ตอนที่ 49 : ตอนที่ ๔๔ ภาพฝันของรักษ์นารา (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    8 ก.ค. 60


ตอนที่ ๔๔ ภาพฝันของรักษ์นารา (๑)



                โกมุทบอกให้เหล่าผู้ติดตามรออยู่ตรงประตูทางเข้าขณะที่เขาพูดคุยกับเด็กๆ อย่างไม่ถือตัว



                จนกระทั่งดวงตาสีน้ำตาลที่เข้มอ่อนไม่เท่ากันเหลือบไปเห็น...



                “ผู้พลิกธรณี?”



                สิงขรกำลังยืนกอดอกพิงเสาแบบหลบมุมอยู่พอดีตอนที่ถูกจับได้ ครูหนุ่มเปลี่ยนท่าทางได้ไวยิ่งกว่ากิ้งก่า เขากลับมายืนตรงและก้มโค้งทำความเคารพให้คนที่ศักดิ์สูงกว่าอย่างรวดเร็วแม้ว่าเขาเองจะอาวุโสกว่าก็ตาม



                “ไม่เจอกันเสียนาน” โกมุทเดินตรงมาหา รอยยิ้มแห่งความยินดีแต่งแต้มมุมปาก นักเรียนแหวกหลบเป็นทางพลางมองหน้ากันอย่างงงงันว่าคุณครูโรงเรียนเล็กๆ เช่นสิงขรไปรู้จักคนใหญ่คนโตอย่างสมุหนายกผู้นำแคว้นได้อย่างไร



แม้ไม่ได้ตั้งใจปิดบังฐานะ ทว่าสิงขรก็ไม่ได้ป่าวประกาศออกไปเช่นกันว่าเขาเป็นลูกหลานสกุลหลัก ซ้ำยังเคยเป็นปัญจราชศาสตราอีกด้วย



“ไม่นึกเลยว่าคนใจร้อนอย่างเธอจะผันตัวมาทำงานกับเด็กเสียได้ เป็นอย่างไรบ้าง สุขสบายดีใช่ไหม”



                “ตามอัตภาพแหละครับท่าน” ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นท่าทางสุภาพนอบน้อมขนาดนี้จากสิงขร ทว่าพิมายสังเกตได้อย่างรวดเร็วว่าคุณครูของเธอไม่คิดจะถามกลับตามมารยาทด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายสบายดีหรือไม่



                ...สิงขรเองก็ไม่ชอบชายคนนี้เช่นกัน...



เพียงเฝ้ามองเด็กสาวตัวสูงก็สามารถสรุปได้อย่างรวดเร็ว พิมายถอยเท้า ดันรักษ์นาราให้ไปหลบหลังเสาต้นใหญ่อย่างช้าๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอตัดสินใจทำเช่นนั้น ทั้งที่สมุหนายกอาจจะไม่รู้จักและไม่เคยเห็นหน้าลูกของราพณาสูรมาก่อนแท้ๆ



                “หลานคนโตของเธอ ภูวนัตถ์ สึกแล้วหรือยัง” ประโยคคำถามจากโกมุทแสดงทั้งความสนิทสนมและความใส่ใจอย่างชัดเจน “ฉันหวังจะได้เห็นเขาเข้ารวมงานประลองผู้ใช้กสิณด้วยนะ คงน่าเสียดายถ้าคนหนุ่มมากความสามารถแบบนั้นอดแสดงฝีมือเพราะจังหวะไม่อำนวย”



                “แค่บวชหน้าไฟให้ผู้อาวุโสคนหนึ่งในสกุลครับ อีกไม่เกินสามวันก็สึกแล้ว”



                “ดีๆ” โกมุทกล่าว “แย่หน่อยที่ปราณนต์ติดภารกิจเลยไม่ว่างตามอารักขาฉัน พวกเธอเลยอดเจอกันเลย”



                สิงขรหัวเราะแห้ง “ไม่เจอกันแหละดีแล้วครับท่าน ตัวผมกับหัวหน้าหน่วยนิรยบาลของท่านไม่ค่อยถูกกันมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว”



                อะไรนะ!!



                พิมายเบิกตากว้าง หน้าเหวอสุดขีดกับข้อเท็จจริงที่เพิ่งรับรู้



                ปราณนต์ เหมปักษ์ ผู้นำสกุลหลักแห่งวาโยคนปัจจุบัน อดีตคู่หมายของแม่พิมายเป็นหัวหน้าหน่วยรบที่เธออยากเข้าเนี่ยนะ โลกช่างกลมเกินจนเกือบเบี้ยว มิน่าละตอนที่เธอพูดว่าอยากเป็นราชองครักษ์ให้ผู้เป็นพ่อฟังทีไร ได้ทำหน้าปุเลี่ยนกลับมาทุกที



                ภาคินทร์เหลียวมองกลับมา ริมฝีปากขยับไร้เสียงแต่พิมายกลับอ่านออกอย่างชัดเจน



                ...ฉันเตือนเธอแล้ว...



                เกลียดหน้ามันซะจริง รับรองเถอะเธอต้องหาทางเอาคืนให้ได้



                ทว่าเพียงไม่นานความสนใจของทุกคนก็พุ่งมาทางภาคินทร์แทน เพราะหลังจากพูดคุยกับสิงขรเสร็จสิ้น โกมุทก็สังเกตเห็นสีสันอันคุ้นเคยปรากฏในหมู่นักเรียนพอดี เขาถามอย่างแปลกใจ



                “ชลัชพงษ์? มีเด็กจากสกุลชลัชพงษ์เรียนอยู่ในโรงเรียนนี้ด้วยงั้นเหรอ” เพราะท่านสมุหนายกทำท่าจะเดินมาทางนี้ ภาคินทร์จึงรีบแทรกตนฝ่าเหล่านักเรียนเข้าไปหาผู้นำของแคว้นทันที ฝ่ามือของเด็กหนุ่มชื้นเหงื่อ เขาอ้าปากเตรียมจะพูดทว่าสิงขรที่ก้าวตามมาชิงอธิบายให้เสียก่อน



                “ลูกชายคนเดียวของวิรุณครับท่าน ชื่อภาคินทร์”



                ...คนโตต่างหาก...



                เด็กหนุ่มแย้งอยู่ภายในใจขณะโค้งกายคำนับ



                “น่าแปลกจริงๆ ที่นาคราชครามไม่ได้ส่งผู้สืบทอดไปโรงเรียนนทีมารคตามธรรมเนียม” โกมุทเปรยอย่างตั้งข้อสังเกตมากกว่าจะถามเอาคำตอบจริงจัง ปกติก็ใช่น่ะแหละ นทีมารคขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนสำหรับผู้ใช้กสิณอาโปที่ดีที่สุดในแคว้น สกุลชลัชพงษ์เรียนจบจากที่นั่นกันมาทุกรุ่นไม่มียกเว้น



                “ก่อนหน้านี้ผมค่อนข้างเป็นเด็กเกเร คุณพ่อจึงต้องฝากฝั่งให้เพื่อนเก่าอย่างผู้พลิกธรณีช่วยดัดนิสัยครับ” ภาคินทร์อธิบาย เสแสร้งนอบน้อมราวกับกลายเป็นอีกคนได้อย่างแนบเนียนจนเพื่อนๆ รอบด้านงงเป็นไก่ตาแตก “หากทำตัวดีขึ้นได้เมื่อไรคุณพ่อคงยอมให้กลับไปเรียนที่นทีมารคตามเดิม”



                เด็กหนุ่มเคยนึกว่าการถูกเตะโด่งมายังโรงเรียนซึ่งมีหลักเกณฑ์นอกคอกอย่างสัตยาบรรณเป็นบทลงโทษอย่างหนึ่งของวิรุณ บัดนี้เขาเริ่มกังขา ไม่แน่ใจว่านี่เป็นอีกหนึ่งหมากที่ผู้เป็นพ่อจงใจวางไว้เช่นเดียวกับการส่งชวินทร์ไปวัดที่มีมหาปราชญ์ซ่อนตัวอยู่หรือไม่



แต่ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็ดูเป็นเหตุผลที่ดีพอจะใช้หลอกท่านสมุหนายกได้



ดวงตาสีน้ำตาลที่อ่อนเข้มไม่เท่ากันยังคงจ้องมองภาคินทร์อย่างพิเคราะห์ เด็กหนุ่มไม่คิดหลบเลี่ยง แต่ต้องพยายามสุดตัวไม่ให้ส่อพิรุจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่แสดงท่าทีแข็งกร้าวจนเกินไปนักต่อผู้นำของแคว้นซึ่งอาจเป็นคนออกคำสั่งให้ล่าสังหารพ่อของรักษ์นารา



“แหม ตอนเด็กๆ เราทุกคนก็มีช่วงเวลาที่ผิดพลาดและยากลำบากกันทั้งนั้นแหละนะ” โกมุทสรุป ท่าทีเหมือนเข้าใจเขาเสียเต็มประดา รอยยิ้มอ่อนโยนไม่จางลงจากใบหน้าเลยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นหนึ่งในบรรดาผู้ติดตามก็เดินมาสะกิดเตือนถึงนัดประชุมกับเจ้ากรมการคลัง



“ถ้าอย่างนั้นคงต้องขอตัวก่อน ขอให้สนุกกับการทัศน...ศึกษา...”



ปากว่าเช่นนั้นทว่าดวงตากลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างได้พอดี เป็นเด็กสาวที่ตัวเล็กกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนแปลกตาไม่เหมือนชาวนิวารินอื่น เธอยืนชิดเกือบติดสระน้ำและหันหน้าเข้าหามหาพฤกษา ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ ต่างเข้ามารุมล้อมท่านสมุหนายกกันทั้งนั้น กิริยาอันแปลกแยกทำให้เธอดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน คิ้วหน้าแต่เป็นระเบียบของโกมุทถึงกับเริ่มขมวดเข้าหากันน้อยๆ เสมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง



ภาคินทร์รับรู้ถึงท่าทีแปลกๆ จึงมองตามสายตาของโกมุทไป เหงื่อเริ่มซึมขึ้นมาตามขมับทันทีที่เห็นว่าเป็นรักษ์นาราซึ่งยืนอยู่ตรงนั้น เด็กหนุ่มขยับปากแบบไร้เสียงเพื่อต่อว่าพิมายอีกครั้งว่าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร พิมายหน้าเหวอซ้ำสอง ลุกลี้ลุกล้นหันมองซ้ายขวา คล้ายเพิ่งตระหนักได้เช่นกันว่าเพื่อนตัวเล็กก้าวออกจากที่ซ่อนหลังเสาไปแล้ว



ริมฝีปากของโกมุทขยับเตรียมจะเอื้อนเอ่ย ทว่า...



“ท่านครับ”



ผู้ติดตามเร่งเร้า ผู้นำแห่งแคว้นจึงยอมละความสนใจ เขาโบกมือลาเหล่านักเรียนด้วยรอยยิ้มก่อนจะก้าวฉับๆ ไปที่ประตูอย่างรวดเร็วแต่ไม่ถึงกับเร่งรีบ ทว่าก่อนที่จะก้าวออกไปนั้น ดวงตาสีอ่อนเข้มก็ยังมิวายเหลือบมามองเด็กสาวตัวเล็กที่ริมสระเป็นครั้งสุดท้าย



เมื่อร่างสูงโปร่งซึ่งสวมเสื้อครุยสีทองหายลับไปจากครรลองสายตาแล้ว เสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนที่ก่อนหน้านี้ก็ดังพอตัวได้กลายเป็นเสียงกระหึ่มประหนึ่งนกกระจอกแตกรังไปในทันที ทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจที่ได้พบรัฐบุรุษ พวงแถมมาด้วยหน่วยนิรยบาลซึ่งเก่งกาจเหนือใคร บางคนที่สนิทกับสิงขรมากหน่อยก็เดินมาถามคุณครูวิชาประวัติศาสตร์ตรงๆ ว่ารู้จักกับคนใหญ่คนเช่นนั้นได้อย่างไร



ภาคินทร์ลอบถอนหายใจหนักหน่วง ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังกลัวอะไรอยู่ถึงได้ไม่อยากให้โกมุทสังเกตเห็นรักษ์นาราถึงขนาดนั้น แต่ในเมื่อเหตุการณ์น่าหวาดเสียวได้ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ



“หมดเวลาพอดีเลยค่ะเด็กๆ” พินทุสรตบมือสองสามครั้งเมื่อเรียกความสนใจ “ต้องกลับกันแล้ว”



“โหยยยยย”



นักเรียนจากห้องสองและห้องห้าของโรงเรียนสัตยาบรรณโอดครวญ มัคคุเทศน์สาวยิ้มรับพลางต้อนไล่ให้ทุกคนเดินออกไปพร้อมกับปลอบใจไปด้วย



“เดี๋ยวเราจะใช้เส้นทางที่ตัดผ่านอุทยานหลวงเพื่อกลับไปขึ้นเกวียนกันนะคะ ถือเป็นของแถมทิ้งท้ายก่อนจากจากพี่ ถ้าเร่งฝีเท้าหน่อยพี่อาจหย่อนเวลาให้ทุกคนเดินชมได้สักสองสามบาท รับรอบว่าน่าตื่นตาไม่แพ้มหาพฤกษาเลยนนะคะ ตัวชูโรงสำคัญคือน้ำผุหินอ่อนซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมแคว้นฑุลิกา สร้างขึ้นในรัชสมัย...”



เสียงเจื้อยแจ้วไกลห่างออกไปเช่นเดียวกับเสียงรองเท้าที่ดังกระทบพื้น ภาคินทร์จงใจเดินช้ามากจนเกือบเรียกได้ว่าไม่เคลื่อนที่เลยเพราะเมื่อมองกลับไปเขาพบว่ารักษ์นารายังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่เดิม เด็กหนุ่มรอให้ทุกคนผ่านประตูออกไปหมดแล้วจึงก็วิ่งย้อนกลับไปหา



 “ทำอะไรน่ะ รีบไปได้แล้ว” ภาคินทร์กล่าวกับพิมายผู้กำลังโบกมือปัดผ่านหน้าเพื่อนตัวเล็กอยู่



“ยัยรักษ์เป็นอะไรไม่รู้” เธอหันมาบอก ก่อนจะเพิ่มระดับของความพยายามด้วยการเขย่าไหล่ตบบ่า เมื่อไม่เป็นผลก็เปลี่ยนไปตบแก้มนิ่มเบาๆ แต่ก็ยังคงเดิม อาการของรักษ์นาราคล้ายคนที่ตกอยู่ในภวังค์เหม่อทว่าดิ่งลงไปลึกยิ่งกว่า แม้ดวงตากลมโตจะมองตรงไปข้างหน้าแต่กลับไม่มีภาพใดสะท้อนอยู่เลย “รักษ์นารา! เลิกล้อเล่นสักทีเถอะ เราต้องไปกันแล้วนะ”



“เป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไร?”



“จะไปรู้เหรอ” พิมายตอบคำถามของภาคินทร์อย่างขอไปทีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เด็กสาวเริ่มร้อนรนและหวาดกลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ เหมือนเวลาที่เธอสัมผัสได้พายุกำลังจะก่อตัว ท่าทางที่แปลกไปของรักษ์นาราย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีเช่นกัน “ไปตามครูสิงมาดีไหม?”



ข้อเสนอของพิมายถูกภาคินทร์ปัดทิ้งอย่างรวดเร็ว



“เจ้านั่นจะช่วยอะไรได้ ฉันว่าอุ้มกลับไปเลยดีกว่า”



“จะบ้าเหรอ!” เด็กสาวร้องลั่นก้าวเข้ามายืนขวางระหว่างคนตัวโตและเพื่อนตัวเล็ก “เดี๋ยวคนอื่นก็ยิ่งสงสัยมากกว่าเดิมพอดีว่ายัยรักษ์เป็นอะไรไปกันแน่”



“ไม่สบาย เป็นลม อะไรก็ได้ เธอแถเก่งไม่ใช่เหรอเลือกมาสักอย่างสิ”



“มันไม่เหมือนกันโว้ย! อีกอย่างยัยรักษ์ดูแปลกไปตั้งแต่เข้ามาใกล้มหาพฤกษาแล้ว ถ้าฝืนบังคับพาตัวออกไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้”



“แต่อยู่นี่ต่อไปก็ไม่ได้เหมือนกันน่ะแหละ”



พิมายเม้มริมฝีปากขณะดวงตาสีวังน้ำวนจ้องมาอย่างกดดัน



ในที่สุด...



“ก็ได้!” เธอตัดสินใจอย่างรวดเร็วและอย่างจำยอม แต่พอเบี่ยงตัวหลบให้ภาคินทร์ทำหน้าที่รักษ์นาราก็เริ่มเคลื่อนไหวพอดี



ร่างเล็กเดินตรงไปข้างหน้า จังหวะมั่นคงเนิบนาบ กว่าคนมองจะตั้งสติได้ เด็กสาวก็ก้าวออกจากขอบหิน ฝ่าเท้าเล็กแตะลงบนผิวน้ำ ระลอกคลื่นวงเล็กแผ่กว้างกลายเป็นวงใหญ่ ร่างกายเคลื่อนลงไป และ...



“ยัยรักษ์!/รักษ์นารา!” ทั้งคู่ประสานเสียง ยื่นมือออกไปห้ามทว่าไม่ทันการรวมทั้งไม่จำเป็นอีกด้วย



เพราะร่างของรักษ์นาราไม่ได้จมลงสู่ผืนน้ำใสกระจ่างเช่นที่ควรจะเป็น เธอยังคงยืนอยู่ตรงนั้น เหนือผิวน้ำเพียงระยะกระดาษคั่น ยังความตกใจให้แก่ผู้เฝ้ามองทั้งสองเป็นอย่างมาก แม้ผู้ใช้กสิณอาโปจะสามารถเคลื่อนตัวบนผิวน้ำได้โดยอาศัยหลักการของแรงตึงผิว เช่นเดียวกับผู้ใช้กสิณวาโยที่ทำได้โดยใช้สายลมช่วยพยุงร่างกายให้ลอยเหนือน้ำ



ทว่านี่...ไม่ได้ใกล้เคียงกับอะไรเหล่านั้นเลยสักนิด



รักษ์นาราไม่ได้ใช้แม้แต่ความพยายามเลยด้วยซ้ำ มันราวกับว่าสายน้ำอนุญาตให้เธอเหยียบย่ำและจะไม่ยินยอมให้เธอจมลงไปเด็ดขาด 






##########


สนทนา : น่าจะใกล้ได้เวลาคลายปมสักสองสามปม(ไม่ก็สร้างเพิ่ม)แล้วแหละค่ะ มาลุ้นกันนะคะว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับหนูรักษ์ ปล.รู้สึกนุ้งคินทร์ตีเนียนตลอด เอะอะจับมือ เอะอะจับอุ้ม 555




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #863 lady-zeara (@lady-fair) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 20:54
    โอ้วววววว
    #863
    0
  2. #576 mirror image (@abnormality) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 18:31
    มาต่อเดี๋ยวนี้เลยนะ!!
    ล้อเล่น รออ่านตอนต่อไปครับ//กดดัน
    #576
    0
  3. #574 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 08:51
    นี่มันอะไรกัน! คือค้างเว่อร์วัง น้องรักษ์เห็นอะไร นับวันความพิสดารของน้องรักษ์จะเพิ่มขึ้นๆไม่ได้หยุด 555555555555
    #574
    0
  4. #573 Pysfii (@pychat) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 00:02
    อ่านจบแล้วอยู่ท่าเดียวกับในgifเลย555555555
    #573
    0
  5. #572 -S!MPLE- (@khimmonsicha) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 23:12
    โอ๊ยย รักษ์ ขนลุกเลย;-;
    #572
    0
  6. #570 Ggggib (@123ggg) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 22:31
    ลุ้นนนนนนนน ไรต์เลือกgifได้ตรงใจมากก
    #570
    0
  7. #568 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 21:09
    โอ๊ยยย เค้าอยากรู้ปมนี้ หนูรักษ์สกิลหนูจะไม่ธรรมดาเกินไปแล้วค่าา เกิดโกมุทเดินกลับมาเห็นจะทำไงลูกกก

    ปอลอ ตอนแรกก็ไม่คิดนะ แต่พออ่านที่นุ้งฟ็อกซ์พิมพ์ก็คิดได้ว่า เออจริงด้วยอ่ะ นุ้งคินทร์นี่เผลอไม่ได้ แอบเนียนแต๊ะอั๋งตลอดดดด 5555 ด้วยรักเด็กขายอ้อยผูแอ๊บเนียนพูดสุภาพ
    ปลลอ 2 ตอนนุ้งคินทร์พูดเพราะนี่อ่านแล้วขนลุกเลยอ่ะ 55555

    #568
    0