ตอนที่ 52 : ตอนที่ ๔๗ ผลกระทบจากพลังของรักษ์นารา(๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    4 ส.ค. 60


ตอนที่ ๔๗ ผลกระทบจากพลังของรักษ์นารา(๑)



                สินค้าขึ้นชื่อของเขตสลัมต่างแคว้นคือเหล้าหมัก



แน่นอนว่าผิดกฏหมาย ทว่ากลับไม่เคยถูกทางการจับได้เลยสักครั้งเนื่องจากไม่มีเคยมีใครหาทั้งโรงหมักและสถานที่ซื้อขายเจอว่ามันตั้งอยู่ที่ไหน กว่าจะพบร่องรอยของสินค้าผิดกฏหมายชนิดนี้ก็มักเป็นจุดหมายปลายทางที่ถูกซื้อขายกันไปเพียงไม่กี่แก้วไม่กี่ถังเท่านั้น



                หรือถ้าไปถามประชาชนในเขตนี้เรื่องสินค้าผิดกฏหมาย คำตอบเดียวที่จะได้รับคือ จนจนจะไม่มีอัฐไปซื้อข้าวกันอยู่แล้วจะเอาที่ไหนไปซื้อเหล้า แต่ถ้ากร้านโลกมากพอและอยู่ที่นี่มานานพอก็จะรู้ว่าคำตอบนั้นโกหกทั้งเพ



โรงหมักเหล้าที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดนั้นซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางบ้านเรือนอันแน่นขนัดของเขตสลัมเลยด้วยซ้ำ เป็นเรือนไม้ยกใต้ถุนสูงหนึ่งวาที่หน้าตาธรรมดายิ่ง จะแปลกไปจากเรือนหลังอื่นๆ ก็ตรงมีเรือนไม้ตั้งติดพื้นขนาดเล็กแค่สองคูณสองวาอยู่ใกล้กัน



ดูเผินๆ จึงเหมือนเป็นร้านขายของชำที่สร้างโรงเก็บของออกมาได้เล็กเกินไปหน่อย ทว่าถ้าได้เข้ามาเดินสำรวจอย่างละเอียดจะพบว่าที่พื้นโรงเก็บของอันเล็กแคบมีประตูลับซ่อนอยู่ บันไดหินสกัดทอดตัวลึกลงไปสู่ห้องใต้ดินขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานชวนมึนเมา ถังไม้สำหรับบ่มหมักเกือบร้อยถังตั้งเรียงราย แสงสว่างร่ำไรมาจากผลึกหินเรืองแสงที่ถูกนำมาฝั่งลงในกำแพงและตามพื้นเป็นระยะๆ



ทว่าที่ตั้งของโรงเก็บเหล้าเถื่อนที่ทางการควานหามาเนิ่นนานไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือในสถานที่ลับที่ควรจะมีแค่คนงานไม่กี่คนคอยดูแล กลับมีคนนอกถึงห้าคนมายืนคุยกันอยู่แทน ซ้ำหลายคนในกลุ่มนี้ยังเป็นคนใหญ่คนโตผู้มีชื่อเสียงของแคว้นอีกด้วย



“มีรายงานเข้ามาจากแคว้นเพื่อนบ้านทุกแคว้นว่ามหาพฤกษาของทางนั้นก็ออกดอกเหมือนกัน” คนแรกคือวิรุณ ชลัชพงษ์ ผู้นำสกุลหลักแห่งอาโป แม้นุ่งโจงกะเบนสีเรียบขรึมและเสื้อผ้าฝ้ายคอกลมแบบลำลอง ทว่าในมือขวาก็ยังมีดาบประจำตัวในฝักทรงไม้เท้าติดมาด้วยอยู่ดี



“คำนวณเวลาแล้วใกล้เคียงกันมาก” เป็นมหาปราญช์ธีรัชผู้นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สภาพค่อนเก่าซึ่งเกลื่อนกระจายไปด้วยสมุดบัญชีของโรงเหล้าที่เสริมขึ้นมาให้ “ยากจะบอกว่าเกิดจากแคว้นไหนก่อนหลังกันแน่ และทุกแคว้นก็ต่างอวดอ้างว่าเป็นผู้ริเริ่มปฏิหาริย์นี้กันทั้งนั้น”



“แต่ว่ามันเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่นาราไปทัศนศึกษา” อินทุภรณ์ที่ยืนกอดอกพิงถังเหล้าเอ่ยด้วยความเคร่งเครียด “ยากจะบอกเหมือนกันว่าโกมุทจะไม่สงสัย”



“ไม่สงสัยหรอกน่า” สิงขรที่นั่งอยู่บนเหล้าถังเดียวกันโพล่งออกมา “เจ้านั่นมัวแต่แสร้งทำเป็นคนดีถามไถ่ความเป็นอยู่ฉันอยู่ ถ้าไม่นับเจ้าภาคินทร์แล้วคงจำหน้าเด็กที่เหลือไม่ได้ด้วยซ้ำ อีกอย่างเราไม่รู้แน่หรอกว่าว่านี่เกิดจากฝีมือของหนูรักษ์หรือเปล่า”



“สายเลือดของเธอเข้มข้นเกินไป ไม่มีทางเป็นอื่นได้หรอก”



สมาชิกคนที่ห้ากล่าว เป็นหญิงสูงวัยรูปร่างผอมบาง ริ้วรอยของกาลเวลาไม่อาจปกปิดได้ว่าครั้งหนึ่งเธอเองก็เคยเป็นหญิงงามเพียงใด เธอมีเส้นผมสีดอกเลาที่มัดรวบเป็นมวยต่ำ ดวงตาสีน้ำตาลอมส้มเหมือนก้านดอกกรรณิการ์ซึ่งหางตาเฉียงลงทำให้ใบหน้าดูค่อนเศร้าตลอดเวลา ชุดเครื่องแต่งกายเป็นผ้าไหมแขนกระบอกยาวจรดข้อมือ ห่มทับด้วยสไบสีขาวนวล สร้อยสังวาลเส้นงามพาดเฉียงคาดทับ ผ้าซิ่นสีกะปิทอลายขวางไว้ชายพกหน้า ทุกอย่างในตัวหญิงสูงวัยคนนี้อาจจะดูเรียบง่ายและมีเครื่องประดับเพียงน้อยชิ้น แต่หากมีตาจริงๆ จะพบว่าทุกอย่างล้วนทำขึ้นมาอย่างปราณีตและสูงค่าทั้งนั้น



“แต่ เขา ไม่เคยทำแบบนี้ได้มากก่อน” อินทุภรณ์แย้ง แววตาแสดงความสับสนอย่างไม่ปิดบัง “กระทั่งคนในเผ่าเองก็ไม่มีใครทำได้”



“ฉันเสียใจที่ต้องกล่าวเช่นนี้นะแม่อินท์ แต่มันไม่มีคำอธิบายที่เหมาะสมไปมากกว่านี้อีกแล้ว” หญิงชราเกลี่ยกล่อม หวังให้คนเป็นแม่ทำใจยอมรับให้ได้เสียดีว่าลูกสาวของเธอพิเศษเพียงใด แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายพยายามวิ่งหนีจากข้อเท็จจริงนี้มาตลอดก็ตาม



อินทุภรณ์กอดอกพลางเสมองไปทางอื่น ภาษากายสื่อชัดว่าไม่ต้องการจะรับรู้เรื่องนี้ ทุกคนต่างก็นิ่งเงียบ จนด้วยคำพูดจะปลอบใจ



สิงขรเป็นคนแรกตัดสินใจทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ลงด้วยการเปลี่ยนหัวข้อ “ได้ยินมาว่าปราณนต์กลับมาแล้ว มีใครรู้บ้างไหมว่าทำไมเจ้านั้นถึงยอมล้มเลิกภารกิจไล่ล่าราพณาสูรกลางคันแบบนี้ หรือว่าร่องรอยที่นายทิ้งไว้จะไม่เนียนพอมันเลยจับได้?”



ในช่วงท้ายอดีตปัญจราชศาสตราแห่งปฐวีหันไปถามอดีตมหาปราชญ์โดยเฉพาะ



“ฉันหลอก ปักษาอเวจี ให้ตามรอยคนที่ตายไปแล้วมาได้ตั้งหกพันวัน คิดเหรอว่าจะเกิดพลาดให้จับได้ขึ้นมาง่ายๆ” ธีรัชกอดอก ตอบอย่างฮึดฮัดเนื่องจากขัดใจที่โดนดูถูกฝีมือ “อีกอย่างปราณนต์กำลังมุ่งหน้าไปแคว้นมัฑเลย์ตามร่องรอยที่ฉันทิ้งไว้ ไม่มีทางที่อยู่ดีๆ จะหันหลังกลับเด็ดขาดถ้าไม่ใช่เพราะมีคนเรียกตัว”



พูดให้จำเพาะกว่านั้นคือ ถ้าไม่ใช่เพราะถูกคนที่มีอำนาจสูงสุดในแคว้นอย่างโกมุทเรียกตัวกลับ ก็ไม่มีทางที่ปราณนต์จะยอมลามือจากเป้าหมายที่เจ้าตัวหมกมุ่นจะล้างแค้นแก้มือให้ได้อย่างราพณาสูรแน่นอน สิงขรส่งเสียงอือหือในลำคอเป็นการรับรู้ ในขณะที่ขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นขัดสมาธิเขาก็เอ่ยสิ่งที่คิดอยู่ออกไป



“แต่ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่ดอกมหาพฤกษาเบ่งบานอยู่ดี เจ้าปราณนต์ไม่ฉลาดขนาดนั้น ถึงเอามันกลับมาก็ช่วยอะไรไม่ได้”



“ในวังกำลังร่ำลือกันอยู่” คราวนี้เป็นวิรุณที่เอ่ยขึ้น คำเกริ่นฟังดูน่าสับสน ไม่รู้ว่าเขากำลังคาดเดาว่านี่คือสาเหตุที่ปราณนต์ถูกเรียกตัวกลับหรือว่ากำลังเปลี่ยนหัวข้ออีกครั้งกันแน่ หรืออาจจะทั้งสองเหตุผลรวมกัน “เรื่องกองโจรทางเหนือที่วิชุดาไปปราบมา นักโทษที่จับมาได้บอกว่าจริงๆ แล้วพวกมันมาจากแคว้นธาลันญา”



“แคว้นอะไรนะ?” สิงขรถามกลับอย่างรวดเร็วด้วยไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ขนาดธีรัชยังเอาแต่ลูบหนวดเครา การที่อดีตมหาปราชญ์ผู้ส่งตัวเองออกนอกแคว้นบ่อยยิ่งกว่าพ่อค้าหรือวนิพกนิ่งคิดนานขนาดนี้ย่อมแปลได้แค่ว่าเขายังไม่เคยเดินทางไปถึงเท่านั้น จนในที่สุดหญิงชราก็เฉลยให้ฟัง



“ธาลันญา เป็นแคว้นทางตะวันออก ต้องข้ามแนวเทือกเขาของแคว้นมัฑเลย์ไกลออกไปอีก”



“ไกลแค่ไหน?” สิงขรยังไม่เลิกสงสัย เขากวาดสายตามองรอบๆ เหมือนจะบอกให้ใครก็ได้ช่วยตอบเขามาที



และครั้งนี้คืออินทุภรณ์ “ร้อยวันเดินเท้า และอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้นถ้าเตรียมตัวมาไม่ดีพอเพราะพ้นเทือกเขาขอบแคว้นมัฑเลย์ไปมีแต่ทุ่งหญ้าแห้งๆ เท่านั้น แทบหาอะไรกินไม่ได้เลย”



สิงขรเลิกคิ้วอย่างแปลกใจที่ได้ยินคำอธิบายเช่นนั้นจนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซว



“มาปล้นไกลเกินไปหน่อยนะว่าไหม”



“พวกนักโทษบอกว่าแคว้นธาลันญาล่มสลายแล้วแคว้นอื่นไม่อ้าแขนต้อนรับและให้ความช่วยเหลือ พวกเขาไม่มีทางเลือก เลยต้องปล้นชิงเรื่อยมาจนมาถึงนิวาริน”



วิรุณขยับไม้เท้าในมือไปมา ท่าทีอึดอัด ดวงตาสีวังน้ำวนมีความลังเลพาดผ่านแต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจพูด






“และสาเหตของการล่มสลายเป็นเพราะมหาพฤกษาของแคว้นถูกตัดโค่น”





!!!!



ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงหรือไม่ก็ยังเป็นอะไรที่น่ากลัวในความรู้สึกของคนฟังอยู่ดี เพราะมหาพฤกษาคือสิ่งเดียวที่ค้ำจุนและหล่อเลี้ยงทั้งแคว้นให้สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ให้พืชผลงอกเงย ให้สายฝนโปรายปราย ปราศจากมหาพฤกษา สิ่งที่เหลืออยู่ก็เป็นแค่ดินแดนอันแห้งผากซึ่งไม่อาจอาศัยอยู่ได้เท่านั้น พื้นที่หลายส่วนของโลกที่รกร้างไร้บ้านเมืองหรือผู้คนจับจองก็ด้วยเหตุผลนี้



เพราะร่มเงาของมหาพฤกษาแผ่ไปไม่ถึง



“นั่นมัน...เรื่องเหลวไหลทั้งเพ” สิงขรเป็นคนแรกที่ควานหาเสียงของตนเองเจอ และประโยคแรกที่เขาเลือกคือการปฏิเสธ “ไม่มีไอ้บ้าหน้าไหนกล้าแตะต้องมหาพฤกษาหรอกน่า หรือต่อให้โง่พอก็ไม่มีทางทำได้แน่ๆ ตัดโค่นต้นไม้ที่มีจำนวนวงปีเทียบเท่าอายุของโลกเนี่ยนะ เหอะ! ขนาดไฟไหม้ใหญ่ตอนรัชสมัยเจ้าหลวงกันต์ธรยังไม่ระคายเปลือกต้นกัลปพฤกษ์เลย แล้วอาวุธธรรมดาจะไปจามเข้าได้ยังไง”



ทั้งท่าทางและคำพูดของสิงขรแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อถือข่าวลือนี้ ทว่าอินทุภรณ์ดูจะไม่เห็นด้วยเสียทีเดียว หญิงสาวถามเจ้าของข่าวกลับไปว่า



“เธอแน่ใจมากแค่ไหนว่าเรื่องนี้เป็นความจริง”



“ไม่มาก” วิรุณตอบตามตรง “วิชุดาเป็นคนสอบปากคำพวกนักโทษเอง และอย่างที่รู้กันดีว่าผู้นำสกุลวัชริศเป็นคนมือหนักแค่ไหน พวกนั้นตายเกือบหมดตั้งแต่วันแรก ที่ยังรอดก็สารภาพได้แบบกระท่อนกระแท่นและคนที่ได้ยินมีแค่วิชุดากับโกมุทเท่านั้น พวกทหารยามปากสว่าง แล้วคนของฉันก็บังเอิญไปรู้มาอีกที”



“นั่นไงฉันว่าแล้ว!!” สิงขรตบเข่าฉาดก่อนจะชี้หน้าเจ้าของข่าวทันที “ลือกันมาปากต่อปากแบบนี้ไง เรื่องเลยโดนบิดจนเพ้อเจ้อได้ขนาดนี้ ช่างมันเถอะน่า ก็แค่คำพูดไร้สาระของโจรที่ถูกซ้อมปางตาย เชื่อถือไม่ได้สักหน่อย”



 “ความจริงจะถูกเปิดเผยออกมาง่ายที่สุดตอนมนุษย์เราใกล้ตาย” หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ฟังกังวาน สะกดทุกคนให้หันมาฟังได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอดีตปัญจราชศาสตราแห่งปฐวีเพราะว่า “คำพูดติดปากของปู่เธอเองแท้ๆ เธอน่าจะจำได้ใช่ไหมพ่อสิง”



สิงขรพยักหน้ายอมรับอย่างเสียมิได้ แต่ก็ยังมิวายวกกลับไปหาเรื่องคนที่ไม่ชอบหน้าอย่างวิรุณอยู่ดี “อย่าบอกนะครับว่าครูจะเชื่อข่าวลือที่เจ้านี่โม้ขึ้นมาไปด้วยอีกคน”



“ไม่หรอก” เจ้าของใบหน้างดงามแต่โศกสลดส่ายหน้าเชื่องช้า “แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้ตรวจสอบกันเดี๋ยวเดียวก็รู้แล้วว่าแคว้นธาลันญาล่มสลายจริงหรือไม่”



ในช่วงท้ายของประโยคหญิงชราได้หันมาทางธีรัชแทน พ่วงแถมมาด้วยรอยยิ้มละไม ซึ่งอดีตมหาปราชญ์ก็ค้อมศีรษะและน้อมรับบัญชาจากผู้สูงศักดิ์แต่โดยดี



“เดี๋ยวผมจะจัดการให้ครับ”



“และก่อนที่จะออกนอกเรื่องไปไกลมากกว่านี้ เรากลับมาที่หัวข้อสำคัญที่สุดที่ทำให้สหายเก่าซึ่งไม่ควรจะพบหน้ากันอีกอย่างพวกเราต้องกลับมารวมตัวกันดีกว่า” ดวงตาสีก้านกรรณิการ์หันมาสบตากับดวงตาสีแสงจันทร์ อย่างจดจ้องและคาดคั้น คล้ายจะสั่งว่าจงอย่าได้เบื้อนหน้าหนีจากความจริงอีกเป็นเด็ดขาด



“แม่อินท์ ไหนลองเล่ารายละเอียดของวันที่ดอกมหาพฤกษาเบ่งบานหน่อยสิ ว่าหนูรักษ์พูดอะไรให้ฟังบ้าง”





##########


สนทนา : เซอร์ไพรสสสสสสสสส เลากลับมาแล้วววววว คิดถึงเลามั้ยยยยย ๕๕๕ เนื้อหาเล่มสองนี้แต่งยากแต่งเย็นจริงๆ เพราะต้องเริ่มขมวดทุกปมเข้ามาและคลายมันออกไปพร้อมๆกันให้ได้เลยมีปัญหากับการวางเส้นเรื่องนิดหนึ่ง (ว่าง่ายๆพยายามอุดรูรั่วอยู่นั่นเอง ถถถถ) คือจริงๆตอนนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่น่ะแหละ แต่เห็นว่าดองนานไปท่าจะไม่ดี เดี๋ยวคนอ่านลืมเนื้องเรื่องหมดเลยมาอัพให้ก่อนดีกว่า ๕๕๕ 

ขอให้สนุกกับการอ่านค่าาา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #619 mirror image (@abnormality) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 14:28
    รออ่านตอนต่อไปครับ
    #619
    0
  2. #617 Som Juthamas (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 12:28
    รออออออออ นั่งท่องคำว่า รอ ต่อไป
    #617
    0
  3. #616 primo xxii (@vrzomolkk) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 11:25
    รออออออออออ
    #616
    0
  4. #615 snowhite_applle (@waniizia) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 04:00
    คิดถึงจังเลยค่ะ คิดถึง gif เวลาจบนิยายด้วย
    #615
    0
  5. #614 Seraris (@jinnylee1-1) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 23:50
    ที่หายไปนานๆนี่กำลังหาวิธีอุดรอยรั่วอยู่สินะ?( ? ? ?|||)
    #614
    0
  6. #613 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 22:42
    หนูรักษ์มาคัทแบคแล้ว 555555555 คิดถึงงงงง
    #613
    0
  7. #612 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:58
    ดีใจจจจจ ความฝันบอกเหตุ ฟ็อกซ์มาอัพล้าวววว เล่ม 2 นี่จะะริ่มเฉลยปมแล้วใช่มั้ย คือดีงาม ไม่ต้องคาใจล้าววว 5555
    ปอลอ ว่าแต่ภาคนี้เด็กๆจะโตรึยังน้าาาาา
    #612
    1
    • #612-1 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 52)
      4 สิงหาคม 2560 / 21:22
      ยังงงง เพิ่งผ่านมาไม่กี่สิบวันเองงงง ยังไม่โตววววววว
      #612-1
  8. #611 น้ำบุษร์ (@rainy_dacht) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:57
    โอ้ยยยย คิดถึงจังเลยค่ะ><~ แม่สาวสง่าวัยไม้ใกล้ฝั่งนั่นใครเอ่ย? หรือจะเป็นพระญาติที่เหลือรอดอยู่แล้วมาร่วมมือกับสี่สหายสุดเก๋าของเรากันนะ คิดถึงไรด์มากเลยยยย ใจคอไม่ดี;-; กลัวไรด์หาย5555 จะรอบนเสื่อต่อไปนะคะ //สารภาพว่าโหลดแอปเด็กดีมาให้แจ้งอัปเดตหนูรักษ์ให้โดยเฉพาะ555
    #611
    3
    • #611-2 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 52)
      4 สิงหาคม 2560 / 22:28
      เยยย่ กลับมาแล้วว ดีใจจ /มัฑเลย์ นี่อ่านว่าอะไรคะ55555
      #611-2
    • #611-3 ฟ็อกซ์ทร็อต (@foxx-tron) (จากตอนที่ 52)
      5 สิงหาคม 2560 / 09:51
      อ่านว่า มัด-เล ค่าาาา
      #611-3