ตอนที่ 50 : ตอนที่ ๔๕ ภาพฝันของรักษ์นารา (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    12 ก.ค. 60


ตอนที่ ๔๕ ภาพฝันของรักษ์นารา (๒)






ร่างเล็กก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ไม่มีแม้แต่อาการชะงักรวมทั้งไม่สนใจจะเหลียวกลับมาทั้งที่เพื่อนๆ กำลังร้องเรียกอยู่เบื้องหลังก็ตาม



 “ข้าแต่มหาพฤกษา” พิมายครางแผ่ว รู้สึกแข้งขาอ่อนแรงอย่างบอกไม่ถูก เธอหยิกแขนตนเองแรงๆ เพื่อตั้งสติก่อนจะหันไปตะโกนสั่งภาคินทร์ “เอาตัวเธอกลับมาเร็วเข้า!



เด็กหนุ่มหลุดจากภวังค์ของความตกตะลึงเช่นกัน เขาวาดแขน บังคับน้ำให้ลอยขึ้นมาเป็นกำแพงกั้นเบื้องหน้ารักษ์นารา กะจะรวบตัวเธอแล้วดึงกลับเข้าฝัjง ทว่าอยู่ๆ เสียงครืนคราดก็ดังขึ้น รากไม้สีเทาอ่อนอวบใหญ่เท่าตัวมนุษย์ก็โผล่พรวดขึ้นมาจากก้นสระ ปัดผ่ากลางจนกำแพงน้ำของภาคินทร์แตกกระจาย รักษ์นาราเดินผ่านไปอย่างง่ายดาย



“อะไรกันน่ะ!!?” พิมายร้องถาม แต่แน่นอนว่าไม่มีใครให้คำตอบได้



ภาคินทร์กำหมัดแน่น ก่อนจะถอยหลังไปหลายก้าวแล้วตัดสินใจวิ่งกระโจนเข้าไปสระน้ำเพื่อนำตัวรักษ์นารากลับมา ทว่าเพียงแตะเท้าลงบนผิวน้ำได้ รากไม้อีกอันก็โผล่ขึ้นมา สีเหมือนกันแค่ขนาดเล็กกว่า ตวัดฟาดเข้าที่กลางลำตัวจนภาคินทร์ลอยละลิ่วไปกระแทกกำแพงเบื้องหลัง นับว่ายังดีที่อาคารแห่งนี้ก่อสร้างจากหินไม่ใช่ไม้ จึงไม่มีอะไรเสียหายให้หลงเหลือเป็นหลักฐาน



ภาคินทร์กัดฟันกรอด เจ็บร้าวไปทั้งตัว พิมายตัดสินใจลงมือบ้าง พัดเหล็กกางออก ตวัดส่งลมลูกใหญ่ไปสกัดกั้นรากไม้ที่ทยอยโผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนจะกระโจนเข้าไปในเขตน้ำเช่นเดียวกับภาคินทร์ แต่สุดท้ายก็โดนปัดประเด็นออกมาอยู่ดี



“ปั๊ดโธ่เว้ย!!” พิมายสบถอย่างเจ็บแค้นที่ทำอะไรไม่ได้ รากไม้พวกนี้น่ารำคาญเป็นบ้า แม้จะเป็นรากไม้จากมหาพฤกษาของแคว้นก็เถอะ พวกมันเอาแต่ก่อกวนทั้งเธอและภาคินทร์ไม่หยุดหย่อน จริงอยู่ที่ไม่มีการโจมตีอันตรายถึงตาย แต่ก็ไม่มีทางได้เข้าใกล้รักษ์นาราอยู่ดี



“เสียงดังขนาดนี้อีกไม่นานต้องมีคนได้ยินแน่” เด็กหนุ่มวิเคราะห์อย่างเคร่งเครียด เขาเดินมาดึงต้นแขนของพิมายเพื่อช่วยพยุงเธอขึ้นมา “ต้องรีบพารักษ์นาราออกไปจากที่นี่”



สิ้นคำนั้นทั้งคู่ก็สังเกตได้ถึงอีกสิ่งที่น่าแปลกไม่แพ้กัน เมื่อเข้าไปใกล้ภายในระยะรัศมีหนึ่งเส้นนับจากมหาพฤกษากัลพฤกษ์ รากไม้ที่ปรากฏปริ่มน้ำอยู่บริเวณโคนต้นก็ขยับไหว เรียงตัวกันเป็นขั้นบันไดให้รักษ์นาราได้ก้าวเหยียบ สูงขึ้นไปและใกล้เข้าไป เด็กสาวยังคงอยู่ในอากัปกิริยาเหม่อลอย คล้ายไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากำลังทำอะไรอยู่



รักษ์นารายื่นมือออกไปเบื้องหน้า นิ้วเรียวแตะลงบนเปลือกไม้สีเทาอ่อนอย่างเชื่องช้า และทันใดนั้น



วูบ!



เหมือนมีกระแสบางอย่างแล่นออกมาจากมหาพฤกษากัลปพฤกษ์ กระจายไปทั่วทิศทาง ยังผลให้ระลอกคลื่นที่กระเพื่อมไหวในสระกลับมานิ่งเรียบ รากไม้ที่ชอนไชก็หดกลับลงไปยังใต้น้ำตามเดิม กระแสนั้นพุ่งผ่านทั้งภาคินทร์และพิมายไป และหยุดลงก่อนถึงประตูอาคารเท่านั้น



พิมายตะปบมือไปตามลำตัวอย่างสำรวจ เป็นภาคินทร์ที่สังหรณ์ใจในอะไรบางอย่างจนตัดสินใจลองวาดมือบงการน้ำ



...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...



เด็กหนุ่มมองมือของตนเองอย่างตื่นตะลึง ทว่าต่อให้พยายามอีกกี่ครั้งก็ไม่เป็นผล แม้เพียงน้ำหนึ่งหยดก็ไม่เคลื่อนไหวตามบัญชาของเขา พิมายโบกพัดบ้าง แต่ก็เช่นเดียวกันไม่มีสายลมก่อตัวหรือเคลื่อนไหวในแบบที่เธอต้องการ



...พวกเขาใช้กสิณไม่ได้...









 

รักษ์นารารู้สึกเหมือนกำลังฝันแต่ก็ไม่ใช่ฝัน



เธอมองเห็น จดจำและคิดตามได้ ทว่าร่างกายกลับขยับไปเองโดยที่ไม่ได้สั่ง เธอฝืนจนเหนื่อยเลยตัดสินใจยอมแพ้ หลับตาลงแล้วปล่อยตนเองให้ไหลไปตามกระแสที่ไม่รู้จัก และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งภาพอันพร่าเลือนของมหาพฤกษากัลปพฤกษ์ก็ปรากฏแก่สายตา สีสันของทิวทัศน์ที่เห็นผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น บางสิ่งก็ซีดจาง บางส่วนกลับสดใส ราวกับทั้งหมดเป็นแค่ภาพเลือนลางของความฝัน



ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นยิ่งกว่าอะไรคือกลิ่นคาวเลือด



เข้มคลุ้งอยู่ในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก



รักษ์นารากวาดตามองไปรอบๆ ด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน



ชาย หญิง เด็ก แก่ ร่างอันไร้ลมหายใจนอนพาดกายอยู่ตามโคนต้นมหาพฤกษาจนแทบมองไม่เห็นผิวเปลือกสีเทาของตัวราก มองเลยออกไปในส่วนที่เป็นน้ำก็มีร่างมากมายลอยอยู่เช่นกัน บ้างก็คว่ำ บ้างก็หงาย สีหน้าบิดเบี้ยวหวาดกลัวชวนสยอง สระน้ำแดงฉาน เกลื่อนกลาดไปด้วยซากศพจนราวกับนี่คือภาพของนรกภูมิ    

              


            ฝ่าบาท!!!’ เสียงอู้อี้เรียกขาน รักษ์นาราหันมองตาม ไม่ต้องกวาดสายตาไปไหนไกลเธอก็พบเจ้าของเสียงมายืนอยู่ข้างๆ พอดี ร่างนั้นสูงโปร่งสวมใส่แต่เสื้อผ้าสีดำทั้งตัว ใบหน้าปกปิดด้วยหน้ากากยักษ์แสยะเขี้ยว แบบเดียวกับที่สลักอยู่บนเหรียญเงินซึ่งอินทุภรณ์ถนอมรักษาไว้ รักษ์นารารู้ได้ในทันทีว่าคนๆ นี้คือใคร



                ...ราพณาสูร...



                “...พ่อ” เธอครางเรียกอย่างโหยหา แต่ชัดเจนว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยิน



                เราต้องไปกันแล้ว ประทับยืนขึ้นมาเถิดพะย่ะค่ะ ราพณาสูรเดินเลยผ่านเธอไปหาใครอีกคนซึ่งนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ชายคนนั้นกอดศพหนึ่งแนบอก ไม่สนใจแม้ว่าจะทำให้อาภรณ์หรูหราบนร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ใบหน้าก้มต่ำทอดมองอย่างอาวรณ์และโศกศัลย์ รักษ์นาราสังเกตเห็นหยาดน้ำตาร่วงลงมากระทบแก้มของศพ



                ฝ่าบาทเร็วเข้า ทหารใกล้เข้ามาแล้ว เหล่ายักษ์คงถ่วงเวลาได้อีกไม่มาก



                ...ฝ่าบาทงั้นเหรอ?...



                โกมุท คนที่ถูกเรียกว่าฝ่าบาทตรัสอย่างคลั่งแค้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังทรงวางศพลงอย่างถนอม พระองค์ทอดพระเนตรอันแดงก่ำไปยังริมฝั่ง ช่างน่าแปลกที่แม้จะประทับยืนขึ้นมาแล้วรักษ์นาราก็ยังมองเห็นพระพักตร์ไม่ชัดอยู่ดี เด็กสาวรู้เพียงหน่อเจ้าองค์นี้ทรงมีพระเนตรเป็นสีน้ำตาลอ่อนจางจนเกือบเป็นสีทอง เหมือนดวงตาข้างขวาของสมุหนายก



ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!! ถึงจะฆ่าทุกคนไปก็ไม่ได้ครองบัลลังก์อยู่ดี เรื่องแค่นี้ทำไมถึงไม่เข้าใจ!!’



                ตรงนั้น ณ ที่ๆ สายพระเนตรอันเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวทอดไป คือร่างของสมุหนายกโกมุท เขาดูอ่อนเยาว์กว่าที่รักษ์นาราเคยเห็นอยู่มากโข ผมสีดำหยักศกก็ยังสั้นเพียงประบ่า ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีน้ำตาล ไม่มีข้างใดอ่อนเข้มกว่ากัน ในมือถือกริซเล่มยาวจ่อแนบลำคอตัวเอง กริยานั้นไม่ได้ทำให้เธอตกใจเท่าถ้อยคำซึ่งผ่านออกจากปากของเขา



ตรงข้ามเลยแหละเจ้าพี่กฤตภาส



กฤตภาส



เจ้าชายกฤตภาส




เจ้าฟ้าทรราชผู้ถูกใส่ร้าย!?




รักษ์นาราหันมองอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะเพ่งเท่าไรก็ไม่อาจเห็นรายละเอียดบนพระพักตร์ที่กำลังชุ่มโชกไปด้วยหยาดพระอัสสุชลได้อยู่ดี



ที่หม่อมฉันต้องการคือการชำระล้างแคว้นนี้ให้กลับสู่สมดุลที่ควรจะเป็นต่างหาก



แล้วโกมุทก็ปาดคอตนเองด้วยกริชเล่มนั้น



รักษ์นาราได้ยินสุรเสียงของเจ้าชายกฤตภาสตรัสตะโกนว่าไม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นเดียวกับราพณาสูรที่เรียกฝ่าบาทไม่หยุดหย่อนพร้อมพยายามดึงฉลองพระองค์รั้งวรองค์ของเจ้าชายกฤตภาสให้ประทับยืนขึ้นเพื่อหลบหนีให้ได้



รักษ์นาราพยายามจะตามไปเช่นกัน แต่ทันทีที่ขยับก็กลับกลายเป็นร่วงหล่น เด็กสาวรู้สึกเหมือนกำลังตกจากที่สูง ทั้งร่างกระตุกเฮือก ทิวทัศน์ที่มองเห็นเปลี่ยนไปอีกครั้ง









 

ในขณะที่กำลังเคร่งเครียดกับการหาทางออกให้สถานการณ์อันแปลกประหลาด



“ดูนั่น!!” พิมายชี้เมื่อรักษ์นาราซึ่งเหม่อนิ่งมาตลอดเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เธอปล่อยมือจากลำต้นของมหาพฤกษา ขยับหมุนตัวทำราวกับกำลังวิ่งตามบางสิ่งจนทำให้ก้าวพลาด ตกลงมาจากรากไม้ทันที



“ยัยรักษ์!!” พิมายลืมตัว โบกพัดออกไปตามสัญชาตญาตตอบสนอง ทว่าคราวนี้สายลมก่อตัวขึ้น มันพุ่งเข้าไปโอบพยุงร่างเล็กให้ร่วงหล่นช้าลง แทบไม่ต้องรอให้ใครมาสั่งภาคินทร์กระโจนเข้าไปในสระน้ำทันที เด็กหนุ่มเพ่งกสิณไปที่ฝ่าเท้า ควบคุมผิวน้ำบริเวณแคบๆ แค่ที่เหยียบย่างลงไปให้หนาแน่นพอที่วิ่งผ่านได้



ภาคินทร์ไปถึงโคนต้นมหาพฤกษาอย่างรวดเร็ว ยื่นแขนออกไปรับร่างของรักษ์นาราได้ทันก่อนที่จะกระทบผิวน้ำอย่างเฉียดฉิว เขาตัดสินใจก้าวขึ้นไปยืนบนรากไม้แทนบนน้ำเนื่องจากไม่สามารถเพ่งสมาธิได้นานกว่านี้อีกแล้ว ภาคินทร์ย่อตัวลงนั่งชันเข่าขึ้นหนึ่งข้าง สองแขนยังคงโอบประคองร่างเล็กไว้ในอ้อมกอด ดวงตาสีวังน้ำวนกวาดมองคร่าวๆ ให้แน่ใจว่าเธอไม่มีแผลร้ายแรงอะไร



ตอนนั้นเองที่พิมายสร้างลมใต้ฝ่าเท้า ดีดตนเองลอยตามมาได้พอดี เด็กสาวตัวสูงย่อกายลงมานั่งข้างกัน ทว่าไม่ทันจะได้เขย่าเรียก ดวงตากลมโตสีน้ำตาลก็ลืมขึ้นเสียก่อน



“...เราเห็นเขา” รักษ์นารากล่าวอย่างคลุมเครือ



ทว่าพิมายไม่สน เธอเลือกจะถามในสิ่งที่กำลังเป็นกังวลอยู่มากกว่า



“แกไม่เป็นอะไรใช่ไหม เกิดอะไรขึ้น พลังแกตื่นขึ้นมาอีกแล้วเหรอ”



เช่นกันที่รักษ์นาราเลือกจะเมินเฉยต่อคำถามนั้น เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นมานั่งเอง ภาคินทร์ไม่ได้ห้ามทว่ามือหนึ่งยังคงประคองไว้ไม่ห่าง ริมฝีปากของรักษ์นาราสั่นเทา แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังเลือกที่จะย้ำให้ฟัง



“เราเห็นพวกเขา เราเห็นพ่อ เราเห็นเจ้าชายกฤตภาส”



“อะไรนะ!?” พิมายโวยวาย คำสบถกำลังตามมาติดๆ



ทว่ามีบางอย่างลอยผ่านหน้าเด็กทั้งสามไปเสียก่อน มันตกลงบนตักของรักษ์นาราราวกับจงใจ เจ้ากลีบดอกไม้สีขาวอันเล็กจ้อยและแสนจะบอบบาง เริ่มจากหนึ่งก่อนจะกลายเป็นสอง เป็นสาม เป็นสี่ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมากมายเกินกว่าจะนับไหว กลีบแล้วกลีบเล่าร่วงโรยลงมาจากบนฟ้า



ดวงตาทั้งสามคู่แหงนขึ้นมองอย่างพร้อมเพรียง



“ข้าแต่มหาเทพทั้งสอง” ไม่บ่อยนักที่ภาคินทร์จะอุทานออกมา ส่วนคนที่ชอบอุทานอย่างพิมายถึงกับอ้าปากค้างไปแล้ว รักษ์นาราลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างเคร่งเครียดมากกว่าจะตื่นตกใจเช่นเพื่อนทั้งสอง



เพราะสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือภาพของมหาพฤกษากัลปพฤกษ์ที่กำลังออกดอกสีขาวสะพรั่งเต็มต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน





##########

สนทนา : ไหนใครทำท่าเดียวกับ gif บ้างจงยกมือขึ้น!! ตั้งใจแต่งตอนนี้สุดๆเลยค่ะ เพราะเป็นอีกหนึ่งฉากพีคของเรื่องที่ฟ็อกซ์ตั้งใจไว้ตั้งแต่เริ่มร่างพล็อตแล้วว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องมีให้ได้ ได้เขียนออกไปแล้วรู้สึกฟินสุดๆ และจะยิ่งฟินขึ้นไปอีกถ้าทุกคนมาบอกว่าเงิบแค่ไหนกับฉากนี้ ><




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #601 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 11:56
    ชอบกิ๊ฟฟฟฟฟฟฟฟ 555555555555 กำลังค้าง เจอกิ๊ฟแล้วหัวเราะหนักมาก
    #601
    0
  2. วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 20:31
    เมนต์แต่ละคนยาวมาก พาให้มโนตามเลย นางเอกต้องพิเศษซิ พลังเยอะ แถมคุยกับมาลีได้ โอ๊ย อยากรู้ตอนต่อแล้ว
    #585
    0
  3. #584 Pinkflask (@pfpink) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 18:22
    ถ้ายึดตามที่มีคนเดาๆกันไว้ราพฯคือแม่อินทร์ ส่วนเจ้าฟ้าฯคือพ่อของหนูรักษ์ ถ้าอย่างงั้นพลังที่นางมีคืออะไร? พลังประจำราชวงศ์? พลังของชนเผ่าดั้งเดิมที่อยู่ที่นิวาริณมาก่อน? เราเชื่อว่าพลอทฟอกซ์ค่อนข้างมีที่มาที่ไปแล้วก็น่าจะมีคำใบ้มาแล้วเรื่อยๆด้วยเหมือนกัน นี้ค่อนข้างมั่นใจว่ามาลีคือต้นกัลปพฤกษ์แต่มันต้องมีเหตุผลที่มีแค่รักษ์ฯที่ติดต่อกับนางได้สิ ถ้ามันเป็นพลังประจำราชวงศ์ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีกันแค่สายเลือดตรงทำให้สมุหนายกไม่มี แล้วก็แปลว่ามาลี(อนุมานว่านางคือกัลปฯ)มีส่วนช่วยให้ราชวงศ์ก่อนการปฏิวัติยึดอำนาจ ถ้ามันเป็นพลังของเผ่าดั้งเดิมของที่นี้มันก็แปลว่าราชวงศ์ของสมุหนายกอาจจะมีไม้ตายในการจัดการกับพลังของกัลปพฤกษ์ทำให้ในตอนที่ยึดอำนาจมาลีช่วยราชวงศ์แรกไว้ไม่ได้ พอ...ทำไมยิ่งเดายิ่งมั่ว
    #584
    0
  4. #583 พิรุณ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 16:26
    สายมโนค่ะ5555 ยังคงมโนว่าแม่นุ้งรักษ์คือราพณาสูร แต่เด็กหญิงคนนั้นจะเป็นใครกันอันนั้นคือที่สนใจจจจจจ มาต่อไวๆเน้อ รอมาก555 ตอนนี้มีทั้งเสียว(?) ทั้งลุ้น ทั้งค้าง ที่เสียวคือเสียวแวบแรกที่อ่านว่านุ้งคินทร์กับนุ้งมายจะใช้กสิณไม่ได้ตลอดไป(นี่หรือคือการมโน=_=) คือลุ้นไปอีกกกกกก แต่หลังจากนุ้งรักษ์ทำให้มหาพฤกษาออกดอกได้นั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ //รอต่อปายยยยย

    //ปั่นแฟนอาร์ตต่อปายยยยยย

    เอ้อ ! นี่ใกล้จะจบยังคะ ประมาณส่วนไหนของเรื่องแล้วอ่ะ-0- รอให้คลอดเป็นเล่มเน้อออ
    #583
    0
  5. #582 Mer.L (@kyungkaew) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 16:18
    เหมือนจะคลายปมแต่ก็ไม่คลาย โว้ยยยยยยยย เป็นแบบgif เลยครับ แบบฮือจะพูดไงดี แงงงงงงงงงง ตันมากครับตอนนี้ โยงไม่ถูกละฮือ
    #582
    0
  6. #581 ATIPP (@122792) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 14:24
    ไม่เชื่อหรอกนะว่า ราพณาสูร เป็นผู้ชายอ่ะ
    ไม่! ไม่!! ไม่!!! ม่ายยยยยยยยยย!!!!~
    ?=?=?=?=?=?=?( TT^TT)?

    เพ้ออีกล่ะ ๕๕๕๕๕

    ว่าแต่ว่า.... ตาเขาสีน้ำตาลอ่อนเหมือนกันเลยว่ะแก๊!!!~
    แล้วแบบ... เด็กผู้หญิงที่อายุสามพันวันอ่ะแก ทีโกมุทมันยังฟื้นขึ้นมาเดินแด่วๆ สร้างภาพได้เลย เด็กผู้หญิงมันจะฟื้นไม่ได้เชียวหรอวะแก๊!!!~

    ปล. ถึงจะมาปิดประตูสายมโนไปแล้วว่าราพณาสูรเป็นผู้ชาย แต่ถ้ายังไม่ตอกฝาโลงแล้วเอาไปเผาให้สิ้นซาก สายมโนอย่างเราก็จะยังตั้งมั่นในทางมโนของเราเหมือนเดิมว่า แม่อินท์คือราพณาสูร พ่อของหนูนาราคือเจ้าฟ้าทรราช เพิ่มเติมคือ เด็กผู้หญิงที่อายุสามพันวันคนนั้นคือหนูนารา!!! สายมโนไม่มีวันตาย ฮูเล่ย์!! ๕๕๕๕๕~
    ปล.๒ อยากจะบอกว่าเหมือนมากกับใน gif ตอนอ่านฉากที่ราพณาสูรออกมา ม่ายยยยย!!!~ อย่าปิดประตูมโนของช้านนนนนน!!~ ๕๕๕๕๕
    ปล.๓ เม้นไม่บ่อยแต่กำลังใจจากคนอ่านตัวน้อยๆ(?) มีให้เสมอเน้อออ~ (^O^)?
    #581
    0
  7. #580 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 07:37
    คุณพ่อมีบทสักที ดูไม่ธรรมดาซะด้วย 555555555 มาลีรึป่าว มหากัลปพฤกษ์คือมาลีใช่ไหม
    #580
    0
  8. #579 por (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 07:01
    งงเลยค่ะ อ้าวทำไมโกมุทยังอยู่ล่ะ
    #579
    0
  9. #578 Faded-Girl (@nuufunction) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 06:51
    ไม่ได้ทำแบบgif. แต่เอามือทาบอกแล้วร้อง ขุ่นพระ!
    #578
    0
  10. #577 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:35
    เดี๋ยวนะ โกมุททททท คุณลุงเป็นแวมไพร์หรือผีดิบครัช ทำไมชุงปาดคอตัวเองแล้วยังอยู่วววว แล้วลุงไปฆ่าใครเด็กผู้หญิง 3000 วัน ไม่น่าใช่หนูรักษ์ ลูกของเจ้าฟ้าหรอ แต่นางเป็นใครรรร
    ว้อดดดดดดด อธิบายด่วนนนนนน 555
    #577
    0