชัดเจนว่าเขาพร้อมจะลงมือได้ทุกเมื่อ



ทว่าท่ามกลางบรรยากาศกดดันและรังสีฆ่าฟันที่เด็กหนุ่มจากสองสกุลขั้วตรงข้ามปล่อยเข้าห่ำหันกัน...



“เอ่อ...คือว่านะ...”



รักษ์นาราเอ่ยอย่างตะกุกตะกักเพื่อแยกมวยอีกครั้งอย่างที่เธอถนัดเสมอมา



“เราว่าเราได้ยินเสียงประกาศเรียกคนที่ต้องประลองรอบต่อไปให้ไปรวมกันที่เวทีแหละ”



ไม่ทันขาดคำก็แว่วเสียงกระตือรือล้นมากเกินจำเป็นของพิธีกรขานเรียก เตชินท์ วัชริศปนมาท่ามกลางชื่อของเด็กหนุ่มสาวอีกหลายคนพอดีอย่างได้จังหวะ ส่งผลให้ดวงตาสีถ่านคุไฟปรายต่ำลงมามองเจ้าของเสียงเล็กๆ ที่อาจหาญเอ่ยทักท้วงขัดขวางการต่อสู้อีกครั้ง



และอย่างง่ายดาย เตชินท์ก็หันหลังกลับ เลี่ยงไปใช้อีกทางหนึ่งเพื่อเข้าสู่สนามประลองแทน



“ระวังตัวไว้ให้ดีๆ แล้วกัน” เขากล่าวโดยไม่ยอมหันมามอง เสียงย่ำเท้าเป็นจังหวะแผ่วเบาลงไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับถ้อยกระซิบเตือน “ต่อให้ฉันรักษาข้อตกลงทั้งหมดไว้ แต่ถ้าเธอ หลุด ขึ้นมาเองมันก็อีกเรื่องหนึ่ง”







 

แต่ถึงแม้เตชินท์จะเดินหายลับไปแล้ว ภาคินทร์ก็ยังไม่ยอมปล่อยรักษ์นาราเป็นอิสระอยู่ดี



เขาเพียงคลายอ้อมกอดเล็กน้อยเพื่อไม่ให้คนตัวเล็กอึดอัดเกินไปนักก่อนจะไถ่ถามด้วยน้ำเสียงเจือความกังวล “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม เจ้านั่นมันไม่ได้ทำอะไรเธอนะ”



“เราปลอดภัยดีจ้ะ” รักษ์นาราตอบ ทว่าแทนที่จะแสดงท่าทางเก้อเขินต่อสถานการณ์ปัจจุบันอย่างที่ควรจะเป็น เด็กสาวกลับขมวดคิ้ว “แต่เตชินท์เขาพูดจาแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้”



“ยังไง?”



“ก่อนหน้านี้เขาพูดประมาณว่าเรามีดีอะไร คนพวกนั้นถึงได้พยายามปกป้องขนาดนี้ เขาทำข้อตกลงกับภาคินทร์แล้วก็มายมาไม่ใช่เหรอ? กับคนอายุน้อยกว่าแถมยังไม่ชอบหน้า ปกติแล้วน่าจะใช้คำว่า เจ้าพวกนั้นไม่ก็ หมอนั่น มากกว่า เมื่อครู่ก็อีก ที่ว่า ข้อตกลงทั้งหมด หมายความว่ายังไงกันแน่ พูดแบบนี้มันเหมือนเขาทำสัญญากับคนกลุ่มอื่นนอกจากพวกเราด้วยเลย”



ข้อสังเกตของรักษ์นารานับว่ามีประเด็น ทว่าแทนที่จะเห็นด้วยหรือคิดตาม...



“จะกลัวบ้างก็ได้นะ” ภาคินทร์กลับกล่าวเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจเสียอย่างนั้น เนื่องจากนี่เป็นอีกครั้งแล้วที่เขาเห็นรักษ์นาราเอาแต่ยืนเฉยอย่างไร้ความหวั่นเกรงทั้งที่มีอาวุธของผู้ใช้กสิณมากฝีมือจอแนบคอ ไม่กรีดร้อง ไม่ดิ้นรน ไม่หาทางหนี เหมือนกับครั้งนั้นไม่มีผิด



ครั้งที่ถูกล้อมด้วยอริของเขาในช่วงที่เพิ่งเจอกันใหม่ๆ และเจ้านั่นก็โดนกระถางต้นไม้ตกใส่หัวเข้าไปเต็มๆ ในขณะที่เขาโดนรังมดแดงทั้งรัง ภาคินทร์เริ่มสงสัยขึ้นมาครั่นครามว่าเตชินท์จะโดนอะไรบ้างหากเขามาช้ากว่านี้อีกสักนิด



“ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนเพิ่งช่วยมันมากกว่าช่วยเธอก็ไม่รู้” เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ



 “ไม่จริงสักหน่อย” รักษ์นาราแย้งพลางขยับตัวและดันแขนแกร่งออกไปพร้อมกัน เหมือนจะแนบเนียนแต่ก็ไม่เลยสักนิด “ถ้าไม่ได้ภาคินทร์เราคงแย่แน่ๆ ยังไงก็ขอบคุณ...ว๊าย!



ด้วยขนาดรูปร่างและพละกำลังที่ต่างกันมากเกินไป เมื่อคนตัวสูงไม่ยินยอมมีหรือคนตัวเล็กจะหนีได้ ภาคินทร์เพียงออกแรงเพิ่มอีกนิด รัดวงแขนเข้ามาอีกหน่อย แผ่นหลังของรักษ์นาราก็กลับมาแนบติดกับลำตัวเขาตามเดิม เด็กสาวร้องอุทานออกมาคำสั้นๆ ก่อนจะกลายเป็นตัวแข็งทื่อพูดอะไรไม่ออกเมื่อภาคินทร์ตัดสินใจเกยคางลงบนกระหม่อมที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่ม กลายเป็นการกักขังอย่างสมบูรณ์แบบและน่าอายยิ่งนัก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มต้นลงมือสอบสวน



 “ทำไมเธอต้องเดินหนีฉันด้วย”



เสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ถึงกับตะคอก มันแค่ดังเกินไปนิดและเจือความขุ่นมัวมากเกินไปหน่อย



ภาคินทร์อารมณ์ไม่ดีมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตั้งแต่ที่รักษ์นาราชิงหนีกลับบ้านไปก่อนโดยทิ้งเขาไว้กับถ้อยคำที่ว่าเธอบังเอิญเจอคู่หมั้นแต่ในนามของเขา



การหมั้นหมายระหว่างภาคินทร์และมุกตาภาเป็นเพียงสัญญาปากเปล่าระหว่างสองผู้นำสกุล ไม่จริงจังและไม่มีหลักฐาน ซ้ำด้วยชื่อเสียที่ขยันสร้างเรื่องราวไม่เว้นแต่ละวันของภาคินทร์ คงอีกไม่นานหรอกก่อนที่สัญญานี้จะถูกยกเลิก ถ้าไม่ใช่เพราะเหล่าชลัชพงษ์ขายหน้ามากเกินไปก็คงเป็นสกุลสืบสินธุ์คงมาขอบุตรีคืนก่อน



แต่สิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ก็ไม่เคยเกิดขึ้น



แถมเพราะไม่เคยข้องแวะหรือมีตัวตนในชีวิตประจำวันของกันและกันเลย ภาคินทร์จึงแทบจะลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าตนมีคู่หมั้นกับเขาด้วย มาระลึกได้อีกทีก็กลายเป็นว่ามุกตาภาไปชี้หน้าบังคับห้ามรักษ์นาราเข้าใกล้เขาเสียแล้ว แม้จะยังไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดคู่หมั้นผู้ไม่เคยเต็มใจจะหมั้นกันถึงไปแสดงท่าทีหึงหวงใส่ผู้หญิงที่เขาใกล้ชิดด้วย แต่ภาคินทร์ก็คิดว่าสิ่งแรกที่เขาควรทำน่าจะเป็นการแก้ความเข้าใจผิดให้รักษ์นารามากกว่า



และการจะทำได้นั้น คือต้องรู้ก่อนว่าอีกฝ่ายเข้าใจไปว่าอย่างไร

              


  “ฉันไม่ต้องการความเงียบฉันต้องการคำตอบ ทำไมเธอถึงหลบหน้าฉัน” ภาคินทร์ย้ำคำถามเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนิ่งไปเสียนาน



 “พะ...พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะจ้ะ เราแค่...”



“รักษ์นารา” เสียงที่เข้มขึ้นแต่ไม่ถึงกับดุทำให้เด็กสาวปิดปากฉับ รู้ตัวดีแล้วว่าคำพูดอ้อมค้อมหรือการแสร้งเอ่ยทื่อๆ แบบใสซื่ออย่างที่เคยทำอยู่เสมอไม่อาจทำให้เธอรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้ ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือการสารภาพไปตามตรง



“เราเขินน่ะ”



รักษ์นารากลั้นใจแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลจึงสบเข้ากับดวงตาสีวังน้ำวนที่มองมาอยู่แล้วเข้าตรงๆ



“ทั้งเรื่องเมื่อวาน แล้วก็เรื่องที่แล้วๆ มาด้วย”



แต่คงจะตรงเกินไปหน่อย เพราะกลายเป็นภาคินทร์เสียเองที่เก้อเขินต่อคำพูดเหล่านั้นจนต้องหลบตาไปก่อน สีแดงจางๆ แต่งแต้มอยู่บนโหนกแก้ม เขาคลายอ้อมกอด ปล่อยเธอเป็นอิสระอย่างรวดเร็วพอๆ กับตอนที่กักขังเธอไว้



“ฉันนึกว่า...เธอกำลังโกรธ เรื่องมุกตาภา” ภาคินทร์เรียบเรียงคำทั้งที่ยังเสมองไปทางอื่น มือขวาลูบต้นคอไปมาอย่างเคยตัวเช่นที่ทำมาเสมอตั้งแต่ตัดผมสั้น



“คือจริงๆ เราก็ตกใจนิดหน่อยแหละจ้ะ”



เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองชักจะกลายเป็นจำอวดหน้าม่านเข้าไปทุกที เพราะแค่คำพูดไม่กี่คำของรักษ์นาราก็ทำให้ใบหน้าของเขาเดี๋ยวแดงเดี๋ยวคล้ำได้อย่างง่ายดาย ส่วนตอนนี้ สีหน้าของเขาคือซีดเซียวเมื่อได้เห็นความหนักใจพาดพานเข้ามาดวงตาสีน้ำตาลกลมโต



“ถึงเราจะพอเดาได้ว่าภาคินทร์มีคู่หมั้นอยู่แล้ว แต่ไม่นึกเหมือนกันว่าจะมาเจอกันในลักษณะนี้ แถมน้องเขายังพูดอะไรแปลกๆ อีก ไม่สิๆ ไม่แปลกหรอกแต่แบบ...น่าประหลาดใจนิดหน่อยมากกว่าละมั้งจ้ะ คือจริงๆ มันก็คือเป็นเรื่องธรรมชาติอย่างหนึ่งละนะ ก็เราควบคุมความรู้สึกรักชอบที่มีต่อใครสักคนไม่ได้นี่น่า แล้วก็...”



“แต่ฉันไม่ได้ชอบยัยนั่น!!” ภาคินทร์แทรกขึ้นมากะทันหันด้วยไม่อาจทนให้รักษ์นาราเข้าใจผิดไปได้ไกลกว่านี้อีกแล้ว “เรายังไม่ได้หมั้นกันอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ก็แค่เรื่องที่ผู้ใหญ่พูดกันไปเอง แถมมุกตาภาเองก็ไม่ได้คิดอะไรฉันเหมือนกัน แล้วก็คนที่ฉันชอบ...”



“เรื่องนั้นเรารู้แล้วแหละจ้ะ”



รักษ์นาราแทรกพร้อมยิ้มแหย่ๆ เหมือนกำลังลำบากใจ ส่งผลให้คนมองคิดไปไกลในทางเลวร้าย หยดน้ำที่ยังคงลอยล่องอยู่รอบตัวบิดเบี้ยวไม่เป็นรูปร่าง บางส่วนเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งแล้วด้วยซ้ำ



ทว่าก่อนที่จะทำให้สนามสัตตบงกชเข้าสู่ฤดูเหมันต์ก่อนกาลอันควร ภาคินทร์ก็เริ่มฉุกคิดได้ว่าบางทีเขาและรักษ์นาราอาจจะกำลังพูดกันคนละเรื่องอยู่ เพราะเขามั่นใจว่าไม่มีทางและไม่มีวันที่เธอจะมีสีหน้าลำบากใจเด็ดขาด หากได้รู้ว่าในหัวใจที่กำลังวูบไหวอยู่ในขณะนี้ของเขามีใครอยู่กันแน่



“เธอรู้ว่า...” เขาฝืนถาม พยายามตั้งสติควบคุมกสิณให้นิ่งสงบอย่างที่ควรจะเป็น



“ก็เรื่องที่ภาคินร์กับคู่หมั้นไม่ได้คิดอะไรกัน” เธอทวนคำเขา และใช่จริงๆ เสียด้วย รักษ์นาราไม่ทันยินประโยคในตอนท้ายที่เขากำลังจะเผลอหลุดปากพูดความในใจออกไป สีหน้าลำบากใจปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าเล็กๆ อีกครั้งเช่นเดียวกับความลังเล ซึ่งเพียงประโยคถัดมาดังขึ้นภาคินทร์ก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมรักษ์นาราจึงมีท่าทีเช่นนั้น



“เพราะว่าเมื่อวานน้องเขามาพูดประมาณว่า...เขาชอบเราอยู่แหละ”



“...”



และดูเหมือนว่าจะเป็นเขาเองนี่แหละที่กำลังเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป



ผิดแบบไกลลิบลิ่วเสียด้วย







###########



สนทนา : มีความรู้สึกว่าหมู่นี้นุ้งคินทร์ชักจะอาจหาญขายอ้อยออกนอกหน้าเกินไปแล้ว มันต้องเจอแบบนี้ซะบ้าง วะฮะฮ่า เป็นไงกันบ้างค่ะ การเผชิญหน้าระหว่างน้ำกับไฟ จริงๆออกมาไม่ค่อยเครียดเท่าที่ฟ็อกซ์ตั้งใจไว้เท่าไหร่เลย มาแนวโชโจมังงะ(อีกแล้ว)มากกว่า 555 อยากถ่ายซ้อมฉากนี้จัง มีใครอาสามาแสดงแทนหนูรักษ์มั้ยคะ ค่าตัวนางเอกแพง ออกมาเยอะไม่ได้ 555





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 21:20
    พี่เตกับน้องมาย หายไปหนายยย
    #799
    0
  2. #798 เมษาหน้าหนาว (@maylita) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 12:04
    โถพ่อคุณของคนอ่าน เอ็นดูความขี้อายของนุ้งคินทร์จริงๆ เกรงว่าอาจต้องเปลี่ยนจากคำเตือนของเตชินท์มาเป็น
    รายชื่อศัตรูหัวใจของภาคินทร์ซะเเล้ว ขอบคุณค่ะคุณฟอกซ์
    #798
    0
  3. #797 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 09:17
    น้องรักษ์ผู้สบยยักษ์ทั้งสอง 5555555555 เรื่องแบบนี้ไม่มีใครเก่งเท่านุ้งรักษ์แล้ว
    #797
    0
  4. #796 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 06:46
    อิพี่เตนี่แอบปากร้ายนะ 5555555 แต่ชักอยากรู้ว่าถ้านุ้งคินทร์ตามมาไม่ทัน หนูรักษ์จะทำไรพี่เตให้รอดเงื้อมมือนาง 55555555 #แต่แบบนี้ดีละมีที่ให้เด็กแจกอ้อย #อ้อยเยอะไปแล้วลูก 5555555555 #บ่นไปงั้นแหละความจริงแล้วชอบ
    #796
    0
  5. #794 onumaa (@onumaa) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:11
    งื้อนุ้งคินทร์เดี๋ยวนี้ใจกล้าทำเนียนกอดหนูรักษ์นะ ตอนนี้พี่เตคือใครหรอคะ โฟกัสแค่นุ้งคินทร์กับหนูรักษ์ดีนะไม่คุยคนล่ะเรื่องเดียวกันเหมือนที่ผ่านมา จะได้เข้าใจกันสักที สู้ๆนะนุ้งคินทร์ ><
    #794
    0
  6. #793 np zaaa (@np-zaaa) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:08
    ภาคินทร์หวานออกนอกหน้าเกินไปแล้วววว เขินนน
    #793
    0
  7. #792 พสันต์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 20:01
    ว้ากกกกกกกก!!!! เป็นอีกครั้งแล้วที่หนูรักษ์ไม่ทันได้ฟังท่อนสุดท้ายของประโยค โอยยยยย ถ้านาราฟังอีกนิดล่ะก็...น้ำตาลในเลือดขึ้นกันเป็นแถบแน่นอน>3<
    //คิดถึงไรท์จริงจัง 
    //นับวันรอต่อปายยยยย
    //พี่เตมาน้อยจิมๆ สงสัยค่าตัวขึ้นอีกแหง่มๆ
    #ปิ้งข้าวโป่งแจกจ่ายเหล่าแม่ยก มา..เราจะมากรี๊ดไปด้วยกันค่ะ!
    #นับวันชักหวานขึ้นทุกวัน อีกหน่อยก็อุ้มกันแล้ว><~
    #792
    0
  8. #791 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 19:58
    งื้อ ยกมือออ เค้าอาสาค่าาา อิจฉาหนูรักษ์สุด
    ในที่สุดน้องคินทร์ก็มีที่ยืนแบบจำอวดเล็กๆ ฮือออ เด็กขายอ้อยของเจ้ 555
    ขำความตรงของหนูรักษ์ นอกจากทำให้นุ้งคินทร์เขินแล้วยังทำให้ช็อกโลกกับคำว่า ‘น้องเค้าดูเหมือนจะชอบเราอยู่แหละ’ นึกภาพแล้วขำตามจริงๆ พี่ว่าคินทร์ต้องสู้ๆแล้วละ เป็นกำลังใจให้นะ 5555
    #791
    0
  9. #790 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 19:55
    งื้อ ยกมือออ เค้าอาสาค่าาา อิจฉาหนูรักษ์สุด
    ในที่สุดน้องคินทร์ก็มีที่ยืนแบบจำอวดเล็กๆ ฮือออ เด็กขายอ้อยของเจ้ 555
    ขำความตรงของหนูรักษ์ นอกจากทำให้นุ้งคินทร์เขินแล้วยังทำให้ช็อกโลกกับคำว่า ‘น้องเค้าดูเหมือนจะชอบเราอยู่แหละ’ นึกภาพแล้วขำตามจริงๆ พี่ว่าคินทร์ต้องสู้ๆแล้วละ เป็นกำลังใจให้นะ 5555
    #790
    0