ตอนที่ 58 : ตอนที่ ๕๑ ฝีมือของมุกตาภา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    24 ส.ค. 60


ตอนที่ ๕๑ ฝีมือของมุกตาภา



                แม้ว่าสิ่งที่ได้ยินจะน่าสับสนมากเพียงใด ติณห์ก็ไม่มีเวลาตกใจมากนัก

                


               ฟึ่บ!!!

               


               เพราะมุกตาภาได้ตวัดแส้ คลายเกลียวให้เป็นมวลน้ำโถมเข้ามาทางเขาอีกครั้ง ติณห์สร้างกำแพงที่หนาทว่ากว้างกว่าตัวเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นขึ้นมา เขาวางฝ่ามือนาบกำแพง ส่งกสิณแปลงผิวหน้าให้แหลมยื่นออกไปเพื่อช่วยผ่อนแรงโดยแยกน้ำออกเป็นสองซีก



                แฝดปฐวีสูดหายใจลึก รวบรวมกสิณ ก่อนจะ...



                ตึง!!



                กระแทกฝ่ามือใส่กำแพงเต็มแรงจนมันพุ่งออกไปข้างหน้า ตรงเข้าหาเด็กหญิงโดยที่สายน้ำไม่อาจหยุดหยั้งได้ มุกตาภากระโดดหลบ กำแพงหินเคลื่อนไปจนสุดเวทีแล้วตกลงสู่คูน้ำเบื้องล่าง ละอองฝอยกระเด็นขึ้นมา มุกตาภาใช้อีกมือที่ไม่ได้ถือกะบองควบคุมส่งละอองน้ำเหล่านั้นมายังติณห์



                จากเล็กรวมกันจนใหญ่ขึ้น กลายเป็นกระสุนน้ำที่สร้างแรงปะทะได้เหมือนดีดหินใส่ ติณห์เอี้ยวตัวหลบบ้าง ต่อยหมัดส่งก้อนหินไปหักล้างบ้าง แต่เพราะจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากเกินไปจึงไม่ทันได้สังเกตรอบๆ มุกตาภาอาศัยจังหวะนั้นตวัดแส้น้ำมารัดพันรอบข้อเท้าเขาได้



                ดวงตาสีน้ำตาลไหม้และสีท้องทะเลสบกับอยู่ชั่วอึดใจ คนตัวเล็กกว่าแสยะยิ้ม กระตุกแส้ทันที



                ติณห์ไหวตัวทัน ใช้ขาอีกข้างย่ำลงไปบนเส้นน้ำจนมันขาดจากกัน เท่านั้นไม่พอ เขายังหมุนตัวเตะขากลางอากาศ ส่งผลให้แท่งดินพุ่งขึ้นมาตามทางที่ปลายเท้าวาดไปและตรงเข้าหามุกตาภา



                เด็กหญิงย่อตัวลงตั้งท่ามั่น พอแท่งดินเข้ามาใกล้ก็กระโดดขึ้นไปยืนบนนั้น วิ่งไต่ย้อนกลับมาหาติณห์ในท้วงท่าเดียวกับที่ภาคินทร์เคยทำ



                ซึ่งถ้าเป็นไปตามนั้น การโจมตีต่อไปก็จะเป็น...



การทำให้เขาจมน้ำจนไม่อาจสู้ต่อได้!!



                วูบ!!!



                   ในขณะที่ภาคินทร์ทำเพียงครอบน้ำรอบศีรษะติณห์ มุกตาภากลับขยับฟาดแส้ หยดน้ำกระจายตัวออก คลี่คลุมกลายเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่ที่มีรัศมีสองวาอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งรับไม่ทัน ติณห์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะกลายเป็นปลาในอ่าง ฟองอากาศลอยออกจากปาก เขาพยายามว่ายออกไปแต่ก็โดนดึงกลับมาอยู่ตรงกลางทุกครั้ง



การใช้ดินเพื่อแหกคุกน้ำออกไปก็ทำไม่ได้เช่นกัน เพราะกสิณแต่ละแบบมีการไหลเวียนของพลังที่ต่างกันมากเกินไป การแทรกกสิณปฐวีผ่านกสิณอาโปที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งรอบตัวเขาเพื่อไปควบคุมดินที่อยู่ไกลออกไปเกือบสองวาจึงเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเขาในตอนนี้



เรียกได้ว่า ถ้าเป็นเมื่อสักสามสิบวันก่อนหน้านี้เขาคงแพ้เธอไปแล้ว



แต่โชคดีที่ลุงของพวกเขาน่ะบ้า ติณห์เลยได้รับการฝึกให้ตกอยู่ในอันตรายและจุดที่เสียเปรียบต่อคู่ต่อสู้ต่างธาตุในหลายๆ สถานการณ์มาแล้ว



รวมทั้งการจมน้ำก็ด้วย!!!









 

ลุงอยากให้ผมทำอะไรนะ?



สนามฝึกฝนของสกุลคีรีรัตน์คือลานดินเรียบโล่งที่ฝั่งหนึ่งอยู่ติดกับผาหินจำลอง ใกล้กันเป็นบึงน้ำที่ดินริมฝั่งเหลวแฉะจนเป็นโคลน ตุลย์กับติณห์ถูกจับฝึกแยกกัน สลับไปคนละวันโดยมีสิงขรเป็นคนคุมให้ อีกวันที่ว่างก็ให้ไปหาทางทำการบ้านที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จไม่ก็ไปฝึกฝนท่าเพิ่งเรียนไปเอาเอง ว่าง่ายๆ คือถ้าไม่ได้อยู่กับผู้เป็นลุง สองแฝดจะทำอะไรก็ได้ ห้ามพักอยู่เฉยๆ เป็นพอ



และวันนี้เป็นตาของติณห์ที่ต้องฝึกกับลุง



ใบหน้าของสิงขรที่เพิ่งมีไรหนวดขึ้นมาเพียงบางๆ แสยะยิ้มอย่างไม่น่าไว้วางใจ



ฉันอยากให้แก ไปยืนอยู่ตรงโน้น



โน้นที่ว่าคือเนินขนาดเล็กกว้างไม่กี่คืบที่ปรากฏขึ้นมากลางบึง มันดูเหมือนซากต้นไม้เก่าๆ ที่เป็นสีเขียวอี๋เพราะตะไคร้และมีตะกอนดินกับซากใบไม้เกาะหมักหมม



แล้วทำยังไงก็ได้เพื่อกลับมาตรงนี้โดยที่ตัวไม่เปียก



สิงขรวาดแขน ดินโคลนริมฝั่งก่อสร้างขึ้นเป็นสะพานแคบๆ ทอดยาวไปยังเนินกลางบึง อดีตปัญจราชศาสตรากำมือ แล้วโคลนยวบยาบก็พลันแข็งตัวขึ้นมาทันที ติณห์วิ่งไต่ข้ามไปสะพานไปทันทีโดยไม่รอให้คนเป็นลุงสั่ง



ง่ายเหมือนปอกกล้วย เด็กชายกล่าวอย่างร่าเริงในขณะที่สะพานดินของสิงขรกลับไปเป็นโคลนที่ละลายหายไปในน้ำ ติณห์นึกว่าบทเรียนในวันนี้คือการทำให้ดินเหลวๆ แข็งตัวให้ได้ เพราะถึงจะเป็นธาตุดินเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะทราย โคลน หรือหินก็ล้วนแต่มีการไหลเวียนของกสิณที่แตกต่างกันทั้งนั้น บางคนจึงชำนาญในอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่าที่เหลือ



ซึ่งหากไขว้คว้าหาความแข็งแกร่ง การควบคุมดินให้ได้ทุกรูปแบบย่อมได้เปรียบมากกว่าอยู่แล้ว



แต่ยังไม่ทันจะลงมือ เสียงของสิงขรก็เอ่ยปรามขึ้นเสียก่อน คล้ายจะบอกว่าอย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป



โดยที่...



คำอธิบายถึงเงื่อนไขของผู้เป็นลุงช่างห้วนสั้นจนเกือบเป็นการปัดส่ง



ห้ามแกใช้ดินจากตรงนี้ ตรงนั้นและตรงโน้นเด็ดขาด



แต่ก็ชัดเจนมากพอจะทำให้ติณห์ร้องลั่น เพราะทุกตรงที่ว่าก็คือดินทุกชนิดแถวนี้



เฮ้ย!!! แล้วผมจะข้ามไปยังไงอะ



“สมองน่ะมีก็ใช้บ้าง” สิงขรเหน็บกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังใจดีพอจะทิ้งคำใบ้ไว้ให้ “แล้วก็...ไม่ได้มีแค่ธาตุน้ำเท่านั้นหรอกนะ ที่แทรกซึมไปปะปนกับสิ่งอื่นได้ ขอให้โชคดีเจ้าหลานรัก”



แต่กลับเป็นคำใบ้ที่ติณห์มองว่าช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด แฝดปฐวีได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น จะขยับตัวยังแทบทำไม่ได้เพราะเนินกลางบึงแคบเกินไป ในขณะที่ผู้เป็นลุงหลบไปนอนเอกเขนกใต้ร่มเงาไม้พร้อมหยิบกระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำหวานเย็นชื่นใจที่เตรียมมาขึ้นดื่มเป็นการยั่วโมโหเขาอีกทอด



แต่โวยวายไปก็เท่านั้น ยังไงสิงขรก็ไม่มีทางเปลี่ยนกติกาหรอก เพราะแบบนั้นติณห์เลยตัดสินใจว่าเอาเวลาไปเริ่มขบคิดหาทางออกจะมีประโยชน์กว่า ขอทวนดูก่อนนะ เขาใช้ดินจากริมฝั่งไม่ได้เพราะถูกสั่งห้าม แถมยังดึงจากก้นบึงขึ้นมาไม่ได้ด้วย



จริงๆ ข้อหลังนี้ถึงผู้เป็นลุงไม่ห้ามเขาก็ทำไม่ได้อยู่ดีเนื่องจากระดับน้ำที่ลึกเกินไป เขาเพ่งกสิณฝ่าลงไปไม่ถึงพื้นหรอก แถมยังบอกว่าให้ข้ามไปให้ได้โดยที่ตัวต้องไม่เปียกด้วยก็แปลว่าห้ามว่ายน้ำ



นี่มันไม่ใช่แค่ยากแล้วแต่มันเป็นไปไม่ได้ชัดๆ!!



ซ้ำร้ายฤดูร้อนอันแสนอบอ้าวของนิวารินก็กำลังทำให้ติณห์บ้าตาย หลังได้แต่ยืนนิ่งอยู่เกือบชั่วยาม ความกระหายน้ำก็ทำให้สมองของเขาตื้อตันจนถึงขีดสุด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่บ้าพอจะกินน้ำจากบึงหรอกนะ ขุ่นเสียขนาดนี้ คงมีแต่ดินมีแต่อะไรไม่รู้ปนอยู่เต็มไปหมด



...ดิน...



...ไม่ได้มีแค่น้ำเท่านั้นที่ปะปนกับสิ่งอื่นได้...



และแล้วติณห์ก็เอะใจได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาย่อตัวลงแล้ววักน้ำขึ้นมาพิจารณาอย่างรวดเร็ว ในอุ้งมือของเขาคือน้ำที่ขุ่นเป็นสีน้ำตาล ดินตกตะกอนนิ่งตัวลงอย่างช้าๆ บนฝ่ามือในขณะที่หยดน้ำเล็ดลอดร่องนิ้วออกไปทีละน้อย



ติณห์เคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันว่าผู้ใช้กสิณอาโปบางคนสามารถดึงน้ำจากต้นไม้หรือจากโคลนเลนขึ้นมาใช้งานได้ หรือในบางพื้นที่ที่อากาศชื้นมากพอ ผู้ใช้กสิณที่มีพรสวรรค์จริงๆ ยังสามารถกลั่นน้ำออกมาจากอากาศได้เลยด้วยซ้ำ



แต่ถ้ามองในมุมกลับละ?



ถ้าเขาลองดึงเอาดินออกมาจากธาตุอื่นๆ เหมือนที่ลุงบอกใบ้ไว้บ้าง จะเป็นไปได้หรือไม่



ติณห์เพ่งกสิณไปยังฝ่ามือ ตะกอนดินหมุนวนก่อนจะเกาะกลุ่มรวมกันจนแข็งแน่นตามบัญชาของเขา เมื่อน้ำสีขุ่นตกกลับบึงไปจนหมด สิ่งที่เหลืออยู่คือก้อนดินขนาดราวหนึ่งนิ้วเท่านั้น



 “ในน้ำ...มีดินปนอยู่...” แฝดปฐวีกล่าวอย่างตื่นเต้น เขาหันไปทางสิงขรกำลังขยับลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ “ในน้ำมีดินปน!! ผมคิดออกแล้วลุง ผมเข้าใจแล้ว!! ลุงจะให้ผมดึงดินที่ละลายอยู่ในน้ำมาใช้ใช่ไหมละ เพราะแบบนั้นเลยห้ามไม่ให้ทำแบบปกติ”



“เออๆ รู้แล้วก็รีบๆ สร้างสะพานข้ามมาสักทีสิ ใกล้ได้เวลาข้าวเย็นแล้ว”



ทั้งที่เขาอุตส่าห์คิดได้ด้วยตนเองแล้วแท้ๆ แต่นอกจากจะไม่ชมแล้วยังมีหน้ามาเร่งอีก ติณห์มุ่ยหน้าก่อนจะก้มหน้าก้มตาวักน้ำขึ้นมาแล้วทำแบบเมื่อครู่ใหม่ แต่ผ่านไปเกือบห้าบาทก็ยังได้ดินขึ้นมาแค่พอเหยียบเท้าลงไปครึ่งก้าวเท่านั้น ขืนเป็นแบบนี้กว่าจะกลับฝั่งได้งานประลองก็คงจบลงไปก่อนพอดี



ซึ่งอีกสามสิบสี่วันจะถึงงานประลอง...



“เสียเวลาจริงโว้ย!!” หลังจากปล่อยหลานรักลองผิดลองถูกเองอยู่นานสองนาน ในที่สุดคนหิวข้าวก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาสอน “แผ่กสิณผ่านฝ่าเท้าลงไปในน้ำแล้วควบคุมดินทั้งหมดให้ลอยขึ้นมาซะ พอขึ้นมาเหนือน้ำได้แล้วก็ควบคุมตามปกติ”



“โห พูดเหมือนง่ายอ่ะลุง” ติณห์ประท้วง “ผมฝ่ากสิณต่างธาตุไปควบคุมดินที่ขนาดเท่าผงที่ลอยอยู่ทั้งหมดไม่ไหวหรอก ถึงทำได้แต่พอยกขึ้นมาก็หมดแรงจะปั้นมันให้เป็นสะพานแล้ว”



“เฮ้อ...พวกผู้ใช้กสิณปฐวีนี่มันเหมือนกันไปหมดจริงๆ หัวทึบ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์” สิงขรบ่นอุบอิบ ไม่ได้ดูเลยว่าตัวเองก็เป็นผู้ใช้กสิณปฐวีเช่นกัน “ฉันไม่ได้บอกให้แกดันทุรังฝ่าไปสักคำ ถึงรากฐานของกสิณปฐวีจะเป็นความมั่นคงหนักแน่น แต่ก็ใช่ว่าแกจะต้องดันทุรังแบบนั้นทุกครั้งถึงจะใช้พลังได้สักหน่อย หลับตาลงซะแล้วทำตามที่ฉันบอก”



ติณห์ขมุบขมิบปากบริภาษหลักสูตรอันแปลกประหลาดและความปากร้ายของผู้เป็นลุงเล็กน้อยก่อนจะยอมทำตาม เขาได้ยินเสียงของสายน้ำคลอมากับเสียงทุ้มห้วนของสิงขรเพื่อสอนสั่งถึงสิ่งที่เขาควรจะทำ









 

สถานการณ์ในปัจจุบันอาจจะดูต่างแต่ก็คล้ายคลึงกับการฝึกในวันนั้นอยู่หลายส่วน



                ติณห์ติดอยู่ในน้ำ ไม่อาจเอื้อมไปแตะดินได้ได้ทำให้ไม่อาจใช้กสิณได้เช่นกัน นั้นคือความคิดของทุกๆ คน เขากำลังจะแพ้ แต่ว่าไม่จริงหรอก ติณห์เรียนรู้มาว่านอกจากตาน้ำของมหาพฤกษากัลปพฤกษ์แล้วก็ไม่มีแหล่งน้ำใดใสสะอาดอย่างแท้จริง ทุกอย่างมีสิ่งปนเปื้อนทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะมากน้อยจนดูออกได้ง่ายแค่ไหน



                และโดมน้ำของมุกตาภาก็มีต้นกำเนิดมาจากน้ำในคูด้านล่างเวที ซ้ำยังปะทะเข้ากับแท่งดินของเขาหลายต่อหลายครั้ง แค่เศษฝุ่นจำนวนเล็กน้อยที่ลอยปะปนอยู่ก็มากพอแล้วที่จะทำให้เขาชนะได้!!



“ปล่อยกสิณของแกให้ไหลตามไปกับสายน้ำ...”



เสียงของสิงขรดังขึ้นในหัวติณห์อีกครั้ง



“แกอาจจะรู้สึกเหมือนถูกกลืนกินอยู่บ้าง แต่ฉันอยากให้แกตั้งสมาธิให้ดีๆ เพราะทันทีที่กสิณของแกแตะเข้ากับเจ้าฝุ่นผงเล็กๆ พวกนั้นได้ แกต้องยึดมันไว้ให้ได้ แล้วค่อยปล่อยกสิณออกไปอีกครั้งและอีกครั้ง ให้สายน้ำนำพาไป แกอาจไม่ใช่คนกำหนดทิศทางเหมือนอย่างเคย แต่แกฉกฉวยจากมันได้ อย่างนั้นแหละ...”



จากประโยคเหล่านั้นเขาแทบจะเห็นรอยยิ้มของผู้เป็นลุงได้เลย ติณห์เคลื่อนท่วงท่าของตนเองไปตามกระแสน้ำที่หมุนวนอยู่รอบตัว ลมหายใจของเขากำลังหมด เขารู้ดีว่าต้องรีบทว่ากระบวนการนี้ไม่อาจเร่งได้มากนัก ฝุ่นละอองในน้ำจับตัวกันหนาแน่นขึ้นเรื่อย



“ทำบ้าอะไรของนายกัน?”



แว่วเสียงของมุกตาภาให้ได้ยิน



“เลิกพยายามได้แล้ว ยังไงนายก็หลุดจากคุกของฉันไม่ได้หรอก”



ทว่าติณห์เลือกที่จะเมินเฉย เขาเพ่งสมาธิ ทบทวนในสิ่งที่สิงขรเคยสอนเอาไว้



“วาดแขนตามมันไป ตามพลังและดินของแกไป ใช้ปลายเท้าข้างเดียวเป็นจุดหมุน อย่าให้เกิดการเคลื่อนไหวที่มากเกินจำเป็น และพอถึงจุดที่กสิณของแกไปไกลเกินกว่าจะสัมผัสได้แล้วให้หยุด...”



ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ลืมขึ้นมา ผ่านเลยม่านน้ำอันพร่าเลือนออกไปคือร่างเล็กๆ ของมุกตาภาที่กอดอกยืนรอชัยชนะของตนเองอยู่



“ทีนี้ก็ตามใจชอบเลยเจ้าลูกกรอก อยากทำอะไรก็ทำ”



ติณห์ผลักมือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้า ก้อนดินเล็กๆ พุ่งฝ่าโดมน้ำออกไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีท้องทะเลของมุกตาภาเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง แต่สมกับเป็นอันดับหนึ่งของการประลองครั้งที่แล้ว เด็กหญิงขยับตัวหลบอย่างพริ้วไหว ก้อนดินขนาดเล็กจึงพุ่งไปตกอยู่เบื้องหลัง ฝั่งลึกลงไปในพื้นเวทีเกือบสามนิ้ว



“นี่มันกลโกงอะไรกัน” มุกตาภาถามอย่างไม่สบอารมณ์ “อยู่ในคุกน้ำของฉันแท้ๆ ทำไมถึงควบคุมดินได้!!



ติณห์ผู้ยังติดอยู่ในน้ำกลับกระตุกยิ้ม ขยับแขนอีกครั้ง



ครืด!!



เสียงเคลื่อนไหวของก้อนหินดังนั้นจากเบื้องหลัง มุกตาภาหันตามไปทว่าไม่ทันเสียแล้ว แผ่นศิลาขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาจากพื้นก่อนจะพุ่งเข้ามาปะทะแผ่นหลังเล็กอย่างแรงจนร่างของเด็กหญิงประเด็นไปเกือบวา



ต่างจากครั้งที่ฝึกกับสิงขร ฝุ่นดินในโดมน้ำไม่ได้มากมายขนาดจะสร้างสะพานหรืออาวุธให้เขาใช้ต่อสู้ได้ ติณห์เลยต้องประยุกต์ยุทธวิธีนี้ขึ้นมา ส่งเจ้าฝุ่นดินเล็กๆ ออกไปเพื่อเชื่อมต่อกสิณของเขากับดินภายนอกแล้วอาศัยจังหวะนั้นโจมตีมุกตาภาจากด้านหลัง



เพราะเสียสมาธิโดมน้ำบิดเบี้ยวจนแทบไม่อาจคงรูปร่าง ติณห์กำมือแล้วดึงเข้าหาตัว แผ่นศิลาพุ่งมาข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ตรงเข้ามาหาเขาและ...



ตูม!!



แผ่นศิลาพังเป็นชิ้นๆ เช่นเดียวกับโดมน้ำที่แตกออก น้ำสาดกระจายไปทั่วทิศทาง ติณห์ตกลงมานอนอยู่บนพื้นเวทีท่ามกลางเสียงร้องเฮของผู้ชมและพิธีกรที่พากษ์บรรยายชื่นชมความสามารถของเขาที่พลิกกลับมาสู้ต่อได้อีกครั้งทั้งที่น่าจะแพ้ไปแล้ว



แฝดปฐวีหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างหนักหน่วง ทว่ายังไม่ทันจะหายเหนื่อย เขาก็ต้องพลิกตัวหลบแส้น้ำของมุกตาภาอีกระรอก



เพี้ยะ เพี้ยะ



“ลูกเล่นเยอะจริงนะ” เด็กหญิงกล่าวอย่างประชดประชัน พร้อมสะบัดข้อมือฟาดแส้น้ำเข้าใส่ตลอดเวลา



“ฝีมือเธอมัน...แฮ่ก...จืดชืดเกินไปเอง...แฮ่ก...ต่างหาก” แฝดปฐวีโต้ปนหอบ แม้จะเหนื่อยเพียงใดเขาก็ยังฝืนเกร็งแขนขวาก่อนจะย่อตัวลงกระแทกฝ่ามือลงกับพื้นเวที



วูบ!!



แผ่นศิลาพลิกผันเป็นระลอกคลื่นมุ่งตรงไปหามุกตาภา เด็กหญิงกระโดดหลบตามคาด ขณะลอยอยู่กลางอากาศก็มีเศษหินดินนับสิบจากพื้นเวทีพุ่งเข้ามาหา เธอจัดการใช้แส้น้ำสะบัดมันไปให้พ้นทาง ทว่าเพียงฝ่าเท้ากลับมาแตะพื้นได้อีกครั้ง..



กึก!!



ขาของเธอก็จมลึกลงไปในดินถึงหัวเข่า ดินอีกก้อนพุ่งเข้ามากระแทก รวบข้อมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกันเหมือนเป็นกุญแจมือทำให้กระบองสีทองกลิ้งตกไปอีกทาง แส้น้ำคลายตัวสลายไปอย่างรวดเร็ว คิ้วหนาสั้นขมวดเข้าหากัน ดวงตาสีท้องทะเลหันมองเจ้าของผลงานที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ เนื้อตัวเปียกชุ่ม หยดน้ำร่วงพราวจากเส้นผมและชายเสื้อผ้า ท่าทางอ่อนล้า ทว่าแววตากลับยังโชติช่วง ยึดมั่นในชัยชนะไม่เสื่อมคลาย



“รีบๆ ยอมแพ้ไปซะยัยเตี้ย เพราะถึงนิสัยเธอจะน่าเตะขนาดไหนฉันก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนทำให้เด็กผู้หญิงต้องมีแผลหรอกนะ”



“หึ อะไรทำให้นายคิดว่าตัวเองจะชนะกัน”



อยู่ในสภาพเสียเปรียบถึงขนาดนี้แท้ๆ แม่คุณกลับยังเชิดหน้าท้าทายเขาเสียได้ ติณห์อ้าปากเตรียมจะด่ากลับไปอยู่แล้วว่าให้ดูสารรูปตนเองเสียบ้าง ทว่าอยู่ๆ น้ำในคูทั้งสี่ด้านกลับเริ่มกะเพื่อมไหว



“ฉันยอมรับว่าแปลกใจนิดหน่อยที่นายหลุดจากคุกน้ำของฉันมาได้ แต่นายก็น่าจะหัดก้มมองสภาพตัวเองบ้างนะว่ามันร่อแร่ขนาดไหน เท่าที่เห็นเนี่ยแค่จะยืนให้ได้ก็เต็มกลืนแล้วแท้ๆ อย่ามาปากดีไปหน่อยเลย”



มุกตาภาเหยียดยิ้ม ติณห์พยายามกลั้นหอบเพื่อไม่ให้ดูแย่เหมือนที่เธอปรามาสไว้ หยดน้ำไหลผ่านกรอบหน้าของเขาไป ไม่รู้ว่ามันคือน้ำที่เปียกตัวเขาอยู่หรือหยาดเหงื่อของความพยายามที่กำลังจะไม่เป็นผลกันแน่



“เพราะถ้านายยังมีกสิณเหลือจริงๆ นายคงฝั่งฉันทั้งเป็นไม่ก็ทุ่มหินใส่จนฉันสลบไปแล้ว ไม่มัวมาเสียเวลาเจ๊าะแจ๊ะแบบนี้หรอก เพราะถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงอยากจบการต่อสู้ไร้สาระพรรคนี้ให้เร็วที่สุดแล้วกลับไปนอนกอดถ้วยรางวัลที่บ้านเหมือนกัน...”



เด็กหญิงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ แม้จะมีก้อนดินยึดตรึงข้อมือเข้าด้วยกันไว้ก็ไม่อาจห้ามพลังของเธอได้ ฉับพลันน้ำทั้งหมดในคูก็ลอยสูงขึ้นมา กลายเป็นปราการสี่ด้านที่โอบล้อมเวทีแห่งนี้ไว้ สมกับคำกล่าวอ้างถึงปริมาณกสิณอันมากล้น ดูเหมือนที่ผ่านมามุกตาภาจะอ้อมแรงสู้กับเขามาโดยตลอด



“...ฉันพูดถูกไหมละเจ้าหน้ายู่”



ติณห์ยังคงหอบหายใจอย่างต่อเนื่อง เลือดจากหางคิ้วที่แตกไหลย้อยลงมาอีกครั้ง



“โธ่เว้ย”



เด็กชายอุทานอย่างเจ็บใจในขณะที่มือเรียวของเด็กหญิงกำเข้าหากันเหลือเพียงนิ้วชี้และนิ้วกลางที่ชี้ตรงมาทางเขา



วูบ!!!!!



มวลน้ำมากมายทิ้งโถมลงมาอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง ไม่นานทุกอย่างก็กลับมานิ่งสงบตามเดิม น้ำไหลนองตกลงจากขอบเวทีสร้างเป็นเสียงเปาะแปะ มันกลายเป็นสีขุ่นมัวเพราะชะเอาฝุ่นดินไปด้วย



บนพื้นเวทีที่พังยับคือร่างที่ไม่ได้สติของติณห์ ในขณะที่มุกตาภากำลังก้าวขึ้นมาจากหลุมที่ยึดตัวเธอไว้ก่อนหน้านี้อย่างไม่เร่งร้อน เด็กหญิงก้มปัดฝุ่นตามขาออกอย่างลวกๆ ก่อนจะบงการสายน้ำให้ห่อหุ้มกระบองสีทองไว้แล้วดึงกลับเข้ามาในมือตามเดิม



มือเรียวปัดเส้นผมหยิกขอดสีดำเหลือบน้ำเงินไปให้พ้นไหล่อีกครั้งอย่างเคยตัว ริมฝีปากเหยียดยิ้มกว้างในขณะที่พิธีกรประกาศชื่อเธอว่าเป็นผู้ชนะและจะได้ไปแข่งรอบชิงชนะเลิศคู่กับตุลย์ที่มองมาอย่างอาฆาตแค้นจากทางอัฒจรรย์





############

          สนทนา : เทคนิคตัดเล่าเหตุการณ์ไปมาแบบนี้เพิ่งเคยแต่งเป็นครั้งแรก หวังว่าจะไม่งงกันนะคะ แหะๆ เป็นไงบ้าง ผลการต่อสู้ออกมาเหนือคาดหรือตามคาดเอ่ย



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #690 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 17:53
    ติณห์ดูเท่ขึ้นจมเลย อ่านช่วงนี้แล้วรู้สึกว่าทุกคนดูโตขึ้นมากเลย ฮืออออออออ
    #690
    0
  2. #665 fire_dragon2 (@Fire_Dragon) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 17:50
    ค้างงงงง
    #665
    0
  3. #664 Smile (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 15:38
    นุ้งติณห์แพ้ T^T
    #664
    0
  4. #663 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 00:19
    ไม่งงค่าาาา เทคนิคนี้เนียนได้อยู่
    ยิ่งทำให้น่าสนใจค่ะ

    แต่กรี๊ดด แพ้ไปแล้ววววว
    ประมาทมากไปไม่ดีนะ ฮือฮือ
    แต่ก็ดีนะ จะได้มีประสบการณ์สอนใจ
    แต่ก็ฮือฮือ อยู่ดี

    ปล. 
    "ท่วง" ท่าเดียวกับที่ ภ/ค เคยทำ
    #663
    0
  5. #662 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 23:07
    ไม่รู้อ่ะ เราก็ยังไม่ค่อยโอเคกับมุกอยู่ดี 5555555555 ขอโทษแฟนคลับมุกทุกคนค่า แต่ไม่ชอบนิสัยนางจริงๆ คงโดนสปอยมาจัดเต็มเลย พี่คินทร์จัดการดีๆนะคะ ชัดเจนเลยค่ะ
    #662
    0
  6. #661 pippin_pie (@pippin_pie) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 23:07
    เหมือนมุกตาภาจะเก่งกว่าภาคินทร์แฮะ
    #661
    0
  7. #660 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 21:02
    เก่งมากติณห์ ตุลย์อย่าประมาทนะ
    #660
    0
  8. #659 RedDressGirl (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 20:54
    ไม่งงค่ะไรท์
    #659
    0
  9. #658 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 20:52
    ละ ละ ละ ลืมไปแล้วว่าคนูสิงเป็นครู หนูขอโทษ 5555
    ตุลย์เห็นติณห์เป็นแบบอย่างแล้ว หนูห้ามชะล่าใจเชียวนะ หนูมุกเค้าไม่ได้มาเล่นๆนะฮะ ไม่กสิณเยอะจริงทำไม่ได้นะฮะ

     ปอลอ เรื่องเทคนิคเล่าแบบตัดต่อไปมาทำได้โอเคเลย ไม่งงจ้า
    #658
    2
    • #658-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 58)
      24 สิงหาคม 2560 / 21:02
      ดะ เดี๋ยวสิ แล้วที่ผ่านมานี่นึกว่าสิงขรทำอาชีพอะไร ตอบ!!
      //ไม่ได้มีดีแค่หนวดนา ขอบอก 55555
      #658-1
    • #658-2 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 58)
      25 สิงหาคม 2560 / 06:39
      มีดีที่เสื้อสีแสบตาด้วยสินะ 555
      //หลบแท่งดินที่พุ่งขึ้นมาแทงแปปป
      #658-2