ตอนที่ 45 : ตอนที่ ๔๐ เงื่อนไขของวิรุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    12 มิ.ย. 60


ตอนที่ ๔๐ เงื่อนไขของวิรุณ


ภาคินทร์ตั้งใจจะคุยกับวิรุณเรื่องงานประลองหลังจากโทษกักบริเวณของเขาจบลง



“หายไปไหนมา”



แต่ดูเหมือนคงต้องเปลี่ยนแผน เขาอาจต้องคุยกับพ่อเร็วกว่าที่คาด ไม่ก็ต้องโทษนานกว่าที่คิด เพราะทันทีที่แอบย่องกลับเข้ามาในเรือนนอนของตนได้สำเร็จ เทียนไขก็ถูกจุด ห้องกว้างทว่าน้อยด้วยเครื่องเรือนของเขาสว่างไสว และบนตั่งไม้ตัวยาวริมหน้าต่าง คือร่างสูงองอาจของผู้นำสกุลชลัชพงษ์คนปัจจุบันซึ่งแผ่กลิ่นไอน่าเกรงขามออกมาตลอดเวลาแม้จะอยู่ในชุดลำลองเตรียมเข้านอนก็ตามที หนวดดกหนาเหนือริมฝีปากไม่อาจปิดบังเส้นบิดคว่ำของความไม่พอใจเอาไว้ได้



“ธุระสำคัญ” เด็กหนุ่มตอบ แม้ไม่ได้ตั้งใจกวนประสาทแต่ก็เหมือนเต็มที



วิรุณส่งเสียงหึในลำคอ ไม่แน่ชัดว่าเพื่อตำหนิความนอกคอกของเขาหรือเพื่อประชดประชันเนื่องจากรู้อยู่แล้วว่าเขาไปไหนมากันแน่



“เพิ่มโทษกักบริเวณเป็นยี่สิบวัน และนับจากนี้แกต้องไปฝึกพื้นฐานการใช้กสิณกับพวกรุ่นอายุสามพันวันด้วย”



“แต่นั่นมัน...” ภาคินทร์พยายามแย้งว่าบทลงโทษที่ถูกเพิ่มมาในประโยคหลังทั้งเกินกว่าเหตุและไร้สาระเกินไป เขาอายุมากกว่าเด็กพวกนั้นถึงสองเท่า ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งของยุคสมัยและผ่านจุดที่ต้องเรียนเรื่องน่าเบื่ออย่างการเข้าใจธรรมชาติการไหลเวียนของกสิณอาโปหรือการฝึกยกน้ำไว้กลางอากาศให้ได้ตามเวลาที่กำหนดมานานแล้ว



แต่คำค้านของภาคินทร์มีอันตกไปและต้องหุบปากฉับเมื่อวิรุณขู่เพิ่มเติมมาว่า



“หรือจะให้ฉันกักแกไปยาวๆ จนพ้นวันทัศนศึกษาไปเลยดีละ”



“....”



“ดี” วิรุณสรุป ลุกขึ้นยืนโดยไม่วายหยิบเชิงเทียนของเขาติดมือไปด้วย ทว่าตอนที่ร่างของผู้เป็นพ่อกำลังก้าวพ้นธรณีประตูภาคินทร์ก็บอกตนเองให้อดทนต่อความโกรธาได้มากพอจะประกาศเจตนารมณ์ออกไป



“ถ้าแบบนั้นพ่อต้องให้ผมเข้าร่วมงานประลองผู้ใช้กสิณปีนี้ด้วย”



วิรุณหยุดเท้าทว่าไม่ได้หันกลับมา “มันเลยกำหนดสมัครไปนานมากแล้ว”



“เรื่องแค่นั้นคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับพ่อหรอกใช่ไหม” เป็นถึงหนึ่งในสี่สกุลซึ่งเป็นเสาหลักแห่งแคว้นทั้งที หากเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่รู้จะมีอิทธิพลไปทำไม



“ใช่...ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด” วิรุณยอมรับเรียบๆ ก่อนมือแกร่งจะวางเชิงเทียนลงที่โต๊ะใกล้ตัว ในที่สุดดวงตาสีเดียวกันทว่าดุดันกว่าและน่าเกรงขามกว่าหลายเท่าก็หันมองมาที่เขา “แต่ปัญหาที่แท้จริงคืออะไรทำให้แกคิดว่าตัวเองมีอำนาจต่อรองขนาดนั้นกัน และแกจะรวมประลองไปทำไม”



“ผมจำเป็น”



“ด้วยเหตุผลอะไร?”



“ผมจำเป็น” ภาคินทร์ย้ำคำเดิม มองสบตาไม่หลบเลี่ยง ทว่ากลับทำให้วิรุณถอนหายใจหนักหน่วงยิ่ง



“ครั้งที่แล้วตอนคู่ต่อสู้ต้อนแกจนมุม พรสวรรค์แกก็ระเบิดออกมาจนทำเขาเกือบตายเช่นเดียวกับคนดูอีกครึ่งสนามและน้องแกด้วย”



เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากและยืนนิ่งด้วยไม่อาจโต้แย้งความจริงได้



“ดีแค่ไหนแล้วที่การประลองของพวกรุ่นเล็กไม่ค่อยมีคนดู ไม่งั้นปานนี้ทางการคงเอาตัวแกไปขังลืมจนกว่าจะควบคุมพลังได้ไม่ก็ตัดคอเพื่อตัดปัญหาไปแล้ว และฉันคงไม่เหลือลูกชายสักคน”



“วินทร์ยังมีชีวิตอยู่!” ภาคินทร์ค้านประโยคของผู้เป็นพ่อเสียงแข็ง “ต่อให้ผมเป็นอะไรไปพ่อก็ยังเหลือลูกชายอีกหนึ่งคน!!!



“แต่เป็นลูกชายที่เป็นวาลุกา” วิรุณตอกย้ำอย่างเย็นชา ไม่มีความเสียใจหรือความอาวรณ์เจืออยู่แม้แต่น้อย “เด็กพิการซึ่งไม่สามารถขึ้นปกครองสกุลได้และไม่อาจแบกรับอะไรได้สักอย่าง”



“นั่นเหรอที่พ่อต้องการ ใครสักคนที่จะสืบทอดตำนานของวิรุณ นาคราชครามและสกุลชลัชพงษ์อันยิ่งใหญ่ให้คงอยู่ต่อไป แค่ใครก็ได้งั้นสิ!!



ภาคินทร์ไม่แน่ใจว่าบทสนทนาดำเนินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและพ่อมักเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ เหมือนมีม่านหมอกอันขุ่นมัวมาขวางกั้น คนหนึ่งส่งเสียงอีกคนกลับนิ่งเงียบ คนหนึ่งไขว่คว้าทว่าอีกคนกลับเบือนหน้าหนี ไม่เคยคุยกันรู้เรื่อง ไม่เคยพูดกันเข้าใจเลยสักครั้ง เพราะแบบนั้นหนทางระหว่างเขาและพ่อจึงยิ่งแยกห่างกันออกไปเรื่อยๆ



แต่จะให้เป็นเช่นนั้นก็ได้ เขาเหนื่อยที่จะใยดีเรื่องของผู้ชายคนนี้เต็มทีแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาสน คือการพาชวินทร์กลับบ้านและการปกป้องรักษ์นาราตามที่ให้สัญญาไว้เท่านั้น และถ้าการเอื้อผลประโยชน์ให้ผู้ชายคนนี้จะสร้างประโยชน์ให้เขาได้เช่นกัน



“ถ้าพ่อต้องการแบบนั้นผมจะเป็นให้ก็ได้”



“แกหมายถึงอะไร”



“ผู้สืบทอดที่สมบูรณ์แบบ ลูกชายอันทรงคุณค่าที่จะเชิดหน้าชูตาวงศ์สกุล” ภาคินทร์แทนตนเองเป็นสิ่งของไม่ใช่ผู้คน เพราะหากวิรุณยอมรับข้อเสนอนี้เขาจะกลายเป็นสิ่งของของสกุลอย่างแท้จริง “นับตั้งแต่นี้ผมจะทำทุกอย่างตามที่พ่อสั่ง เป็นเด็กดีอยู่ในโอวาสที่เดินกินนั่งนอนเหมือนหุ่นกระบอกให้พ่อชักเชิด เด็กอัจฉริยะของชลัชพงษ์ที่ใครต่อใครต่างก็ยกย่อง แต่พ่อต้องให้ผมเข้าร่วมงานประลองและพาชวินทร์กลับมาอยู่บ้านเท่านั้นผมถึงจะยอมทำตาม”



วิรุณหรี่ตามองเลือดเนื้อเชื่อไขของตนเหมือนไม่ไว้ใจในข้อเสนอ



“อะไรทำให้งานประลองครั้งนี้สำคัญต่อแกนัก”



“มันจำเป็น” เช่นเคยที่ภาคินทร์เอาแต่ย้ำความโดยไม่ยอมอธิบายเหตุผล



“งั้นก็ดี” ผู้นำสกุลกล่าว ฟังคลุมเครือยิ่งเพราะไม่รู้คำว่าดีที่ว่าหมายถึงในแง่ไหนกันแน่ “แต่ไว้แกขึ้นเป็นผู้นำสกุลได้เมื่อไหร่แล้วจะย้ายน้องแกไปอยู่ไหนก็เรื่องของแก แต่ตอนนี้เขาต้องอยู่แต่ในวัดเท่านั้น ส่วนเรื่องงานประลอง...”



วิรุณถอดแหวนที่มีรูปร่างเหมือนนาคบนนิ้วก้อยซ้ายออกวางข้างเชิงเทียน เขาขยับไปยืนกลางเรือน แผ่นหลังเหยียดตรง มือซ้ายไพล่หลัง มือขวาโบกขยับแล้วน้ำกลุ่มหนึ่งก็ลอยเข้ามาจากทางหน้าต่าง มันถูกเกลาให้มีรูปร่างเหมือนพญานาค หงอกบนศีรษะลุกตั้ง ปากอ้าแสยะเขี้ยวมาทางเด็กหนุ่มที่ยืนมองอยู่



กว่าภาคินทร์จะรู้ตัวผู้เป็นพ่ออยู่ในท่าพร้อมสู้เสียแล้ว



“ขอดูก่อนแล้วกันว่าสนิมกัดแกจนไร้ความสามารถไปหรือยัง เพราะฉันยังไม่อยากขายขี้หน้าคนทั้งแคว้นด้วยการส่งลูกชายคนเดียวไปทั้งที่ไร้ฝีมือ”



“ลูกชายคนโตต่างหาก” ภาคินทร์ย่อตัวลง แยกขากว้างเพื่อตั้งท่า สองหมัดกำแน่นยกขึ้นป้องปลายคาง



ดวงตาสีเดียวกันทั้งสองคู่จดจ้อง รอจังหวะ



และภาคินทร์ตัดสินใจเริ่มก่อน!!



ตูม!!!



เขาชกหมัดขวาเสยขึ้น น้ำพุ่งทะลุพื้นบริเวณใต้ฝ่าเท้าของวิรุณขึ้นมาทันที เศษไม้แตกกระจายไปทั่วทิศ ชลัชพงษ์คนพ่อตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการเอนตัวถอยหลังเพียงน้อยนิดเท่านั้น ราวกับคำนวณมาเป็นอย่างดีแล้วว่าจะอย่างไรก็ไม่โดน



วิรุณซัดฝ่ามือขวาไปเบื้องหน้า สายธารที่พุ่งขึ้นมาและนาคราชจำลองจากอาโปธาตุก็เคลื่อนไปในทิศทางของฝ่ามือทันที นั่นคือตรงเข้าหาภาคินทร์!!



สายธารมาถึงตัวเขาก่อน เด็กหนุ่มเหยียดแขนออกจนสุด ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างรับสายธารไว้ เขางอแขนดึงเข้าหาลำตัวเพื่อช่วยผ่อนแรงก่อนจะหมุนตัวส่งสายธารเส้นนั้นให้พุ่งย้อนไปกระแทกใบหน้าของนาคราชอาโปที่ตามมา



ส่วนที่เป็นศีรษะแตกออกและบิดเบี้ยว กลายเป็นเพียงกลุ่มน้ำที่ลอยนิ่งในอากาศ วิรุณขยับมือบงการให้มันกลับมารวมกันใหม่ ภาคินทร์รีบซ้ำทันทีด้วยการชกหมัดขวาซึ่งห่อหุ้มด้วยน้ำออกไปจนศีรษะและส่วนที่น่าจะเป็นลำคอแตกออกอีกครั้ง แต่สัตว์ร้ายจำลองจากอาโปธาตุก็ยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆ



หางยาวๆ ตวัดมา ภาคินทร์ก้มหลบ สะบัดมือเหมือนปามีดแล้วน้ำบนพื้นก็พุ่งขึ้นเสียบกลางลำตัวนาคราชทันที เด็กหนุ่มวิ่งอ้อมลอดร่างยาวเหยียดพุ่งตรงเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ หวังจะสู้กันในระยะประชิดแทนเนื่องจากตระหนักได้ดีว่าเสียเปรียบพญานาคในการต่อสู้ในระยะไกลและระยะกลาง ระหว่างทางที่วิ่งเขาวาดมือ ส่งคลื่นน้ำถาโถมไปก่อน



ตามคาด วิรุณรับการโจมนี้ได้อย่างง่ายดายด้วยการโบกมือจากซ้ายไปขวา ปัดมวลน้ำมหาศาลไปกระทบผนังห้องจนเจิ่งนองไปทั่ว



ภาคินทร์ดึงน้ำบางส่วนกลับมาหาตนและบงการให้มันพุ่งไปตามหมัดของเขาที่รัวเข้าใส่วิรุณทันที



ผู้นำสกุลชลัชพงษ์ทำเพียงเอี้ยวตัวหลบอย่างงง่ายๆ บางครั้งก็ใช้หลังมือช่วยปัดหมัดของภาคินทร์ออกไปให้พ้นใบหน้า แม้จะเคลื่อนไหวเพียงน้อยนิดแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นการตั้งรับที่หมดจดยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงว่ามือซ้ายของเขายังคงไพล่ขัดอยู่เบื้องหลังอีกด้วย!!



“จู่โจมได้รุนแรงและหนักหน่วงดีมาก” คนเป็นพ่อวิจารณ์กึ่งตำหนิ “แต่ว่าทื่อมะลื่อและคาดเดาได้ง่ายเกินไปเพราะโดนพูดกรอกหูมาตั้งแต่เด็กว่ามีปริมาณกสิณเยอะกว่าคนอื่นเลยเอาแต่พึ่งพามันมาตลอดสินะ”



ในที่สุดวิรุณก็ตัดสินใจโจมตีกลับ หลังหลบอีกหมัดของภาคินทร์ได้ ผู้เป็นพ่อก็เตะขาออกไป เด็กหนุ่มสืบเท้าหลบไปหลายก้าว แต่กลับกลายเป็นการถอยเข้าสู่นาคราชจากอาโปธาตุที่รออยู่เบื้องหลังโดยไม่รู้ตัว ลำตัวยาวเหยียดเลื้อยรัดรอบภาคินทร์อย่างรวดเร็วประหนึ่งอสรพิษรัดพันเหยื่อ น้ำเย็นเฉียบจนเกือบหนาวสั่นยังไม่เลวร้ายเท่าแรงที่บีบอัดเข้ามาจากทุกทิศทาง



“ตาจดจ้องศัตรูเป็นเรื่องที่ดี แต่ในสนามรบความตายมักย่างกรายเข้ามาจากเบื้องหลังไม่ใช่เบื้องหน้า” วิรุณสอนสั่ง ยืนมองและยืนฟังภาคินทร์เผลอตัวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างใจเย็น แว่วเสียงกระดูกที่เคลื่อนขบเคล้าตามมาติดๆ ทว่าคนเป็นพ่อก็ยังไม่ยอมคลายกสิณธาตุ



“ผมจะแพ้ไม่ได้...”



“หือ?”



วิรุณสังเกตได้ถึงความผิดปกติ เมื่ออยู่ๆ ดวงตาของเด็กหนุ่มก็เริ่มมีสีอ่อนลงอย่างน่าประหลาด หลงเหลือเพียงสีฟ้าเย็นเยือกที่กลบฝั่งสีเขียวไปจนหมดสิ้น



เปรี้ยะ



จากนั้นกึ่งกลางลำตัวของนาคราชที่เคยโปร่งใสก็เริ่มขุ่นมัว แรกเริ่มเป็นเพียงจุดเล็กๆ ก่อนจะแผ่ขยายลุกลามอย่างรวดเร็ว เสียงสั่นเปรี้ยะดังก้องไอเย็นเแผ่ซ่าน พญานาคนิ่งค้างไม่ยอมทำตามบัญชาของวิรุณ มันกลายเป็นเพียงก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ไปเสียแล้ว



“จะมาแพ้อยู่ตรงนี้ไม่ได้เด็ดขาด!



เปรี้ยง!!



และแล้วสัตว์ร้ายจำลองก็แตกออกเป็นชิ้นๆ ก้อนน้ำแข็งเกลื่อนกระจายเต็มพื้น ภาคินทร์เป็นอิสระ เขาลุกขึ้นเตรียมจะจู่โมอีกครั้ง ทว่า...



ผลัวะ!!



หมัดซ้ายของวิรุณพุ่งเข้ามากระทบข้างกกหูของภาคินทร์อย่างจัง เขาล้มลงทันที แม้จะยังไม่ได้หมดสติทว่าเสียงวิ้งๆ ที่อื้ออึงอยู่ในหูและความมึนงงที่แทรกเข้ามาก็ทำให้ยากจะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ภาคินทร์ยกมือกุมศีรษะ ดวงตาที่กลับมาเป็นสีวังน้ำวนเหมือนเดิมแล้วเหลือบขึ้นมองวิรุณอย่างขุ่นเคือง ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงถอดแหวนออก เพราะถ้าไม่ทำหัวเขาคงแตกไปแล้ว



“บอกทีสิว่าเมื่อครู่แกจงใจทำ” วิรุณถามพลางมองมือซ้ายของตนอย่างพิจารณาก่อนจะนำไปไพล่ขัดไว้เบื้องหลังเช่นเดิม ทว่าความเงียบจากภาคินทร์และการหลบตาเสมองพื้นคือคำตอบอย่างดี อีกครั้งแล้วที่การถูกต้อนให้จนมุมและความกระหายในชัยชนะผลักดันให้พรสวรรค์ของเขาแสดงตัวออกมาโดยไม่ได้ต้องการ ก็เหมือนรักษ์นาราน่ะแหละ เขาก็ควบคุมพลังของตนเองไม่ได้เลยแม้แต่น้อย



วิรุณถอดถอนหายใจก่อนจะเดินตรงไปหยิบแหวนนาคราชกลับมาสวมที่นิ้วก้อยขวา



“คืนนี้ไปนอนที่เรือนรับรองแขกก่อนแล้วกัน ไว้พรุ่งนี้ค่อยให้คนมาซ่อมพื้นกับผนัง”



ผู้เป็นพ่อคว้าเชิงเทียนแล้วออกเดิน ไม่แม้แต่จะปรายตากลับมามองเลือดเนื้อเชื้อไขของตนที่ยังคงนอนแผ่อยู่บนพื้น ครั้งนี้ภาคินทร์อาจจะแพ้ ทว่าเขาจะไม่ยอมละความพยายามง่ายๆ อย่างเด็ดขาด จะอย่างไรเขาก็ต้องร่วมงานประลองเพื่อไปแข่งกับเตชินท์และปกป้องรักษ์นาราให้ได้



ทว่าตอนนั้นเองที่เสียงของวิรุณดังขึ้น



 “และนับจากนี้ทุกเช้าแกยังต้องไปฝึกกับรุ่นอายุสามพันวัน ตอนบ่ายนั่งสมาธิที่เรือนฝึกเหมือนเดิม ส่วนตอนเย็น...ฉันจะเป็นคนฝึกให้แกเป็นผู้ชนะงานประลองครั้งนี้เอง”



ตอนที่ภาคินทร์ผงกศีรษะขึ้นมา แผ่นหลังของวิรุณก็ลับหายไปจากครรลองสายตาเสียแล้ว



“...ครับ” อีกครั้งที่เขาทำได้แค่รับคำเสียงแผ่ว



ทว่าที่ภาคินทร์ไม่มีวันรู้เลยก็คือเพียงเดินพ้นเรือนนอนของเขาไปเท่านั้น ผู้เป็นพ่อก็ยกมือซ้ายขึ้นมากำแบหลายๆ ครั้งอย่างด้วยท่าทีติดขัดยิ่ง เศษน้ำแข็งร่วงกราวลงมาจากผิวหนัง แต่ความรู้สึกปวดปลาบจากการถูกความเย็นทิ่มแทงไปในเนื้อเยื่อก็ไม่คลายไปเสียที



เพียงสัมผัสถูกตัวภาคินทร์เท่านั้น เนื้อหนังของวิรุณก็ถูกกสิณของเด็กหนุ่มแช่แข็งจนไม่เหลือสภาพ จากท่าทางแล้วมือข้างนี้คงจะใช้การไปไม่ได้อีกหลายวัน





######### 

สนทนา : ในที่สุดก็ได้แต่งฉากพ่อลูกฟัดกันเสียที //รอมานานมาก 555 ฟ็อกซ์เพิ่งสังเกตว่าอุตส่าห์มีปัญจราชศาสตราตั้งหกคน แต่ดันเพิ่งรู้สมญาแค่คนเดียวเองนี่หว่า หาช่องใส่ข้อมูลตรงส่วนนี้ยากจริงๆ แต่ในที่สุดก็ได้พูดถึงเสียที รู้สึกมิสชั่นคอมพลีทไปอีกหนึ่ง(จากทั้งหมดล้านรายการ orz)

ปล. ทีแรกว่าจะไม่อัพแล้วค่ะ แต่พอเจอรูปแฟนอาร์ตส่งมาทวงนิยายทางอ้อมรัวๆ ก็เลยแบบ...อัพก็ได้ฟะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

1,495 ความคิดเห็น

  1. #859 lady-zeara (@lady-fair) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:41
    ขำเพนกวินอ่ะ
    #859
    0
  2. #504 Smile (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 23:08
    งื่อๆ พ่อเขารักลูกเขาแบบโหดๆ

    ชอบๆ ขอบคุณที่มาอัพนะคะฟอกซ์ ( :
    #504
    0
  3. #503 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 10:20
    ภาคินทร์ก็มีพลังที่ควบคุมไม่ได้เหมือนกันสินะ TT โถ พ่อคนมีปัญหา ดีแล้สที่มาเน้าสังกัดหนูรักษ์ เหลือเตชินทร์อีกคน 555555555555
    #503
    0
  4. #502 nass_san (@nass) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 06:54
    ขุ่นพ่อก็ซึน ลูกก็ซึน เดี๋ยวมันต้องมีสักวันที่คุยกันรู้เรื่องแหละ 5555555555

    ฟอกซ์สู้ๆ นะคะ มีคำผิดนิสหน่อยน้าาาา 5555555
    #502
    0
  5. #501 mummy_yaoi (@mimm5341) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 07:52
    เป็นgif ที่ฮามาก
    คินเอ้ยยยยยยใจเย็นๆ
    #501
    0
  6. #500 Halaluau (@bbkonly) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 07:26
    เกลียดgif555555555
    #500
    0
  7. #499 ใบไม้เปลี่ยนสี (@beaw_nile) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 23:08
    Gif ชนะทุกสิ่งอีกละ 55
    #499
    0
  8. #498 Empty_Mind (@mrsuchart1970) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 23:06
    โอ... เห็นแล้วถึงบางอ้อเลย " ตบหัวทิ่ม " 555+
    #498
    0
  9. #497 pippin_pie (@pippin_pie) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 23:01
    ดีจายที่อัพค่ะ ????
    #497
    0
  10. #496 mildy (@mild1940) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:46
    พอเลื่อนมาเจอgifเท่านั้นเเหละ ที่อ่านมาลืมหมดเลย ถถถถถถ
    #496
    0
  11. #495 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:43
    กรีดดร้องงง
    คุ้มไหมกับการเป็นลูกชาย/ผู้สืบทอดที่สมบูรณ์แบบเพื่อวงศ์ตระกูล
    ทำไมไม่คุยกั๊นนนนนนน

    เอาเถอะ แบบนี้ก็ดี จะได้เก่งจริงแบบเทพทรูซะทีนะ
    จะอาศัยแค่พลังเยอะก็ไม่ได้
    โฮะโฮะ อย่างน้อยก็เก่งไว้ก่อนไม่เสียหาย
    รอดูว่ามีอะไรตามมาค่ะ ภาคินทร์เก่งให้ได้น้าาาา
    ฝ่ายโน้นก็คงจะอัพเกรดเยอะด้วยเหมือนกัน
    #495
    0
  12. #494 bookkota (@moonrabbit) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:42
    ขอบคุณผู้วาดแฟนอาร์ตทุกคนที่เปลี่ยนใจนุ้งฟ็อกซ์ให้มาอัพให้อ่าน :D นุ้งคินทร์สู้เค้าาาาาาา มันจำเป็นเนาะ มันจำเป็นจริ๊งจริงงงเพื่อผู้หญิงของนุ้งคินทร์ 5555 
    ขุ้นพ่อฝึกเอง พี่เตก็คงไม่ได้สู้ได้ง่ายๆอย่างที่คิดแล้วละ 
    สู้เค้าทั้งนุ้งคินทร์และฟ็อกซ์ :)
    #494
    0