ตอนที่ 5 : ตอนที่ ๔ การปรับตัวของภาคินทร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    24 ธ.ค. 59


ตอนที่ ๔ การปรับตัวของภาคินทร์

 

 

รักษ์นาราออกจะแปลกใจไม่น้อยที่ได้พบภาคินทร์ตั้งแต่เช้าขนาดนี้

 

 

                เด็กหนุ่มกำลังนั่งเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างตอนที่เธอทรุดตัวลงนั่งยังโต๊ะเรียนตัวเตี้ยที่อยู่ข้างกัน เขาเหลียวกลับมามองเพียงเล็กน้อยไม่ได้หันมาเต็มๆ ทั้งหน้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ละสายตากลับไป

 

 

                เมื่อสองวันก่อน หลังจากเปิดเผยความลับทั้งหมดออกไปและใช้พลังรักษาแผลให้ เด็กหนุ่มแห่งสกุลชลัชพงษ์ก็ทำเพียงถามชื่อเธอก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านแบบตัวใครตัวมัน รักษ์นาราไม่รู้ว่าภาคินทร์แค่กำลังตกใจกับความสามารถของเธอหรือขยาดกลัวตัวตนของเธอกันแน่ แต่ถึงจะเป็นแบบหลังเธอก็ไม่คิดโกรธเคืองหรือต่อว่าเขาสักนิด เพราะสมควรแล้วที่ใครต่อใครจะหวาดกลัวความลับอันแปลกประหลาดที่เธอมี

 

 

และเพราะยังไม่เข้าใจอีกฝ่ายนัก รักษ์นาราจึงตัดสินใจไม่ถูกว่าควรวางตัวอย่างไร ดวงตากลมโตกะพริบพราวอยู่สองสามครั้งขณะครุ่นคิด ถ้าเอ่ยคำทักทายออกไปแล้วจะทำให้เขารำคาญหรือไม่ หรือจะกลายเป็นการสะดุ้งกลัวไปเลย แต่ถ้าเมินเฉยก็อาจจะทำให้คนอารมณ์ร้อนขัดเคืองไปมากกว่าเดิมก็เป็นได้ ไม่ว่าอย่างไหนก็ล้วนน่าหดหู่ต่อหัวใจของเธอทั้งสิ้น

 

 

                “อรุณสวัสดิ์” กลับเป็นเสียงทุ้มที่เปล่งผ่านคำทักทายอันเรียบง่ายออกมาก่อน ภาคินทร์ยังคงมองมาที่เธอ รักษ์นาราไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปนัก แต่คล้ายกับว่ามีประกายคาดหวังและรอคอยเล็กๆ แฝงอยู่ในแก้วตาสีวังน้ำวน

 

 

                “อรุณสวัสดิ์จ้ะ” เธอตอบกลับ ทำให้ภาคินทร์หันไปมองนอกหน้าต่างตามเดิม ไม่มีบทสนทนาตามมาหลังจากนั้น แต่ความหนักอึ้งในหัวใจกลับบรรเทาลงอย่างง่ายดาย

 

 

รักษ์นาราและภาคินทร์นั่งกันเงียบๆ อยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่บรรดาเพื่อนร่วมชั้นจะทยอยเดินเข้ามา หลายคนถึงกับผงะตอนที่เห็นตัวปัญหาอันดับหนึ่งของโรงเรียนนั่งอยู่ในห้องด้วย บางคนถึงกับอุทานด้วยความตกใจและเกือบจะถอยเท้าหนีไปรอเวลาเริ่มคาบนอกห้องแล้วด้วยซ้ำถ้าไม่ใช่เพราะเห็นรักษ์นารานั่งอยู่

 

 

เสียงทักทายใสๆ ของเด็กสาวและรอยยิ้มแบบเป็นกันเองทำให้เพื่อนร่วมชั้นรู้สึกวางใจมากขึ้น ก็ในเมื่อคนตัวเล็กยังนั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่โดนกสิณอาโปอัดไปติดผนังดังเช่นในข่าวลือ พวกเขาเองก็น่าจะนั่งได้เช่นกัน ทุกคนคิดแบบนั้น แม้จะยังคงเกร็งๆ กันอยู่ก็ตามที

 

 

                “คือว่า...” อยู่ๆ รักษ์นาราก็สะกิดคนที่นั่งอยู่ข้างกันแล้วถามคำถามที่ทำเอาทั้งห้องต้องกลั้นหายใจ “ทำไมวันนี้ถึงมาโรงเรียนละ”

 

 

                ไปถามเขาแบบนั้นทำไม!!!

 

 

ไม่ว่าใครที่ได้ยินก็คงคิดแบบนี้กันทั้งนั้น เพราะสำหรับคนที่มีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าวและเข้าออกห้องปกครองเป็นว่าเล่นอย่างภาคินทร์แล้ว มันเหมือนการเสียดสีทางอ้อมว่าอย่างแกไม่น่ามาโรงเรียนด้วยซ้ำก็ไม่ปาน

 

 

                แต่ผิดคาด นอกจากจะไม่ส่งสายตาอาฆาตหรือแสดงท่าทีหงุดหงิดให้เห็นแล้ว ภาคินทร์กลับตอบคำถามอย่างใจเย็น “สิงขรไปลากมา บอกว่าวันนี้จะคืนคะแนนสอบให้”

 

 

                รักษ์นาราส่งเสียงแสดงความเข้าใจออกมาสั้นๆ แล้วเริ่มต้นหยิบอุปกรณ์การเรียนขึ้นมาจากย่ามเพื่อแก้เก้อ  แม้อยากจะพูดคุยกับภาคินทร์มากกว่านี้แต่ความกลัวว่าอาจจะทำให้เขารำคาญมีมากกว่า จึงตัดสินใจปิดปากเงียบ

 

 

และพอไม่มีเสียงใสๆ ของเด็กสาวตัวเล็ก ทั้งห้องก็พลอยตกอยู่ในความเงียบไปด้วย จนกระทั่งผู้เป็นอาจารย์ในชุดเสื้อคอปกลายนกขมิ้นสีเหลืองก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของสิงขรพุ่งไปที่ภาคินทร์เป็นอันดับแรก เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแล้วถามห้วนสั้น

 

 

“มาทำอะไรวะ?”

 

 

ไปถามเขาแบบนั้นทำไม!!!

 

 

นักเรียนทั้งหมดคิดตรงกันอีกครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งรูปประโยคผสมกับน้ำเสียงกวนอวัยวะเบื้องล่างของคนเป็นครูน่าจะเรียกอารมณ์เดือดดาลของตัวปัญหาประจำโรงเรียนได้ไม่ยาก แต่อีกเช่นเคยที่ผิดคาด ภาคินทร์เพียงขมวดคิ้ว สบถงึมงำจนแทบไม่ได้ยิน เด็กหนุ่มเหลืองมองรักษ์นาราแวบหนึ่งก่อนตอบกลับไป

 

 

“ไหนว่าจะคืนคะแนนวันนี้”

 

 

“อ่อ เรื่องนั้น” สิงขรงึมงำก่อนจะตามมาด้วยประโยคประมาณว่าใจร้อนจริงเพิ่งจะตรวจเสร็จเมื่อกี้แท้ๆ

 

 

ทั้งห้องแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกและกลับมานั่งติดเบาะได้อีกครั้งเมื่อประเมินแล้วว่าภาคินทร์คงไม่อาละวาดเร็วๆ นี้แน่ แต่น้อยคนเท่านั้นที่จับสังเกตความเหลื่อมล้ำของบทสนทนาได้ว่า สิงขรจะเอาเวลาที่ไหนไปลากภาคินทร์มาเรียนกันในเมื่อยังนั่งตรวจข้อสอบหัวฟูอยู่เลย!!

 

 

ช่างน่าเสียดาย น้อยคนที่ว่านั่น ไม่มีรักษ์นารารวมอยู่ด้วย

 

 

และเนื่องจากภาคินทร์มาทวงถามถึงที่ สิงขรจึงคืนคะแนนให้เด็กหนุ่มผู้ใช้กสิณอาโปเป็นคนแรก ใบหน้าที่ครึ้มไปด้วยตอหนวดเหยียดยิ้มกว้างเมื่อมองดูหัวกระดาษแล้วพบว่า

 

 

“ได้ที่สองว่ะ สิบเจ็ดเต็มยี่สิบ” ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะลั่นด้วยความสาแก่ใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพนันครั้งนี้9oเป็นฝ่ายชนะ “ตามสัญญานะจ้ะ ห้ามโดดเรียน ห้ามก่อเรื่อง ส่งการบ้านให้ครบ มาสอบอย่าให้ขาด ทุกๆ คาบวิชา ไปจนกว่าจะเรียนจบ”

 

 

สิงจรทวนข้อตกลงเสียงหวานหยด แต่กลับทำให้ภาคินทร์ขมวดคิ้วเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

“สอบแค่วิชาประวัติศาสตร์ แล้วที่ว่าห้ามโดดวิชาอื่นด้วยมันมาจากไหน”

 

 

“ให้ไปแข่งวิชาอื่นแกก็แพ้ที่หนึ่งของห้องนี้อยู่ดี ถือเสียว่าฉันช่วยแกประหยัดเวลาแล้วกัน”

 

 

“ฉันไม่ยอมรับ” ตัวปัญหาอันดับหนึ่งกัดฟันกรอด “ที่หนึ่งของห้องที่ว่ามันเป็นใคร”

 

 

อย่าบอกเชียวนะเฮ้ย!!

 

 

นักเรียนทั้งห้องคิดขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงเป็นครั้งที่สาม ขืนสิงขรเฉลยไปว่าคนที่ทำให้ภาคินทร์ต้องแพ้พนันเป็นใครละก็ รับรองว่าเจ้าคนนั้นได้ถูกลากคอไปฆ่าหมกป่ากล้วยที่หลังโรงเรียนเป็นแน่ แต่ไม่รู้ว่าสิงขรเป็นพวกหัวช้าในเรื่องแบบนี้หรือว่าจงใจปั่นประสาทนักเรียนทุกคนเล่นกันแน่...

 

 

“ก็นั่งอยู่ข้างแกนั่นไง”

 

 

ถึงได้เฉลยด้วยใบหน้าเรียบเฉย แล้วชี้นิ้วแปะเป้าให้อีกต่างหาก

 

 

“คะแนนสอบแม่หนูคนนี้มีแค่เต็มกับเกือบเต็มเท่านั้น ไอ้เด็กโข่งที่ทำพลาดไปถึงสามข้ออย่างแกอย่าหวังริอ่านมาชิงตำแหน่งผู้ชนะเสียให้ยาก รู้ตัวแล้วก็หยุดสร้างปัญหา ก้มหน้าก้มตาเรียนไปเผื่อวันหนึ่งอาจจะฉลาดได้สักขี้เล็บของรักษ์นาราขึ้นมาบ้าง เข้าใจไหม”

 

 

ปกติน้ำเสียงของสิงขรก็กวนอวัยวะเบื้องล่างพอตัวอยู่แล้ว พอรวมเข้ากับประโยคเสียดสีแบบนี้ และความใจร้อนของคนฟังแบบนั้น ก็จินตนาการได้ไม่ยากเลยว่าจะมีความเสียหายอะไรเกิดตามมาบ้าง นักเรียนที่ใช้กสิณได้หลายคนเรียกสรรพธาตุขึ้นมาเตรียมใช้งาน ส่วนนักเรียนธรรมดาก็เหลือบมองประตูสลับหน้าต่างเป็นพักๆ หาทางหนีทีไล่

 

 

“เอ่อ...คือว่า...” รักษ์นาราทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ แต่กลับมีสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นแทรกพอดี

 

 

“เฉียดฉิ่ว!!!!” ประโยคแสดงความดีใจดังขึ้น ก่อนจะตามมาติดๆ ด้วยร่างสูงโปร่งของเด็กสาวผู้ใช้กสิณวาโยที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องพลางยกไม้ยกมืออย่างดีใจเพราะคิดว่าวันนี้มาถึงห้องเรียนก่อนคนเป็นครู ทว่าสองมือกลับต้องลดลงมือมาใช้กุมศีรษะแทน เพราะสิงขรที่ยืนอยู่หน้าห้องประเคนกำปั้นใส่อย่างไม่เบามือนัก

 

 

“เฉียดฉิ่วบ้านเอ็งสิ!! พระอาทิตย์จะถึงกลางกบาลอยู่แล้ว”

 

 

“โธ่ครู สายนิดๆ หน่อยๆ เองอย่าโกรธสิ” พิมายโอดครวญอย่างที่เคยทำเป็นประจำ ก่อนดวงตาจะเหลือบมาเห็นภาคินทร์เข้าพอดี เด็กสาวเปล่งเสียงแสดงความแปลกใจได้แค่สั้นๆ ก็ถูกสิงขรยัดปึกกระดาษคะแนนใส่มือ สั่งให้ไปไล่เดินแจกเพื่อนๆ ในห้องเป็นการทำโทษ

 

 

ภาคินทร์จึงใช้โอกาสนั้นในการตัดบทกับสิงขร “เราตกลงกันแค่วิชานี้ก็แค่วิชานี้ ไว้ผลสอบวิชาอื่นออกมาเมื่อไหร่ค่อยมาทำปากหมาใส่ใหม่แล้วกัน”

 

 

ออกจะผิดคาดไปเสียหน่อยที่ศิษย์อาจารย์ไม่ได้วางมวยกันเหมือนที่ผ่านๆ มา แต่ก็นับว่าดีแล้วจะได้ไม่ต้องมาคอยหลบลูกหลง และเพราะทั้งห้องยังคงซุบซิบกันไม่หยุดหย่อน ภาคินทร์จึงจงใจกางหนังสือเรียนกระแทกโต๊ะเสียงดังปัง

 

 

“จะเริ่มกันได้หรือยัง เสียเวลามามากแล้ว”

 

 

เสียงดุๆ กับตาขวางๆ ทำให้สมาชิกในห้องเรียนหุบปากฉับ เว้นก็แต่พิมายที่เพิ่งเดินแจกคะแนนสอบเสร็จ เด็กสาวร่างสูงหย่อนตัวลงนั่ง โน้มตัวมากระซิบถามเพื่อนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก

 

 

“นี่ฉันพลาดอะไรไปรึเปล่า”

 

 

รักษ์นาราหัวเราะแผ่วเบา ปฏิเสธที่จะเล่าอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเริ่มต้นเปิดหนังสือเรียนเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

รักษ์นาราเฝ้ามองร่างสูงที่ฟุบหน้าลงนอนหนุนแขนตนเองกับโต๊ะเรียนตัวเตี้ยอย่างลังเล

 

 

ภาคินทร์หลับไปตั้งแต่กลางคาบโดยไม่คิดใช้หนังสือหรือกระเป๋ามาบดบังการกระทำนี้แม้แต่น้อย ราวกับจะป่าวประกาศสงครามกับคนสอนทางอ้อมอย่างไรอย่างนั้น นับว่ายังดีที่สิงขรเลือกจะเมินเฉยปล่อยให้ตัวปัญหานอนต่อไป ทั้งห้องจึงหายใจหายคอได้โล่งขึ้น

 

 

และทันทีที่หมดคาบ ทุกคนก็รวบเก็บของ เผ่นหนีจากห้องเรียนอันน่าอึดอัดนี้ไปอย่างรวดเร็ว พิมายก็เช่นกัน แต่เป็นเพราะถูกสิงขรลากคอเสื้อไปห้องพักครูด้วยกันเนื่องจากสอบตกด้วยคะแนนที่น่าอนาจใจเกินไป จึงต้องโดนนัดเรียนเสริม

 

 

ความวุ่นวายสลายตัวไปแล้วแต่ภาคินทร์ก็ยังไม่ยอมตื่น ความโล่งว่างของห้องเรียนที่เหลือเพียงสองคนทำให้รักษ์นาราตัดสินใจสะกิดปลุก นิ้วเรียวแตะลงที่ลาดไหล่หนาสองสามครั้ง แต่สงสัยจะเบาเกินไป คนในนิทราจึงยังไม่ยอมตื่น

 

 

“คือว่า...หมดคาบแล้วนะ” รักษ์นาราเรียกอ้อมแอ้ม ตั้งใจจะวางมือลงบนท่อนแขนแล้วเขย่าปลุกแทน แต่ยังไม่ทันจะเอื้อมถึง

 

 

หมับ!!

 

 

คนที่น่าจะหลับลึกกลับคว้าข้อมือเธอไว้ ออกแรงดึงบังคับให้เธอชะโงกเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ดวงตาสีวังน้ำวนเหลือบมองผ่านกลุ่มผมอันยุ่งเหยิงขึ้นมาสบตากับเธอ ความใกล้ชิดทำให้รักษ์นาราไม่รู้จะรับมือเช่นไรดี เธอจึงได้แต่เอ่ยประโยคติดปากออกไป

 

 

“ขะ...ขอโทษค่ะ” แต่คำพูดของเธอกลับทำให้เขาขมวดคิ้วอีกแล้ว

 

 

“ทำไมถึงได้ขอโทษอยู่เรื่อย” น้ำเสียงกึ่งงัวเงียกึ่งขุ่นมัว ทำเอาคนตัวเล็กใจเสียจนต้องตอบอ้อมแอ้มยิ่งกว่าเก่า

 

 

“ก็...ภาคินทร์ดูไม่พอใจที่เราปลุก”

 

 

“งั้นก็ขอโทษด้วยแล้วที่หน้าตาปกติของฉันมันดูไม่พอใจทุกอย่างไปหมดแบบนี้” เขากล่าวอย่างประชดประชัน แค้นเสียงเย้ยหยันแล้วคลายการเกาะกุมออก รักษ์นาราเป็นฝ่ายเผลอตัวคว้าข้อมือของภาคินทร์ไว้เสียเอง

 

 

“เราไม่ได้หมายความแบบนั้น เราแค่...”

 

 

ความร้อนจากร่างกายอีกฝ่ายทำให้เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออก ข้อมือของเขาหนาใหญ่จนเด็กสาวไม่อาจกำรอบ ทว่าผิวเนื้อที่สากนิดๆ นั้นดูจะเรียบเนียนขึ้นมาทันตาเมื่อเทียบกับส่วนฝ่ามือ เพราะหลังจากแกะดึงมือเธอออกจากข้อมือได้ ภาคินทร์กลับกอบกุมมือเธอไว้แทนพลางไล้ปลายนิ้วไปตามรอยแผลนูนยาวที่โคนนิ้วโป้งของเธอ

 

 

“มี พลังแบบนั้นแท้ๆ ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองมีแผลเป็นได้”

 

 

“...ดูเหมือนเราจะใช้พลังกับตัวเองไม่ได้น่ะ” รักษ์นาราตอบไปตามตรงก่อนจะมานึกขึ้นได้ว่าไม่น่าเลย มันคือความลับที่เธอตั้งใจจะปิดบังไปจนวันตายแท้ๆ ถึงภาคินทร์จะได้รับรู้ไปแล้วส่วนหนึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเธอควรจะบอกส่วนที่เหลือและทำให้เขามองเธอเป็นตัวประหลาดไปมากกว่านี้เสียหน่อย เธอพลาดอีกแล้ว

 

 

เด็กสาวจึงเลือกจะเบี่ยงเบนความสนใจ เมื่อได้ยินเสียงฆ้องบอกเวลาลอยแว่วมา

 

 

“คาบต่อไปกำลังจะเริ่มแล้ว”

 

 

ดวงตาสีวังน้ำวนจ้องมองมาอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะยอมปล่อยมือเธอในที่สุด

 

 

“เธอไปเถอะ” เด็กหนุ่มฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนตัวเตี้ยตามเดิม “ฉันไม่ไป”

 

 

เพราะเหตุนั้นห้องเรียนโล่งว่างจึงเหลือเพียงเด็กหนุ่มผู้ใช้กสิณอาโป








(ต่อค่ะ)








หากจะทำหน้าเศร้าถึงเพียงนี้ก็ไม่ควรกล่าวตัดรอนเสียตั้งแต่แรกนะสาวน้อยของเรา'

 

 

เสียงหวานแต่แผ่วเบาไม่ต่างจากถ้อยกระซิบดังแว่วมาจากกิ่งก้านของต้นหางนกยูงที่พาดอยู่ตรงขอบหน้าต่างห้องเรียนดนตรี ช่อดอกสีส้มแดงขยับไหวเป็นจังหวะเดียวกันแม้จะไร้ลมพัด

 

 

"หนูแค่..." รักษ์นาราหยุดมือที่ดีดจะเข้ เสียงเพลงขาดห้วงสร้างความเงียบงันครอบคลุมห้องกว้าง "หนูไม่เข้าใจ ไหนคุณเคยบอกให้หนูเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ มาตอนนี้คุณกลับกระตุ้นให้หนูป่าวประกาศออกไปเสียอย่างนั้น"

 

 

'ไม่ดีหรือ ที่ได้พูดคุยกับเด็กคนนั้น'

 

 

เด็กสาวถึงกับหน้าแดงก่ำเมื่อสัมผัสได้ถึงสุ่มเสียงล้อเลียนที่แฝงมา น่าอายที่ต้องยอมรับแต่มาลีพูดถูก มันดีมากเลยต่างหาก แค่สองวันที่ผ่านมาก็มากกว่าที่เคยหวังไว้มาตลอดแล้วเสียอีก

 

 

พร้อมกันนั้นมันก็ทำให้เธอหวังจะได้มากกว่านี้ด้วยเช่นกัน รักษ์นาราอยากพูดคุยกับภาคินทร์มากกว่านี้ อยากพบหน้า อยากรู้จัก อยากอยู่ใกล้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการให้เขาล่วงรู้ความลับที่เธอยังเก็บงำไว้ อดีตอันขรุขระเหมือนรอยแผลที่ฝ่ามือซึ่งแม้แต่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจมันดีนัก

 

 

เพราะฉะนั้น หลังจากชั่งน้ำหนักเหตุและผลอยู่ครู่ใหญ่ เด็กสาวก็ตัดสินใจว่าเรื่องของเธอยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น

 

 

"มันไม่สำคัญหรอกค่ะ ยังไงก็คงไม่ได้คุยกันอีกแล้ว"

 

 

'จริงหรือ' คำถามมาพร้อมเสียงหัวเราะแผ่วๆ ราวกับจะเลือนหายไปกับสายลมได้ทุกเมื่อ รักษ์นาราย่นคิ้ว อ้าปากจะถาม แต่กลับถูกแทรกด้วยเสียงทุ้มๆ ของใครอีกคนเสียก่อน

 

 

"สำหรับคนที่มีพลังแปลกขนาดนั้น เธอเก็บความลับได้แย่มาก"

 

 

ภาคินทร์!!!

 

 

รักษ์นาราหันขวับไปตามเสียง และได้พบกับเด็กหนุ่มผู้ใช้กสิณอาโปกำลังนั่งกอดอกพิงกลองยาวอยู่หลังห้อง

 

 

"มะ...มาตั้งแต่เมื่อไรกัน" คำถามนั้นเหมือนจะมีให้ตนเองมากกว่าเด็กหนุ่ม ดวงตากลมๆ กวาดสำรวจไปรอบห้อง นอกจากเขาและเธอแล้วก็ไม่มีเงาของใครอื่นอีก

 

 

"ตั้งแต่แรก" ภาคินทร์ตอบพลางลุกขึ้นยืน ย้ายตนเองมานั่งตรงข้ามรักษ์นาราแทน ระหว่างทั้งคู่อาจมีเครื่องดีดสามสายตัวยาวคั่นกลาง แต่ยามดวงตาสีวังน้ำวนทอดมองมาอย่างกึ่งจับผิด รักษ์นารากลับรู้สึกว่าต่อให้นั่งกันคนละมุมห้องก็คงอึดอัดไม่ต่างจากในขณะนี้อยู่ดี

 

 

ช่วงบ่ายของวันนี้เป็นการเรียนแยกตามความถนัด โดยผู้ใช้กสิณจะถูกบังคับให้ไปรวมกันตัวที่ลานคาดเชือกของแต่ละธาตุเพื่อฝึกฝนการใช้พลัง ส่วนคนธรรมดาก็แล้วแต่ว่าในวันนั้นๆ เป็นวิชาอะไร มีตั้งแต่กีฬา มวย ทอผ้า จักรสาน ทำอาหาร และในวันนี้เป็นวิชาดนตรี

 

 

สาเหตุที่ทั้งห้องเหลือรักษ์นาราเพียงคนเดียวเป็นเพราะวันนี้กลุ่มวาโยมีสอบเก็บคะแนน ทุกคนเลยไปเกาะขอบสนามดูกันหมดไม่เว้นกระทั่งครูผู้สอน เพราะต่อให้มีอยู่เป็นร้อยสกุลก็ใช้ว่าจะได้เห็นการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้กสิณด้วยกันได้ง่ายๆ ยิ่งการประลองชิงถ้วยพระราชทานยิ่งแล้วใหญ่ เนื่องจากจะมีขึ้นทุกห้าร้อยวันเท่านั้น เหล่านักเรียนที่อยากเห็นการต่อสู้อันน่าตื่นตาจึงมักโดดเรียนไปดูการสอบประลองของนักเรียนผู้ใช้กสิณแทน

 

 

รักษ์นาราแน่ใจว่าเธอตรวจทานรอบบริเวณถึงสามครั้งแล้วว่าไม่มีคนอยู่จึงเริ่มพูดคุยกับมาลี ภาคินทร์ช่างปรากฏตัวได้เงียบงันยิ่งนัก แต่ที่เงียบยิ่งกว่าคงเป็นมาลีที่ไม่ยอมกล่าวเตือนเธอเป็นครั้งที่สองแล้ว

 

 

"มะ...ไม่ไปเรียนเหรอจ้ะ" รักษ์นาราหวังลดความอึดอัดด้วยคำถาม แต่ดูจะไม่ได้ผลเท่าไร

 

 

"น่าเบื่อ สอนแต่เรื่องเดิมๆ" ภาคินทร์ตอบด้วยสีหน้าหน่ายใจจนติดจะรำคาญ ซึ่งเมื่อดูจากระดับความเก่งกาจของอัจฉริยะแห่งสกุลชลัชพงษ์แล้ว ก็สมควรอยู่ที่ระบบการศึกษาแบบธรรมดาจะไล่ตามไม่ทัน ระหว่างนั้นมือหนาก็เอื้อมไปหยิบซออู้ที่วางอยู่ใกล้กันขึ้นมาตั้งสาย

 

 

"งั้น...ทำไมไม่ไปดูเขาประลองกันละ" เธอชี้ชวน เขาเค้นเสียงในลำคออย่างดูแคลน เป็นอันเข้าใจกันว่าการดูคนที่มีฝีมือด้อยกว่าซัดพลังเข้าใส่กันก็น่าเบื่อไม่แตกต่าง

 

 

หลังจากนั้นทั้งห้องก็โปรยด้วยความเงียบ รักษ์นาราอยากจะลุกหนียิ่งนักแต่ก็เกรงว่าจะทำให้คนอารมณ์ร้อนหน้าหงิกไปกว่าเดิมจึงเลือกก้มหน้าหลบสายตาแทน ไม้ดีดในมือบางขยับเขี่ยสายไปมา สร้างเสียงสั้นๆ ตามทำนองที่บังเอิญดังขึ้นมาในหัว ซึ่งช่วยคลายความอึดอัดลงได้ส่วนหนึ่ง

 

 

เด็กสาวไม่เข้าใจว่าภาคินทร์มาทำอะไรที่นี่ในเมื่อคาบของครูสิงขรจบไปนานแล้ว ว่ากันตามวิสัยป่านนี้เขาน่าจะกระโดดข้ามรั้วโรงเรียนออกไปเตร่อยู่ข้างนอกได้แล้ว หรือว่าเขาจะโกรธเธอที่ได้คะแนนเหนือกว่าอย่างที่เพื่อนคนอื่นมาเตือนไว้กัน แต่จากท่าทางแล้วไม่คล้ายว่าภาคินทร์จะมาหาเรื่องแม้แต่น้อย

 

 

รักษ์นาราจมลงในความสับสน ขณะที่ได้แต่คาดเดาไปต่างๆ นาๆ เสียงทุ้มๆ ของซออู้ก็ดังขึ้น เธอเงยหน้าขึ้นมองและพบนิ้วเรียวของภาคินทร์กำลังกดไปมาบนสายซอ อีกมือก็ขยับคันทวนจนเกิดเป็นเสียงฟังกังวาน

 

 

ลาวคำหอม...เด็กหนุ่มกำลังเล่นเพลงเดียวที่เธอเล่นก่อนหน้านี้ ความสับสนแต่เดิมถูกเพิ่มพูนด้วยความสงสัย แต่เพียงไม่นานมือซ้ายขอเธอเริ่มกดไปบนสายของจะเข้เช่นกัน อีกครึ่งท่อนถัดมาไม้ดีดในมือขวาก็ขยับบ้าง สร้างเสียงสอดประสานเป็นทำนองหวานโศก

 

 

"เมื่อวาน..." อยู่ๆ ภาคินทร์ก็ถามขึ้นมาทั้งที่ยังไม่หยุดมือจากสายซอและคันสี

 

 

"จ๊ะ?"

 

 

"เมื่อวานเธอไม่กลัวฉัน ทำไมวันนี้ถึงเพิ่งมากลัว"

 

 

"เราไม่ได้..."

 

 

"ฉันดูออกนะว่าเธอไม่อยากพูดกับฉัน”

 

 

ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน รักษ์นาราจนด้วยคำพูด ภารินทร์พูดถูก เธอไม่อยากคุยกับเขาจริงๆ น่ะแหละ เพียงแต่ด้วยคนละเหตุผลโดยสิ้นเชิง

 

 

"...ขอโทษ"

 

 

เป็นภาคินทร์ที่เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา คำๆ เดียวกับเมื่อเช้าแท้ๆ ทว่าทั้งวัตถุประสงค์และน้ำเสียงช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนฟังที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับปัดไม้ดีดพลาด กลายเป็นเสียงตึงตังผิดทำนอง พาลให้เพลงลาวคำหอมหยุดลง ประโยคที่เหลือจากปากเด็กหนุ่มผู้ใช้กสิณอาโปจึงฟังชัดทุกถ้อยทุกคำ

 

 

ฉันไม่ถนัด...คุยกับเด็กผู้หญิงเท่าไร ถ้าพูดจากระโชกโฮกฮากหรือไม่เข้าหูไปบ้างก็ขอโทษด้วยแล้วกัน"

 

 

 

 

 

ตั้งแต่จำความได้ ภาคินทร์ก็ถูกมองด้วยสายตาเช่นนั้นมาโดยตลอด

 

 

...หวาดกลัว...

 

 

ต้องโทษ พรสวรรค์ แต่กำเนิดของเขา ต่อให้ไม่ได้สำแดงมันออกมาเขาก็ยังเก่งกาจเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันจะรับมือได้อยู่ดี เล่นกับเขามีแต่จะเจ็บตัว ทุกคนต่างพูดแบบนั้นก่อนจะทิ้งเขาไว้ลำพัง พวกผู้ใหญ่เองก็ชื่นชมเขาเพียงแผ่วเผิน เพราะทันทีที่แสดงพรสวรรค์ให้ดู พวกนั้นต่างก็สั่นกลัวและเรียกขานเขาอย่างโหดร้ายว่า

 

 

...อสุรกาย...

 

 

ภาคินทร์ทั้งลำพองอย่างเหลือแสนและเจ็บปวดอย่างเหลือจะทนในเวลาเดียวกัน เพราะในบรรดาคนเหล่านั้น มีบิดาของเขารวมอยู่ด้วย ในชั่วพริบตาเด็กหนุ่มจึงตัดสินใจได้ว่าขออยู่ตัวคนเดียวดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนฟังพวกที่ไม่รู้ความ พร่ำหยอดว่าเขาช่างเปี่ยมด้วยความสามารถเพียงใด และไม่ต้องฝืนทนต่อสายตาที่มองมาประหนึ่งเขาเป็นผีร้ายเมื่อได้เห็นถึงพรสวรรค์ของเขา

 

 

แต่เหมือนประชด ยิ่งพยายามหลีกเลี่ยงกลับยิ่งถูกบังคับให้เผชิญหน้า  การทำตัวแปลกแยกและไม่คบค้าสมาคมกับใครของภาคินทร์ถูกบิดเบือนให้เป็นกริยาของคนโอหัง เขากลายเป็นอัจฉริยะผู้หยิ่งผยองในสายตาเด็กวัยเดียวกัน และเป็นเด็กเกเรที่เต็มไปด้วยปัญหาในสายตาผู้ใหญ่

 

 

น่ารำคาญ...ไม่รู้อะไรแท้ๆ ยังจะมีหน้ามาตัดสินเขาอีก น่ารำคาญ...

 

 

ภาคินทร์ถูกมองด้วยสายตาเช่นนั้นมาจนชินชา กระทั่งได้มาพบรักษ์นารา

 

 

ตอนแรกเขาคิดว่าเด็กสาวก็เหมือนคนอื่นๆ ทั้งพูดเสียงเบาและตะกุกตะกัก แถมยังสะดุ้งโหย่งทุกครั้งเวลาที่เขาเรียก ภาคินทร์สามารถอ่านท่าทางเหล่านั้นได้ตั้งแต่แรกเห็น แต่เมื่อดวงตากลมๆ เงยขึ้นสบมองเขาก็ค้นพบในเวลาอันรวดเร็วไม่แพ้กันว่าไม่ใช่...

 

 

ไม่ใช่ขลาดกลัว ไม่ใช่เดียดฉันท์ แต่กลับเป็นแค่ความประหม่าที่ต้องพูดคุยกับคนแปลกหน้า

 

 

ภาคินทร์ไม่เคยพบสายตาเช่นนั้นมาก่อน จนอดไม่ได้ที่จะสงสัย  ทำไมละ...เธอรู้ชื่อของเขาไม่ใช่หรือ แบบนั้นก็แปลว่าน่าจะถึงรู้กิตติศัพท์และพลังของเขาด้วยสิ แล้วทำไมถึงยังทำตัวแบบนั้นได้ ทำไมถึงได้เดินตามมา เตือนอย่างเป็นห่วงเป็นใย  เอื้อมมือมาหา แล้วยังยิ้มให้อีก เพราะอะไรกัน...

 

 

ในใจของภาคินทร์วนเวียนไปด้วยคำถาม เขาคาใจมากจนถึงกับต้องมาโรงเรียนเพียงเพื่อจะได้พบเจอเด็กสาวอีกครั้ง

 

 

ปฏิกิริยาจากเธอแทบจะไม่ต่างจากเมื่อวานแม้แต่น้อย คำทักทาย เรื่องที่ถามไถ่ รอยยิ้มที่มีให้ และแววตาที่มองมา

 

 

ทั้งหมดทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกราวกับเขาเป็นเพียงแค่คนๆ หนึ่ง คนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นอัจฉริยะจอมยโส หรือเด็กเกเรที่ไม่ได้ดังใจผู้ใหญ่ ไม่ใช่ทั้งผู้ใช้กสิณที่มีพรสวรรค์ดุจอสุรกาย และไม่ใช่เด็กน่ากลัวที่เพื่อนไม่ต้องการเล่นด้วย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง อยู่ๆ รักษ์นาราก็เริ่มทำตัวเหมือนคนอื่นๆ เธอขืนตัวออกห่าง ตัดบทไม่ยอมพูดด้วย

 

 

ทำไมละ...ในใจของภาคินทร์ถูกแทนที่ด้วยอีกคำถาม ทำไมถึงเพิ่งมากลัวเขา

 

 

 “เราไม่ได้ติดใจกับเรื่องนั้น” เธอตอบเขาเสียงเบาเหมือนเคย ริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะคลายออก รักษ์นาราเว้นช่วงไปนานเหลือเกินจนภาคินทร์เริ่มที่จะร้อนรน แต่ยามดวงตากลมโตยอมสานสบกับเขาในที่สุด เด็กหนุ่มก็รู้ได้ในทันทีว่าตนกำลังตีความผิด

 

 

“เราแค่...ไม่คิดว่าเราแปลกบ้างเหรอที่ทำ แบบนั้น ได้”

 

 

เพราะความกลัวในน้ำเสียงและแววตาไม่ใช่สำหรับเขา

 

 

แต่สำหรับความคิดที่ว่าเขาอาจจะกลัวเธอต่างหาก

 

 

ภาคินทร์ยอมรับว่าตกใจกับพลังของเด็กสาวมากจนถึงกับลืมตัวผงะหนี เธอทำให้แผลทั้งหมดบนตัวเขาเลือนหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ซึ่งนั่นแปลกประหลาดกว่าการสร้างแสงพราวระยับหรือพูดคุยกับยอดไม้ใบหญ้ามากมายนัก และเด็กหนุ่มมีความรู้สึกว่าความลับของรักษ์นารายังไม่หมดเพียงเท่านี้

 

 

นี่ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวของที่เธอทำได้...ท่าทางอันหวาดหวั่นที่เห็นบอกเขาเช่นนั้น

 

 

“แล้วเธอละ ไม่คิดว่าฉันน่ากลัวบ้างรึไงที่เป็น แบบนี้

 

 

รักษ์นาราส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “เราไม่รู้ว่าคำว่า แบบนี้ของภาคินทร์หมายถึงแบบไหน แต่ว่าถ้าภาคินทร์เป็นอย่างที่เขาลือกันจริงๆ คงไม่ยอมเอาตัวมาบังลูกไฟให้เราหรอก เพราะฉะนั้น...”

 

 

“เหมือนกันน่ะแหละ” เด็กหนุ่มกล่าวแทรก ดวงตาสีวังน้ำวนจ้องสบดวงตาสีน้ำตาลอ่อน “ฉันไม่รู้ว่าคำว่า แบบนั้นของเธอมันหมายถึงแบบไหนเหมือนกัน จริงอยู่ที่เธอเสกดอกไม้ได้ แต่โลกมีตั้งร้อยแปดแคว้น และมีผู้คนอีกเป็นล้าน ใครจะรู้ว่านี่อาจเป็นแค่อีกรูปแบบของการใช้กสิณ”

 

 

“แต่พลังของฉันมัน...”

 

 

“พิเศษ” ภาคินทร์ตัดสินใจเลือกคำนี้ให้ก่อนที่เด็กสาวจะเริ่มตีตราตนเองให้กลายเป็นอสุรกายตามคำตัดสินของคนรอบข้างเช่นที่เขาเคยทำ “และถ้าไม่ทำให้เธอลำบากใจมากเกินไปนัก ฉันอยากจะเห็นมากกว่านี้ ได้ไหม” 

 

 

รักษ์นาราไม่ได้ตอบในทันที เด็กสาวอ้ำอึ้ง ริมฝีปากขยับเหมือนจะพูดก่อนจะเงียบไปหลายครั้ง ภาคินทร์รู้ตัวดีว่าเป็นคนใจร้อน และนิสัยนี้คงไม่มีวันหายไปง่ายๆ ทว่าตรงหน้าเขาคือเด็กสาวตัวเล็กที่กำลังตัดสินใจเลือกครั้งสำคัญ ไม่ใช่นักเลงข้างถนนที่เขาจะขึ้นเสียงใส่ด้วยได้ เขาจึงบอกตนเองให้อดทนและจับจ้องช่วงเวลานี้ให้ดีๆ

 

 

เพราะเมื่อรักษ์นาราเลือกที่จะพยักหน้าเพียงเล็กน้อยแทนคำตกลงแล้วก้มลงซ่อนสีแดงบนพวงแก้ม ภาคินทร์ก็รับรู้ได้ในทันทีว่าเขาคิดถูกแล้วจริงๆ ที่ยอมมาโรงเรียนในวันนี้ รวมถึงในวันถัดๆ ไปหลังจากนี้ด้วย

 

##########


สนทนา : โอยยยย หนูลูกกกก จีบกันเกรงใจป้า(คนแต่ง)นิดหนึ่ง 555555 ถ้าไม่นับหนูแพทที่เปิดตัวช่วงต้นเรื่องด้วยอายุสิบสี่ ก็มีพระนางเรื่องนี้นี่แหละที่อายุน้อยจนทำเอาฟ็อกซ์ลำบากใจเหลือเกิน แถมคนหนึ่งก็ซึนปากหนัก อีกคนก็ขี้อายเขินง่าย กว่าจะเข็นฉากนี้ออกมาได้นี้แทบรากเลือด และคาดว่าฉากต่อๆไปก็คงลำบากไม่แพ้กัน แต่จะพยายามค่ะ ><





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

1,493 ความคิดเห็น

  1. #1483 mine64608293 (@mine64608293) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 16:21
    คริ...ชอบ
    #1483
    0
  2. #1431 Jamaneer (@Jamaneer) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 19:40
    ชอบๆๆๆ
    #1431
    0
  3. #669 ⓒЯAẕY DO_G (@sayerena_68) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 22:34
    ทำไมเขิล
    #669
    0
  4. #534 sydneylove (@sydneylove) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 15:05
    เป็นเรื่องที่ดีต่อใจจริง >//<
    #534
    0
  5. Columnist
    #414 P'YinG (@yingzazaza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 02:37
    โอ้ย อ่านไปก็ยิ้มตามไปเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #414
    0
  6. #298 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 14:51
    ๑. " ได้ที่สองว่ะ สิบเจ็ดเต็มยี่สิบ"...เนื่องจากพนันครั้งนี้(9o >> ตน)เป็นฝ่ายชนะ.....

    ๒. (สิงจร >> สิงขร)ทวนข้อตกลงเสียงหวานหยด.....
    #298
    0
  7. #84 amporn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 19:02
    ขอบคุณค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก
    #84
    0
  8. #80 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 00:41
    ตอนขอโทษก็แล้ว...ที่พระเอกพูด เหมือนตกคำว่ากันนะคะ **
    #80
    2
  9. #78 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 02:16
    เรื่องนี้มันดีต่อมากๆ
    อ่านไปยิ้มไป อ่าละมุน~~
    #78
    0
  10. #77 adaisy (@adaisy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 01:12
    น่ารักกก
    #77
    0
  11. #76 _knotcs_ (@_knotcs1707_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 23:22
    กรี๊สสสสส ขอสิงหนูรักษ์ได้มั้ย น่ารักกันอะไรเบอร์นี้
    #76
    0
  12. #75 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 23:06
    งือออน่ารักกก
    #75
    0
  13. #74 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 22:48
    น่ารักกกกกกก
    #74
    0
  14. วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 21:58
    อ๊ายยยยยยย/////
    #72
    0
  15. #71 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 10:50
    ติ่งหนูรักษ์ เดี๋ยวนี้มีจับไม้จับมือ แก่แดดนะนายภาคินทร์! 5555555555 #หลายกสินอาโปแปป
    #71
    0
  16. #70 tinkerbell.n12 (@tinkerbell12nook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 17:12
    รักษ์นาราน่ารักจริง
    #70
    0
  17. #69 Hiii29220 (@Hiii29220) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 17:09
    น่ารักอ่ะภาคินทร์ใจเย็นขึ้นมากเวลาอยู่กับรักษ์นารา มีจับมือด้วย-////-
    เฉียดฉิ่วน่าจะเป็นเฉียดฉิวนะคะ
    #69
    0
  18. #68 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 16:27
    อยากฉลาดเหมือนหนูรักษ์จัง
    #68
    0
  19. #67 neonna (@neonna) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 07:00
    ขอบคุณค่ะ  สนุกมากๆค่ะ
    #67
    0
  20. #66 WaBi (@phowiset) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 01:46
    รักษ์นาราจะสู้กับคุณพระเอกได้มั้ยน้ออออ
    #66
    0
  21. #65 adaisy (@adaisy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 01:37
    สนุกกกก
    #65
    0
  22. #64 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 23:47
    สู้ๆค๊าาาาาาา >____<
    #64
    0
  23. #63 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 23:47
    อัพเร็วดีจังงงง ขอบคุณค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆเลย
    #63
    0