ตอนที่ 57 : ตอนที่ ๕๐ ความลำพองของติณห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    18 ส.ค. 60

               


ตอนที่ ๕๐ ความลำพองของติณห์





               รอบสี่คนสุดท้ายแล้ว และตุลย์กำลังสู้กับเด็กที่ชื่อธาวินอยู่



                เด็กชายคนนี้มาจากสกุลเพียงอัมพรซึ่งเป็นสกุลวาโยลำดับสอง รูปร่างค่อนผอมทว่าสูงเกือบเท่าตุลย์เลยทีเดียว เพราะในรอบนี้สามารถใช้อาวุธได้ ในมือขวาของธาวินจึงมีดาบรูปร่างเรียวลู่ลมอยู่เล่มหนึ่ง ในขณะที่ตุลย์เลือกเพียงแหวนนพสินธุ์สี่วงเท่านั้น เป็นอาวุธที่ไม่อาจเรียกว่าอาวุธได้เต็มปาก แต่กลับสร้างความเป็นต่อให้กับแฝดเตโชอย่างเห็นได้ชัด เพราะว่า...



                “อ๊ากกกก” ธาวินร้องเสียงหลงเมื่อตุลย์ดีดนิ้วทั้งสองมือ สร้างลูกไฟให้พุ่งเข้าใส่ ดาบที่ถูกห่อหุ้มด้วยลมปัดการโจมตีทิ้งได้เพียงหนึ่ง อีกหนึ่งจึงกระทบโดนหัวไหล่เข้าเต็มๆ



                ธาวินถอยเท้าหนีไปหลายก้าวด้วยหวังตั้งหลัก เด็กชายสืบเท้าเข้ามาชิดกัน มือขวาดึงเข้ามาแนบอก สายลมหมุนวนรอบตัวเขาจนเส้นผมปลิวลอยขึ้นมาในอากาศ



ดูก็รู้ว่ากำลังรวบรวมกสิณเพื่อปล่อยการโจมตีแบบรุนแรง แต่ตุลย์กลับเหยียดยิ้มแล้ววิ่งเข้าไปหาอย่างไม่กลัวเกรงเสียได้ ธาวินเบี่ยงตัวหลบหมัดและลูกเตะที่ห่อหุ้มด้วยไฟไปมาอย่างค่อนข้างลำบากเพราะต้องรวบรวมสมาธิคุมกสิณไปด้วย และเมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง...



“แพ้ไปซะเถอะ!!!” ธาวินตะโกนลั่น ตวัดดาบรูปร่างเรียวจากบนลงล่าง ตุลย์ขยับหนีพร้อมยกแขนขึ้นไขว้ป้องกันใบหน้าไว้ ปลายดาบแฉลบกรีดแขนแฝดเตโชเป็นรอยแดงยาว ทว่าวาโยธาตุที่ถูกปลดปล่อยมาตามทิศทางการฟันดาบต่างหากที่สร้างปัญหาให้เขาอย่างแท้จริง มันอัดกระแทกเข้าใส่ตุลย์ระลอกแล้วระลอกเล่าจนเขาแทบทรงตัวไม่อยู่



ตามการคาดการณ์ของธาวินมันควรจะทำให้ตุลย์กลิ้งหลุนๆ ออกไปนอกสนามประลองจนอาจถึงขั้นตกลงในคูน้ำได้เลยด้วย ทว่าแฝดเตโชกลับย่ำเท้าเข้ามาหน้าตาเฉย ใกล้ขึ้นและใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ธาวินตวัดดาบส่งลมแรงออกไปอีกครั้งแต่ก็ไร้ผล เพราะไม่มีเวลารวบรวมกสิณ ลมนี้จึงเบาและจบลงอย่างรวดเร็ว



เด็กชายตัดสินใจแทงดาบออกไป หวังสร้างบาดแผลทางร่างกายแทนทว่าแฝดเตโชก็เบี่ยงศีรษะหลบได้อย่างง่ายดาย



“อ่อนมาก” ตุลย์เหยียดยิ้มหยันสาวเท้าพรวดเดียวจนประชิดตัวธาวินพลางกำหมัดขวาแน่นเห็นข้อขาว “เทียบลูกพี่ของฉันตอนพัดส่งๆ ยังไม่ได้เลยสักนิด”



ผลัวะ!!!!



แล้วหมัดที่ไร้เปลวเพลิงห่อหุ้มก็พุ่งออกไปกระทบโหนกแก้มของเด็กชายจากสกุลวาโย ธาวินที่กำลังตกใจจึงไม่ทันได้ป้องกันตัว เขาลอยกระเด็นตกออกไปนอกสนาม ไม่ต้องรอให้พิธีกรนับถึงสิบเด็กชายก็ขอยอมแพ้เสียเองเพราะเมื่อครู่คือท่าไม้ตายของเขา ในเมื่อไม่อาจทำให้ตุลย์กระดิกตัวก็แปลว่าไม่อาจโค่นล้มอีกฝ่ายได้เช่นกัน



แต่หากสังเกตดูดีๆ ที่พื้นสนามจะพบว่าไม่ใช่หรอก ที่สายลมไม่อาจทำอะไรตุลย์เป็นเพราะตอนที่เดินย่ำเข้ามาใกล้ เขาได้เร่งกสิณส่งอัคคีลงไปที่ฝ่าเท้า กดเหยียบจนเท้าจมลงในพื้นเกือบถึงข้อ เป็นหลักยึดช่วยไม่ให้ปลิวไปเสียก่อนต่างหาก



แม้จะโม้เพื่อกดความมั่นใจอีกฝ่ายให้ต่ำแล้วอาศัยจังหวะนั้นเผด็จศึก แต่ไอ้ที่บอกว่าเทียบกับพิมายไม่ได้เลยนี่เป็นเรื่องจริงล้วนๆ เพราะขนาดติณห์ที่เป็นผู้ใช้กสิณปฐวียึดตัวเองไว้กับพื้นอย่างแน่นหนา พิมายยังซัดให้ลอยปลิวไปได้ แล้วอย่างตุลย์จะไปเหลืออะไร



แต่ช่างเถอะ ยังไงก็ชนะแล้ว



“ตุลย์ วัชริศครับท่านผู้ชม!! แล้วหนึ่งในฝาแฝดก็ได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศตามคาดจริงๆ เสียด้วย!! แหมเป็นการต่อสู้ที่ดุเด็ดเผ็ดมันเสียจริง เอาแหละครับส่วนในคู่ต่อไปนั้น....”



ในขณะที่พิธีกรกำลังป่าวประกาศเสียงดัง ตุลย์ก็เดินลงมาจากเวทีมาหยุดยืนอยู่ข้างติณห์ที่กำลังแกว่งแขนไปมาเป็นการอบอุ่นร่างกายเตรียมพร้อมก่อนขึ้นประลอง ทว่ายังไม่ทันจะก้าวเท้าออกไปตามประกาศเรียก



“ติณห์!!” เสียงของรักษ์นารากลับดังขึ้นมาจากทางอัฒจรรย์ที่อยู่ใกล้กันเสียก่อน เด็กสาววิ่งกระหืดกระหอบลงมาจากที่นั่ง แต่ไม่อาจเข้ามาใกล้ได้มากกว่านั้น



นอกจากพิธีกร เจ้าหน้าที่ภาคสนามและผู้เข้าแข่งขันแล้ว ผู้ชมและคนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้ย่างเท้าเข้ามาในเขตประลอง เหตุผลหนึ่งก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ชมเองเพราะอาจจะถูกลูกหลงได้ อีกเหตุผลเป็นเพราะป้องกันการโกง แอบใช้กสิณจากภายนอกเข้าช่วย



รักษ์นาราจึงทำได้เพียงยืนอยู่ที่ตีนบันไดของอัฒจรรย์ ไม่อาจไปได้ไกลกว่านี้เพราะอาจจะกลายเป็นการผิดกฏจนทำให้ฝาแฝดถูกปรับแพ้ได้ เด็กสาวตะโกนบอกสุดเสียงด้วยสีหน้าเป็นกังวล



“อย่าประมาณเชียวนะ!! คู่ต่อสู้คนต่อไปน่ะ...”



“ระดับนี้แล้วไม่ต้องเป็นห่วงหรอกพี่รักษ์!!” แฝดปฐวียิ้มกว้าง ขัดคำพูดของรักษ์นาราขึ้นมากลางประโยคเพราะตีความไปว่าเธอกำลังเป็นห่วงเขาอยู่ เมื่อครู่ตุลย์เพิ่งจะบาดเจ็บมา แม้จะแค่เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ถือได้ว่าเลือดกำลังไหลและก็เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่งานประลองเริ่มขึ้นเลยก็ว่าได้ แปลว่าฝีมือของคู่ต่อสู้และฝาแฝดไม่ได้ห่างชั้นกันมากเท่าก่อนหน้านี้อีกแล้ว



แต่ด้วยความลำพอง ติณห์จึงคิดว่ายังไงฝีมือของเขาก็เหนือกว่าแน่ๆ ไม่มีอะไรที่รักษ์นาราต้องเป็นกังวลหรอก เพราะแบบนั้นแฝดปฐวีเลยเดินขึ้นเวทีไปทันทีโดยไม่รอฟังคำชี้แจ้งเพิ่มเติมจากปากเด็กสาว หนำซ้ำเขายังโบกไม้โบกมือให้คนดูไปด้วยอย่างอารมณ์ดีอีกต่างหาก เพราะอีกแค่นัดเดียวเท่านั้น เขาและคู่แฝดก็จะได้ประกาศศักดาและความสามารถที่แท้จริงต่อหน้าฝูงชนอย่างที่ต้องการมาตลอดเสียที



ในขณะเดียวกันตุลย์ก็กำลังวิ่งเหยาะๆ กลับมาหารักษ์นารา ทว่าคำทักทายและคำอวดอ้างถึงชัยชนะของแฝดเตโชมีอันต้องถูกกลืนลงไปในลำคอเมื่อสังเกตได้ถึงสีหน้าวิตกกังวลจนเกือบเป็นการหวาดกลัวของคนสำคัญของเขา



“...มีอะไรหรือเปล่าครับพี่รักษ์?”



 “เด็กอีกคน...คนที่ติณห์ต้องสู้ด้วยน่ะ...”



เสียงบรรยายของพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง



“มุมแดงคือหนึ่งในฝาแฝดซึ่งกำลังเป็นที่ร่ำลืออยู่ขณะนี้ แม้จะเพิ่งร่วมประลองเป็นครั้งแต่ฝีมือก็นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เลยนะครับ ผู้ใช้กสิณปฐวี ติณห์ คีรีรัตน์!!! ส่วนในมุมน้ำเงินนั้น คือสาวน้อยจิ๋วแต่แจ๋วผู้ใช้กสิณอาโปและยังเป็นผู้ชนะในรุ่นห้าพันวันเมื่อครั้งก่อนด้วย มุกตาภา สืบสินธุ์!!!



เด็กหญิงตัวเล็กก้าวขึ้นเวทีตามไปติดๆ ดวงตาสีท้องทะเลดูขึงขังจนเกือบเป็นความกราดเกรี้ยว เธอเอี้ยวตัว มองผ่านคู่ต่อสู้อย่างติณห์มาที่รักษ์นาราแวบหนึ่งพร้อมรอยยิ้มเหยียดๆ ตุลย์ที่ยืนหันหลังให้จึงไม่ทันสังเกตเห็น แฝดเตโชมัวแต่จดจ่อกับคำพูดของรักษ์นาราที่ว่า



“พี่เห็นเขาสู้ในรอบก่อนหน้านี้มา ขืนพวกเธอไม่ทุ่มเต็มพลังละก็ต้องแพ้แน่ๆ”



ตุลย์นิ่งอึ้งไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น บนเวทีกำลังเริ่มสู้กันแล้ว แฝดเตโชได้ยินเสียงน้ำสาดกระเซ็นและเสียงเคลื่อนไหวของแผ่นหิน



ความตื่นตระหนกแทรกตัวเข้ามาสั้นๆ ก่อนจะถูกความลำพองที่ขยายตัวขึ้นมาใหม่เบียดดันออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะชัยชนะที่ผ่านๆ มาของพวกเขาช่างง่ายดายจนไม่คุ้มค่ากับการฝึกฝนแม้แต่น้อย ไม่มีทางที่คู่แฝดของเขาจะพ่ายแพ้ให้กับยัยเด็กตัวกระเปี้ยกที่สูงแค่คางแน่ๆ รักษ์นาราคงแค่กังวลเกินเหตุมากกว่า แต่ไหนแต่ไรมาเด็กสาวไม่ชอบเห็นคนใกล้ตัวบาดเจ็บอยู่แล้ว



หวืด!!!



ความคิดของตุลย์มีอันต้องสะดุดเมื่อสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างกำลังลอยเข้ามาใกล้ แว่วยินเสียงพวกเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้กันร้องเตือน แทบไม่ต้องคิด ตุลย์ก้าวพรวดเข้าไปยืนบังรักษ์นาราไว้ เพราะแบบนั้นแฝดเตโชเลยได้เห็นว่าก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งได้ถูกโยนออกมาจากนอกเวทีประลองและกำลังลอยมาทางเขา



ตุลย์ถูฝ่ามือเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว สร้างสะเก็ดไฟที่ลุกลามกลายเป็นระเบิดเพลิง



ตูม!



ก้อนหินที่ลอยมาปะทะจึงแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลางอากาศในทันที ตุลย์รู้สึกได้ว่ารักษ์นารากำลังคู้ตัวลงกำเสื้อของเขาไว้แน่น น่าเสียดายที่เขาควบคุมได้แค่ไฟไม่ใช่ดิน มิเช่นนั้นคงป้องกันการโจมตีได้หมดจดกว่านี้



“ตุลย์ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ทันทีที่เสียงดังสนั่นเงียบจางไปรักษ์นาราก็ถามขึ้น มอบความห่วงใยมาให้ทั้งที่เป็นเขามากกว่าที่ควรจะถาม



“ไม่ครับ พี่รักษ์เองก็ไม่บาดเจ็บนะ?”



เด็กสาวส่ายหน้า เธออ้าปากกำลังถามอีกประโยคแต่กลับกลายเป็นต้องหวีดร้องสั้นๆ และคู้ตัวยกแขนขึ้นป้องใบหน้าไปแทนเมื่อเสียงตูมดังขึ้นอีกแล้ว บางอย่างถูกซัดกระเด็นออกมาจากเวทีประลองและลอยละลิ่วมากระทบอัฒจรรย์ด้านหลังรักษ์นารา ตุลย์ที่ปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวได้ปกป้องรักษ์นาราไว้อีกครั้งด้วยการดึงร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอดและหันแผ่นหลังรับลูกหลงซึ่งเป็นเศษหินที่กระดอนมาให้แทน



นับว่ายังดีที่ในขั้นล่างๆ ไม่มีคนนั่งเพราะจะทำให้รับชมการประลองไม่ชัด สิ่งที่เสียหายจึงมีแค่ที่นั่งอันสกัดจากหินซึ่งแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเท่านั้น และเมื่อฝุ่นจางลงสิ่งที่นอนแผ่อยู่ท่ามกลางซากหักพังก็คือติณห์....



แฝดปฐวีมีเลือดไหลอาบหางคิ้วขวา เสื้อผ้าเปียกโชกแนบไปกับเนื้อตัว เขาร้องโอดโอยในขณะที่ยันตัวลุกขึ้นมาท่ามกลางความตกใจของทุกฝ่าย



กสิณลูกหลงที่กระเด็นออกมาจากเวทีประลองอาจจะเป็นเรื่องปกติ การเหวี่ยงคู่ต่อสู้ให้ตกจากเวทีก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน ทว่าอย่างมากก็ไปได้ไกลสุดแค่คูน้ำไม่ก็บริเวณสนามที่เลยออกไปเล็กน้อย ตั้งแต่ประลองกันมา ยังไม่มีสักครั้งที่จะมีใครส่งการโจมตีมาได้ไกลถึงเพียงนี้



ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าคนที่ยังยืนอยู่บนเวทีได้ มีขนาดตัวแค่ครึ่งเดียวของคนที่ถูกคลื่นน้ำซัดเหวี่ยงออกมาด้วยซ้ำ



มัวทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบนับอีก มุกตาภาปัดปอยผมไปเบื้องหลัง ดวงตาสีน้ำเงินดูขุ่นมัวจนราวกับท้องทะเลอันบ้าคลั่งยามมองมาทางแฝดปฐวีและรักษ์นาราที่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดของแฝดเตโชซึ่งยืนอยู่ใกล้กัน เสียงของเด็กหญิงอาจจะเล็กแหลม แต่ก็ยังดังพอจะไปถึงห้องประกาศซึ่งอยู่ห่างออกไปจากเวที



อ่า...ครับๆๆ สิบ...เก้า...แปด พิธีกรที่พลอยโดนเอ็ดไปด้วยจึงละล้าละลังขานเลข หากติณห์กลับมาไม่ทันเมื่อถึงเลขศูนย์ เขาจะถูกปรับแพ้ทันที



หนอย... ติณห์ลุกขึ้นยืน ปาดเลือดออกจากหางคิ้ว ดวงตาสีน้ำตาลไหม้เหลือบมองมายังรักษ์นาราและคู่แฝดนิดหนึ่งอย่างขอแก่โทษ เพราะความประมาทและอ่อนแอ เขาเลยพลาดพลั้งจนเกือบทำให้เหล่าคนสำคัญถูกลูกหลงไปด้วย



เจ็บใจก็จริง แต่ก็ดี ในเมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีฝีมือพอตัวเขาจะได้อาละวาดให้เต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกผิดว่ารังแกเด็กผู้หญิง



ติณห์กระโดดพรวดเดียวจากอัฒจรรย์ลงมายังพื้นสนาม แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะแตะพื้น แท่นหินเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณเกือบศอกก็ผุดขึ้นมา ดีดส่งเขาสู่อากาศให้กระโดดไปข้างหน้าได้ไกลและไวยิ่งขึ้น ทำเช่นนี้อีกเพียงไม่กี่ครั้ง แฝดปฐวีก็กลับเข้าสู่เวทีประลองได้สำเร็จก่อนที่พิธีกรจะนับศูนย์พอดี



ทันครับ!! ทันพอดีอย่างไม่น่าเชื่อ ลุ้นกันแทบแย่ แต่ดูเหมือนว่าศึกนี้จะไม่จบลงง่ายๆ เสียแล้วละครับ



ฉันออมมือให้หรอกนะยัยเปี๊ยก อย่าได้ใจไปหน่อยเลย ติณห์คำรามอย่างเจ็บแค้นพลางหยิบถุงมือหนังที่ตามข้อนิ้วมีโลหะรูปร่างกลมเกลี้ยงเย็บติดเข้าไปเป็นเหมือนเกาะป้องกันขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง มุกตาภาเองก็หยิบกระบองสีทองประดับไพลินที่มีความยาวเท่าท่อนแขนของเธอขึ้นมาเช่นกัน สะบัดพรึบทีหนึ่งน้ำที่นองอยู่ตามเวทีก็ลอยมารวมตัวกันที่ปลายกระบอง กลายเป็นแส้จากสายน้ำที่หมุนวนดังเกลียวคลื่นจากท้องทะเลอันคลุ้มคลั่งตลอดเวลา



ก่อนหน้านี้ทั้งติณห์และมุกตาภาเดินขึ้นเวทีกันมาโดยมีอาวุธติดตัวก็จริงแต่ก็เลือกที่จะไม่ใช่ทั้งคู่ บัดนี้ชัดเจนว่าถึงเวลาเอาจริงแล้ว



เด็กหญิงสะบัดแส้ไปมาราวกับกำลังยืดเส้นยืดสายและเพื่อเป็นการข่มขู่ พื้นหินถูกบาดเป็นรอยตามทิศทางที่โดนฟาด ไม่น่าเชื่อว่าแขนเล็กๆ จะมีเรียวแรงถึงขนาดนี้



นายจะออมมือหรือเอาจริงก็ไม่ต่างกันหรอก ยังไงฉันก็ชนะอยู่ดี มุกตาภาปัดปอยผมสีดำเหลือบน้ำเงินไปข้างหลังอีกครั้ง ท่าทีสุดหยิ่งและสายตาที่สื่อความว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่คู่ควรทำเอาติณห์แทบจะกลายร่างเป็นธารหินร้อน ยิ่งประโยคต่อมาดังขึ้นเขาถึงกับลอบสาบานกับตนเองเงียบๆ ว่าจะทำให้ยัยเปี๊ยกนี้หมอบแทบเท้าเขาให้ได้



แต่เพราะฉันเป็นคนมีเมตตา ฉันจะให้โอกาสนายอีกสักครั้งแล้วกัน ยกธงขาวแล้วเดินลงจากเวทีไปซะจะได้ไม่ต้องไปนอนในโรงหมอให้เสียเวลา"



ติณห์และคู่แฝดอาจจะเป็นพวกปากเสียแต่ไม่ได้ปากจัด ยิ่งคิดคำเถียงไม่ทันเขาก็ยิ่งเดือดเป็นเท่าทวี ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนั้นภาคินทร์ถึงได้ว่าพวกเขาด้วยประโยคแบบนั้น



จะสู้หรือจะพล่ามก็เลือกเอาสักอย่าง!!!”



ครืด!!!



แฝดปฐวีลงมือก่อน เขากระทืบเท้าไปข้างหน้า รอยแตกแผ่ออกไปเป็นวงกว้างส่งผลให้พื้นเวทีขรุขระยากแก่การยืน สองมือกำปล่อยหมัดออกไป ก้อนหินขนาดเกือบเท่าศีรษะสองก้อนพุ่งตามไปทันที



มุกตาภาตวัดแส้น้ำยึดจับก้อนทางขวาไว้แล้วดึงให้มาชนกับก้อนทางซ้าย แรงปะทะทำให้หินทั้งสองก้อนแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วเบี่ยงไปอีกทาง เด็กหญิงขยับตัวหลบอีกนิดก็พ้นจากการโจมตีอย่างหมดจด ระหว่างนั้นก็พลิกข้อมือฟาดแส้มาทางติณห์อย่างไม่รอช้า



แฝดปฐวียกกำแพงดินขึ้นมาป้องกัน แต่แทนที่จะได้ยินเสียงจากการปะทะ



ครืน!!!



เหนือศีรษะกลับมีมวลน้ำโถมทิ้งลงมาแทน



“!!!”



เขาม้วนตัวกลิ้งหลบมาอีกทาง แต่ดูเหมือนสนามอันขรุขระที่เขาทำไว้จะก่อปัญหาให้เสียเอง ไหล่ของเขากระแทก เจ็บแปล๊บและคงเขียวช้ำ เมื่อตั้งหลักได้ติณห์ก็ค้นพบความจริงว่าบริเวณปลายแส้เส้นเรียวได้กลายเป็นกลุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเสียแล้ว



มันเหมือนมุกตาภาคลายเส้นเกลียวน้ำออกแล้วทำให้มันเป็นคลื่นที่ทิ้งโถมลงมาใส่เขาแทน



เมื่อเห็นว่าติณห์หลบการโจมตีได้ มุกตาถาก็ส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่พอใจก่อนจะดึงกระบองเข้าหาตัว มวลน้ำกลับมารวมกันเป็นแส้อีกครั้ง นอนนิ่งอยู่บนพื้น



อยู่ๆ ติณห์ก็รู้สึกเอะใจอะไรบางอย่าง ถึงจะไม่เหมือนเสียทีเดียวก็เถอะ แต่ทั้งวิธีการรับมือและลำดับท่าหลายๆ อย่างมันคล้ายกันมากเกินไป



นี่เธอ...เป็นอะไรกับพี่ภาคินทร์กันแน่? เขาถามออกไปทันที ใบหน้ารูปหัวใจที่ดูโกรธขึงอยู่ตลอดเวลาเชิดขึ้นอย่างถือดี



ชื่อของฉันคือมุกตาภาแห่งสกุลสืบสินธุ์ สกุลอาโปลำดับที่สอง และภาคินทร์ ชลัชพงษ์”



เธอปัดผมตรงไหล่ซ้ายไปข้างหลังอีกครั้งก่อนตอบ



“คือคู่หมั้นของฉัน



ว่าไงนะ!!!”



ว่าไงนะ!!!”



แม้จะอยู่ไกลกันคนละฝาก แต่ฝาแฝดก็ยังสามารถประสานเสียงร้องออกมาอย่างตกอกตกใจได้อย่างพร้อมเพรียง



และฉันไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นคู่หมั้นของคนๆ นั้นด้วยเหตุผลพื้นๆ อย่างลำดับสกุลหรือเพื่อดองอำอาจหรอกนะ แต่เพราะฉันเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวที่เกิดมาพร้อมปริมาณกสิณที่มากพอจะรับมือกับพรสวรรค์ของเขาได้ต่างหาก รู้แล้วก็รีบๆ ยอมแพ้ไปซะเจ้าหน้ายู่ ฉันจะได้กลับบ้านไปพร้อมถ้วยรางวัลของฉันสักที

 




##########


               สนทนา : อย่างที่หลายๆเดาไว้ ยัยหนูคนใหม่คือคู่หมั้นนุ้งคินทร์จริงๆด้วยค่ะ เมนชั่นถึงตั้งแต่ตอนหนึ่ง กว่าจะได้ออกก็ตอนที่ห้าสิบ ถถถถถถ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #657 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 01:46
    ลำพองใจเกินไปจริง ๆ 
    ฮือฮือ ประมาทคู่ต่อสู้ไปไม่ดีนะ
    ยิ่งเจอแบบยายนี่ แหม แหม ทั้งฝีมือทั้งทัศนคติไปไกล
    แต่ก็ดี มีคนเก่งมาให้สู้ จะได้พัฒนาตัวเองเยอะๆ
    แฝดเล่นมากไปไม่ได้นะๆๆๆ
    #657
    0
  2. #653 -S!MPLE- (@khimmonsicha) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:26
    อิเด็กผีนี่คู่หมั้นภาคินทร์เหรอ ม่ายยย
    #653
    0
  3. #652 +_*MooN_LighT*_+ (@little_piglet) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 17:38
    ชอบ gif ตอนท้ายที่สุด
    #652
    0
  4. #651 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 09:27
    โอ่ยยย นุ้งคินทร์ คู่หมั้นมีความแสบสันนนนน นี่ขอไปจิ้นครูติณห์กับหนูมุกได้มั้ย ดูแล้วท่าจะทะเลาะกันทั้งวัน 5555
    แต่คิดว่านุ้งคินทร์น่าจะจัดการหนูมุกได้นะถ้าอยู่ด้วย นุ้งคินทร์คงไม่ยอมให้ใครมาหาเรื่องหนูรักษ์เล่นแน่ๆ เนอะะ พ่อคนขายอ้อยของเจ้ 55555
    #651
    0
  5. #648 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 07:55
    เอาแต่ใจยังไงก็น่าจะพอควรเนอะหนูเนอะ นี่เข้าใจว่าไม่ชอบหนูรักษ์ แต่เล่นกะให้โดนลูกหลงนี่พี่ไม่ปลื้มมมม อย่ามายุ่งกับหนูรักษ์นะบอกเลย เดี๋ยวเจอคุณแม่จะหาว่าไม่เตือน 555555555
    #648
    1
    • #648-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 57)
      19 สิงหาคม 2560 / 14:32
      เรื่องนี้ไม่ต้องถึงมือขุ่นแม่หรอกค่ะ แค่แฝดก็พอแบ้ววว
      #648-1
  6. #647 wind (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:52
    เราชอบมุกตาภาล่ะ คุณหนูตัวเล็ก เชิดๆหยิ่งๆ นึกภาพละน่ารักดี 😀
    #647
    1
    • #647-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 57)
      19 สิงหาคม 2560 / 14:31
      เนอะๆ คิดไว้ให้เป็นหนูรักษ์แบบเวอร์ชั่นนิสัยตรงข้ามแหละ
      #647-1
  7. #646 regist (@regenerate919) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:47
    เอ็นดูหนูนมุก กำลังลุ้นว่าจะเอาแฝดซักคนอยู่รึเปล่า55555+ //พายเรือนุ้งคินทร์หนูรักษ์ต่อ
    #646
    1
  8. #645 onumaa (@onumaa) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:08
    พี่คินทร์ว่าไงคะ คู่หมั้นประกาศกลางานแข่งขนาดนั้น
    #645
    1
    • #645-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 57)
      19 สิงหาคม 2560 / 14:31
      อาจมีหน้าซีดได้ ถ้ายืนฟังอยู่แถวนั้น 555
      #645-1
  9. #644 MoeLLe (@pianista) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:05
    ถ้าหมั้นกันเพราะเหตุผลนี้จริงๆ รักษ์นาราก็กินขาด แค่ยืนเฉยๆไม่ใช้พลังพี่คินทร์ก็ยกธงขาวยอมแพ้แล้ว 55
    #644
    1
  10. #643 ใบไม้เปลี่ยนสี (@beaw_nile) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:48
    อู้วว...อยากเห็นปฏิกิริยาพี่คินทร์ตอนอยู่พร้อมกัน 3 คนจัง
    #643
    1
    • #643-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 57)
      19 สิงหาคม 2560 / 14:30
      คงปวดหัวน่าดู มีแต่พวกปากคอเราะร้าย //แต่จริงๆนุ้งคินทร์ก็ใช่ย่อยนะ
      #643-1
  11. #642 Mezidez-Benz (@Mezidez-Benz) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:41
    ออกโรงสักที รักษ์นารา
    #642
    1
  12. #641 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:31
    ยัยหนูมุกตาภาก็น่ารักหนา~ แต่น่ารักแบบซึนๆหน่อย ตัวเล็กๆด้วย(เตี้ยกว่าหนูรักษ์อีก)อารมณ์น้องสาวเลย ถ้าไม่นับเรื่องปากจัดก็น่ารักน่าเอ็นดูดีแท้เลยแหละ ชอบเด้อออ
    #641
    1
    • #641-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 57)
      19 สิงหาคม 2560 / 14:30
      เนอะๆ พวกไซส์มินินี่แหละ น่าเอ็นดูสุดแล้ว
      #641-1
  13. #640 RedDressGirl (@SkyMagic26) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:29
    อยากจะตบนางจริงๆ
    #640
    1
    • #640-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 57)
      19 สิงหาคม 2560 / 14:29
      ฝาแฝดบอก พี่ไม่ต้องครับ เดี๋ยวพวกผมทำให้ ถถถ
      #640-1